191117-079 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ004.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2520 อภิณหปัจจเวกขณ์ (184 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข1 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้เป็นวันที่ 17 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2519 รัชนีไปขอนิมนต์พระมิตรทั้งหลายประเทศปัจจัยเราชื่อว่านักปฏิบัติเราต้องเป็นผู้ให้มีพฤติกรรมของความเป็นนักปฏิบัติให้สำรวมโดยหลักการเจริญ 15 ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือว่าจะเอาหลักเกณฑ์โดยหลักเกณฑ์อื่นๆใดๆก็ได้ที่เอามาใช้แล้วจะต้องรู้สาระรู้องค์แห่งธรรมพระองค์คำสอนหรือว่าความหมายอันนั้นให้เราทำยังไงประกอบการยังไง จะทำขึ้นมายังไงให้มันเกิดผลรู้ปรับปรุงกายให้กายกรรมมันสุจริตก็ยังดีปรับปรุงวจีให้วจีมันสุจริตก็ยังดีปรับปรุงมโนโดยเฉพาะให้ถึงมโนเพราะมโนเป็นตัวรู้และเป็นตัวสั่งถ้ามโนของเราไม่รู้แจ้งเห็นจริงแยกไม่ออกว่าอย่างใดที่เราควรจะเลือกเอาอันนี้เป็นกุศลอันนี้เป็นอกุศลอย่างนี้ควรทำอย่างนี้ไม่ควรทำควรให้เป็นอย่างนี้หรือว่าไม่ควรให้เป็นไม่ควรให้เป็นมาจากระงับด้วยวิธีใดมีอุบายล่อยังไงหลอกยังไงหรือว่ามีอุบายอะไรที่จะกดข่มหรือมีอุบายอะไรที่จะทำให้เรา หยุดทำอย่างนั้นหยุดเป็นอย่างนั้นหยุดติดอย่างนั้นปล่อยคลายอย่างนั้นได้นี่เป็นสำคัญที่เราจะต้องรู้ให้ชัดเจนเพราะนับเป็นนักปฏิบัติแล้วแม้กายก็เห็นได้อยู่ว่ากายกรรมได้สำรวมในระหว่างมีสำรวมมีศีลอยู่ตามศีลตามกฎตามระเบียบตามข้อตามทฤษฎีที่เราได้ตังค์คืนเห็นได้ชัดกลายกับบริสุทธิ์เมื่อกี้ก็งามไปเรื่อยๆถูกขัดถูกเปล่าไปเรื่อยๆใจเราก็จับจิตจับใจของเราได้เราก็เป็นนักปฏิบัติที่ถึงจิตถึงปรมัตถ์ถ้าแม้แต่จิตก็ไม่ถึงได้แต่กายได้แต่ว่าที่ไปควบคุมไปตามหลักของศีลควบคุมไปตามหลักของทฤษฎีที่เรากระทำ จะเกิดความเคยชินก็ง่ายก็ได้ได้ขึ้นไปเหมือนกันก็เป็นผลส่งเสริมเป็นแบบสมถะหรือเป็นแบบศรัทธาจริตส่วนเราจะต้องรู้ละเอียดซึ้งสุดนั่นแม้เราจะทำได้แล้วเราต้องรู้ว่าเราได้และเราต้องรู้เหตุผลของจิตว่ามันเป็นวิมุตมันเบามันว่างมันง่ายมีคว

อ่านต่อ

ามเข้าใจอย่างถึงว่าเป็นความเข้าใจเป็นความปล่อยวางได้นั้นเป็นลักษณะอย่างไรได้ผลดีที่ว่าดีพ้นทุกข์ทนร้อนทนลำบากลำบนนั้นอย่างไรต้องอ่านถึงชัดถึงจิตเราจึงจะเกิดปัญญาและปัญญานั้นมันรู้จักผลนั้นแล้วมันก็จะรู้จักผลด้วยเหตุด้วยผลอีกเพราะมันเลิกมันนายมันกลายมาอะไรแล้วมันได้จริงๆแล้วเนี่ยมันดีกว่าที่ไม่เลิก และสุดท้ายย้อนคืนอีกเมื่อเลิกมาได้แล้วแล้วเราก็จะต้องไปอนุโลมหรือว่าไปทำงานอย่างนั้นอย่างนั้นกับคนอื่นเพื่อผลที่จะให้เขาอาศัยเป็นขั้นตอนเป็นฐานเราก็จะรู้กันไปอีกเพราะงั้นเราจะเป็นอยู่ทุกวันนี้เราจะต้องรู้พฤติการณ์รู้กายกรรมวจีกรรมและควบคุมไม่จนถึงมโนกรรมให้ถึงจิตในจิตแม้งามแต่เพียงตามศีลศีลศีลสำรองหรือว่าสีมันฟอกให้กายให้บัญชีก็จริงถ้าถึงจิตที่จิตรู้แล้วจริงแล้วมันจะบริสุทธิ์กายบริสุทธิ์วจีด้วยปัญญาปัญญาก็บอกปัญญาก็เข้าใจได้ว่าเราทำ ไม่ใช่สักแต่ว่าตามศีลให้มันตรงศีลไปเฉยๆไม่ใช่แต่เรารู้ผลดีเรารู้สิ่งที่ได้มาได้กำไรหรือว่าพ้นทุกข์หรือเบาง่ายและเป็นส่วนที่ดีกว่าอย่างชัดเจนด้วยเราจึงจะแน่ใจเราจึงจะเห็นของจริงแต่เราก็จะทำได้ส่งเสริมในส่วนที่ได้ยังไม่ได้ในส่วนที่เรายังลำบากอยู่เราก็จะเต็มใจมีศีลหรือยกอธิษฐานขึ้นไปอีกอาทิตย์นึงก็จะสำรอกจิตจะฟอกให้จิตเป็นอันที่จิตและเราจะรู้ด้วยปัญญาเพราะเราเห็นในวิมุติเกิดญาณทัศนะพิเศษเข้าใจในความจริงว่ามันสูงจริงมันประเสริฐจริงหาแล้วก็เราก็ได้ประโยชน์จริงประโยชน์นี้ย้อนคืนไปให้ผู้อื่นอีกเป็นประโยชน์ท่านในตัวนั้นจริงด้วย แต่นี่เป็นผลหรือว่าเป็นการกระทำที่เราจะต้องพยายามสอดส่องพยายามระลึกรู้ให้มีสาระหรือให้มีจริยะให้มีเป็นกิจวัตรเป็นประจำในส่วนที่ดีแล้วก็ยังมีอยู่เป็นประจำจริยวัตรรู้เป็นสติสัมปชัญญะที่จะยอดเรียกว่าจะยืดหยุ่นหรือว่าเราจะอนุโลมไปตามขั้นตอนก็ต้องเป็นฝ่ายนั้นเป็นเรื่องของตัวปัญญาส่วนวิธีวัดก็ไปปัญญาปัญญาที่จะรู้วิธีอย่างนั้นวิธีอย่างนี้ให้แก่ผู้อื่นเราอาจจะไม่ใช้วิธีนี้แต่เรารู้ว่าวิธีนี้เข้าใจในเหตุผลหรือว่ามันจะเป็นประโยชน์จริงเราก็ประกอบพิธีนี้ขึ้นจึงเรียกว่าพิธีหรือประเพณีเด็กเต็มๆว่าพิธีการ แล้วเราก็ให้เกิดวิธีวัดขึ้นมามีการประพฤติที่เป็นวิธีการหรือว่าพิธีกรรมขึ้นมาบ้างแต่อย่างมากอยากพยายามให้มีก่อนถ้าไม่มีได้ไม่ต้องติดยึดในพิธีการอะไรได้เกิดปัญญาเข้าใจแล้วก็หลุดวางได้เลยโดยไม่เกิดพิธีนั้นเรียกว่าดีกว่าแต่ก็จำเป็นที่จะต้องมีวิธีก็คือหลักเกณฑ์ในการที่จะให้กระทำตามนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมเผื่อรับรอบคนที่ไม่เข้าใจให้มันมีทั้งแบบอย่างหยาบทั้งกายทั้งวจีมีองค์ประกอบมีข้าวของเป็นสื่อมีเครื่องที่เป็นสื่อต่างๆนานามันยุ่งยากมากขึ้นแล้วมันก็อยากมากขึ้น เพราะถ้ายังไม่ทำได้มันก็ดีก่อนแต่ถ้าเผื่อมันจำเป็นในโอกาสต่อไปมันไม่รู้กันจริงๆมันอนุโลมลงไปไม่ได้อีกแต่มันไม่อนุโลมไม่ได้ต้องอนุโลมลงไปอีกก็ไม่รู้กาละรู้หมู่ชนรู้ฐานะถ้าเราจำเป็นเราก็ต้องทำถ้าไม่จำเป็นแล้วก็ละเว้นกันก่อนหรือว่ามีงานพอเพียงส่วนที่จะต้องทำมีพอเพียงแล้วเราจะต้องทำอยู่เยอะแยะส่วนนี้ไม่จำเป็นจะอนุโลมขึ้นไปหรอกมันเราก็ไม่ทำมีอะไรจะต้องเข้าใจถึงสิ่งที่จะเกิดสิ่งที่จะอนุโลมสิ่งที่จะมีองค์ประกอบและมีสิ่งแวดล้อมต่างๆพวกนี้ด้วยแล้วก็ค่อยทำโดยเฉพาะตัวเราเองจะต้องให้รู้เท่าทันถึงกายว่าจีนมโนโดยเฉพาะมโนให้ชัดเจน แล้วก็ปรับเปลี่ยนมันเป็นสุจริตเสียให้มันเป็นสุจริตหมดทั้งทวารทั้ง 3 โดยเฉพาะรายละเอียดลงไปจนรู้ในนิวรณ์ทั้ง 5 เราก็จะพ้นอวิชชาได้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน