191110-073 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ004.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นวันที่ 10 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2519 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราเพชรเวชปัจจัยที่พุทธสถานสันติอโศกทุกคนต้องพยายามตรวจดูข้อบกพร่องที่เราเรียกกันว่าสักกายะของตนความบกพร่องหรือว่าความที่ยังไม่ดีพอทั้งด้านจิตใจทั้งด้านการประกอบออกมาเป็นกายกรรมเป็นวจีกรรมของเราถ้าสิ่งนั้นมันก็เกิดมาแต่ใจสัตว์กายะนั้นมันก็เกิดมาแต่ใจมันเอาตนนั่นแหละเคยชินมัน นั่นแหละยึดถือมาเอาตนนั่นแหละหลงผิดหรือว่าถ้าไม่หลงผิดแล้วแสดงว่าเราเป็นพระอริยหรือฉลาดเรารู้ว่าอ๋ออันนี้เป็นข้อบกพร่องของเราอันนี้เป็นเรื่องที่ยังหยาบกร้านยังหนาแน่นยังทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็นภัยเบียดเบียนท่านเบียดเบียนตัวเองเป็นไปเพราะอำนาจที่มันแรงร้ายกาจดุเดือดแต่ทำลายผู้อื่นเรียกว่าโทสะหรือพยาบาลแล้วมันเป็นไปเพื่อที่จะหลงยึดหวงหอบเสพสมให้แก่ตนอย่างแรงเรียกว่าโลภะหรือว่าพระแล้วเข้าใจให้ เข้าใจให้จริงมันมีระบบอยู่อย่างนี้ทำไมแปลกเปลี่ยนอะไรรู้ให้ชัดแล้วก็ต้องยอมรับถ้าไม่ยอมรับเราไม่ได้แก่ตนไม่ได้เรียกว่าอริยะถ้าเรายอมรับเรารู้แล้วว่าไอ้นี่เป็นศรัทธาอยากเป็นข้อบกพร่องใหญ่ของเราหนอแล้วเราก็จะตั้งศีลต่างพรตมีแบบปฏิบัติมีหลักเกณฑ์ที่จะยึดถือเพื่อที่จะล้างเพื่อที่จะให้เป็นเครื่องกัดกร่อนทำลายหรือว่าทำให้มันจางคลายหรือว่าเปลี่ยนแม้ไม่มีอะไรเลยก็เปลี่ยนให้มันเคยชินอย่างใหม่ทำอย่างที่เคยทำอยู่นั้นมันไม่ดีก็จะมีสติมีสัมปชัญญะรู้แม้มันออกมาทางกายแล้วกายที่กำลังกระทำอยู่อย่างนี้ใหญ่ๆอยากๆแท้ๆ วันนี้ไม่ควรประกอบไม่ควรกระทำไม่ควรให้เกิดให้มีก็พยายามให้ลดละลงจนถึงที่สุดจิตใจที่มันไปผูกพันติดยึดรักใคร่ยึดถือเห็นดีจะต้องเข้าใจให้ชัดว่ามันไม่ควรไปหลงใหลเห็นดีให้มากจริงและนำมันเสมอบอกจิตเสมอให้จิตมันพยายามรู้ตัวให้ลึกให้แน่นให้เห็นจริ
อ่านต่อ
งเสมอๆบ่อยๆแล้วไม่ใช่ว่าแกล้งผู้แกล้งแกล้งให้มันรู้ไม่ใช่กระทำให้มันรู้เฉยๆด้วยวิปัสสนาจะพิจารณาวิจัยหาเหตุหามูลหาองค์ประกอบหาให้มันเจอว่ามันไม่ดี วิ่งงานสวนนั้นส่วนนี้มันพาทำลายมันปลาเสื่อมเสียมันพาลดค่าที่มันไม่ควรลดจะต้องพยายามเห็นจริงแล้วก็พยายามจะทำเป็นบัตรพอจึงจะเป็นการกระทำที่แท้จริงนี่เป็นความฉลาดฉลาดฉลาดฉลาดนึกว่ารู้สึกกายะรู้ศีลรูปรถให้ประพฤติไม่ใช่ประพฤติเป็นเพียงปลามากแต่ประพฤติแล้วเห็นจริงว่ามันลดได้คลายได้อ่อนลงไปในทางดีเราเจริญขึ้นจริงจิตก็อ่อนโยนจิตก็เป็นไปดีหรือจิตที่อ่อนแอเกินไปก็แข็งแรงขึ้นมีอินทรีย์มีภาระและการที่ไปติดเป็นยึดกับเบาบางลงหลงไหลเป็นกิเลสเป็นปัญหาคือความ ถือมั่นคงก็ลดลงจริงจางลงจริงคลายลงจริงเมื่อจางคลายแล้วก็เห็นผลซ้อนลงไปอีกว่ามันวางมันเบามันง่ายมันสะดวกมันเรียบรื่นงามมันต้องเรียกแล้วมันทั้งเรื่องมันเรียบง่ายแต่มันเรียบด้วยเรียบร้อยเรียบดีแล้วง่ายและงามมันเรียบง่ายงามงามมันเป็นไปดีอย่างนั้นคนอื่นก็เห็นด้วยรู้ด้วยเข้าใจด้วยสำหรับผู้ที่เป็นอริยะในการเข้าใจทันทีสำหรับผู้ที่ไม่ใช่อริยะพอพูดไปจริงๆจากใจเธอจริงๆเขาก็จะเห็นได้เหมือนกันสำหรับคนที่ไม่ดื้อด่านนะและเราสามารถบรรยายหรือว่าแจกแจงก็ฟังได้เพราะมีเหตุมีผลมีความ จริงในตัวมันเองจึงเรียกว่าสัจธรรมเพราะการรู้ไม่ได้รู้อื่นรู้สิ่งที่ตนเองยังหยาบกร้านหรือว่ายังแรงอย่างมากหรือว่าอ่อนไปเมาไปบอกแม่มากไปก็พยายามต้องให้เพิ่มขึ้นมาหาความพอดีผู้งามมากไปมันจัดจ้านมันเผาผลาญแล้วมันทำลายก็ต้องลดลงมาเขาเข้าใจบริษัทจัดโดยสภาวะแท้ๆที่พูดภาษาในกลางๆแล้วภาษาธรรมะแท้ๆต้องให้เข้าใจโดยจิตโดยกำหนดจะเป็นทางกายกรรมที่เป็นทางวจีถ้าเราไม่รู้ผิดไม่รู้ว่าเราบกพร่องเราไม่เป็นอริยะสักทีเราจะเป็นอริยต่อเมื่อรู้ว่าอันนี้เป็นจุดบกพร่อง เราอยู่แล้วเราก็แก้ได้จริงๆแล้วเราพยายามแก้จริงๆถึงจะเรียกว่าอริยะปรับปรุงอยู่อันใดหลุดพ้นหมดแล้วอย่างนี้ไม่มีแล้วพ้นขาดความดีนี้เป็นความดีจริงแล้วกายกรรมก็ดีเหมาะสมพร้อมวจีกรรมก็ดีเหมาะสมพร้อมแล้วไม่มีที่ท้วงสิ่งตนก็ท่วมถึงไม่ได้ผู้รู้อื่นก็ทวงสิ่งไม่ได้อย่างนั้นมันก็บริบูรณ์มันจะต้องพยายามเข้าใจสัจธรรมง่ายๆหรือว่าหัวข้อปฏิบัติทำง่ายๆว่าสัตว์กายะและศิลปะปรามาสต้องรู้ให้ชัดจนพ้นวิกฤตช้าแล้วมันจะลดหยาบตั้งแต่เอาคำมาเรียกว่ากามราคะพยาบาลหรือปฏิกะมันก็จะลดจริงหรือเศษไล่เข้าไปละเอียดจนถึงจิตเป็นรู พระรูปพระราคะแม่ข้างนอกไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็นเราก็รู้ว่าเป็นรูปราคะเราก็รู้ว่าเป็นอรูปราคะเรารู้ว่าเป็นมารนะมานะไม่ใช่มีแต่ตอนปลายไม่ใช่มีแต่จิตในไม่ได้มีแต่จิตขั้นสูงมานะยังหยาบคายคนนี้มันถือตัวถือตนมันดื้อด้านมานะที่ยังอยากจะเรียกว่าคนดื้อคนหัวดื้อเอาแต่ใจตัวสอนไม่ฟังสอนไม่ทำตามอยากใหญ่แรงจนไม่รู้ขั้นตอนไม่รู้ว่าผู้อื่นเขาใหญ่โดยสมมติหรือผู้อื่นเขาใหญ่โดยจริงแม้แต่แค่สมมุติก็ยังไม่ยอมรับสภาพไม่ทำตามสภาพมันอยู่ยากอยู่กับหมู่ก็ยากแต่มันรู้สมมติก็ทำตามสมมติแล้วก็เบาใจตรงที่ ไม่ยึดถือเป็นมานะแล้วก็ลดปล่อยแม้ใครจะต่ำกว่าเราอย่างไรแต่เราเองเราปล่อยวางแล้วเพราะสมมุติเขาใหญ่กว่าเราก็วางได้ผู้นั้นคือพระอริยะผู้วางไม่ได้ก็คือคนโง่อยู่อย่างเก่าพูดไม่เข้าใจความเป็นจริงตามความเป็นจริงแล้วก็ทำจริงไม่ได้เพราะงั้นจะมีการรู้หรือทฤษฎีแต่ภาษาด้วยอะไรต่ออะไรต่างๆนานาแค่ไหนก็ตามถ้าเรารู้ไม่จริงแล้วก็ไม่กระทำจริงมันก็ไม่จริงอย่างนั้นเองเราต้องรู้ให้จริงก็ทำให้จริงปรับเปลี่ยนได้จริงแต่เราจะเป็นผู้พ้นทุกข์มานะก็ไม่มีสุดท้ายอุทิศจากก็รู้เท่าทันอุทิศจากอุทธัจจะที่เป็นกลุ่มๆจากหรืออุจจาระที่เป็นเศษเหลือที่มันเกิดจริงอยู่จริงก็รู้จริงถ้ามันเป็นตัวเกิด วัฏจักรที่เรายังหลงให้มันเป็นนายเราให้มันเป็นเจ้าเราเราก็ตกเป็นทาสมันอยู่นั่นเองไม่ว่าจะดีชั้นไหนก็ตามเพราะผมจะจับเมื่อมันไม่มีกูก็จะแล้วไม่ทุกข์แล้วเราก็ยังจะไม่เป็นทาสที่มันลอยเหนืออะไรแล้วก็ไม่ไปเอามันเหนือมาเป็นเศษเสื้อจนกลายมาเป็นมานะตนถือตัวถือตนเข้าไปอีกซ้ำซ้อนอยู่เราก็จะเป็นผู้ที่รู้จริงบริบูรณ์จริงจึงจะชื่อว่าเป็นผู้พ้นของวิชาสังโยชน์อันที่สุดที่แท้จริงอย่างที่พูดนี่ก็ซ้ำซากแต่ก็พยายามเข้าใจให้อย่างถึงอยากฟังแต่หูเปล่าๆว่าซ้ำก็จะฟังแต่หูต้องพิจารณาเทียบเคียงกับความจริงและเข้าใจแง่มุมให้ชัดแล้วก็พยายามปฏิบัติให้ได้จริงๆประโยชน์เป็นของคุณเอง ทุกคน