200317-054 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน054-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ008.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคมพุทธศักราช 2520 แต่นี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์จะนำบุคลากรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกเรามาทบทวนต่อที่เราได้ฟังทิฐิ 62 ซึ่งหมายความว่าเป็นความเข้าใจเป็นความรู้สภาพละเอียดละเอียดละออในแง่ของจิตที่ติดยึดเอาสภาพต่างๆเข้าสภาพเรานั้นมันเกี่ยวเนื่องด้วยใจ จิตวิญญาณทั้งสิ้นแต่ขนาดจิตวิญญาณนี่แหละพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถ้าไม่ได้เรียกจิตวิญญาณลองฟังคำศัพท์ต่อไปนี้หน่อยก่อนจะจบเนี่ยนิดนึงตอนท้ายเพราะท่านได้สาธยายถึงเรื่องทิฐิที่มีความเข้าใจต่างๆถึง 62 อย่างนี้แล้วท่านก็ตรัสตอบไปว่าภิกษุทั้งหลายสมณะหรือพราหมณ์ก็ดีเหล่าใดกำหนดขันส่วนอดีตก็ดีส่วนอนาคตก็ดีหรือทั้งอดีตอนาคตก็ดีมีความเห็นดิ่งไปส่วนหนึ่งแล้ว คำแสดงทิฏฐิต่างๆประการทั้งหมดทุกเหล่าย่อมกล่าวเพราะอาศัยวัตถุใดวัตถุหนึ่งในวัตถุ 62 อย่างนี้ไม่นอกจากนี้ไปได้เลยเขาเหล่านั้นถูกวัตถุ 62 อย่างนี้ครอบทับทำให้เป็นเหมือนปลาติดอยู่ในอวนถูกแวดล้อมให้อยู่ได้เฉพาะภายในวงนี้เมื่อพุธก็พุธได้ในวงนี้เช่นเดียวกับนายประมงหรือลูกมือนายประมงผู้ฉลาดทอดง่วงน้ำ น้อยทั้งหมดด้วยอวนโดยตั้งใจว่าสัตว์ตัวใหญ่ทุกๆตัวในห้วงน้ำนี้เราจะทำให้อยู่ภายในอวนทุกตัวฉะนั้นภิกษุทั้งหลายเราตถาคตรู้ชัดวัตถุ 62 อย่างนี้ชัดเจนว่ามันเป็นฐานที่ตั้งของทิฐิซึ่งเมื่อใครจับไว้ถือไว้อย่างนั้นอย่างนั้นแล้วย่อมมีคติมีภพเบื้องหน้าเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นสถาบันรู้เห็นเหตุนั้นชัดเจนยิ่งกว่าชัดเพราะรู้ชัดจึงไม่ยึดมั่นเพราะไม่ยึดมั่นย่อมสงบ ตกเย็นในภายในเฉพาะตนเพราะเป็นผู้รู้จักเป็นผู้รู้แจ้งความเกิดความตั้งอยู่ไม่ได้ความเป็นสิ่งยั่วใจความต่ำทรามและอุบายเครื่องหลุดพ้นไปได้แห่งเวทนาทั้งหลายตถาคตจึงเป็นผู้หลุดพ้นไม่ถือมั่นด้วยอุปทานถ้าฟังดีๆจะสะกิดใจจะเห็นได้ว่าพระพุทธเจ้าท่านยื
อ่านต่อ
นยันว่าความเห็นลึกความเข้าใจเอาใจนี่แหละมันไปมีความเห็นได้มันไปมีความเข้าใจได้ มันไปมีความรู้ได้ไหนมันไม่มีความรู้หรือมันเป็นความเห็นอย่างนั้นแต่เป็นความเข้าใจอย่างนั้นหรือไม่มีอารมณ์อย่างนั้นไปมีความรู้สึกอย่างนั้นเพราะมีความรู้สึกอย่างนั้นแล้วก็ไปยึดเอาอย่างนั้นเป็นมั่นเป็นหมายไปยึดเอาไปยึดมั่นเพราะรู้ชัดจึงไม่ยึดมั่นนี่เป็นการรู้ของพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้ารู้ว่าไอ้นี่แหละมันเป็นตัวร้ายจิตที่ไปรู้ไอ้นี่เข้าแล้วก็จะไปยึดเอาไอ้นี่เขาก็ติดก็เป็นตัวร้ายเพราะไม่ยึดมั่น ยอมสงบเยือกเย็นในภายในเฉพาะตนไม่มีคำพูดที่จะพูดแล้วเราอาศัยเราจะต้องมีฐานเราจะต้องยึดฐานหรือว่าจะต้องอยู่กับฐานที่อาศัยเป็นปัจจุบันน่ะทำเดี๋ยวนั้นเดี๋ยวนั้นเล็กเร็วและยิ่งกว่าปลายเข็มเร็วยิ่งกว่าไม่รู้จะเอาอะไรมาเรียกกว่ายิ่งกว่าวินาทีเรารู้แล้วเราก็วางทีนี้เรารู้นั่นน่ะถ้าเผื่อว่าจิ้มเข้าแล้วก็หลุดไปเลยปล่อยไปเลยวางไปเลยเราก็ไม่รู้อะไรมันได้ชัดหรือไม่ได้ส่วนตัวธรรมดาของคนน่ะเพราะว่าบรรยายยังไม่แหลม ที่นี่ใครจะรู้ชัดรู้ท่วมทั่วหรือว่าพอแตะพับแล้วก็รู้เร็วรับเปลี่ยนเลยแล้วก็รู้ก็หมายความว่าคนนั้นต้องมีปฏิภาณชาญฉลาดพอแตะสัมผัสพระครูเลยว่าอะไรทีนี้ถ้าเรายังไม่ฉลาดอย่างนั้นเราก็จะต้องรู้ว่าแตะแล้วรู้สัมผัสรู้ให้ทั่วเป็นสัญญาณให้ความรู้เข้าไปเข้าเคลียร์เวทีตัดให้มันไปรู้กำหนดหมายอย่างเรียบสะอาดไม่ให้เหลือเป็นเนวสัญญานาสัญญาไม่ให้มันรู้บ้างไม่รู้บ้างยังเหลือสวดยังเหลือยังเหลือส่วนยังเหลือเศษอยู่แล้วเราก็ยังไม่รู้จริงยังตกยังหล่นนี่เรียกว่ายังไม่พ้นสัญญา ฟังดีๆนะเราจะเข้าใจจิตเข้าใจฌานจิตหรือว่าเข้าใจสภาพของจิตลึกเข้าไปอีกถ้าเรายังไม่ให้ความสามารถรู้ละเอียดเป็นความรู้ที่ยิ่งเข้าไปเคล้าเคลียเข้าไปรู้สภาพนั้นสภาวะนั้นคือส่วนนั้นอย่างละเอียดละออเราก็คือผู้ยังไม่พ้นในว่าสัญญาณมาสัญญาณโดยเฉพาะจิตอารมณ์จิตโดยเฉพาะที่เราหมายเอาจิตหรืออารมณ์จิตเพราะฉะนั้นจิตที่มันจะลึกซึ้งละเอียดเป็นรูปขนาดไหนก็ตาม จิตของเราเนี่ยมันจะลึกๆละเอียดเป็นรูปเป็นสภาพที่บางเบาซอกซอนเป็นตัวเป็นตนอยู่ขนาดไหนก็ตามเราจะต้องให้เวลาคิดตะเราจะต้องสัญญาเวทยิตนิโรธ อยู่บ้านมันยังรู้ไม่ถ้วนทั่วจะว่าไม่รู้ก็ไม่ใช่รู้แต่จะว่ารู้ก็รู้ยังไม่หมดจะว่ารู้ก็รู้ยังไม่ทั่วรู้ยังไม่แทงทะลุรู้ยังไม่รอบสิ้นรู้ยังไม่เกลี้ยงว่าเราจะต้องรู้ให้จริงรู้ให้หมดพอรู้แล้วเสร็จเราเคลียร์เรื่องแล้วเสร็จแล้วเราก็วางไม่ยึดไม่รู้นั้นและไอ้ที่รู้นั้นก็ไม่ใช่เราขณะนี้บอกแล้วนะว่าไม่ได้ไปรู้เรื่องจรวดโรคนอกโลกตัวเราเป็นรู้อะไรแต่อื่นนอกตัวเราไม่ใช่แต่รู้จิตของเราให้ทั่ว ติดซอกแซกซอกแซกเนื้อตัวตนของจิตเนี่ยมันมีเศษของกิเลสโลภะโทสะโมหะซอกซ้อนซ่อนแฝงดึงถ่วงแอบทำงานทำการลับๆอยู่ในข้างในจิตเราหรือไม่ทดสอบแทรกรู้ให้ทั่วโลกทดสอบๆๆให้ทั่วถึงจะเรียกว่ารู้ทั่วถึงจิตใจแต่สิ่งต่างๆทั้งหมดให้รู้ให้ละเอียดอย่าให้เหลือแม้อโศกอ่ะวีระชัยแม้ทุเรียนหมอทุเรียนก็ต้องรู้ซอกแซกให้หมดว่าเราหมดเรารู้เท่าทันมันนะแม้จะมีอาการยินดีปราโมทย์หรือว่ายังจะเป็นอาการ เขตอะไรอยู่นิดๆหน่อยๆก็ตามเราก็จะต้องรู้ให้ใสสะอาดไม่ให้มีธุลีหมองไม่ให้มีทุเรียนถ้าเรามีขณะนั้นมีทุเรียนบ้างมีความปราโมทย์ใจมีความยินดีอยู่ในใจมีความชอบมีความเห็นดีแล้วก็ยินดีในความเห็นดีมีความดีรู้ว่าจิตอย่างนี้เป็นจิตที่เจตนาดีแล้วก็กระทำดีสั่งการดีและเราก็รู้ดีและก็เออมันก็ดีนี่นะครับเราก็มีจิตใจยินดีหรือว่ามันก็ดีนะกับจิตที่ดีนี่มันทำงานอยู่ตามความเหมาะสมเราก็ให้มันทำงานตามความเหมาะสมแต่ไอ้ที่ดีนั้นไม่ใช่ตัวเราอย่าไปหยิ่งว่าเราอย่าไปหลงว่าเราอย่าไปรักว่าเราจะไปยึด เราไม่ต้องเห็นแกว่ามันไม่ใช่เรามันไม่ใช่ว่าติดเอาไว้ไม่ยึดมั่นรู้แล้วก็ปล่อยเขาปล่อยเป็นสภาวะสงบเยือกเย็นในเฉพาะตนเพราะว่ามันก็เป็นอย่างนั้นแหละมันก็มีแต่บทบาทเราเองเราทำงานได้ก็เพราะจิตสั่งทุกประการจิตรู้ทุกประการจิตแจ่มจิตเป็นตัวประธานใหญ่ของชีวิตมโนผูกพันขนาดและเราก็รู้ว่าถึงจิตคิดมันก็สั่งการมันก็ทำงานและจิตใจไม่ติดจิตแม้แต่จิตของเราว่าได้นิพพานเราได้ ชั้น 4 รถได้ชั้นต่ำวิหารเราได้อรูปฌาน 8 ได้ทุกวิชาอีก 4 เป็นฌาน 8 ผลในวัดสัญญาณอ่ะสัญญาแล้วผลแม้กระทั่งเมษสัญญานะสัญญาด้วยก็ไม่เป็นไรนี่พ้นแล้วก็พ้นไปแล้วอย่าไปยึดมั่นยึดหมายว่าเราจะได้นิพพานนี้อีกหรือว่านิพพานนี้จะต้องเป็นของเราหรือเราจะต้องไม่พลาดจากนิพพานเราจะต้องมีอาการอยู่อย่างนี้ตลอดกาลจะต้องมีสภาพจิตอย่างนี้ตลอดกับการไม่เที่ยงอาจจะมีเว็บพวกได้อาจจะมีมุดจอได้ อาจจะมีอวัยวะจรเข้ามาได้ไม่เอาวิมุติจอก็รู้เท่าทันแล้วปรับให้ดีที่สุดยังไม่ดีที่สุดก็ปรับให้ดีที่สุดหลับให้ดีที่สุดแล้วก็เป็นนิพพานนิพพานแล้วก็เออก็รู้ว่านิพพานแล้วเราก็ไม่มั่นหมายแม้ในนิพพานไม่ยินดีแม้ในนิพพานไม่หลงวันนี้ผ่านเป็นของเราฟังให้สุดยอดฟังให้สุดยอดนี่เป็นตัวที่สุดยอดแล้วที่เพิ่งเรียนกันในพระไตรปิฎกทั้งหมดในหลักฐานทั้งหมดแม้แต่ได้นิพพานแล้วก็ยังไม่สำคัญมั่นหมายในนิพพานไม่ยึดวันนี้ผ่านไปของเราไม่ยิน บีในนิพพานมันเป็นขนาดไหนแต่ฐานผู้ที่ยังไม่ได้นิพพานก็ยินดีกับนิพพานก่อนก็เอาเถอะก็รู้ตัวว่าเราเองได้นิพพานแล้วก็ยินดีคืนนี้ผ่านเอาเถอะท่านที่เราไม่รู้นิพพานแล้วปิติยินดีมากมายแล้วก็แนบแน่นกับนิพพานทำนิพพานให้ตั้งมั่นให้เป็นสมาธิทำให้นิพพานให้อย่างลงทำให้นิพพานให้เป็นเหมือนสีข้าวกล้องให้ได้จนเป็นอัตโนมัติพอได้แล้วมันก็จะเบาเองพอได้แค่เข้ามันก็จะจืดจางเองมีนิพพานได้กินชาเคยตอนนิพพานคุ้นสันนิษฐานคุณแล้วมันก็จะไม่มียินดีเองตอนแรกมันก็จะยินดีมันก็จะปลื้มเพลงปิติใจ พอเสร็จแล้วมันก็ไม่ยินดีเองเพราะไม่ยินดีแล้วเราก็จะต้องมายินดีกับโลกเขาจะมีจิตยินดีเป็นยังไงกับโลกจิตปล่อยธรรมดากับโลกจนในนิพพานที่แน่นอนมั่นคงแล้วเรารู้เท่าทันแล้วก็ลูกมันก็ไม่ยินดีกับโลกเป็นแต่เพียงปฏิสันถารแม้แต่เพียงรับกับโลกเป็นแต่เพียงปฏิสัมพันธ์เพื่อที่จะเชื่อมโยงกับโลกเพื่อคุณกับโลกเรารักกับเขาตอบรับกับเขาต้อนรับกับเขาแล้วก็สัมพันธ์สังขารปรุงอยู่ร่วมกับเขาก็เป็นแต่เพียงสักแต่ว่างานสักแต่ว่ากิริยาเป็น หากิริยาจิตเป็นมหากาฬอุเบกขาสหะกะตังต่างๆหรือเป็นโสมนัสสหกรรมต่างๆเรียกว่าโสมนัสสหัสคือมีความโสมนัสมีความยินดีโสมนัสก็ให้ความยินดีแปลเป็นภาษาไทยแล้วมันไม่มีภาษาละเอียดเหมือนบาลีแล้วเป็นภาษาไทยแล้วเขาเรียกความยินดีเหมือนปราโมทย์เหมือนปิติเหมือนอะไรมันก็ยินดีทั้งนั้นโสมนัสนี่ก็ได้ความยินดีมันมีสภาพจิตที่เรียกว่าเรายังรู้ดีเรายังเห็นดีเรายังร่วมเรายังร่วมด้วยกับดีนี้แต่ว่า เขาไม่ได้มีรสชาติก็ดีนี้ติดใจในดีนี้ก็เปล่าฟังชัดๆเราไม่ได้ติดใจกับดีนี้เราไม่ได้ร่วมรถกับดีนี้แต่ดีนี้เราร่วมด้วยแต่ไม่ได้ร่วมรถคนดีนี้ฟังภาษาดีๆผมพยายามใช้ภาษาเท่าที่ผมมีความรู้ในเรื่องของนิรุตติภาษาเอาภาษานี้มาอธิบายเพื่อที่จะปั้นสิ่งที่มันไม่มีตัวตนและละเอียดแล้วด้วยให้คุณฟังผมกำลังอธิบายนิพพานที่คุณฟังโดยสภาพความเป็นนิพพานสูงสุดผมกำลังอธิษฐานอธิบายไม่มีตัวตนแต่ผมก็พยายามที่จะปั้นรูปร่าง ตัวตนให้คุณเข้าใจด้วยสื่อสมมติที่สัจจะคือภาษาเรียกว่านิรุตติใช้นิรุตติใช้ภาษาโดยเฉพาะพวกเรานี่เข้าใจภาษาไทยอย่างลึกซึ้งผมก็พยายามเก็บภาษาไทยทั้งหมดทั้งหยาบละเอียดที่ง่ายที่สุดที่จะเอามารวมให้คุณพูดตะล่อมให้คุณเข้าใจสภาพนี้โดยคุณก็พยายามนึกคิดปั้นสภาวะนั้นออกมาให้เข้าใจได้ว่านี่คือนิพพานนิพพานคือการได้นิพพานแล้วไม่ติดนิพพานนิพพานของศาสนาพุทธพราหมณ์คือการได้นิพพานเกิดนิพพานมีนิพพานเป็นนิพพานแล้วไม่ติดใจในนิพพานอีกทีนึงได้แล้วก็ไม่ติดใจ นั่นเป็นนิพพานสุดยอดสุดยอดที่ผ่านไม่มีคำไม่มีคำเรียกอีกแล้วจึงขอเรียกนิพพานซ้ำนิพพานจึงขอเรียกนิพพานสันนิษฐานคือได้นิพพานแล้วแล้วไม่ติดใจในนิพพานอีกทีนึงไม่ติดใจสลัดคืนได้นิพพานแล้วก็สลัดนิพพานคือจิตของเราจะเป็นอื่นที่ยาวกว่านิพพานอีกก็ไม่เดือดร้อนเราก็รู้ตัวว่านี่เราจะอยู่ในเวลาเพียงไม่ใช่เวลาพักถ้าพักก็หมายความว่าหยุดไม่ปรุงไม่แต่งไม่คิดไม่นึกไม่มีสภาพรู้อะไรอีกหรือว่าเป็นอาการสาเป็นยานินจาและจิตที่ว่างๆโล่งๆรู้ก็รู้ว่าว่างๆๆรู้มัน ไม่คิดรู้ไม่มีวิญญาณธาตุที่รู้ยิ่งกว่านั้นอีกเป็นแต่เพียงวิญญาณธาตุที่เป็นธาตุรู้อะไรก็อันนั้นแล้วก็เป็นอันเดียวเท่านั้นไม่ได้มีอะไรมาปรุงร่วมอีกนะเรียกว่าหยุดแต่ถ้าเริ่มปรุงล่ะเริ่มรู้ว่านี่คือคนนี่คือแดดลมฟ้านี่คือดินน้ำไฟลมนี่คือสีนี่คือรูปนี่คือรถนี่คือกลิ่นนี้คือเสียงนี่คือวัตถุประสงค์ต่างๆแล้วเราก็จะร่วมงานจะร่วมงานกับดินน้ำไฟลมจะร่วมงานกับรูปรถติดเสียสตางค์ก็ร่วมงานไปโดยรู้แล้วจะเริ่มคิดว่าปรุงว่าไอ้สวยขึ้นมาหน่อย สำหรับคนถ้าไม่มีสีนี้ถ้าไม่มีรูปอย่างนี้คนเขารับไม่ได้เพราะฉะนั้นเราปรุงเหมือนพ่อครัวลุงให้เขาปรุงให้เขากินปรุงให้เขารับให้เขาติดหน่อยคนก็ยังมีกิเลสคนก็จะเอาจืดสนิทเขารับไม่ได้ปรุงให้เขาเราเป็นพ่อครัวแล้วเราก็ทำวันนี้ให้เขาได้ยินดีที่เขาจะรับรสนี้อินเดียเขาจะรับรถจึงพูดที่เป็นผู้ที่ปรุงเหมือนเป็นผู้ที่ทำเครื่องสำอางแต่เราจะต้องมีสิทธิ์ที่สะอาดไม่ใช่ ที่สะอาดฟังดีๆจิตเราเป็นจิตสะอาดจิตเราไม่ใช่เป็นจิตสว่างหรือสำอางได้ติดสิ่งที่ครอบคลุมไม่ใช่สิ่งที่ปรุงแต่งไม่ใช่เราไม่ติดสิ่งที่เราปรุงรสแต่งซะเองเราไม่ได้ติดสิ่งนั้นแต่เรารู้ว่าเราทำให้คนอื่นเราสะอาดอยู่อย่างเก่าแม้แต่เราจับสีมือเราก็ไม่เปื้อนสีมือเราต้องสะอาดอยู่จิตเราต้องสะอาดอยู่แม้แต่เรากำลังปรุงรสที่จะต้องปรุงให้เผ็ดอย่างนี้แต่เราก็ไม่ติดในรถรับส่งให้หวานขนาด เพราะคนนี้ถ้าไม่หวานขนาดนี้เขาไม่ติดเขารับไม่ได้เราปรุงให้เค้าหวานขนาดนี้แต่เราก็ไม่ได้ติดรสหวานนี้สะอาดอยู่เราไม่สำคัญไม่สะอาดไม่ใช่เราไม่ใช่ตัวเครื่องสำอางเราเป็นตัวสะอาดกว่าเครื่องสำอางปรุงเครื่องสำอางให้ขาวและเราก็เป็นผู้มักน้อยแต่ไม่ใช่ปรุงให้จัดด้วยไปไม่ใช่ถ้าคนนี้รู้แล้วว่าปรุงให้ขนาดนี้ปิดแล้วก็ได้มาเพื่อละลายแล้วเอารถเข้ามาอีกไม่ใช่ว่าจะไปปรุงจัดให้แก่เขาไปมันมีทิศทางเห็นไม่ชัดเพราะคนที่มาทางธรรมเนี่ยอ่าตอนนี้ชักไม่ทาปากได้แล้วแต่ยังผัดแป้งไม่เขียนคิ้วได้แล้วแต่ถ้าจะฝาก รถไม่เขียนคิ้วไม่มีตั้งเป็นแลเงาอะไรต่ออะไรแล้วทาแต่ปากก็ดีแล้วต่อมาอัปเดตรถทาปากนะไม่ทาปากเหลือแต่แป้งต่อมาไม่พาแม้แต่แป้งต้องให้คนรถบางทีเรื่อยๆหากคนนี้บอกว่าเออออนไลน์แต่คุณยังติดอยู่ก็เลิกถามคิวซะก่อนเราเขียนเรื่องแต่งอายแชโดว์ซะก่อนจะทาปากดูบ้างจะทาแป้งอยู่บ้างก็ไม่ว่าอะไรเงี้ยพอแป้งแล้วก็เมื่อยเวลาจะทาแป้งเขียนปากอยู่นะเขายังเมื่อยก็เห็นชัดแล้วว่ามันก็ไม่เห็นมีดิบดีอะไรเราจะไปหลอกล่อเขาสดเท่านั้นเองเข้าใจชัดเป็นปัญญาอีกก็ไม่ถามแม้แต่ปากทำไมเราไม่มีปากแดงเราไปทำงานไม่ได้หรือว่าเราไปคบสังคมไม่ได้หรือว่าเราไปยุ่งเกี่ยวกับคน ไม่ได้มันเป็นยังไงมันไม่เห็นมีอะไรสุดท้ายเราก็ไม่ถามแล้วปากเพราะไม่ทาปากแล้วก็เหลือแต่แป้งแป้งแล้วจะทาเพราะอะไรเราทาเพราะว่าจะให้ผิวหน้าของเรานวลเฉ่งอยู่หรือว่าเราแกล้งถามเพราะว่ามันมันต้องอุดรูเหงื่อหน่อยเหงื่อมันเยอะเหนียวเยอะก็ผัดแป้งให้มันอุดเหงื่อก็เอาแต่อย่าลืมว่าเมื่อเราผัดแป้งคราวนี้มันมีความผันแล้วมันเนียนแล้วก็รู้สึกว่าเรียบๆสบายมือสบายแป้งอยู่มันก็มีเครื่องพ่อมันก็ยังมีวิธีกันนะ มาลาคันธะวิเลปะนะยังมีเครื่องพ่อขึ้นฐานนี้ถ้าเผื่อว่าเราเองอยู่กับธรรมชาติอยู่กับธรรมดาเราจะมีเหงื่อมีอะไรบ้างก็ล้างหน้าเอาเช็ดเอาก็เดี๋ยวมันก็เปลี่ยนไม่จำเป็นที่จะต้องไปทาแป้งเพื่อที่จะกันอุดรธานีก็ผิดธรรมชาตินะแป้งเนี่ยเพราะว่าเราเนียนมันก็ไปด้วยฝุ่นที่ละเอียดแล้วมันก็ไปอุดรูเหงื่อเหงื่อมันก็ไม่ออกก็ใช่สิมันก็ไม่เหนียวก็มันเหงื่อมันไม่ออกแล้วอ่ะที่หน้ามันก็ไปออกที่อื่นแทนเพราะเราเองเราต้องการไม่ต้องการให้เหงื่อออกไอ้เหงื่อมันก็ต้องมียิ่งเราเป็นนักปรุงยิ่งเราเป็นนักคิดมันก็เหงื่อก็ยิ่งต้องออกแหละพอเวลาเราคิดแล้วมันก็ต้องมีเศษมันเหมือนกับเราเวลาเราทำงานอะไรมันก็ต้องมีเศษของอันนั้น เป็นส่วนเหลือเป็นเป็นส่วนส่วนขับถ่ายที่เหลือเชื้อมันก็ต้องออกมามันก็ต้องเหนื่อยก็ต้องออกเป็นธรรมดาออกแล้วเราก็เช็ดเช็ดทิ้งไม่ใช่ไปเปลี่ยนธรรมชาติว่าอุดรูมันไว้ให้มันออกไม่ใช่ไม่อดรู้มันปล่อยมันออกก็แน่นอนมันต้องออกถ้าเราปรุงเราคิดเรานัดคิดมากนักปรุงมากมันก็จะมีมากถ้าเราไม่ใช่นักคิดนักคิดนักปรุงมันก็จะแห้งลงแห้งลงแห้งลงมันก็ไม่มีอะไรมากเศษเหลือส่วนที่จะขับดันออกมาอีกมันก็ไม่มีมากน้อยเพราะฉะนั้นเราต้องรู้ความจริงตามความเป็นจริงว่าถ้าเราทำงานเหงื่อก็ต้องออกถ้าเราคิดเผื่อก็ ก็ในเมื่อเป็นคนก็ต้องคิดก็ต้องทำงานก็ต้องปรุงก็ต้องทำงานอยู่ไงมันก็ต้องออกเมื่อเรารู้ความจริงแล้วออกก็ออกจากแชทเอาไม่ต้องใช้แป้งแล้วก็ไม่ต้องไปเพราะแป้งแล้วก็ไม่ต้องไปมีวิเลปะนะไม่ต้องใช้แม้แต่แป้งออกตอนไหนก็ออกถ้ามันออกก็เช็คเอาทีนี้เราปรับปรุงตัวเราเองมีความการคิดการใช้สรีระใช้กำลังงานไปในวันหนึ่งวันหนึ่งพอประมาณขนาดนี้มันก็ซึมออกนิดๆหน่อยๆไม่มาเป็นไม้นอกจากเวลานี้เราปรุงมากนะมันก็เวลาที่ผมกำลังบรรยายธรรมะนี้ปรุงมากสักนิดมันก็ออกออกแล้วทำไมเราก็เช็ดไม่ใช่ออกมาแล้วก็เอาแต่แป้งทาอุดมไว้มันไว้ กดเข้าไปนี่อุ่นแล้วก็ล้างออกอุดแล้วก็ล้างออกเนี่ยแป้งเวลาไปอุดอุดรูแล้วเนี่ยมันก็จะทำการกระทำการไอ้นั่นรูนะขยายรูเหมือนกันนะจะโตขึ้นโตขึ้นถ้ายิ่งไม่ทาแป้งยิ่งผิวหยาบขึ้นผิวหยาบขึ้นให้ละเอียดมากแล้วเพราะในขณะที่เราทาแป้งอยู่นี่มันก็ไม่หยาบเพราะว่าแป้งมันไปอุดรูพอเราล้างหน้ายิ่งเอาครีมล้างออกแล้วมันก็ยิ่งหัวโจ๊กยิ่งมีตัวแปลงไม่มีธาตุเคมีที่จะต้องพรชัยปิดแน่นและก็เข้าไปเวลาล้างก็ต้องเอาไอ้ครีมที่จะต้องไปเจาะใช้ไอ้นั่นออกมาอีก ตัวที่เอาเข้าไปติดมันเหมือนกับเครื่องเจาะเนี่ยซีเมนต์เนี่ยพอเวลาจะเอาไปปิดก็เอาไอ้ยาซีเมนต์อย่างนึงเข้าไปติดไว้ก็ยิ่งเหนียวพอให้มันเกาะกับพื้นซีเมนต์ให้เหนียวข้าวก็เหมือนกันล่ะก็ให้แป้งนี่ก็ไปเกาะผิวหนังอย่าให้หลุดง่ายให้อุดอยู่ให้แน่นๆพอเวลาจะออกก็ต้องใช้ครีมหรือใช้ยาที่เป็นปฏิกิริยาที่จะละลายที่จะละลายไอ้นี่ออกให้ได้ก็เอายานี้ไปละลายพอละลายมันก็ยิ่งมีปฏิกิริยาแรงละลายซีเมนต์นี้ออกซีเมนต์นี้ก็จะไม่ออกแต่เฉพาะของที่เราไปละลายมันก็จะทำปฏิกิริยากับขอบเหม็นด้วยของที่มันก็จะบานออกไปด้วยผิวหนังเราเหมือนกันมันก็จะบานออกไปด้วยเรื่อยๆแล้วคนที่แต่งหน้าด้วยธาตุเคมีหรือว่ายาไอ้เครื่องสำอางที่มีธาตุเคมีที่เขามี ธาตุเคมีสูงขึ้นมีฤทธิ์มากขึ้นนะมันก็จะกัดจะเกาะหน้าเนี่ยแล้วก็จะทำลายหน้าเรามากๆขึ้นจะเห็นได้ว่าคนที่ยิ่งมีเครื่องสำอางใช้เครื่องสำอางราคาแพงเครื่องสำอางที่มันเหนียวแน่นทนดีอะไรของเค้าเนียนยิ่งขึ้นหน้าตาเขาก็ยิ่งจะถูกธาตุเคมีนี้ทำลายเลยพอเค้าล้างหน้าครีมไม่มีอะไรแล้วจะเห็นหน้านี่ไม่เหมือนกับหน้ามนุษย์จะยิ่งเสียวยิ่งชีพผิดประหลาดลงไปต่างๆนานาเป็นจริงเป็นจริงหน้าสุขเพราะมันยิ่งไม่มีเครื่องสำอางแล้วมันผีมันผีเคยแล้วอาตมาเคยเห็นพวกเมียเพื่อนๆเห็นก็ต้องแต่งหน้าแต่งตาพ่อมาเต็มที่ ขอเวลาไปเห็นหน้าตาก็ไม่ได้แต่งไม่ใช่ว่าติดยึดติดสีนั้นด้วยนะไม่ใช่ติดยึดติดสีแต่หน้าตาของเขาเนี่ยมันมีรอยมีคุณมีอะไรมีต่างๆนานาโอ้โหบนหน้าผีตายซากพอเวลาเขาไม่แต่งหน้าเจอกันในเวลาที่เขาไม่แต่งหน้าเหมือนผีตายซากเลยและไม่ใช่เป็นเท่านั้นปฏิกิริยาของธาตุเคมีต่างๆมันจะทำปฏิกิริยาจะทำโทษกับผิวหนังตอนที่มันกำลังทนได้อยู่มันก็ทนได้ต่อต่อไปธาตุเคมีที่เข้ามาใช้คือมันก็จะยิ่งสูงขึ้นแล้วก็จะเป็นพิษต่อผิวหนังมากขึ้นตอนนี้มันยังไม่ออกมันยังไม่เป็นภัยมันยังไม่เป็นเชื้อต่อไปมันจะเป็นภัยเป็นเชื้อแล้ว เครื่องสำอางเนี่ยจะมีในอนาคตนี่เราจะทำนายเป็นเรื่องจริงถ้าเขาไม่หยุดยั้งและก็ไม่ลดถอยนะจะเป็นที่จริงต่อไปโรคมะเร็งในผิวหนังเกิดจากเครื่องสำอางจะเกิดโรคมะเร็งในผิวหนังที่เราเรียกว่าโรคมะเร็งมะเร็งคือการเพาะไว้เพาะไว้เพราะไว้เนียนละเอียดถ้านานเพราะว่าพอไหวแล้วก็เป็นส่วนเกินทั้งนั้นก็คือเนื้องอกนั่นแหละคือส่วนเกินนั่นแหละคือสิ่งที่มันไม่เอาแล้วแต่มันไปบอกไว้เพาะไว้ยึดเอาไว้ว่าเป็นของเราที่จริงไม่ใช่เนื้อแต่ว่าเรายัดเข้าไปจนกระทั่งผิวหนังเองมันก็หลงมาเป็นเนื้อ ฟังดีๆนะผิวหนังเองมันหลงมาเป็นเนื้อหรือในส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายของเราเนี่ยมันงอกตรงนั้นงอกตัวนี้ก็คือตรงนั้นล่ะที่จริงมันไม่ใช่นะที่จริงปอดของคุณเท่านี้ตับของคุณตอนนี้อวัยวะส่วนนั้นของคุณเท่านี้คำกล่าวนี้แต่เมื่อเวลามันมีอะไรเข้ามาเพิ่มก็เพิ่มความจนเสือนี่ตอนแรกๆมันก็ผลักออกไม่ใช่โว้ยออกไปไม่ใช่โว้ยออกไปหนักเขาก็บอกเออทำไมมันมาบ่อยจริงเว้ยขี้เกียจผลักแล้วอยู่เอ๊ะหรือของเราว่าอ้าวหรือพวกเราว่าส่วนนั้นส่วนนี้ก็รับก็เลยกลายเป็นเนื้อที่สุ่มออกมางอกออกมามีอะไรออกมาหลงว่าไอ้นี่เป็นของเรานี่เป็นอัตราโดยรูปเลยจะบอกอะไรนี่คืออัตราโดยรูปเฮ้ยนี่เป็นของเรานี่หว่าแต่มันไม่ใช่ของเรามันดันรับเข้าไว้เป็นเนื้องอกมากๆๆ เป็นพิษเป็นภัยเพราะว่ามันเกินขอบเขตแล้วใช้ก็ไม่ได้แล้วก็ไปเบียดๆกับคนอื่นเรื่องอื่นก็ไปทำงานเพราะมันไม่ใช่น่ะจะว่ามันเป็นตับมันไม่ใช่ตับจะว่ามันเป็นปอดไม่ใช่ปอดจะว่ามันเป็นลำไส้มันไม่ใช่ลำไส้มันมีอะไรมาแฝงเป็นกาฝากมันยังไม่รู้เลยว่าการทำงานของลำไส้นี่คืออะไรการทำงานของปอดคืออะไรการทำงานต้องตัดคืออะไรมาเกาะเกาะแล้วก็ปลิงเกาะติ่งออกเพราะไอ้ไส้หลงคิดว่าไอ้นี่เป็นไส้ปอดลูกหลงคิดว่าไอ้นี่เป็นปอดอย่างมะเร็งที่เต้านมก็ไอ้นมนึกว่าไอ้นี่เป็นนมเปล่าไม่ใช่นะเป็นเนื้อที่มันเพิ่มมาต่างหากเกาะเอาไว้แล้วก็มันทำหน้าที่นมไม่เป็นทำหน้าที่ต้องปรับไม่เป็นทำหน้าที่ใต้ไม่เป็นจึงเป็นเนื้องอกที่ทำลายมันอยากทำเหมือนกันแล้วมันก็เลยทำงานทำงานก็เลยขัดกัน พอเริ่มขัดก็เริ่มนั่นแหละคือปวดเจ็บปวดคือเจ็บคือทรมานคือเดือดร้อนเพราะทำงานแข่งกันเพราะฉะนั้นไอ้นี่เอาอาหารมานึกตามจะเอาไปทำงานไอ้นี่ก็แยกเอามาทำบ้างตอนนี้ก็อาหารไม่พอแล้วไอ้ส่วนไส้ที่จะทำงานส่วนหนึ่งของทีมมะเร็งของไส้ก็เอาไปทำบ้างเป้านมส่วนที่ส่งมาให้เต้านมทำงานไอ้เสือมะเร็งอยู่ก็เอาไปทำงานบ้างก็เกิดการแย่งการเกิดการไม่พอเกิดการไม่มาดูแล้วทำคนละอย่างก็ขาดการทะเลาะกันเนี่ยอธิบายเป็นรูปร่างเห็นชัดๆก็ตีกันก็คือปวดนั่นเองเจ็บปวดทรมานแล้วก็เลิกยุ่งเนี่ยมันเป็นมากขึ้นแหละไอ้เรื่องโรคอะไรมันมาจากอัตรานี่แหละ โรคมะเร็งคือโรคอัตราอัตราโดยรูปมันมาเป็นตัวตนที่มันไม่ใช่ตนมาเป็นผีร้ายแฝงอยู่แล้วมันก็ไม่เป็นงานไม่รู้ความเป็นตัวของมันมันเป็นอะไรก็ไม่เป็นอะไรมันมาเพิ่มด้วยก็เกินแล้วมันก็เป็นโง่ๆแฝงซ้อนคือตัวทำลายชัดๆตัวทำลายชัดๆตัวที่มาเป็นเนื้อแต่ไม่ใช่เนื้อคนที่เข้ามาเป็นนักบวชแล้วก็ไม่ไปทำตนเป็นนักบวชมาเป็นตัวแอบแฝงกินทำหน้าที่นักบวชไม่เป็นเรียนรู้ก็ไม่รู้ตัวเองก็ไม่ได้ธรรมะไม่ได้มักไม่ได้ผลกลายเป็นมะเร็งของนักบวชฟังดีๆกลายเป็นมะเร็งของนักบวชเหมือนกันเอาอวัยวะร่างกายหรือทุกอย่างโครงสร้างในโลกนี้มันเหมือนกันหมด แต่เราไม่รู้ว่าส่วนเกินที่รับมาแล้วจะมาทำลายที่สุดในหน้าตาเนื้อตัวในอะไรก็ได้เหมือนกันหมดเนี่ยเอาพวกนี้เข้าไปไปเกาะๆจนกระทั่งมันหลงนึกว่าอันนี้เป็นเราแล้วมันก็รับเอาๆๆเพราะรักเอาแล้วก็กลายเป็นของนอกกายเป็นของเกินแล้วก็ทำลายทำร้ายทำงานไม่เหมือนกันนะทำงานไม่ได้ลงร่องลงช่องเหมือนกันมันรับหรือว่าเป็นผิวหนังของเราแต่มันไม่ใช่ผิวหนังเลยกลายเป็นมะเร็งของผิวหนังเมื่อโรคเกิดถึงขั้นอวัยวะใดเป็นมะเร็งก็แค่นั้นต่อไปมะเร็งผิวหนังเมื่อไหร่แล้วก็เออแล้วก็ผู้หญิงอะไรจะเกิดมะเร็งผิวหนังก่อนผู้ชายเพราะผู้หญิงไปเอาไอ้นี่มาพอกเอาไว้เลยนะเอาเครื่องฟอกเครื่องทาอะไรมาใส่ไปหมด เป็นหมดแหละเพราะว่ามันไปฉีดคลอโรฟิลล์ฉีดอะไรเข้าเต้านมเป็นมะเร็งในเต้านมจะไปสงสัยอะไรมันก็แหงๆก็เป็นน่ะสิก็ไปโทรก็มันจะต้องทำงานในเนื้อตัวของมันแล้วก็เอาไปยัดให้มันเกินไปแล้วมันก็เอ๊ะเอาของเราหรือเปล่าวะไม่ใช่ของเราจนกระทั่งมันหลงก็เป็นของเราเราก็ทำงานแต่แท้จริงมันทำงานของเราไม่เป็นไอ้ตัวนั้นไอ้พวกฟิล์มมันต่ำมันทำงานเป็นที่ไหนทำไม่เป็นมันก็ทำอย่างของมันมันก็ขัดกันก็แย่งกันก็ทะเลาะกันก็เจ็บก็ปวดไปหนักเข้าเพราะเราฟรีมีฤทธิ์ไอ้เจ้าเต้านมก็ถูกกินไปก็ปวดตายของเนื้อแท้ก็ถูกไอ้เชื้อโรคหรือว่าข้าศึก ลุกลามกินหมดแล้วอย่างนี้เป็นต้นเนี่ยอธิบายให้ฟังตั้งแต่มาทำจนกระทั่งถึงรูปธรรมแต่ถึงรูปประธรรมบอกว่าปฏิกิริยาของอะไรก็ตามแต่ที่มันเกิดเป็นธรรมดาก็ไม่เป็นธรรมดาคนไม่ทาแป้งไม่ตายและอายุยืนไม่มีภัยมีโรคป่าด้วยไม่มีใครไม่มีโรคมีแป้งทากันหรือเปล่าเนี่ยทาแป้งหรือเปล่านะยังทาแป้งหรือเปล่าวันนี้หาไม่ได้ทาก็อยู่ได้นี่นะคนงานมีขั้นตอนนี้แล้วนี่มันควรจะบริสุทธิ์แล้วได้ บริบูรณ์ไม่ต้องมีมาลาคันธะวิเลปะนะธารณะมัณฑนาไม่ต้องตกแต่งหน้าตาเนื้อตัวนอกจากว่าไอ้นี่เป็นยามไม่ได้เรียกว่าแป้งแต่ว่าเป็นยาเป็นแป้งยาถ้ายาที่จะเป็นปฏิกิริยาอันนึงที่จะเลือนที่จะขายทุกครั้งชั่วคราวอะไรแล้วไปไอ้นี่เราทำประจำเลยทาเป็นอะไรๆมันยังชาวบ้านชาวช่องเหมือนจะผู้หญิงทั่วไปมันก็จะเป็นอย่างนั้นแหละมันก็จะได้แต่ว่าปฏิกิริยามันนานถ้าแป้งก็ผสมธาตุเคมีที่มีอะไรอย่างที่กล่าวแล้วมากๆนะมันจะช้อนใช้เข้าไปถึงรูขุมขนดูอะไรแต่ไดโนเสาร์แล้วมันก็จะทำปฏิกิริยาอย่างนั้นสักวันหนึ่งมันก็จะเป็นมะเร็งในผิวหน้ามะเร็งในผิวหนังหน้าของ และเดี๋ยวนี้ดูเหมือนจะได้ฟังได้ยินว่ามันมีบ้างแล้วปฏิกิริยาที่มันไม่ลงตัวไม่บาลานซ์ยิ่งนานๆเข้ามากๆเขาก็ยิ่งดูดซึมแล้วก็ถ้าไม่ได้แล้วก็ไม่ได้อันนี้นะถ้าไม่ได้สิ่งนี้ก็มาใส่เข้าไปอยู่ไม่ได้รู้สึกไม่สบายตัวเชื้อสายเข้ามายิ่งใส่ก็ยิ่งเป็นพิษยิ่งปฏิกิริยาเกิดที่หน้านั่นแหละวันคนนั้นก็จะเป็นมะเร็งได้ง่ายๆหรือจะเห็นได้ว่าทุกอย่างแม้แต่รูปกับนามมาหากันหมดเกี่ยวโยงกันตั้งแต่จิตใจจนกระทั่งถึงการปรุงแต่งจนกระทั่งถึงสิ่งที่เกิดผลออกมาเชื่อมโยงต่อกันมาหมดถ้าเผื่อว่าคนใดรู้จักความจริงรู้จัก ดาแล้วก็ลดละลงมาทำอะไรก็ตามแต่ศาสนานี่สอนให้คนรถลงมาลดลงมาได้ไม่ใช่เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นเพราะแม่ที่สุดคนนั้นลดลงมาไม่ทาแป้งเหงื่อออกก็ออกสิและผู้ที่จะทำให้เหงื่อไม่ออกได้ก็เพราะพรุ่งนี้ไม่ต้องปรุงมากแต่ถึงแม้ว่าเราจะปรุงในวาระใดเราก็รู้ว่าลุงแล้วมันก็จะต้องมีเศษที่เหลือคือเหงื่อขับดันหรือว่าเศษเหลือที่จะต้องจะทำอะไรมันก็ต้องมีเศษทั้งนั้นแหละไอ้ส่วนเสียมันจะออกมาก็มันออกมาเดี๋ยวเราก็ล้างทิ้งหรือประเดิมแล้วก็เช็ดทิ้งมันก็เป็นธรรมดาสูงสุดและประหยัดที่สุดแล้วเช็ดได้เลยน้ำเช็ดได้เด็ดขาดเช็ดได้ด้วยอะไรเช็ดสุดท้ายก็ประหยัดสูงสุดอ่ะไม่เช็ดออกคุณจะให้ม
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive