150428 สภาพของฌาน-พ่อท่าน-วัดมหาธาตุ.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เราก็มาคุยกันมาพูดกันต่อได้เรื่องที่เราได้พูดกันเอาไว้แล้วถึงเรื่องสมาธิหาเรื่องสมาธินี้จะพูดกันไปอีกหลายคราวอาตมาตั้งใจว่าจะแยกแยะไหลคราวเพราะว่าเนื้อหาของสมาธินี้คือตัวปฏิบัติคือตัวแท้ที่เราควรจะรู้คือเรื่องราวแท้ๆที่เราควรจะทำเป็นมรรคเป็นตัวสำคัญถ้าเราเรียนอะไรต่ออะไรมาแล้วก็ตามเราเรียนศีลมาเป็นปริยัติมันก็ยังไม่ได้เรื่องอะไรหรอกเพราะระยะได้มาแล้วแล้วก็เอามาทำเราจะทำอย่างไรจริงๆผลแห่งการกระทำบ้างหรือว่าไอ้สิ่งที่มันจะมีอะไรล่ะมีสิ่งที่มันจะก่อเกิดประกอบขึ้นมาเป็น นิเวศประกอบนิดๆหน่อยๆที่พอจะชี้จะแนะจะอ้างหรือจะยกขึ้นมาให้กันรู้ได้ก็จะได้ยกแล้วมันก็อยู่ที่ตัวปฏิบัติหรืออยู่ที่ตัวมักนี่เองถ้าใครรู้ตัวนี้ชัดเอาไปปฏิบัติจริงเราก็จะได้ประโยชน์ขึ้นมาอย่างจริงเพราะงั้นสมาธิหรือตัวปฎิบัตินี่ที่เป็นท่ามกลางเนี่ยอาตมาจะพูดมากหน่อยละเอียดลออหน่อยวันนี้ตั้งใจเอาทั้งเพ้อแต่เป็นดอกมาอ่านประกอบแล้วก็จะแยกแยะซ้ำแซะให้ฟังอีกเพื่อที่เราจะได้มันยากเราจึงต้องพูดกันมากถ้าเผื่อว่ามันง่ายเราก็พูดกันประเดี๋ยวเดียวมันก็ได้ถ้าเรายิ่งไปคิดว่ามันง่ายในเนื้อหาสิ่งที่มันยากเพราะเดี๋ยว จะยุ่งกันใหญ่เพราะมันต้องระวังให้ดีต้องพยายามให้ดีอย่าไปตีว่ามันง่ายแม้แต่ศีลอาตมาก็เคยย้ำมานักหนาแล้วก็พยายามที่จะยืนยันให้ฟังว่าศีลก็ไม่ใช่ของง่ายศีลก็เป็นของญาติเราจะเกิดปัญญาในศีลได้เราก็จะต้องแจ่มแจ้งทะลุทะลวงมันได้อย่างดีอย่างชัดอย่างแจ้งจริงๆมันจึงจะรู้ศีลชัดๆเมื่อรู้ศีลแล้วแล้วเราก็ไม่ใช่รู้เปล่ารู้แล้วเราต้องเอามาลงมือทำจริงๆทำอย่างขะมักเขม้นทำอย่างอ่านทำอย่างพิจารณาทำอย่างเคร่งทำอย่างที่จะทำความทะลุไปให้ได้จริงๆให้เห็นจริงๆให้แจ้งจริงๆเราจึงจะเรียกว่าเราจะเกิดปฏิเวธธรรมหรือจะเกิดการรู้หรือจะเกิดการแจ้งหรือ
อ่านต่อ
จะเกิดสว่างอะไรก็ตามแต่สิ่งเหล่า ศัพท์เป็นภาษาที่เราจะเรียกมันเท่านั้นเองเพราะฉะนั้นเราจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ตัวสมาธิหรือรู้ตัวปฏิบัตินี้ให้หนักยิ่งขึ้นทีนี้ก็มาทวนนิดนึงคราวที่แล้วที่อาตมาพูดค้างเอาไว้ถึงเรื่องของความแตกต่างระหว่างมิจฉาสมาธิกับสัมมาสมาธิแล้วอาตมาก็ได้แยกแยะให้ฟังแล้วว่ามันเป็นอย่างไรมิจฉาเป็นอย่างไรสัมมาเป็นอย่างไรและสัมมาสมาธิก็ตามมิจฉาสมาธิก็ตามมันเป็นอย่างที่มีปัญญาก็มีไม่มีปัญญาก็มีมิจฉาสมาธิมีปัญญาก็ยังมีเลยมิจฉาสมาธิไม่มีปัญญาก็มีหรือแม้สัมมาสมาธิที่มีปัญญาก็มีสัมมาสมาธิที่ไม่มีปัญญาก็มีเพราะฉะนั้นมันจึง เยอะแยะเรื่องเหลือเกินที่เราจะพูดจะฟังกันนะสัมมาสมาธิใดเป็นสัมมาสมาธิที่ได้ถึงขั้นรู้เห็นเป็นผู้แจ้งทางอาตมาวงเล็บเอาไว้ถ้าใครมีที่จะเปิดดูนะหน้า 6 หน้า 6 เกิดสัมมาอะระหังเรียกว่าเกิดสัมมาอะระหังเราก็เรียกได้ว่าสัมมาสมาธิของพระอริยะแล้วถึงตรงนี้คราวที่แล้วเราถึงตรงนี้อาตมาสมาธิของพระอริยะอันนี้เป็นสำนวนของพระพุทธเจ้านะไม่ใช่ว่าอาตมาเอามาเขียนขึ้นเองหรือว่ามาเรียกขึ้นเองไม่ใช่สัมมาสมาธิอันนี้เป็นสำนวนของพระพุทธเจ้าที่ท่านเรียกเฉพาะผู้ที่เกิดสัมมาสมาธิที่มีปัญญาท่านถึงเรียกว่าอัจฉริยะ ขออนุญาตหมายความว่าฉลาดอริยะหมายความว่ารู้หมายความว่าผู้ที่เจริญจริงเพราะงั้นอริยธรรมนี้จึงต้องเป็นสัมมาสมาธิที่มีปัญญาในตัวด้วยคำว่าอริยะของพระพุทธองค์หมายเอาว่าอย่างไรทีนี้เรามาตีความหมายกันว่าอริยะมันหมายความว่าอย่างไรเอากันชัดๆตรงนั้นซะก่อนอริยะของพระพุทธองค์นั้นก็คือผู้เห็นทางแท้ทางตรงรู้ชัดในบั้นปลายสุด 2 ส่วนของโลกฟังให้ดีนะตอนนี้มีแต่เริ่มแรกเข้าสู่จุดแรกที่พระพุทธเจ้าเริ่มเทศน์พระพุทธเจ้าท่านเริ่มเทศน์ในตอนแรกที่สุดท่านเทศน์ในเรื่องที่อาตมากำลังจะพูดถึงนี่แหละท่านเริ่มเทศกาลเดือนนึงรู้เองหากรู้ชัดในบ้านปลาย 2 ส่วนของโลกว่า กามโรคอาตมาเรียกง่ายๆว่ากามโรคอย่าไปเรียกว่ากามโรคนะเราเรียกว่ากามโรคหรือตามอัตราก็ตามใจเพราะฉะนั้นเราจะเรียกว่าโลกนี้โลกหน้าปัตตานี้อัตตาหน้าก็เรียกได้โลกหมายความว่าเวียนล่ะแต่อัตรามันไม่เวียนอัตรามันจมดิ่งปักอยู่ลงไปเรียกว่าอัตราหมายความว่าอยู่ตรงนี้อัตราไม่เคลื่อนถ้าโลกแล้วก็เป็นอนัตตาเพื่อนเพราะฉะนั้นเราเรียกว่าโลกนี้โลกหน้าเราเรียกได้ถ้าเราเรียกว่าอัตรานี้อัตราหน้าเราเรียกไม่เหมาะไม่ควรเพราะว่าอัตรามันไม่เคลื่อนแต่ถ้าโลกแล้วก็มันเคลื่อนแต่ถ้าเราเข้าใจชัดแล้วกามโรคหรือการมาตราเราก็จะต้องเข้าใจในเนื้อหาอากาศของมันให้ชัด เราพูดขนาดนี้เรากำลังพูดถึงเน้นลงไปถึงว่าเราจะพูดถึงเรื่องกามตัวกามเพราะฉะนั้นการนี่ถ้ามันเป็นอัตตาจะเป็นอันหนึ่งถ้ามันเป็นโรคมันก็จะเป็นอีกอันหนึ่งแต่มันก็เป็นการเหมือนกันถ้าตามมาอัตราเรียกมันว่ารูปภาคกามโรคเรียกมันว่านามพยายามแยกแยะลองดูนะทำความเข้าใจดูซิว่าจะเอาเข้าใจกลางโลกซึ่งหมายความว่านามได้ไหมเราเข้าใจการมาอัตราซึ่งหมายความว่าลูกได้ไหมลองคิดดูซะก่อนนะอาตมาไอ้ทิ้งไว้ให้คิดอาตมาจะยังไม่อธิบายอันนี้แต่จะอธิบายต่อไปว่ากำลังจะพูดถึงเรื่องการเป็นใหญ่ปลาย 2 ส่วนส่วนหนึ่งเราเรียกว่ากามคือการบนโลกหรือการอัตรานั้นเป็นส่วนสัดส่วนหนึ่งถ้าใครยินดี ยึดอยู่ในกามหรือเรียกว่ากามโรคก็เรียกว่าเป็นกามสุขัลลิกานุโยคเรียกว่ายึดอยู่ที่ส่วนกามสุขัลลิกานุโยคกามสุขัลลิกานุโยคนี่ศัพท์ภาษาที่เราเอามาใช้เรียกสภาวะอันนี้มันก็มาจากคำว่ากาม 1 มาจากคำว่าสุขอีกอันนึงมาจากคำว่าอลิกกะอีกคำนึงแล้วมาจากคำว่าอนุญาตอีกคำนึงกามะแต่คำเดิมนะหมวกสุขคำนึงบวกอาริกาคำนึงบวกอนุญาตคำนึงเราจะพูดกันละเอียดละออเลยให้เข้าใจทั้งภาษาให้เข้าใจทั้งสภาวะของมัน เรื่องกามหรือตัวกามหรือสภาวะของการพูดซ้ำแซะพูดมามากพูดมาเยอะแยะแล้วนะเพราะฉะนั้นคำว่ากามเราก็จะไม่ย้ำอะไรมากมายนักก็จะขอทบทวนพอที่จะรู้สภาวะมันนิดหน่อยเท่านั้นเองว่ากล้ามก็คือสิ่งที่พัวพันอยู่ด้วยรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสเราเรียกว่ากามถ้าแม้ว่ารูปรถกลิ่นเสียงสัมผัสนะเราเรียกว่าการภายนอกถ้าบวชลูกแล้วกินเสียไปเป็นเรื่องเกี่ยวกับใจเมื่อไหร่มันก็เป็นการอีกประตูหนึ่งเรียกว่ารวมตามลงไปในใจด้วยเป็นทวารที่ 6 เรียกว่ากามคุณถ้าผู้ใดไปยึดเอาความสุขฟังให้ดีนะอาตมาจะแปลความเดี๋ยวจะแปลเป็นตัวๆให้ฟังตอนแรกจะ ถ้าผู้ใดไปยึดเอากามนี้เป็นสุขอย่ายึดเอาความเป็นความสุขได้ตามมาได้รูปก็ดีได้รถก็ดีได้กลิ่นก็ดีได้เสียงก็ดีได้สัมผัสก็ดีได้มาแล้วเรายึดมันเป็นสุขฉันจะสุขด้วยรูปสุขเด็กกินสุขได้รับสุขด้วยเสียงสุขด้วยสัมผัสเสียดสีสุกด้วยสิ่งเหล่านี้อยู่ผู้นั้นก็ยังเรียกว่าสุขด้วยการถ้าผู้ใดติดทุกอย่างนี้จะด้วยคำว่าอาริกะทุกๆอย่างอริกะอาริกาหมายความว่ามันเป็นการไม่จริงมันเป็นการปลดปลดมดเท็จบิดเบี้ยวและอยู่นะ โกหกตลกๆเด็ดเบี้ยวและอาริกาทั้งนั้นถ้าพูดได้ที่จะอนุญาตหมายความว่าผู้พยายามเพ่งเพียรฝึกหัดผู้เพ่งเพียนผู้เพ่งเพียรฝึกหัดเรียกว่าอนุญาตฝึกหัดเพลงเปลี่ยนฝึกหัดให้ได้รับ กามสุขเพลงเพี้ยนฝึกหัดให้ได้รับกามสุขนี้โดยที่เรียกว่าไม่รู้มันจริงรู้มันอย่างแค่มันตลกๆเล่นกลให้ดูรู้มันอย่างบิดๆเบี้ยวๆไม่แท้ไม่จริงรู้มันอย่างหล่อๆและไม่ชัดไม่เจนถ้าผู้ใดเป็นผู้เพ่งเพียรสุเทพกามอย่างนี้อยู่นี่แหละเรียกว่าผู้นั้นหลงกามสุขัลลิกานุโยคไม่จริงเราๆๆคือเรียกว่ากามสุขมันเล่นกลอยู่ถ้าผู้ใดฝึกเพื่อที่จะเอาอย่างนี้อยู่แล้วก็เป็นไปอยู่กับมันให้มันตลกแต่แรงเล่นกลได้ให้มันหลอกล่อเราได้ให้มันหล่อและเล่นเอาเถิดกับเราได้อยู่ตลอดเวลาผู้นั้นจึงเรียกว่าติดตามมาสุดขันเล็กกาโน่ ริกะบวกอนุกรมกามสุขัลลิกานุโยคอยู่อย่างนี้นี่เรียกว่าเนื้อสัตว์ของมันเนื้อสัตว์ของมันมันมาจากอย่างนี้ถ้าพูดได้ไม่พยายามรู้กามให้มันแพ้ไม่พยายามรู้ตามให้มันชัดไม่พยายามอ่านให้ออกว่าสิ่งนี้มันไม่ใช่สิ่งเหมาะสมควรสิ่งนี้ไม่ใช่ของจริงของแท้สิ่งนี้ไม่ใช่ที่พึ่งอันเกษมสิ่งนี้ไม่ใช่สาธารณะสิ่งนี้เป็นแต่เพียงเขาหลอกกันมาเขาก่อกันมาเขาสร้างกันมาเขาปั้นกันมาปั้นขึ้นมาเพื่อบิดเบือนปั้นขึ้นมาเพื่อที่จะจบเตือนให้ดูว่ามันมันทุกๆให้ดูมัน พ้นทุกข์ได้กานี่แหละเป็นสุขอยู่อย่างนี้แหละให้มันเตะเล่นให้มันหลอกเล่นให้มันเหลาะแหละเล่นให้มันหลอกล่อเล่นมันก็อยู่อย่างนั้นน่ะมันจะไม่เป็นตัวเนื้อแท้สภาวะแท้หรือสัจธรรมแท้เพราะฉะนั้นสัจจะที่ได้จึงไม่เป็นอริยสัจ 4 จากที่ได้ไม่เป็นอริยสัจ 4 เป็นแต่สัจจะปลอมๆเรียกว่าสมมุติว่ากรรมจึงเป็นสมมติสัจจะอันหนึ่งไม่ใช่อริยสัจอย่างเป็นสมมติสัจจะซึ่งเป็นสิ่งที่มันหลอกอยู่ในโลกเกิดอยู่ในโลกเพราะฉะนั้นถ้าใครเป็นหลงยึดถ้าใครเป็นหลงยึดหลงยึดแบบนี้แหละผู้นั้นก็จะต้องติดตามผู้นั้นก็จะต้องอยู่กับมันให้มันหลอกล่อโกหกตลอดและเล่นเอาเถอะบิดเบี้ยว ตลอดกาลตลอดโลกสมัยพระพุทธองค์นั้นก็มีอยู่ตามหลงตามสมัยนี้ยิ่งมียิ่งกว่ายิ่งมียิ่งกว่าสมัยนี้พวกเราๆนี่แหละหลงตามนี่แหละมากยิ่งกว่าสมัยพระพุทธเจ้าสมัยพระพุทธเจ้านั้นออกปฏิบัติธรรมมากกว่าสมัยนี้นะเค้าออกไปประพฤติธรรมมากแต่สมัยนี้แล้วเขาก็ไปประพฤติธรรมแบบอื่นเดี๋ยวจะแบบไหนเดี๋ยวจะว่าให้ฟังแต่ว่าตอนตอนนั้นจะพูดถึงก่อนเราพูดถึงว่าเดี๋ยวนี้มีแตกต่างกับสมัยพระพุทธองค์ตรงที่เรียกว่าเราหลงกามมากกว่าสมัยพระพุทธเจ้าหลงมากจริงๆเพราะสมัยพระพุทธเจ้าเรียกว่าการแต่งตัวในชั้นมินิไม่มีชั้น 4 ถูกไม่มีไม่มีสมัยพระพุทธเจ้า 4 คือไม่มีมินิไม่มีแท็กซี่อะไรพวกนี้ไม่มีหรือประเภทอะไรที่มันชื่อใหม่ๆประเทศ ประเภทอะไรเขาเรียกอะไรท็อปเลสประเภทใดไม่มีสมัยพระพุทธเจ้าไม่มีเด็ดขาดเลยแต่สมัยนี้มีหลักการตรงนั้นการตรงนั้นคือหลอกล่ออยู่ในโลกแห่งรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสรูปที่หลอกๆยั่วๆยาวๆเรียกว่ารูปที่หลอกกลิ่นที่ยั่วๆยาวๆเรียกว่ากลิ่นที่หลอกกลิ่นที่หล่อและกลิ่นที่มันตลกจะแรงเอามันปิดบังเอามันบดบังเอามันหลอกเอาให้เราหลงลมมันเสียงก็ตามกลิ่นก็ตามรถก็ตามสัมผัสเสียดสีก็ตามพวกนี้ทั้งหมดแหละมันเรียกว่าการทั้งนั้นแล้วสมัยนี้มันงอกเงยออกมามันปรุงแต่งออกมาเท่าไหร่ตามนี้เป็นตัวสังขารแท้ๆที่มันเจริญไวเจริญวัยด้วยความปรุงความสร้างความแตกความสมมุติ จะโดนตรงนั้นแหละเพราะฉะนั้นจึงบอกว่าสมัยนี้มันมีอะไรต่ออะไรแปลกๆเป็นมิดี้เป็น Top Rate เป็นซีทรูเป็นอะไรพวกเปลือยบางคนอาจจะอยู่วัดนานหน่อยอาจจะไม่เข้าใจซีทรูคืออะไรซีทรูคือมองทะลุเข้าไปเลยนี่ใส่เสื้อซีทรูนี่เห็นเลยเนื้อขาวๆก็อย่างนี้เนื้อแดงๆก็อย่างนี้เนื้อจุดดำๆก็อย่างนี้นี่สิถูกแพงแต่มองทะลุเข้าไปเลยสิถูกเปลี่ยนเป็นไงท็อปเลยเพราะไม่ใส่ซะเลยแต่ไม่ใช่พ่อเอาส่วนมากแม่แม่ไม่ใส่ซะเลยข้างบนไม่ต้องใส่ก็ได้หรือแม้ข้างล่างก็ไม่ใส่ซะเลยข้างล่างเขาไม่เรียก Tablet เขาไม่เรียกท็อปหรอกแต่ส่วนมากเป็นแบบนึงเท่านั้นที่มาโดยการเปลื้องข้างบนคือไม่ใส่เสื้อเลยใส่เหมือนกันแหละแต่ใส่อย่างใส่อย่างที่ว่าอย่าเรียกว่าใส่เลยโชว์ของที่เขาติดพูดง่ายๆคือโทรของดีก็ปิดไอ้ที่เขาใส่ ส่วน Mini นี่มาข้างล่างไม่ใช่ท็อปมีนี่มาข้างล่างเลยเปลืองข้างล่างมาเหนือหัวเข่าขึ้นมาแล้วเหนือขาขึ้นมาแล้วให้มันสูงขึ้นมาแล้วจนกระทั่งแพมๆๆเป็นสีชมพูสีเขียวสีแดงแล้วแต่บางคนใส่ข้างในประจำวันเป็นวันเป็นสีประจำวันเลยนี่ๆให้เห็นอย่างงี้มินิโซอย่างนี้โทรกันเรียกว่าเสียวไส้เลยนี่อย่างนี้เรียกว่าเป็นการปรุงแต่งแท้จริงไม่ใช่อะไรเลยชื่อนี้ชื่อท็อปแลนด์ชื่อซีทรูอะไรก็เอาภาษานี้มาตกแต่งแล้วก็เอามาประกอบกับเครื่องแต่งตัวแบบนั้นเพื่อที่จะหลอกล่อให้คนที่มีการปฏิเสธหนาๆมัวเมาผู้หญิง หลอกผู้ชายได้ผู้หญิงก็เอาสิเพราะผู้หญิงนี่มีหน้าที่หลอกผู้ชายก็ชอบไปก็แต่งตัวแต่งเปลือยเพื่อที่จะหลอกผู้ชายแล้วมันได้ผลซะด้วยเขาก็ยินดีที่จะแต่งเขาก็ยินดีที่จะทำถ้าผู้ใดมี Siri มีความละอายมากหน่อยผู้นั้นก็ไม่กล้าแต่งเพราะฉะนั้นจะไปแต่งเพื่อหลอกล่อผู้ชายก็ไม่แต่งเพราะว่าอายแม้เป็นหลอกล่อผู้ชายมันสูงขึ้นเกินไปเสียเหลี่ยมผู้หญิงหมดผู้หญิงอย่างนั้นเรียกว่าผู้หญิงมีหิริโอตัปปะเค้าเรียกว่าเกรงกลัวต่อบาปเกรงกลัวต่อสิ่งที่ไม่น่าจะไปจงขึ้นนักก็เรียกว่าเป็นไปได้แต่แต่ผู้ที่แต่งโดยเฉพาะอาตมาพูดอย่างนี้เขาบอกว่าเฮ้ยเขาไม่ได้แต่งมีนี่ไม่ได้แต่งซีทรูพูดอย่างนี้เข้าใจเพราะว่าเขาทันสมัยกันแล้วก็ทำตามสมัยนั่นเขาพูดโดยที่เรียกว่าคน อีโมหาเต็มประตูเพราะว่ามืดหมดเลยไม่รู้ว่าไอ้ที่เขาหลอกมาอย่างนี้นี่เครื่องแต่งตัวแบบนี้แหละจุดมุ่งหมายเข้าไปแต่งเพื่ออะไรไม่รู้เลยเขาหลอกมาว่านี่เป็นแฟชั่นสมัยใหม่นะสมัยนี้เขาต้องแต่งอย่างนี้แล้วตัวเองก็แต่งเพื่อตามสมัยจะแต่งตามสมัยนั้นน่ะฉันแต่งสั้นๆไอ้กระโปรงสั้นๆเพื่อตามสมัยทั้ง innocent ฉันไม่รู้ฉันไม่ได้หลอกใครหรอกฉันแต่งสั้นๆแต่ใจเข้าไปแล้วเป็นยังไงมันก็โป๊ก็เปิด 30 ไอ้คนที่มันหลอกให้แต่งไอ้คนที่คิดแฟชั่นแบบนี้มามันจงใจมันรู้จุดหมายนะให้คนแก่คิดแฟชั่นนี่ไม่ใช่มันไม่รู้นะมันรู้นะแล้วก็คิดมาเพื่อที่จะให้แต่งแบบนี้แบบนี้แบบนี้แล้วเราไปแต่งตามโดยไม่รู้จึงเรียกว่าคนนั้นเป็นผู้หลงเป็นผู้มืดบอดเป็นผู้มีโมหะปิดบังจึงเรียกว่าผู้นั้นแต่งตามเขาอย่างมืดบอดเรียกว่าไม่รู้เลย อันนั้นก็น่าสงสารแต่ผู้ที่รู้แล้วยังแต่งนั้นเรียกว่าไม่น่าสงสารอะไรพวกนั้นตัดออกนอกบัญชีเลยผู้ชายก็อย่าไปหลงแม้แต่ห้ามยากเหมือนกันนะห้ามผู้ชายไม่ลงที่มักจะเห็นแล้วตาพองก็ด้วยนะส่วนใหญ่มันห้ามมันไม่ได้แสดงว่ามันยากมันก็เงินข้ามนั้นด้วยนะเพราะงั้นถ้าคนที่มีธรรมะแล้วนะจะไม่หลงคนที่มีธรรมะแล้วจะเห็นว่าโอ้แม่ผู้หญิงคนนี้ใช้ไม่ได้เลยนี่หน้าด้านแล้วถึงขนาดนี้เรียกว่าหน้าด้านได้แล้วนี่พูดลองพูดในวัดนะอาตมาไม่พูดนอกวัดนี่บางทีอาจจะโดนไหมไอ้ไม้กระบองหรืออาจจะโดนหัวแตกมันก็ได้แต่นี่เราพูดในวัดเพราะฉะนั้นเราพูดถ้าผู้หญิงแต่งแบบนั้นหน้าด้านแล้วหน้าด้านแล้วไม่เอาแล้วที่โทรมาท็อปเลสมานี่ไม่เอาแล้วหน้าด้านอย่างนี้เราต้องเข้าใจจุดมุ่งหมายให้ได้เพราะงั้นพวกเสพติดตามเนี่ยเขาก็จะหลอกล่อด้วยอะไร ตั้งแต่ที่มันจะตรงกลางให้มากยิ่งขึ้นให้มีทุกวันทุกวินาทีเสพยาไม่ได้ทุกวินาทีทุกลมหายใจให้เซลล์กล้าไม่ได้ทุกประตูไม่ว่าการในการอะไรถ้าเรื่องผู้หญิงผู้ชายโดยตรงก็ตามเพื่อสัมผัสเสียดสีเป็นเรื่องใหญ่ถ้าเผื่อว่าในเรื่องอาหารก็เป็นเรื่องของรถถ้าให้เลือกเครื่องแต่งตัวธรรมดาเพื่อความสวยความงามธรรมดาอ้าวตอนนี้สีแดงฮิตตอนนี้สีเหลืองยึดก็เป็นเรื่องของรูปสีเฉยๆถ้าใครลงด้วยก็เป็นกลางนะไม่ใช่ว่าไม่เป็นไรก็ตามนะไปหลงว่าเออสีแดงนี้เราต้องใส่สีแดงสีแดงเราไม่มีต้องไปซื้อมาสีเขียวนี้ต้องไปซื้อสีเขียวมานี่ลงสีเหมือนกันเพราะฉะนั้นกามคุณนี่อาตมาย้ำแล้วย้ำอีกเน้นแล้วเน้นอีกพยายามชี้แจงแล้วชี้แจงอีกเนี่ยพยายามเหลือเกินแต่ก็พยายามไม่เข้าใจกันจริงไม่ค่อยจะเข้าใจกันได้ง่ายๆเพราะ ในรถในกลิ่นก็ตามในเสียงก็ตามเพลงเดี๋ยวนี้คุณนายโรงแรมจะค่อยๆเบาฝ้าไปแล้วเพลงเฉพาะกิจใหม่เดี๋ยวนี้เพลงอะไรชอบฮิตนอกจากคุณนายโรงแรมใครรู้มั่งเพลงใหม่ๆเพลงฉันรักคนชื่อน้อยเพลงอะไรอีกต่อมาเพลงหม่ำหม่ำเสียรักอะไรพวกนี้หม่ำเสนาะคิดอะไรพวกนี้นี่เสียงนะเสียงนี่หลงเสียงเพราะวิทยุมาเอาแล้วเปิดดังๆหน่อยไอ้หนุ่มมาแล้วก็เอาเงินไปจ่ายพรุ่งนี้เสพสุขถ้าได้ฟังเพลงคุณนายโรงแรมซะหน่อย บางคนจะไม่ได้ไม่รู้เอาเพลงสมัยเก่าก็ได้ถ้าใครไปหลงเพลงผักบุ้งเต่ากินผักบุ้งอยู่อ้าวผู้นั้นก็ยังเป็นไอ้หนูไปซื้อเพลงเต่ากินผักบุ้งมาฟังหน่อยเขาเรียกว่ายังหลงเพลงอยู่ยังหลงนี่เสียงอยู่เล่นกล้ามว่าคุณถ้าได้ฟังเพลงเต่ากินผักบุ้งแล้วก็ยังเปิดเมื่อ 2-3 วันที่แล้วอาตมาไปรดน้ำศพพันเอกปิ่นมุทุกันต์ที่วัดโสมนัสจริงๆก็ไม่ได้เจตนาจะเป็นรถหรอกแต่ว่าพอดีไปหาเพื่อนที่ทีวีแล้วเขากำลังจะไปกันพอดีเขาเลยชวนเอาชวนก็เลยบอกเออดีเหมือนกันแหละเพราะว่าพันเอกเป็นผู้จัดการนี่เป็นเคยเป็นผู้ปกครองอาตมามาแต่สมัยเป็นนักเรียนก็บอกตั้งใจตั้งแต่บวชแล้วว่าจะไปหาไปหาผู้ปกครองคนนี้คือปัญหาอาจารย์ปิ่นมุทุกันต์นี้บ้าง บวชแล้วตั้งหน้าตั้งตาตั้งใจจะไปทางโน้นมากมายหลายเวลาไม่ถึงสักทีจนกระทั่งสุดท้ายวันที่อาตมาไปในวันพุธสิพระเอกปิ่นตายวันอังคารแต่อังคารที่เพิ่งผ่านมานี่แหละแล้วจะมาหาเพื่อนวันพุธเขากำลังจะไปรดน้ำศพก็เลยก็ชวนเขาเลยเออดีเหมือนกันเราก็ต้องไปหรอกเพราะว่าอาตมาว่างด้วยก็เลยไปพอไปรดน้ำศพแล้วเสร็จก็มีพระองค์นึงมาพระไม่ใช่พระองค์เนื้อมีพระหลายองค์แล้วนั่งสอบกันเองเป็นระยะเพราะว่าแน่นอนว่าท่านเป็นอธิบดีกรมการศาสนาพระมหากษัตริย์ก็มากับคนธรรมดาหน่อยพระองค์นั้นมาถึงก็ไหว้คนนั้นว่าคนที่แก่แล้วนะอายุ 70 กว่าแล้วอายุ 70 กว่าแล้วเสร็จแล้วพอท่านทักทายปราศรัยคนนั้นคนนี้มาหมดแล้วก็มานั่งข้างอาตมาแต่ท่านมีแต่ก่อนอยู่ทีวี อาตมาก็บอกว่าใช่เออจำได้แต่ก่อนเคยได้ดูแต่ผมก็เพิ่งบวชหรอกท่านบอกอาตมาก็นึกว่าบวชมานานแล้วนะเห็นทักทายปราศรัยพระเจ้าคุณเจ้าเคยรู้หมดทุกคนอาตมาเองยังไม่รู้เลยว่าพระต่างๆองค์ไหนเป็นเจ้าคุณตรงไหนเป็นใครต่อใครอาตมายังไม่รู้จักแต่ท่านองค์นี้รู้จักหมดเลยท่านก็เลยขยายให้ฟังว่าท่านเองท่านอยู่วัดนี่มาตั้งนานเพราะงั้นฉันรู้จักดีจากคุณคนนั้นจะคุณคนนี้เจ้าคุณคนนี้อยู่วัดเกาะซึ่งอาจารย์ปิ่นแล้วก็บวชวัดเกาะแล้วก็อยู่ด้วยกันและรู้ไปหมดเลยอธิบายให้ฟังเสร็จเรียบร้อยหมดเลยเสร็จแล้วท่านก็บอกว่ารู้เนี่ยรู้จักคุณตั้งแต่ก่อนบวชแต่เดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยได้ดูแล้วแหละแต่ว่าเพลงไทยเดิมเพลงไทยเดิมยังฟังอยู่นะเห็นป่ะเพลงไทยเดิมอยู่ฟังอยู่นะมันติดนี่มันชอบอายุ 70 กว่าแล้วอาตมาก็บอกเออก็ยังไม่รู้อะไรซะเลยนะก็ยังเป็นพระอุตส่าห์มาบวชเมื่ออายุ 70 กว่านะแข็งแรงนะทั้งแข็งแรงอายุตั้ง 70 กว่ามาบวชแล้วก็ยังเอาอยู่นะยังเปิดฟังเปิดฟังแต่ว่าทีวีเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ดูแล้วนี่แหละเรียกว่ายังติดอยู่เจ้าคณะไม่ได้ออกชื่อนะว่าใครจะอาตมายกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆพูดถึงเรื่องงานประจำเป็นจริงแต่ไม่มีใครรู้หรอกนี่รู้ 2 คนส่วนตัวว่าอาตมากับพระองค์นั้นแล้วอาตมายกให้ฟังนะว่าพระเดี๋ยวนี้ไม่รู้แม้กระทั่งการว่าคุณเพราะฉะนั้นจะอาตมาเอามาอธิบายซ้ำแล้วซ้ำเล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้รู้เมื่อรู้เราไปทำยังไงรู้แล้วก็เป็นปริยัติคือรู้ไว้ในหูฟังแล้วเข้าใจในปัญญาธรรมดารู้ว่าไอ้เป็นเสียงแล้วจะได้เป็นเลิศจะได้เป็นละจะได้เป็นรถจะได้ไปยึดไม่ฟังตัดทิ้งไม่เอาวิทยุเปิดเพลงมาปุ๊บไอ้หนูเอาวิทยุเอามาฟังเอาไปขายวิทยุ ถ้าจะเปิดฟังก็เปิดธรรมะฟังพอได้ถ้าไม่เอาวิทยุไม่เปิดฟังธรรมะเอาวิทยุไปขายทิ้งให้หนูเอาขายกิโลช่างเช็คไป 5 กิโล 6 สลึง 2 บาทก็ขายไปอย่างนี้เลยว่าเราจะได้เลิกได้แล้วในรถเพราะฉะนั้นฟังไปแล้วไม่ใช่ว่าฟังไปเฉยๆเออรู้แล้วเสียงถ้าเป็นเพลงก็เป็นเสียงแต่พอเพลงมาแล้วก็ยังใส่ใจเอาหูไปโยงใยถึงเอาหูไปสัมผัสเอาหูไปผัสสะไปรับเวทนาแล้วก็มาให้มันปรุงอยู่ในนี้ล่ะเพราะเวทนามันคงเสร็จแล้วก็บอกเออสุดก็เวทนาจริงน้องมันจริงหนออร่อยจริงหนออยู่ไม่ได้พอเปิดเพลงฟังเพลงมาเพลงนี้แบบนี้เบื่อแล้วไม่เอาแล้วทุกขเวทนาจริงน้องก็ไม่รู้อย่างนี้ใช้ไม่ได้อย่างนี้ใช้ไม่ได้เพราะฉะนั้นเราจะรู้เสียงก็ดีเราจะรู้รสก็ดีเราจะรู้กลิ่น เราไม่ใช่รู้ด้วยปากเท่านั้นรู้แล้วที่อาตมาพูดให้ฟังแล้วอาตมาเชื่อเชื่อว่าเข้าใจเข้าใจแต่เป็นรถไปรับกันบ้างหรือยังไปทำสมาธิกันบ้างหรือยังสมาธิคือทำจริงๆทำกันให้จริงๆอาตมากำลังแปลคำว่าสมาธินี้ว่าทำกันจริงๆทำกันได้จริงๆลงมือปฏิบัติกันจริงๆแต่ก็ไม่พยายามเข้าใจหาว่าอาตมาแปลสมาชิกผิดทุกทีสมาธิไม่ได้แปลว่านั่งเข้าที่สมาธิไม่ได้แปลว่านั่งหลับตาสมาธิคือคำว่าสมัครดวงอาทิตย์สมณะหมายความว่าเสมอเสมอ 1-1 อาทิตย์หมายความว่าเกิดอย่างยิ่งเป็นอย่างยิ่งให้เกิดอย่างยิ่งเป็นอย่างยิ่งอย่างนั้นเรียกว่าสมาธิเกิดอย่างยิ่งอย่างไรเกิดอย่างยิ่งอย่างที่เราขาดกิเลสอยู่เรามีกิเลสเราก็ทำ กิเลสลงเมื่อมันขาดกิเลสลงแล้วก็ให้รู้ว่าเรากำลังขาดกิเลสอยู่หนอให้มันเกิดจิตอย่างนั้นจึงเรียกว่าจิตที่ขาดกิเลสนั่นแหละเรียกว่าจิตที่เป็นอันที่จิตจิตที่ขาดกิเลสลงนั่นแหละเราเรียกว่าจิตที่เป็นอธิษฐานเป็นสมาธิเป็นฌานฌานอยากรู้ดีมีสติควบคุมอ่านออกว่าโอ้เราตอนนี้กำลังขาดจากกิเลสมันประภัสสรขนาดไหนเรารู้ถ้าเราขาดกิเลสตัวโตตัวที่ยากๆเราก็รู้ว่าเออเราขาดกิเลสไปได้แล้วไอ้ง่ายๆยาวๆนี่ขายได้แล้วถ้าค่าเฉลี่ยตัวที่เรียกว่าปานกลางถ้าละเอียดขึ้นมาหน่อยเราก็รู้ว่าเรากำลังขาดกิเลสตัวปานกลางชัดๆรู้ๆจนกระทั่งเราจะรู้ไปในจิตของเราว่าแหมนี่ขนาดกิเลสละเอียดนิดๆเกิดจาก ขึ้นมานิดหน่อย 3 ตัวตนขึ้นมาแล้วเราก็รู้ได้เอาแล้วไอ้เสือร้ายได้โปรดเข้ามาแล้วตัดขาดเลิกหยุดสมาธิอย่างนี้สิเป็นสมาธิที่เป็นคุณเป็นสมาธิของอริยะไม่ใช่สมาชิกของผู้มืดบอดเป็นสมาธิของอริยะแน่ๆให้รู้อย่างนี้กามว่าฉันทะทั้งหลายมันก็จะได้ขาดลงอย่างจริงอย่างแท้อย่างชัดอย่างนี้นี่เรียกว่าตัวกามโรคอาตมากำลังมาชี้กามโรคกำลังมาชี้กําลังอัตราให้เห็นแล้วกำลังให้ฆ่ากันถ้าใครหลงในการส่วนนี้จึงเรียกว่าผู้นั้นยังไม่พ้นกามมา 10 ขันและการในโลกหรือยังไม่พ้นกามะบวกสุขนั้นเองนี่เป็นส่วนสุดส่วนหนึ่งอาจจะมีส่วนต่อไป ที่ 2 เราเรียกว่าหลงยึดรูปสัตว์โลกและอรูปเปิดโลกอีกส่วนหนึ่งกามนี่มันกระโดดโลดเต้นอยู่ในโลกเห็นง่ายๆรูปแล้วปิดเสียงที่อาตมาชี้แล้วทีนี้ถ้าใครเป็นหลงยึดรูปบนโลกและอรูปโลกอ่ะฟังให้ดีนะลูกเปิดโลกและรูปโลกรูปพระโลกกับรูปบนโลกนี้หรือเราเรียกว่ารูปอัตราหรือรูปปาดตาก็เหมือนกันอย่างเมื่อกี้นี้อาตมายังไม่อธิบายเรื่องลูกเรื่องลูกตาแตกต่างกันยังไงยังจะไม่อธิบายเพราะว่ามันซ้อนเข้าไปอีกชั้นหนึ่งเอาไว้ก่อนเอาเรื่องตอนต้นนี้ซะก่อนรูปก็อัตราก็คือเรามาสร้างในจิตของเรานี่มาสร้างอยู่ในจิตของเรานี่เรียกว่าอัตราไม่ได้ นอกไม่ได้ไปขึ้นอยู่ข้างนอกแต่มาฝังยึดมั่นถือมั่นอยู่ในใจบ่ฟังยึดมั่นถือมั่นอยู่ในใจรูปเป็นโรคเราก็เรียกว่าฉันสวรรค์สวรรค์ 6 ชั้นรูปโลกนี่คือสะพาน 6 ชั้นหรือรูปก็อัตตานี้เรียกว่าสวรรค์ 6 ชั้นสวรรค์ 6 ชั้นนี้สวรรค์ 6 ชั้นนี้อาตมาไม่อธิบายไม่อธิบายอย่างพราหมณ์เข้าท่านในสวรรค์ชั้นอะไรอ่ะเริ่มต้นด้วยสวรรค์ชั้นยามาว่าสวัสดีชั้นชั้นประถมอะไรก็ตามแต่อาตมาไม่อธิบายแล้วสวรรค์ 6 ชั้นไม่ได้จำมาวันนี้เลยจำไม่ได้ แปลว่าถ้าใครไปยึดติดในสวรรค์อย่างนี้อยู่แล้วทำไมท่านแบ่งชั้นไว้ 6 ชั้นท่านแบ่งชั้นไม่ 6 ชั้นก็เพราะเหตุว่าในสวรรค์แต่ละชั้นแต่ละชั้นแต่ละชั้นนั้นมันมีความละเอียดละออเหมือนกันมีระดับมีระดับสวรรค์คืออะไรสวรรค์ก็เป็นความสุขสวรรค์ก็คือเป็นความหลงสุขหลงมุ่งมั่นยึดมั่นมุ่งหมายยึดไม้ปักหลักเอาแน่นอนให้ได้ว่าใครจะมาพูดให้ตายยังไงฉันก็ไม่เชื่อว่าอย่างนี้ไม่ใช่ความสุขใครจะมาหลอกให้ตายยังไงฉันก็ไม่เชื่อว่าอย่างนี้ไม่ใช่ความสุขฉันเชื่อแน่เลยว่าไอ้อย่างนี้อย่างนี้เป็นอย่างนี้แหละมันเป็นความสุขเช่นเดียวกันกับใครมาหลอกว่านี่ถ้าเผื่อว่า เธอเลิกการมีผัวเมียได้นะไม่สืบพันธุ์นะเธอจะสุขแล้วผู้ที่มีลูกเป็นโรคอยู่ในใจเชื่อไหมเชื่ออาตมาไหมอาตมาบอกว่าอย่าไปสืบพันธุ์อย่าไปร่วมรถอย่าไปมีผู้หญิงผู้ชายมันถึงจะเป็นสุขใครเชื่อมั่งมีไหมมีกี่คนถ้าคนไหนไม่เชื่อคนให้ไปยึดมั่นถือมั่นเลยไปฝากบอกว่ามีอย่างที่ไหนสืบพันธุ์ไม่มันสืบพันธุ์ไม่อร่อยมีที่ไหนถ้าใครเองไปยึดมั่นถือมั่นว่าไอ้สืบพันธุ์นี่มันมันสุกมันอร่อยนั่นแหละเรียกว่ารูปปลากัดป่าหรือนี่แหละเรียกว่าลูกบอลโลกของเขาเป็นรูปเป็นรูปของคนผู้นั้นที่ไปปากมันยึดมั่นเอาไว้ว่าอย่างนี้เป็นสุขอย่างนี้เป็นสุขอย่างนี้เป็นของดีอย่างนี้เป็น นี่แหละรู้อัตราให้ชัดอย่าเพิ่งไปรูดอย่าเพิ่งไปรู้ถึงรูปฌานอรูปฌานอะไรเลยอย่าเพิ่งไปพูดถึงอันนั้นคนที่ไปหลงอรูปฌานรูปประชานอะไรแล้วบอกว่าในเรื่องอัตราหรือโยกมันมีแต่รูปประชันอย่าเพิ่งไปพูดอย่าเพิ่งไปพูดถึงเอาอันนี้ให้ชัดซะก่อนนะไปสร้างอัตราใส่ตัวเองว่าหลงในการสืบพันธุ์มาเป็นทุกข์มันดีมันเป็นสวรรค์แหมได้เสพติดฟันแล้วมันขึ้นสวรรค์ชั้น 6 ชั้น 1 เลยบางวันบางวันก็คือชั้น 7 ไงถ้าใครหลงแบบนี้ปากมันอัตราแบบนี้คนนั้นแหละอย่างทุกข์อยู่อย่างทุกข์อยู่แล้วพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าคนหลงแบบนี้เป็นผู้ที่ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยอาตมาจะขอ อธิบายอันนี้ขึ้นไปว่าคนที่ไปลงรูปปัดตากับอรูปอัตตานี่คือพวกที่หลงสุดโต่งอีกฝ่ายหนึ่งเรียกว่าพวกหลงอัตตะ + กิติพวกที่หลงอัตบวชกี่ลิตรบวกอนุภาคที่เรียกว่าพวกล้มสุดโต่งนะอีกฝ่ายหนึ่งพวกหลงอัตรากำลังอธิบายอยู่นะเพราะงั้นเดี๋ยวจะรู้ส่วนกิริตนี้เรียกว่าความเหน็ดเหนื่อยภาษาบาลี มันหมายความว่าความเหน็ดเหนื่อยความเหน็ดเหนื่อยความลำบากกินอมตะมันหมายความว่าอย่างนี้ส่วนอันนิยมคละก็คืออันเดียวกันหาดู YouTube ก็คือเมื่อกี้ก็ได้อธิบายไปแล้วว่าอนุภาคก็คือตัวผู้ที่ประพฤติฝึกเพ่งเพียรทำให้แก่ตนนั่นแหละเรียกว่า
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive