สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน วรรณะ9 เข้าสู่สาราณียธรรม.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน วรรณะ9 เข้าสู่สาราณียธรรม เพราะฉะนั้นถ้าคนที่เป็นพุทธศาสนิกชนปฏิบัติธรรมได้จริง อย่างน้อยเป็นพระอนาคามีไปบริหารประเทศ หรือไปเป็นผู้บริหารงานอะไรก็แล้วแต่ งานนั้นจะดีไม่มีทุจริต ภายนอกจะสะอาดหมดจด จะเกิดคุณค่าคุณธรรมคุณประโยชน์ ทั้งหลายดีหมดเลย ถ้ายิ่งเป็นอรหันต์ก็แน่นอนไม่ต้องไปพูดเลย ละไว้ในฐานที่เข้าใจ พระพุทธเจ้าถึงมาสร้างคน สร้างคนให้มีคุณสมบัติแบบนี้มี คุณวุฒิ คุณธรรม เป็นคุณวิเศษอย่างนี้ให้ได้ ถ้าคนที่เริ่มเป็นพระโสดาบันก็ลดในสิ่งที่ชั่ว ขั้นตอนต้น สกิทาคามีก็ลดไปได้เรื่อยๆจนกระทั่งภายนอกหมด อยู่ข้างในเท่านั้นที่มันเป็นตัวที่เป็นพิษภัย ข้างนอกสมบูรณ์แบบเลย คนก็มีชีวิตอยู่ในโลกนี้เกี่ยวข้องกับคนอื่น มีกรรมกิริยามีแต่ธรรมะมีแต่สิ่งที่เป็นสิ่งดีไม่มีอกุศลธรรม มีแต่กุศลธรรม โลกที่เกิดกรรมกิริยาของมนุษย์ที่พระพุทธเจ้าท่านรับผิดชอบมนุษย์ ผู้ใดที่มาเป็นสาวกของท่าน ปฏิบัติแล้วก็เป็นคนที่ดีโลกก็เกิดความสงบสุขสันติเป็นโลกที่อยู่เย็นเป็นสุข เป็นโลกที่อยู่อย่างสาราณียธรรม 6 อยู่กันอย่างมีเมตตา กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อยู่อย่างทำงานแล้วก็ไม่ยึดเป็นของตัวของตน ทำแล้วก็เอามารวมกับกองกลางเอามากินมาใช้ในนี้ แต่ละคนก็ปฏิบัติเป็นคนกินน้อยใช้น้อย วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) ดูตัวอย่างได้ที่ชุมชนชาวอโศกเป็นคนมีวรรณะ 9 ทำงานเอาเข้ากองกลางหมดแล้วยอดขยัน ถ้าจะทำลายสุรุ่ยสุร่
อ่านต่อ
ายก็เป็นบาปของใครของมัน ดีไม่ดีขโมย โลภโมโทสันทุจริตก็ยิ่งบาปหนักหนา แต่คนนี้ไม่มีปัญหา วิริยารัมภะ ขยันไม่สะสม เพราะตนเองแข็งแรงกินน้อยใช้น้อยไม่มีปัญหาชีวิตก็อยู่รอดแล้ว เราเจ็บป่วยหรือแก่ทำไม่ไหวคนอื่นเขาก็ทำ เราก็กินใช้อาศัยร่วมกัน อยู่ในสังคมอย่างนี้เป็นสังคมตัวอย่างเป็นสังคมที่สุดยอด สาราณียธรรม อยู่กันด้วย เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม มีสาธารณโภคี ลาภธัมมิกา ได้ลาภมาก็เอาไว้กับกองกลางไม่สะสมกอบโกยเป็นของตัวไว้ใจหมู่กลุ่มเลย ไม่บกพร่อง ไม่ขาดเขิน มีอยู่มีกินมีใช้เรากินน้อยใช้น้อยก็ไม่ได้ไปติดเยอะ ไอ้นั่นก็อยากกินไอ้นี่ก็อยากได้ เราก็กินแค่นี้ก็เหลือแหล่แล้วอุดมสมบูรณ์ มีเครื่องกินเครื่องใช้สมบูรณ์เหลือเฟือ มีแต่สร้าง สังคมนี้จึงเป็นสังคมที่มีเศรษฐกิจที่สร้างแต่สิ่งที่เป็นคุณค่าประโยชน์ ไม่เอาพลังงานโง่ๆ ไปสร้างสิ่งฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยเป็นอบายมุขไปเต้นไปดีดไปหาเงินหาทองไม่ทำแล้ว คนเหล่านี้ไม่แย่งเงินทองกับใคร คนเรานี้ไม่ให้ใช้พลังงานแคลอรี่ไม่เข้าเรื่อง เป็นคนฉลาดทันโลกียที่มันปรุงแต่งเป็นโลกๆ เลิก อยู่กับคนหมู่นี้แต่ละวันทำงานร่วมกัน เป็นงานที่เป็นสาระแก่นสาร งานที่ไร้สาระแก่นสารเต็มไปหมดบ้านเมือง ใครเขาทำเราก็รู้เราก็เคยผ่านเราก็เคยโง่เคยบ้ามาแล้ว เพราะฉะนั้นอยู่กับหมู่นี้มันมีแต่งานที่เป็นแก่นสาร แรงงานใดที่เราจะเพิ่มงานใดที่เราจะมีขึ้นเราก็เพิ่มเราก็ประชุมกัน ควรจะขยายงาน ไม่ควรจะขยายงานเท่านี้ก็เต็มไม้เต็มมือเท่านี้ก็อยู่ดีแล้ว เพราะฉะนั้นในโลกหรือกรอบของมวลหมู่กลุ่มชุมชน ชาวอโศกนี้ ซึ่งมีทั้งการงานเป็นสัมมา อาชีพเป็นสัมมา การพูดก็เป็นสัมมา ขบคิดไตร่ตรองเลือกเฟ้นในหมู่นี้ก็สัมมาหมด การนึกคิดก็ใช้จิตวิญญาณเป็นหลัก ของคนที่คิดมาก็คิดมาแบบไม่มีกามผสม คิดมาไม่มีพยาบาทผสม เศษของกามพยาบาทเป็นวิหิงสาก็ไม่มีเลยเป็นพระอรหันต์จึงอยู่ในนี้ เป็นสังคมของพระศรีอาริย์ อาตมาพูดได้อย่างเต็มปากไม่กลัวใครมาว่าเพราะอาตมาหลอกคน แต่เป็นเพราะพวกเราเป็นจริงใครเป็นคนตัดสิน โพธิรักษ์ คุณเชื่อโพธิรักษ์ก็ได้ ถ้าคุณไม่เชื่อแน่นอนคุณก็ไม่เอา คนเชื่อเท่านั้นมาเอา อาตมาทำงานสบายเพราะทำงานกับคนที่เชื่อ คนไม่ค่อยเชื่ออาตมาไม่มาให้อาตมาทำงานด้วย เขาไม่เชื่อเขาเลยไม่เข้ามา อาตมาฉลาดหรือโง่ หากคนไม่ชอบเชื่อมาจะหนัก แต่คนที่เชื่อมาศึกษาว่ากิเลสตัวเองมีอาตมาก็ช่วยให้ลดกิเลสเท่านี้ก็ล้นมือแล้วจ้า เพราะฉะนั้นอาตมาจะไม่แย่งบริวารใคร ใครจะมาเป็นบริวาร มาเองนะ อยู่ได้อยู่ อยู่ไม่ได้ไม่ได้ไล่นะ ไปเองนะ แต่ไล่เหมือนกันถ้าเผื่อว่า nuisance ถ้าไม่ได้เรื่องไล่ออกไปแน่ เป็นตัวขวางๆไม่ลงไปกับหมู่ ไม่มีศีลสามัญญตา ไม่มีทิฏฐิสามัญญตา เป็นโมเลกุลที่ตกเข้ามาแล้วในสนามแม่เหล็กนี้ก็ขวางๆทิศทางคนอื่น คุณก็ถูกคนอื่นเขาจับให้มาอยู่ตามเขาหมด ถ้าไม่อยู่ตามนี้เดี๋ยวรู้ รู้แรงดีดของหมู่กระเด็นออกไป อยู่ไม่ได้เพราะไม่เป็นศีลสามัญญตาไม่เป็นทิฏฐิสามัญญตา อาตมาอธิบายถึงสาราณียธรรม 6 จิตของคุณมีพุทธพจน์ 7 มีสาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคคียะ เอกีภาวะ ปีหนึ่งเรามีพุทธาภิเษกปลุกเสกครั้งหนึ่ง คุณก็มาครั้งหนึ่งมันก็เลวแล้ว แต่ถ้าไปมาอีก ก็ยิ่งแล้วใหญ่ แค่พุทธาภิเษกปลุกเสกปีละ 1 ครั้ง มาไม่ได้ แค่นี้คุณก็ไม่รู้จะเรียกว่าชั่วเท่าไหร่ แต่มาได้ก็ยังเรียกว่าชั่วหน่อยแล้ว แต่ถ้ายิ่งมาบ่อยกว่านั้น นอกพุทธาภิเษกฯ ปลุกเสกฯคุณก็ยังมาอยู่กับหมู่ คราวละเดือน คราวละหกเดือน แวบออกไปบ้าง แล้วมาอยู่ หรือมาอยู่ประจำ พูดเท่านี้ก็รู้แล้วว่า ใครรู้ว่าเสนาสนะสัปปายะ ที่ที่ควรอยู่ เพราะมีบุคคลสัปปายะ อาหารสัปปายะ มีธรรมะสัปปายะ คนๆนั้นก็มีสัปปายะ 4 เขาก็เลือกที่ๆควรอยู่ ชีวิตคุณจะอยู่อีกกี่ปี ตาย ยังอีก 100 ปีเอาไว้ก่อนยังเหลืออีก 30 ปี 20 ปีค่อยมาก็ได้ ไปเลยไปเลย คุณประมาทได้เมื่อไหร่ ว่าคุณเองจะตายเมื่อไหร่ หายใจออกไม่หายใจเข้า ตาย ง่ายจะตายไปคนน่ะ ตาย ผู้ที่รู้แล้วว่าภาระทางโลก แต่ก่อนเราไปหลงในลาภยศสรรเสริญโลกียสุข เอาล่ะไม่หลงลาภยศสรรเสริญโลกียสุข แต่หลงอัตตา จะไปดับอัตตาเขาก็พาไปเข้าป่า ไปสอนกันว่าอัตตาอยู่ภายในต้องไปนั่งสะกดอัตตาดับอัตตา ไม่รู้จักสัมมาทิฐิไม่รู้จักธรรมะพระพุทธเจ้าก็หนีเข้าป่าไป ก็มีพวกสุดโต่ง 2 ฝั่งไปหลงอัตตาไปเข้าป่ากับพวกทางโลกที่อวดดีวุ่นวายอยู่ในลาภยศสรรเสริญโลกียสุข จนกว่าคุณจะมีปัญญาว่า พอแล้วในลาภยศสรรเสริญโลกียสุข แต่ก่อนก็มี ลาภ พอสมควร มียศอยู่ก็ไม่เอาแล้ว แม้ที่สุดมาอยู่ในที่นี้ก็มีสรรเสริญคุณก็ไม่รู้จักสรรเสริญ ลาภยศคุณไม่ติด แต่ลดสรรเสริญได้คุณก็อยู่ แต่ไปได้อุเบกขา ก็เลยติด ใครจะทำงานการอะไรก็ไม่สนใจ เราจะอยู่ว่างๆ ก็รู้ตัวเองก็แล้วกันว่าเราติดในความว่างๆ ระวังเถอะมันจะจับตัวแข็งก็เป็นอัมพฤกษ์อัมพาต เอ้า..จริง! มันเป็นพลังงาน พลังงานมีทั้งรูปและนาม มีทางวัตถุและจิต หากมันไม่เกิดการสังเคราะห์สังขารกันให้ดี มันจะไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เรามาทำงานนี้ก็ได้ศึกษาฝึกฝนอบรมเราก็ชำนาญงาน เราก็รู้งานผลงานก็เกิด ผลงานเกิดแล้วก็ได้อาศัยใช้สอยกินอยู่ สิ่งที่ไม่สมควรจะไปใช้พลังงานเราก็ไม่ทำ เราทำในสิ่งที่เราเห็นว่าสมเหมาะสมควร ควรสร้างอะไรควรทำอะไร เป็นนักเศรษฐศาสตร์ชั้นสูง ทำงาน 1 ผลผลิตก็เกิดให้ได้ใช้อาศัย ช่วยให้โลกก็มีสิ่งที่ดีสิ่งที่จะกินจะใช้ เอาไปให้แก่โลกอาศัย เรากินใช้อย่างเป็นสาระไม่มากไม่เปลือง แต่เราสร้างได้มากโดยสัจจะแต่เรากินใช้อาศัยในชีวิตตัวเราไม่เท่าไหร่ ก็เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่เป็นกำไรแล้วเป็นกุศลเป็นเจ้าหนี้เพราะเราสร้างมากกว่ากินใช้ แต่คนที่ไม่สร้างไม่ทำอะไร ดีไม่ดีมีกลยุทธ์วิธี ให้แต่คนอื่นสร้าง ให้แต่คนอื่นทำแล้วเราก็ได้ เก็บปันผล เก็บดอกเบี้ย เก็บส่วนที่เป็นวิธีการของโลกีย์เขาทำให้ไหลเข้ามาหาเราเป็นน้ำก๊อก เราก็ได้แต่กำไรได้เปรียบเอาเปรียบ คนก็นึกว่ามันดี ดีไม่ดีตัวเองทำคนเดียวก็ได้แล้ว ไปบอกไปหลอกให้คนอื่นมาเป็นบริวารให้ไปทำแบบนี้ซับซ้อน เอาเปรียบคนอื่นแล้วเอามาหากองกลางตัวเองมีเหลี่ยม ขออภัยยกตัวอย่างก็นึกว่าเก่งมาก กอบโกยอยู่ มีสาขามีกิจการอยู่ รวย จนจะเป็นเบอร์ 1 ของโลกแล้ว จะเข้าไปอยู่ท็อปเท็นเศรษฐีของโลกแล้ว 1 ใน 10 เศรษฐีของโลก รวยเข้าไป ซึ่งไม่รู้กรรมวิบาก ไม่รู้ความขี้โลภของตัวเอง แล้วคุณจะตายจากสมบัติของคนนี้ไหม ตาย เราจะทำอะไรไปนักหนา คุณธนินท์ เจียรวนนท์ บางอย่างก็ทำในสิ่งที่เป็นผลผลิตกินใช้อาศัย แกเอาหมด น้ำเมาก็เอา แต่มีสิ่งที่คนกินคนใช้อยู่ แต่คุณเจริญนี่เอาแต่น้ำเมาบาปหนักกว่าคุณธานินท์ ก็ไม่รู้แข่งกันสองคนนี้ธานินท์หรือเจริญ ใครจะรวยกว่ากัน แต่เรื่องบาปนั้นไม่ต้องห่วงเจริญบาปหนักกว่า ธนินท์ อาตมาตัดสินให้ ให้รู้ตัวเพราะไม่หยุด คนบอกว่าคนหนึ่งขายเหล้าคนหนึ่งขายกับแกล้ม กับแกล้มนี่ คือมีอาหารอยู่ในนั้น แต่ถ้ากินแต่เหล้าไม่กินกับแกล้มเลยตายอย่างเดียว เราไม่กินเหล้าเรากินน้ำเปล่ากินน้ำหวาน เอาพืชพรรณธัญญาหารมาใส่น้ำเปล่า บดออกมา ปั่นออกมาอย่างนี้ นี่คนฉลาด พวกเราค่อยๆฉลาดไปเป็นลำดับ สบาย พูดไปแล้วเหมือนกับเรื่องง่ายๆ ทั้งที่เป็นเรื่องยากเรื่องลึกเรื่องละเอียด คนที่มีภูมิปัญญาสามารถที่จะรู้เท่าทัน อ๋อ อย่างนี้คือคนฉลาดเขาทำกัน เขาประพฤติกัน เขาเอาชีวิตมาเป็นอย่างนี้กัน คนในเมืองไทยเป็นพุทธศาสนิกชน 95% เป็นพุทธ หากว่าเข้าใจแล้วมาอย่างอโศกนี้ สมมุติว่ามีคน 70 ล้าน มาอยู่ที่นี่ถึง700ไหม...ถึง แต่ 7,000 ไม่ถึงยังไม่เคยถึง เพราะฉะนั้นรวมกันที งานพุทธาภิเษกปลุกเสกทีหนึ่ง ไม่เคยถึง 7000 เห็นว่าคราวนี้มี 777 ใช่ไหม คือเลข 7 นี้เป็นเลขที่คนปฏิบัติธรรมแล้วเราก็รู้จักสังขยาเลข เลข 7 นี้มันเป็นลำดับที่มีอิทธิพล มีฤทธิ์มีอำนาจมีพลังขนาดหนึ่ง 1 กับ 2 ก็มีพลังงานในมิติที่เป็นระนาบเท่านั้น ไม่มีฤทธิ์มาก อย่างเก่ง ก็ได้แค่กว้างกับยาว มันก็จะเร็วขึ้นได้ ยิ่งวนแล้วก็เร็วขึ้น เร็วเข้าเร็วเข้าจนไม่มีมุม ก็จะกลมดิ๊กเลย มี cyclic order วนแม้จะรีก็ไม่มี กลมเลยได้องศาสมดุล เป็น 360 องศาเลย หาก 180 องศาก็ยังมีขวางอยู่ ครึ่ง พอเลิก 360 องศาก็ไม่มีอะไรขวางเลย ผู้ใดเข้าใจวงวนโดยไม่มีอะไรสะดุดทุกอย่างอนุโลมปฏิโลมอยู่กับสิ่งที่สัมผัสแล้วเราก็รู้ทันมีอันนี้สะดุด แล้วเราก็ทำให้ไม่เกิดความสะดุด หยาบก็ไม่สะดุด กลางละเอียดก็ไม่สะดุด รวมอยู่กับเขาอนุโลมปฏิโลมอยู่กับเขา แต่เรามีพลังงานจำกัดเราไม่สามารถที่จะทำงานกับคนได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นก็แบ่งกันทำงานกันตามสัดส่วนของคนที่จะทำได้ อาตมาก็ทำได้กับคนที่มีสัดส่วนขนาดนี้ได้ทั้งรูปทั้งนาม ในพวกเรานี้มีโลกุตรธรรม ส่วนคนที่ทำไม่ได้เท่านี้ก็ไปทำอย่างอื่น มีนามธรรมได้ประมาณหนึ่งมีรูปธรรมได้ง่ายกว่า นามธรรมทำได้ยากกว่า เขาทำรูปธรรมได้มากกว่าก็ทำได้มากขึ้น รับผิดชอบรูปธรรมไป ให้อาตมาทำงานนามธรรมให้มาก รูปธรรมทำน้อยหน่อย แต่ท่านที่ทำรูปธรรมได้มากก็ไปทำรูปธรรม ก็จะแบ่งหน้าที่ไปตามมนุษยชาติ อาตมาเกิดมามีหน้าที่นี้ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เกิดมาท่านก็ทำงานกับมนุษยชาติอีกหน้าที่หนึ่ง อาตมาก็เห็นคนในยุคนี้เกิดมามีใครบ้าง ก็ไล่ไป มีคุณจำลอง มีแม้แต่ในเถรสมาคม มีท่านประยุทธ์ ปยุตโต ท่านสังฆราชอัมพโร ก็แบ่งหน้าที่ไปตามเหมาะควร ผู้ที่ยังหลงทิศทางอยู่ก็ไปเป็นอาจารย์อยู่ในป่าพวกเดียรถีย์ ก็เป็นอาจารย์อยู่ในป่าไป มันก็เป็นธรรมชาติธรรมดาของคนที่ไม่เข้าใจ อาตมาพูดหนักนะ ว่าเดียรถีย์ ว่าผู้ที่หลับตา อาตมาต้องมาแคะไค้ให้ออกมาจากป่า พระพุทธเจ้าท่านอุบัติขึ้นก็เข้าป่า เขารวบรวมพระไตรปิฎกอยู่ไหน อัมพัฏฐสูตรว่าพวกออกป่าเป็นพวกเสื่อมคนก็ไม่เข้าใจ แม้แต่ในพระสูตรพระสูตรแรกก็คือ พรหมชาลสูตรก็ไม่เข้าใจ สามัญผลสูตรก็ไม่เข้าไป ไปหลงออกป่า อ่านพระไตรปิฎกไม่แตก อาตมายกพระสูตร 3 สูตรนี้ก็เข้าใจ ศาสนาพุทธในยุคนี้อาตให้มากที่สุดมาก็มาทำหน้าที่ อาตมาทำหน้าที่ทางนามธรรม ต้องรักษาชีวะ ในหลวงท่านก็ไปแล้วทิ้งอาตมาไว้คนเดียวก็ไม่เป็นไร อาตมาก็จะทำอย่างเผื่อพอให้ศาสนาพุทธไปอีก 2000 กว่าปีให้ถึง 5,000 ให้ได้ จะพยายามอยู่ให้นานก็แล้วกันเพื่อพิสูจน์สัมประสิทธิ์ 2 อย่าง อาตมาอยากดูผลงานของศาสนาพุทธ มันจะหยั่งลงเป็นชมพูทวีปใหม่คือประเทศไทย เป็นชมพูทวีปใหม่ที่แข็งแรงพอได้ เพราะฉะนั้นอย่ารำคาญอาตมาเลยก็จบ 620408_เทศน์ทวช.งานปลุกเสกฯครั้งที่ 43 บ้านราชฯ เปิดโลกบุญนิยม ตอน3