200327-060 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน060-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ008.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคมพุทธศักราช 2520 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระพุทธชินราชได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกเรามาทำวัดกันต่อถ้าเมื่อวานนี้ได้อธิบายถึงเรื่องสัจจะ 4 ข้อสัจจะ 4 ถ้าฟังดูดีๆแล้วมันเหมือนกับว่าอริยสัจ 4 อะไรเงี้ยแต่เขาเรียกพรหมศาสตร์ 4 คล้ายๆกับอริยสัจ 4 โดยภาษาโดยความหมาย มันก็มีลักษณะโดยนัยยะคล้ายๆกันข้างๆกันและถ้าเผื่อว่าอธิบายให้เหมือนอริยสัจ 4 ก็จะอธิบายได้อธิบายพรหมศักดิ์ 4 ถ้าที่อธิบายอย่างอริยสัจ 4 ก็จะอธิบายได้อธิบายอธิบายได้ทีเดียวแต่เป็นอธิบายในเชิงอีกเชิงหนึ่งเชิงหลักการเชิงที่เคียงขยายหรือว่าจำนวนข้าวกันเลยก็ได้อริยสัจ 4 ชี้ไปโดยภาษากลางว่าทุกข์สมุทัยนิโรธทุกชนิด อธิบายว่าสัตว์ทั้งปวงไม่ควรฆ่าแล้วก็จะปฏิบัติให้ถึงจิตเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อเป็นผู้เอ็นดูสงสารสัตว์ทั้งหลายที่เป็นพรหมที่สูงสุดเป็นรูปเราไม่ทำการฆ่าเราไม่ทำการทำลายอะไรหมดเลยนอกจากให้ช่วยหมดช่วยหมดปลดปล่อยหมดนี่มันถึงที่สุดถึงที่สุดก็ให้หมดและเราจะต้องเข้าใจคำว่าสัตว์ ทั้งปวงสัตว์ทั้งปวงเข้าใจคำว่าสัตว์ให้ละเอียดตั้งแต่สัตว์นรกสัตว์ที่เป็นเทวดาไม้เอาจิตถ้าพูดว่าสัตว์นรกก็แน่นอนทุกคนต้องหมายเอาจิตสำหรับผู้ที่ปฏิบัติธรรมแล้วจะเอาสัตว์นรกไปหมายเอาตัวเดรัจฉานพวกนี้ก็ด้วยแต่ว่าอยากตื้นเราไม่ฆ่าสัตว์เป็นสัตว์ที่เป็นตัวตนเนื้อย่างมีแล้วเราก็จะไว้ชีวิตสัตว์ที่สุดพิจิตรเพราะว่าสัตว์นรกนั้นน่ะมันไม่มีใน ของโลกุตระโลกอันแท้จริงโลกอันบริสุทธิ์โรคอันใสสะอาดสัตว์นรกไม่มีสัตว์เทวดาไม่มีสัตว์พรหมไม่มีไม่มีไม่มีมันเป็นจิตหลงสัตว์นรกก็เพราะว่าจิตหลงแล้วเป็นทุกข์อยู่มันเป็นทุกข์จับๆต่ำๆเรียกว่าสัตว์นรกไปเป็นทุกข์อยู่แสนๆเรียกว่าสัตว์เทวดาไปเป็นทุกข์ยึดถืออยู่แล้วทุกข์แท้ๆเพราะฉะนั้นตัวสัตว์ทั้งหมด
อ่านต่อ
นี่คือตัวทุกข์เต็มเลยคือตัวทุกข์แต่มันไม่รู้เพราะฉะนั้นค่าทุกข์ให้หมด ฝึกฆ่าสัตว์ให้หมดโดยภาษานะข้าเพราะฆ่าสัตว์หมดแล้วจะเหลือจิตเท่านั้นเป็นชีวิตสิ่งที่มีชีวิตคือเราเรียกว่ามีจิตและจิตใจนั้นเป็นชีวิตแล้วอีกอย่างข้าต้องเมตตาเอ็นดูจิตนั้นต้องมีสภาพเมตตาเอ็นดูด้วยความจริงมีชีวิตอยู่มีพรมมีชีวิตอยู่อย่างพราหมณ์คือมีจิตเป็นพระเมตตากรุณามุทิตาเด็กตาสุดก็เป็นสัตว์ทั้งปวงไม่ควรค่ะคำว่าบริษัทที่สะอาดสัตว์ที่บริสุทธิ์แล้วทั้ง ซื่อสัตย์ที่รู้ทุกข์และรู้แล้วว่าอะไรคือทุกข์ก็คือความเป็นสัตว์นรกเป็นสัตว์เทวดาเป็นสัตว์พรหมนั่นแหละยังเป็นสัตว์ตัวทุกข์หรือเป็นสัตว์ตัวนำมาซึ่งทุกข์เป็นตัวสมุทัยเป็นสัตว์ที่ทุกข์เป็นตัวสมุทัยแห่งทุกข์เพราะฉะนั้นก็ต้องทุกข์นิโรธดับหรืออยู่เหนือมันเด็ดขาดคือฆ่ามันให้ตายหมดก่อนฟังดูแล้วบอกแล้วว่าสิ่งนั้นมันไม่มีจริงมันไม่ใช่ของจริงสัตว์นรกมันเป็นของโลกหลงแล้วก็โรคสร้างมันโลกสร้างชีวิตให้มันเป็นโรคน่ะในโลกียนั้นสร้างชีวิตให้มันเป็นชีวิตมายาสัตว์นรกสัตว์เทวดาตัดผมมันเป็นชีวิตชีวิตจริงๆที่มันอยู่ในโลกแต่ ในโลกุตระมันไม่มีชีวิตจริงๆฟังดีๆฟังดีๆก็ออกจะยากบอกจะยากสัตว์นรกมันไม่มีสัตว์เทวดาสัตว์พรหมไม่มีหรอกในโลกุตระไม่มีมนุษย์ผู้เป็นพระอรหันต์แล้วไม่มีผู้เป็นพระอรหันต์แล้วไม่มีสัตว์นรกไม่มีสัตว์เทวดาไม่มีสัจธรรมแต่พวกที่ไม่เป็นอรหันต์ยังมีจริงๆฟังนะฟังดีๆกูยังไม่เป็นอรหันต์ยังมีจริงๆและมันก็เป็นมายามีจริงๆนั่นแหละมันเป็นมายาแดงมันเหมือนลูกครึ่ง อย่างนี้เป็นต้นที่ตอนเที่ยงไม่เป็นมายานี่ประเภททางด้านมหายานแล้วก็ศึกษากันแล้วก็พูดกิเลสกิเลสอะไรก็ได้ทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นมายาทั้งสิ้นบ้ากันวิเคราะห์กันเป็นภาษามันเป็นมายาแต่คนเป็นหลงเป็นจริงและติดเป็นจริงแล้วก็เป็นจริงเป็นสมมุติเป็นจริงเป็นสมมติฐานแล้วก็หลงสืบต่อสร้างต่อให้มันมีมันเป็นมันไม่มีก็เอาต้องมีให้ได้แล้วก็ต้องมีเป็นเนื้อเป็นตัวเป็นอัตราติดยึดเกิดอยู่เป็นอยู่รวนแล้วแต่ความเกิดอยู่เป็นอยู่ของโลกียไม่รู้เท่าทันความเป็นจริงที่แท้จริงมันก็เป็นได้ความรู้แล้วฆ่าสัตว์ เอายาให้หมดสัตว์นรกสัตว์เทวดาสะสมคลายเครียดเพราะมันไม่ใช่ของจริงมันเป็นมายาเอามึงไปทำไมเพราะเรารู้ของจริงไม่ได้เป็นปรมัตถ์เป็นสาระแท้เป็นปรมัตถสัจจะสัจจะแท้มันมีอยู่เท่านี้เลือดเนื้อเชื้อไขกับจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์เพราะพระอรหันต์เท่านั้นที่เป็นของจริงที่สุดหมดมายาและอย่าไปฆ่าพระอรหันต์ไปฆ่าตัวตายอยู่ไม่มีหรอกและไม่ทำไม่ทำ Contact ผู้ใดที่ยังเป็นอรหันต์บอกว่าเป็นอรหันต์ในพระไตรปิฎกมีอยู่บทหนึ่งไปฆ่าบอกว่าไปดูใน อธิบายจะคล้ายๆกับว่าพระอรหันต์ฆ่าตัวตายไปเราสาวกไปดูไม่มีสูตรหนึ่งแล้วคนก็ตีความนี่เห็นไหมนี่เป็นควันพุ่งลอยโสดอะไรไม่รู้จำไม่ได้เป็นความร้อนแท้จริงนะยังมีเครือข่ายชนะจากอนุโลมเป็นอนาคามีการเสนอแนะก็ยังมีมารตามล่าอยู่แล้วประมาณ 3 ไม่เจอเพราะว่ามารตาถั่วแต่พอพระพุทธเจ้าตาดียังเจออยู่ก็ แม่เป็นขวัญเธอบอกให้มาอธิบายแบบบุคลาธิษฐานแล้วรีบฆ่าตัวตายก็นั่นแหละท่านพ่อท่านนี้คนก็บอกว่าเป็นพระอรหันต์จริงๆพระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสไม่ได้บอกเลยแต่คนเข้าใจเอาเองแล้วเป็นคนถามถึงแล้วบอกว่าสิ้นแต่ว่ายังมีอัตรายังเป็นศาสนาที่เหลืออัตราการสอนพระพุทธเจ้าสามารถเห็นยังไม่หมดตายแล้วก็ยังมีความไม่บอกแสดงว่ายังเหลืออธิบาย อนาคามีที่จะมีอัตตายังเหลืออยู่ไม่ติดตัวติดตนอยู่ไม่ติดชาญไม่ติดสิ่งที่เป็นสิ่งที่ละเอียดบางเบาและชานอันนี้เป็นต้นมันแม้แต่เป็นพระอรหันต์แล้วก็ไม่มีความอยากหรือไม่อยากอยากฆ่าตัวตายไม่อยากฆ่าตัวตายไม่มีแล้วก็ไม่ควรทีนี้จะนับว่านี่เป็นชีวิตไม่รับสัตว์นับเป็นบุคคลด้วยภาษาเรียกว่าบุคลากรทุกคนไม่ใช่สัตว์ป่าหนังไม่ใช่ความเป็นสัตว์แต่เป็นบุคลากรเป็นบุคคลไอ้สัตว์โลกชั้นประเสริฐผู้อยู่สูงไม่ควรค่าเอ็นดูสงสารสัตว์อื่นทั้งหลายทั้งปวงไป อย่างนี้เป็นต้นและรายละเอียดเหล่านั้นออกมาอีกเมื่ออันนี้เป็นอธิบายว่าอันนี้แหละคือทุกข์คือสัตว์สัตว์นรกสัตว์เทวดาสัตว์พรหมนั่นแหละยังเป็นตัวทุกข์ต่อไปนี้ข้อที่ 2 อย่างผ่านมาสักที่บอกตามทุกชนิดไม่เที่ยงเป็นทุกข์มีอันแปรปรวนเป็นธรรมดาอันที่ 3 เพราะไม่เที่ยงเป็นทุกข์มีอันแปรปรวนเป็นธรรมดาก็เป็นการอธิบายซ้อนกันไปว่ายังไม่รู้ทุกข์จะเป็นการก็ดีไปพบคนดีทั้งนอกทั้งในจิตทั้งหมดก็ดีก็แล้วแต่เป็นสมุทัยเป็นเหตุเป็นเหตุทั้งนั้นเพราะฉะนั้นอันที่ 3 อันที่ 4 จงพยายาม เราไม่เป็นที่กังวลแก่สิ่งใดๆแก่ใครๆและความกังวลของเราในสิ่งไหนๆได้ใครๆก็ไม่มีให้หมดให้ได้ถึงที่สุดเป็นผู้ปฏิบัติให้เข้าแนวทางที่ไม่มีกังวลใดๆก็นิโรธฮีโร่ให้บริสุทธิ์หมดเมื่อกี้อันต้นนิโรธคามินีปฏิปทาอธิบายให้ฟังรู้ศัพท์ที่มันเป็นทุกข์คือสามีทั้งหลายบอกแล้วว่าข้าไม่มีทั้งหลายแม้แต่สัตว์นรกเป็นข่าวไม่มีแม้แต่เทวดาไม่มีแม้แต่เป็นพรมยัง How many จะอธิบายให้ฟังไปแล้วเนี่ยอธิบายฉันไม่รู้นะนี่มันซ้อนสูงสุดแล้วนะฟังดีๆจะเห็นได้ว่าธรรมะนั้นน่ะเป็นแต่เพียงอธิบายและรู้สภาวะเป็นอันเดียวกันไม่ว่าธรรมะหรือศาสนาตั้งแต่ปางไหนที่จะอธิบายและอธิบายให้ฟังว่าศาสนาในโลกนี้เกิดมาไม่ว่าโลกไหนถ้าถึงที่สุดแล้วอธิบายที่สุดได้สำหรับการรู้ผู้รู้ละเอียดหมดไม่ว่าศาสนาไหนๆแล้วอันเดียวกันหมดแต่ศาสดาและอธิบายถึงเท่าไหนก็เท่าที่อาศัยสันดานนั้นอธิบายถึงได้เงินเดือนอัตราก็เป็นอัตตาแล้วก็ไปทิศเดียวกันสูงสุดเพราะผู้ที่สูงจนกระทั่งเห็นเขาไปเกาะติดตรงไหนมีอัตรามีเทวดามีพระเจ้า พรมอธิบายถึงขั้นนั้นก็ขั้นนั้นแต่แท้จริงต้องล้างพรมอีกเป็นสูงสุดศาสนาพุทธอธิบายศาสนาทุกศาสนาได้ศาสนาอธิบายศาสนาทุกศาสนาได้เพราะมันเป็นเรื่องมันเป็นเรื่องสัตว์สัจธรรมทางเดียวกันหลักการสอนต้องมีหลักการสอนละเอียดละออมันก็ละเอียดและออกเป็นที่สุดสูงสุดเพราะอันนี้ก็มีแนวคล้ายกันพราหมณ์บริษัท 4 เนี่ยอธิบายให้เห็นว่ามันมีแนวทางคล้ายกันแต่อันนี้มันไม่ละเอียดพอเขาอธิบายมาแยกเป็น 4 ข้อของจริงแต่ 2 ข้อความกระทบเป็นนัยยะสุดโต่ง 2 ฝ่ายอันหนึ่งมันตามพบนอกอีกอันนึงมันพบ ในภวังค์หรือเป็นอัตตาสุดโต่ง 2 ส่วนนอกในแล้วก็ฆ่าให้หมดเท่านั้นเองเขาก็มีวิโรจน์ส่วนก็แยกชั้นเชิงเป็นทุกข์นิโรธคามินีปฏิปทาเป็นชั้นเชิงอันละเอียดมีสมณะก็ 4 เหล่ามีกิเลสก็หลายชั้นต่างๆนานาเขาอธิบายแยกไม่ออกจึงเหลืออัตราแต่ที่อธิบายเมื่อกี้นี้อธิบายสอนพอแยกได้แต่เขาแยกไม่ได้อย่างข้อที่ 1 เป็นต้นสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงก็อธิบายแยกออกไม่หมดความกษัตริย์จะเสียเหมือนกันกับอริยสัจ 4 แต่ว่าไม่ละเอียดพอเท่านั้นและก็ถึงนิโรธเหมือนกันมีโรคเป็นวิมุติแบบ มีมดแบบไม่ร่วงสุวรรณและสุดท้ายมาถึงขั้นปฏิบัติให้เข้าแนวทางที่ไม่มีกังวลใดๆเราเรียกได้ว่าไม่กลับมาเกิดแล้วมีเวรกรรมแล้วเป็นอนาคามีแล้วไม่ต้องกลับมาเกิดอีกอันนี้พูดก็เราเข้าใจว่าศาสนาอื่นถึงอนาคามีเป็นสูงสุดไปสูงสุดเป็นอัตราเป็นปรามาสกับมันแต่สิ่งที่อยู่กับพระเจ้าบริสุทธิ์สะอาดสุดเป็นสุดท้ายว่าอะไรก็แล้วแต่ใช้ภาษาที่เห็นเยอะแยะ ยังมีเศษเหลือมีอัตราเหลือมีตัวตนไม่หมดเกลี้ยงหมดกังวลแล้วล่ะหมดทุกข์ร้อนแล้วก็อนาคามีสบายอยู่กับลูกเขาทนได้อันไหนที่เกินตัวเองสู้ไม่ได้หรอกเพราะธนาคารดีนะหลบไอ้ตัวที่หลบอยู่นั่นแหละเรียกว่ายังไม่อรหันต์ยังไม่อรหันต์แท้พระอรหันต์แพ้หมดหลบหมดเกลี้ยงอาจหาญแล้วกล้าอยู่กลางเตาหลอมเหล็กนะเหมือนน้ำแข็งอยู่กลางเตาร้อนเลยทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากไม่ละลายในพวกเปียกไม่ควรไหวไม่อ่อนแอนี่เป็นสูตรถึงขั้นผู้ปฏิบัติให้เข้าแนวทางที่ไม่มีกำหนดใดๆ เหมือนกันทั้งหลายนี้แหละพราหมณ์มาสัก 4 ประการที่เราทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วประกาศให้รู้ทั่วกันอาจจะติดต่อไปอีกข้อต่อไปก็ทรงทราบพรหมโลกสมศักดิ์พรหมโลกว่าเศรษฐะบุรุษผู้ที่เกิดแล้วและเจริญแล้วในบ้านมนัสสากลนี้เมื่อถูกถามถึงหนทางของบ้านมนัสสากษัตริย์บางคราวการอึดอัดตอบได้ช้าหรือตอบไม่รู้เรื่องก็ยังมีได้บ้าง คนอยู่บ้านนี้แท้ๆเจ้าของบ้านนี้แท้ๆเลยนะบุรุษที่เกิดแล้วและเจริญแล้วในบ้านมันสากับตะขาบนี้เมื่อถูกถามถึงหนทางของบ้านมานะสาธารณรัฐสอบได้ช้าหรือตอบไม่รู้เรื่องก็ยังมีได้บ้างส่วนเราเมื่อถูกใครถามถึงพรหมโลกหรือปฏิปทาเครื่องทำผู้ปฏิบัติให้ถึงพรหมโลกแต่ก็ไม่มีอาการหรือตอบไม่ได้เรื่องเช่นนั้นเลยว่าเสร็จแล้วเรารู้จักพวกพรหมรู้จักพรหมโลกและรู้จักปฏิปทาทำบุคคล พระพุทธะผู้ปฏิบัติตามให้เข้าถึงพรหมโลกนั้นมาเสียตังค์ก็ถามทูลถามว่าข้าแต่พระโคนมผู้เจริญข้าพเจ้าได้ฟังแล้วว่าพระสมณโคดมแสดงหนทางเพื่อความเป็นผู้อยู่ร่วมกับพวกผมทั้งหลายได้ดังข้าพเจ้าขอโอกาสขอพระครูอุดมผู้เจริญจงแสดงทางเพื่อความเป็นผู้อยู่ร่วมกับพวกผมทั้งหลายนั้นขอพระองค์ผู้เจริญจงช่วยยกฐานะชนชาติพราหมณ์ยกฐานะสัญชาติลาวให้พระพุทธเจ้ายกฐานะเลือกฐานะให้ความสำคัญเช่นนั้นท่านจงฟังจงทำในใจให้ดีเรา ตถาคตเกิดขึ้นในโลกเป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทำไพเราะในเบื้องต้นท่ามกลางเบื้องปลายประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถพยัญชนะบริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิงคฤหบดีหรือบุตรคฤหบดีได้ฟังธรรมนั้นแล้วออกจากเรือนบวชเป็นคนไม่มีเรือนเข้าถึงพร้อมด้วยศีลมีทวารอันสำรวมแล้วในอินทรีย์ทั้งหลายมีสติสัมปชัญญะเป็นผู้สันโดษเสนาสนะอันสงัดละนิวรณ์เมื่อเธอพิจารณาเห็นนิวรณ์ทั้ง 5 อัน อันตนละได้แล้วในตนก็เกิดปราโมทย์เมื่อปราโมทย์ย่อมเกิดปิติเมื่อใจปิติกายก็สงบจิตแต่ฟังดีๆปราโมทย์กับปิตินี่มันมันละเอียดขึ้นนะปราโมทย์ก่อนพิจิตรเพราะฉะนั้นเมื่อใจปิติกายก็สงบผู้มีกายสงบย่อมเสวยสุขเวทนาผู้เสวยสุขกับเวทนาย่อมยังจิตให้ตั้งมั่นได้เธอนั้นด้วยจิตอันเป็นไปกับด้วยเมตตาย่อมแผ่ไปสู่ทิศเหนือและทิศ 2 4 ก็เหมือนอย่างนั้นเธอแผ่ไปตลอดโลกทั้งสิ้นในที่ทั้งปวงทั้งเบื้องบนเบื้องต่ำและเบื้องขวางด้วยจิตอันเป็นไปกลับด้วยเมตตาเป็นจิตไม่มีเวรไม่มีพยาบาทกว้างขวางประกอบด้วยคุณอันใหญ่หลวงไม่มีขีดจำกัดแล้วแลอยู่ว่าเศรษฐกิจคนเป่าสังที่แข็งแรงอาจเป่าสังข์ให้ได้ยินได้ทั้ง 4 ทิศโดยไม่ยากฉันใดในเมตตาเจโตวิมุตติที่เจริญแล้วอย่างนี้กรรมชนิดที่ทำอย่างมีขีดจำกัดย่อมไม่มีเหลืออยู่ไม่ตั้งอยู่ในนั้นวงเล็บเมตตา อันเป็นกรรมที่มีขีดจำกัดอันนี้อธิบายเมตตาเจโตวิมุตติคือเมตตานี้ก็เป็นไปจิตบริสุทธิ์อันนึงเป็นเจโตวิมุตติเหมือนกันเมตตาเรานับเนื่องจากพระพุทธเจ้าท่านนับเนื่องจากท่านไม่ได้อธิบายหรอกแต่ว่าพระพุทธทาสอธิบายว่าเมตตาเจโตวิมุตติเป็นจิตเป็นจิตที่นับเนื่องว่าเป็นวิมุตที่มีเมตตาอยู่นะเมตตามันๆๆเข้าสงสารมากๆเข้าแล้วก็เป็นทุกข์ได้แต่ว่าในขณะที่เป็นเมตตานั่นน่ะมันก็มีแล้วก็เราก็มีเมตตาแล้วก็มีกรุณามุทิตาอุเบกขาเป็นพรหม บันทึกแอบอุเบกขาเป็นมีบทกิริยาของกรรมของจิตมันก็ไม่มีทุกข์หรอกแต่ถ้าเผื่อว่าเราไม่รู้แทงเข้าไม่รู้ทะเลาะตลอดเมตตาเมตตาแล้วก็สั่งสมช้างผิดมันก็จะไม่พูดแล้วมันก็จะเป็นเชื้อได้เหมือนกันแต่ในนี้ก็หมายความว่าเมตตานี่เป็นเกย์โตเป็นมนุษย์มีขีดจำกัดของมันก็ฉันนั้นว่าเศรษฐศาสตร์นี้แหละเป็นทางเพื่อความเป็นผู้ร่วมครอบครองทั้งหลายและกรุณามุทิตาอุเบกขาโดยเนื้อความอย่างเดียวกันมันเป็นแต่เพียงแต่เปลี่ยนคำว่าเป็นกรุณาเจโตวิมุติมุทิตาใจโตเป็นมนุษย์อุเบกขาเปตองเท่า อภิรักษ์สมาคมหัดฟังดูแล้วถ้าคนไม่รู้เรื่องก็ฟังแล้วก็ไม่เข้าใจเอาต้นซะก่อนพระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าจะตัดตอนแรกว่าถ้าไม่รู้พร้อมอย่างละเอียดความหมายถ้ารู้ตลอดพรหมโลกรู้ขนาดรู้ละเอียดรู้มุมรู้แน่นั่นเองคือหมายความว่ารู้ทางท่านเปรียบเหมือนว่าเหมือนกับบุรุษที่เกิดที่นี่เองแล้วก็เจริญที่นี่หรือโตเป็นคนเกิดที่นี่โตมาจนแก่กับที่นี่เลยก็แล้วแต่แล้วก็ในหมู่บ้านนี้ก็ควรจะรู้ถนนหนทางทิศทางบ้านช่องจุดไหนตรงไหนแย่ไหนซอกไหนมุมไหนควรจะรู้โดยคนที่เกิดที่นี่โต มันต้องรู้แต่เหมือนกับเปรียบว่าคนเนี่ยเกิดที่นี่ตายที่นี่แล้วเกิดที่นี่จ่ายที่นี่อะไรก็ตามแต่ว่ายังไม่ค่อยรู้ว่าใครมีใครไปถามถามถึงหนทางของบ้านมาส่งนั้นทรงนี้มุมนั้นมุมนี้อยู่ตรงไหนบางคนก็กราบอึดอัดตอบได้ช้าต้องคิดต้องช้าหรือบางทีตอบไม่รู้เรื่องเลยก็อย่างนี้ได้เปล่าจะมีได้ถ้ามีได้แต่สำหรับพระพุทธองค์แล้วใครมาถามหนทางของพรหมโลกท่านจะไม่อึดอัดชักช้าตอบก็ตอบได้หมดไม่ใช่ตอบไม่รู้เรื่องด้วยตอบให้รู้เรื่องด้วยพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าถ้าพระพุทธเจ้า อย่างนี้ตอบได้หมดตอบทางตอบอะไรตอบอะไรตอบผลตอบบอกได้แน่ตอนนั้นซอกตรงนี้ซอยตรงนั้นบอกได้ไม่อึดอัดแล้วตอบได้รู้เรื่องด้วยนี่เป็นพระพุทธเจ้าเพราะว่าเศรษฐศาสตร์ก็เลยบอกว่าอ๋อถ้ากระนั้นก็บอกทางผมไปพรมหน่อยสิท่านก็เลยบอกว่าต้องบอกมุมผมไม่เคยจะยากอะไรหรอกเป็นผมให้มีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาที่ท่านอธิบายแล้วก่อนจะอธิบายก็เลยตั้งใจฟังนะอาจารย์ก็บอกตัวฉันเองประกาศตามเชิงของท่านเราเป็นขยำปูเป็นสัมมาสัมพุทธัสสะตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เองอะไรต่ออะไรต่างๆนานาชาติคนไทยถ้าเกิดคนเราธรรมดาถ้าไม่ศรัทธาเลื่อมใสฟังแล้ว หมั่นไส้ไม่ชอบใจมาคุยโม้อยู่ได้แต่พระพุทธเจ้าตรัสอย่างนี้เสมอพอลงเอาเนื้อก็หมายความว่าเป็นผู้ที่พิจารณามาเป็นขั้นตอนออกมาปฏิบัติเมื่อพบพระพุทธเจ้าแล้วก็ออกมาปฏิบัติตามออกจากเรือนบวชไม่มีเรือนจนกระทั่งมาฟังธรรมจนกระทั่งตัดความเป็นคฤหัสถ์คฤหัสถ์ตัดความเป็นคฤหัสถ์คฤหัสถ์ออกมาได้ถ้าอธิบายแบบตื้นๆก็หมายความว่าบทคฤหัสถ์หรือคฤหบดีหรือบุตรบริหารบ่ดีทั้งหลายได้ฟังธรรมแล้วออกจากเรือนบวชเป็นคนไม่มีเรือน มากันบ่ได้ฟังธรรมได้รับทำมีทำแล้วไม่เอาแล้วความเป็นคฤหัสถ์ก็คือออกจากชาวบ้านมาบวชเป็นพระพุทธเจ้าเป็นพระไม่มีเรือนแล้วก็มาถึงถึงพร้อมด้วยศีลแต่พอปฏิบัติจนถึงพร้อมด้วยศีลแล้วก็มามีทวารอันสำรวมมันมีสติสัมปชัญญะจนกระทั่งพึงเสพสงัดได้พระนิวรณ์ได้พิจารณาเห็นนิวรณ์ทั้ง 5 เข้าใจชัดเกิดปิติเกิดปราโมทย์เกิดปิติจนเกิดสุขกับเวทนาจนจิตตั้งมั่นจนติดกับประกอบด้วยเมตตากลับไปเกาะเสม็ดตายเพราะจะอธิบายอย่างพรม สมยุทธตัวเองสงบก็ยังไม่บริบูรณ์อัตราตัวเองจะเมตตาโดยที่ตัวเองไม่ได้สงบก็เป็นผมตัวเองเมตตาโดยไม่ได้สงบไม่ได้จุดวางจุดปล่อยไม่ได้หยุดเสพเสนาสนะเสวยจุดสว่างจิตจะไม่ถึงเข้าขั้นแสบเสนาสนะอันสงัดสงบจนเข้าทั่วถึงใช้แล้วประเภทตาคนก็จะมากลายเป็นคนเวียนกลับเมตตานั้นจะเป็นเชื้อแห่งทุกข์ได้อยู่แล้วจะเกิดโทษภัยที่หลังก็ได้ เดี๋ยวพระพุทธเจ้าจะอธิบายไม่อธิบายละเอียดนะนี่ท่านอธิบายเป็นข้อขนาดอย่างนี้เนี่ยเป็นชั้นเชิงถ้าจะอธิบายกันอีกหลายวันเฉพาะแค่นี้เนี่ยตั้งแต่บอกว่าถ้าบ่ดีเป็นเป็นบุตรก็หาพอดีมาทำอะไรออกจากเรือนบวชไม่มีเรือนอธิบายแบบโลกๆก็ออกจากเดือนมาจริงๆแล้วก็มาบวชพระอธิบายแบบธรรมะแบบทำมาที่ฐานแล้วคฤหบดีได้ปฏิบัติตนเรียกว่าบวชปฏิบัติบนละเว้นออกจากความเป็นผู้ที่ติดในทรัพย์สมบัติในการอะไรก็ต่างๆซึ่งเป็นวัตถุกามแบบนี้หรือบุตรก็ถามว่าดีแต่ปฏิบัติออกทางดูดีๆนะแต่ตัว เพลงยังไม่ได้ออกเป็นฆราวาสหรือเป็นชาวอยู่ที่กับบุคคลก็อยู่ปฏิบัติออกจนออกได้พอออกได้แล้วก็ออกมาบวชเป็นคนไม่มีเรือนเป็นคนไม่มีเรือนคำนี้โดยภาษาหยาบๆออกมาจากเดือนที่ของตัวเองทิ้งทรัพย์สมบัติมาบวชเป็นคนและไปเป็นพระแต่โดยทำมาที่ฐานเป็นผู้ที่ปฏิบัติตนจนหมดความเป็นคฤหบดีไม่หลวงทรัพย์สมบัติไม่หวงมีพวกคาถามหาจักรที่ปฏิวัติตามข้อหายากจริงๆแล้วเราจะเปลี่ยนลูกเลยเปลี่ยนรูปเป็นอนาคตไม่มีเรือนี่หมายความว่าอนาคตสิ่งของศาสนาพุทธเป็น ศีลของพระเป็นยังไงเราจะเป็นพระแล้วพระท่านสูงด้วยพระท่านโสดาเป็นยังไงมีศีลขนาดไหนพระสกิทามีศีลขนาดไหนพระอนาคามีศีลขนาดไหนพระอรหันต์มีศีลขนาดไหนมีศีลพร้อมด้วยศีลสำรวมอินทรีย์ทั้งหลายมีสติสัมปชัญญะเป็นผู้สันโดษรู้จักขอบเขตและก็รู้ว่าอย่างนี้ขยายขนาดนี้พออย่างนี้เราไม่เอาอย่างนี้เราพอพระอรหันต์นี่มีความน้อยมีเหตุผลมีเขตพออยู่สำหรับตัวเองแล้วก็นิดเดียวแต่สำหรับโลกและให้เขาอีกเขตพอกว้างมากพระอรหันต์เสพเสนาสนะอันสงัดถ้าจะบอกว่าได้รูปธรรมแล้ว ก็คือต้องเดินเข้าไปอยู่ที่เงียบแบบโบราณอธิษฐานตัวคนต้องเข้าไปนั่งอยู่ในที่เงียบเรียกว่าเสพเสนาสนะสงัดส่วนสมาธิฐานนั้นที่เงียบเดินเข้ามาอยู่ในตัวฟังดีๆนะยังทำอธิษฐานที่เงียบเดินเข้าไปอยู่ที่จิตแล้วมีเสนาชนะอันสงัดแล้วมีป่าอยู่ในใจที่เคยอธิบายจักรยานไม่ได้หมายความว่าเกิดข้างนอกจิตปันใจคือเป็นผู้เข้าถึงปัญหาเป็นปัญญาอันยิ่งเป็นตัวความว่างที่เกิดแล้วรู้เห็นความว่าเห็นความสงบระงับรู้เห็นความหยุด รู้เห็นความจบปันปันจากชัยนาทนั่นแหละคือสิ่งที่ได้ได้แล้วพึงเป็นแล้วมีแล้วเสพแล้วเป็นเสนาสนะเป็นที่พึ่งเห็นสถานที่อธิบายเป็นภาษาเป็นที่เป็นสถานที่เอาปลาเข้าไปไว้ในใจเอาความสงัดสงบเข้าไปไว้ในใจโดยไม่ได้หมายความว่าเอาตัวไปไว้ป่าเอาตัวไปไว้ที่สถานที่สำคัญสามารถเอาความสงบนั้นไว้ที่จ่ายไปแล้วเขาบอกว่าที่ตัวมันจะเอาตัวไปไว้ที่ป่าแล้วเอาตัวไปไว้ที่สงบแต่เอาตัวสงัดมาไว้ที่ตัวเพราะว่าที่ในใจนั่นแหละ อธิบายให้ฟังละนิวรณ์ได้เป็นผู้เสพเสนาสนะอันสงัดรักนิวรณ์ได้เพราะผู้เสพเสนาสนะอันสงัดก็คือธุระนิวรณ์ได้จะต้องไปป่าหรือไม่ต้องถ้าคนนี้ไม่จำเป็นไม่ได้ไปป่าแต่คนที่ยังต้องไปป่าก็คือคนที่อยากกินสีอ่อนสาระต้องการออกจากน้ำอะไรก็ทำไปตามขั้นตอนและเป็นเชิงสอนที่มีอยู่แล้วชัดเจนแล้วก็ปฏิบัติตามขั้นตอนส่วนผู้ที่บรรลุแล้วเสร็จละนิวรณ์ได้ก็คือผู้ที่มีความสงัดเข้ามาในตัวมีป่าในใจเสมอผมใช้ป่าในใจคืออธิบายมาแล้วได้ เพื่อพิจารณาเห็นนิวรณ์ทั้ง 5 อันตนรักได้แล้วในตนก็เกิดปราโมทย์ปราโมทย์เมื่อปราโมทย์ก็ยังเกิดปิติในการอธิบายละเอียดลงไปอีกปราโมทย์แสดงความรื่นเริงร่าเริงยินดีแหมได้ป่าในใจและมียันต์ละเอียดอย่างธรรมชาติตัวเองเข้าไปในป่าแล้วก็ปราโมทย์เพื่อนเธอเหมือนเดิมอยู่ในป่าติดปากถ้าออกมาจากนอกป่ามาเจอไอ้นั่นไอ้นี่หน่อยที่เป็นวัตถุกามสู้ไม่ได้ก็ปลาใหม่แบบนี้ก็เราก็ยังต้องวิ่งหนีกันอยู่มาเขามายังไม่อาจถามยังไม่เหมือนไอ้บอลกับน้ำ มันยังไม่เหมือนน้ำแข็งก้อนน้ำแข็งกลางเตาหลอมเหล็กมันต้องทำให้ได้จนกระทั่งได้จริงไม่ต้องวิ่งกรุ๊ปกับป่าป่าอยู่ในใจแล้วแล้วก็อยู่เฉยๆเมื่อผู้ใดเห็นว่านิวรณ์ 5 ออกไปจากตนหมดนั่นแหละเราปราบกิเลสปราบสัตว์นรกลงไปได้แล้วเราก็จะสามารถยินดีอาการยินดีนี่ยังเป็นเชื้อซ้อนแต่เป็นเชื้อปราโมทย์บันเทิงร่าเริงปรีเปรมพอปราโมทย์ปราโมทย์แล้วย่อมเกิดปิติเอาปลาหมดแล้วมันดีใจอย่างนี้เป็นสวรรค์แล้วก็รู้ว่าสวรรค์นี่ดีแต่อาการปราโมทย์นี้ยังอยากอยู่กับรถหยาบลงให้มันอ่อนเบาได้ เจตนามันก็เร็วมันก็ง่ายยังเป็นปิติท่านจึงเอาองค์ปิติมีคำอธิบายยินดีเนี่ยหรือว่าไม่มีใจฟูนิดหน่อยเอาไปไว้อธิบายคำถามเพราะชายเป็นสภาพจิตที่ละเอียดปราโมทย์นี่ยังเห็นได้ชัดหยาบเป็นการยินดีบันเทิงปราบปรีเปรมหยาบส่วนพิธีนั้นเป็นตัวละเอียดแล้วผมก็เคยอธิบายปิติให้ฟังเป็นชั้นตอนถ้าอธิบายแบบภาษาไทยยินดีเห็นดีรู้ดีปิติตัวรู้ดีละเอียดกว่ายินดีอย่างไรคุณก็พยายามกำหนดหมายให้รู้ตามพอรู้ตามไม่ทันเขมะที่พ่ออธิบายปิติเป็น 3 ชั้นเป็นภาษาไทยว่ารู้ดีเห็นดียินดีอะไรอย่างกว่ากัน รู้ดีนี่ละเอียดคือสักแต่ว่ารู้รู้ว่าดีมันไม่มีอะไรผู้ปกครองถ้าเห็นดีก็ยังมีการอะไรขึ้นมาหน่อยมีความหมายนะมันให้ความหมายมันให้ความรู้สึกเค้าบอกว่ายินดีภาษาคำว่ายินดีให้ความรู้สึกแล้วมันรู้สึกชื่นใจอร่อยใจมีรสชาติกว่าถ้าบอกรู้ดีมันไม่ค่อยมีรสชาติอะไรหรอกแหมทีนี้เป็นต้นครับผมได้ยินดีอย่างแรงก็ยินดีอย่างเบาถ้าอธิบายปิติไปอีกของชานผมอธิบายสู่ฟังแล้วแปลภาษาไทยรู้ดีเห็นดียินดีอะไรอย่างนี้เมื่อใจปิติ ก็สงบก็หมายความว่าเมื่อพี่ติไอ้ตัวปราโมทย์ก็หายไปซุปปราโมทย์กลายเป็นกลายเป็นกายส่วนปราโมทย์กลายเป็นกายก็ปราโมทย์หายไปนั้นคือมันสงบมันมีเศรษฐกิจอ่อนอยู่ผู้พิการสงบย่อมเสวยสุขเวทนาวันยิ่งอาการที่มันสงบเข้าไปอย่างนี้เรียกว่าสุขเวทนาของทางธรรมมันยิ่งสงบอย่างนี้เรียกว่าสุขก็เวทนาต่างๆผู้เสวยเวทนาย่อมยังจิตให้ตั้งมั่นได้เพราะผู้ใดเห็นว่ามันดีเห็นว่ามันสงบเห็นว่ามันเป็นสุขแท้ผู้นั้นก็จะเสพบ่อยผู้นั้นก็จะเสวยบ่อยพวกนั้นก็จะต้องการหาเอาแสวงเอาบ่อยๆเมื่อบ่อยๆก็เกิดความปฏิเสธ บ่แซ่บคนก็ตั้งมั่นได้เธอนั้นด้วยจิตอันเป็นไปด้วยมีดไปด้วยกับเมตตาย่อมแผ่ไปสู่ทิศที่ 1 ทีนี้เมื่อตั้งมั่นได้แล้วทีนี้ก็มีเมตตาสลับคืนช่วยเหลือคนอื่นนี่อธิบายเป็นชั้นก็มาช่วยคนอื่นมีเมตตาไปทั่วทิศเหนือทิศ 2 อาทิตย์ 3 อาทิตย์ 4 ก็เหมือนกันเธอแผ่ไปตลอดโลกทั้งสิ้นในที่ทั้งปวงทีนี้ก็แผ่ไปแล้วช่วยไปทั้งหมดเท่าที่เราจะสามารถทั้งเบื้องบนเบื้องต่ำเบื้องขวางด้วยจิตอันเป็นไปกลับด้วยเมตตาเป็นจิตไม่มีเวรคือไม่ผูกพันไม่มีพยาบาทไม่ก่อร้ายกว้างขวางประกอบ คุณอันใหญ่หลวงไม่มีขีดจำกัดแล้วแลอยู่พอได้ไม่มีขีดจำกัดเท่าที่เราสามารถคนเท่านั้นที่จะขีดจำกัดให้คนให้ตนถ้าเราไม่รู้ตนเราไม่มีขีดจำกัดขีดจำกัดจึงขีดจำกัดให้ใครก็ขายไม่ได้ไม่มีขีดจำกัดหมายความว่าจำกัดให้แก่ใครๆไม่ได้พระพุทธเจ้าท่านได้มากจนเราไม่สามารถจะไปกำหนดกระท่อมได้กว้างขวางเหมือนเรากำหนดลูกโลกกำหนดสัจจะทวารกำหนดที่สุดของจักรวาลมาหาเอกภพและกำหนดไม่ได้เพราะมันขนาดไหนเราก็เดาไม่ได้ว่าเมตตาของพระพุทธเจ้ากว้างขนาดไหนเรากำหนดไม่ได้ฉันใดก็ฉันนั้นเสียก็เสียว่าเหมือนกับคนตอบฝังที่แข็งแรง หาดเป่าสังข์ให้ได้ยินทั้ง 4 ทิศโดยไม่ยากฉันใดเพราะคนที่เป่าแตรเนี่ยเป่าสังข์เขาจะเป่าไปขนาดไหนให้มันดังไปไกลแค่ไหนก็เท่าที่นั่นเขามีแรงเมื่อมีแรงเท่านั้นเขาก็เป่าไปได้ให้แค่นั้นโดยไม่ยากฉันใดเมตตาเจโตเป็นมนุษย์ที่เจริญแล้วอย่างนี้กรรมชนิดที่ทำอย่างมีขีดจำกัดอธิบายได้ว่ากรรมที่มีชนิดที่ทำอย่างมีขีดจำกัดย่อมไม่มีเหลืออยู่การกระทํา ทำกรรมแล้วไม่มีกรรมที่ค้างมีแต่สักแต่ว่ากระทำไม่ตั้งอยู่นั้นก็ฉันนั้นก็ไม่ตั้งอยู่กรรมนั้นมันก็ไม่ต่างเมตตาเป็นกรรมเป็นกรรมของจิตเมตตาเป็นการทำงานของจิตฟังดีๆนะกิริยาของจิตมันมีกิริยาที่เรียกว่าเมตตามีอาการที่ 1 เมษายนขึ้น เมตตานี่เป็นกิจมีบทบาทบทบาทมีลักษณะอย่างนั้นมีอาการอย่างนั้นมีกิริยาอย่างนั้นคือเมตตามันสงสารเขามันอยากช่วยเขาเนี่ยมันมีเชิงอยากขึ้นมาเจออธิบายให้ยากๆขึ้นมาก็เมตตานี่โอ้มันเห็นคนนั้นมีทุกข์และมึงไม่เห็นคนนั้นมีทุกข์แล้วมันก็จะเกิดอาการอย่างหนึ่งที่อยากจะช่วยเขาให้พ้นทุกข์อาการอย่างนี้เราเรียกว่าเมตตาเป็นลงมือช่วยเขาเรียกว่ากรุณาเอาตัวเดียวนะตัวจิตที่มันนำไปนั่นแหละจิตเกิดแล้วแล้วไปจบตัวไปทำลงมือช่วยเขาอยู่เรียกว่ากรุณาไม่มีไม่เอาตัวจริงเนี่ย เข้าไปร่วมนะกรุณานี้ก็คือกรุณาตัวมันเองอธิบายตัวมันเองนะเอาไปทำช่วยเขาทำแล้วทำก็สักแต่ว่าทำคือกรรมของกรรมการกระทำของการกระทำไม่มีเราเขาอะไรไม่มีจิตอะไรรู้แล้วว่าควรกระทำอย่างนี้ก็ทำอย่างนี้ช่วยคืออะไรคนหกล้มช่วยเอาลุกขึ้นก็ไปทำอย่างนั้นคนไม่มีสิ่งนี้เอาส
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive