210416-04 ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ ตอน04-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ014.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอาทิตย์ที่ 16 เมษายนพุทธศักราช 2521 เราจะหนีไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาทำวัดกันต่อเมื่อวานนี้เราได้เริ่มต้นสูตรที่กล่าวถึงภิกษุที่ทำตัวเหมือนโจรโดยได้เริ่มต้นรู้ตลอดสูตรไปโดยคร่าวๆตามเนื้อภาษาตื้นแล้วแล้วก็ได้เริ่มอธิบายให้มันสำคัญให้มันขยายกันซึ่งเป็นนัยยะเป็นวินัยยากเป็นนัยยะอันลึกซึ้ง บอกแล้วว่ามันสุขุมมันลึกซึ้งอยู่ที่เราเทียบอุทาหรณ์ถึงว่ามหาโจรที่หมายถึงมหาโจรอย่างรกโลกที่ได้อาศัยที่ซ่องสุมแล้วก็กระทำโจรกรรมจะทำกรรมชั่วอยู่เปรียบเทียบกับภิกษุที่ได้อาศัยที่ซ่องสุมก็เหมือนกับภิกษุหรือสมรรถนะที่ได้อาศัยช่องสมกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมอยู่คำว่ากายกรรมก็ประกอบไปด้วยทั้งวัตถุและกรรมกิริยาอาการของตัวเองที่คดโกงทุจริตกายกรรมก็ดีไม่ดีกรรมก็ดี กรรมก็ดีที่คดโกงสิ่งที่คดโกงนั่นแหละเป็นที่ซ่องสุมเป็นที่ซ่องสุมของภิกษุซึ่งเมื่อเทียบกับอุทาหรณ์ข้อที่ 1 มหาโจรได้อาศัยแม่น้ำเกาะแก่งหุบเหวภูเขาเป็นที่ซ่อมสูงเป็นรูปจากชัดๆอย่างนั้นฉันใดภิกษุก็อาศัยกายกรรมที่คดโกงวจีกรรมที่คดโกงและมีมโนกรรมนั่นแหละคดโกงเป็นที่ 2 ชั้นเดียวกันและยกตัวอย่างในหลักที่ว่าภิกษุผู้เป็นไปเพื่อความเสื่อม ศาสนาได้เสื่อมลงลึกภิกษุได้เสื่อมลงจากอัมพรมาให้ฟังว่าเริ่มต้นตั้งแต่พระออกไปแสวงหาอาจารย์โดยการไปเข้าป่าเข้าไปในภูเขาในถ้ำในเหวในป่าเสร็จแล้วก็ไปอาศัยป่ารกไปอาศัยป่าใหญ่แต่ปรารภป่าใหญ่นี้อยู่ในข้อที่ 2 ที่เป็นอุทาหรณ์ที่ว่ามหาโจรได้อาศัยที่กำบังข้อที่ 1 นะว่าอาศัยที่ซ่องสูงต้องสมเนี่ยที่จริงอยากถ้าบอกว่าพระภิกษุอาศัยกายกรรมวจีกรรมม ตำคดโกงหยาบถ้าโดนโกงในสภาพอย่างนั้นล่ะอยากเป็นคำรวมเป็นคำใหญ่คดโกงอย่างไรก็ตามหยาบหมดจึงหมายถึงอย่างนี้ว่าเป็นที่ซ่องเสมือนเป็นเกาะแก่งตัดตอนไปเป็นแม
อ่านต่อ
่น้ำเป็นห่วงน้ำเป็นหุบเหวเป็นภูเขาเหมือนที่รอบที่รักเหมือนที่กำบังเหมือนที่อะไรนี่ที่จะใช้เป็นที่อาศัยเนี่ยเป็นที่ที่จัดเป็นสัตว์เป็นส่วนมันเป็นยาทางโลกแต่ภาษาทางธรรมที่หมายเอาเหล้ากายกรรมวจีกรรมมโนกรรมครอบจักรวาลเลย หยาบเหลือเกินคือใหญ่เหลือเกินแต่ไม่มีตัวตนไม่เป็นตัวตนทีนี้พอมาถึงข้อ 2 มาหาโจรมีที่กำบังท่านเปรียบเทียบเหมือนกับมหาโจรได้อาศัยพงหญ้าได้อาศัยป่ารกและอาศัยเนินดินและอาศัยราวป่าใหญ่มหาโจรทีนี้ถ้าเป็นพระภิกษุที่อาศัยที่กำบังเป็นอย่างไรภิกษุลามกเป็นคนมีมิจฉาทิฐิประกอบด้วยทิฐิอันแล่นดิ่งไปจับเอาปลายสุดตรงแห่งความเห็นทั้งปวงมีหลายเด็กกว่าภิกษุได้อาศัยที่กำบังคือภิกษุที่เขา โดยไม่รู้มิจฉาทิฏฐิคือเข้าใจผิดกลับกันเห็นถูกเป็นผิดเห็นผิดเป็นถูกเอาทีนี้จะขยายหยาบออกไปเกี่ยวข้องกันกับข้อที่ 1 ด้วยไปถึงขั้นที่ว่าใหญ่ถ้ากายกรรมใหญ่ๆภิกษุเดี๋ยวนี้ที่อาศัยที่กำบังจะอธิบายมาถึงอุทาหรณ์ข้อที่ 2 ว่ามหาโจรอาศัยที่กำบังวันนี้อาจจะอธิบายทีนี้ไม่ได้ทำอยู่เป็นผู้ที่อาศัยราวป่า เนี่ยจะเข้าสูตรที่ไอ้นั่นยาวกว่าแล้วนะไปเข้าหุบเขาไปเข้าอะไรต่ออะไรมันต้องออกมากินนั่นแหละมันก็ใช้ราวป่ามันกว้างหุบเหวจะไปอยู่ในป่าในเหวในถ้ำโดยไม่อาศัยราวป่าไม่มีหรอกมันหยาบกว่าข้อที่ 1 ข้อที่ 2 นี่หยาบเหมือนกันแต่ซ้อนสภาพซ้อนผู้ที่เข้าป่าอาศัยผลไม้หล่นแล้วก็รออาจารย์นี่เป็นความหมายสั้นๆของพระพุทธศาสนาถือว่าเป็นความเสื่อมของศาสนาแล้วประการที่ 1 นี่เป็นถ้าเป็นผู้ที่มีปัญญาอย่างลึกซึ้งในพุทธธรรมแล้วจะเห็นชัดเจนว่าศาสนาพุทธ มีนโยบายให้พระไปเป็นฤาษีในป่าที่จริงเราฟังแล้วเอ๊ะทำไมเราก็ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบถ้าเป็นพระธุดงค์จะเข้าดงเข้าป่าแล้วก็ทั้งการปฏิบัติดีเนี่ยไม่ได้ไปรากไม้ภาคอะไรมีวินัยดีนะเก็บผลไม้หล่นกินแล้วจะบำเพ็ญรออาจารย์หรือว่าพยายามแสวงหาอาจารย์อยู่ก็น่าจะเป็นผู้ที่น่าเคารพนับถือทำไมว่าเป็นการกระทำที่ทำให้ศาสนาเสื่อมและพุทธศาสนาเริ่มเสื่อมเบื้องหลังการกระทำเพียงเท่านี้แต่พฤติกรรมของพระเป็นอย่างนี้แล้วเสื่อมแล้วมันน่าสงสัยถ้าผู้ที่ไม่มีภูมิปัญญาจะเห็น เป็นยังไงพระที่ปฏิบัติอย่างนี้ก็ยังหายากจะตายเพื่อที่จะออกป่าออกเขาออกถ้ำแล้วก็เก็บผลไม้หล่นกินแล้วก็แสวงหาบำเพ็ญใหม่ประพฤติอะไรหยาบคายกว่านี้โดยแท้จริงแล้วถ้าเข้าใจลึกซึ้งเป็นจุดที่เริ่มเสื่อมจริงๆเพราะศาสนาพุทธไม่ใช่ฤาษีขี่ไปพระพุทธเจ้าต่อต้านเป็นสีคือใครระบบพระพุทธเจ้าเป็นไปเพื่อปวงชนทั้งหลายเป็นศาสนาที่เป็นประโยชน์ให้แก่โลกไม่ใช่ศาสนาทำคนสูญเปล่าหรือทำคนทิ้งไร้ค่าไม่ใช่เพราะฉะนั้นแม้แต่บุคคลที่จะสอนเป็นระดับต้นให้เป็นพระโสดาบัน แล้วก็ไม่ได้สอนให้ออกป่าไม่มีคำสอนใดเลยที่สอนให้ผู้ปฏิบัติธรรมเป็นโสดาคุณเป็นสันติธรรมมีคุณเดินออกมาผู้ที่มีจิตถึงอนาคามีรองพลาดอยู่ป่าแล้วจะรู้ว่าเราเองนี่หลงโลกหลงวัตถุโลกไหมห่วงหาอาวรณ์มั้ยธนาคารมีคือพลาดจากบ้านพรากจากเรือนพูดทิ้งบ้านทิ้งเรือนได้ไหมเป็นอย่างนั้นนะเพราะพวกที่จะไปออกป่านี้ก็ต้องทดสอบโดยที่เราต้องรู้ตั้งแต่หยาบตั้งแต่โลกก็ปรุงอย่างที่เราได้อธิบายมาแล้วถ้ายังหลงลาภยศสรรเสริญหลงรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสหลงในที่ไม่รู้เรื่องอยู่แล้วๆโดยไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่น่าทุกทีไม่ เกี่ยวข้องน่าจะระแวงเราไว้หน้าจะระวังให้ตัวเองให้ดีแต่ไม่เข้าใจกลายเป็นมิจฉาทิฐิถ้าเราตั้งใจดีๆเพราะงั้นพระที่อยู่ในบ้านที่มีมิจฉาทิฐิฟังดีๆนะไม่ใช่คนเดินออกป่านะแต่อยู่ในบ้านแต่เขาอยู่เหมือนกับอยู่ในป่ารกมนุษย์ถาวรข้อที่ 2 เหมือนกับมหาโจรที่อาศัยผงหญ้าเหมือนอาศัยเหมือนกับมหาโจรที่อาศัยป่ารกเหมือนกับหมามหาโจรที่อาศัยเนินดินเหมือนมหาโจรที่อาศัยลาวฝ่ายใหญ่พระที่มีมิจฉาทิฐินั้นมากเท่าใดก็คือป่าที่ใหญ่เท่านั้น พระที่มีมิจฉาทิฏฐิอย่างยึดมั่นถือมั่นหลงผิดจริงๆมากเท่าใดยิ่งเป็นผู้ที่มีเนินดินกำบังมีราวป่าใหญ่ที่ตนเองหลงอยู่ในราวป่านั้นมีพุงหญ้ามีป่ารกหุ้มตัวอยู่อย่างแท้จริงไม่ต้องไปเอาตัวบุคคลตัวตนไม่เอาต้องเอาดินเอาหญ้าแทนเอาแต่เพียงแค่ความหมายนี่ก็พยายามทำความเข้าใจให้ทิ้งไว้นี่แหละคือสัจธรรมวันพระที่มีมิจฉาทิฐิอยู่ในบ้านไม่ต้องไปพระเดินออกป่าหรอกและมีเยอะด้วยถ้าเดินออกป่านั้นไม่มากหรอกถ้าอยู่ในบ้านนี่แหละเยอะแต่ทีนี้จะอธิบายข้อต่อๆไปอีกขออภัยยิ่งต่อให้ ความเสื่อมของศาสนาแค่ข้อ 1 แล้วก็ยกตัวอย่างให้ฟังแล้วว่ามันน่าจะดีท่านก็ยังว่าไม่ดีทีนี้ยาวกว่านั้นออกป่าถือเสียงถือตะกร้าไปแสวงหาอาจารย์นี่ถึงขั้นที่นักบวชที่ขุดแล้วที่ตัดขนดินฟันยากปลูกผักปลูกหญ้ากินแล้วถือตะกร้าเก็บคืนเก็บผลไม้แล้วถ้าอย่างนี้แล้วก็เสื่อมเป็นข้อที่ 2 เสื่อมต่ำกว่าข้อที่ 1 ศาสนาเดี๋ยวนี้ก็มีตัวอย่างจากนั้นและพระที่ออกป่าออกทำถ้าไม่มีสีนั้นแท้จริงแล้วก็ที่มักจะอดอยากมาก็ถ้าเผื่อว่ายิ่งไม่เข้าใจใหญ่นะ ป่านนี้ห่างไกลผู้ห่างไกลคนบิณฑบาตไม่ได้กดมาก็ต้องเจ็บต้องกินไปละเมิดศีลไปถ้าเผื่อว่าผู้ที่เข้าใจดีว่าพระพุทธเจ้าไม่หมายเอาถึงขนาดนั้นถ้าจะไปออกป่าแล้วก็จะต้องไม่ให้ห่างไกลผู้คนที่จะต้องมาบิณฑบาตได้ในญาณระยะประมาณถ้าพูดกันภาษาสมัยนี้ก็ไม่เกิน 2 กิโลอะไรอย่างนี้เพื่อที่จะมาบิณฑบาตได้สะดวกพอสมควรเราจะหนีให้ไกลนิดไม่พูดให้คนเจออะไรเงี้ยยิ่งเป็นพระที่แก่กล้าไปอยู่กับเสือกับลิงข้างอะไรอย่างงั้นไม่ใช่แต่ว่าห่างไปพอสมควรให้มันสงบสงบพอจะพิจารณาทำพอจะรู้ว่ามันไกลพอสมควรถ้าเราจิตใจมันจะออกมามันก็จะพอจับได้พอจะอ่านผิดอ่านใจได้ แต่นี่มันเลยเถิดเป็นฤาษีชีไพรก็ถึงขนาดเข้าป่าแล้วก็ไม่ง้อใครล่ะมีเสียงมีพร้ามีตะกร้ากระบุงอะไรอยู่ในป่าเลยก็เป็นคนป่าไปแล้วก็เสื่อมมากถ้าเป็นในด้านนี้ได้อะไรจะมาซื้ออาทิตย์นี้อธิบายได้คำว่าวานซืนข้อต่อมาเป็นข้อที่ 3 ก็คือภิกษุเริ่มปลูกเรือนไฟอาศัยเลี้ยงชีวิตและก็แสวงหาอาจารย์อยู่ในเรือนฝ่ายนั้นคำว่าเรือนไฟเนี่ยก็คือสถานที่ตั้งขึ้นเพื่อที่จะให้มาบูชายันต์ยันต์พิธีทำยันต์พิธีต่างๆ แล้วอาศัยจันทร์พิธีเลี้ยงชีวิตเราระลึกถึงพวกศาลเจ้าทั้งหลายแหล่จะเข้าใจได้ง่ายโดยศาลเจ้านั่นแหละคือเรือนไฟซำปอกงที่เฝ้าอยู่ในเรือนไฟนั่นแหละคือผู้ที่อาศัยอย่างนั้นโดยโง่ยิ่งขึ้นเขาไม่ได้แสวงทำอะไรอาศัยกินฉันใดพระภิกษุที่มีเรือนไฟเช่นเริ่มต้นมีโบสถ์มีพระพุทธรูปมีคาถาธูปมีที่บูชาดอกไม้ธูปเทียนนั่นคือเรือนฝ่ายบวชทุกวันนี้คือเรือนไฟเบอร์นี่แหละคือเรือนที่จะให้คนเข้ามาอาศัยอ้อนวอนบูชาทำยันต์พิธี เพื่อที่จะอ้อนวอนเทพเจ้าศาสนาพระพุทธเจ้าเป็นศาสนาที่ค้านต่อเทวนิยมฐานประเภทพระเจ้าเป็นศาสนาที่ไม่เชื่อเทวะเป็นศาสนาที่เชื่อกรรมเกิดการกระทำดีการกระทำชั่วเป็นศาสนาที่ล้มล้างความเข้าใจอย่างเก่าความเข้าใจเทวะแล้วก็อ้อนวอนเธอว่าเพราะฉะนั้นเรือนไฟที่จะมาทำเป็นสถานที่ที่จะให้มนุษย์เข้ามาใช้ได้อ้อนวอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คนติดเยอะและพระใดที่มีมิจฉาทิฐิเริ่มต้นตั้งแต่จะหาทางให้คนมาอ้อนวอนเพื่อ อาศัยอันนั้นยังชีพเข้าป่าเก็บผลไม้หล่นก็คือหมายถึงการยังชีพมีเสียมีตะกร้าเข้าป่าบำเพ็ญแสวงหาอาจารย์ก็หมายถึงการอย่างที่ปลูกเรือนไฟเพื่ออาศัยยังอยู่แสวงหาอาจารย์ก็หมายถึงการยังชีพสอนผู้ใดที่ยังอาศัยโบสถ์อาศัยวิหารอาศัยสถานที่ที่จะให้คนเข้ามาทำบุญด้วยวิธีการให้เขามาอ้อนวอนอย่างนั้นเรียกว่าเรือนฝ่ายพระเหรียญเป็นสำคัญมีพระประธานมีดอกไม้ธูปเทียนบูชามีที่ที่มาอ้อนวอนกราบเคารพพระอย่างนั้นแหละคือพระที่ มีมิจฉาทิฐิเป็นภิกษุที่มีมิจฉาทิฐิแล้วการตู่ชาวอโศกที่ถูกตัวไม่มีโบสถ์แน่นอนแสดงถึงความเสี่ยงของศาสนาอย่างสูงสุดเพราะทั้งพระพุทธศาสนิกชนเขาเข้าใจที่ว่าเรียนฝ่ายนั้นคือเครื่องหมายของศาสนาพุทธแล้วโดยแท้จริงเรือนไทยไม่ใช่ศาสนาพุทธบทสวดอธิบายมาหลายครั้งหลายคราวอธิบายมาจนละเอียดละออก็หมายถึงอะไรมีความหมายถึงการที่จะทำให้ตนเองในสำรองรักษากิเลสตัณหา ออกมาได้กรรมวิธีด้วยอะไรต่ออะไรตั้งเยอะแยะหลายอย่างแต่เดี๋ยวนี้เน้นเข้ามาหาเรือนไฟคำว่าโบสถ์หรืออุโบสถไม้ก็มาหาเรือนไฟอุโบสถทุกวันนี้จึงเป็นเรือนไฟแท้ๆเริ่มขึ้นก็จะต้องให้เทวะมีรูปเทวะคือพระพุทธเจ้ารูปพระพุทธรูปต้องมีพระประธานคำว่าพระประธานจะเพียงพอแท้จริงคือเทวรูปที่จะให้คนมากราบอ้อนวอนพร้อมกันนั้นก็จะมีเครื่องมือปราบอ้อนวอนอย่างสมัยเดิมมีการบูชาด้วยไฟมีการใช้ธูปใช้ควันมีการใช้แสงใช้เทียนใช้น้ำมันใช้ดอกไม้ เป็นสิ่งสังเวยเป็นสิ่งที่ประกอบในการที่จะกระทำยันต์พิธีหรือทำพิธีอย่างย่ออย่างสั้นจนกระทั่งทำการยันพิธีอย่างมากมีการสวดการร้องการเปล่งอะไรทำพิธีอย่างโบราณโบราณยังศาสนาเก่าๆแล้วมันก็ได้กลับหมุนเวียนกลับมาสู่จุดเดิมอีกแล้วเสื่อมต่ำลงยึดถือเรือนไปเป็นเอกเพราะฉะนั้นยิ่งความเสื่อมชั้นข้อที่ 4 เจตนาปลุกเรือนไฟให้มีทั้ง 4 มุกหมายความว่าท้องใหญ่โตหรูหราชี้ชวนชักชวนได้ทีเดียวให้มีสีมุกรับได้ทุกทิศให้อยู่ในทาง 4 แพร นั่นหมายความว่าต้องการอยู่อย่างหรูหราต้องการอยู่อย่างร่ำรวยต้องการอยู่อย่างที่จะล่าเหยื่อล่าสัตว์เลยทีเดียวปลูกเรือนไปให้ใหญ่โตให้มีทางเข้าทางรับ 4 มุกนี่หมายความว่าทั้งสวยทั้งงามสร้างเรือนสีมุขนี้มันต้องสวยทั้งงามทั้งมีทวารมีประตูรับทั้ง 4 ด้านสีมุกก็มีประตู 4 ด้านอยู่ในทาง 4 แพร่งตอนคนทั้ง 4 ทิศเลยได้รับคนอยู่จอแจให้อยู่ในที่ชุมนุมไม่อยู่ในที่เหมือนร้านค้าได้มากเท่าใดนั่นแหละยิ่งพอใจเท่านั้นแสดงถึงพระที่โลกจัด ส้มตำเป็นข้อสุดท้ายแย่ที่สุดเร็วที่สุดแล้วและเดี๋ยวนี้ก็มีชัดเจนสร้างเรือนไปโออาร์ใหญ่โตทำอวดทำอ้างเรียกผู้เรียกคนเป็นนโยบายทางจิตวิทยาที่จะหลอกล่อให้คนมาทำบุญทำทานมาทำยันพิธีมาทำอะไรก็แล้วแต่ที่ตัวจะอาศัยอยู่อาศัยกินคำว่าแสวงหาอาจารย์หายหมดแล้วผู้ปลูกเรือนไฟเพื่อแสวงหาอาจารย์นั้นไม่มีแต่ปลูกโดยฝ่ายเพื่อล่าพุทธศาสนิกชนให้เข้ามาทำบุญคำว่าบุญก็คือทานที่ตัวเองจะเป็นผู้รับทานเท่านั้นคำว่าแสวงหาอาจารย์ไม่มีแม้จะดูถูกแต่เป็นสัจจะ ไปสัจจะเป็นมิจฉาทิฐิอย่างร้ายกาจอาศัยที่กำบังยิ่งกว่าที่กำบังทั้งคำว่าซ่องสุมและกำลังสองคำเลยทั้งคำว่าซ่องสุมและกำบังทั้งสองคำเลยยิ่งกว่ามหาโจรไม่ใช่อย่างเดียวทำกำแพงรอบล้อมนี่มันก็นัยยะเดียวกันกับสร้างหุบเหวอยู่ในเกาะแก่งเกาะแก่งก็คือมีน้ำล้อมรอบอยู่กับสวนสัตว์ของตัวเองสร้างกำแพงแก้วล้อมรอบอยู่ในเขตขอบของฉันเป็นเจ้าข้าวเจ้าของโรงเรียนเจ้าของวังทำอะไรขึ้นเพื่ออะไรเพื่อตัวเองจะเสพสุขนะจะปิดบัง กมลามุกต่างๆความคดโกงของตัวเองความที่จะเหมือนอย่างชาวโลกที่จะเสพสุขเสพโลกีย์อสูรของหน้าอายมันจะต้องปกปิดซ่อนเร้นบางเพราะฉะนั้นอะไรที่เป็นทุจริตที่เขาจะเสพสุขเขาก็จะต้องสั่งบังอยู่ยิ่งเป็นพระมีกฎมีเกณฑ์มีศีลมีวินัยจะทำให้เหมือนอย่างฆราวาสไม่ได้ก็ต้องทำอย่างที่ท่านทำให้หลับตาคนเมื่อมีมิจฉาทิฐิก็ทำต่อหน้าเช่นยกตัวอย่างง่ายๆอย่างพระกินเหล้ามันผิดศีลผิดวินัยแล้วต้องหลบเลี่ยงซ่อนเร้นกินเพราะเป็นสิ่งเสพติดชนิดพระ ทำถ้าเผื่อว่าผู้ใดมีกิเลสลามกมากก็ไม่อายแล้วไม่เป็นไรกินเหล้ากินต่อหน้าคนเรียกในภาษาหยาบหยาบก็ว่าหน้าด้านไม่อายไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกป้าจิตตีแค่นั้นน่ะกินเหล้าเดี๋ยวไปปลงอาบัติก็หายลามกเลยมันลามกสุดลามกถ้าพระที่มีปัญญาสูงขึ้นไปแม้แต่กินหมากแม้แต่สูบบุหรี่ซึ่งเป็นสิ่งเสพติดเขาก็จะไม่กินถ้าจะกินก็จะฟังอย่างนี้เป็นต้นมีสูงขึ้นมาจึงแสบติดที่มันมีอาทิตย์สีอาทิตย์ปัญญาขึ้นมาจะสูบบุหรี่ก็ไม่สูบแล้วต่อหน้าคนตายแล้วก็เข้าห้องเข้า เข้าในเวียงในวังของตนสูบเต็มที่หรือว่าเสพเต็มที่มันก็ได้อยากมีเป็นต้นเพราะอะไรก็ตามที่จะเป็นโลกียสุขของตนเราทำแล้วก็น่าอายฉันเอาแต่กินเอาแต่นอนก็สุขตามประสาโลกียสุขที่เราติดถ้าอยู่ที่กุดของเราเอากินนอนกินนอนอยู่ในกฎของเราไม่ต้องวุ่นวายอะไรมีคนมาทำบุญก็มีอาหารหวานคาวมีของใช้ของกินมีปัจจัยที่เลี้ยงชีวิตก็กินก็นอนอยู่ในจุดมันก็เป็นเหมือนเกาะแก่งเหมือนกับที่กำบังเหมือนกับที่ซ่องสุมลบเลือนซ่องสูงและกำบังไว้นี่แหละเหมือนจะอยู่ในผงหญ้าป่ารกอยู่ในเนินดินหรืออยู่ในราวป่าใหญ่ อธิบายตรงๆออกป่าใหญ่มันก็ไม่ยากอะไรพวกคุณก็ฟังอ่านแล้วก็เข้าใจว่าตัวเองไม่ยากก็ได้จะอธิบายถึงความสัมพันธ์ถึงความที่ขยายลึกซึ้งซับซ้อนลึกซึ้งซับซ้อนมากเพราะนี่จะต้องเข้าใจจริงมันจึงจะเห็นว่ามันเป็นความเสื่อมศาสนาทุกวันนี้พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ไม่ใช่โมเมเลยมันเสื่อมจนไม่รู้จะเสื่อมยังไงแล้วนี่ไม่ใช่ยั่วๆคุณไปโกรธเค้านะถึงแม้คุณจะเห็นความเสื่อมอยู่อย่างไรคุณก็จะต้องไม่มีสิทธิ์จะไปโกรธใครใครทำความเสื่อมบาปเป็นของเขาบุญเป็นของเขาคุณก็โกรธเค้าก็ไปมองเพ่งโทษผู้ที่เขาทำเสื่อมนั้นคุณเองบาปใจคุณนั่นแหละบาปใจคุณน่ะไปเกิดเพลง โปรดเถิดโกรธโทสะคุณเสียขาดทุนเราเองที่พูดนี่ไม่ได้พูดไม่ได้พูดเป็นคำยั่วยุให้คุณเกิดโทสะหรือเกิดราคะเป็นคำพูดที่แค่คุณเกิดเข้าใจให้เห็นแจ้งให้รู้ดีว่าศาสนามันเสื่อมมากแล้วคุณจะต้องรู้และคุณก็จะต้องพยายามบำเพ็ญขึ้นสืบต่อศาสนาสืบสานศาสนากระทำเนื้อหาของศาสนาขึ้นสิ่งเลวสิ่งชั่วคนอื่นทำมันก็เป็นบาปของเขาเรารู้เราเห็นเราก็รู้ว่าจะบาปเราจะช่วยกันได้ไหมสงสารเขาไม่ใช่ไปที่ดินข่มขี่ดูถูกตีแตกตีให้พังขายเขาตายไม่ใช่อย่าให้เขาทำเท่านั้นเราพยายามรู้ว่า นี่มันเป็นการกระทำที่ชั่วเป็นทุจริตกรรมเราก็อยากให้เขากอดทุจริตกรรมนี้ตามที่เราสามารถจะมีปัญญามีนโยบายที่จะทำให้เขาไม่โกรธทุจริตกรรมนี้ได้ก็เพราะทำถึงทำได้ทำไม่ได้เขาจะทำอยู่ก็ไม่ต้องโกรธเค้าถ้าโกรธเราเสียเราขาดทุนบอกแล้วไม่ได้ฟังนี่ฟังให้เป็นกลางฟังให้รู้สัจจะไม่ต้องไปแค้นไปเคืองแต่ให้รู้สาระให้รู้สิ่งที่ประกอบอยู่องค์ประกอบของพุทธศาสนาเดี๋ยวนี้พังยับเยินไปเยอะแล้วกลายเป็นสภาพที่คดโกงกายกรรมก็คนโกง เราก็บอกแล้วหอประชุมใหญ่วัดเป็นความประชุมส่วนหนึ่งสิ่งหนึ่งของศาสนาพุทธอย่างนี้เป็นต้นไปแต่เรือนไฟมันก็เข้าไปในจุดที่มันเสื่อมของพระพุทธเจ้าแล้วพยายามทำโบสถ์ไม่ให้เป็นเดือนไปพยายามที่จะขยายคำว่าบวชพยายามที่จะอธิบายคำว่าบอกพยายามที่จะใช้โบสถ์ให้เป็นโบสถ์ใช้อุโบสถถ้าเป็นอุโบสถเป็นที่ทำศัลยกรรมเป็นที่ทำศัลยกรรมไม่ได้หมายความว่าเป็นเรือนฝ่ายที่จะให้คนมาอาศัยอ้อนวอนตั้งแต่ตัวพระเองนั่นแหละลงไปอ้อนวอนเองซะแล้วคนอื่นเข้ามาก็ได้โอกาสเข้ามาในโบสถ์ก็มาอ้อนวอนในโบสถ์กราบพระใหญ่คือเทวรูปใหญ่ วอนอะไรต่ออะไรต่างๆซึ่งมีแนวโน้มประเด็นมิจฉาทิฏฐิทั้งนั้นเลยมีความเห็นที่มีมิจฉาไม่ตรงไม่ตรงอ่ะเป็นศาสนาเทวนิยมจากเดิมอย่างเดิมแล้วก็ทำพิธีบูชาไฟเป็นเรือนไฟจริงๆโดนแล้วก็ควันได้ตลอดจุดไฟเดี๋ยวนี้เขาไม่จุดไฟควันแล้วเดี๋ยวนี้กลายเป็นก้าวหน้าจุดไฟเทียนไฟฟ้าไว้ทั้งวันทั้งคืนเลยหมดๆเรียกว่าแหมมันก้าวหน้ามันสมัยทันสมัยอะไรของเขาขึ้นลงแสงลงสีลงควันหลงอะไรๆจนกระทั่งมันเลอะไปหมดแล้วขอให้ดีมีอย่างนั้นก็แล้วกันนึกว่าเป็นการบูชาจุดไฟฟ้าเป็นรูปเทียน ไม่มันคือมักง่ายขึ้นไม่ต้องมาดูแลไฟเทียนจุดอยากได้อันนั้นอยู่แล้วก็หาทางให้มักง่ายเป็นไฟฟ้าไปเลยอย่างนี้มันก็พระพุทธเจ้าเองก็คิดเหมือนกันเพราะว่าทำเองท่านอยู่ในสมัยโน้นถ้าไม่ได้อยู่สมัยนี้ถ้าท่านตื่นขึ้นมาดูสมัยนี้ท่านก็โกหกเดี๋ยวนี้ไม่ใช่เรือนไฟอย่างนี้จัดผิดไปหน่อยนึงมันควรจะเป็นเรือนไฟฟ้าเพราะสมัยนี้มันไฟฟ้าควรจะตัดเอาไว้ว่าปลูกเรือนไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องไฟเฉยๆเออๆเราก็เข้าใจความหมายให้ถูกต้องก็แล้วกันเพราะงั้นสถานที่แม้แต่แค่เป็น ศาลเจ้าบูชาเป็นศาลพระภูมิศาลอะไรต่ออะไรก็แล้วแต่ก็รู้แล้วจะเป็นเรื่องของลัทธิสืบโยงของศาสนาเก่าๆอ้อนวอนบูชาเทวะจนแม้ที่สุดมาทำเป็นเดินไปอย่างที่เรียกว่าหมดนี่แหละคือตัวเรือนไฟที่เขาหมายก็สร้างอยู่เดี๋ยวนี้องค์ประกอบของบทจะต้องมีพระพุทธรูปมีเครื่องบูชาไฟไว้ข้างหน้าจุดจุดธูปจุดเทียนฟักทองไว้เขาจะต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆเลยเดี๋ยวนี้ถ้าไม่เป็นอย่างนั้นไม่ใช่โบสถ์ตอนนั้นก็มาที่นี่บอกที่ไหนบอกอยู่ข้างบนเขาไม่ได้เห็นเฉยๆแต่ต้องขึ้นไปเห็นบอกว่าไม่เห็นมีพระพุทธรูปไม่เห็นมีผ่านใส่ดอกไม้ไม่เห็นมีที่ รองรับจุดธูปจุดเทียนมีที่ตั้ง YouTube ทั้งเพี้ยนเป็นโบสถ์ได้ยังไงไม่ใช่องค์ประกอบของโบสถ์เลยเขาก็จะต้องว่าที่นี่ไม่มีโบสถ์เพราะเขาเอาสาระของบทเป็นเดือนไปซะแล้วเงินเดือนบูชาพิธียันต์พิธีต่างๆเป็นอย่างนั้นจริงๆเพราะสิ่งเหล่านี้แหละคือความรกคือพรหมยากคือสิ่งที่ปิดบังกันไม่ให้เกิดสมาธิได้ง่ายๆและเขาก็จริงใจเหมือนกันผู้ที่เป็นฉายที่ผิดแทนก็จริงใจนะก็จริงใจเลยว่าอย่างนี้แหละคือศาสนาอย่างนี้คือองค์ประกอบของศาสนาอย่างนี้คือพุทธ เส้นทางเอาหลักวิเคราะห์ทฤษฎีของพระพุทธเจ้าเข้ามาจับสู่ชั้นสูตรนี้มุมนั้นมุมนี้มาจับพิเคราะห์ไปจะเห็นชัดตามที่เล่าให้ฟังยกอ้างแค่นี้ถ้าเอารายละเอียดมากกว่านี้ที่มีสูตรอื่นอันนั้นอันนี้อื่นมาวิเคราะห์ให้ฟังยิ่งจะเข้าใจละเอียดเลยว่าศาสนาทุกวันนี้แปรปรวนเป็นศาสนาเก่ากลับไปสู่จุดเดิมไปสู่จุดที่มันไม่ถูกต้องที่พระพุทธเจ้าได้ประโยชน์มาแล้วพัฒนามาแล้วกลับไปสู่จุดที่เสื่อมเก่าเพราะฉะนั้นจะว่าคนทุกวันนี้นี่นะมันก็พูดคำกล่าวโทษคนที่ดื่มน้ำมันจะเดิมที่ยังหลงไหลลงๆง่ายๆอะไรอยู่นั่นแหละมันจะยุบก่อนที่พระพุทธเจ้าจะพารู้พาเข้าใจเหตุเข้าใจคนเข้าใจเรื่องจริงขึ้นมามัน แล้วถ้าเราไม่เข้าใจนี่เราจะเทียบอุทาหรณ์ที่พระพุทธเจ้าท่านว่าไว้ว่ามหาโจรอาศัยที่ซ่องสุมมหาชนอาศัยที่กำบังจะเข้าใจสำคัญสัญญาจะรู้ไม่เป็นฉันภาษาไทยเข้าใจได้ว่าคงยากก็ดีกว่ารบก็ดีหรือเนินดินราวป่าใหญ่ก็ดีมันก็คือแม้แต่พระที่อยู่ในกลุ่มนี้ก็มีพงหญ้าธงรบมีที่กำบังมีที่อาศัยแต่เป็นที่อาศัยที่เหมือนผงยาเป็นที่เลี้ยงตนเป็นที่คุ้มกันเป็นที่อาศัยเป็นวิหารเหมือนป่าใหญ่เหมือนธงรบภาพอธิบายไปถึงขั้นเกาะแก่งอยู่ในแม่น้ำอยู่ใน เขาอยู่ในภูเขาก็นั่นแหละรูปอันเดียวกันเป็นวัดเป็นวังทำเป็นที่กำบังใหญ่ทำเป็นขอบเขตสวนสัตว์ของตัวเองอย่างที่เห็นแก่ตัวอย่างชัดเป็นป้อมกำแพงเชิงเทินเป็นสถานที่อย่างไรป้องกันผู้ที่จะมาปล้นเหมือนวังของโลกเหมือนเวียงวังของโลกเหมือนอาณาจักรอาณาเขตของโลกที่ทำให้แก่ตนเองให้ตนเองเนี่ยอยู่เสวยสุขแบบโลกๆแล้วก็แอบซ่อนเศษโลกีย์อาศัยซ่อนแฝงด้วยปัญญาขึ้นไปตั้งแต่ปัญญาขึ้นไปอาศัยอยู่อาศัยกินอาศัยเสริมไม่ แสดงความเด่นชัดพอเป็นผู้มักน้อยเป็นผู้สันโดษรู้จักพอเป็นผู้ประเวศกับเป็นผู้ที่อยู่อย่างเด่นเอกอยู่อย่างเด่นชัดอยู่อย่างที่ไม่ขัดเขินไม่ย้อนแย้งตูดทวงไม่ได้ไม่ได้เป็นอย่างนั้นไม่อยู่ในสภาวะเป็นผู้ที่สงบระงับเป็นผู้คิดอยู่อย่างสู่ช่วงไม่ได้ไม่ใช่มีแต่มุมที่จะให้ถูกทวงนี่เป็นสภาพที่มันยังมีอยู่แล้วต้องเข้าใจถ้าไม่เข้าใจอ่านให้ตายก็ไม่รู้เรื่องถ้าไม่เข้าใจอ่านให้ตายไม่รู้ นโยบายที่กระทำอยู่ทุกวันนี้ทำเพื่อย้อนแย้งทำเพื่อที่จะยืนยันสัจธรรมทำเพื่อที่จะมันตรงหลักตรงธรรมตรงวินัยจะพาทำทุกวันนี้จริงที่ทำสังฆกรรมก็ควรมีแต่ไม่จำเป็นจะต้องเป็นโบสถ์อย่างที่เป็นเรือนไฟนี่นาแล้วเราก็จะไม่ทำบทที่เป็นเรือนไฟทำวิหารที่เป็นเรือนไฟนี่หายก็เป็นอาคารก่อสร้างโบสถ์ก็เป็นอาคารก่อสร้างเสร็จแล้วก็เป็นรูปเดียวกันสมมุติเรียกว่าโบสถ์เพราะว่าในกฎระเบียบในวินัยของพุทธให้มีโบสถ์ได้ในวัดยังมีหลังเดียวพอสร้างขึ้นมาเป็นเดือนไปหลายหลังก็นั่นแหละมันก็ยิ่งมากใหญ่ มีก็ได้เป็นเดือนไปนะเดือนไปนี้มีพระพุทธรูปจุดไว้มีกระถางถูกกระถางเทียนทำไว้ทำไว้ทำไว้โดยมิจฉาทิฐินะโดยไม่รู้นะว่าตัวเองได้กระทำอะไรมันไม่ใช่เรือนไฟมีมุก 4 ด้านเท่านั้นมันเรือนไฟมีหลายเรือนไปด้วยซ้ำไปมันเลื่อนไปหลายเรือนไปในวัดหนึ่งวัดหนึ่งไม่รู้มีกี่เดือนไฟเพื่อให้คนเข้ามาอ้อนวอนง่ายแต่ละเดือนไปแต่ละส่วนไฟไม่ใช่มีเท่านั้นมีตู้ตั้งไว้ให้ เรื่องอะไรต่ออะไรต่างๆประกอบเข้าไปในเรือนไปเหล่านั้นอาศัยอยู่อาศัยกินอาศัยเลี้ยงชีพซึ่งมันยิ่งพูดแล้วยิ่งจะเห็นความลามกคดโกงเล่เห็นเลขจะเท่จะตายจะทำที่ชัดๆนี่เรียกว่ากายกรรมความประชุมที่ประกอบไปด้วยวัตถุต่างๆที่ตัวเองกระทำเอาไว้นี่แหละเยอะเยอะมากมายนี่เป็นสภาพที่อยู่อย่างมหาชนฟังให้ดีว่านี่ไม่ได้พูดให้เป็นแตกร้าวไม่ได้พูดไปโกรธเคืองใครไม่ให้พูดให้พี่ไม่ได้พูดให้พิมพ์ว่าบาดหมางแต่อธิบายให้เข้าใจสัจธรรมเตือนอีกอย่าไปมองเพียงโทษผู้อื่นอย่า โหลดผู้ใดมีหยุดเต็มประเทศไทยภาคพื้นคุณโปรดคุณจะตายโปรดก็ไหวเหรอมากมายเหลือเกินคุณอาจจะจิตไปโกรธคนนี้ก็โกรธโกรธคนนี้เพราะว่าไปทำเรือนไปเป็นคนล้างผลาญศาสนาคนนี้ล้างผลาญศาสนาคนนี้ก็ล้างผลาญศาสนาวัดนี้วัดนี้ก็ล้างผลาญศาสนาในจำนวนเมืองไทยมีวัดอยู่ประมาณ 40,000 วัดคุณเกิด 40,000 บาทคุณก็ตายแล้วก็ 40,000 บาทนี่มันไม่มีเดินไปที่ไหนไอ้ที่พันล้านวัดช้างวัดธรรมดานี่ไม่ใช่ 4000 4000 อยู่กันไหวยังไง วัดร้าง 4,000 กว่าบาทแล้วตอนนั้นบอกว่ามันมีเรื่องไฟทั้งนั้นน่ะใช่ในสมัยพุทธกาลในความเสื่อมเบื้องต้นเขายังแสวงหาสัตบุรุษแสวงหาอาจารย์ก็เดี๋ยวนี้ก็บอกแล้วมันไม่มีแล้วคำว่าแสวงหาอาจารย์ไม่มีถ้าสร้างเรือนไปขึ้นมาก็ดีแม้แต่ออกป่าออกเขาออกถ้ำพอดีไม่ได้แสวงหาอาจารย์แล้วไอ้ลูกคำว่าแสวงหาอาจารย์นั่นหลุดออกไปแล้วในคำอธิบายที่รองรับเอาไว้ทำหลักของพระเจ้าหลักชัย นั่นแหละมันประกอบด้วยวัดส่วนที่อธิบายเป็นเนื้อหาสาระที่สุขุมที่ค่อยๆจับจับส่วนแห่งสาระต่างๆเนี่ยเอามาประกอบให้เห็นเอามาขยายความให้เห็นเชื่อมโยงให้เห็นประเด็นภิกษุทุกวันนี้มันมันยากจริงๆถ้าเราจะได้โกรธเราก็ตายเพราะความโกรธเลยไม่ต้องโกรธใครหรอกเราก็ไม่ถูกไม่ถูกศาสนาจะตามพระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้ใครโกรธอะไรเราก็รู้ตามความเป็นจริงสิ่งที่ดีก็รู้ดีสิ่งที่มันไม่ดีแล้วก็รู้ไม่ดีก็ไม่ดีเราเองเราพยายามที่จะกล่าวกันมีนโยบายที่จะทำให้ถูกตรงทำมาวินัยถ้าทำ รูปสัจจะได้เท่าไหร่แล้วก็ทำมันทนไม่ได้มันจำเป็นจะอรุณโลมมันจำเป็นจริงๆที่สุดแล้วล่ะสุดทางฉันจะเอาอนุโลมก็ให้มันรู้ว่าจำเป็นถ้าเรายังมีความสามารถอะไรยังอาจหาญเจ้ากล้าที่จะกระทำได้อย่างที่ผมพาทำทำอย่างอวดดีทำอย่างอาจหาญเจ้ากล้าทำอย่างไม่กลัวติดเซียนใครจะติเตียนใครจะมาข่มใครจะมาพยายามล้มล้างทำลายแล้ววันนี้ไม่ใช่พุทธนี้ไม่ใช่นี่ไม่ใช่ถ้าพูดแล้วต้องเป็นอย่างที่หมู่ใหญ่ก็เป็นผมก็พยายามที่จะยืนหยัดพยายามที่จะอธิบายพยายามที่จะใช้ปัญญาที่จะทำให้เขารู้สัจจะ สก๊อตแพร่แล้วค่อยกระจายสัจจะที่ถูกต้องออกไปอยู่ผมก็พยายามยืนยันแล้วก็เราอยู่อย่างที่เรียกว่าแม้จะขัดแม้จะตรงกันข้ามแม้จะไม่เหมือนกับส่วนใหญ่ด้วยกับสิ่งที่เขาหลงเขาเข้าใจเป็นมิจฉาทิฏฐินั้นเราก็สามารถที่จะขัดถึงจะไม่เหมือนที่จะยืนอยู่ได้โดยไม่ลำบากยืนอยู่ได้โดยไม่ต้องยุ่งยากทุกๆส่วนๆต้องหลบๆเลี่ยงๆหรือต้องทำอย่างไม่อาจหาญก็ไม่ใช่เราก็ทำอยู่อย่างอาจหาญไม่ได้ทำอย่างตัวเองไม่มีคำว่ากลัวเพลงไม่ได้ทำอยู่อย่างที่ หวาดระแวงไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยทำอยู่อย่างอาจหาญแก้วกล้ามั่นคงยืนยันระวังเสด็จซ้ำไปว่าสิ่
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive