230823-2-205 ทางเอกภาค2-ตอน205(หน้า443)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท054.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมชาติบรรยายทางเอกภาค 2 ที่พุทธสถานสันติอโศกอมาเข้าบทเรียนที่เราได้เรียนทางเอกภาค 3 นี่ภาค 2 เนี่ยมาถึงหน้า 443 เหตุใดอธิบายที่สมประสงค์ก็ทบทวนให้ฟังบ้างแต่เราฟังทบทวนพิสดารในเทปอีกหลายม้วนหลายวันเพราะว่าอธิบาย รายวันก็เคยฟังกันดูอีกซ้ำไปอาการเรียนรู้รายละเอียดพวกนี้มันเป็นเรื่องของปรมัตถ์เป็นเรื่องของจิตวิญญาณที่อธิบายแยกแยะแล้วก็ให้มาเกี่ยวพันให้เห็นถึงอำนาจของจิตวิญญาณมันมีฤทธิ์มีเดชมันมีลักษณะที่จะมาทำให้คนเป็นไปอยู่ในโลกนี่แหละไม่มีอะไรขณะนี้เรากำลังพูดถึงจิตแม้กระทั่งเชิงพรมเชิงของจิตพรมลักษณะลมจนถึงขั้นอสัญญีขณะนี้กำลังอธิบายลักษณะ มีลักษณะของอสัญญีพรหมจิตวิญญาณอย่างนั้นมันก็ยังเป็นไปได้ถึงปานฉะนี้แท้ที่จริงมันไม่ใช่พรหมที่ถูกต้องความเข้าใจผิดของจิตวิญญาณในบันทึกทำให้เรามีกิเลสต่างๆนานาจิตมันมีลักษณะดีแต่ทีนี้เมื่อมิจฉาทิฏฐิคือเมื่อความเห็นมันแปรปรวนมันเพี้ยนมันเบี้ยวเราหลงว่ามันดีนะเราทำอ่ะคนไปทำอะไรอะไรต่างๆในโลกนี้ล้วนหลงว่ามันเป็นดีมันเป็นสิ่งที่ดีที่เราควรจะเป็นคนจะมีแล้วก็ไปเป็นไปมีตามความหลงเข้าไปเรื่อยๆเรื่อยๆเรื่อยๆเราหลงมันไม่ใช่เราไม่ลง มีคนในโลกหลงมาเรื่อยจนกระทั่งมายึดถือทุกวันนี้ที่ว่ากิเลสมันมากหรือว่าบรรทุกมันลำบากกันก็ล้วนแต่ความหลงหลงผิดทั้งนั้นน่ะเดินไปเข้าใจว่ามันดีเรือนกลอนอยู่ในนี้มองไปเห็นกันอยู่อย่างที่เขาเป็นกันเราเข้าไปเที่ยวก็สิ้นเดือนนี้เราพยายามดึงกลับมามาสู่ความสบายๆความพอดีพอพอพอพอพอพอพอพอพอพอสมเหมาะสมควรที่ความเป็นคนเป็นมนุษย์ไม่ได้ไม่ได้มีปมด้อยแล้วไม่ได้มีส่วนได้ส่วนซามูไรแม้แต่การเป็นอยู่ของเราการกินก็ดีเรากินมื้อเดียวเราไม่ได้ซ้ำเราไม่ได้ด้อยเราไม่ได้น้อยเกินการ แล้วพอดีส
อ่านต่อ
ันโดษสันโดษพอดีที่เราทำมาถึงจุดสุดแห่งความน้อยที่สุดอยากกินข้าววันละหนเนี่ยน้อยที่สุดแล้วมักน้อยและก็พอปิดช้าแล้วก็สันสุดที่ประเวศกะแล้วเราก็วิเวกอยู่ได้หรือสงบสมควรแก่ชีวิตไม่ดีไม่ดิ้นไม่ดิ้นรนแต่หาออกไปอีกไม่เอาวอนจิตใจก็อยู่นี่สบายๆจะแสวงหาอีกก็ แหวงหาที่ทำเล่นๆหัวโดยไม่มีสติสัมปชัญญะและเทอะๆกินแล้วก็ไม่รู้แล้วใครเขาเอามาก็กินกับเขาไปอีกแต่เล่นได้จนกระทั่งกลายเป็นปิดไปอีกชินไปอีกก็ไม่เรารู้ความพอแล้วเราก็สงบอยู่ไม่หลงว่าเป็นสวรรค์อะสังฆะไม่หลงว่ามันเป็นสวงสวรรค์อะไรมันเป็นของกำไรกำไรอะไรไม่ใช่มันเป็นความสุขเป็นสวรรค์เป็นความควรเสพหน้าเศษหน้าได้เป็นสวรรค์เป็นสิ่งที่ยั่วยวนเป็นสิ่งที่เราควรจะได้ไปส่งเลยไม่น่าเสวยอะไรอ่ะสังฆทานไม่ เสียงสวรรค์ไม่คลุกคลีเกี่ยวข้องกินมื้อเดียวแล้วก็ไม่เกี่ยวข้องอีกอสังขะคำว่าไม่คลุกคลีไม่เกี่ยวข้องกินแล้วเสร็จก็ไม่คลุกคลีไอ้เรื่องอย่างนี้อีกจบมีจบในตัวมีอยู่ในตัวมีรอบของมันหนีรถแล้วจะเป็นเรื่องขององค์ของการตรัสรู้สังคมที่สุดมีอับปิดฉะมักน้อยสันติพอพอดีแล้วพอวิเวกจะสงบระงับอยู่ได้สบายอาสารักษาไม่คลุกคลีไม่เกี่ยวข้องหรือไม่หลงสวรรค์ที่เขามองๆกันเขาอยู่กับเขาโยนเขาตรงกันก็เป็นกันเนี่ยเราไม่ล่ะไม่ได้ยาลำพระเราเป็นผู้ที่ไปรับปรารภความเพียรอยู่ เมื่อบริบูรณ์อยู่อย่างนั้นแล้วมักน้อยสันโดษแล้วก็ไม่ใช่ว่าขี้เกียจวิริยารัมภะเป็นเครื่องไขคุณลักษณะของศาสนาพุทธเราเป็นผู้น้อยนะแต่ไม่ใช่น้อยขี้เกียจวิริยารัมภะนี่เป็นตัวขายตัวที่ 5 สัมพุทโธ 5 เนี่ยเป็นตัวไขพอเราปรารภความเพียรปรารภก็คือมันเตือนตนมันรู้สึกตัวมันถามตนปรารภมันปารบอยู่เรื่อยปรารภขึ้นว่าปรารภกับตนเคารพตนความเพียรก็คือปรารภตนว่าเรานี่ตอนนี้มันเป็นยังไงมันขี้เกียจแล้วมันขยัน ถ้ามันขยันมันพากเพียรอยู่ก็ถูกแล้วแม้แต่เราจะนอนเราก็พากเพียรในขณะเรานอนหลับแล้วเราก่อนจะนอนก่อนที่เราจะปล่อยให้ร่างกายพักให้จิตพักที่สุดเราก็ได้ควบคุมตั้งท่าตั้งทางไว้ว่าเราจะนอนอย่างนี้เราจะเป็นอย่างนี้แล้วเราก็จะตื่นเมื่อนั้นเมื่อนี้แล้วกำหนดไว้ก่อนแล้วพากเพียรและเราก็ทรงไว้มีธรรมะแปลว่าทรงพระทรงไว้ซึ่งถ้านั้นแม้ที่สุดมันไม่ได้รู้สึกตัวขึ้นมาตัวตนดังกับสิงหาเวลารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจะยกหัวขึ้นนอนตะแคงซ้าย ได้นอนตะแคงขวาแขนขานอนตะแคงขวาแล้วเวลารู้สึกตัวขึ้นมาก็ยกศีรษะขึ้นเขาจะตรวจดูหางตรวจดูขาตรวจดูลำตัวของเรายังปกติอยู่ดีอยู่ตามรูปทรงเดิมหรือเปล่าเราไม่ถึงเกิดสงบหัวขึ้นเหมือนอย่างกับสีหักก็ได้รู้สึกตัวแล้วก็พอมันรู้สึกตัวก็ดูว่าเราอยู่ในท่าที่เรากำหนดหรือไม่พวกนี้เป็นเรื่องของความเพียรทั้งสิ้นถ้ามันอยู่ตามรูปทรงที่เรากำหนดก็แสดงว่าเรามีสติเคลื่อนไหวรู้ตัวแต่ภาพบอกว่าเราไม่อยู่ในท่าที่เรากำหนดเราไปในทางนั้นทางนี้เราก็รู้ตัวว่าตอนใดที่เรารู้สึกตัวเรารู้สึกอยากมีสติสัมปชัญญะ ตึกตัวรับเปลี่ยนกายเปลี่ยนรูปหรือไม่หรือว่ากายนี้มันเปลี่ยนรูปเปลี่ยนท่าไปแล้วยังไม่รู้ตัวนั่นแสดงว่าเรายังเด็กเหลือเกินพอเห็นเด็กไหมเหล่าเด็กจะนอนน่ะนอนเอาไว้ดีๆเวลาให้นอนที่นอนที่นอนบนเตียงใหญ่เวลาแกรู้สึกตัวเราจะไปมุดอยู่ใต้เตียงจะไปนอนอยู่ข้างล่างเดี๋ยวไปนอนอยู่บนหัวเราแล้วแต่แกไม่รู้ตัวไม่รู้เรื่องมันแดกไม่มีสติสัมปชัญญะควบคุมตนไม่ได้สติชักโครกเนี่ยต้องควบคุมตนได้แม้จะพลิกกายจะรู้สึกตัวในตอนใดตอนหนึ่งจะเปลี่ยนธาตุที่เราตั้งไว้เดิม จะรู้จะรู้ตัวเราต้องกำหนดตัวว่าเราต้องรู้ตัวว่าเราจะเคลื่อนไหวตัวจะไปในท่าไหนก็ไปก็กำหนดเอาตอนนี้มันทุกข์มันเจ็บมันปวดมันจะต้องเปลี่ยนไปก็กำหนดรู้แต่ถ้าเผื่อว่ามันจะไปเสพเราก็ต้องพยายามไม่ให้มันหรือจะให้ก็จะต้องกำหนดกลับให้แต่น้อยเสียหายยากไม่ไหวเปรตใส่ยากสักหน่อยก็ให้มันหน่อยจนกว่าเราจะเข้าใจถึงสรีระต่างๆและเราก็ไม่ได้ติดด้วยแสงมันก็จะมีส่วนมากในทิศทางที่เราปรารถนาอยู่ได้โดยเฉลี่ยก็เป็นส่วนมากมีเป็นต้นนี่ก็เลยอธิบายอะไรต่ออะไรผสมกับ ภาคปฏิบัติภาคที่จะควรรู้ควรย้ำกันอีกเพิ่มเติมขึ้นเรามีวิริยารำพัดดังนี้ต่อจากสำโรงที่สุด 5 แล้วมันมีอีก 5 ก็มีศีลมีสมาธิมีปัญญามีวิมุตมีวิมุตติญาณทัสสนะอีก 54 มีสัมโพธิสูตร 10 เขาเรียกอันนี้ว่าอะไรวัตถุประสงค์และคาถาวัตถุคาถาเรียกว่าเป็นคำกล่าว 10 ประการคาถาวัตถุ 10 มาจากสัมโพธิคือสูตรที่พาตรัสรู้แต่ผ่าตรัสรู้ก็มีทั้ง 4 ข้อข้อแรกก็มีมิตรมีสหายมีมิตรมิตรมิตรสหายการปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าจะตรัสรู้นี้ต้องมีมิตรมีสหายเพราะว่าเราพระพุทธเจ้าท่านสอนเรื่องสาวสาวกภูมิสาวกภูมิต้องมีมิตรมีสหายถ้าคุณจะเป็นสัมมาสัมพุทธะเป็นพุทธภูมิเองเป็นปัจเจกภูมิคุณก็ไม่ต้องมีมิตรไม่ต้องมีสหายอะไรมากมายนักก็ได้แต่ถ้าเมื่อเราเองเรารู้แล้วว่าเราอยู่ในบางคนในบารมีแค่สาวกภูมิไม่ใช่บารมีเป็นปัจจัยกำภูคือจะตรัสรู้ได้ด้วยตน ถ้าเราไม่ใช่ผู้จะตรัสรู้ได้ด้วยตนเองเราก็ต้องเป็นสาวกภูมิมาเป็นสาวกภูมิต้องมีมิตรมีสหายต้องมีกัลยาณมิตรหรือมีบัณฑิตเป็นที่พึ่งมีกัลยาณมิตรมีบัณฑิตเป็นที่พึ่งอย่างแท้จริงเราก็ดำเนินไปนอกจากข้อที่ว่ามีไม่มีสถานที่ยังมีวิริยะอีกนะซ้อนอยู่ในนั้นมีทหารมีวิริยะมีอะไรนี้ 4 ข้ออาตมาจำไม่ได้ข้อ 1 ถึงข้อ 4 นี่คือทรัพย์โพดที่สุดคือจัดหาวัตถุดิบเนี่ยตอนแรกก็ขอยำหลักเกณฑ์กถาวัตถุเนี่ยเป็นสำคัญถ้าใครเข้าใจสารัตถะแล้วก็เข้าใจสภาวะธรรม ดีๆเราจะเห็นได้ว่าเราปฏิบัติธรรมอยู่ในหลักอย่างนี้เข้ามาหาความมักน้อยจนขีดสุดตามศีลสมาธิสูตรข้อที่ 6 ศีลสมาธิข้อที่ 7 สมาธิข้อที่ 8 ปัญญาข้อที่ 9 วิมุตข้อที่ 10 วิมุตติญาณทัสสนะศีลก็คือหลักน้อยแล้วก็จะตั้งมาถึงหลักนี่เป็นหลักเป็นกฎเป็นระเบียบเป็นวินัยพระพุทธเจ้าท่านเป็นอย่างนี้ท่านฉันวันละมื้อท่านใช้ผ้าบังสุกุลท่านใช้ผ้าไม่ใช้เหมือนชาวโลกเขาหลอกนี่เป็นผู้ประเสริฐเป็นผู้ดีพาทำเราไม่ได้ไปเอาอย่างโลกๆคนอย่างโลกๆพูดดีโลกๆ Power ภาพฟุ้งเฟ้อพาเลอะเทอะหลงใหลและอย่างนั้นมันพาทุกข์ไม่ใช่กดไม่ใช่หลักไม่ใช่วินัยยะไม่ใช่ในยะอันลึกซึ้งไม่ใช่นัยยะอันประเสริฐไม่ใช่ไม่ใช่นัยยะของอริยวินัยไม่ใช่อริยวินัยไม่ชนะอันสำคัญของพระอริยะในยะอันสำคัญของพระอริยะนั้นจะต้องมีเหตุมีผลมีความมุ่งหมายและก็เป็นไปด้วยการทรงไว้ซึ่งสภาพประเสริฐอย่างพวกคุณนี่มีความเข้าใจมีจิตวิญญาณอันได้เรียนรู้ขัดเกลาบางคน เรียนรู้นี่ก็เข้าใจมีปัญญาดีพอฟังพอได้รับฟังคำอธิบายอะไรต่ออะไรไปบ้างก็เข้าใจแล้วอ๋อเราต้องไปเจียนตนอย่างนี้เหรอมาฝึกปรือนี้มาหัดรถละแม้แต่การกินการแต่งเนื้อแต่งตัวการเป็นอยู่การนอนการหลับจะต้องมาเป็นอย่างนี้หรือเมื่อเรามาฝึกปรือเข้าหรือแม้เรารู้แล้วเรายังไม่ได้ฝึกปรือเรายังทำไม่ได้เพราะจะฝึกปรือเข้าก็ยังรู้สึกจิตวิญญาณมันขัดมันขวางมันอายมันไม่กล้ามันรู้สึกว่าเราไม่ได้เป็นอย่างผีนี่เราเราสะเทินสะท้านเราวันไว้เราไม่กล้าไม่อาจหาญ สบายใจจนกว่าเราจะเข้าใจอย่างแท้จริงและก็ได้ฝึกได้ทำได้เป็นเราจะเป็นคนอย่างพระพุทธเจ้าพาเป็นเราจะเดินตามรอยพระยุคลบาททำไมเราจะต้องไปหวั่นไหวทำไมเราจะต้องไปสะเทือนสะท้านเรามีความผิดอะไรเราทำอุจาดอะไรมันไม่ใช่ความอุตสาหะที่เราจะมาแต่งตัวมักน้อยแต่งตัวแค่นี้ก็พอแล้วไม่ต้องไปปรุงไม่ต้องไปแต่งไม่ต้องไปตกไม่ต้องไปประดิษฐ์ประดอยอะไรป่านนี้น้อยๆขนาดนี้ตามหมู่ตามกลุ่มของอริยบุคคลที่มีอริยวินัยหรือมีศีลมีอธิษฐานอย่างดีนี่แล้วเราก็ทำได้จนถึงใจถึงสมาธิปรับใจเราได้ มาที่เราถูกปรับมาจนไม่หวั่นไหวเป็นชาญสบายมากเป็นสภาพหมดทุกตัวธรรมะนิยามศัพท์ปัตเตเป็นสภาพแววไวรู้ใจจริงรู้ใจของตนแวววัยมันรู้อยู่แล้วมันก็รู้ใจของตนว่าใจของตนนี่ตั้งมั่นใจของตนนี่ไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้วพร้อมที่จะทำงานอะไรอยู่ก็ได้พร้อมที่จะเป็นไปได้กิจการงานอะไรอีกอื่นไม่ใช่เรื่องน่าชังน่าเกลียดอะไรเราอยู่ในชุดอย่างนี้ทรงอย่างนี้สภาพอย่างนี้เป็นสภาพพร้อมในสภาพที่พอดีแล้วร่างกายชีวิตของเราชี้แจงมันคงลงตัว ฝันเห็นจับปลาองอาจแข็งกล้าองอาจพอตัวแล้วจริงมาเป็นสภาพที่เป็นฌานเพ่งเผาไอ้สิ่งที่มันไม่น่าเป็นแล้วเราก็จะได้นำตนนี้เข้าไปสร้างสรรค์มีอิทธิบาทมีวิชาอภิญญามีอภิญญามีวิชาต่อไปอีกเรื่อยๆที่ไหนที่ไหนเราก็ปฏิบัติธรรมที่ไหนที่ไหนเราก็มีความเจริญด้วยวิชาด้วยวิชาจริงๆเพราะว่าคุณสังเกตอ่านที่ตัวเองเป็นตัวเองมีเนี่ยทุกวันนี้เราปฏิบัติเพราะเราได้ปรับปรุงจิตวิญญาณเราได้เจริญได้ประเสริฐขึ้นเพราะเราได้ปรุงจิตวิญญาณรู้จิตตั้งแต่มันเสพกามเป็นกามมาว่า ก็อธิบายมาจนหมดแล้วจนมีแค่มีเธอให้คุณรู้ให้คุณกลัวอยากจะไปเสพกามเป็นจตุมหาราชิกาอยากจะแสวงหากามในรูปร่างของจตุมหาราชคือจิตราชใหญ่นี่มันสั่งมันจะเป็นมาจากดาวดึงส์ดาวดึงส์ก็มีจิตราสั่งอาการ 32 นี่ไปรับทรัพย์ทราบจากโลกเข้ามาแล้วเราจะมีอาการ 32 เนี่ยเป็นสุขจนชาวโลกเขาสั่งอย่างเป็นหลงมาตามเขาไม่ดูตามอย่างพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่เราว่าไปพบเป็นสาวกพระพุทธเจ้าจะขอยึดพระพุทธเป็นที่พึ่งพระธรรมเป็นที่พึ่งทรงเป็นที่พึ่งเราไม่ได้พยายามระลึกถึง พระพุทธเจ้าเป็นอย่างไรทรงไว้ซึ่งอย่างไรการเป็นการอยู่อย่างไรเราไม่ระลึกถึงเราก็ไม่ได้ทำเหมือนถ้าเราระลึกถึงเสมอเราตามที่เราเพลงกล่าวและเราก็ได้ฝึกปรือมาเราจะเหมือนๆๆเข้ามาอย่างงี้รุนแรงแต่เราศึกษาแล้วเราก็ได้อบด้วยลมได้ปรับปรุงตนจนมาเป็นอย่างนี้ได้เป็นสังคมกลุ่มหมู่ของคนอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายได้ขนาดนี้ก็ดีแล้วและควรจะดียิ่งขึ้นไปกว่านี้ควรจะเป็นปึกแผ่นยิ่งกว่านี้ช่วยชาติช่วยสังคมก็ให้ได้เพราะชาติสังคมมันเฟ้อมันหลงมันไม่มีเอกลักษณ์ขนาดนี้อโศกเนี่ย มีเอกลักษณ์ขึ้นมาไม่น้อยเอกลักษณ์มากจนกระทั่งมาเข้าเนื้อเข้าแกนมีถึงขนาดเป็นรูปเป็นฟอร์มเป็นยูนิฟอร์มขึ้นมาไกลๆทั้งๆที่เราไม่ได้กำหนดกันไปทีเดียวแต่มันก็มีแม้แต่จะนิยมสีนี้ก็เป็นแฟชั่นที่ถาวรสีนี้ไม่ใช่สีที่จะไปที่ฉาบฉวยเป็นทันสมัยเป็นแฟชั่นประเดี๋ยวเปลี่ยนนั่นประเดี๋ยวเปลี่ยนหนี้ไม่ใช่เป็นสีที่เข้ามาในสีเดียวเดียวกันเขตเดียวกันสีหม่นๆสีน้ำฝาดสีอะไรพวกนี้หรือไม่ก็สีง่ายๆเข้ามาหาจุดมาหาแกน การกินก็กินอย่างนี้การอยู่อยู่อย่างนี้อะไรเนี่ยล้วนแล้วแต่เป็นการปรับปรุงเราให้ง่ายเราให้สบายให้อยู่ในจุดที่เป็นคนสมบูรณ์แล้วอย่างนี้เราไม่ด้อยไม่น้อยหน้าเป็นความพอดีความสะอาดความสุภาพเรามีความสะอาดความสุภาพนี่เราเองเราแจ้งแล้วเป็นความสว่างเราเห็นจริงแล้วเรารู้ยิ่งแล้วเป็นสว่างเราสงบแต่สงบแล้วไม่ดิ้นรนและไม่ดิ้นจริงๆกิเลสมันไม่ดิ้นสงบที่ว่านี่ไม่ใช่สงบคือการอยู่เฉยๆแข็งๆทื่อๆไม่ใช่สงบนี้คือจิตมันจบ ไม่เข้าใจแล้วมันจบมันพอมันพอใจใจมันพอใจมันไม่ได้ต้องไปแสวงหาอีกใจมันไม่ต้องมันไม่สงสารมันไม่ต้องพิมพ์มีเรื่องอะไรอย่างคนเขาจะปรุงจะแต่งจะทำยังไงจะเพิ่มจะอะไรพอแล้วเลิกกินก็พอเรื่องอยู่ก็พอเรื่องแต่งต้นแต่งตัวเรื่องนี้ปัจจัย 4 พอเรื่องสร้างสรรค์สิ่งนั้นสิ่งนี้ให้คนอื่นที่สิ่งนี้ก็ประมาณไปตามสัตบุรุษนะทีนี้ความไม่รู้นี่มันก็เลอะเทอะไปนี่เราก็จะตายก็มาอย่าว่าแต่เรื่องการขอร่วมรักไล่มาว่าเรารู้ตามเรารถกามขึ้นมาได้เรื่อยๆสูงขึ้นจิตเราลดการได้นั่นแหละแล้วตายเข้ามาหาพรม เป็นความดีงามของมนุษย์เมื่อตายก็มาหาพรหมได้อุบัติเหตุสูงขึ้นสูงขึ้นจนหมดกามไปขนาดเรียกว่าจะเหลืออีกก็เศษๆน้อยๆเล็กๆน้อยๆปัดกวาดอีกทีนึงเรียกว่าเราแน่ใจแข็งกล้าไม่ล้มเหลวไม่แปรปรวนไม่เวียนวนไม่เวียนกลับไปทุกทีเสพติดอีกแล้วเขาเรียกว่าพรหมแท้ในพรหมแท้ก็มีลักษณะมีการอธิบายแง่เงินต่างๆชั้นเชิงของพรมตั้งแต่พรม 1 มาจนถึง 11 ที่เรากำลังพูดถึงในระดับปลายระดับอสัญญีซึ่งมีสภาพรู้มาตั้งแต่กำหนดโลกมาจนกระทั่งมาถึง ท้ายอัสนีกลับไม่กำหนดโลกอีกไม่ใช่เราเองเรากำหนดโลกเรารู้แต่เราไม่ต้องไปกำหนดในตนอีกมันรู้มันแววไวจิตมันแววไวจิตมนุษย์ก็พูดแต่จิตมันมีปฏิภาณมันมีไหวพริบมันรู้จนกระทั่งไม่ต้องไปที่ได้ลองอ่านเอาอ่านที่แกค่อยๆเพ่งรู้ที่ไม่ต้องเพ่งต้องรู้เป็นฌานอย่างแววไวเป็นฌานอย่างยอดเยี่ยมและตอนนี้เป็นชาญอย่างธาตุรู้เป็นปัญญาอันยิ่งเป็นอธิปัญญาเป็นญาณทัศนะวิเศษมีอภิญญารู้ไว้สัก เลยไม่ต้องไปที่จะคอยเพ่งคอยอ่านอะไรสัมผัสมีอะไรเกี่ยวข้องมานิดนึงรู้แล้วเนี่ยมันจะดีอย่างนั้นอสัญญีนี้จึงแทนที่ว่าจะไม่กำหนดแล้วก็ไปพาซื้อแปลว่าไม่กำหนดสัญญานี่แปลว่าการกำหนดหมายต้องกำหนดหมายกับเขาด้วยแล้วเขาจะรู้ตามนี่ไม่ต้องกำหนดหมายหรอกมันๆๆรวดเร็วว่องไวมันมีปฏิภาณปั๊บคนอื่นก็จะต้องกำหนดหมายลงไปซะก่อนค่อยๆตราความจำคอยที่คอยเคียงเสียก่อนแล้วเขาถึงค่อยเข้าใจข่อยรู้ว่านี่ดีมีทำมาวิจัยอย่างช้าๆกว่าจะแว่วๆวัยนี่มันเร็วกว่า ไม่ต้องไปเขาเทียบเทียบอยู่ตั้งนานกว่าจะสำเร็จกว่าจะเกิดรู้กว่าจะกำหนดหมายรู้นี่เราอสัญญีไม่ต้องกำหนดหมายอย่างเขากำหนดเลยสัตว์มันกำหนดแล้วในตัวเร็วซะยิ่งกว่าจนกระทั่งไม่ต้องเรียกว่าต้องกำหนดไม่ต้องเรียกว่าไปกำหนดอยู่ที่จริงน่ะมันมีในตัวมันเทียบมันกำไรมันเร็วจนกลายเป็นโรคที่ไม่เหมือนเขาไว้ไม่ต้องกำหนดนะอสัญญีลองฟังในระยะนึงความหมายหนึ่งมันสูงมันเร็วมันเก่งอสัญญีไม่ต้องกำหนดไม่ใช่หมาย ไม่รู้หมายไม่กำหนดหมายคือไม่ต้องกำหนดแล้วมันรู้เป็นอัตโนมัติมันก็ใจพอสัมผัสปั๊บไม่เข้าใจเลยกว้างขวางพิสดารรู้รอบเนี่ยมันเป็นยาทัศนะวิเศษถึงปานฉะนี้นะอสัญญีเก่งเป็นพรหมชั้นสูงอย่างนี้ที่ความหมายที่ถูกต้องความหมายที่ถูกต้องน่ะเป็นพรมอย่างนี้พอสัมผัสแล้วอย่างนี้เป็นอย่างนี้คนนี้นี่เป็นมีเจโตพอระยะยาวมีการรู้คนอื่นมีการรู้เสียง 2 มีอิทธิวิธีรู้เลยเพราะคนที่จะต้องช่วยอย่างงี้ ขอรูปภาพคนนี้ก็ช่วยคนอื่นมีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาเป็นพรหมตามไปอีกเลยเป็นชั้นพรหมที่ต่อจาก 11 ขึ้นไปอีกตามไปอีกเลยเกิดชู้เกิดเอามาปรุงอ้าวมีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาแล้วก็แสดงความที่เป็นพี่เขาคือไม่น้องใครได้ฐานะพี่อาการนี้ถามผมมีจิตวิญญาณที่เป็นอดีตถามเลยขึ้นมาทันทีแล้วก็หมดดำเนินบทบาทนี้ไปเป็นพระเจ้าเป็นพระพรหมที่จะช่วยอยู่ในโลกเราเองเป็นตัวอยู่ในโลกนี้เราเป็นตัวพระเจ้าเป็นตัวพระพรหมเป็นผู้มีพรหมจรรย์มีพฤติกรรมแห่งพรหมพรหมจรรย์หมายความว่ามีพฤติกรรมแห่งพรหมมีคุณธรรมของพรมอันเลิศยอด มีคุณธรรมของพรหมมันเลิศยอดถูกต้องไม่ใช่ผมเบี้ยวพรมหลงผิดขณะนี้อย่าลืมว่าเรากำลังเรียนโมหะตัดโมหะตัดพรหมเพราะฉะนั้นจะมีข้อเปรียบเทียบบอกลักษณะถูกบอกลักษณะผิดเปรียบเทียบและโมหะก็ตามนี่ก็คือฐานที่มันเลอะไปเป็นพวกหลงไหลผิดเหมาะกับเป็นไปไม่ได้ความหลงด้วยความผิดหลงผิดมหากษัตริย์เป็นไปด้วยความหลงผิดมันเป็นอย่างนี้อยู่เต็มบ้านเต็มเมืองขณะนี้เรากำลังกล่าวถึงลักษณะจริงที่มีอยู่ในเมืองในบ้านในหมู่คนที่เป็นฮิปปี้แล้วก็เอาไปเอาคุณลักษณะของอสัญญีมาลงไม่กำหนดโรคไม่กำหนดวินัยไม่กำหนดกฎระเบียบ ของสังคมโลกเขาจะต้องปรุงต้องแต่งพอสมควรเขาจะต้องมีอันนั้นตามกำหนดตามอะไรเขาไปตามชั้นตามเชิงซ้อนซ่อนซ่อนก็อยู่ในโลกนี้อย่างเราเองเราแต่งตัวอย่างนี้เรากินอย่างนี้เรากินมื้อเดียวโลกส่วนใหญ่ก็กินตั้ง 2 มื้อ 3 มื้อมีตั้งเยอะตั้งแยะเขาก็เป็นคนละโลกที่อย่างนั้นบางคนเขาก็ได้ดีขึ้นมาบ้างได้กิน 3 มื้อรถกินเล่นกินหัวบางคนก็ดีขึ้นมาอีกเป็น 2 มื้อบางคนก็กินมื้อเดียวแล้วก็ยังดื่มน้ำมีน้ำปานะโน่นนี่บ้างมีฉันมีตอนมีคนละโลกหรือเปล่านี่อยู่ในโลกนี้ฉันมีตอนอย่างนั้นจริงๆเราก็จะต้องเข้าใจ อย่าเข้าใจฉันอย่างนี้ว่าโลกมันมีนะไม่ใช่โลกมันไม่มีแต่เราจะมีฤทธิ์มีเดชเราจะเป็นพระเจ้าที่มีฤทธิ์มีเดชจะทำอย่างไรจะโน้มน้าวให้เขามีพฤติกรรมมีจรรยาจริยาเข้ามาหาความเป็นอย่างที่เราเป็นเราก็ทำงานนี้แหละเรื่อยไปจะมีอิทธิวิธีอย่างไรจะมีโสดคลิปรู้แล้วเห็นแล้วจะทำยังไงเนี่ยจะเอาอะไรแต่กล่อมเกลาก็ไปขัดเกลาเขาให้มาจะได้ลดราคามูลโทรศัพท์มูลโมหะมูลทำเจโตปริยญาณให้เขาเกิดเจโตปฏิญาณให้เขารู้เจโตสุริยะให้จิตของเขาเป็นจิตอันเป็นที่น่ารักเป็นจิตที่ดีขึ้นมาจะทำอย่างไรเราจะช่วยเขาได้ ผู้ที่มีหน้าที่เป็นผู้ที่ประพฤติพรหมจรรย์อยู่จบพรหมจรรย์แล้วก็จะสร้างสรรค์พรหมจรรย์ให้แก่ผู้อื่นเราเป็นผู้มีพรหมจรรย์เราเป็นผู้อยู่จบแล้วพรหมจรรย์นี้มีพฤติกรรมอย่างพรหมเข้าใจลักษณะจิตวิญญาณที่เป็นพรหมมี 4 หน้าไปไหนก็แสดงสีหน้าเนี่ยเป็นตัวเอกพอลงท้ายแล้วก็มีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขานี่เป็นเอกจะเป็นอันนี้อกนิษฐาพรหมก็เป็นจริงมีคุณลักษณะในการที่จะเกื้อกูลช่วยเหลือเป็นพี่เลี้ยงน้องเป็นพ่อได้อบรมลูกแต่เป็นคนโตเป็นคนโตที่จะไปที่จะคอยแต่ไม่ใช่เป็น เป็นมานะพอพูดแล้วย้อนมันเป็นภาษามันเป็นความหมายที่ซ้อน 2 เป็นวิพากษ์วิธีเป็นพิพากษามันเป็นภาษาขัดแย้งเพราะว่าเราจะเป็นคนโตภาษาขัดแย้งมันขึ้นมาทันทีว่าเป็นมานะสังโยชน์ถ้าเราหลงตัวเป็นคนโตหลงว่าเราโตหลงว่าเรายิ่งหลงว่าเราใหญ่เราก็กลายเป็นโมหะกะกลายเป็นกิเลสกลายเป็นสังโยชน์หลงตัวหลงตนและจะใช้อำนาจแห่งการเป็นพี่การเป็นผู้ใหญ่ไปข่มไปขี่ไปทำเบียด ไม่ทำด้วยจิตเมตตาไม่ปรุงไม่สร้างความขัดเกลาอย่างมีประสิทธิภาพทำเกินเลยเป็นมานะขึ้นมาแล้วเกินเขตขอบที่ควรเป็นมานะและเอาแต่ใจตนเอาแต่ความเห็นของตนรุนแรงทรมานคนอื่นเกินการอย่างนี้ผิดแผนการเป็นพรมเป็นคนโตเป็นเหมือนผู้ใหญ่ไปไหนเป็นผู้ใหญ่เป็นคนในเมื่อคนโตที่จะคอยเลี้ยงน้องเป็นอะนิถามพรมมันก็ได้ครับผมใหญ่สุดแล้วนะฟังแล้วนี่อธิบายจนเกินไปหน่อยแล้ว ถ้าไอ้พวกที่ช่วยเขาได้ไปไหนก็มีการช่วยเขาเป็นตัวอย่างเป็นพี่แสดงความเป็นพี่ที่มีเอื้ออารีอยู่ตลอดเวลาว่าจะเป็นคนโตคนเก่งเพราะฉะนั้นถ้าลักษณะที่มันเกินเลยลักษณะที่เลยเขตเลยขอบไปครับกลายเป็นกิเลสแท้เนี่ยเป็นวิภัชชวาทีคือคำอธิบายที่อธิบายได้เป็น 2 ในจบในตัวใหญ่มั้ยใหญ่ถ้าจะบอกว่าใหญ่ๆจะบอกว่าเป็นพี่เป็นพี่ได้เป็นได้ความรู้เราควรเป็นอย่างนั้นและเราก็ทำตนให้เป็นอย่างนั้นได้ถ้ามีใครเป็นพี่ยิ่งกว่าเราในที่เดียวกันเราก็จะรู้ พ่อคนนี้เหนือกว่าเราคนนี้เป็นพี่เรายิ่งกว่าเราเราก็ปล่อยให้เขาเป็นเอกนำเราก็ร่วมมือร่วมไม้ตามกันไปเป็นพี่คนรองไปเรื่อยๆมีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาเอื้อเฟื้อเป็นพี่ที่มีน้ำใจเอื้อเฟื้อโอบอ้อมอารีเป็นผู้นำที่นำที่นำพาอย่างดีสุภาพเรียบร้อยบางอย่างน้องดื้ออาจจะต้องใช้ไม้แข็งดุหรือรุนแรงบ้างก็รุนแรงอยู่พอสมควรรุนแรงที่ว่านี้ไม่ถึงก็แตกร้าวเจ็บปวดเกินการหรือว่าทำจนทะเลาะเบาะแว้งฉีกขาดกันไม่ใช่เพราะถ้าในกลุ่มในหมู่แล้วเราคอยประสาน เราจะไม่เป็นตัวที่จะไปทำร้ายทำลายอะไรนอกจากเห็นแล้วว่าถ้าขืนดื้อด้านยิ่งกว่านี้อยู่แล้วก็อันอื่นมันแตกสลายไม่เกิดผลเราจะทำเป็นกิจจะลักษณะไม่ใช่ด้วยน้ำใจโกรธน้ำใจโทสะจิตวิญญาณมีโทสะโกรธเคืองแล้วก็ตีแตกออกด้วยโกรธเคืองไม่ชอบใจไม่ใช่ถ้าโกรธเคืองแล้วเราไม่ขับสายใครต่อให้ใจเย็นซะก่อนแล้วก็คอยพิจารณาควรพิจารณาโดยควรโดยอะไรแล้วก็เออควรจะสลักขับสายคนนี้เอาออกซะด้วยปัญญาอันยิ่งไม่ใช่ด้วยโกรธอย่างนั้นก็ถูกต้องแต่ขับไสผลักกันแตกร้าวกันด้วยความโกรธความเคืองนั้นเป็นคนรกโลกคนต่างทำก็ ต้นเนี่ยอธิบายอะไรความรู้เกล็ดเกล็ดนำนำไปนิดหน่อยสำหรับจิตวิญญาณเรามาเรียนรู้จิตวิญญาณเรามาเรียนรู้ปรมัตถ์แล้วเรามาปรับปรุงตนของเรามีทิศทางของมนุษย์โสพระพุทธเจ้าเกิดมามีพระชนม์ชีพอายุ 29 ออกแสวงโมกขธรรมเจ้านายอายุ 35 ตรัสรู้ท่านก็ตรัสรู้แล้วท่านก็บอกว่าเนี่ยเป็นความประเสริฐแล้วเราเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ไม่มีใครเทียมเท่าฉันก็จับอย่างนั้นเลยตั้งแต่อายุ 35 พอตัดจะรู้แล้วท่านออกมาแล้วก็พูดอย่างนี้จนดับขันธ์ท่านก็พูดอย่างนี้ว่าเราตรัสรู้ยอดมนุษย์ยอดโลกไม่มีใครเสมอเหมือนเป็นผู้ที่รู้ยิ่งชอบพร้อมกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมเราพร้อม ฮันแน่จริงท่านยืนหยัดยืนยันตั้งแต่วันนั้นจนกระทั่งวันสุดท้ายท่านไม่แปรปรวนทั้งๆที่ท่านห่อหุ้มไว้ด้วยร่างกายไว้ด้วยผ้าบังสุกุลบ้างถ้าคหบดีมาถวายบ้างบางครั้งบางคราวอาหารก็ฉันมื้อเดียวเป็นปกติมาตลอดเพราะจนชีพ 45 พรรษานี่เราก็มาเป็นอย่างนี้กินอย่างนี้อยู่อย่างนี้ไปแล้วนี่คุณแน่ใจกันบ้างหรือเปล่าใครแน่ใจโดยไม่ต้องข้องใจสงสัยแม่มันว่าเราไม่ต้องแปรปรวนนะไม่ต้องเวียนกลับแล้วเป็นอย่างนี้อย่างอาตมานี่หมดสงสัยแม้จะมีอะไรที่มาเป็น xdm มาเป็นอะไรกวนๆอย่างที่เคยเล่าเคยพูดว่าเออถ้าสมมุติว่าอาตมาจะต้องไปเป็นฆราวาสด้วยกรรมวิธีใดๆก็ช่างมันเถอะมันไม่เป็นความปรารถนาของอาตมาหรอก ถ้ามันจะเป็นว่างั้นน่ะอาตมาก็ไม่สงสัยว่าอาตมาไปเป็นฆราวาสก็กินมื้อเดียวไม่สงสัยจะไปเป็นฆราวาสก็จะกินมื้อเดียวจะนุ่งผ้านุ่งผ่อนอะไรก็ง่ายๆเลยอยู่กับไอ้หัวนี่แน่ใจเลยก็มองรถแข็งแล้วโกนได้ไม่ใช่คนกระหม่อมบางไม่ต้องมามีไว้ผมไม่กลัวน้ำค้างเอาไว้นิ่มๆคลึ้มๆหน่อยเราแข็งกล้าแล้วแข็งกล้าองอาจพอตัวแล้วจริงอันนี้เฉพาะแต่ไม่ห่วงไม่กลัวก็โกนหัวไปอย่างเงี้ยถ้าจะเป็นฆราวาสก็เป็นฆราวาสหัวโล้นโล้นเพราะเรามีสิทธิ์ที่จะโกนหัวตำรวจ จับที่ไหนกฎหมายไม่มีจับคนโกนหัวสบายๆยาวเมื่อไหร่ก็ไทยเคยทำมาแล้วตั้งแต่เป็นฆราวาสก่อนมาบวชด้วยซ้ำเคยเป็นอยู่อย่างนั้นด้วยซ้ำมันไม่แปลกอะไรเลยแทนที่จะไม่แปลกจะกินจะอยู่จะทำการทำงานถ้าเผื่อว่าจะไม่สะสมเงินทองจะทำได้อย่างไรเราก็จะรู้จะเรียนของเราเองจริงๆว่าเราจะไม่สะสมเงินทองอย่างไรเราจะรู้แสนรู้ถ้าเราจะเป็นฆราวาสแต่ว่ามันไม่ได้ไปเป็นมันก็เลยยังไม่รู้ทิศทางมันไม่รู้ว่าทางออกทางเป็นไปยังไงจะเป็นอย่างนี้อยู่เพราะว่าเรารู้ว่าเราอยู่อย่างนี้เป็นอาชีพที่ดีเป็นกิจกรรมที่จะอยู่อย่างนี้เป็นกิจกรรมที่ มาอยู่อย่างพระเป็นอย่างพระทำงานอย่างนี้มีรูปแบบอย่างนี้รับผิดชอบอย่างนี้หน้าที่นี้ดีกว่ามีกิจกรรมที่ดีกว่ามีพฤติกรรมที่เรามีทิศทางที่จะทำงานได้สูงกว่ามากอาตมาก็เลือกอยู่ทางนี้จะไปอยู่ทางอื่นเป็นอย่างอื่นนั่นน่ะเพราะถูกบีบคั้นด้วยเหตุปัจจัยถ้าไม่มีเหตุปัจจัยแล้วเราเองเลือกเลือกอยู่อย่างนี้เลิกด้วยความพอใจในความยินดีที่เราเลือกในความพอใจเรื่องด้วยความยินดีที่อิสระเสรีไม่มีใครมาบังคับเห็นอย่างนี้ พวกคุณมานี่มีใครบังคับจนถึงถามมีใครบังคับคุณมาคุณมาอยู่ด้วยคุณเลือกใช่ไหมคำว่าเรื่องของเรานี่แหละเราพอใจเราจะบอกว่าเราพอใจเหมือนฮิปปี้ฮิปปี้มันพอใจมันก็เจ็บกามมันก็อยากจะสมสู่กับสมสู่มันก็พอใจของมันเหมือนกันนั่นแหละไม่มีสภาพ 2 มันมีสภาพใดอะไรที่เป็นสภาพอยู่อย่างนี้เสมอมันเป็นวิพากษ์วิธีที่พอฟังก็คล้ายๆนะแต่อธิบายได้นะเป็นวิพัฒน์ชวาที่วิพากษ์วิธีใดและจิตนี่ผู้ที่ไม่ถึงที่แล้วแยกไม่ออกอธิบายไม่ได้ดูย้อนแย้งรำคาญอยู่นั่นแต่เป็นของพระพุทธเจ้าเป็นวิพัฒน์ชว อธิบายได้เป็น 2 ส่วน 2 ในเนื้อแยกเนื้อแยกกันเด็ดขาดไม่ได้เรามีอิสระเรามีความอิสระคือเราพอใจของเราเรื่องและสิ่งที่เราเลือกนั้นอธิบายได้ว่ามันเป็นกุศลมันเป็นสุจริตมันเป็นความงามมันเป็นความสุภาพสังคมก็สอดคล้องสังคมก็สอดคล้องที่ว่าสังคมสอดคล้องนี่บางทีคุณจะเห็นแย้งเราสังคมก็ไม่ได้เห็นด้วยนี่มากินมื้อเดียวเขาไม่เห็นเ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive