150430 ที่ว่าเรานับถือศาสนานั้นอย่างไร-พ่อท่าน-วัดมหาธาตุ.txt

โฟลเดอร์2515 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์297 KB
วันที่แก้ไข17 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

พุทธศาสนิกชนทุกท่านเอาวันนี้เราก็จะมาเล่ามาคุยถึงเรื่องราวอะไรต่างๆกันที่ควรจะได้ฟังกันอีกวันนึงเรื่องที่อาตมาจะพูดในวันนี้ไม่ใช่เรื่องที่อาตมาตั้งชื่อเองหรอกคุณพหลเป็นผู้ตั้งชื่อตามเคยชื่อเรื่องว่าที่ว่านับถือพุทธศาสนานั้นอย่างไรก็ดีเหมือนกันแหละดีตรงที่เรียกว่าอาตมาเองไม่ค่อยได้คุยได้คิดได้แค่ออกมาว่าไอ้แง่ไหนมุมไหนมันจะน่าสงสัยมันน่ะน่ารู้อะไรต่ออะไรหรือมันอะไรต่ออะไรอาตมาเองไม่ได้คิดได้แค่คุณบางคนเป็นคนคิดค้นแคะออกมาก็ดีเหมือนกันและอาตมาก็ต้องมานั่งตรองดูว่าเออแง่มุมต่างๆเหล่านี้อันใดที่มันควร ทำรายละเอียดออกมาสู่การฟังบ้างวันนี้ที่บอกว่าที่ว่าเรานับถือพุทธศาสนานั้นอย่างไรนั้นน่ะมันจะต้องพูดกันยาวมันจะต้องพูดกันยาวเพราะว่าเราจะต้องแจกแจงตั้งแต่คำว่าศาสนาซะก่อนจะแจกแจงคำว่าศาสนาแล้วก็มาแจกแจงคำว่าพุทธแล้วเราก็มาแจกแจงคำว่าพูดกันอีกทีนึงเราจะได้เราจึงจะได้รู้ข้อเปรียบเทียบมันคล้ายๆกับศาสนาเปรียบเทียบเหมือนกันเมื่อเราไม่รู้สิ่งหนึ่งเรามีสิ่งสิ่งเดียวเราก็จะรู้อีกสิ่งหนึ่งไม่ได้เราจะรู้สิ่งนั้นได้ชัดเราต้องมีอีกสิ่งหนึ่งเปรียบเทียบมันจึงจะเห็นสิ่ง เราจะรู้สิ่งใดว่าขาวขาวมากเท่าใดเราก็จะต้องมีสิ่งที่ดำมากเท่านั้นมาเปรียบเทียบเราจึงจะรู้ได้ชัดที่จริงเรามีขาวอยู่ชิ้นนึงเราไม่จำเป็นเลยที่จะต้องมาทำข่าวให้ขาวขึ้นแต่เราไปทำดำให้มันมากขึ้นเราก็จะเห็นขาวในชัดยิ่งขึ้นเท่านั้นเท่านั้นเท่านั้นเราไม่จำเป็นทำขาวให้ขาวขึ้นก็ได้หรือเรามีดำตายตัวแล้วถ้าเราอยากจะเห็นขาวขาวมากขึ้นเราก็ทำขาวนี่มันขาวจัดขึ้นจัดขึ้นจัดขึ้นแล้วก็ลักษณะนั้นก็ได้เหมือนกันนะเพราะฉะนั้นในมุมต่างๆถ้าเราอยากจะเห็นอะไรชัดก็คือทำ 2 สิ่งนี้ให้มันให้มันแตกต่างกันให้เห็นได้ชัดที่สุดนั่นแหละเราจะเห็นสิ่งนั้นได้เพราะฉะนั้นวันน

อ่านต่อ

ี้ถ้าบอกว่าที่เรานับถือพุทธศาสนานั้นอย่างไร อาตมาชี้เฉยๆพวกคุณก็จะไม่กระจ่างไม่พอเพราะฉะนั้นเราต้องมาเข้าใจคำว่าศาสนาซะก่อนว่าคำว่าศาสนานั้นหมายถึงอย่างไรถ้ามาเล่นลิ้นแค่คำว่าภาษาว่าศาสนานั้นคำว่าศาสนามันแปลว่าคำสอนคำว่าศาสนาเนี่ยภาษาไทยเราเข้าใจว่าคำสอนภาษาอื่นเขาก็ตั้งชื่อของเขาไปอย่างอื่นๆโดยเฉพาะภาษากลางๆถ้าเราเรียกภาษาอังกฤษเขาก็เรียกว่าเบลเยียมอะไรต่างๆเนี่ยมันไปเป็นมันไปเกี่ยวกับแล้วเขายึดถือกันว่าถ้าใช้คำว่าคำนี้แล้วเราก็แล้วแต่เขาก็พยายามที่จะได้แยกแยะกันออกไปนะว่าเรียนมันมาจากคำว่าอะไรมันมาจากคำว่าเล็กมั่งเขาก็ว่ามาจากคำว่าไอ้เล็ก ปริซึมมึงเขาก็ว่าอะไรพวกนี้ซึ่งก็แปลอะไรต่ออะไรแตกต่างกันออกไปซึ่งแปลว่าเป็นเหตุเป็นผลมั่งเป็นเรื่องของสิ่งที่มันเกี่ยวกับต้นตอมาหรือที่พาเดินอะไรบ้างก็ตามแต่ไอ้สิ่งพวกนั้นแล้วแต่เขาจะให้ความหมายอะไรก็ตามแต่เราสามารถที่จะบรรยายโยงใยมาหาที่จบได้อาตมาอาจจะสามารถบรรยายว่าตัวฮนกฮูกเนี่ยมันมาจากกไก่ได้อาตมาสามารถจะบรรยายได้เช่นเดียวกันเราจะบรรยายอะไรให้มันโยงใยเข้ามาหาสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวเราบรรยายได้เหมือนกับอาตมากำลังบรรยายอยู่ในเสื้ออโศกว่าร้านเนี่ยมันมาจากศูนย์เหมือนกัน มีประหลาดตรงไหนเลยหรือยิ่งกว่าล้านมันก็มาจากศูนย์จะยาวยืดขยายจากร้านเป็นจากศูนย์เป็นหนึ่งเป็น 2 เป็น 3 เป็น 4 เป็น 5 เป็น 6 เป็น 7 เป็น 8 เป็น 9 เป็น 10 ไปจนกระทั่งถึงล้านกว่าล้านขยายออกไปได้เหมือนกันเช่นเดียวกันเมื่อเรารู้จุดขยายแล้วเราจะอธิบายจากร้านหุบเข้ามาหาหรือศูนย์ก็ได้เช่นเดียวกันเรียกว่าเมื่อเรารู้หนทางปฏิจจสมุปบาทหรือการปรุงแต่งต่อกันจากสิ่งที่ไม่มีอะไรเลยแล้วก็ให้มีตัวมีตนโตขึ้นโตขึ้นโตขึ้นโตขึ้นโตไปโตไปโตไปเท่าไหร่เราก็รู้ได้โดยสภาวะที่มันโตขึ้นตามลำดับเหล่านั้นเหล่านั้นเราก็ทำได้เพราะฉะนั้นภาษาที่เขาจะเอามาตีความกันยังไงยังไงก็ตีกันไปเถอะเราไม่ว่าอะไรหรอกแต่โดยภาษาของภาษากรีกภาษาโรมันภาษาฝรั่งเศสภาษาอังกฤษ ที่เขาพูดถึงเรื่องภาษาของทางตะวันตกเขาเขาก็พูดของเขาไปแต่ทางตะวันออกเราเราก็พูดทางตะวันออกของเรารากศัพท์ของภาษาของทางตะวันออกของเรามากันจากอินเดียและโดยตรงแม้แต่ภาษาทางตะวันตกก็ไปจากอินเดียแต่เขาไม่รู้เฉยๆภาษาตะวันตกก็ไปจากอินเดียเขาเองก็คิดว่าภาษาจากตะวันตกนี่เขาเป็นรากภาษาของโรมันของกรีกของอะไรต่ออะไรหรือว่าของไอ้อะไรไอ้รัฐมนตรีรัฐบาลอะไรก็ตามแต่ไม่ใช่หรอกมาจากอินเดียมาจากอินเดียล่าภาษามาจากอินเดียเนี่ยอาตมาขอยืนยันเลยมันมากันหลายแสนหลายหมื่นปีแล้วมาจริงๆเพราะฉะนั้นแม้แต่สมัยใหม่เนี่ยเขาจะ ไปเถอะจะเป็นภาษาอังกฤษที่เรารู้กันดีๆมันบานปลายมาจนกระทั่งถึงขนาดนี้ก็แล้วแต่ไอ้เอกไอ้โทไอ้ตรีจัตวาตั้งนานมาด้วยเอกะไปทรูไปทรูไปฟรีไปโปรไฟล์ 679 อะไรมันก็มาจากภาษาอินเดียรากศัพท์เดิมมันมาเอกโทตรีจัตวามันก็มาแล้วก็มาไอ้ 5 ไอ้บัญชามันจะอะไรมันก็ไปจากตรงนี้อ่าสลัด 7 ใช่ป่ะจะตัดมันมาจากอันเดียวกันหมดเลย 8 อัตถะ กลอนเดียวกันทั้งนั้นน่ะมันมาจากรากศัพท์ของเขาหมดเลยเช่นโทรศัพท์มันก็มาอันเดียวกันหมดนะมันร่างศัพท์มันก็มาแม้แต่คำพวกนี้หรือแม้แต่คำที่เป็นต้นตอที่มันไม่บิดพลิ้วที่สุดคือคำง่ายๆคำรากศัพท์เช่นคำตอบคำรักอย่างนี้เป็นต้นนี่เป็นคำไม่แปลคำตอบคำถามเนี่ยเป็นคำไม่แปลงคือคำไม่บิดพลิ้วมันไม่มันไม่ดีเป็นระบบมันไม่พัฒนาหรือมันไม่แปลงกายตัวอย่างคำตอบคำว่าเรารักเออหรือว่ารับคำรับกับคำตอบว่าไม่ว่ารับไอ้เย้เยอะมาจากคำว่าสามีก็เย้เย้เหมือนกันภาษาบาลีก็ No หรือนะเป็นนะเป็นนางเป็น No ไม่เหมือนกันสำหรับคำตอบก็เหมือนกันนี่เป็นภาษาหลักใหญ่ๆเลยมันมาจากตัวเดียวกันเพราะฉะนั้นถ้า No นี่มันเกิดมาจากบาลีก่อนไอ้ทางตะวันตกก็ไม่ใช่ถ้าน้องมันเกิดทิศตะวันตกก่อนบาลีก็ต้องไปเอาหรือว่าทางบางคนก็ต้องไปเอามาจากตะวันตกเพราะมันรากกันแท้ๆนี่คำตอบคำถามหรือคำง่ายๆคำว่าพ่อคำว่าแม่ที่ภาษาฝรั่งแปลอะไรของเขาก็เหมือนกันน่ะมันก็ไปจากรากรากศัพท์ตรงนี้แล้วอย่างเลขอย่างนี้มันเห็นง่ายเพราะว่าเป็นภาษาหลักไอ้เลขนี่มันไม่แปลภาษาหลักคำแรกคำตอบคำรักคำพ่อคำแม่คำง่ายๆภาษาหลักส่วนภาษาอื่นมันพลิกแพลงได้ภาษาที่ใช้ทุกวันมันโตเติบโตได้อย่างนี้เป็นต้นเพราะฉะนั้นเราต้องพิจารณารากศัพท์อย่างนี้แล้วเราจะเห็นหนทางว่ามันมาจากอะไรแท้จริงอาตมาพลาดยืนยันว่า ชาติตะวันตกก็เอาไปจากอินเดียจากอินเดียและไม่มีประเทศไหนที่มีภาษามากที่สุดเท่าอินเดียอินเดียมีภาษามากที่สุดในกว่าทุกประเทศไม่รู้ภาษาอะไรเป็นภาษาอะไรจนกระทั่งภาษาที่ไม่ใช้แล้วโยนทิ้งไปก็ไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ภาษาอินเดียและแม้แต่บาลีเขาก็โยนทิ้งแล้วนะในอินเดียเดือนนี้มาลีก็ไม่ถูกกันโยนไปทิ้งไปนานแล้วแม้แต่สันสกฤตที่ว่าใหม่บาลีก็ยังโยนทิ้งไปตั้งเดี๋ยวนี้ก็สันติก็ใช้น้อยที่สุดแล้วเขาก็ใช้ภาษาอะไรอะไรของเขาเดี๋ยวนี้เยอะไปเออนี่เป็นต้นเป็นเรื่องที่อาตมาอธิบายโยงใยสักนิดหน่อยก่อนว่าไอ้เรื่องของภาษาก็ตามไอ้เรื่องของอะไรก็ตามมันก็เป็นการพลิกแพลงแล้วก็เกิดมาจากสภาวะเกิดมาจากสิ่งที่มันเกิดก่อนแล้วค่อยๆพัฒนาค่อยๆวิวัฒนาการโตเติบโตต่อมาต่อมา อ้าวแล้วทีนี้เข้าเรื่องเข้าเรื่องที่ว่าเรามาพูดกันถึงเรื่องศาสนาซะก่อนคำศาสนาอาตมาจะไม่วิจารณ์ด้วยภาษาทั้งหมดจากที่ยกตัวอย่างมาแล้วเราเอาความเป็นจริงของมันเลยคำว่าศาสนาหมายความหรือว่าเอาความหมายโดยแท้จริงเลยก็คือที่พึ่งศาสนาคือที่พึ่งเอาความจริงเลยคำว่าศาสนานี่คือที่พึ่งเมื่อคำว่าศาสนานี่คือที่พึ่งศาสนาทุกศาสนาจึงมีสรณะหรือมีสิ่งยึดหรือมีที่พึ่งที่เขายึดถือที่ยึดถือหรือที่พึ่งที่ยึดถือก็ได้นะที่ยึดถือก็ได้ศาสนาแต่ละศาสนาก็กำหนดที่ยึดถือหรือที่พึ่งขึ้นมา ที่ยึดถือหรือที่พึ่งของเขาแต่ก่อนแต่ไรเขายึดถืออะไรก็ตามแต่หรือก็พึ่งอะไรก็ตามแต่ว่าสิ่งนี้มันเป็นสิ่งที่เก่งเป็นสิ่งที่สูงเขาก็เอาสิ่งนั้นมาเป็นเครื่องช่วยหรือมาเป็นที่พึ่งลูกยึดถือพ่อแม่หรือพึ่งพ่อแม่เพราะพ่อแม่เก่งกว่าลูกเดี๋ยวนี้เป็นธรรมดาธรรมดานะเพราะฉะนั้นลูกก็ถือพ่อแม่เป็นศาสนาทีนี้เมื่อลูกหรือว่าเด็กโตขึ้นมาเด็กไม่ได้รับการสั่งสอนไปได้รับความรู้ไปได้รับความเก่งจากครูหรือจากอาจารย์สอนให้เด็กก็ไปพึ่งหรือไปยึด ครูประยุทธ์คืออาจารย์เริ่มโตขึ้นนี่ก็เป็นที่พึ่งนี่เราพูดธรรมดาๆเข้าใจง่ายๆซะก่อนโดยที่เรียกว่ายังไม่แปลงร่างไปจนกระทั่งถึงสิ่งลึกลับนี่เป็นเหตุผลตามธรรมดาเป็นระดับๆเพราะฉะนั้นเราจะเรียกว่าเด็กมีพ่อแม่เป็นศาสนาก็ได้แล้วก็โตขึ้นมามีครูเป็นศาสนาก็ได้เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรายึดถือสิ่งที่เราพึ่งพาอะไรต่ออะไรเหล่านี้เมื่อมันโตขึ้นโตขึ้นโตขึ้นจนกระทั่งกลายไปพึ่งสิ่งที่เห็นตัวได้รู้ได้ชัดๆแล้วก็ไปหลงหรือไปยึดถือสิ่งที่ไม่เห็นตัวได้ด้วยก็ไปสมมุติเอาไปหลงเอาไปเข้าใจเอาเขาจิตไปผูกไปยึด เธอไปสร้างอัตตานั่นเองอัตตาคำนี้คือไปตั้งรูปร่างไปตั้งกองไปทำไอ้ที่ที่เราจะไปยึดไปถือขึ้นมาผู้นั้นก็ไปยึดถือไปสมมุติเอาภูเขาเอารูปวาดเอาผีเอาสางอะไรตอนแรกๆก็ไปยึดภูเขายึดเทวดาซะก่อนประยุทธ์ไม่ใช่ยึดเสียเวลาไอ้เทวดาเป็นรูปร่างที่ตั้งปั้นตัวปั้นตนแล้วก็มาสร้างชื่อนั่นแหละไปยึดพระอาทิตย์ที่เราไม่รู้จักเห็นแต่มันเป็นแสงสีแรงๆได้มีความเป็นกลางวันกลางคืนเปลี่ยนแปลงได้ยึดพระอาทิตย์และก็มายึดพระอาจารย์ยึดพระจันทร์แล้วก็มายึดสิ่งที่ใกล้เข้ามาอีกมายึดท้องน้ำมายึดน้ำมันเกิดได้มายังไงน้อน้ำมันเกิดมายังไงกับประยุทธ์ว่าไอ้น้ำนี่ประหลาดดี ยึดท้องน้ำยึดภูเขาสุดท้ายเข้ากับใกล้ตัวที่สุดก็มายึดเอาต้นหมากรากไม้ต่างๆยึดเข้าของนี้เช่นว่าพวกที่อยู่ในต้นหมากรากไม้แล้วแล้วพวกที่อยู่ในภูเขาอยู่ในถ้ำอยู่ในอะไรแล้วก็ยึดถ้ำยึดไอ้ตุ่มๆตอๆอะไรที่เป็นถ้ำว่าจะเป็นก้อนเป็นหินเป็นอะไรขึ้นมาอีกยึดเป็นของที่ใกล้ตัวเข้ามาใกล้ตัวเข้ามาเรื่อยแต่เป็นของที่ไม่มีวิญญาณไม่มีชื่อไม่มีรูปร่างไม่มีตัวตนอะไรแท้ๆตัวตนคำนี้หมายความว่าไม่มีวิญญาณจริงแต่เราก็เอาวิญญาณของเรานี่แหละไปสอดใส่สิ่งเหล่านั้นแล้วก็ไปยึดถือเป็นที่พึ่งถ้าเรายึดถืออะไรจริงสิ่งนั้นจริงทุกอย่างคนถือยึดถือพระอาทิตย์ถือว่าพระอาทิตย์มีวิญญาณหรือมีอะไรที่มีฤทธิ์มีเดชช่วยเขาได้มันช่วยได้เหมือนกัน ไปยึดถือเอาพระจันทร์ไปยึดถือเอาภูเขาไปยึดถือเอาแม่น้ำจนกระทั่งมายึดถือเอาก้อนหินตะกอนหนึ่งก็ยึดถือได้และเป็นจริงเหมือนกันยังศาสนาอิสลามเพราะยึดถือเอาก้อนหินก้อนหนึ่งศาสนาอิสลามมีใครเคยได้ยินเขายึดถือก้อนหินก้อนหนึ่งแล้วก็หนีก่อนนั้นเขาเรียกว่ากระบะกระบะอยู่ที่เมืองเมกกะเนี่ยแล้วก็สร้างโรงภาพในนั้นไม่มีอะไรหรอกมีก้อนหินก้อนนี้แหละเพราะงั้นก็ไปเมือง me เขาจะไปทำไมเขาจะไปจูบก้อนหินก้อนนี้กันพวกศาสนาอิสลามเข้าไปถึงก็จะต้องไปจูบเดินเรียงแถวคิวเขาต้องเปิดเป็นเวลาเปิดแล้วต้องปล่อยโอกาสให้พวกนี้ก็ไปบอกไปแล้วก็ไปจูบก้อนหินก้อนนี้จบก็จะสึกหมดบางทีก็สึกเข้าไปเยอะแล้วเดี๋ยวนี้ จูบกันอยู่ก้อนหินก้อนนี้ก้อนหินดำๆดำดำอาตมาไม่เคยเห็นนะแต่เขาเล่ามาฟังเขาเล่ามาไอ้นี่ยกตัวอย่างที่ไฟขึ้นมาหน่อยให้ฟังประกอบเท่านั้นเพราะว่าไอ้นี่เขามีมีตัวตนขึ้นมาอย่างนี้แล้วสมัยโบราณนั่นน่ะเขายึดแม้แต่ก้อนหินที่มันอยู่กับที่เหมือนกับคนสมัยพวกเราเนี่ยพวกชาวป่าชาวเขาชาวไร่ชาวนาเดี๋ยวนี้คนไทยเนี่ยยึดจอมปลวกยึดก้อนดินเลยว่าเนินดินอะไรเขาก็ยึดกันเหมือนกันนั่นแหละเขาก็ยึดพวกนี้พอยึดมาแล้วเขาก็ให้ประโยชน์เพราะว่าของมันได้ประโยชน์อะไรต่ออะไรของเขาเป็นความสบายใจของเขาแล้วก็คิดว่ามันให้ประโยชน์ไอ้การให้ประโยชน์คือมีฤทธิ์มีเดชจะทำให้เขาทำมาค้าขึ้นหรือว่า อาชีพปลาร่ำรวยหรือว่าอยู่ดีกินดีไม่เจ็บไม่ป่วยไม่ไข้อะไรก็ตามแต่ที่จะทำให้ตัวเองนั้นพ้นทุกข์ในการเกิดมาเป็นคนมีร่างกายนี้มีภัยทางธรรมชาติมีภัยทางเชื้อโรคมีเกิดแก่เจ็บตายนี่เก่งนี่เองแล้วก็มีเกิดก็คือหาเรื่องมากินให้กินนี่คือหาเรื่องทำให้ตัวเองเกิดอยู่ไม่ตายให้กินนี่เรียกว่าเกิดเกิดก็กินนี่แทนกันได้นะอาตมาพูดมาหลายทีแล้วพยายามเข้าใจให้ได้ว่าเกิดกับจิตนี่มันแทนกันได้เรากินเราจึงเกิดอยู่ทุกเวลาถ้าเราไม่กินมันก็เหี่ยวลงทุกเวลาไปเดี๋ยวก็ตายเพราะฉะนั้นกินนี่แทนเกิดได้เกิดแก่เจ็บตายแก่คือร่วงโรยไปแล้วเราก็พยายามที่จะแก้ไขกันสมัยนี้แก้ไขมากสมัยดึกดำบรรพ์หรือสมัยโบราณ ไม่เข้าใจขายกันเท่าไหร่หรอกแต่เขาแก่ๆไม่เป็นเดี๋ยวนี้แก้แก่กันหนังเหี่ยวเขาก็ไปดึงที่หนังยอดให้หนังหายเหี่ยวไอ้ตรงไหนตรงไหนมันปลูกมันก่อนฟันมันหลุดมันแก่แล้วมันร่วงโรยออกมาก็เอาฟันมาใส่ใหม่ตาเธอไม่ดีก็ไปใส่เล่นใหม่ไปเปลี่ยนใหม่ไปทำอะไรใหม่แม้ตาบอดก็ไปเจาะใส่ใหม่อะไรอย่างนี้เขาแก้ไขกันในพวกนี้แก้ไขด้วยทางที่เรียกว่าเอาชนะธรรมชาติแต่แท้จริงมันก็ชนะได้ชั่วคราวเขาแก้ไขกันไปเรื่อยๆโดยการที่เรียกว่าห่วงการเกิดแก่เจ็บตายหรือบำบัดการเกิดแก่เจ็บตายไม่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงไปอยากให้มันเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดอยู่ไม่มีดับร่างกายก็ไม่มีดับและหนังเรื่องที่จะให้มันเกิดอยู่อย่างนั้น ทุกอย่างให้มันเกิดอยู่อย่างนั้นไม่ให้มันมีวันที่จะไปโค้งลงเกิดก็คือมันทวีขึ้นทวีขึ้นทวีขึ้นไม่มีการที่จะเสื่อมสลายลงไม่มีไปสู่การดับไม่มีให้มันทวีขึ้นอยู่เสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอหรือยังไม่ไอ้นั่นเลยถ้ารักหรือพอใจเต็มที่แล้วขณะนี้ดีที่สุดแล้วเขาก็ยึดว่าใครขอให้มันเป็นอยู่อย่างนี้อย่าให้มันเปลี่ยนแปลงสลายไปขอให้มันคงตัวอยู่อย่างนี้นี่เร็วกว่าการยึดถือหรืออัตตาเขายึดถือตัวตนเขายึดถืออย่างนี้เมื่อเข้าไปยึดถือสิ่งอื่นที่เรียกว่าศาสนาหรือที่พึ่งที่ยึดถือก็คือให้สิ่งที่ยึดถือหรือที่พึ่งสิ่งนั้นมันทำให้ตัวเราเองตัวตนของเราเองให้เป็นอยู่อย่างที่เราชอบเป็นอยู่อย่างที่เราเองนี่มุ่งหมายหรือยึดถือไว้นี่ อยากให้เสื่อมสลายหรือขายหรือเปลี่ยนแปลงไปเลยเขาจะทำอย่างนี้เสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเพราะฉะนั้นแม้ไปพึ่งสิ่งอื่นที่เรียกว่าศาสนาหรือเรียกว่ายึดถือสิ่งอื่นที่อาตมาอธิบายมาแล้วเป็นพระอาทิตย์เป็นพระจันทร์เป็นภูเขาเป็นอะไรย่นย่อใกล้เข้ามาจนกระทั่งถือลดต้นขามากมายนี่ก็ตามแม้ที่สุดเขียนรูปขึ้นเขียนรูปวัวเขียนรูปช้างอะไรก็ไม่ยึดถือลูกวัวลูกช้างคนนั้นได้เหมือนกันและก็เขาก็เคารพกลุ่มหัวลูกช้างอะไรของเขามาได้เหมือนกันเป็นต้นเป็นลัทธิศาสนาหรือลัทธินี่มันภาษาเดียวกันลัทธิมาจากคำว่าลลิงบวกผิดทิศแปลว่าความตัวแสดงผลที่เก่งลัทธิตัวแสดง ที่แปลว่าความเก่งอิทธิพลแปลว่าความเก่งลลิงประกอบเข้ามาเป็นคำว่าลัทธิลอลิงบวกอิทธิก็เป็นลัทธิไอ้ตัวลัทธิเนี่ยมันแปลว่าสิ่งที่ก่อเกิดขึ้นมาแล้วมันเป็นตัวเก่งเรียกว่าตัวเก่งมันมีตัวตนอิทธิพลของความเก่งลัทธิแปลว่าตัวเก่งนะฟังให้ดีนะมันมีตัวขึ้นมาแล้วสิทธิเป็นจะเป็นจะเป็นเรียกว่าเป็นกิริยาก็ยังได้แต่ลัทธิเป็นนามขึ้นมาแล้วเป็นตัวเก่งไอ้ตัวเก่งอันนี้แหละคำว่าลัทธิก็คือสิ่งที่ประกอบขึ้นมาแล้วถ้ามีผู้ใดทำสิ่งนี้ขึ้นมาให้เห็นว่าเก่งให้เห็นว่าที่จะช่วยคนได้เป็นผู้ที่เลือกอะไรเอา มาให้คนยึดถือได้เป็นผู้ที่เลือกเอาสิ่งนี้มาให้คนพึ่งได้ไปค้นหาอะไรต่ออะไรหรือค้นคิดก็ตามหรือเข้าไปทำความเข้าใจเอาว่าอย่างนี้อย่างนี้เป็นที่พึ่งที่ดีคนนั้นก็เป็นผู้ที่สร้างลัทธิขึ้นหรือเป็นเจ้าลัทธิขึ้นมาเจ้าลัทธินี้เป็นคนธรรมดาและตอนนี้นอกจากจะเป็นเราไปคิดเอาเองไม่มีใครเป็นเจ้าตอนนี้เกิดมีคนเก่งขึ้นมาแล้วสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาแล้วก็มาอธิบายให้คนอื่นก็ฟังว่าไอ้นี่เก่งนะอย่างนี้ช่วยเราได้อย่างนี้นะเกิดมีเจ้าของศาสนาเกิดมีเจ้าของศาสนาหรือเจ้าของที่พึ่งหรือเจ้าของที่ยึดถือโดย ทีนี้เจ้าของอย่างนั้นก็เกิดมีการสมมติ 1 สมมุติว่ามีตัวตนโดยที่คนอื่นไม่เห็นตัวตนด้วยเราเองเป็นคนเห็นตัวตนอันนั้นก็สมมุติขึ้นมาอย่างหนึ่งเรียกว่าไม่มีตัวตนเลยอีกอย่างหนึ่งเรียกว่ามีตัวตนฟังให้ดีนะหรือแยกแยกเป็นสองฝ่ายอย่างที่มีตัวตนนั้นเขาไม่เอาเลยไม่สมมติอะไรเลยแต่ตัวที่ไม่สมมติอะไรเลยนี่มันเกิดทีหลังที่สุดเลยแต่ตอนแรกที่สุดในสมัยดึกดำบรรพ์นั้นจะมี 2 ประเภท 1 เรียกว่าไม่ยึดถือตัวตนที่เป็นตัวตนเราเรียกว่าเทวะนิยม อีกอันนึงยึดถือตัวตนที่มีตัวตนนอกจากมีตัวตนแล้วตั้งชื่อพระเข้าไปให้ด้วยเรียกว่าเทวนิยมเทวนิยมเทวนิยมก็เลยตั้งชื่อเข้าไปเลยอย่างพระอาทิตย์อย่างนี้แต่ก่อนเขานับถือพระอาทิตย์โดยที่ไม่ต้องตั้งชื่อเขาไปตั้งชื่อเขาไม่อะไรเขาเห็นแล้วเป็นสภาพเป็นแสงสีเป็นดวงกลมๆนี่แล้วเขาก็ไหว้พระอาทิตย์นี่โดยไม่ต้องตั้งชื่ออะไรเลยจนกระทั่งมาเกิดมีเจ้าลัทธิคือเป็นผู้ที่รู้เราเห็นแล้วดวงอาทิตย์นี้มีมีวิญญาณหรือมีเจ้ามีศีลมีตัวตนอย่างนั้นอย่างนั้นตั้งชื่อก็เลยพระสุริยาตั้งชื่อพระสุริยาเลยเป็นอย่างนั้นจนกระทั่งบานปลายเข้ามามากเขาก็เลยพระสุริยามีรถขี่ด้วยนะมีพระอาทิตย์ชักรถเวลาเขาจะเอาเดินทางมีพระอาทิตย์มามีรถ แล้วเป็นแสงไฟพุ่งแสงไฟมานะเอาแสงไฟมาสาดส่องให้ใจเราอะไรพวกนี้เขาก็จะบรรยายพวกนี้เรื่อยมามีตัวมีตนมีรูปมีร่างมีอะไรต่ออะไรมีชื่อมีเสียงอะไรขึ้นมาเรียกว่าเทวนิยมแล้วก็ยึดถือต้องอย่าไปขัดใจท่านนะขัดใจท่านคนเดียวท่านเองท่านไม่สาดแสงไม่สาดสีไม่สาดแสงสว่างมาให้ไม่ได้กินข้าวนะไม่ได้เกิดไม่ได้พูดอะไรนะอะไรต่างๆนานาพรุ่งนี้ผู้ที่เป็นเจ้าลัทธิพวกเนี้ยคิดคนคิดขึ้นมาคนคิดอ่ะรูปร่างสร้างอัตราสร้างชื่อเสียงทางสร้างพระชื่อให้ตั้งชื่อให้หนักๆเท่ากับแพร่ลูกแพร่หลานพระอาทิตย์มีเมียพระอาทิตย์มีลูกมีเต้าเข้ามีอะไรต่ออะไรเลยมีพระอาจารย์มีพระอะไรก็ตั้งชื่อมีพระพายมีเอ่อโอ้ยมีเพราะฝนพระวรุณพระอะไรเนี่ย พัดลมเพราะฝนอะไรขึ้นมาเลยต่างๆนานาตั้งชื่อตั้งเสียงไอ้สิ่งที่เป็นธรรมชาติต่อมามากมายก่ายกองขึ้นจนกระทั่งมีตัวตนแม้กระทั่งคนที่ไม่เห็นเลยอาการอะไรก็ตามแต่พระอัคคีเอยพระพิรุณเลยพระวายุพระพายุเอยพระอะไรกับพระอะไรต่างๆนานาสร้างมันก็ไปหมดตั้งชื่อจนกระทั่งมีลูกมีหลานแพร่กันออกมาอย่างที่ไม่มีตัวตนเลยจนกลายเป็นเทวนิยมที่ไม่จำเป็นที่จะต้องยึดถือไอ้สิ่งที่มันมีตัวตนยึดถืออย่างพระอาทิตย์มีตัวตนของพระอาทิตย์ที่เราตั้งชื่อมันแทรกแทรกเข้าไปในพระอาทิตย์พระจันทร์มีชื่อพระจันทร์แทรกพระจันทร์จนกระทั่งสิ่งไม่เห็นมีไฟมีลมมีดินมีน้ำตั้งชื่อพระคงคาพระแม่คงคาพระพิรุณ แทรกเข้าไปในฝนพระวายุหรือพระพายุพระพายก็ตามแต่แทรกเข้าไปในลมพระอัคคีแทรกเข้าไปในไฟจนกระทั่งแทรกเข้าไปในสิ่งที่ไม่มีตัวตนพวกนี้ได้ถือว่าคลอดลูกคลอดหลานทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของที่โยงใยเกี่ยวข้องกันมาคนนี้ผสมพันธุ์กับคนนี้มีลูกเป็นคนนี้พระอาทิตย์ผสมพันธ์กับพระจันทร์มีลูกเป็นพระอะไรของเขาก็อาตมาก็ไม่ได้อยากจะจำมานะที่เค้าว่ากันเป็นสูตรหรือเป็นนิยายของเขาที่แล้วแต่เจ้าลัทธิคนนั้นคนนั้นเขาจะคิดสร้างเขาจะคิดฝันเขาจะคิดสร้างตระกูลอะไรขึ้นมาก็ตามแต่แล้วเขาก็เอาฤทธิ์ต่างๆหรือว่าอิฐที่ต่างๆให้แก่พระพายมาให้แก่พระอัคคีมั่งให้แก่เพราะพาย ให้แก่พระอาทิตย์พระจันทร์อะไรบ้างต่างๆนานาชนิดต่างๆพวกนี้จะช่วยเราได้มันก็มาบอกพวกเรามาบอกคนต่างๆนี่พวกนี้นะเข้าใจนะถ้าพระแล้วก็ให้ฤทธิ์ชุ่มเย็นนะถ้าพระอัคคีแล้วให้ฤทธิ์ร้อนนะถ้าจะอ่าพระอะไรพระพายุพระอะไรต่างๆนานาเอ้ยเข้าพิรุณจะให้น้ำร่มเย็นอะไรแก่เรานะอะไรเขาก็แล้วแต่สมมุติให้มันใกล้เคียงกันขึ้นมาเรื่อยๆแล้วคนก็ไปยึดถือยึดถือตอนแรกอ่ะเพราะภายในเพียงว่าเออท่านให้ผลแก่เรานะเพราะพายุท่านให้นมกับเรานะถ้าไม่ไปแก่เรานะต่อมาก็เอาท่านไปใช้ต่างๆนานาซัพพลายก็ไม่ใช้จะแก้ให้ลมแก่เรานะพระขี่ไม่ใช่ให้แค่ไปให้แก่เรานะเอาไปให้ฤทธิ์ต่างๆนานาด้วย ชั่งน้ำหนักเข้าให้ลิฟท์ช่วยรักษาโรคก็ได้นะเพราะว่าคนมันมีโรคเกิดแก่เจ็บตายอาตมายกตัวอย่างแต่ต้นแล้วรักช่วยพระอัคคีภัยอายุช่วยให้คลอดง่ายก็ได้นะเวลาเกิดนอกจากนั้นพระพิรุณพระคงคาช่วยให้เราทำมาหากินขึ้นด้วยนะปลูกผักปลูกหญ้าแล้วเราบนบานศาลกล่าวท่านจะทำให้ต้นไม้ของเราสูงก็ได้นะมีผลไม้รากไม้ดีขึ้นมาก็ได้ด้วยนะก็อยู่แยกกันเกินขอบเขตออกไปหนักเข้าพระอัคคีมาช่วยให้เรามีผลไม้มากมายอุดมก็ได้นะมันไม่เกี่ยวกันแล้วตอนนี้ถ้าพระพิรุณช่วยผลไม้รากไม้ก็พอได้นะถ้าเอาที่มาช่วยให้มีผลไม้รากไม้ ก็เป็นไปได้นะเขาเชื่อกันจนหลงถึงขนาดนั้นเพราะอัคคีจะช่วยอะไรถ้าเอาจริงก็โอเคก็เผาป่าเผาสวนเผาไร่เท่านั้นเองถ้าจะให้จริงกับพระพิรุณน้ำนี่จะให้หรือพระคงคาก็ยังจะช่วยให้ต้นไม้งอกได้นี่แหละเรียกว่ามันหลงก็จนกระทั่งไปยึดถือแล้วแต่จะไปยึดถือแต่ถ้าผู้ใดยึดถือจริงนะว่าไอ้นี่เป็นที่ยึดถือไอ้นี่เป็นที่พึ่งจริงเขาพึ่งพระอัคคีคือไฟแล้วบอกว่าพระอัคคีนี้จะช่วยให้ต้นไม้เรางอกงามได้แล้วเขาก็บนบานศาลกล่าวแก่พระอัคคีมาแล้วกันเพราะอัคคีช่วยให้ต้นไม้งามได้จริงๆเหมือนกันนะมันแปลกไหมมันแปลกไหมที่จริงเพราะฝนหรือพระพิรุณนี้จะช่วยให้ผลไม้หรือต้นไม้งอกงามได้มันจริงพอใกล้เคียงล่ะเพราะว่าฝนก็ตกลงมาให้ต้นไม้งอกงามจริงแต่พระอัคคีเนี่ยมันชักแปรรูป แต่เขาก็ไปยึดถือเขาก็ไปถือเป็นที่พึ่งแล้วเขาก็บนบานศาลกล่าวให้สินบนอ่าถวายหมูเห็ดเป็ดไก่แก่พระอัคคีแล้วก็บอกว่ามีฤทธิ์พระอภัยมณีจิตของเขาไปยึดมั่นถือมั่นจิตก็เข้าไปบูชาไปผูกเอาไว้ว่าอันนี้จะมีฤทธิ์แล้วมันมีฤทธิ์ได้เหมือนกันมีได้เหมือนกันนะรู้สึกว่าแผลผลไม้มากมายมันงอกงามแล้วก็มีกะจิตกะใจโอ้ยเราหาวิธีเลยเอาน้ำมาใส่เอาอะไรมาบำรุงมันดูแลมันวันยังค่ำคืนยังลูกมีเมตตาให้มันน่ะสมัยนี้ออกแบบออกลูกมาว่าเราเมตตาต้นไม้หน้าแผ่เมตตาให้มันแล้วต้นไม้จะงามจริงเหมือนกันมันมีแปลกหรอกเรารักมันเราก็ชอบมันทำมันก็ครบกำหนดมันดูมันทุกวันๆอันไหนมันเหี่ยวแล้วก็รู้ว่าไอ้นี่เหี่ยวแล้วนะไอ้นี่มันไม่บริบูรณ์แล้วนะไอ้นี่มีด้วงกินไอ้นี่มีเมียไอ้นี่มีหนอนมันก็รู้มันก็เห็นมันก็ปรากฏ สวยขึ้นน่ะสิมันจะไปประหลาดตรงไหนอ่ะแต่สมัยก่อนไม่รู้เรื่องเหตุผลเหล่านี้รู้แต่ว่าเออนี่เห็นเป็นฤทธิ์ด้วยไปเห็นว่าตายพระอัคคีช่วยต้นไม้เราสูงแล้วภาคีช่วยต้นไม้เราบริบูรณ์แล้วพอเห็นหนอนเก็บหนอนทิ้งด้วยมือตัวเองก็ไม่เคยรู้เรื่องไม่เคยคิดนะมันเหี่ยวเฉาว่าเอ๊ะทำไมมันเหี่ยวเฉาตอนนี้มันไม่ไปเกาะตรงนี้มันไม่ดีตอนนี้แดดไปตอนนี้ไม่ล้มไปอะไรต่างๆนานาตัวเองนั่นแหละได้เป็นคนดูแลประคบประหงมแต่ตัวเองไม่เข้าใจในสิ่งเหล่านั้นก็เป็นยึดถือว่าโอ๊ยภาคที่ช่วยเราเขาพายุช่วยเราเพราะพิรุณช่วยเราอะไรต่างๆนานานี่แหละคือศาสนานี่แหละคือที่ยึดถือนี่แหละคือที่พึ่งเขาจะยึดถือเขาจะมีที่พึ่งเหล่านี้มาเรื่อยๆจนกระทั่งหนี้ยายของพระพิรุณก็กลายบานปลายขึ้นมานี่ยายของพระอัคคีกับบานปลาย นิยายของพระสุริยาบานปลายขึ้นมาพระอาทิตย์นิยายของพระคงคาก็บานปลายขึ้นมานิยายของอะไรบานปลายจนกระทั่งมาตั้งชื่อเทวนิยมแท้ๆมีพระศิวะมีพระนารายณ์แต่ก่อนจะเกิดพระศิวะพระนารายณ์นี้อาตมาต้องพูดถึงพระพรหมซะก่อนเพราะผมเกิดก่อนพระศิวะพระนารายณ์เขาก็มีพระพรหมขึ้นมามีอะไรขึ้นมาก่อนแล้วก็ยุทธภพนี่เองเป็นผู้บันดาลใหญ่กว่าทุกอย่างใหญ่กับพระอัคคีใหญ่กว่าพระพายใหญ่กว่าพระพิรุณใหญ่กว่าพระคงคาเขาก็สร้างกันคืออาจารย์องค์นี้เจ้าลัทธิองค์นี้บอกว่ายึดถือแค่พระพรหมนะเพราะยึดถือแค่ภาพถ่ายนะอาจารย์วันนี้บอกยึดถือแกก็หักบัญชีนะอาจารย์คนนี้บอกยึดถือกับพระสุริยานะเขาก็อาจารย์องค์ใหม่ที่เป็นเจ้าลัทธิเค้าบอกเอ้ยไม่ วัวเห็นคนที่เก่งกว่าเว้ยว่าเห็นเทวะที่เก่งกว่าเว้ยอาจารย์องค์นี้เทวะองค์ที่เก่งกว่านี้เป็นพ่อของพระอาทิตย์ด้วยเป็นพ่อของพระพรายด้วยเป็นพ่อของพระอัคคีด้วยเป็นพ่อของพระคงคาพระอะไรหมดเลยพระองค์นี้ตั้งชื่อใหม่เลยคือพระพรหมนี่แน่สร้างโลกทั้งโลกสร้างทุกอย่างสร้างพระอาทิตย์สร้างทุกอย่างเลยเด็ดไหมเจ้าลัทธิที่จะเอาชนะกันเองเข้าใจมั้ยเจ้าลัทธิที่จะเอาชนะกันนั่นเองเป็นผู้ที่สร้างตัวตนที่ใหญ่กว่าใครไม่รู้ด้วยนี่แต่เขาคิดว่าเขาเองก็ฝันของเขาเองก็โมเมนเข้าเองก็บอกเพื่อเขาจะสร้างตัวเขาให้ใหญ่กว่าคนอื่นคนนี้นับถือแบบว่าพระพายคนนี้นับถืออัคคีกลัวนี่เป็นพ่อของภาคีเว้ยเจ้าที่ใหญ่กว่าโอ้เห็นแล้วด้วยเชื่อว่ามาก็เห็นแล้ว เจ้าที่สร้างแม่พระพรหมสร้างแม่พระพายสร้างแม้พระไฟสร้างแม้พระสุริยานี่แหละเจ้าใหญ่กว่าเว้ยหรือมาเรานับถือลัทธิบัวดีกว่าหรือมารับนับถือลัทธิโอนดีกว่าศาสนาแห่งเจ้าลัทธิพระพรหมจึงใหญ่แล้วก็รวมหมดเลยรวมเทวะต่างๆเนี่ยจะเป็นเทวดาพระพายพระอัคคีพระคงคาพระอะไรต่างๆนานาจะเป็นลูกเป็นหลานที่เขาแตกแยกออกมาอีกเยอะแยะเลยถ้าใครเรียนประเภทนิยายของพวกเทวาต่างๆเนี่ยมันมีให้ศึกษามากมายเพราะเห็นว่าเจ้าลัทธิต่างๆเนี่ยของตัวก็สร้างขึ้นมากลุ่มนึงเพราะตัวสร้างไว้กลุ่มนึงฮ่าๆๆอาทิตย์นี้ก็ต่อต่อมีเหตุการณ์นิดหน่อยนะเอ้าต่อ เมื่อเจ้าลัทธิต่างๆเนี่ยสร้างความเก่งขึ้นมาแต่ให้แก่ตัวแก่ตัวนี่ดึกดำบรรพ์มากนะอาตมาพูดถึงผู้ท

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน