230818-2-201 ทางเอกภาค2-ตอน201(หน้า434)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท054.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านรบที่รักได้อบรมทำวัตรเช้าเตรียมทางเอกภาค 2 ที่พุทธสถานปฐมอโศกถึงทางเอกหน้า 434 ถ้าเรายิ่งได้รายละเอียดเรื่องการเกิดการเกิดที่จริงก็ตอนนี้เรากำลังพูดถึงสภาพของพรมชั้นสูงขึ้นไปถึงขนาดภาษาญี่ปุ่นแล้วและยิ่งจะเห็นสภาพที่มันตีกลับหรือว่ามันซับซ้อนเป็นคัมภีร์เราก็พาโซ่เป็นสภาพที่ลึกซึ้ง ซับซ้อนโจรหมุนวนกลับไปกลับมาซ้ำซ้อนกันเป็นหลายในยะจนเห็นดีเป็นชั่วเห็นชั่วเป็นดีตีกลับไปหมดอย่างที่กำลังกล่าวถึงแม้ที่สุดการซับซ้อนของสภาพสังคมดีเธอเป็นอสัญญีลืมตาโดยการไม่กำหนดอสัญญีคือดับพยายามระงับโดยตนเองเป็นผู้กำหนดจนรับเองซื้ออันดับเกมหรือว่าไม่รับของเองกลายเป็นอสัญญีที่ตามใจกิเลสของตนแล้วก็หลงนึกว่าตัวเองอิสระแล้วเสรีแล้วหลุดพ้นแล้วเราไม่ต้อง โลกโลกไม่ต้องขึ้นกับเราเราเองเราอยู่อิสระเสรีจนไม่รู้ไม่รู้ตัวเองจนกลายเป็นสภาพฮิปปี้ดังกล่าวแล้วแล้วก็ได้พยายามอธิบายให้ฟังว่าฮิปปี้เป็นคนหลงไอ้คนที่ทำตามใจกิเลสแล้วยิ่งวางโลกดับโลกโลกก็มีกำหนดจะงั้นสัญญาอย่างนั้นมีกฎระเบียบอย่างนั้นมีหลักเกณฑ์ของสังคมอย่างนั้นไม่เอาด้วยเลยเขามีช่างเขาสุดท้ายแม้จะเปลือยกายธงๆก็ทำได้แต่เมถุนกันอย่างอยากจะเสพเมื่อไหร่จะเสพอยากจะร้องก็ร้องอยากจะรำก็รำอยากจะทำ จะทำนึกว่าอิสระที่สุดแล้วโดยที่ไม่รู้โลกเป็นคนไม่รู้คนโง่เป็นคนไม่เข้าใจถึงสภาพของความสัมพันธ์ไม่เข้าใจถึงความพอดีจิตไม่อยู่เหนือจิตตนเองตนเองจะระงับจะสามารถกำหนดจิตตัวเองตัวเองทำอย่างนี้เท่านี้เท่านี้ประมาณพอดีหรือมีอำนาจจิตที่จะอยู่กับสังคมอย่างดึงสังคมขึ้นมาหาจุดที่ถูกที่ควรตามปัญญาอันดีมันไม่ได้มีอย่างที่กล่าวนี้เลยกลายเป็นคนโง่เป็นกลายเป็นคนทำตามใจตนจึงเห็นท่อนแท่งกิเลสนั่นเองแสดงตัวตนพ่ออยู่แล้วตัวฮิปปี้คือตัวกิเลสสด
อ่านต่อ
ๆที่ตัวเองอยากจะทำอะไรมีกิเลสอะไรก็แสดง มาตามใจชอบเพราะเขาวางโลกก็ดับโลกเขาไม่กำหนดโลกนี้ก็เป็นความหลงผิดเรียกว่าอสัญญีแบบลืมตาอสัญญีสัตว์ที่จริงมันไม่ได้เป็นอาศัยดีแท้หรอกมันเป็นการอสัญญีส่วนหนึ่งส่วนหนึ่งที่ตนดับแต่สันดีมีแบบนี้แบบลืมตาเมื่อมันไม่ได้ดับมากมันยังดับยังไม่พอเขาก็ไปหายาไปหาเครื่องดับประสาทไปหาเครื่องที่จะทำให้ตัวเองเข้าไปสู่โลกที่ตนเองต้องการแล้วก็ทำไปเป็นต้นเขาไม่รู้แม้กระทั่งการเกิดเป็นทุกข์การเกิดอะไรอยู่ก็เป็น แล้วก็ได้ไลน์เรียกให้ฟังถึงการเกิดแม้กระทั่งการสมสู่เขาก็ถือว่าเป็นเรื่องของเขาแล้วเขาก็ยังถือว่านั่นเขาทำโดยจิตว่างแล้วก็เลยได้ไล่เรื่องของการเกิดแบบสมสู่มาหยิบหยิบจับอันนั้นเป็นรากฐานถ้าไม่เห็นการซับซ้อนของการเกิด 4 ตั้งแต่ชราพุทธะโยนิมันจะจับผู้ชายโยนิสังเสทชะโยนิองค์ประกอบอยู่นี้ซึ่งเป็นการกำหนด 4 ยกตัวอย่างในเรื่องเมถุนแล้วก็ยืนหยัดมาในร่างของมนุษย์ฟังก็การเกิดสิ่งนี้ถ้าเราไม่รู้ กฎหมายเราไม่รู้ความสำคัญที่เป็นสภาพซับซ้อนเป็นทั้งรูปเป็นทั้งนามอยู่ในตัวและจับเป้าแม่นๆเราก็จะไม่รู้การระงับการเกิด 4 แม้แต่เรื่องเมถุนเรื่องผู้หญิงผู้ชายและได้แยกแยะแบ่งให้ฟังชัดหยิบจับได้ง่ายกว่าการเกิด 4 โดยเฉพาะความหมายว่าเรื่องเมถุนเรื่องการเกิดของการเกี่ยวข้องของเพศผู้ชราผู้ใช้โยนนี้เรากำหนดการเกิดเกิดยังหยาบเป็นการเกิดอย่างคนคู่หนึ่งทำปฏิกิริยาอย่างยาแก่กันและกันแล้วก็จะเกิดการต่อพันธุ์สืบพันธุ์หรือ สมสร้างคู่สร้างสร้างคนขึ้นไว้ที่เรียกกันสั้นๆว่าสืบพันธุ์เรากำหนดได้ศีลคนไม่เกี่ยวข้องกันได้แค่นี้รูปหยาบกายหยาบก็ขาดไปแล้วถ้าคุณนั้นมีไม่มีกิเลสอะไรเกินการมีทั้งปัญญามีทั้งอำนาจจิตที่จะระงับอำนาจในที่นี้อำนาจเก่งก็คืออำนาจจิตที่จะระงับและก็อำนาจจิตที่จะให้สร้างให้กระทำคือให้ดับหรือให้เกิดมีจุดดูปลาแต่ยานมีความสามารถในการรู้ความเกิดความดับแล้วก็รู้ว่าจะให้อะไรดับจะให้อะไรเกิดสามารถให้เกิดก็เกิดได้ให้ตายก็ตายได้แล้วให้ดับก็ดับได้ อยู่ก็อยู่ได้ให้เป็นก็เป็นได้เราไม่สามารถถึงปานนั้นเราก็ทำได้ยากแต่ผู้ที่แม้มีกำลังประมาณนึงรู้ดีรู้ชั่วแล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเป็นการเกิดเป็นชาติปิดทุกขาชนิดหนึ่งเป็นการเกิดแม้ว่าใดๆก็เป็นทุกข์ในการเกิดในลักษณะอย่างนี้เรารู้แล้วว่าทุกอย่างจะตัดชราผู้ชายคนนี้การเกิดที่หยาบหยาบการเกิดที่เป็นตัวเป็นตนเป็นแท่งเป็นก้อนเกิดในมดลูกหรือว่าจะเกิดในท้องในรายการสมสู่แบบเนี้ยหยาบเราทำได้สำหรับผู้ที่เข้าใจแล้วก็มีอำนาจจิตพอสมควรกำหนดตนมีหลักเกณฑ์ว่าไม่ยุ่งไม่เกี่ยว ถ้ายังมีปัญญาเห็นว่ามันเป็นเรื่องการก่อทุกข์ก็ไม่ทำแล้วไม่ทำด้วยอยากแม้กระนั้นก็ดีมันก็ยังมีอัณฑะโยนิมีอัณฑะเป็นแท่งเป็นก้อนเป็นโรงงานผู้หญิงก็มีโรงงานมีอัณฑะมีโรงงานไข่ผู้ชายก็มีไข่มีโรงงานเป็นรูปที่มันเกิดมาแล้วติดเป็นอุปาทิลูกปลาที่เป็นสิ่งที่เกิดอยู่เป็นสิ่งที่ต่อมาตั้งแต่นานแล้วกับการที่เราได้หลงสร้างกรอบรูปนามขันธ์นี้มาตั้งแต่เป็นชีวะน้อยๆจนกระทั่งถึงป่านี้ก็มีโรงงานหรือมีสิ่งที่ติดรูปมาจนกระทั่งศาลนี้เพราะการเกิดอย่างนี้ไม่ต้องไปทำอะไรมัน โรงงานนี้มันก็จะเป็นไปตามรอบของมันเป็นรอบสั้นหรือว่ารอบที่ตายตัวอย่างโรงงานนี้มันจะตายเพราะร่างกายเราก็ให้มันโรงงานตายไปทีนี้มันก็ยังมีการเกิดซ้อนอยู่ในโรงงานนี้อีกเป็นวัดป่าอีกรอบนึงคือการเกิดของน้ำสกปรกเรียกว่าสังกะสีนี้โดนน้ำสกปรกนำเหงื่อน้ำใครน้ำคำอะไรพวกนี้เขาก็เลยช้าทั้งสิ้นโดยเฉพาะอันนี้มันก็สร้างสรรเสริญพระที่เป็นน้ำสกปรกเรียกว่าอสุจิหรือผู้หญิงก็เรียกว่ารัฐดูซึ่งไม่ได้วิเคราะห์ฟังแล้วก็ดูนี่ควรจะมาจากภาษาบาลีคำว่ารักโตไม่ควรจะเอา อุษณีย์มาเรียกอุตุมาเรียกก็ดูแต่ก็เอาล่ะอันนั้นมันพอเข้าใจพอพอแล้วแต่เขาจะแยกแยะเหมือนกันทุกวันนี้เขาเรียกจริงๆความหมายของความทุกข์ที่แท้จริงหรือความดับที่แท้จริงเราไม่ได้ไปดับบอกแล้วอันนี้เป็นโรงงานรอบนึงก็ปล่อยมันมันก็เกิดมาจากรูปและสภาพอรูปซ่อนอยู่หรือเป็นคู่คู่นึงเป็นการเกิดสว่างที่มันมันได้เกิดแล้วก็ปล่อยมันเหมือนเราปล่อยแขนปล่อยขาของเราเนี่ยเราได้สร้างมาจากเซลล์จนกระทั่งมาจนเป็นคนที่มันไม่รู้เซลล์ตั้งขนาดระดับเท่าไหร่จนมีแขนมีขามีตามีหูก็ปล่อยมันพระอรหันต์เจ้าก็ใช้แขนใช้ขาใช้ตาใช้หูไป สมควรแก่การอันนี้มันเกิดมาเราไม่ใช้เราเห็นแล้วว่าถ้าไปใช้มันก็ไปเกี่ยวข้องกับชราผู้ชายโยนิมันไม่ใช้มันหรอกปล่อยมันมันก็ปล่อยไปมันก็จะวนเวียนไปวัดตัดความเกิดพลังงานก็มันก็จะเดินหมุนรอบแล้วมันก็ตกไปเกิดขึ้นตั้งอยู่แล้วก็ดับไปอสุจิที่มันยังเกิดเพราะโรงงานนี้มันยังเดินเครื่องมันก็จะเดินเครื่องแล้วมันก็จะไหลตกหายไปก็เลิกไปเป็นรอบๆและดูของผู้หญิงที่เป็นโรงงานไข่เหมือนกันมันก็จะหมุนเวียนแล้วก็ตกเป็นรอบๆก็เป็นการเกิดอยู่ธรรมดาถ้าพูดได้เข้าใจถึงสัจจะสรีระอะไรทุกอย่างของมันคือความเกิดความเป็นแล้วเราก็ไม่ได้กังวลกังวานปล่อยไปตามเรื่องเราไม่มีโดยเฉพาะเราไม่มีโอปปาติกะสัตว์ เราไม่มีโอปปาติกะโยนิเราไม่มีตัวกำเนิดที่ 4 ตัวกำเนิดของจิตวิญญาณที่เป็นพลังงานต้นเขาเป็นมโนปุพพังขมาธัมมามโนเสฏฐามโนมยาเป็นตัวจิตที่เป็นตัวประธานใหญ่เราสามารถดับจิตที่จริงไม่ใช่ดับจิตระดับกิเลสที่ผสมอยู่ในจิตกิเลสที่มันติดยึดแล้วมันเกี่ยวกับมันยังทำงานมันหนักมันด้วยความหลงหรือด้วยความวิชาเราก็ยังปล่อยให้จิตมีองค์ประกอบที่กษัตริย์คือเป็นชีวะภูตะปานะเป็นเป็นตัวชี้วัดอยู่ในจิตเป็นตัวจิตวิญญาณแท้ๆองค์ประกอบวิญญาณอยู่ในตัวเรานี่เองแหละมันก็ยังทำงาน ทำงานโดยเราไม่รู้ก็ได้ถ้าเรายังไม่หยั่งถึงยังไม่มีญาณทัศนะวิเศษสามารถที่จะรู้ลึกซึ้งสุขุมประณีตก็ไปจับตัวจิตวิญญาณนี้ได้แล้วก็สามารถหยุดหรือสามารถปล่อยให้เกิดอยู่ตามความควรอันนี้เราสามารถดับสนิทได้ในแรงงานหรือว่าในพลังงานจุดนี้เมื่อเราสามารถดับสนิทมันก็จะอ่อนแรงลงไปเรื่อยๆมันจะอ่อนแรงเป็นรากเขาหรือเป็นรากฐานเป็นตัวต้นทางที่จะไปทำให้โรงงานนี้เบาแต่จะทำให้ถึงโรงงานนี้หยุดไปเลยอัณฑะของผู้ชายก็หายไปรังไข่ของผู้หญิงก็จะหายไปไม่ได้เพราะว่าเดี๋ยวมันจะเป็นโรงงานเป็นรูปขันก็ ก็จะยังเป็นรูปขันแต่พลังงานจะไปทำให้โรงงานนี้เบาลงได้ผู้ชายก็จะมีอสุจิเคลื่อนเคลื่อนไหววนเวียนน้อยลงและหยุดโรงงานไม่สร้างไม่ก่อไม่ถึงก็ไหลล้นออกมาผู้หญิงจะไปหยุดโรงงานสร้างไข่แล้วก็จะหยุดไหลออกมาหยุดเกิดก็ได้ในช่วงระยะหนึ่งซึ่งก็คือผู้ใดมีความกำหนดได้จริงก็จะลดลงลดลงเบาบางและหยุดไปก่อนกำหนดเร็วได้แต่ทีนี้ก็ได้อธิบายถึงคำที่เราก็ผ่านไปอีกให้ฟังว่าที่จริงนั้นสังเสทชะที่แท้นั้นยังมีซ้อนอยู่ในนั้นอีก หรือน้ำสกปรกอันนี้เป็นน้ำสกปรกทางธรรมหรือทางนามธรรมภาษาบาลีท่านเรียกว่าน้ำบริสุทธิ์ด้วยซ้ำเล่าของผู้หญิงก็มีของผู้ชายก็มีสาวเสียแต่เช้าเดี๋ยวนี้อันนี้เกิดน้ำเป็นที่สุดอันนี้เกิดเพราะอำนาจของอุปปาติกะโดยแท้คือจิตวิญญาณเป็นตัวสร้างก่อโดยตรงอันนั้นไม่เกิดเพราะอารมณ์เพราะอารมณ์เสพของกิเลสของเราทำมีทุนของเราเองถ้าเราระงับไม่ได้มันก็เกิดมันยังมีปฏิกิริยาจนน้ำตกออกมาเป็นน้ำเรียกว่าน้ำซุปกะ ก็มีผู้ชายก็มีเสมอกันที่เราเรียกในภาษาไทยว่าน้ำรักอันนี้ไม่ใช่น้ำสกปรกอย่างหยาบที่เรียกว่าอสุจิก็ดีอสุจิก็แปลว่าไม่บริสุทธิ์ฤดูนี้ไม่ใช่ไม่ใช่ประจำเดือนไม่ใช่ฤดูไม่ใช่น้ำอสุจิแต่ว่าน้ำนี้เป็นน้ำใสๆแต่ว่าน้ำบริสุทธิ์หรือน้ำใสอันนี้มันเกิดมาจากอารมณ์จิตวิญญาณที่เรายังไปทำปฏิกิริยาทำการเมถุนทำการผสมจนกระทั่งสุดท้ายตกลงมามีปฏิกิริยาแห่งแล้วก็เกิดผลนั้นตกลงมาเป็นน้ำน้ำอันนี้และเป็นน้ำสกปรก ภาษาหยาบเรียกว่าบริสุทธิ์ด้วยซ้ำแต่แท้จริงมันเป็นความสกปรกของจิตจิตเรายังสกปรกอยู่จิตเรายังมีอารมณ์กิเลสผสมจิตเรายังไม่สะอาดแผลจิตเรายังมีเมถุนทำแล้วก็ได้พยายามอธิบายเมถุนสังโยค 7 เอามาขยายความเป็นมีทุนอันนี้ให้ฟังแล้วก็ทวนอีกเล็กน้อยว่าในระดับที่เรากำลังพูดถึงนี้ไม่ใช่เมถุนอย่างหยาบๆตั้งแต่เมถุนขั้นชราผู้ชายโยนนี้ไม่มีไอ้นั้นมีทุนด้านนอกได้ถึงสังโยชน์ 7 ด้วยซ้ำแม้ถึงสังโยชน์ 7 เริ่มต้นตั้งแต่ชอบสัมผัสเสียดสีนวดฟันการสัมผัสเศษสังโยค ได้เสียด้วยสีได้สัมผัสตรวจฟันแล้วก็เกิดความสำเร็จสมบูรณ์มีความสุขสำเร็จความปรารถนาไข้อย่างเต็มที่ความหลงผิดอันนี้ก็ขออธิบายต่อมาเลยจนกระทั่งถึงเราได้อธิบายถึงพวกพวกหลงผิดที่เลยเถิดมีปัญญาแต่ก็ยังวนเวียนซับซ้อนไม่รู้การเกิดที่เป็นทุกข์เพราะฉะนั้นแม้แต่การเกิดสังกัดเสียอย่างนี้แล้วก็นึกว่ามันเป็นสิ่งที่จะต้องเสพสุขก็สร้างอยู่กลายเป็นพวกใช้ปัญญาเลี่ยมเป็นพื้นฐานเป็นการพิษฐานแม้จะกลายเป็นกรรมฐาน เรานึกว่ามันไม่ใช่ความเสพที่หยาบคายเลี่ยงผู้หญิงกลับไปเสพผู้หญิงผู้ชายกับผู้เสพผู้ชายเป็นสภาพรักประเภทและนึกว่าตัวเองไม่อยากแท้จริงมันหยาบยิ่งกว่าในทางธรรมเป็นอารมณ์การที่หนักยิ่งกว่าเลี่ยงอย่างหนึ่งไม่ได้ทำอย่างหนึ่งไม่ได้ก็มันเรียกอีกอย่างหนึ่งเป็นการดิ้นรนกินดิ้นยิ่งกว่าหรือเป็นจิตใจที่ตัวเองปรุงยิ่งกว่าโดยผิดเพี้ยนธรรมชาติแม้แต่ธรรมชาติเขาชราผู้ชายโยนนี้ไม่ทำตรงๆตามธรรมชาติการสืบพันธุ์หรือสมสู่ จะให้เกสรตัวผู้ตัวเมียผสมกันแล้วก็ออกมาเป็นตัวกลับไม่ทำอย่างนั้นแต่ตัวเองมาติดรสชาติแห่งการสกัดเสียดสีนวดฟันสดๆเลยผู้หญิงสัมผัสผู้หญิงผู้ชายสัมผัสผู้ชายแล้วก็สมใจเป็นอารมณ์จึงเป็นตัวกิเลสแท้ๆที่เรียกว่าการจับยิ่งกว่าเลี่ยงจากการทุกข์อย่างหยาบหรือว่าเลี่ยงจากสภาพนั้นไม่ได้สภาพนั้นมาทำสภาพนี้เสร็จมันง่ายขึ้นเนื่องจากสังคมที่เขากีดกันก็มาทำในส่วนที่มันเป็นช่องทางที่เราจะอาศัยช่องทางนี้ได้ก็เกิดเป็นการอย่างนี้เป็น ก็เป็นเมถุนสังโยคข้อที่ 1 ที่หยาบหยาบซ้อนมันเป็นสภาพคัมภีร์เราพาโซคือซ้อนทับซ้อนลงไปอีกแต่สภาพหมุนรอบเชิงซ้อนที่หยาบยิ่งกว่าเราจึงถือว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจยิ่งกว่าสภาพปกติที่โลกก็สมมุติโลกก็กำหนดโลกก็สัญญาตามลำดับขั้นตอนนี้เป็นเรื่องพลิกแพลงของกิเลสนี้เป็นต้นถ้าพูดถึงเมียสุดยอดก็มีระดับไล่ขึ้นไปอีกถ้าเราดับสภาพไม่ทำแม้แต่การนวดฟันได้แล้วเราก็ไม่หลงไม่หลงเสียงเสียงจะต้องพูดออดอ้อนขอร้องแล้วก็เกิดความสำเร็จ ความพอใจยินดีในการยังไงก็เรียกว่าเป็นเมียคุณอยู่ไม่รู้แม้แต่เสียงแม้แต่ตาประสบตาเป็นเมถุนระดับที่ 3 ก็ไม่ทำไม่อาศัยและได้ตาสบตาแล้วก็เป็นสุขไม่เห็นเป็นสุขเราก็ไม่แม้แต่ระดับที่ 4 ไม่ต้องพูดอะไรเสียชีวิตเสียงออเซาะเสียงหัวเราะอะไรเพียงแต่เราประโลมอะไรกันก็เป็นสุขสมใจแต่ว่าได้ยินแม้เสียงลอดฟ้าลอดกำแพงได้ยินแต่เสียงเป็นชั้นตอนที่เรียกว่าละเอียดขึ้นไปอีกก็ดูไม่อยากสำหรับคนนั้นแต่คนนั้นยิ่งแอบเสพยังเหลือเชื้อยังเหลือส่วน เพียงได้รับเสียงลอดฟ้าลอดกำแพงจะยิงเสียงแม้แต่เสียงของเธอเป็นเสียงร้องไห้ก็ยังพอใจเสพสุขได้ไอ้เวรเป็นเมถุนที่ยังยิ่งสุขุมประณีตซับซ้อนลงไปอีกถ้าดูแล้วยิ่งตัวเองยิ่งไม่ทำหยาบแต่ก็ยังมีสภาพยิ่งดูเหมือนจิตอ่อนแค่นี้ก็ต้องการแค่นี้ก็ยังสมใครสมอยากได้ซับซ้อนลงไปอีกแต่ก็ดูหยาบลดน้อยลงแต่ยิ่งสุขุมประณีตยิ่งจิตตัวเองยิ่งยังจะเอาอะไรนิดหน่อยไม่ได้ขนาดนั้นก็ยังจะเอานิดเอาหน่อยไปเรื่อยมันเป็นสภาพเหมือนกันนั้นอีกไม่ละตอนนี้ ไม่ทำแล้วแม้จะไปแอบฟังเสียงได้ยินเสียงสุ่มเสียงข้างนอกนี่ก็ยังเป็นสุขก็ไม่ล่ะจางคลายได้ก็เป็นเหลือเศษเมถุนที่ลึกขึ้นไปอีกนึกแต่อันดีขึ้นมาเสพแล้วเราก็สมสุขสมใจอยู่ในใจเป็นเมียสุนันท์ระดับที่ 5 ก็ยังเป็นเมถุนอย่างเหลือเชื่ออยู่อีกคือเกิดผัสสะในใจเองนึกถึงอดีตแล้วนึกถึงส่วนเคยส่วนอะไรเล็กๆน้อยๆก็เอามาเป็นสุขของตนเองไม่อยากแล้วไม่ต้องอาศัยอื่นมีศูนย์อันนี้ไม่ต้องอาศัยนอกตัวอื่นไม่ต้องอาศัยนอกตัวอื่นมาได้เรื่อยๆๆเป็นสภาพสุขุมขึ้นมาจริงๆเหลือจิตใจจิต ของตนเองก็ระลึกอดีตขึ้นมาเสพเองอยู่ในตัวในตนอย่างนี้ก็ไม่ได้เมถุนระดับที่ 5 ระดับที่ 6 แม้จะไม่ติดเสพในผัสสะในจิตหรือว่าเป็นสภาพธรรมารมณ์ของตนเองไม่มีแล้วไม่ปั้นเศษอย่างนั้นแล้วแต่เราก็ยังกำหนดสะเทือนต่ออารมณ์นอกหรือต่อสภาพนอกไม่ได้เห็นคฤหบดีบุตรคฤหบดีเขาอ่าบริบูรณ์ด้วยการพอเราแตะเราสัมผัสเราก็ยังมีความหวั่นไหวมีอารมณ์นิดๆหน่อยๆก็เป็นการสุขสมของใจเรา มีอารมณ์แวบที่ยินดีกับเขาอย่างนี้ก็ยังถือว่าเป็นเมถุนสังโยคระดับที่ 6 เป็นเมียผมสังโยคระดับที่ 6 ยังยินดียังเกิดอารมณ์พอใจแม้ได้พบคฤหบดีบุตรคฤหบดีที่เขาบริบูรณ์ติดตามแม้แต่เห็นเขายังคบกับสมเด็จตามันก็ยังรูปสวยเขาจะแต่งสวยเขายังอร่อยอะไรอยู่แล้วก็ยังมีอะไรปุ๊บปั๊บอยู่ในจิตของเรานี่แสดงว่าเรายังมีเชื้อเหลือแต่ตัวเองไม่แล้วข้างนอกสมสู่บริเวณเมถุนและวิธีหยาบคายอย่างไรไม่มีทั้งสิ้นแม้ละเอียดไล่ขึ้นมาถึงมีผลระดับ 5 ระดับ ที่เรียกว่าสร้างอารมณ์หรือว่าเอาอารมณ์จำได้นั้นมาระลึกย่อแล้วก็เกิดอารมณ์เองในจิตของตัวเองแท้ๆก็ใหม่แล้วมันละเอียดลออเหลือเกินเราจะรู้เมื่อเราถึงสภาวะมีขั้นมีระดับเราจะเข้าใจถ้าเราไม่มีค่าเราไม่มีระดับอ่านคำศัพท์พระพุทธเจ้าอ่านทฤษฎีรายละเอียดอะไรพวกนี้เราก็จะไม่ทราบซึ่งเราจะไม่เห็นโอ้มันเป็นชั้นตอนนี้นะมันเป็นความจริงอย่างนี้เราจะไม่รู้แต่ถ้าเราอยู่ในภาวะที่เรากำลังศึกษาอยู่ในขั้นนั้นตอนนั้นท่านอย่าผ่านมาแล้วเราจะยิ่งเห็นชัดท่านละเอียดละเอียดขึ้นไปเราจะรู้ว่าเราอยู่ในระดับไหนซะด้วยซ้ำเราจะวัดสิ่งของเราได้ไม่มีทุนสังโยชน์ระดับ 7 ระดับนี้ 7 ชั้นนี้ก็เหมือนกันเราจะรู้ตัวได้ว่าเราอยู่ในระดับ เราจะเข้าใจในระดับที่ 6 แม่ยังมีสิทธิ์กระเพื่อมไหวต่อการผัสสะจากหยาบๆแรงๆถ้าภาษาเบาๆก็ไม่เกิดหรอกที่คำว่าบุตรคฤหบดีหรือบุตรคฤหบดีที่อุดมด้วยกามสั่งพร้อมด้วยกามก็ทำให้เราเกิดหวั่นไหวได้หมายความว่ามันยั่วยวนหยาบแรงมีฤทธิ์มากตามที่มีฤทธิ์มากจึงจะทำให้หวั่นไหวได้แต่ก็หวั่นไหวในใจตอนนั้นอย่างนี้ท่านก็ยังถือว่าเกิดเมถุนจึงยังไม่สงบราบเรียบอย่างสนิทยังไม่สูงสุดบริบูรณ์นี่เป็นเหตุผลระดับที่ 6 แม้ที่สุดระดับที่ 7 เรามีความปรารถนาเกิดเป็นเทวดาองค์ใดองค์หนึ่ง [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] พ้นอนัตตายังไม่เข้าใจอนัตตายังไม่รู้จักจิตวิญญาณที่แท้ว่ามันเป็นแต่เพียงเหตุปัจจัยมันทำการทำงานแล้วมันจะเกาะก็ยึดเท่าที่มันเกาะยึดแล้วมันก็ปล่อยวางได้แต่นี่ไม่ปล่อยวางด้านกลับไปผูกว่าโดยมีเทวะเป็นใหญ่มีวิญญาณใหญ่มี Universal So และเราก็จะไปรวมกับ Universal American นี้ Universal So anyone อันนี้รันดรนี้แล้วเราก็หรือไม่เราก็สมมุติเทวะของเราเองก็ยิ่งบ้าๆบอๆไปตั้งเทวะของตัวเองใหญ่ตัวเองฉันเป็นเลิศฉันเป็นใหญ่ฉันเป็นเด็กฉันจะเป็นตัวกำหนดเป็นตัวสร้างสรรค์ในพิภพนี้ก็ยิ่งบ้ากันใหญ่ หรือแม้แต่เราจะถือว่าเราอยู่กับวิญญาณหนึ่งหรือเป็นอำนาจหนึ่งที่เรายังไม่ถึงอำนาจนั้นแล้วเราก็ฝากไว้ว่าเป็นเทวะอันใหญ่เป็นก๊อดเป็นพระเจ้าใหญ่เป็นอำนาจลึกลับหรือเป็นอำนาจที่เราหยั่งรู้ไม่ถึงเราก็เลยติดอยู่ที่แค่นั้นเพราะงั้นแม่พรุ่งนี้จะเป็นผู้ที่บริสุทธิ์ปานใดเป็นผู้ที่มีจิตเป็นพระพรหมเลยทีเดียวขั้นมีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาสูงกว่าอสัญญีสัตว์หรืออสัญญีพรหมไปอยู่ในลักษณะของรายละเอียดที่จะอธิบายต่อไปในสุทธาวาส 5 พรหมสุทธาวาส 5 ตั้งแต่อริสา The Matrix ขนิษฐาพรหมซึ่งเป็นพรหมที่จะต้องเข้าใจรายละเอียดของเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาที่แท้จิตวิญญาณที่ดีเป็นสิทธิเป็นสุดท้ายว่ามีแต่ไม่ยึดก็เป็นแต่เราไม่ผิดเราไม่ได้เป็นสิ่งนี้โดยความชอบใจพอใจแต่เราเป็นโดยธรรมเราจะต้องตีแตกหรือว่าเราจะต้องรู้ได้อย่างนี้เป็นต้นเราไม่รู้เราก็สั่งสมเราก็ยังติดอยู่พระศาสนาที่ยังมีอัตราก็เป็นศาสนาที่มีอัตราพระพุทธเจ้าได้มีความรู้เลยถามที่เขายึดถือกันอยู่เป็นศาสนาเดิมเรียกว่าศาสนาพราหมณ์ ถึงมีกอดมีพระเจ้ามีเทวะเป็นซึมเป็นเทวนิยมเป็นศาสนาที่มีพระเจ้าศาสนาที่มีพระพรหมเป็นศาสนาที่มีอัตราอยู่ยังสลายอัตราไม่ได้ยังเข้าใจทะลุทะลวงอันนี้ไม่ได้พระพุทธเจ้าได้สูงยิ่งกว่านี้มีฐานนี้รู้ฐานนี้แล้วก็เลยผ่านนี้ดับอัตราได้และเข้าใจธรรมชาติที่สูงกว่านั้นเข้าใจสิ่งที่ทางเหนือธรรมชาติไม่ต้องมีชาติอะไรดับแม้แต่พระเจ้าเอาพระเจ้ามาไว้ที่ตัวเรานี่คือตัวแทนพระเจ้าตกลงเราจบศาสนาที่มีพระเจ้าพระเจ้าอยู่ที่นี่เราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระเจ้าถูกเราเป็นฉายาพระเจ้า เราเป็นพระผู้สร้างถูกเราเป็นพระผู้ให้หรือพระผู้ประทานถูกเราเป็นพระจิตวิญญาณบริสุทธิ์ถูกเราเป็นจิตวิญญาณที่แท้จิตวิญญาณอยู่ในร่างนี้เท่านี้สลายไปแล้วก็เลิกกันไม่มีวิญญาณใหญ่ที่ไหนและเราไม่ใช่เข้าใจเอาเองด้วยเรามีจิตวิญญาณบริสุทธิ์จริงเป็นเพราะจิตวิญญาณที่ไม่มีกิเลสเหลือซากเชื้อแม้แต่ประเด็นของเมถุนธรรมที่พูดเนี่ยเราก็สามารถล้างจนสนิทสะอาดไม่มีแม้แต่แค่การสนใจใครทำดีก็สมใจกลายเป็นพระพรหมที่หลงดีจัดจ้านทั้งเก่งทั้งดีจะทำแต่ดีจะเกิดมาเป็นดีแม้ที่สุดจะเป็นพระโพธิสัตว์มหาโพธิสัตว์เกิดไม่รู้จักหยุดจักดับ ก็ไม่ใช่พระโพธิสัตว์ก็มีเวลาจบเป็นมหายานเลยเถิดจะเกิดแล้วเกิดอีกเกิดแล้วเกิดอีกเกิดแล้วเกิดอีกเป็นผู้ที่จะรื้อขนสัตว์จนคนสุดท้ายในมหาจักรวาลนี้จึงจะขอบรรลุธรรมกลายเป็นเพราะโลกิเตศวรอวโลกิเตศวรหรือว่าเป็นพระอมิตตาพาพุทธะอะไรแล้วแต่ที่เขาสมมติสร้างสภาพขึ้นมามันก็อยู่ในนัยยะเดียวกันกับสัตว์ที่อยู่ในเวอร์ชันเป็นการหลงเอาตัวเองไปฝากไว้เป็นเทวะองค์ใดองค์หนึ่งฉันจะเป็นพระโพธิสัตว์ไปอยู่ที่พุทธเกษตรคอยมารื้อขนสัตว์อะไรเนี่ยเป็นอมิตา พุทธเป็นอะไรก็มีเยอะแยะเลยพุทธะกองเป็นเข่งนับไม่ถ้วนอยู่ในพุทธเกษตรนั้นเขาก็เพ้อไปตามประสาของผู้ที่จิตเขาเกิดเป็นอัตตาแล้วเป็นจิตเป็นสภาพเป็นเทวะองค์หนึ่งแล้วแม้อย่างนี้เขาเรียกว่าเมถุนชั้นสูงเมถุนคั่นปลายยังไม่พ้นอัตรายังเสพสมหรือว่ายังยึดเกาะอยู่ในจุดจุดหนึ่งไม่เป็นอนัตตาสลายสภาพไม่ได้ไม่มีสุภาพไม่มีหมดไม่มีศูนย์ไม่มีสิ้นไม่มีอันนั้นไม่มีอนัตตาได้นี่ก็เป็นความเห็นที่มันค้างแต่ศาสนาที่ค้างเติ่งอยู่ในอัตราเป็นพระ ที่สูงสุดแล้วก็มาสุดท้ายก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระพรหมจะเป็นพระพรหมที่มีคุณธรรมเมตตามากกรุณามากมุทิตามากอุเบกขามากขนาดไหนก็ตามแล้วก็จะถือว่าเราได้สูงสุดทำให้จิตนี้สะอาดละเอียดจนเกินการจนมันเลยเถิดเลยธงอะไรไปก็ไม่รู้เรื่องรู้ราวถึงสภาพความพอเหมาะพอดีเป็นสัมมาเป็นมัชฌิมาอะไรแล้วครบถ้วนบริบูรณ์แล้วไม่รู้สภาพรอบไม่รู้สภาพจบเหตุปัจจัยคนนั้นก็เลอะเทอะเออศาสนาพระพุทธเจ้าไม่เลยเธอศาสนาพระพุทธเจ้ารู้เหตุปัจจัยรู้รอบครบรอบทวนรอบจบแล้วก็ปล่อยก็วางจบแล้วก็เลิกกันมันมีความสุขมีความสิ้นที่แท้จริง พระเมถุนสังโยคถึงขั้นละเอียดปานฉะนี้ที่พูดให้ฟังเป็นสภาพพิสดารมาประกอบหรือมาประกอบกับสภาพพรมอย่างนี้ก็ได้รอจังหวะกว่าจะพูดมาถึงป่านนี้ก็จะอธิบายอันนี้ให้ฟังกันได้ก็ต้องอาศัยเวลาอาศัยพื้นฐานที่เราจะต้องคอยรู้เป็นชั้นตอนขึ้นมาถึงจิตวิญญาณถ้าพูดอย่างนี้ก็พอจะเข้าใจสำหรับผู้มีภูมิถึงถ้ายิ่งพูดจริงอยู่ในฐานใกล้เคียงกันสูงขึ้นมาใกล้เคียงกันยิ่งสูงยิ่งสูงก็ยิ่งเข้าใจได้ดีสิ่งเหล่านี้มีสภาพจริงไม่ได้พูดโดยคะแนนคำนวณเอาเองแต่เราออกเข้าใจง่ายๆว่าโอ้อนัตตาไม่มีตัวไม่มีตัวไม่มีอะไร ใจแต่เหตุผลความหมายเราก็ไม่รู้จักจิตวิญญาณของเราที่แท้จริงว่าเรามีเชื้ออยู่เท่าไหร่ยังเป็นอารมณ์ที่ยังเสพยังสมยังปรุงยังสร้างอยู่เท่าไหร่มันจะมีตัวกิเลสผสมอยู่นั่นเองยังไล่อาถรรพ์ตุ๊กแกยังไล่แขกจรที่เป็นหลงยึดจิตวิญญาณของเราเป็นจิตวิญญาณหลงไปเอาจิตวิญญาณของเราเป็นบ้านเป็นเรือนแล้วแกจอนั้นก็บังคับใช้เลยสิงสู่เป็นเจ้าเรือนเราไม่รู้เราก็ฆ่ากิเลสนี้ไม่ออกสะอาดจริงๆผิดแท้ๆมันผิดสะอาดจิตมันคือธาตุรู้ท่านประภัสสรเป็นวิญญาณนางอนันต์ตรังมันเป็นสภาพของวิญญาณ ธาตุรู้ที่มันประภัสสรที่แท้จริงแต่มันไม่ประภัสสรเราเกิดมาในประภัสสรไม่ใช่เกิดออกมาจากท้องพ่อท้องแม่แล้วไม่มีกิเลสไม่ใช่แม้แต่พระโพธิสัตว์มหาโพธิสัตว์เกิดมายังมีกิเลสขนาดพระพุทธเจ้าก็ยังมีตัวพาเป็นกิเลสเป็นวิภวตัณหาเป็นตัณหาระดับละเอียดสูงสุดมหาโพธิสัตว์ก็ยิ่งจะละเอียดยิ่งสูงเป็นตัวนำเกิดเท่านั้นแต่ถ้าไม่ได้หยาบคายอะไรสภาพพวกนี้ก็ต้องค่อยๆรู้กันไปเรียนไปเออมันเป็นตัวนำเกิดเพราะผู้ที่จะปรารถนาหรือว่าจะตั้งจิตเกิดโพธิสัตว์ก็จะตั้งจิตเกิดเรื่องของท่านท่านเองท่านไม่ทุกข์ไม่ร้อนไม่เดือดไม่ร้อนอะไรแล้วในที่พบท่านจะอยู่เกิดมาทำงานสั่งสมพิสูจน์วิญญาณท่านจึงจะรู้วิญญาณอย่างละเอียด แล้วถ้าจะมาอธิบายวิญญาณได้ละเอียดอาตมาจะดีผมก็ดีที่อธิบายวิญญาณได้อย่างนี้ไม่ได้อธิบายจากตำราไหนอธิบายเองอธิบายโดยญาณทัศนะวิเศษของตนและที่พูดนี้ก็กำลังพูดถึงความเป็นจริงอาตมาประกาศตนเป็นโพธิสัตว์ตั้งแต่ตั้งแต่เรียกว่าเกิดแสงสว่างเกิดการรู้จริงแล้วที่ใครก็อ่านหนังสือคนคืออะไรสะดุดใจตอนโน้นน่ะตอนโน้นก็นั่นแหละเขียนขึ้นในสภาพที่เขียนขึ้นในภาวะการที่มีจุดนั้นเหมือนบันทึก เขียนตอนนั้นก็เขียนไปโดยใจซื่อเขียนไปโดยใจจริงมันก็ออกมาไงก็บันทึกไว้ตั้งแต่สภาพแล้วก็รู้ตัวแล้วก็ทำตัวอยู่เป็นบริษัทแล้วก็ได้เป็นบริษัทมาเรื่อยๆจะทำงานอย่างนี้ไปจะเกิดหรือจะดับไม่มีปัญหาบอกแล้วว่าอรหันต์ดับก็ดับผู้ที่จะปรินิพพานก็มี 2 คนเท่านั้นคือพระอรหันต์กับพระพุทธเจ้าสวดพระโพธิสัตว์นั้นไม่ต้องปรินิพพานก็ได้หรือจะปรินิพพานก็มีสิทธิ์เพราะที่บริษัทจึงเป็นผู้ที่พาไปพระโพธิสัตว์ท่านอรหันต์สุดท้ายท่านในระดับเอ่อพระอรหันต์ท่านที่ เป็นอรหันต์ไม่ใช่อรหันต์โสดาไม่ใช่อรหันต์สกิทาไม่ใช่อรหันต์ธนาคารแห่งอรหันต์ท่านจะปรินิพพานเมื่อไหร่ท่านจะทำได้ถ้าท่านไม่ผ่านถ้าจะเกิดมาเรียนรู้โลกะวิทูอีกเรียนรู้โลกเรียนรู้จิตวิญญาณอีกเรื่องของท่านแปลเป็นศัพท์ส่วนของท่านท่านสามารถเกิดสามารถดับยิ่งกว่าพระเจ้าพระเจ้าอยู่ในมือของท่านท่านเป็นพระเจ้าเสียเองท่านเป็นเจ้ากรรมนายเวรของท่านเองแต่ท่านก็มีวิบากก็พอที่จะมีวิบากพระพุทธเจ้ายังเหลือวิบากแม้กระทั่งถูกเทวดาเป็นวิบากของท่านในระดับของพระพุทธเจ้าไม่มีบาปของแต่ละบุคคลเพราะโมคคัลลาเป็นอัครสาวกเบื้องซ้ายจะต้องถูกโจร บ่ถึงขนาดตายก็ตายด้วยการถูกเขาฆ่าก็เป็นวิบากของท่านพระอรหันต์ขนาดไม่มีวิบากเพราะการเกิดอยู่ยังมีวิบากหรือยังมีอุปสรรคอยู่ทุกคนอุปสรรคหรือวิบากหรือสิ่งที่ขวางขั้นที่ยังไม่ราบรื่นไปซะทีเดียวไม่เป็นปัญหาสำหรับผู้รู้แจ้งอุปสรรคนี่แหละของมันอุปสรรคนี่แหละของที่จะต้องกระทำให้ราบรื่นลงไปต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเราจะทำให้อุปสรรคนี้มันดีขึ้นมันราบรื่นขึ้นมันงามขึ้นมันเจริญขึ้นหรือมันเรียบร้อยขึ้นกว่าที่มันเป็นมิได้อย่างไรโดยความไม่ไม่เร็วร้ายโดย ไม่เสียหายให้มันดียิ่งขึ้นเราเป็นผู้บูรณะเราเป็นผู้สร้างสรรค์เราจะทำทุกอย่างที่มันเสื่อมมันโทรมมันทรามมาให้สูงมาให้เจริญมาให้ดีงามเรามีความปรารถนาดีอย่างนี้แล้วเรามีความตั้งใจจริงอย่างนี
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive