191022-063 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ004.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นวันที่ 22 ตุลาคมพุทธศักราช 2519 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราปัจจะเวกปัจจัยที่พุทธสถานสันติอโศกทำบุญใดได้พยายามใช้บุพเพนิวาสานุสติญาณตรวจตราดูตัวเองด้วยและให้รู้ในสภาพหรือสภาวะที่เราได้ผ่านผ่านมาชีวิตคนเราตั้งแต่เกิดมาไม่ต้องไปย้อนถึงชาติโน้นชาติไหนที่มันมันพิสูจน์กันไม่ได้จริงแท้ก็ได้เอาที่สำคัญเอาที่เด็ดแน่ๆเรารู้กันในชาตินี้ที่จำได้สัญญามั่นคงนี่แหละ ทบทวนย้อนทวนดูแล้วก็วิเคราะห์อ่านดูว่าเราได้ผ่านชีวิตมาอย่างไรคือโลกิยะอย่างไรคือโลกุตระอย่างไรคือที่เรียกว่าโลกหลอกเราที่เรียกว่าอาริกาและเราก็ไปหลงเป็นสุขขะริกะและไปติดเป็นการมสุขกับในทรมานตนเกินไปแต่ลำบากเกินไปและยึดถือปักหมั้นเข้าไปในจิตอย่างลึกเกินไปและสุดตรงสองฝั่งนั้นที่เราได้พยายามแจกแจงอธิบายชี้แนะให้ฟังตรวจดูจริงๆที่สภาวะที่เราได้ลงและได้ละลายมาได้บ้างแล้วยังมันคลายไปมันหายไปหรือว่ามันวางไปเองก็มีอยู่เพราะเกิดจากการละ เกิดจากความพ้นผ่านตามกำหนดว่าเด็กจะต้องเล่นตุ๊กตาพอพ้นวาระเด็กแล้วไม่เล่นตุ๊กตานั้นเป็นการผ่านโดยวาระกำหนดไม่ใช่ว่าเราเองหมดกิเลสกิเลสมันยังมีอยู่ถ้าเราเกิดมาอีกชาติหน้าเราผ่านเด็กเรายังไม่ลดกิเลสพวกนี้ไม่เข้าใจในสิ่งที่หลอกล่อพวกนี้อีกเป็นเด็กในชาติหน้ามันก็ต้องไปติดสิ่งนั้นอีกอาการวนเวียนเป็นอยู่อย่างนี้เป็นของธรรมดาเราจะเห็นได้แม้แต่สมัยนี้หรือว่าแม้แต่ชาตินี้ถ้าเราจะได้พบศิลปะมาบ้างคนที่แก่แล้วก็คือเวียนกลับไปเป็นเด็กอีกยังไม่ตายหรอกยังไม่เกิดชาติใหม่หรอกเห็นได้ว่ามีอาการกิริยาและมีความคิดมีอะไรหลายๆอย่างเหมือนเด็ก ยิ่งสติเสื่อมสัมปชัญญะเสื่อมก็ยิ่งจะกลับไปเป็นเด็กอีกคนแก่นี่แหละไม่ต้องไปเอาชาติหน้าจะเห็นได้ว่ามีความสำนึกแล้วก็วนเวียนกลับหมุนวนมันซ้ำซากและกระบวนการหาถิ่นเก่
อ่านต่อ
ามันก็จะวนกลับไปกลับมาอย่างนี้เป็นต้นนี่เป็นสิ่งตัวอย่างที่จะให้เอาไปเทียบเคียงนะครับไปวิเคราะห์ให้เห็นแล้วก็ให้เข้าใจได้ว่าทุกอย่างมันเป็นวัฏจักรเป็นความวนถ้าเราไม่ล้างเลยจริงๆเราไม่เห็นด้วยปัญญาอันชัดแจ้งเป็นปัญญาอันยิ่งเป็นอธิปัญญาเราจะวางปล่อยหน่ายคลายหรือว่าเลิกพระแล้วก็ดับสูญไปอย่างแท้จริงไม่ได้ปัญญาอันสุดท้ายจะล้างในความเห็นแท้จริงมันเป็นเรื่องของโลกและเรื่องของโลกิยะที่มันหลอกหลอนมนุษย์ สยามครอบงำมนุษย์ไว้ชั่วนาตาปีนิรันดรถ้าเราไม่เรียนรู้ในทางธรรมะเป็นสัจธรรมอันแท้จริงแล้วและใช้ปัญญาล้างมาแล้วเราจะละลายคายไม่ออกมันอะไรที่เราได้วิเคราะห์เห็นด้วยปัญญาทั้งหมดแล้วก็ปล่อยอย่าไปหลงอย่าไปปิดจงเข้าใจให้ชัดแจ้งแพ้บุพเพสันนิวาสที่เราควรจะอยู่สงัดเมื่อเวลานั้นมีโอกาสอยู่สงัดหรือว่าเราก็พยายามปลีกตนอยู่สงัดและก็ให้ทบทวนทบทวนแล้วทบทวนอยู่ให้เห็นจริงอย่าปล่อยให้จิตฟุ้งซ่านไปเองต้องกำหนดจิตตนจะคิดก็ต้องไม่รู้มีสติสัมปชัญญะว่าเราจะตั้งใจคิดจะตั้งใจทำงาน วิจารณ์หรือวิตกวิจารในเรื่องใดๆเราต้องเจตนาทำเพื่อให้เกิดผลในการปฏิบัติธรรมให้เกิดการรู้จะเกิดการเห็นจริงเข้าใจจริงเราจะเกิดประโยชน์แท้เป็นสภาพธรรมที่แท้และรู้จริงเห็นจริงตามความเป็นจริงที่เราได้ผ่านมาจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการปฏิบัติธรรม