191106-069 อภิณหปัจจเวกขณ์-กฉ-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ008.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้วันที่ 6 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2519 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำผู้ที่พำนักอยู่พุทธสถานสันติอโศกพิจารณาปัจจัยค่าที่ต่างๆเรียกว่ารูปแบบต่างๆที่เราทำกันอยู่เป็นประจำต้องพิจารณาถึงผลประโยชน์ถึงคุณประโยชน์ของมันเพราะมันได้คุณประโยชน์ตรงเป้าหมายที่เราเองเราได้กลับเราได้กระทำขึ้นไปหรือไม่ถ้าสั่งแต่ว่าทำโดยรูปแบบสักแต่ว่าทำท่าทีแต่ว่าไม่มีความรู้ไม่เข้าใจว่าเราหมายอะไรเราจะทำอะไรเราจะให้ไปถึงสภาพละเอียดละออไปจนกระทั่งคันนามาทำเข้าไป รู้ทั้งจิตใจเป็น 10 รูปแม้กระทั่งปรับเปลี่ยนจิตใจเป็นศิษย์ได้มันได้ผลประโยชน์อย่างนั้นหรือไม่ถ้าทำแล้วไม่มีผลประโยชน์แม้ตนก็ไม่ได้คนอื่นก็ไม่ได้ด้วยก็เลิกกันก็ต้องทิ้งกันแต่ถ้าทำแล้วได้ประโยชน์ทั้งตนเองก็เป็นประโยชน์อยู่ทำแล้วก็ได้ตั้งอกตั้งใจและพิจารณาได้กระทำอะไรส่งผลให้เกิดการตัดละหน่อยคลายรถกิเลสลดปัญหาหรือว่าทำให้เราได้รู้จักจิตได้จับเจอแต่สิ่งได้รู้อารมณ์ได้มีสภาวะเป็นปรมัตถ์สามารถที่จะรู้กายรู้เวทนากับทุกจุดและก็อ่านถึงธรรมารมณ์ออกพิจารณาเป็นกุศลอกุศลได้ แล้วก็ได้ปรับเปลี่ยนกุศลปรับเปลี่ยนอกุศลให้กุศลมั่นคงขึ้นให้อกุศลละลายไปจางคลายไปถ้าเราได้ทำอย่างนั้นอยู่เป็นประโยชน์อยู่ก็จงดำเนินไปแม้เราเองเราจะได้ประโยชน์นั้นแล้วในบางครั้งเราจะมีรูปแบบอย่างนั้นเราจะมีอาการอย่างนั้นท่าทีอย่างนั้นสร้างรูปแบบนั้นเอาไว้เพื่อประโยชน์ผู้อื่นเราก็จงจะรู้ในพระองค์ประโยชน์ผู้อื่นโดยรู้และประโยชน์ท่านว่าเราทำนั้นได้เกิดขึ้นในการที่จะส่งผลสืบต่อผลประโยชน์เป็นธรรมทานเป็นการสืบต่อเป็นการทำประโยชน์จงดึงกันขึ้นมาขึ้นมาก็ให้รู้ต่อประโยชน์นั้นถ้ามันไร้สาร สร้างประโยชน์ทั้งประโยชน์ท่านไม่มีก็เป็นอันจบกันเพราะงั้นการกระทำใดๆเป็นรูปแบบใดๆท่าทีใดๆที่เรากระทำอยู่อย่าให้
อ่านต่อ
เปล่าประโยชน์ถ้ามันได้ประโยชน์ทั้งสองส่วนก็ยิ่งดีถ้าเราจบประโยชน์นั้นแล้วแม้การกระทำนั้นเป็นแต่เพียงรูปแบบท่าทีเพื่อผู้อื่นเท่านั้นเราก็จงวางใจเราก็จงเบาใจได้ประโยชน์เต็มไปจงปั้นประโยชน์ปั้นรูปแบบนั้นทำอันนั้นให้เกิดเป็นวินัยเป็นจารีตเป็นประเพณีเป็นฐานทัพให้แก่ผู้อื่นจูงดึงขึ้นมาเราจะได้อาศัยอันนั้นติดขึ้นมาตามขึ้นมาเราก็จงพยายามทำความเข้าใจให้ชัดเจนและก็ยังประโยชน์เหล่านั้นต่อไปต่อไปสิ่งนี้จึงเรียกว่าศาสนา