230808-2-197 ทางเอกภาค2-ตอน197(หน้า404)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท054.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเราสวดกันนี่ระวังระวังหน่อยนึงพยายามอย่ารากค้ำยันลากหางเสียงถ้าเริ่มรากมันจะเริ่มยาวมันแล้วมันก็จะเริ่มยาวเรื่อยไปแล้วมันจะเริ่มรากหนักเข้าก็จะต้องเป็นภัย 5 ประการที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ในเขตที่สูงการขับด้วยเสียงอันยาวมีโทษท่าประการ หนักๆเข้ามาจะได้ยินเสียงเราแหละมันจะรู้สึกรักมันจะรู้สึกชอบมันจะรู้มันมีนิสัยมันเป็นไปตามจริงรู้สึกว่าเวลาเราสวดๆกันไปเรื่อยๆเราที่มักจะต่อหางด้วยมันพยายามให้มันสั้นไว้ทำให้มันสั้นไว้ให้มันสั่งได้เรื่อยๆไม่ว่าอะไรให้มันเป็นคำๆเราจะพยายามทำความเข้าใจกับคำแต่ละคำไม่ใช่ว่าเราจะไปท่องสักแต่ว่าท่องภาษาอย่างเราท่องคำท่องคำไปคำนั้นคำนี้เป็นบาลีเป็นคำๆที่เป็นความหมายเราจะเห็นได้แล้วเปิดดูว่ามีบาลีเนี่ยเป็นคำๆๆเขาไม่เขียน [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ถึงขีดถึงขั้นของมันแล้วมันก็ไม่ทำปฏิกิริยาต่อกันพอวันนี้มาถึงวันนี้มันมีเหตุมีปัจจัยครบหรือว่ามีเหตุเป็นปัจจัยมีมาพอดีท่องคำนี้ขึ้นมาคำนี้ชัดเหลือเกินโอ้อย่างนี้เองมีทั้งเหตุมีทั้งปัจจัยมีทั้งอาการกิริยามีทั้งสภาพจิตสัมผัสโอ้รู้ได้รู้ได้เข้าใจมันต้องอาศัยเหตุปัจจัยเหตุปัจจัยยังไม่ครบยังไม่ถึงยังไม่เห็นแจ้งหรือยังไม่มียังไม่เป็นพรั่งพร้อมที่เราได้ฝึกที่อยู่มันก็ยังไม่ถึงพอถึงแล้วมันก็อาจจะมันเป็นหลักมันเป็นคดีเป็นคอกขาย เป็นคำบอกทุกอย่างที่เราจะใช้ไม่ใช่ว่าเราโสดไปโดยไม่มีไม่มีท่าอะไรเลยท่องบทนี้ไปติดปากเฉยๆถ้าท่องบ่นปิดปากเฉยๆแล้วแม้แต่สมาธิคุณจะไม่เกิดคุณจะไม่มีปัญญาทำมาวิจัยไม่มีการสัมผัสและก็มีการระลึกรู้ส
อ่านต่อ
ึกหรือมีปัญญามีสัมปชัญญะมีสติสัมปชัญญะปัญญาไม่มีแม้แต่แค่สัมปชัญญะและมันก็ไม่มีปัญญาเพราะเวลาเราท่องไปเรามีด้วยมีธรรมะวิจัยมีสติแล้วก็มีสัมปชัญญะมีใจทำงานวิจัยไปมันก็เกิดปัญญาเกิดอะไรต่ออะไรไปด้วยทุกทีจำด้วย แม่นด้วยแล้วก็มีปัญญาด้วยมันจึงเรียกว่าสมาธิไม่งั้นเราท่องไปก็สมาธิเคลื่อนสมาธิตกเพราะเหตุต้องขับด้วยเสียงอันยาวมันมีอะไรลากจูงต่อกันไว้แล้วมันก็เลยติดปากเฉยๆมันให้พยายามให้ตัดคำตัดความแม้แต่สัพพีที่รักก็อย่ารับยาวเกินเลยเรากลัวว่าจะมาเจอเขาจะไม่รับต่อเราก็พูดเป็นคนเดียวแต่คนรักเพราะเขายะถาเสร็จมันจะโชว์ทีละสาวยศถาเราก็รับสัพพีติโยวิวัชชันตุเพราะว่าไปตามที่คนไทยไม่รักอื่นก็ตามเรารับไปคนเดียวก็บ้าไปคนเดียวแต่มันไม่คนเดียวก็โมโหก็รู้กันอยู่แล้วรับไปไม่ต้องพิมพ์ที่ยอมไม่ รู้สึกว่าพวกเรานี่ยังติดกันอยู่เยอะยังติดกันก็พยายามให้ให้สั้นตัดสัพพีติโยวิวัชชันตุสัพพะโรโคสว่างไปทำไมธรรมดาแม้แต่คำอื่นที่เราท่องกันอยู่ในคำประณามคาถาหมดทุกบททุกคำทุกอันขณะนี้เรามีพระไตรปิฎกบทสวดแต่ไม่ใช่บทสวดบทบาลีพระไตรปิฎกบทบาลีอีกชุดหนึ่งซึ่งมันศิริลักษณ์จำลองซื้อมาถวายอีกชุดนึงแดงชุดแดงอยู่ข้างบนนอกจากชุดล่างชุดเก่า นี่มันขาดไปเยอะแล้วเพราะว่าเราใช้กันก็เปิดก็เทียบเคียงมีนัดเปิดบาลีอยู่ไม่กี่คนนักศึกษาเปิดตัวเปิดสอบเปิดท้ายเปิดศึกษาศึกษาพระบาลีค่อยๆศึกษาไปอย่างเราๆก็เกิดประโยชน์เราเราเอาเนื้อเอาความหมายแต่ระวังระวังจะโดนจะเดามากพยายามดูตรวจสอบอย่างน้อยตรวจสอบตรวจทานกันไปก็เกิดความรู้และความเข้าใจมันจะลึกซึ้งพระบาลีเป็นภาษาที่มาตั้งแต่ตัวอักษรความหมายความหมายตั้งแต่บัญญัติตัวอักษรกำ กับสิ่งที่เกิดที่เป็นซึ่งเกิดเป็นเนี่ยบาลีทุกตัวอักษรตั้งอธิบายถึงลักษณะหรือสัญลักษณ์อธิบายถึงลักษณะด้วยสัญลักษณ์ตั้งแต่รูปธรรมนามธรรมมีนามธรรมเป็นส่วนมากมีนามธรรมเป็นส่วนมากในพระบาลีในตัวอักษรบาลีและก็ขยายความขึ้นมาเมื่อเติมเมื่อพยายามชนะตัวหนึ่งมาเติมพยัญชนะ 2 ตัวก็เป็นความหมายขึ้นมามีการสะกดการด้วยสระลงไปอีกก็เป็นความหมายกันมาหรือพยัญชนะ 1 ตัวมีสระลงไปก็มีความหมายขึ้นมามีพยัญชนะ กำกับเข้าไปมันจะมีความหมายขึ้นมามีพยัญชนะเติมคำอีกเป็น 3 ตัวมีความหมายเพิ่มขึ้นมาเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆตามความหมายเพิ่มขึ้นอีกทีนี้เป็นคำเอาคำมาควบคู่เพิ่มขึ้นอีกมีความหมายเพิ่มขึ้นอีกเป็นอย่างนี้มาลีของเขาเกิดเกิดอย่างนี้ขึ้นมาก็ภาษาอย่างนี้ขึ้นมาเลยภาษาอังกฤษเกิดมาอย่างนี้เป็นภาษาหนังสือบาลีเนี่ยตัวพระบาลีเป็นภาษาหนังสือโดยตรงซึ่งตัวตั้งแต่คำว่าตั้งแต่ผ้ายันต์ชนะแต่เราพยายามชนะแทนความหมายไม่ใช่ภาษาเกิดมาจากปากจากเสียงธรรมชาติไม่ใช่ภาษาบาลี เป็นภาษาที่เกิดมาแทนความหมายของทุกๆสิ่งตั้งแต่เกิดมาเป็นธรรมความเป็นธรรมตั้งแต่เดิมละเอียดไม่ใช่ภาษาเกิดมาแต่ธรรมชาติที่เอาเสียงพ่อแม่อะไรนี่เป็นคำขึ้นมาเองเลยเป็นเอ่ออออะไรต่างๆนานาเนี่ยออกมาเป็นคำเป็นความเป็นเสียงแมวหมามันก็เกิดมาจากภาษามันเกิดมาจากธรรมชาติไอ้นี่มาร้องแล้วก็เรียกว่ามันแมวมันก็ออกมาจากภาษาธรรมชาติมันเกิดมาจากธรรมชาติบาลีไม่ใช่บาลีเป็นอักษรตัวอักษรที่เกิดมาตั้งแต่ตัวอักษรแต่ละตัวแต่ละตัวละตัว แทนความหมายกับแทนอะไรค่ะแทนอะไรคะแทนอะไรคะแทนอะไรนะแทนอะไรจะแทนอะไรช้าแทนอะไรชะยะแทนอะไรตัวแทนอะไรมีความหมายแต่ละคำแต่ละคำของมนุษย์แต่ละตัวจนกระทั่งเป็นตัวผสมจนกระทั่งเป็นอักษรเป็นคำจนเป็นคำจนเป็นความเป็นธรรมผสมเป็นยาความเป็นมามีรากฐานมาตั้งแต่พยัญชนะจนถึงความหมายคำประสมคำที่สนธิสัญญาเข้ามาเพราะฉะนั้นธรรมะที่ผูกเอาไว้หรือให้ความหมายแทนเอาไว้ในบาลีจึงยัง ดุ๊กอย่างร่างยังได้จากบาลีอาตมาได้ได้ปัญญาได้สัจธรรมบุพเพนิวาสานุสติญาณของอาตมาตามในอักษรบาลีเยอะไม่ต้องมานั่งหลับตาอย่างไม่ต้องมานั่งหลับตาอย่างอยู่ในบาลีนี่อยู่ในพระบาลีเนี่ยเยอะเลยอาตมาได้จากพระบาลีเป็นสิ่งที่สืบสานมันขยายความมายังรู้คำบาลีบางคำยาวๆอ๋อคำนี้มาจากรากฐานอันนี้อันนี้ๆๆขยายความมาจากอันนี้อันนี้คือจ่ายมาจากอันนี้จนไปถึงอย่างถึงตัวอักษรถึงพยายามชนะทั้งตัวอักษรมาจากอันนี้อันนี้อันนี้ เป็นสิ่งที่เป็นหลักฐานเพราะฉะนั้นความหมายนี้บาลีมีอธิบายธรรมะจะเข้าถึงเรียกว่าพระบาลีบาลีนี้มีค่าถึงขนาดเขาเรียกเขาเรียกพระบาลีพระบาลีนี่คือสิ่งที่อธิบายธรรมะเป็นภาษามีคุณเป็นภาษามีค่าเป็นภาษาที่อธิบายถึงธรรมะถึงปรมัตถธรรมเพราะฉะนั้นในความในคำของพระบาลีนี้เป็นความหมายที่ให้ความหมายสูงเข้ามาแปลเป็นภาษาคนคนธรรมดาธรรมดาเอาความหมายอย่างคนคนนั้นเป็นเรื่องที่บานปลายออกมามันใช้กันเป็นภาษาที่ใช้กันได้แต่ในความ หมายเลขในคำแทนต่างๆเหล่านั้นมันมีบอกถึงลักษณะถึงอะไรต่ออะไรที่มาแต่แรกเกิดแล้วก็สังขารขึ้นสังขารกันขึ้นทำให้เราเข้าใจสังขารในพระบาลีทำให้เราเข้าใจเพราะถ้าเราจะศึกษาเราจะทำความเข้าใจไปเรื่อยๆเปิดดูกราบพระไตรปิฎกภาษาไทยแล้วก็เทียบเคียงดูบางวัดบางพยอมเก็บเคียงดูคำพจนานุกรมเป็นบาลีหรือว่าประธานอนุกรมบาลีเราก็อยู่ที่โต๊ะมีเครือข่ายอย่าไปใช้ก็ใช้มีอยู่ 2-3 เล่มดึงแบ่งเอาไปใช้ที่ปฐมนิเทศที่นี่ก็มีที่โต๊ะใช้ไม่ว่าจะ ไม่มีมีเล่มใหญ่ๆก็มาลีเล่มประธานอนุกรมพระบาลีแต่ที่จริงมีหลายเล่มเหมือนกันนะเล่มใหญ่นี่ก็มีทั้งสอง 2 เล่ม 3 เล่ม 2 เล่มเล่มสีน้ำตาลสีน้ำตาลหนามีทั้งปลาบาลีภาษาแปลเป็นภาษาไทยมีทั้งภาษาอังกฤษด้วยสวัสดีเป็นภาษาอังกฤษด้วยก็มีอีกฝั่งนึงแต่เป็นภาษาอังกฤษอีก 2 เล่ม 2 ลิตรเดบิตของอะไรอีกคนนึงจำไม่ได้เพราะเลเซอร์อะไรอะไรก็กูอยากอ่านยากแต่ก็ตัวภาษาไทยก็มีเล่มสีน้ำเงินอยู่บนโต๊ะมีเล่มเขียวๆที่เอาไปใช้ที่ผสม ก็มีเล่มสีน้ำตาลอีก 2 เล่ม 1 ใช้กันแล้วก็มีเล่มปกแดงเล่ม 1 หน้าใหญ่เหมือนอย่างนี้เท่านี้ผมแดงก็เท่านี้ก็เปิดดูเหมือนกระดิกชนนีที่เราเปิดดูศัพท์ดูคำดูความดูอะไรไปดูคำขยายให้เรารู้ไวยากรณ์มาบ้างมันก็ขยายเหมือนกันพยากรณ์ไทยไวยากรณ์บาลีไวยากรณ์อังกฤษก็เหมือนกันมีหลักเดียวกันมีน้ำมีคำนามมีกิริยามีคำขยายคุณลักษณะมีทำอะไรต่ออะไรต่างๆนานาขยายมีคำเชื่อมคำรับคำต่ออะไรเหมือนกันเสร็จแล้วมันก็ขยายความขยายอะไรจะให้กันพอสมควร ถ้าเราได้อธิบายถึงปริตาพาพรหมซึ่งตัวปริตรแปลว่าน้อยประมาณน้อยเรามีจำนวนหรือมีประมาณที่น้อยซึ่งคู่กันประมาณนั้นต่อไปก็จะอธิบายถึงประมาณนั้นประมาณยังไม่ถึงอภิปรายพาพรหมลิขิตอาภาแปลว่าแสงแปลว่าสภาพที่แสดงให้รู้เพราะถ้าจะไปแปลไปแปลเป็นรูปภาพมันก็ได้เป็นรูป แอร์เป็นนามธรรมแปลเป็นธรรมในธรรมแปลเป็นธรรมาธิษฐานแสงสว่างนั้นก็เปรียบด้วยความรู้มันเกิดความรู้เกิดความเข้าใจถึงสภาวะธรรมที่มีปริมาณหรือประมาณหรือจำนวนน้อยสิ่งที่เราได้มาแล้วเป็นคุณธรรมแม้จะเป็นนามธรรมมีประมาณน้อยๆอยู่เราเรียกว่าอันนั้นน่ะเป็นปริตาพาพรหมเราได้รู้อยู่หรือถ้าเราได้รับรู้เป็นของเราอันนั้นก็เป็นอลิตาพาชมส่วนหนึ่งเราละกิเลสอันนี้ได้นิดนึงแล้วเริ่มต้นเป็นปริศนาภาพรวมได้ อาจจะยังไม่มากพอจนกระทั่งรู้อาการกิริยาของความดีของมันมันยังไม่แสดงผลดียังจะรู้สึกสบายยังจะรู้สึกได้ดีกันจนกระทั่งเกิดรถมันก็ยังไม่ได้อย่างนี้เป็นต้นจนมันได้มากขึ้นไปมากขึ้นไปจนเห็นได้จนรู้สึกได้เรียกว่าอาภาหรือว่าแสงเนี่ยจนรู้สึกจนรู้อาภาเกิดปัญญาเกิดความระลึกรู้มันเกิดแสงสว่างขึ้นแล้วหนอไปโอภาสแล้วหนอเป็นการเป็นจะเกิดวิปัสสนาญาณหรือญาณทัศนะเออเกิดแล้วมันโอภาสเป็นอาภาภาษาบาลีที่ใช้ความหมายของแสงแสง การแทนความรู้ในบาลีหรือในธรรมะธรรมในธรรมเราเกิดรู้ดีขึ้นมาแล้วหนอเข้าใจแล้วมันมากพอถ้ามันยังน้อยอยู่มันก็ไม่รู้พอจะมีเหตุมีปัจจัยที่เราทำสั่งสมไว้นี่ขึ้นมาพอสมควรมีประมาณมากเกินขึ้นไปจนถึงครึ่งกว่าครึ่งมีประมาณมากขึ้นไปจนกระทั่งเข้าเขตเต็มมากจนเรานับไม่ไหวขึ้นมาหรือมากจนเราเรียกว่ามันมากทีนี้เราก็จะยิ่งรู้ชัดชัดไปจนกระทั่งมันว่าเรานับไม่ได้โอ้มีประมาณนั้นไม่ชวนแล้วตอนนี้อาตมาภาพ มีไม่มีประมาณมากจำนวนมากไม่มีประมาณหรือประมาณมันไม่ได้มันมีมากประมาณมันไม่ได้ได้แต่บอกว่ามากโอ๊ยมากมายร้อยแปดพันเก้ามากปลายหมื่นสี่พันห้าร้อยแสนโกรธอะไรแล้วแต่ทดแทนความมากประมาณนภาลักษณะแห่งความมากมายก็มีลักษณะต่างกันอยู่อย่างนั้นเป็นความหมายที่ชัดแท้ทีนี้ก็แยกแยะเอาสัญลักษณ์แยกแยะเอาสัญลักษณ์หรือลักษณะถ้าเป็นพรมที่ถูกต้องก็เป็นคุณลักษณะถ้าเป็นพรหม เกย์ผมไม่ถูกต้องก็เป็นโทษนะรักโทษสลักรู้ว่าอะไรจะบอกความเสียหายก็คุณขอโทษหรือว่าประโยชน์กับไม่ใช่ประโยคแล้วก็ดูสัญลักษณ์ของมันดูสิ่งที่มันแทนมันเป็นไปมันมีลักษณะอย่างนั้นมีกำหนดลงไปสัญญะสัญญากำหนดลักษณะลงไปให้รู้อย่างเรายกตัวอย่างเช่นว่าจิตวิญญาณที่เป็นลักษณะของมนุษย์ก็เป็นพรหมได้เป็นเทวดาได้ลักษณะอย่างนี้เป็นลักษณะ ความสูงความเลิศความอุดมเป็นความเป็นจริงมนุษยศาสตร์จิตมันสูงมันอุดมจิตมันเป็นมงคลจิตมันเจริญจิตมันก้าวหน้าขึ้นก้าวหน้าขึ้นลักษณะอย่างนี้มันเป็นความวิเศษขึ้นดีขึ้นสูงขึ้นของมนุษย์หรือของคนที่มีจิตครองที่มีจิตวิญญาณครองเนี่ยจิตวิญญาณขั้นมนุษย์ด้วยมันมีความก้าวหน้าจริงๆนะอ่านออกเพราะอ่านจิตของเราออกเจริญขึ้นจนเห็นได้มีประมาณน้อยเขาเรียกว่าปริตาพาถ้ามันเจริญมากมันมีลักษณะมากก็เป็นอับประมาณอาภา หรือจิตคิดทางปรัชญาถ้ารวมความไปทั้งหมดก็เป็นจิตไม่ดีไม่ใช่จิตเทวดาจริงเป็นเทวดาแก้คือเทวดาเป็นโทเป็นโทสมรรถนะแล้วลักษณะปาโทมันก็บอกอยู่แล้วโทรศัพท์มันมีลักษณะของโทษอย่างลงแล้วเป็นเจ้าของโทษนะขอโทษศิษย์เก่าเป็นโทษไม่ใช่คุณแต่เขาก็ยังเรียกกันว่าเทวดาเพราะมันมีอารมณ์หนึ่งที่เรียกว่าอารมณ์หลอกคืออารมณ์เพ้อเป็นสวรรค์ เป็นสุขทีนี้ถ้าเกิดว่าเราทำอะไรได้ดีแล้วก็เกิดความสบายก็ดีแล้วเมื่อเราได้ดีสบายไปแล้วเราก็ไปล้มติดมันจะเพลินรถติดหลงเพลินเพลินเพลินเพลินจนไม่มีสติสัมปชัญญะไม่มีธรรมะวิจัยไม่มีการกำหนดรู้ความเหมาะสมความพอดีผลงานเพลินจนทำให้เหลิงจนทำให้เสียจิตคิดๆลักษณะอย่างนั้นคือเพลิดเพลินจนเกิดความเสียหายหลงอยู่กับความเพลิดเพลินเพราะเราหลงอยู่จนกระทั่งแม้แต่รถที่มันพอดีละอันนี้รถของสิ่งนั้นสิ่งนี้พอดีไม่ว่าจะเป็นรถแห่งความร้อนความเย็น ลมหนาวรสเปรี้ยวรสหวานรสหวานรสเค็มอะไรก็ผ่อนดีคำว่าพอดีเราก็คิดว่าจะไปเอาของที่เราชอบความที่เราชอบเอามาเป็นสิ่งตัดสินนั้นก็ไม่ได้ต้องถอดความชอบถอดมาแล้วเราก็จะพอดีลดลงเรื่อยไปถ้าเราตระหนักเราพยายามจัดแจงตัวเราเองอยู่เราเคยติดรสเผ็ดเราเคยติดรถเค็มเราเคยติดรถหวานอะไรจัดจ้านอะไรต่างๆนานาเราเคยติดกลิ่นหอมเราไปติดความฝืดของผิวหนังเมื่อได้รับโซดาไฟขัดสีผิวหนังแล้วก็เกิดปฏิกิริยา มันก็สลายเป็นเจ้าไขมันสลายไอ้นี่ออกไปจากผิวหนังพออาบน้ำเสร็จก็โอ้โหสัมผัสผิวกายหรือผิวกายมีความรู้สึกเกลี้ยงดีหนอฝืดเราก็เห็นว่านี่แหละเกลี้ยงแล้วฝืดฝืดฝืดมันก็เป็นผัสสะที่บอกเราเราก็ติดมันถ้าเผื่อว่ามันไม่อย่างนี้มันมีการขับเหงื่อเหม็นน้ำมันเป็นอะไรต่ออะไรออกมาพอมาสัมผัสอีกทีมันก็ไม่ใช่ลักษณะที่เราเคยสัญญากำหนดมันไม่ฝืนกระชับวายอย่างนี้ไม่ชอบใจก็อยากจะอาบน้ำถูสบู่อีกให้มันฝืดอยู่อย่างเก่าคนติดอย่างนี้ก็อาบน้ำถูสบู่วันนึง 5 เที่ยวยิ่งหน้าร้อน 10 เที่ยวเลยเพราะไม่ได้ลักษณะที่เราต้องการ ติดก็ให้รู้ว่าจริงหรือเปล่าว่าคุณสกปรกจริงยิ่งคุณขับอย่างนั้นยิ่งคุณทำลายตัวเองน้ำมันนี่ก็มันก็ชโลมผิวหนังมันก็ใช้กันไปตั้งแต่มันอยู่ข้างในจนกระทั่งขับออกมาข้างนอกมันก็มาใช้ประโยชน์อะไรต่ออะไรไปพอสมควรแต่เราก็ไม่รู้ไม่เข้าใจถึงสุขลักษณะเราก็เอาไปขับรถออกไปล้างมันออกไปทำอะไรเสียผิดธรรมชาติผิดสิ่งที่จะเกื้อกูลกันคุณก็ทำลายคนทำลายตนทำมันทันมันพอเป็นพอไปถ้าคุณเองก็ต้องกินเพิ่มต้องใช้เพิ่มต้องทำงานเพิ่มคุณก็เบียดเบียนตัวเองอยู่นั่นแหละมันก็ไม่เข้าทางเข้าเรื่องถ้ามันมากเกินไป เลือดออกบ้างถ้ามันไม่มากมันก็อยู่ในรังสีที่เออก็ดีไม่แห้งเกินไปไม่เปียกเกินไปไม่ฉ่ำเกินไปพอดิบพอดีมันก็พอดิบพอดีเอาอย่างนี้เป็นต้นรถติดรถติดรูปติดติดเสียงติดสัมผัสติดอะไรก็ตามใจเราเป็นคนกำหนดเสร็จแล้วก็หลงหลงหลงหลงหลงหลงผิดแล้วเราก็ไม่ชอบแม้แต่ที่สุดเรามาติดความสงบความหยุดแล้วก็หลงผิดเพลิดเพลินกับความสงบความหยุดจนกลายเป็นโทษทำให้เราไม่เอาอื่นแล้วไม่ทำอื่นทำมันอยู่กับไอ้นั่นน่ะเจาะหรือว่าจะต้องวนเวียนอยู่กับเรื่องนี้อย่างวนเวียนในการอาบน้ำดังกล่าววนเวียนอยู่ในการหยุด จัดฟื้นตัวมาทำงานมาลึกๆรู้มาทำนู่นทำนี่ได้หน่อยเดียวก็วนเข้าไปหาจอดตัวดับตัวหยุดหยุดเป็นความเสียหายจิตนะจิตราปรสิตความหมายของกีตาร์แปลว่าความเพลิดเพลินความเพลิดเพลินมันเป็นโทษเป็นภัยแก่เราเพราะไปติดไปยึดลักษณะของคำที่มันเป็นอธรรมนี่มันก็ติดความยึดคือความหลงชอบหรือหลงทางอื่นดีกว่ามั้งเธอเอ้ยเลอะหมดแล้วหนังสือหลายกองแล้วกันตื่นมาทำไมก็แต่เช้าใครเอาอะไรไม่มา ไม่รู้ตัวพูดภาษาไทยไม่รู้ด้วยนะไอ้ภาษากระจอกเราก็ไม่เป็นภาษากระจอกหรืออยู่นี่แกก็ขี้เอาขี้เอาเรื่องของเรื่องนกกระจอกนี่ก็พูดไปเอาอะไรไปก็ขี่จังไรเหมือนหมาเลยงั้นเรารู้ความหมายและเรารู้ตัวลักษณะของความเป็นของเรานี่เราเป็นซะแล้วและเป็นเราเอาอะไรไปเป็นเราเอาจิตไปเป็นนะจิตเราไปติดไปชอบไปยึดจนหลงเพลิดเพลินหลงเพลิดเพลินหมายความว่ามันสนุกอยู่กับมันแล้วสนุกอยู่กับจิตสนุกอยู่กับ อังกฤษอย่างไรจิตอย่างไรมันพาเป็นพาได้แล้วเราก็ไปติดมันตั้งแต่อธิบายให้ฟังนอกตั้งแต่รูปเรากินสิ่งสำคัญอันนั้นเป็นอารมณ์กามเป็นกามารมณ์หยาบเทวดาแบบนั้นหยาบทีนี้เป็นขั้นและติดขั้นพรมที่มาหาความลดละความจางคลายเมื่อคุณรถละได้หน่อยนึงแล้วคุณก็เพลินอยู่กับขนาดนี้จิตใจเท่านี้อยู่ขนาดนี้อย่างนี้แม้แต่คุณติดที่นวมินทราชินีคุณอย่านึกว่าจิตคุณสูงนะคุณว่าคุณสงบไม่ใช่นะมันมีอุทธัจจะหรือว่ามีขั้นตอนอะไรเป็นแต่เพียงคุณติดพรรคแค่นั้นแล้วคุณว่าคุณได้ฐานสูงไม่ได้หรอกเป็นโทษยิ่งติดหนักปล่อย มันก็ยิ่งเป็นโทษจัดแม้แต่ที่สุดคุณได้ถึงขั้นสงบกิเลสอย่างละเอียดและคุณก็ไปอยู่ที่จิตว่างๆโล่งๆนั้นแล้วก็จะไปเพลินอยู่กับจิตว่างๆโล่งๆไม่มีวุฒิสภาไม่มีความฟุ้งซ่านอะไรแล้วหยุดสนิทจิตรู้ก็ให้รู้ก็รู้จะให้หยุดไม่รู้เลยภาพไปเลยก็พักนิ่งเลยแม้จิตที่มันละเอียดปานนั้นควรจะไปเพลิดเพลินหลงติดแต่อย่างนั้นเดี๋ยวคุณก็ไม่ต้องทำอะไรกันอร่อยจึงน้อยอยู่ว่างๆเฉยๆนี่มันจริงโว้ยแหมเนี่ยที่ใช้คำว่าโว้ยนี่หมายคำว่าไม่มันจริงๆนะมันไม่ต้องบอกใครแต่ที่เสียงโว้ยนี่คือเสียงบอกคือภาษาย้อนแย้งมันมันจึงโว้ยของตนเองไม่ต้องคนอื่นที่จริงมันควรชวนคนอื่นให้มัน มีอะไรมันก็ควรบอกคนอื่นบ้างสิมีอะไรดีอะไรสบายอะไรก็ควรบอกเขาไอ้นี่เป็นความสบายชนิดสงบด้วยซ้ำไปแล้วเราก็เพลิดเพลินอย่างนี้แหละเป็นโทษน่ะหรือแม้แต่คุณค่าอย่างมโนอะมานะเป็นมโนที่เป็นข้าเป็นความเลิศความสูงขึ้นแล้วเราก็ไปหลงหลงระเริงอยู่แต่ไอ้ความสูงความมีค่ามีคุณอย่างนั้นไม่ต้องบอกใครล่ะเพลิดเพลินคนเดียวอยู่ก็เหมือนกันแต่เพลิดเพลินในการทำอย่างนั้นคนมันจะเห็นบทบาทส่วนหยุดนี่มันไม่เห็นบทบาทมันก็ไม่ชี้ชวนใครส่วน มันเป็นความเจริญความอุดมความมั่งคั่งความเกิดความเป็นในความเจริญความสูงมันมีมีสัญลักษณ์บอกลักษณะอย่างนั้นมันก็มีบทบาทมีปฏิกิริยาส่วนความสงบมันยิ่งหยุดยิ่งนิ่งยิ่งไม่เห็นยิ่งไม่รู้ยิ่งไม่มีไม่เป็นมันก็ไม่ค่อยจะรู้ผลสัญลักษณ์ที่อธิบายโดยภาษาโดยพยัญชนะด้วยความหมายเราเข้าใจว่าเราไปติดไปเพลิดเพลินไปหลงไหลในอาการจิตนั่นแหละเป็นตัวเหตุจิตนั่นแหละเป็นตัวใหญ่มันเป็นอย่างนั้นน่ะเราก็ต้องเข้าใจมันอ่านมันเป็นโทษท่านก็บอกโทษเพราะฉะนั้นตัวจิตจะเป็นโทษลักษณะใดก็ตามมโนปโท 10 กะเทวดาแม่มันจะเป็นโทษใน ที่จริงอ่ะเป็นความดีเป็นกีตาร์เป็นมนุษย์เป็นจิตดีด้วยซ้ำไปนะแต่เสร็จแล้วคุณไปหลงจิตดีเข้าไปติดยึดเข้าไปมากเกินไปเพลิดเพลินเกินไปเป็นขี้ตาปฐมศิษย์เก่าหรือหลงจิตที่มันเป็นอะไรนะว่าจะเป็นดีแท้จริงไม่ใช่ดีหรือว่าจิตนี้เป็นจิตลักษณะที่มันออกเป็นเพื่อนเป็นโน่นเป็นนี่ไปติดจิตโดยตรงมโนทัศน์ไปหลงกับจิตโดยตรงโดยเป็นจิตนิยมไปเลยไม่เอาถ่านกับวัตถุธรรมไม่เข้าใจวัตถุไม่ได้ศาสนาพระพุทธเจ้าไม่เอาไม่มีจะจิตนิยมอย่างเดียวแต่เน้นจิต ฟังความหมายให้รอบทวนจบที่ไหนจบที่ว่าศาสนาพระพุทธเจ้าเนี่ยรู้เข้าใจวัตถุและจิตที่อาศัยกันสัมมาหรือสมดุลมีความสมดุลความพอดีพอถ่วงพออาศัยกันพอดีผลงานแต่ถ้าบอกว่าถ้าจะมีแนวโน้มปัดหางไปทางไหนมีแนวโน้มมาทันทีไม่เป็นแนวโน้มไปทิ้งหางให้แก่วัตถุจึงหามาทางจิตทิ้งเศษเหลือมาทางจิตมีน้ำหนักเศษเหลือมาทางจิตไปทางจิตเพราะอะไรเอาความจริงโลกทุกวันนี้เราพร่องจิตขาดดุลทางจิตส่วนวัตถุนั้นเฟอร์เพราะฉะนั้นในปัจจุบันน่ะ นี่พูดอย่างนี้นี่ศาสนาพระพุทธเจ้านกเองมาทางจิตแล้วก็ขาดจิตนี่มานานแล้วเพราะฉะนั้นมันจะทันสมัยยิ่งทันสมัยยิ่งจะไปอีกกี่เวลาก็ไม่รู้ถ้าเราเก่งทั้งจิตกันจนมากแล้วก็เลยมางงกับคำๆศึกษากันไปทางจิตจนขาดการศึกษาทางด้านวัตถุไม่พัฒนาวัตถุก็ขาดแคลนเมื่อขาดแคลนวัตถุวัตถุไม่มีพอสมที่จะดูแลที่จะอนุรักษ์ที่จะรังสรรค์สร้างสรรค์มันก็ไม่เท่าทันอีกสังคมมนุษย์ขาดแคลนวัตถุอีกทีนี้เราก็จะทิ้งห่างมาทางวัตถุงานนี้บอกได้ว่าพระพุทธเจ้าในองค์ที่เห็นว่ายุคการอันนี้หลงทิศทางกันอย่างเป็นแกนนะลงวัตถุ ท่านก็จะทิ้งห่างมาทางวัตถุให้ทราบวัตถุกันพอสมควรแต่จิตวิญญาณมันก็ไม่ทิ้งมันเป็นความรู้แกนมโนปุพพังก็ยังคงครองความจริงอยู่เสมอแต่ด้านศาสนานั้นส่วนมากนั้นน่ะเน้นจิตวิญญาณให้มันมีปัญญามันมีปัญญาแล้วมันก็ไม่ค่อยขาดแคลนการสร้างสรรค์ถ้าศาสนานั้นถูกต้องเพราะเป็นศาสนาแห่งความขยันหมั่นเพียรเป็นศาสนาแห่งสิ่งที่อาศัย 2 อย่างมันต้องมีใหญ่ต้องมีมากกว่ามีมากกว่าจิตของหยาบมันก็ต้องใหญ่กว่าหยาบกว่ามีมากกว่าเพราะฉะนั้นจะต้องสร้างให้มันอาศัยการจะขาดแคลนวัตถุจึงหาได้ยากยิ่งนอกจากบางคนโง่จึงโง่จัด ดังที่กล่าวแล้วซึ่งหายุคอย่างนั้นยากยุคที่ขาดแคลนจิตวิญญาณนี้แหละเป็นง่ายพระศาสนาจึงเกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณจนเขาถือว่าศาสนาที่ไม่มีพระจิตวิญญาณไม่มีคอร์ดไม่เป็นเทวนิยมไม่นิยมในจิตดีจิตเทวะไม่ยกจิตเทวะเป็นใหญ่เป็นยิ่งโดยเฉพาะไม่มีอำนาจจิตไม่มีสิ่งบันดาลในจิตก็ถือว่าไม่ใช่ศาสนาเขาพูดถึงขนาดนั้นแหละเพราะว่าศาสนาพระพุทธเจ้านี่เป็นศาสนาไม่มีไม่ยึดเทวะไม่มีจิตวิญญาณเข้าหาว่าไม่ใช่ศาสนาแท้จริงศาสนาพระพุทธเจ้าก็ตัดหางหรือ มีแนวโน้มยําสำคัญอยู่ที่จิตมากกว่าวัตถุย้ำสำคัญอยู่ที่จิตมากกว่าวัตถุอยู่โดยลักษณะของเศรษฐศาสตร์ลักษณะของเศรษฐศาสตร์ของสมดุลทางเศรษฐศาสตร์ทุกวันนี้ความรู้ทางจิตเป็นดินมารความรู้ทางจิตเป็นสิ่งที่ต้องการเป็นสิ่งที่ขาดแคลนเราจะต้องพยายามผลิตความรู้ทางจิตออกมาให้แก่สังคมให้แก่มนุษย์ชาติเพราะว่าความรู้ทางจิตมันเพราะมันไม่บริบูรณ์มันมีความรู้ทางวัตถุมากเก่งเกินและหลง ตัวหลงตนหลงมนุษย์ทางโลกนี่ก็เอาภาษาแทนมาพูดธรรมะมานุสติมนุษย์ทั้งโลกความเป็นมนุษย์ทางวัตถุที่จริงมันไม่ถูกทีเดียวนะเพราะมนุษย์เป็นเรื่องของจิตในเรื่องของจิตวิญญาณเป็นเทวดาที่แท้เพราะว่ามันเรื่องของจิตนิยมเป็นขั้นพรหมแล้วจิตแท้เป็นขั้นของจิตในจิตไม่เกี่ยวข้องแม้แต่วัตถุที่สัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกายเพราะถ้าสมมุติว่าเราเข้าใจความหมายดีดูสัญลักษณ์ดีเราก็จะเป็นผู้ที่จะรู้ ปริมาณประมาณได้ว่าน้อยหรือมากถ้าสิ่งที่เป็นโทษมากเราก็จะต้องรู้เท่าทันสิ่งที่เป็นคุณมากขึ้นมากขึ้นและเราก็ไม่ได้หลงไม่ได้หลงติดหลงยึดไม่ได้หลงเพลิดเพลินไม่ได้หลงสนุกก็ถูกต้องจิตนี่แหละเพราะฉะนั้นอย่าให้มโนเป็นโทษยิ่งยกตัวอย่างที่ยกเมื่อวานนี้แล้วยังไปปั่นที่เป็นอัตภาพอันไม่เข้าใจไม่อะไรเลยเป็นอุปทานไปใช้ชีวิตยิ่งไปกันใหญ่ตัวแท้เป็นจริงที่หลงแท้อันนั้นก็ไม่เข้าท่าแต่มโนที่ดีก็ให้รู้อย่าให้มันเป็นโทษดังนี้เป็นต้น ทำดีมากยึดเอาได้อย่างดีมากขึ้นมากขึ้นมากขึ้นก็เจริญไปเจริญไปอาทิตย์นี้มีอีกมากมายและท่านจะยกตัวอย่างชื่อของมาลีที่เรียกว่าเรียกชื่อของเทวดาหรือพรหมเทวดาท่านก็เรียกพรหมท่านก็เรียกผมอย่างนี้เทวดาอภัสราเทวดาก็เหมือนกันนั่นแหละแต่หยุดมันมีชื่อซ้ำอธิบายอยู่ในพรมอยู่ด้วยอาภัสราจึงไม่ยกตัวอย่างหรือเทวดาชื่ออื่นอีกเยอะถ้าจะเปิดชื่อเทวดาและมีความหมายเป็นเจ้าอันนั้นเจ้าอันนี้มีลักษณะของวัตถุประกอบด้วยเป็นเทวดาอีกเยอะ ก็ต่างกันน่ะมันเลอะเทอะไปมันไม่เป็นความหมายทางปรมัตถ์ก็เลยไม่หยิบมาชื่อเทวดาต่างๆมีเยอะคุณไปเปิดดูเธอมากมายเทวดาอะไรยิ่งเขาขานชื่อเทวดาที่เขาจะสวดมนต์มาก่อนสวดมนต์อะไรชุมนุมเทวดาอะไรเยอะแยะไปหมดเทวดาตั้งเอาเองสมัยใหม่นี้ก็มีไม่ได้มาตามวัดพระบาลีเดิมๆก็เยอะก็ก็ไม่มันประกอบไปด้วยปกติทานเยอะแยะแล้วก็มีทั้งทางทิศพาเจริญบ้างพาเสียบ้างมีนะเป็นความหมายแทนเราก็ไม่พูดกันเพราะว่ามันมากมายก็มีอีกมากมายเยอะแยะหลากชื่อนักหนาหรือแม้แต่ พรมต่างๆที่ตั้งขึ้นเรียกพรหม 16 ชั้นอันต่อจากชื่อปริตาพานี้ไปจนครบ 16 ชื่อนั้นก็ล้วนเป็นชื่อแยกส่วนละเอียดแบ่งแง่แบ่งมุมแห่งการยึดการวางของจิตวิญญาณอยู่ทั้งสิ้นด้วยนั่นเองเพราะแม้แต่ชื่อพรหมเนี่ยปริญญาพาประมาณอาภาอภัสราปริตาสุภาพประมาณนั้นสุภาพกินอาหารเทวดาทั้งนั้นชื่อเทวดาชื่อพรหมที่เรียกผมก็หมายความว่าบริสุทธิ์ขึ้นมาจริงๆเป็นเทวดาที่มีพ่อแม่ว่าไม่ใช่มาทำเศษเป็นความบริสุทธิ์ขึ้นมาเป็นอุบัติอุบัติเหตุขึ้นมาเกิดขึ้นมาเกิดขึ้นมาได้มากขึ้นมากขึ้นยังไม่บริสุทธิ์ได้ส่วนน้อยก็เป็น พระได้ส่วนมากเขาเป็นอัปมานาผ่านได้บริสุทธิ์หมดครบเต็มที่สุดที่เทพรับกลับไปเรียกว่าวิสุทธิเทพหรือพรหมชั้นที่สุดที่วิสุทธิเทพวิสุทธิพงษ์สวนอธิบายลักษณะของพรหมไปลึกซึ้งอีกแม้แต่ที่สุดแล้วยังไปหลงซ้อนอะไรอีกก็ยังมีส่วนที่จะอธิบายอีกนะเดี๋ยวคอยติดตามไปมันชื่อพรมต่างๆนี่ก็เป็นชื่อเทวดาเหมือนกันแสดงสัญลักษณ์แสดงสัญลักษณ์ของจิตวิญญาณอยู่ทั้งสิ้นนั่นเองพรมใดมีคุณลักษณะแบบใดน้อยในวงเล็บคือไม่มากก็เป็นปริศนาพาในลักษณะนั้นแบบนั้นมีลักษณะไหนสัญลักษณ์อย่างไรมีประมาณบอกแล้วว่าปณิดาอธิบายประมาณอธิบาย ถ้ามีน้อยก็เป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งผู้เข้าใจแจ้งในสภาวะในคุณลักษณะแท้ๆแล้วก็ไม่จำเป็นจะต้องมีชื่อตั้งขึ้นมาเรียกก็ได้ถ้าเข้าใจสภาวะธรรมจริงไม่ต้องตั้งชื่อก็ได้แต่ถ้าจะให้รู้กันสื่อกันเข้าใจกันก็ตั้งชื่อกันหน่อยถ้าเรารู้เองของเราคนเดียวเราก็แยกแยะของเราได้ไม่ต้องตั้งชื่อสมมุติหมายของเรากำหนดเอาเองเราก็ได้ของเราไม่ต้องไปตั้งชื่อตั้งเสียงอะไรแต่ก็ต่างกันมาก็เอามาอธิบายสื่อเพื่ออธิบายให้รู้กันก็ดีมันก็ดีเพราะยิ่งมีมากยิ่งมากเรื่องที่จริงแล้วมันยิ่งตั้งแค่นั้นแค่นี้ยิ่งมากก็ยิ่งมากเรื่องมากเรื่องไปบางทีมันจะเลอะจนวนบางอย่างบางอันก็เพ้อไปมี ของถูกของผิดมีทั้งของดีของไม่ดีอะไรบางคนไอ้สิ่งไม่ดีอย่างนี้เขาไม่มีแต่เราก็ต้องมาให้เรียนมาให้รู้ก็เลอะกันไปมากมายวันยิ่งมากยิ่งมีก็ยิ่งมากเรื
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive