สื่อธรรมะพ่อครู(บุญ) ตอน เปิดโลกบุญนิยม ตอน1.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.83 KB
วันที่แก้ไข3 พฤษภาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(บุญ) ตอน เปิดโลกบุญนิยม ตอน1 อาตมาจะเอาคอลัมน์เปิดยุคบุญนิยมที่เขียนในหนังสือเราคิดอะไรปี 2557 เป็นต้นมาเอามาบรรยาย เริ่มต้นด้วยก็คือทำไมต้องเปิดด้วยล่ะ เอา ก็ไม่ปิดไง? ขออภัยพูดหวัดไปนิดหนึ่งไม่ได้ยียวนนะ ไม่ปิดก็คือว่าตั้งแต่แง้มออกมาแล้วเผยอออกมาแล้วไม่ปกปิดไว้ในที่จำเพาะ เริ่มเผยตัวออกมาแล้ว ความมีสภาพบุญนิยมที่เกิดในแต่ละคนแสดงภาวะองค์รวมจนผนึกเป็นปึกแผ่น ทั้งคุณสมบัติหรือคุณวุฒิ ในความเป็นบุญแบบพุทธ อย่างสัมมาทิฏฐิก็ดี หรืออื่นๆอีกนั้น เขาต้องมีภาวะแห่งคุณธรรม ที่ถึงคุณวิเศษ และจะต้องมี คุณนิธิ (คือคลังแห่งความดี) เพียงพอ กระทั่งมีคุณราศี (ก็หมายถึงมีคุณธรรมนี้เปล่งรัศมีออกมาจากตัวเองมากจนมีพลังที่คนสัมผัสได้) พอสมควร เมื่อคนได้สัมผัสแล้วจึงจะพอรับได้รู้ได้บ้าง จะต้องมีคุณนั้นก่อนจะเปิดตัว คุณนี่ก็คือสิ่งที่มันเป็นของดี เป็นความมีประโยชน์ไม่ใช่โทษภัย เป็นกุศล ซึ่งตรงกันข้ามกับคำว่าบุญ คุณนี่ตรงกันข้ามกับคำว่าบุญ ซึ่งเป็นคำสองคำ เป็นสิริมหามายา เป็นทเว คุณเป็นกุศลเป็นโลกียะ ส่วน บุญเป็นโลกุตระ เราไม่เรียกว่ากุศล เพราะเป็นนักฆ่า บุญคืออาวุธชำระกิเลส ใครที่สามารถสร้างพลังงานในจิตตัวเองให้เป็นพลังงานขั้นเป็นบุญได้เป็นอภิสังขาร เป็นปุญญาภิสังขาร ก็เกิดการสังขารอย่างยิ่ง อภิสังขารเป็นโลกุตระ ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร อเนญชาภิสังขาร คนไม่เข้าใจแม้แต่พยัญชนะก็จะแปลผิด ไปแปล ปุญญาภิสังขารแปลว่า ปรับปรุงจิตใจตัวเองเป็นโยนิโสมนสิการจัดการกับใจตัวเองอย่างถ่องแท้ แล้วกิเลสลดได้เรียกว่าเกิดบุญ ชำระกิเลสได้ลดกิเลสทำลายกิเลสได้ก็เป็นบุญ อย่างนี้เป็นต้น ทีนี้ คนที่ลดกิเลสได้ ทำบุญให้เกิดประสิทธิภาพเป็นประสิทธิผล จนมีผลกำจัดกิเลสได้ กำจัดกิเลสเสร็จบุญก็หายไป

อ่านต่อ

บุญไม่เหลือสะสม บุญทำหน้าที่ขัดกิเลสอย่างเดียว ไม่อยู่ในที่ไหนไม่มีในที่ไหน สะสมไม่ได้ เป็นโลกุตระร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่ในปัจจุบันที่ทำงาน คนใดกำลังมีสติสัมปชัญญะปัญญา มีธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ มีวิริยะ พยายามสร้างพลังงานจิตในบัดนั้นในปัจจุบันนั้นให้มีฤทธิ์ เมื่อสัมผัสอะไรแล้วเกิดกิเลสมา ก็ทำการจัดการ บุญเป็นกาละปัจจุบัน หมดปัจจุบันกาละ หมดปัจจุบันขณะแล้วที่บุญทำงาน บุญก็ไม่เหลืออีก จะทำงานสำเร็จฆ่ากิเลสได้ หรือไม่ได้ สร้างบุญขึ้นมาอีก กำจัดกิเลสอีก หมดหน้าที่จากปัจจุบันนั้นบุญก็ไม่มี ไม่ตกค้าง เป็นพลังงานที่หายวับไปทันที เกิดปัจจุบันเสร็จหน้าที่ในปัจจุบันหายไป ไม่ตกค้าง คำว่าบุญ ซึ่งเป็นพลังงานทางจิตที่พิเศษที่สุดในศาสนาพุทธ ศาสนาอื่นใดไม่มี แม้แต่ในพุทธศาสนาทุกวันนี้ก็ไม่เข้าใจความหมายความจริงของคำว่าบุญแล้ว บุญ เขาไปเข้าใจว่าเป็นความดีงามเหมือนกับกุศล ศาสนาพุทธจึงหมดมรรคผล เพราะเข้าใจคำว่า บุญ คำนี้คำเดียวไม่ได้ ว่าไปหมายถึงอาวุธกำจัดกิเลสเครื่องมือกำจัดกิเลส เพราะฉะนั้น ตั้งแต่พิจารณากายในกายอย่างสัมมาทิฏฐิได้ รู้จักกายคือธรรมะ 2 พิจารณาภายนอกภายในสัมผัสและเกิดเวทนา ก็แยกแยะเวทนาได้จัดการกับเวทนาได้แยกกิเลสออกกำจัดกิเลสออกไปได้ อย่างนี้ถือว่าทำบุญสำเร็จแต่ทุกวันนี้ไม่เข้าใจแล้วบุญไปเหมือนกับกุศลทุกประการ เหมือนกับความดีงามทางกายกรรมวจีกรรมมโนกรรม บุญก็ไม่ใช่นักฆ่าอีกแล้ว ความหมายของคำว่านักฆ่าหายไปด้วยไม่เหลือในศาสนาพุทธเลย เพราะฉะนั้นการฆ่ากิเลสจึงไม่มีในศาสนาพุทธ เพราะตัวเพชฌฆาตกิเลส พลังงานที่ไม่มีตัวตนเป็นนามธรรม ตัวตนของเพชฌฆาตหายไปหมดแล้วสร้างขึ้นมาไม่ได้สร้างขึ้นมาไม่เป็น เพราะฉะนั้นก็เลยไม่มีผลไม่มีประโยชน์อะไรเกิดขึ้นมา จึงไม่เกิดคุณสมบัติ ความหมายเป็นโลกียะแต่เอามาเรียกเป็นโลกิยะว่า คุณสมบัติมันคือจิตสะอาดขึ้น บุญกำจัดกิเลสออกไปหมดหน้าที่บุญ สิ่งที่เหลืออยู่เป็นสมบัติคือกิเลสมันออกไป จิตสะอาดขึ้นมา เป็นคุณวุฒิของบุญนิยม วุฒิ แปลว่าเจริญ และเป็นคุณวุฒิที่จะต้องไปถึงขั้นคุณวิเศษไปถึงคุณสมบัติกำจัดกิเลสได้ หากกำจัดกิเลสได้ก็เป็นคุณวิเศษ บุญในแบบพุทธที่สัมมาทิฏฐิจึงเป็นอุตตริมนุสสธรรมแท้เป็นคุณวิเศษจริง เพราะสามัญปุถุชนทำไม่ได้ ในศาสนาใดๆก็ทำไม่ได้ เทวนิยมทั้งหลายทั้งปวงไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ พูดไปแล้วเหมือนกับไปข่มเขา ไปยกตนข่มท่าน แต่นี่กำลังพูดถึงสัจธรรมวิชาการพูดถึงความจริง เพราะฉะนั้น คุณวุฒิคุณธรรม ของพุทธที่ทำให้เกิดบุญได้จึงเกิดคุณวิเศษ เพราะว่าเป็นประโยชน์เป็นคุณประโยชน์ที่ เกิดจากทาน ศีล ภาวนา ขั้นโลกุตระ 620406_เทศน์ทวช.งานปลุกเสกฯครั้งที่ 43 บ้านราชฯ เปิดโลกบุญนิยม ตอน1

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน