210409-01 ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ ตอน01-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ014.txt

โฟลเดอร์2521 ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ ทวช. (59 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์152 KB
วันที่แก้ไข12 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายนพุทธศักราช 2521 จากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์และอบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอ้าววันนี้เรามาทำวัดกันโดยหยิบยกเอาหนังสืออีกเล่มหนึ่งคือขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ขึ้นมาทำวัดกันขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ก็บอกอยู่แล้วว่าจากพระโอษฐ์คือเป็นคำศัพท์จากพระโอษฐ์พระสมาสพระพุทธเจ้าโดยตรงไม่ใช่คำขยายของไม่ใช่เป็นคำภาษิตของสาวกรุ่นสาวกแต่เป็นภาษ ของพระพุทธเจ้าโดยตรงที่ตรัสออกจากพระโอษฐ์เองแล้วก็มารวมไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งคำตัดเหล่านั้นที่เรียกว่าขุมทรัพย์นั้นเดี๋ยวจะอ่านคำนำให้ฟังพุทธทาสกล่าวไว้ในคำนามนี้ด้วยว่าทำไมเรียกขุมทรัพย์แล้วเราก็จะได้เข้าใจอะไรหลายๆอย่างด้วยเดี๋ยวจะอ่านให้ฟังแล้วก็จะสรุปให้ฟังแล้วก็จะมาชี้ลงไปที่ของเราได้กระทำเนี่ยถูกตรงหรือว่าไม่ตรงตามที่ตามที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าทำแล้วเทียบเคียงไปอยู่เสมอพยายามให้เป็นไปดำเนินตามรอยพระยุคลบาทให้มันใกล้ที่สุดยืนยันที่สุดไปเรื่อยๆมันก็จะ ไม่ออกนอกทางล่ะถ้าเราฟังคำนำดูถ้ามูลเหตุในการเกิดขึ้นของหนังสือเล่มนี้นับว่าเป็นการบังเอิญหรือจับพลัดจับผลูอยู่ไม่น้อยเรื่องมีว่าการทำการสำรวจเรื่องราวที่เป็นพุทธประวัติจากพระโกรธก็ดีเรื่องอื่นๆก็ดีในพระไตรปิฎกข้าพเจ้าได้สะดุดตาด้วยข้อความประเภทหนึ่งซึ่งดึงดูดความสนใจอย่างมากจนถึงกับต้องหยุดพิจารณาข้อความส่วนนั้นๆอย่างพินิจพิเคราะห์ทุกคราวไปเพราะเป็นข้อความที่ไม่เคยคิดว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าจะทรงมี ดำรัสรุนแรงถึงเพียงนั้นทั้งในทางที่จะขนาดและในทางที่จะชี้ชวนข้อความเหล่านั้นก็คือข้อความทั้งหมดที่บัดนี้ได้มาอยู่ในรูปของเราจะทรงมีพระดำรัสรุนแรงถึงเพียงนั้นทั้งในทางที่จะขนาดและในทางที่จะชี้ชวนข้อความเหล่านั้นก็คือข้อความทั้งหมดที่บัดนี้ได้มาอยู่ในรูปของขุมทรัพย์ก็อาจจะมีพูดสงวนว่าทำไมจึงได

อ่านต่อ

้เรียกข้อความเหล่านี้ว่าขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์และเป็นการเรียนอย่างแกล้งประชดประชันผู้ ต่างประเทศหรือเปล่าปัญหานี้ได้เกิดขึ้นอย่างมากแล้วตั้งแต่เพิ่งรวบรวมข้อความเหล่านี้เสร็จว่าจะเรียกชื่อข้อความประเภทนี้หรือหนังสือเล่มนี้เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วว่าชื่ออะไรดีเรื่องก็เป็นการบังเอิญอีกอย่างเดียวกันที่นึกขึ้นได้ถึงพระพุทธสุภาษิตที่ว่าคนกล่าวคำขนาดข่มขี่นั่นแหละคือคนชี้ขุมทรัพย์หลังนี้ซึ่งได้ยกเอามาทำเป็นใบแทรกขั้นตอนเรื่องทุกๆตอนปรากฏอยู่แล้วจึงได้ชื่อข้อความทั้งหมดนี้ว่าเป็นขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์แม่ภาษีโบราณ มวยไทยเราก็พอจะหาได้ว่ะคนด่านั่นแหละคือคนที่นำขุมทรัพย์มายื่นให้ฉะนั้นจึงเป็นอันว่าเรื่องพอจะเป็นที่เข้าใจกันได้ว่าทำไมหนังสือนี้จึงมีชื่ออย่างนี้ส่วนคำประเภทชี้ชวนวิงวอนนั้นไม่จำเป็นต้องให้เหตุผลอะไรเพราะเป็นสิ่งที่ให้คุณประโยชน์ในฐานะเป็นขุมทรัพย์อย่างเหลือหลายอยู่แล้วก็ซื้อเล่มนี้ก็จัดว่าก็จัดได้ว่าอยู่ในจำพวกส่งเสริมการตามรอยพระยุคลบาทในฐานะที่เป็นเครื่องสะกิดใจให้อิสระทั้งให้สลดสังเวชในการที่ไม่ทำตนให้เหมาะสมแก่เพศของตนและเป็นเครื่องส่งเสริมให้เกิดปิติปราโมทย์ใน มีความแน่ใจว่าได้ประพฤติตนตรงตามร่องรอยที่ทรงชี้ชวนไปแล้วภาคแรกเรียกว่านิกคตหรือคำขนาดส่วนภาคหลังเรียนปักธงหรือคำชี้ชวนนี้ก็โพสต์มี 9 หมวดรวม 128 เรื่องปักคบมี 10 หมวด 212 เรื่องรวมทั้งสองภาคมี 340 เรื่องเป็นเนื้อหนังสือ 438 หน้าซึ่งนับได้ว่าเป็นการเพียงพอแล้วสำหรับที่จะเป็นอุปกรณ์ในการให้ความสะดวกสังเวชและการกระตุ้นเตือนใจคำว่าจากพระโอษฐ์ในที่นี้ก็หมาย อย่างเดียวกันกับที่มีอยู่ในชื่อหนังสือพุทธประวัติจากพระโอษฐ์คือรวบรวมเอามาเฉพาะที่เป็นพุทธภาษิตหรือคำที่ตรัสเองอย่างเดียวนับว่าเป็นข้อความที่ควรได้รับการพินิจพิจารณาด้วยความเอาใจใส่และความเคารพอย่างสูงถ้าผู้อ่านย่อมเห็นได้ด้วยตนเองว่าขุมทรัพย์นี้มีไว้สำหรับบรรพชิตโดยตรงฆราวาสจะได้รับประโยชน์เพียงได้รับความรู้อันสมบูรณ์ในการร่วมมือกับผู้ฝึกขุมทรัพย์อย่างไรเท่านั้นเพราะผู้มีพระภาคเจ้าทรงเป็นห่วงบริษัทประเภทบรรพชิตอย่างมากมายเพียงไรจะเห็นได้จากความมากของพระพุทธภาษิตประเภทนี้ซึ่งมีระบุถึงบรรพชิตโดยตรงประเภทเดียว ทั้งนี้เป็นเพราะการรักษาขุมทรัพย์ของพุทธศาสนาไว้ให้ได้นั้นตกเป็นภาระของบรรพชิตโดยเฉพาะตนเองฆราวาสมีส่วนให้ความสนับสนุนให้เหมาะสมแก่เพศของตนของตนก็นับว่าเพียงพอแต่ทั้งนี้ต้องหมายถึงการไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนผู้แสวงหาขุมทรัพย์อันผิดทางด้วยฉะนั้นจึงต้องมีความรู้ในเรื่องนี้อย่างเพียงพอดุจกันเมื่อบรรพชิตเป็นผู้แจ่วผู้ชายและฆราวาสเป็นผู้ให้กำลังเสบียงในลักษณะที่ถูกทางแล้วขุมทรัพย์นั้นก็อยู่ในลักษณะที่อาจเข้าถึงได้โดยแน่นอนมันก็เป็นเจ้าแน่ใจว่าควรเลือกเก็บพระพุทธภาษิตประเภท ขึ้นทำเป็นหนังสือทำนองจากพระโอษฐ์อีกเล่มหนึ่งแล้วก็ได้เริ่มรวบรวมที่มาของเรื่องประเภทนี้ไว้เรื่อยๆทุกๆคราวที่ผ่านไปตลอดถึงจนให้มีการแปลงในหนังสือพิมพ์พุทธศาสนาพุทธศาสนา LINE ตรีมาศของคณะกรรมการตามโอกาสไปพลางในที่สุดในมอบเรื่องนี้ให้แก่สวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของตำราผู้หนึ่งของคณะกรรมการเป็นผู้สำรวจเพิ่มเติมจากที่ข้าพเจ้าได้เคยสำรวจไว้และให้ยกร่างคำแปลต่อไปทั้งหมดจากที่ข้าพเจ้าได้เคยแปลไว้จนตลอดข้าพเจ้าคงทำหน้าที่เพียงแต่ตรวจแก้และให้คำแนะนำบางประการเท่านั้นฉะนั้นเป็นอันกล่าวได้ว่าหนังสือเล่มนี้ เด็กขึ้นมาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของสวเป็นส่วนใหญ่การทำสารบัญการเก็บคำคำประธานอนุกรมใช้เล่มและการเก็บหมวดธรรมมาจัดลำดับเป็นงานของสวกับเพื่อนบางคนจัดทำกันเองล้วนโดยการอุทิศนั่งพักน้ำแรงอย่างน่าเลื่อมใสโดยไม่ต้องรบกวนข้าพเจ้าแต่ประการใดในนับว่าเป็นบุญคุณแก่กิจการของมูลนิธิอย่างยิ่งผู้ที่ได้รับประโยชน์และความพอใจจากหนังสือเล่มนี้คงจะนึกว่าอนุโมทนาด้วยในความเสียสละของสหายธรรมทานเหล่านี้เป็นอย่างสูงแต่ความยากลำบากอย่างยิ่งอีกอย่างหนึ่งในการจัดทำหนังสือเรื่องนี้ก็คือการให้ชื่อเรื่อง แก่เรื่อง 11 ในหนังสือเหล่านี้และอ่านหนังสือเล่มนี้ตลอดถึงการจัดลำดับเรื่องให้เป็นหมวดหมู่เพื่อสะดวกแก่การศึกษาซึ่งมีลักษณะผิดจากความยุ่งยากที่ได้รับในคราวจัดลำดับเรื่องในหนังสือพุทธประวัติจากพระโอษฐ์อย่างที่จะเทียบกันไม่ได้ความชำนาญในการจัดทำหนังสือเล่มนี้ไม่ช่วยอะไรได้เลยในการจัดทำหนังสือเล่มนี้ฉะนั้นความบกพร่องในข้อนี้เป็นสิ่งที่ต้องมีในการจัดพิมพ์ครั้งแรกนี้อย่างไม่มีทางจะหลีกเลี่ยงเลยคณะสหายธรรมทานผู้จัดทำต้องขออภัยและหวังคำแนะนำของนักศึกษาทั้งหลายเพื่อให้การแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นในการพิมพ์ครั้งต่อไปการทำประธานอนุกรมไทยเล่มหนังสือนี้ผู้ทำได้พยายามทำในลักษณะที่จะให้ความสะดวกแก่ผู้ศึกษา มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ในหมวดอักษร 1 อักษรหนึ่งนั้นได้แบ่งธรรมทั้งหมดออกเป็น 3 พวกคือพวกคำขนาดคำชี้ชวนและศัพท์ธรรมะทั่วไปแต่สำหรับศัพท์ธรรมะทั่วไปนั้นรวบรวมคำไว้ 3 ประเภทคือชื่อบุคคลชื่อสถานที่หรืออื่นๆและชื่อข้อธรรมะหรือวิชาการอื่นๆผู้ที่จะทำการศึกษาหรือใช้ประธานอนุกรมนี้เป็นแบบคนจะได้รับประโยชน์ถึงที่สุดในเมื่อได้คำนึงถึงหลักเกณฑ์แห่งการจัดลำดับคำเหล่านี้ดังกล่าวนี้ก็เป็นการอวยพรไม่อ่านต่อเราจะเห็นได้ว่าหนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นมา อะไรแล้วก็มีจุดมุ่งหมายอะไรนี่เป็นเรื่องของธรรมดาของหนังสือที่ทำแล้วก็เขียนความเห็นหรือคำที่ควรบอกกล่าวอะไรต่อใดเป็นการออกตัวหลายๆอย่างสำหรับการทำหนังสือหรือว่าการชี้ชวนเพื่อการจัดการทำความเข้าใจอะไรบ้างสำหรับผู้อ่านก็พูดธรรมแต่เราก็ได้รู้ถึงความเป็นจริงในนี้อีกหลายอันซึ่งโยงมาถึงอย่างอันแรกเป็นสำคัญเช่นมูลเหตุที่ท่านว่าท่านทำอันนี้เสร็จแล้วแล้วท่านก็เพราะมีเหตุอะไรเป็นใหญ่เหตุที่เป็นใหญ่ก็คือเรื่องที่ท่านบอกว่าเป็นเรื่องที่สะดุดตาด้วยความได้ข้อความซึ่งมันต้องหยุดพิจารณาพิเคราะห์ไปเป็นเรื่องประหลาด เป็นเรื่องแปลกในใจขึ้นมาทีเดียวว่าข้อความที่ไม่เคยคิดว่าพระพุทธพระผู้มีพระภาคเจ้าจะทรงมีพระดำรัสรุนแรงถึงเพียงนั้นทำให้ทางที่จะขนาดและในทางที่จะชี้ชวนท่านใช้คำว่าขนาดอันหนึ่งแล้วก็ชี้ชวนอันหนึ่งซึ่งในที่นี้ก็คงเอาความหมายมาจากคำว่านิคก็หายกับปักถ้าหากชี้ชวนว่าปากกาขนาดว่านิสัยที่จริงมันแปลได้มากกว่านั้นก็แปลกันนี่ก็หาว่าข่มขี่ก็ได้แต่ให้หนักนิดาไอ้คำคมคีย์โครงการข่มขี่หรือ ขนาดหรือว่าการติเตียนก็ได้อย่างในนี้ที่ 8 อยู่นี่ชัดๆอยู่แล้วว่าคนกล่าวคำขนาดข่มขี่นั่นแหละคือคนชี้ขุมทรัพย์หลักมีเป็นต้นส่วนชี้ชวนนั้นก็คือเป็นคำที่เบาชี้ชวนไปทำที่ยกสิ่งดีมามันดึงดูดยกส่วนที่หน้าน่ารักน่าเลื่อมใสมานำแนวทางชี้ชวนเลยว่าปักทหารยกย่องชมเชยชี้ชวนได้สรรเสริญอะไรอย่างนี้ได้มีนัยยะตรงกันข้ามกันสนิทก็หัก อาทิตย์นี้คำชี้ชวนนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรท่านพุทธเจ้าท่านบอกว่าท่านมาถึงตรงที่ว่าทำขนาดหรือว่าคำคมขี่ๆเห็นว่าผู้มีพระภาคเจ้าลำดับรุนแรงถึงเพียงนี้เชียวเหรอคือมันมีมาจริงเป็นหลักฐานแล้วท่านก็ยืนยันซ้ำลงไปอีกว่าคำกล่าวคำขนาดหรือข่มขี่นั่นแหละคือคำที่คือคนที่คิดคนไม่มีบอกพุทธภาษิตที่ว่าเป็นพุทธภาษิตที่ว่าคนกล่าวคำขนาดข่มขี่นั่นแหละคือคนชี้ขุมทรัพย์ละนะเอาประโยคนี้ขึ้นมา 10 ใบที่พูดเมื่อกี้นี้ว่าเรากำลังกระทำงานอยู่ทุกวันนี้เราพูดคำขนาดเราพูดคำคมขี่ข่มขี่หรือยกตน ที่ผู้อื่นซึ่งอาตมาได้พูดแล้วแล้วก็ยอมรับแล้วมาแต่ต้นว่าอาตมาทำงานนี้อาตมามีเจตนาบริสุทธิ์อาตมายอมรับอาตมาเป็นมิตรเคหะวาทีเป็นผู้ที่ใช้วาทะภาษาคำพูดที่ยกตนแปลว่ายกตนข่มท่านหรือว่าข่มขี่ผู้อื่นติเตียนผู้อื่นวันนี้ก็หาแปลว่าติดเตียงแล้วก็ข่มขี่ไปว่าจนเขามายกจนเข้ามาสู่ว่ายกตนข่มท่านก็เอาอาตมายินดีรับเขาจะว่ายกตนข่มท่านก็ยินดีรับไม่เถียงไม่เถียงเพราะว่าเรามีความจริงใจของเราว่าจะ โดนข่มเขาเพื่อเพื่อจะทำให้มีอำนาจเหนือเขาข่มเขาเล่นอะไรต่ออะไรหรือว่าต้องการใหญ่ต้องการโตอันนั้นหรือเปล่าอาตมารับฟังแล้วก็รับมาพิจารณาตนถ้าตนมีกิเลสลามกทำเพื่อที่จะไปข่มขี่เขาเล่นอยากใหญ่อยากมีอำนาจเหนืออยากจะมีสิ่งที่เป็นฤทธิ์เป็นเดชอะไรที่จะได้เอามาใช้เป็นเครื่องกอบโกยเสวยสุขเสวยสบายอะไรหรือเปล่าอาตมาพิจารณาเอามาอ่านเอามาเทียบเคียงเอามาวินิจฉัยแล้วก็พยายามตรวจตนเองเข้า เพลงเพราะความหมายอย่างนั้นอย่างนั้นเราเป็นหรือเปล่าเรามีหรือเปล่าแล้วก็ทำเพื่อการเป็นอย่างนั้นหรือเปล่ากระทำเพื่อที่จะให้ได้อย่างที่มันมันจะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าถ้ายาวมาแก้ไขเอามาตรวจสอบเมื่ออาตมาได้ตรวจสอบแล้วเราไม่ได้เป็นอย่างนั้นเราไม่ได้ลามกเราไม่ได้มีจิตอย่างนั้นเลยนอกจากไม่มีแล้วแม้เป็นคราวๆเรามีอารมณ์อย่างนั้นผสมโยนแม้แต่อย่างอ่อนอย่างละเอียดอย่างสุขุมบางเบาเป็นธุลีส่วนน้อยอย่าว่าแต่ส่วนใหญ่เลยมีแต่ส่วนน้อยอย่างนั้นเรามีหรือเปล่าทุกครั้ง เพลงเรามีกายกรรมวจีกรรมหรือมโนกรรมที่จะติเตียนผู้อื่นที่จะกล่าวคำเป็นมิตรคือคำไปขนาดไปข่มขี่ทำไปติดเรียนผู้อื่นพจน์แปลว่าคำพูดพจนะคำใดพูดคำพูดใดหรือกิริยาใดที่เราจะไปข่มขี่คนอื่นมันคงขี่แสดงบอกว่าข่มขี่ติเตียนมันเป็นเป็นเป็นเป็นเป็นจริงอย่างนั้นเราต้องรู้ว่าลักษณะการติดเซียนลึกข่มขี่อย่างอาตมาเคยติเตียนพระองค์นั้นองค์นี้เรียกว่านักปฏิบัติผู้นั้นคนนี้อย่างนี้เป็นต้นก็ติดเรียนเราก็ต้องรับอันนี้เราติดเตียงแล้วข่มขี่อยู่เรายกเรายกเรายกกว่าเราเรารู้ทุกส่วน ก็เห็นส่วนที่ผิดแล้วเราก็เหมือนกับเราเองเป็นเชิงว่าเรารู้แล้วเราก็เป็นเราจะเป็นจริงหรือเปล่านั้นน่ะอยู่ที่เราแต่ตอนนั้นน่ะความหมายเราหมายว่าอันนี้ถูกอันนี้ผิดพูดผิดเป็นผู้ที่ร่วมกับกรรมนี้การกระทำนี้เราก็บางทีเรากล่าวชื่อผู้นี้ก็เหมือนกับเราไปข่มขี่พวกนี้ติเตียนพรุ่งนี้ส่วนใจเรานั้นน่ะเราไปรังเกียจมันงอนเราไปชังเราไปถือดีมีมานะเราไปเลยก็ลอยใจแม้เราเหนือกว่าเขาดีกว่าเขาแล้วก็ตีปีกพับๆอย่างนั้นอย่างนี้ในใจ มันผยองมันฟูฟองอะไรมากมายหรือเปล่าเราก็จะต้องพยายามรู้ตัวเองให้ได้ตลอดเวลาที่เราเองเรามีกรรมกรรมกิริยาทางกายกรรมเป็นเชิงที่เคหะเป็นเชิงของการข่มขี่หรือผิดเพี้ยนเนี่ยกายกรรมก็ดีติดเกมได้ไกลกันติดเตียงได้วาจาก็ดีแต่จิตของเราคิดนึกถึงเตียงคิดนึกข่มขืนเค้าขึ้นมาหรือคิดนึกว่าถ้าอย่างนี้ไม่ถูกสูงเป็นอย่างนี้แล้วก็นึกว่าในทางสูงเรายกตนไม่ได้ทางสูงเราเห็นดีไม่ได้ทางสูงแล้วและทางนู้นเนี่ยเราไปจำดีจิตใจเราไปเกิดอารมณ์ไม่ชอบอารมณ์ทางอารมณ์รุนแรงที่จะไปฆ่า Bangkok ทำร้ายเขาเป็นการรุนแรงเรามีหรือเปล่าถ้าเราไม่มีเราก็ไม่ได้สะสมสภาวะโทสะโมจิใส่จิตถ้าเรามีเราก็สะสมสภาวะโทสะมลจิตใจจิตโดยไม่ต้องมาปฏิเสธในภาษากรรมกิริยาตัวสภาวะธรรมมันเป็นจริงของจิตถ้าจิตมันมีกรรมนั้นมันก็มีสิ่งนั้นลงไปจริงเราเป็นผู้ขาดทุนแม้แต่ปากแข็งว่าเราไม่มีแต่จิตของเรามันมีอย่างนั้นมันก็ต้องมีการสะสมลงไปปากเป็นเพียงคำแก้ตัวความจริงของจิตที่มันสั่งสมอย่างนั้นลงไปที่จิตมันเป็นตัวจริงแล้วเราจะขาดทุนหรือไม่ขาด ทุนเราจะกำไรหรือไม่กำไรมันอยู่ที่ตัวจริงแห่งกรรมกิริยาของจิตถ้าเรารู้จริงแล้วเราก็ปรับปรุงให้จิตของเราอย่าไปมีสิ่งนั้นได้จริงเราก็เป็นการแก้ไขได้ถ้าเราไม่มีจริงแล้วเราก็พูดตรงกับปากที่เราพูดเราก็บริสุทธิ์บริบูรณ์เราไม่รู้เลยไม่รู้เลยอะไรก็ไม่รู้ปากพูดก็พูดไม่รู้เรื่องถ้ามีหนามหลงผิดด้วยไม่พูดเอาไอ้สิ่งที่เป็นสิ่งถูกด้วยแจ้งเท่านั้นเองไม่มีเรื่องอะไรก็เป็นเรื่องไม่ได้เรื่องเหลวไหลไปการที่จะแสดงสัจจะมันก็แสดงสัจจะทั้งการชมเชยยกย่อง ชวนหรือการติดข่มขี่ขนาก เมื่อคนที่มาตรวจหรือว่าเขาทำไมไปกระทบกระเทียบเขาทำไมไม่กระทบกระเทียบก็ถึงวาระที่จะพูดพูดตรงเลยว่ามันจะกระทบด้วยจิ้มพรวดเลยด้วยล่ะไม่ใช่ไปทำเป็นกระทบกระเทียบผ่าตรงๆไปเลยด้วยนะว่าที่ควรติก็ควรติก็ต้องตีให้ได้โอกาสให้ได้เหมาะสมทั้งบุคคลทั้งฐานะทั้งความเป็นจริงหรือความเป็นไปได้เราก็จะตีไอ้เรื่องชมไม่ต้องไปพูดนักก็ได้เรื่องนั้นชมได้เสมอจำได้มากจำได้บ่อยเพราะมันไม่แรงแต่ที่จริงมันแรงนะคำชมเป็นคำแรงเป็นราคาชมและชื่นใจติดใจชอบใจรักดึงรักดึงใจ ผูกพันถ้าจะว่าแล้วเป็นอย่างนี้ธรรมะแล้วมันเหมือนกันนั่นแหละชมนิติก็เหมือนกันยิ่งชมนี่แหละยิ่งร้ายเกิดราคะใครได้รับคำชมเนี่ยเกิดราคะถ้าผู้นั้นไม่รู้เท่าทันกิเลสและเป็นราคาที่ร้ายด้วยกินนิ่งสนิทดีนักถ้าเราโกรธนี่นะเรายังเมื่อยไวถ้าเรารักนี่สู้ทนไม่ไหวปล่อยไว้เลิกไวเหนื่อยไวแต่ถ้ารักแล้วโอ้โหนานแล้วคุณไม่สลัดออกง่ายๆถ้ารักถ้ามาเชียงรายครับ รถทัวร์สายน่ะมันง่ายเพราะเงินเราจะทำงานอะไรนี่เราได้เจอที่เรียกว่าเราจะพรากเราจะไปเราจะหลุดกันค้นถ้าว่ากันจริงแล้วล่ะก็ในเชิงผลักเนี่ยมันยังเป็นประโยชน์ทางด้านธรรมะจนกว่าราคะราคะเป็นรากเหง้าสุดท้ายเพราะว่าเราจะต้องทำการพรากการผลักไอ้ชัดกว่าอันนี้จะเป็นผลตรงกับการจะไปดูดไว้เพราะงั้นศาสนาจึงนำด้วยการทำให้หลุดทำให้พลาดทำให้ผลักทำให้เบื่อหน่ายมีเชิงช่างปฏิเสธ ไม่มีไม่เป็นไม่ได้มีแนวโน้มไปในทางปฏิเสธมีแนวโน้มไปทางไม่ทางผลัดการสอนธรรมะจึงสอนไปในแนวโน้มชี้ชวนไปในลักษณะอย่างนี้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าไม่เนี่ยจะเป็นจุดที่เรียกว่าเมื่อจบแล้วแล้วเราก็เลยกลายเป็นคนไม่ๆๆปฏิเสธแดงไปเห็นตรงไปไม่ได้เพราะกลางแล้วเราก็รู้ความพอดีในการที่จะยอมรับสภาพเป็นความเป็นจริงที่เรายังเหลือสิ่งที่มีเรายังจะต้องมีสิ่งสมมุติถ้าเป็นพระอรหันต์ปุ๊บเราก็ตายปั๊บท่านจะปรับแล้วท่านจะปล่อยก็จะเลิกเรื่องของท่านเป็นสมเด็จ เข้าไปพระธาตุอาหารที่ไม่ใช่สมศรีพระอรหันต์ผสมสีสีหมายความว่าเป็นพระอรหันต์จิตที่บรรลุอรหัตผลเข้าใจแจ้งแล้วก็ตายทันทีตายหมดลมหายใจทันทีหมดชีวิตชีวาทันทีแต่หมาคำว่าเป็นพระอรหันต์แล้วก็ไม่ได้เสวยความเป็นอรหันต์พอตายปุ๊บก็จบปั๊บเป็นเพราะอรหันต์ที่ไม่ได้เสวยพระอรหันต์เป็นทหารเหมือนกันแต่ไม่ได้เสพปรมังสุขังเลยจิตดวงนั้นเป็นอรหันต์ตายตรงนั้นเลยท่านอธิบายรายละเอียดไปจนกระทั่งว่าสมศรีหมายถึงผู้ที่มันรู้รหัสแต่ผลและจิตและก็ดับไม่ก่อนและไม่รั้งกันคือจิตดวงนั้นแล้วก็ตายดวงนั้น ไม่กอดแล้วไม่หลังกันเอาถึงปานนั้นท่านอธิบายกันสมศรีพระอรหันต์ชนิดหนึ่งชนิดที่เรียกว่ามีสติ๊กเกอร์มีได้ยากมากแต่ด้วยมีใครไม่มีเจตนาจะไปเอาไปทำหรอกคนที่จะไปเอากับวิชาที่ผิดเต็มทีเราก็ไปเฝ้าทหารให้ได้ก่อนตายให้ได้มากๆนี่จะเป็นอาหารในตอนตายทำไมอย่างนี้ก็เป็นพระราชทานให้ได้เมื่อไหร่มันก็สบายนี่พระอะไรมันยอดเยี่ยมก็เป็นได้พอเป็นได้แล้วเราก็ต้องรู้ว่าเราเป็นพระอรหันต์แล้วเมื่อเป็นพระอรหันต์แล้วก็ต้องรู้ความจริงตามความเป็นจริงเรายังอยู่เรามีลูกขันน้ำขันยังมีจิตวิญญาณที่เหลือจะมีทาสรู้ยังมีรูปร่างยังมีความเป็นไปอย่างมีประโยชน์ เดี๋ยวมีประโยชน์มากเป็นคนที่จะเป็นตัวอย่างเป็นคนที่ไม่มีตัวตนเป็นคนที่เข้าใจแล้วซึ่งอัตราต่างๆเป็นคนที่จะทำประโยชน์จะต้องคำนวณคนอื่นจะต้องรู้ว่าเราจะช่วยเหลือคนอื่นได้ด้วยอย่างไรช่วยอย่างนี้แรงไปเธออย่างนี้ไม่เข้ารูปเข้ารอยเขาไม่รับไม่มีประโยชน์จะต้องหาความฉลาดรู้อีกต่อไปท่านจะรู้ว่าคืออะไรแล้วก็จะทำประโยชน์กับคนอื่นรู้จักความมีพระขั้นตอนรู้จักฐานะรู้จักชั้นเชิงอะไรเพิ่มขึ้นและเราก็ทำเพื่อเขาทั้งสิ้นในโลกก็ทำอยู่แต่เป็นผู้ที่จะกระทำอย่างรู้ความมีในโลกมันเป็นความไม่มีรายได้แก่ตัวเองเราเท่านั้นไม่มีคือเรารู้แล้วเราไม่มี ถ้าไม่มีก็ได้ตายเลยเพราะไม่มีสิ่งนี้ก็ได้เช่นเรายังมีรูปขันเรายังมีเนื้อมีกายซึ่งจะต้องเอาอาหารลงไปสังเคราะห์ถ้าไม่สังเคราะห์มันก็จะดึงดูดเอาไขมันเอาเนื้อเอาอะไรอาหารที่สต๊อกอยู่ในร่างกายเรานี่เข้ามาย่อยทำพลังงานมันจะย่อเอามาทีเดียวดูเอามาทีเดียวเท่าที่มันจะทำได้ในร่างกายเราก็รู้มันจะต้องกินอาหารเข้าไปให้เสริมให้มันสังเคราะห์ไปพอสมควรก็กินได้ก็กินไม่ได้ก็ไม่เป็นไรสุดท้ายแล้วไม่ได้ไม่มีใครให้กินหรือว่าหาไม่ได้ไม่มีความสามารถหาพอควรไปดิ้นรนไม่แสวงอะไรจนเดือดร้อนไปพอได้ตามธรรมเนียมตามประมานเช่นเรามีบิณฑบาตร อาศัยบิณฑบาตได้เท่าไรก็กินไม่ได้ก็ไม่กินไม่แปลกประหลาดเราจะไม่แปลกประหลาดใจเราจะไม่ทุกข์ร้อนใจอาจจะเห็นว่าเอออันนี้ไม่เหมือนที่เคยเป็นก็ได้จะเรียกว่าแปลกตรงที่ไม่เหมือนจะเรียกว่าควรตามที่เราเคยเห็นมันควรจะเป็นแต่มันไม่เป็นใช่ไหมมันควรจะได้มันก็ไม่ได้ใช่ไหมก็อาจจะไม่เหมือนเท่านั้นเองแต่ถ้าแกจะไม่เดือดร้อนใจอะไรไม่ได้กินก็ปล่อยไปแล้วมึงไม่ได้กินเข้ามามากธรรมดาธรรมดาเลยมันก็จะต้องร่างกายก็ต้องดูดดึงเอาอันนั้นมาย่อยทำพลังงานไปเพราะเราอยู่เนี่ยมันต้องมีพลังงานเดินเครื่องแล้วก็พร้อมลงพร้อมลงไปแล้วก็ปิดปกติไปไม่เห็นช่างแม่น้ำสายอะไร ปรับปรุงอะไรได้กับปรับปรุงไปแม้ที่สุดมันดูดเอาอะไรต่ออะไรในร่างกายพร้อมแล้วลงไปจนกระทั่งไม่มีเรี่ยวไม่มีแรงโหยไปสุดท้ายก็ไม่มีแรงที่จะกระดุกกระดิกเลยก็ตายก็ตายก็ตายจริงๆตายก็ตายถ้าเราหันก็จะกล้าตายจริงๆแต่มันกลับกันอีกพระอรหันต์จะไม่ได้ตายอย่างงั้นน่ะคนนี่มันมีปัญญามันจะรู้ว่าพระองค์นี้นี่น่านับถือก็ขนาดพระกี่กิโลก็ยังศรัทธาได้คนเรามีส่วนที่เขาเห็นพระอรหันต์มีส่วนที่เห็นเด่นชัดที่จะน่านับถือไม่โลภไม่โกรธมันเป็นตัวจริงคนไม่โลภไม่โกรธทีละคนเขาศรัทธาเลื่อมใสก็ถ้าไม่มีจริงแล้วใครจะมาปล่อยให้พระอรหันต์ตายนอกจากพระอรหันต์จะไปสนิทบุญธรรมอยู่ ทำอีกอ่ะคือมันค้างกันอยู่หมดเลยพระอรหันต์ก็ไม่หลบหนีไปหนีหมดถ้าหมดเขาจะพาทหารของพระพุทธเจ้านะเราจะเข้าไปหลงตัวกับพระอรหันต์เป็นอย่างนั้นมันเป็นของเขาหลงแล้วก็เป็นเดียรถีย์ไปแล้วอีกเรื่องนึงแต่ถ้าหากว่าอาหารที่ตรงกับพระพุทธเจ้าแล้วก็ไม่มุดถ้ำหมดก็อยู่เป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่านตรงตามพระพุทธพจน์ประสานงานนี้เป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่านผมก็ตัดไปอย่างงั้นก็ยืนยันชัดเจนเป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่านอยู่อย่างนั้นมันไม่หลีกหนีมันไม่ขาดหายมันไม่ตกหล่นอะไรมันก็จะดำเนินไปถูกต้องของมันเองระบบเราจึงจะไม่เจอพระอรหันต์ไปตายแบบนั้นแล้วก็อาหารจะไม่มีโอกาสได้ตายแบบนั้นแต่พระอรหันต์ก็จะมีความ ทำอะไรได้บริบูรณ์ตามความสามารถของท่านได้มากได้น้อยเท่าไหร่ก็เท่านั้นเท่านั้นส่วนความทุกข์ส่วนตัวของท่านท่านไม่สงสัยแล้วท่านไม่เดือดร้อนแม้แต่ที่สุดจะตายอย่างที่ว่าจะต้องได้รับอะไรมันเป็นไปโดยไม่เป็นไปดังคาดคิดทำอะไรไม่ใช่ทหารเราทุกคนน่ะพระอรหันต์จะมีความคาดคิดมีความคาดคิดคือสิ่งที่ยังไม่มาถึงแต่เราก็มีอนังคโณหมายความรู้ที่มันรู้ตามผลที่คำนวณหรือตามผลที่เราสามารถที่จะคะเนได้เป็นอนาคตที่ยังมาไม่ถึงขนาดประกอบไปด้วยญาณที่ยังมา คือมันรู้ว่าจะคำนวณข้างหน้าที่ยังไม่เกิดพอได้เมื่อคืนนี้ได้ทุกคนอย่าว่าแต่พระอรหันต์และคนธรรมดาและคดีได้คะแนนเอาที่เรารู้มาแล้วคดีได้ทั้งนั้นแหละทีนี้เมื่อคะแนนไว้แล้วพอเวลาประสบการณ์ที่เกิดจริงมันกลับไม่เป็นไปตามที่คนเลวไว้หรือที่คำนวณไว้หรือที่คาดคิดไว้มันเกิดอย่างนี้ท่านก็จะเป็นตามคาดจะบอกว่าแปลกใจก็ตรงที่ว่าไม่ตรงตามคดีตามฆ่าเออมันไม่เป็นอย่างนั้นแหละมันก็เท่านั้นมันก็มีเท่านั้นมันก็ไม่มีอะไรมากมายแล้วมันก็ไม่ได้แต่ปราบตื่นเต้นเป็นอะไร มากมายเท่ากับว่าเออนี่มันไม่เหมือนต่างกันเองมันจะมีเหตุอะไรผลอะไรประกอบมีปัจจัยอะไรที่มันไม่ตรงไม่งั้นไม่เป็นไปตามที่เราเราคะแนนเพราะว่าถ้ามีเหตุอย่างนี้ปัจจัยอย่างนี้มันก็ควรจะได้ผลอย่างนี้มีอะไรต่ออะไรทีนี้พอมันไม่ได้มันเป็นอะไรมันเพราะอะไรมันขาดอะไรมันเกินอะไรก็หาตัวปัจจัยตัวเองที่ผสมทหารอันนี้เราขาดไม่ถึงเราเองเราตกหล่นเหตุนี้ตกปัจจัยนี้ก็จะได้ความรู้เพิ่มขึ้นก็จะได้ความรู้เพราะทุกอย่างมันมีมาจากเหตุทุกอย่างมีปัจจัยถ้าไม่มีเหตุไม่มีปัจจัยมันจะเกิดอยู่ดีๆโผล่ออกมาไม่ได้ทำยืนยัน แล้วพระเจ้ายืนยันเลยจะเป็น 4 ก็ต้องมีอะไรบวกขึ้นกันขึ้นมาเป็นสีถ้าไม่ 2 + 2 ก็ต้อง 1 + 1 + 1 + 1 + 1 + 1 = 8 + 0 อีก 100 ตัวก็ตามมันก็เป็น 4 อะไรงี้ก็แล้วแต่มันต้องมีปัจจัยมันต้องมีเหตุอยู่ดีๆยังไม่มีอะไรโผล่ขึ้นมาเองไม่ได้หรอกไม่ได้แต่เล็กละเอียดขนาดไหนก็ต้องมีสิ่งที่เล็กละเอียดที่สุดที่เราเองไม่สามารถรู้ไม่สามารถเห็นไม่สามารถสัมผัสได้เข้ามาประกอบถ้าไม่มีข้อมูลอย่างนี้มันก็ต้องออกมาคำนวณเป็นอย่างนี้มันก็ต้องเป็นอย่างนี้ทำอย่างนั้นเราต้องคำนวณผิดบวกลบคูณหารผิดเท่านั้นเองมันเป็นเรื่องจริงครับยืนยันธรรมะของท่านเลยว่าทำทุกอย่างเกิดมาแต่เหตุทุกสิ่งทุกอย่างที่จะส่งขึ้นเกิดขึ้นเป็นอยู่มี แม้แต่จะทำให้ไม่มีก็มาจากเหตุเรามาทำทุกอย่างให้จิตของเราเนี่ยไม่มีความหวั่นไหวโลกไม่มีความหลงโลกไม่เป็นทาสโลกไม่กลัวความตายไม่กลัวความเกิดอยู่เหนือความเกิดความตายเราไม่ง้อโลกที่โลกก็ทุกข์เราไม่ทุกข์ก็โลกเขาที่เรามาฝึกตนมาเรียนรู้อยู่ทุกวันนี้ก็มีเหตุมีผลเอาจากเหตุจากผลทั้งสิ้นนี้มาจากเหตุเอามาจากเหตุและก็พยายามรู้เหตุแล้วก็ผสมส่วนแล้วก็ทำตนให้อยู่เหนือให้รู้เท่าทันทุกอย่างที่เป็นไปมีมาอย่างนั้นเพราะผมทรัพย์จากพระโอษฐ์เนี่ยที่จะเน้นให้ฟังจุดแรกจาก ก็ตรงที่ว่าเราทำอยู่นี้เรามีคำขนาดข่มขี่อยู่มากเราทำผิดพระพุทธเจ้าหรือเราก็จะเห็นได้ว่ามันไม่ผิดหรอกที่จะต้องข่มขี่ที่จะต้องขนาดที่จะต้องเปลี่ยนก็ต้องติเตียนต้องข่มขี่แต่ก็เข้าใจสัจจะให้ได้ว่าเราทำโดยเฉพาะที่จิตใจของเราบอกไปแล้วอธิบายแล้วว่าเราไปติดเตียงก็ดีเราไปข่มขี่ใครก็ดีลามกที่ตัวเราหรือเปล่าเรายังจิตใจอวดหยิบขวดดีเกินไปหลงฟูฟ่องยกตัวยกตนลงใหญ่หลงโตหลงอำนาจของเราเองเกินไปหรือเปล่าหรือว่าเจตนาที่ 7 เตรียมเพื่อให้เขารู้สึก ปล่อยเขาเห็นปล่อยเขาเข้าใจเพื่อให้สิ่งนี้มันกระจอกกระจายเพื่อให้สิ่งนี้มันตรงบอกตรงๆได้ติดตรงๆได้ติถ้าคนนี้สมควรแล้วเราได้ประมาณแล้วอ่ะคนนิติตรงๆได้วันนี้ปิดตรงๆยังไม่ได้สติยังไม่ตรงให้มีปริญญาทางอ้อมไม่มีทางที่จะดำเนินคดีต้องห่างห่างคนนิติต้องเบาก่อนแรงยังไม่ได้คนนี้ยกไว้อย่าไปติดเลยเราก็มีทั้งนั้นเราต้องเข้าใจโอกาสอันควรกาละและบุคคลทุกอย่างมันต้องเข้าใจจริงๆแล้วเราก็ทำไปถึงจะบอกว่าไม่ได้อันนั้นเป็นการออกตัวหรือเป็นการปัด เด็กไทยไม่ให้คนอื่นติดคนนั้นแหละไม่มีทางเจริญมีมานะแรงมีสักกายะอันจะเข้าไปอริยะไม่ได้ไม่คนอื่นสิมีอย่างไรไม่ให้คนอื่นติดคนบริบูรณ์แล้วพระพุทธเจ้าท่านยังไม่ห้ามว่าจะมาจีบเรานะถ้าไม่ห้ามไม่เคยห้ามพระพุทธเจ้าไม่เคยห้ามตีนเราไม่ได้นะแต่การติดเกมเป็นพระพุทธเจ้านั้นน่ะพระพุทธเจ้ามีข้อผิดข้อตำหนิน้อยใครจะไปติดพระพุทธเจ้าแล้วก็มันเสี่ยงต่อบาปปกติท่านถูกเนี่ยเป็นส่วนใหญ่ถ้าเราจะไปตีเรารู้รอบแล้วเหรอว่ามันติดได้ควรติ อย่าไปเสี่ยงดีกว่าถ้าตีผิดแล้วมันบาปปกติพระอริยะก็เหมือนกันพระอริยะชั้นสูงปิติท่านเราเองรู้ดีเท่าทันหรือเราเข้าใจลึกซึ้งแล้วหรือไปติดตั้งพระพุทธเจ้าท่านก็บอกว่าการปิดอริยะนี่ตกนรกอิติปิบาทสมเด็จพระอริยะตกนรกกิตติคุณว

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน