สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน อุตุนิยามพีชนิยามก็อย่านานาสังวาส.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน อุตุนิยามพีชนิยามก็อย่านานาสังวาส _เข่ง ราชธานี :อุตุนิยาม พีชนิยามแปลว่าอะไรคะ พ่อครูว่า…ในสำมะปี๋ ก็ขออธิบายแค่คำแปล ยังไม่ลงลึกรายละเอียด เพราะมันสุดยอด ต้องทำจิตให้เป็นพีชะ อุตุได้ ก็สามารถเป็นพระอรหันต์ได้ ถ้าไม่รู้ก็ไม่สามารถเป็นอรหันต์ได้ ค่อยๆฟังไป ถ้าตายไปแล้วแยกธาตุเป็นอุตุนี้เข้าใจง่าย อุตุนิยาม เป็นวัตถุธาตุไม่ใช่ชีวะแม้แต่พระอาทิตย์ก็เป็นอุตุธาตุ เนบิวลากาแล็กซี่ก็เป็นอุตุยังไม่สามารถมีชีวะได้ จนกระทั่งแตกตัวมาเย็นลงเป็นธาตุน้ำ อาโปธาตุที่สัตว์โลกใช้ สัตว์โลกเกิดมาจากธาตุน้ำเป็นตัวฐานและพัฒนาจากธาตุน้ำ ตั้งแต่เป็น กลละ อัมพุท เปสิ คณะ ปัญจสาขา อันนี้เป็นน้ำแล้วเป็นก้อนคณะแล้วแยกเป็นปัญจสาขา เป็นความสุดยอดวิทยาศาสตร์ของพระพุทธเจ้า เราก็เอามาเรียนรู้จิตกับกายของเราเรียนรู้ได้ก็สบาย ส่วนพีชะนั้นคือพืช มาเรียกเป็นไทยว่าพืชผักผลไม้ เป็นชีวะแล้วมีตัวเองเป็นประธานในตัวเองสามเส้า มีธาตุบวก ลบ และประธาน พืชก็มีเพศผู้เพศเมียผสมพันธุ์วนเวียน พืชต่างกับสัตว์ตรงที่พืชไม่มีทุกข์ไม่มีสุขไม่มีบาปไม่มีบุญ ไม่มีวิบากบาปวิบากบุญ เพราะฉะนั้นคนกินพืชไม่มีวิบาก ที่จะจองเวรจองกรรมไม่ว่าจะรัก ผูกพันดูดดื่มไม่มีมีแต่ตัวเองรักตัวเองผูกพันตัวเอง มันหมดพลังเหนียวที่ถูกสลายแล้วเสื่อมก็กระจายแยกธาตุเป็นอุตุ เมื่อพัฒนาขึ้นมาเป็นจิต ขอแถมให้ มาเป็นจิตแล้วตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียวก็จะวิวัฒนาการจนกระทั่งมาเป็นมนุษย์ ในทางฮินดูจะเป็นมนุษย์แคระ แล้วก็เป็นมนุษย์สิงห์ขึ้นมาค่อยๆพัฒนาขึ้นมาจนเป็นอเวไนยสัตว์ มนุษย์ที่สอนไม่ได้จะอยู่นานมากวนเวียนอยู่ในนรกสวรรค์นานมาก เป็นเทวนิยมโลกียะนาน จนกว่าสามารถ ถ้าได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าหรือสัตบุรุษก็จะเข้าใจ จะสามารถมาสู่
อ่านต่อ
โลกุตระ จิตนิยามเป็นเวไนยสัตว์สอนโลกุตรภูมิได้ไปได้เร็วขึ้น แต่ถ้าเกิดว่าไม่ได้ฟัง คุณก็จะวนเวียนอยู่นั่นแล้วจนกระทั่งไม่รู้แล้ว ไม่ต้องไปหวังเลยจากการบรรลุเอง พระพุทธเจ้าก็ไม่มีตัวเลขที่จะบอกได้ว่าคุณจะวนเวียนตกอยู่ในโลกียสุขทุกข์นานเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นก็เลยไม่ต้องไปพูดถึงดีกว่าไม่หวังดีกว่า แสวงหาสัตบุรุษให้ได้ก็แล้วกัน หรือผู้อยู่ในฐานะครู ที่บอกว่าผู้อยู่ในฐานะครูคืออะไร คือผู้ที่มีเชื้อของโลกุตระแล้ว โสดาบันก็เป็นโลกุตระแล้ว บอกตัวเองเป็นโลกุตระภูมิได้ แต่อย่าไปอหังการ โสดาบันสกิทาคามีอย่าไปอหังการ ที่จะต้องสอนอยากใหญ่อยากแบ่ง เดี๋ยวเลอะ แล้วจะเป็นวิบากให้แก่ตัวเองทำผิดให้ศาสนาพุทธเสื่อม เป็นบาปมาก เพราะฉะนั้นจะมีขั้นของอนันตริยกรรม เป็นกรรมที่บาปมาก จนกระทั่งคุณทำจนคุณอวดดี แล้วแยกตัวเองออกไป อันหนึ่งเป็นคู่แข่งของศาสนาพุทธอันนั้นเป็นอนันตริยกรรมเลย พระพุทธเจ้าทรงมีพระวินัยแบ่งเป็นนานาสังวาสสุดยอดแล้วเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาให้ดี เป็นจุดแบ่งที่ละเอียดสูงสุดของการทำความแยก แล้วมีหลักเกณฑ์ ลึกซึ้งมากเลย คุณด่าอย่างไรก็ปฏิกโกสนาให้คอแตกอย่างไรก็ได้แต่อย่าไปฟ้องร้อง ถ้าทำก็นอกนิกายไม่ไปฆ่ามนุษย์แล้วตั้งแต่โสดาบัน เป็นพระเป็นเจ้าบวชแล้ว ฆ่ามนุษย์ก็ตัดไปเลยปาราชิกไม่ให้มาใกล้ศาสนาเลย แม้แต่ทำผิดเรื่องเพศ ปาราชิกของศาสนาพุทธ ชาตินั้น แต่เดี๋ยวนี้ไม่เข้าใจแล้วว่าปาราชิกเป็นโทษที่แรงที่สุด ลงโทษไปทั้งชาติเลย คุณทำปาราชิก 4 ข้อใดข้อหนึ่ง ชาตินี้ทั้งชาติจนกว่าคุณจะตาย ก็ไม่ให้คุณได้มีสิทธิ์มารับธรรมะ คุณจะแสวงหาส่วนตัวเป็นเรื่องของคุณ แต่ถ้าเผื่อว่า หมู่ใหญ่รู้ว่าคุณเองอยู่ในกระแสที่จะได้รับศาสนาพุทธให้ไล่ออกไปเลย ในตำนานที่แฝงมา พระโมคคัลลานะเป็นผู้รู้ ก็บอกให้ลากออกไปเลย เอาไปทิ้งข้างนอก ผู้ที่ปาราชิกแล้ว คือปาราชิก เป็นโทษที่หนักมากกว่าพรหมทัณฑ์ พรหมทัณฑ์ นี้อยู่ในหมู่ได้แต่จะไม่มีใครบอกใครสอน จนกว่าคุณจะอ่อนน้อมถ่อมตนลงมามีภูมิธรรมเพียงพอ ก็รับเข้ามาในหมู่ แต่ถ้าไม่ก็เกือบเป็นนานาสังวาส พรหมทัณฑ์ คือพวกไม่มีพวก แต่ถ้าคุณมีหมู่อยู่ในระดับนานาสังวาสไม่เป็นไร แต่ถ้ามากเกินไปเป็นนิกายก็อนันตริยกรรม พวกอโศกของพวกเรา ก็ขอปรามไว้ ฆราวาสก็ประกาศจะนานาสังวาส อาตมาก็ด่าให้ว่าไอ้โง่ ไม่ใช่ภิกษุพวกนี้ไม่ได้เอามาพูดเล่นได้ง่ายๆ แล้วอวดดี นานาสังวาสกับสมณะในหมู่ด้วยนะ คุณเป็นฆราวาสแท้ๆมันเกินไปคุณหัวดำนะ ถึงแม้ว่าจะเป็นสมณะไม่ใช่อาริยะก็ตาม มันซับซ้อนลึกซึ้งมาก ขนาดพระอรหันต์เป็นพระขึ้นมา เป็นภิกษุแล้วบวชก่อน อรหันต์ยังต้องกราบเลย ถ้าธรรมดายังไม่เป็นพระอาริยะ อย่างนี้เป็นต้นซึ่งมันซับซ้อนมากเลย เพราะฉะนั้นอย่าทำเป็นเล่น ขอปรามไว้เรื่องนี้ จะประกาศนานาสังวาส ฆราวาสไม่มีสิทธิ์พูดเลย แล้วจะไปประกาศนานาสังวาสกับสมณะด้วยมันจะอยู่ได้ไหม ใหญ่เหลือเกิน อย่างนี้เป็นต้นเห็นไหม เอ้าฟังไว้ 630217_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 89