560705_เทศน์เปิดตลาดอาริยะที่โรงปุ๋ยรักษ์ดิน ในงานภราดรภาพฯ.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
560705 รายการ เทศน์เปิดงานตลาดอาริยะที่โรงปุ๋ยรักษ์ดิน
วันนี้ วันศุกร์ ที่ 5 กรกฏาคม 2556 พ่อครูเทศนาที่ โรงปุ๋ยรักษ์ดิน ควรธรรม ชุมชนธรรมชาติอโศก จ. สุราษฏร์ธานี พ่อครูออกจากสันติอโศกไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินดอนเมือง เครื่องออกในเวลา 06.10 น. เดินทางไปถึงสนามบินนานาชาติ จ. สุราษฏร์ธานี ในเวลาประมาณ 07.10 น. ซึ่งคุณลุงจำลอง ศรีเมือง และญาติธรรม ก็ได้มารอรับพ่อครูที่สนามบินด้วย โดยวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 78 ปีของ คุณลุงจำลองด้วย จากนั้น พ่อครูและสมณะรวมทั้งญาติธรรม ก็ได้เดินทางโดยรถยนต์ต่อไปที่ โรงปุ๋ยรักษ์ดิน ที่ ควรธรรม ชุมชนธรรมชาติอโศก อ.หลังสวน จ.สุราษฏร์ธานี _ คุณอมร (หนึ่งเพชรพุทธ ณ สุวรรณ) กล่าวนำว่า … โรงปุ๋ยนี้เกิดจากดำริของพล.ต.จำลอง ศรีเมือง เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรใช้ปุ๋ยได้ในราคาถูกที่สุด ผ่านมาสามปีตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงปุ๋ยในปี 2553 มีที่ดิน 15 ไร่ พ่อครูว่า … ในเวลาวาระคนเราก็มีวิธีการสร้างรูปแบบวิธีการ มาชวนเชิญให้เกิดผลต่างๆ คนเราเก่งกว่าสัตว์ในการสร้างพิธีการ เราทำเพื่อรวมคนให้มาพรักพร้อมให้พากันสู่ความเจริญ มารวมพลจนกระทั่งต่อมาก็มีความเสื่อม เพราะมีเรื่องเฟ้อเกิน ผลาญทำลาย ทุจริตเพ ิ่ มเติมเข้า มีความโลภ ความพยาบาท ผสมเข้ามาในพิธีการ ก็เลยกลายเป็นเรื่องเลว แต่ที่เราทำกันก็เพื่อที่จะทำให้ดี ดังนั้นในการที่จะมีคนเอาสิ่งไม่ดีมีเล่ห์เหลี่ยมมาปนเราก็ไม่มีกัน มีแต่จะพยายามคิดหาว่า เราจะทำอะไรอย่างไรให้เจริญ ยกตัวอย่างเราจะเปิดร้านขายปุ๋ย แล้วเราก็มีพิธีการพิเศษ มีการขายสินค้าอื่นด้วย เราขายต่างจากทุนนิยมที่เขาขายอย่างเอาเปรียบเอารัด แต่ของเรากลับกัน เรามีการเปิดการค้าขายที่ราคาต่ำ เราจะมาเสียสละ มาขายให้พี่น้องมิตรสหายที่มาร่วมงาน จะได้รับ
อ่านต่อ
ของดีราคาถูก ซื่อสัตย์มีน้ำใจ ขายสด งดเชื่อ อาตมา พยายามมาล้มล้างวิธีการสินเชื่อ ด้วยการงดเชื่อ เพราะเห็นพิษภัยของทุนนิยมที่มีระบบสินเชื่อ เป็นความโหดร้ายในการหลอกกัน อย่างให้ตายเย็นเลย จนเย็นไม่ไหว ร้อนกันหนักหนาสาหัส ในการให้ใช้เงินเชื่อ อาตมา เห็นว่ามันไปสู่หายนะมากมายในวิธีการ อาตมา เลยตั้งใจเจตนาพาทำพาณิชย์ตรงกันข้ามกัน เราให้ใช้เงินสด แต่เขาก็พยายามให้เราใช้เช็คใช้เงินเชื่อ เราก็ไม่เอา เราให้เงินสดไป ให้คุณไปจัดการเอง เพื่อจะยืนยันว่า ทุกข์ร้อนนี้เกิดจากภาวะเป็นหนี้ เงินเชื่อคือให้เป็นหนี้ การแก้ไขประเทศคือต้องลดหนี้ แต่เขาบริหารให้คนมาสร้างหนี้ ก็ล้มเหลวแน่นอน ให้รับทราบว่าเจตนาใช้เงินสดงดเชื่อ คือให้ปลดทุกข์มนุษยชาติ ไม่ให้เป็นหนี้ การเป็นหนี้เป็นทุกข์ในโลก เรามีหลักการใช้ชีวิตอยู่สี่อย่างคือ 1 . ไม่เป็นหนี้ 2 . พึ่งตนรอด 3 . สร้างผลผลิตให้มากให้เกิน และ 4 . เผื่อแผ่สู่สังคม คนที่มีลักษณะอย่างนี้ คือคนเจริญ เราทำสินค้าเพื่อมิตรสหาย เรามีนโยบายขาดทุนให้สังคม เราจะตรงข้ามกับทุนนิยมเขา ของเราก็มีทุนน้อย แต่เราก็เสียสละยอมขาดทุนให้ เป็นวิธีการที่มีปัญญาของผู้ทำต่างกัน ทางโลกุตระจะเป็นเช่นนี้ แต่ทางโลกียะจะไม่เป็นเช่นนี้ คนจะทำได้ต้องมีองค์ประกอบจึงทำได้ คือต้องไม่เป็นหนี้ก่อน ต้องมีสิ่งบริสุทธิ์ในการนำมาแจกจ่ายได้ แต่ถ้าเบียดเบียนคนอื่นมาแจกก็ไม่ได้ ของเรามีเกินเราจึงบริจาคได้ เชื่อมั่นว่ามนุษย์มีพันธุกรรรมเช่นนี้ พฤติกรรมเช่นนี้กัน สังคมจะเป็นสุขแน่นอน การจะเป็นได้จิตใจต้องเป็นอาริยบุคคล คือลดกิเลสได้ แต่ถ้าไม่ลดกิเลส ก็ให้อย่างต้องการสิ่งตอบแทนเป็นบูมเมอแรง เป็นเล่ห์เหลี่ยมของปุถุชน ให้เขาก็เอากลับมามาก โดยสัจธรรม ให้เขานี่มันดีกว่าเอาของเขามา พระพุทธเจ้าค้นพบสูตรสำเร็จที่ลดกิเลสได้จริงที่สุดดีที่สุด เร็วที่สุด ทนนานยั่งยืนที่สุด รับรองโดยพระพุทธเจ้าว่าจริง ได้มากที่สุด เป็นวิธีที่คำนวณแล้ว พ่อครูทำงานมาสี่สิบกว่าปีก็เห็นผล เป็นพฤติภาพของพวกเราเป็นสังคมด้วย และมั่นใจว่าไม่มาหลอกซ้อน เพราะเราไม่มีอะไรให้ ใครไม่โง่มารีดเลือดจากอโศก เพราะเราไม่ร่ำรวยอะไร คือเรามีน้อย เราไม่โลภ แล้วเราเป็นสุขได้อย่างไร ในเมื่อโลกเขาบอกว่า ต้องมีมากจึงมีสุข พระพุทธเจ้าเข้าใจแล้วว่าสุขอย่างนั้นเป็นสุขหลอก สุขเท็จ ลมๆแล้งๆชั่วคราว เราศึกษาลดอุปาทานได้ เรามีน้อยก็มีสุข เราก็ไม่ต้องไปดิ้นรน ไปหรูหราตกแต่งอย่างเขา เราสงบสบายได้แล้วสุขแล้ว อย่างผู้หญิงพวกเราแต่ก่อนก็ต้องแต่งตัว พอมาลดละได้ จิตมีญาณปัญญา สันโดษได้จริง ก็สบายไม่ต้องไปตกแต่งอย่างเขา มันสงบ เขาจะปรุงแต่งหลอกล่ออย่างไรเราก็ไม่หวั่นไหว พวกเราก็มาร่วมตัวกัน ไม่เปลือง ไม่ฟุ้งเฟ้อ ก็มีเหลือ เป็นมนุษย์ลดกิเลสได้จริง เราก็มาร่วมกันสร้างกิจกรรมส่วนกลาง ทำงานสุจริต ทำงานได้อาศัยใช้สอยจริงๆเราก็ทำ ทำแล้วทำได้มากกว่าเขา เพราะเราไม่เปลือง เราได้เวลา ทุนรอน แรงงาน กลับคืนมา เอาความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่ทุนนิยมทำลายไป เอากลับคืนมาได้ เราก็อยู่ได้ ไม่ล้มละลาย นักเศรษฐศาสตร์ ผู้มีทุนทางสังคมเขายังไม่เข้าใจว่าเศรษฐศาสตร์บทนี้มีความยิ่งใหญ่ในสังคม เป็นเรื่องจริง จิตลดกิเลสได้จริง มันพอมักน้อ ย สันโดษได้จริง เป็นสังคมที่เกิดจากมนุษย์อาริยะผู้ลดกิเลสได้จริง จะมีกิจกรรม มีชีวิต พิธีกรรม ที่เป็นสุข อโศกไปไหนก็มีพี่มีน้อง ไม่มีศัตรูมากอย่างโลกเขา เราก็เป็นสุข แม้ได้แค่นี้ก็พอใจแล้ว เพราะสังคมเลวร้ายกิเลสหนามากในยุคนี้ เราก็อยู่เป็นตัวอย่างให้โลกดูว่า คนชนิดนี้ก็มีในโลก บางคนก็ว่าแปลก มาฝืนโลกีย์ อย่างสนธิเขาว่า อโศกก็ดี แต่มันมากไป แต่พ่อครูว่าพวกเรามีมากไปไหม? ยังลดลงได้อีกหรือไม่ แต่สนธิเขาก็เอาตามความคิดเขาว่าพอดีหรือมัชฌิมาตามเขา ที่จริงเขาไม่ได้น้อยหรอก เขาพอเฟ้อ มันยังลดไปได้อีกเยอะ เขาลดมากกว่านี้ไม่ได้ ลดหรูหรา ลดกามคุณมากกว่านี้ไม่ได้ เขาลดไม่ได้เขาจึงเอามาตรฐานเขามาวัดเราว่า ดีมากไป แท้จริงพวกเรายังลดได้อีก แต่คนเขาอยู่อีกไกลจึงทำให้มองเราว่าไปไกลมาก เกินไปแล้ว ของเราก็สุข แต่สุขสงบ แต่เขาไม่รู้รสธรรมรส ที่เป็นวูปสโมสุข แต่เขารู้แต่สุขที่ต้องปรุงแต่งตามกามคุณและโลกธรรม ตามอุปาทานเขาว่าสุขต้องได้มากขนาดนี้ แต่นี่เป็นเรื่องสัจจะที่พระพุทธเจ้าค้นพบ ว่าเราล้างอุปาทานนี้ได้ เราก็ปล่อยวางลดละได้ เป็นมนุษย์ที่มีพฤติกรรมจริง แต่ทุกวันนี้เขาก็รู้ว่าอย่างนี้ดี มักน้อยสันโดษดี แต่ว่าเขาว่าเรามาสร้างภาพหรือไม่ แต่ก็ต้องใช้เวลาพิสูจน์ มากว่า 40 ปี ตายไปก็หลายคน เขาก็เริ่มจำนนว่าเราทำได้ ซึ่งกระแสหลักเขาทำไม่ได้ ซึ่งทั้งโลกเขานับถือแบบกระแสหลัก เขาทำมานาน เขามีพระตั้งสองหรือสามแสนรูป การศึกษาก็มีกันมานาน มากมาย ลูกศิษย์ลูกหามากมาย แต่เอาเปรียบเอารัดสังคมมากมาย ที่เป็นลูกศิษย์ลูกหากระแสหลักมากมาย เขาทำมาหลายร้อยปี แต่พ่อครูทำมาไม่กี่สิบปี หัวเดียวกระเทียมลีบด้วย ทำอย่างไม่ยอมถอย แต่ไม่ดันทุรังดื้อดึงแต่อย่างใด และเราทำอย่างเปิดเผยชัดเจน ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ที่นี่มีงานครั้งแรกก็ดี ซึ่งคนใต้เขาว่า รวมกันกินก็ได้อยู่ แต่รวมกันทำงานก็ยากอยู่ ซึ่งคนอีสานรวมกันง่ายก็เจริญเร็ว ส่วนทางใต้ฉลาดเก่ง คนอีสานไม่ค่อยฉลาด ไม่ค่อยตาโต ก็เลยรวมตัวกันมาก แต่ก็ไม่ได้ว่าคนใต้ตาโต แต่ก็ว่ามีความฉลาดอย่างเฉโกมากกว่า วันนี้ก็ได้เวลาแล้ว เกือบเก้าโมงแล้ว อาตมา มีเวลาพูดคุยอีกสองวัน เดี๋ยวนี้ อาตมา ก็จะพูดปรมัตถ์ ซึ่งวันนี้คุณจำลองก็อายุได้ 78 แล้วในวันนี้ ก็อยู่ไปใครจะไปก่อนก็ไม่รู้ แต่พ่อ อาตมา จะพยายามอยู่ไปถึง 151 ปี พยายามขยายอายุขัย โดยมีคนมาวิจัยว่าจะขยายอายุ อาตมา และโดยจิตวิญญาณ อาตมา ไปได้อยู่แล้ว และ อาตมา จะได้อธิบายต่อไปว่า ทำไมโพชฌงค์จึงทำให้คนอายุยืนได้ อาตมา ว่า … ที่ไอนี่มีผลสรุปแล้วจากการตรวจร่างกายด้วย MRI ตรวจพบว่า สรีระ อาตมา มีความบกพร่องที่ข้างในคอ มันมีสิ่งที่เกินมนุษย์คือ มีกระเปราะเกินมา 1 กระเปราะ หมอเขากำชับกำชาว่า ผู้มานวดก็อย่านวดที่นี่ จะทำให้ไอเพราะกระเปราะนี้ นอกนั้นก็แข็งแรงหมดดีหมด ทั้งสมอง หัวใจ และปอด ส่วนมีอีกอวัยวะหนึ่งที่ไม่ปกติคือ ตับอ่อนโตกว่าปกติ ตอนหลายปีก่อน อาตมา ไปตรวจหัวใจ หลังวัดหัวใจเสร็จ หมอเขาก็อุทานว่า หัวใจอย่างกับอายุ 35 ปี แต่เมื่อไม่กี่วันนี้เขาวัดหัวใจอีกครั้ง โดยวัดอัลตร้าซาวด์ให้เห็นหัวใจในขณะพัก มาเปรียบเทียบกับตอนออกกำลังกาย เปรียบเทียบกัน ปรากฏว่า หมอบอกว่า ไม่ต่างกับหัวใจคนอายุ 18 ปีเลย ซึ่งพยาบาลเขาก็เรียก อาตมา ว่า หลวงปู่ทุกคน แต่พอวัดแล้วหมอที่ตรวจก็ดูแล้วก็อธิบายให้ฟังว่าเครื่องที่ตรวจยืนยันเลยว่าหัวใจปกติแข็งแรง ยืนยันว่าการขยายอายุขัยนี้ มีทั้งหลักธรรม ที่เขาไปทำวิทยานิพนธ์คือหนึ่งฟ้าและอภิสิน ซึ่งก็มีอุปสรรคถูกกลั่นแกล้งไม่ให้จบ ทั้งที่อาจารย์แทบทุกคนพอใจในวิทยานิพนธ์นี้ แต่ว่าคณบดีไม่ยอมเซ็นให้จบอยู่คนเดียว สรุปคือจะมีหลักวิชาการที่จะเป็นตำรา โดยอาศัยธรรมะมาอธิบายอย่างเรานี่แหละ แล้วเราก็จะได้เป็นนิตินัยรับรองอย่างสากล ว่าตำรานี้ยอมรับแล้วเป็นหลักฐานเชื่อถือได้ ซึ่งมีอ.วิชัย รูปขำดี มาช่วยทำวิจัย โดยเอา อาตมา เป็นตัว Subject ที่จะทำวิจัย โดยจะเปลี่ยนองค์ประกอบทางวัตถุเช่นอาหาร แต่เรื่องจิตวิญญาณเขาเชื่อแล้วว่า อาตมา ทำได้ แต่ก็มีหนึ่งฟ้าที่เขาทำก็คนไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าไหร่ แต่เขาก็สู้น่าดูเลยนะ แต่ไม่ดันทุรัง แต่ดันอย่างมีปัญญา ก็ดูไปได้เรื่อยๆ ตอนนี้ทางมหาวิทยาลัยเขาก็ยอมรับแล้วให้จบได้ แต่คณบดีไม่ยอมเซ็น ก็ให้ทางสภามหาวิทยาลัยเซ็นแทน เป็นเรื่องใหม่ที่เขาไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง และ อาตมา ก็เป็นที่แสลงของสังคม ก็เลยต้องกดไม่ให้ขึ้นมา เช่นเดียวกับที่มีคดีสันติอโศก แล้วเราถูกตัดสินให้เราแพ้ เพราะถ้าเราถูกก็ไม่ได้ จะกลายเป็นคนอื่นผิดไป แต่ อาตมา กลับมองเห็นว่าเราแพ้นี่ดี ทำให้เรามีเวลาบ่มเพาะ แต่ถ้าเราชนะอโศกจะฟ่าม จะได้รับการยอมรับ จะไม่มีการพากเพียร และจะไม่เจริญอย่างนี้ เป็นเรื่องพระเจ้าเข้าใจทำ ที่จริงเราก็ไม่อยากแพ้ แต่พระเจ้าช่วยทำ ไม่ให้เราเหลิง เราก็ยอมให้ถูกด่า ทำให้เราต้องอ่อนน้อมถ่อมตน อย่าไปอยากใหญ่ เป็นคนน้อย คนเล็ก อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนรับใช้ ไม่มีตกต่ำหรอก เจริญ ใครจะไม่ยกย่องก็แล้วแต่เขา แต่เรามีความสามารถ มีปัญญา มีความเสียสละด้วยจริงใจ ไม่เสียหายหรอก ก็ขอเปิดงานตลาดอาริยะ ณ บัดนี้...จบ
ภายหลังจากเทศนาเปิดตลาดอาริยะ พ่อครู และสมณะได้เดินไปเยี่ยมชมตลาดอาริยะ ซึ่งเป็นการเปิดตลาดอาริยะเป็นครั้งแรกที่ ควร ธรรม ธรรมชาติอโศก มีประชาชนมารับบริการพอสมควร มีการขายปุ๋ยขวัญดินในราคาพิเศษ ขายสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพ เช่น น้ำตาล น้ำมันพืช เป็นต้น มีการขายสินค้ามือสองราคาถูกที่ร้าน “พอแล้วพานิด” ซึ่งมีของจากร้านดินอุ้มดาวมาเปิดขาย มีตลาดอาหารมังสวิรัติ จานละ 1 บาทที่เป็นเอกลัษณ์ของตลาดอาริยะ มีชาวอโศกผู้ชำนาญการทำตลาดอาริยะจากหลายชุมชนชาวอโศกไปช่วยขายสินค้าด้วย หลังจากเดินชมตลาดอาริยะ พ ่อครู และสมณะก็มาฉันอาหารที่ศาลาส่วนกลางของ ควรธรรม ธรรมชาติอโศก หลังจากฉัน พ่อครู และสมณะก็ได้เดินทางโดยรถยนต์ไปสถานที่จัดงานภราดรภาพซาบซึ้งใจ ที่ศูนย์การเรียนรู้ชเลขวัญ หมู่ 3 หมู่บ้านพอแพง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ....