150429 สัมมาสมาธิ-พ่อท่าน-วัดมหาธาตุ.txt
เนื้อหาในไฟล์
เมื่อเป็นอสุจิเพราะฉะนั้นถ้าใครได้เคยฟังว่าพระพุทธเจ้าท่านตรัสเสมอว่าศีลสมาธิปัญญาหรือท่านตรัสว่าอธิศีลอธิจิตอธิปัญญาแล้วก็ใช้คำถ้าใครอ่านแล้วอธิจิตนี่มันเกี่ยวทำไมมันไปอยู่ช่องเดียวกันกับสมาธิศีลสมาธิปัญญาเมื่อปฏิบัติแล้วจะเป็นอธิษฐานอภิสิทธิ์อภิปัญญาก็เพราะอย่างนี้แหละที่อาตมาอธิบายแล้วว่ามันจะต้องเกี่ยวเนื่องกันสมาธิอาตมาก็บอกแล้วไม่ใช่ไปนั่งหลับหูหลับตาหรือไปนั่งท่องพุทโธพุทโธสมัยพระพุทธเจ้าไม่มีหรอกท่องพุทโธท่องสัมมาอะระหังอะไรไม่มีทั้งสิ้นไม่มีอาตมาจะพูดถึงเรื่องอานาปานสติหรือว่าพูดสภาวะแล้วก็พูดการปฏิบัติธรรมถึงท่านสมาชิกที่ต้องไปนั่งเพ่งพิจารณาอานาปานสติคือออฟฟิศพิจารณาลมหาย อาตมาจะพูดจะอธิบายแล้วพูดแล้วอธิบายอันที่ท่านพุทธทาสท่านพิมพ์ออกมาด้วยนะอย่างที่อาจารย์ของคุณไสวนี่แหละเป็นผู้นำเพราะว่าละเอียดแต่ที่จริงก็ไม่ใช่เอามาจากอะไรเอามาจากพระไตรปิฎกแล้วจะมาจะเอามาแจกกันอานาปานสติเนี่ยที่จะไม่ใช่ท่านหลับตาลืมตาก็พิจารณาได้ลืมตาก็ปฏิบัติอานาปานสติได้นะท่านละเอียดเลยพูดกันในเรื่องขณะนี้เรื่องของสมาธิเนี่ยจบไปนี้ครับแล้วก็ต่อเลยอานาปานสติไปกันเรื่อยๆอธิบายให้ฟังอย่างนี้อยากจะหลับตาก็ได้อยากจะลืมตาก็ได้ไม่เป็นไรนะอาตมาจะอธิบายสู่ฟังแล้วก็เอาสภาวะออกมาชี้ที่เลยบางคนที่มาแล้วจะได้รู้ว่าตัวเองนี่ไปเล่นนิ้วเล่นละครอยู่กับแสงสีอะไรต่ออะไรยังไงบ้างจะได้รู้สักทีว่ามันไม่ใช่ปัญญาเพราะจะมาที่ไม่ได้แปลว่าเป็นนั่งเล่นละครสมาธิ แปลว่าทำให้เกิดอย่างยิ่งอย่างนั้นเนืองๆเป็นคำว่าธรรมะดวงอาทิตย์อาทิแปลว่าอย่างยิ่งหรือยิ่งขึ้นทำให้เกิดอย่างนั้นยิ่งขึ้นหรืออย่างยิ่งเนืองๆธรรมะแปลว่าเนืองๆหรือแปลว่าเสมอเสมอนั่นเองจำง่ายๆธรรมะก็คือเสมอๆนะเพราะฉะนั้นอย่าเข้าใจคำว่าสมาธิว่าหลับตาหรือว่าไปที่ทำหลัก
อ่านต่อ
หูหลับตาอะไรมากมายเกินไปนักเพราะจิตเป็นจิตที่สูงขึ้นเป็นจิตที่ได้อบรมดีแล้วอาตมาวงเล็บคำว่าอบรมว่าภาวนาไว้ด้วยเป็นจิตไม่ได้อบรมได้ภาวนาภาวนาคือทำให้เกิดอบรมจริงๆทำให้เกิดจริงๆรู้สภาวะจริงๆไม่ใช่เอาแต่พูดนะและเมื่อจิตนี้ตั้งมั่นแน่วแน่เป็นจริงไม่หันกลับมาละเมิดศีลที่ตนได้ตั้งใจ รถเบนซ์เลิกรักนั้นๆแน่แล้วนี่หมายความว่าคนที่ปฏิบัติศีลจนกระทั่งไม่วนไม่หันกลับมาอีกเราจะเลิกฆ่าสัตว์เราก็เลิกฆ่าจริงๆเป็นสุจริต 3 หมายความว่าไม่มีทั้งกายวาจาและก็ไม่มีทั้งมโนที่จะไปฆ่าสัตว์เราก็เป็นไปได้จริงเป็นที่สุดที่ศีลอย่างจริงเราจะไม่หันกลับมาจริงตามที่ตั้งใจตั้งใจงดเว้นเลิกละแล้วนั้นๆแล้วเนี่ยแล้วอาทิตย์อย่างนี้แหละเรียกได้อย่างตรงอย่างถูกเลยว่าจิตเป็นสมาธิแล้วขนาดนั้นของคนผู้นั้นอาตมาใช้คำว่าขนาดนั้นของคนผู้นั้นคือผู้ใดที่ทำได้จริงจังแค่ไหนคนนั้นก็ได้จริงจังแค่นั้นเป็นต้นว่าอาตมาจะยกตัวอย่างกาเมสุมิจฉาจารให้ฟังกาเมสุมิจฉาจารท่านหยาบที่สุดก็คือว่า อย่าไปพูดผิดไปเมย์ไปผิดเมถุนทำกับคนอื่นที่เขาไม่อนุญาตไม่ได้หมายความว่าคู่ผัวตัวเมียเท่านั้นนะลูกของคนอื่นที่เขามีพ่อแม่เขาถือสิทธิเป็นเจ้าของอยู่ก็รู้ล่วงละเมิดไม่ได้อย่าว่าแต่ว่าผัวเขาเมียเขาคนที่ยังไม่แต่งงานก็ยังล่วงละเมิดไม่ได้ถ้ามีพ่อแม่คุมอยู่เป็นเจ้าของอยู่คือเป็นสามีสามีนี่หมายความว่าเจ้าของเพราะงั้นพ่อแม่เป็นเจ้าของลูกเขายังไม่อนุญาตเป็นลูกระเบิดลูกเขาโดยที่เรียกว่าเขายังไม่ได้ยินยอมตกลงจะแต่งงานหรือว่าให้ไปล่วงละเมิดได้ผิดตามธรรมชาติข้อนี้เหมือนกันของโลกนะทีนี้อย่างที่บริสุทธิ์ที่สุดที่อาตมาว่านี่บริสุทธิ์ทั้งกายทั้งวจีทั้งมโนคือกาย ล่วงละเมิดคนที่เขาไม่อนุญาตไม่ไปล่วงละเมิดผิดผัวผิดเมียใครอะไรอย่างนั้นจริงเพราะว่าเราไม่เคยมีโอกาสเลยแต่วาจายังพูดและและเล็มๆอยู่ไม่ได้ยังไม่บริสุทธิ์ได้กาเมสุมิจฉาจาราเห็นคนนั้นคนนี้ก็ยังจีบผัวเขาเมียเขาอะไรก็ไปจีบเขาอยู่อย่างนี้ไม่ได้ยังไม่บริสุทธิ์ได้วาจาเรียกว่ายังไม่บริสุทธิ์ศีลข้อนี้ด้วยวาจาและแม้ที่สุดใจตัวเองนี่แหละเห็นเมียเขางานก็จะบอกอย่างนี้เรียกว่ายังไม่บริสุทธิ์ด้วยศีลยังไม่บริสุทธิ์ในศีลใจมันยังไปและเล็มเขาอยู่ปากไม่กล้าพูดแล้วบริสุทธิ์ได้กลายบริสุทธิ์ที่อาจารย์แล้วให้จิตใจไม่ต้องการด้วย ใจไม่ต้องการด้วยนะถ้าจิตใจมันยังแลและเล็มๆอย่างนี้อยู่อาตมากล้าท้าได้เลยถ้าใครใจยังเละๆเล็มๆอย่างนี้อยู่แล้วล่ะก็ถ้ามีโอกาสเหมาะๆเรียกว่าเป็นโอกาสอันเลิศเกิดทุกข์แหมคนงามคนนี้หรือเมียเขาคนนี้เกิดไปอยู่ลำพังสองต่อสองกับเราขึ้นมาในที่ที่รโหฐานเรียกว่าที่ที่เร้นลับอย่างดีเลยเป็นช่องเป็นโอกาสแล้วก็เกิดเมียเขาคนนั้นเกิดกินเป็นใจสักนิดหน่อยแล้วก็หยาบคนนี้ดูซิว่าจะไหวไหมห๊ะจะไหวไหมไม่ไหวเรารับรองตบะแตกเปรี้ยงเลยแตกโป้งเลยแต่จริงๆ แต่ทีนี้คนที่นั่งๆอยู่แล้วเนี่ยใครๆต่อใครมายืนยันนักหนาวะตัวเองบริสุทธิ์แล้วศีล 5 โอ้ยผมถือศีล 5 บริสุทธิ์แล้วยังไม่ได้จังหวะได้จังหวะไปอยู่กับเมียใครงามๆแล้วโอกาสหน้าตัวเองแน่หรือเปล่าอยากจะลองดูดิแน่จริงหรือเปล่ายังไม่แน่นะมันจะต้องอย่างนั้นจริงๆถึงจะบริสุทธิ์หรือมีจุดที่ 4 ถึงจะบริสุทธิ์พิเศษมีส่วนที่ 4 ถึงเรียกว่าวิสุทธิใจไม่เอาด้วยไม่เห็นแลบไม่เอาใจไม่แลกเพราะฉะนั้นถ้าขนาดคนที่ยังป่ายังเละเลยมันก็อยู่นี่อย่าเลยไม่ได้ไม่ได้ไม่ได้พิสูจน์ที่ศีลหรอกนะเป็นแต่เพียงว่ารักษาได้อย่างศิลปะปรามาสหมายความว่าแบบศีลไม่อยู่ยังไม่บริสุทธิ์ยังด่ายังพลอยยังทะลุยังไม่เป็นอริยสัจ 4 ยังไม่เป็น พื้นที่พระอริยเจ้าท่านพอใจแล้วอริยสัจ 4 คืออริยะพระอริยะท่านพอใจแล้วเรียกว่าอย่างนี้แหละเรียกว่าบริสุทธิ์เพราะอริยะท่านจะชี้ให้ว่าอย่างนี้แหละบริสุทธิ์ยังไม่ใช่ขั้นที่ยังพอใจเพราะฉะนั้นยังด่างยังคอยอยู่นี่เองนะนี่เรียกว่ายกตัวอย่างให้ฟังถึงว่าศีลที่มันจะทำให้จิตของเราบริสุทธิ์เพราะฉะนั้นจิตที่จะอธิษฐานจริงๆคือจิตไม่แลปจิตไม่แลบจิตไม่สะดุ้งสะเทือนจิตไม่หวั่นไหวจิตไม่หวั่นไหวอย่างนี้สิถึงเรียกว่าจิตว่างแท้ซึ่งเรียกว่าจิตว่างแท้นี่แหละถึงเรียกว่าจิตบ้างอย่าไปบอกว่าจิตว่างๆแต่ยังเสพอยู่จิตว่างๆอยู่แล้วมันเป็นสภาวะที่เรียกว่าโกหกหรือว่าหาที่พักให้ตัวเองนิดเดียวเท่านั้นเองโกหกตัวเอง แต่เวลาถึงเข้าสนามจริงๆไม่ว่างแล้วฉันไม่เอาหรอกตีรันฟันแทงเลยนี่มันจริงอย่างนั้นนะเพราะงั้นจิตที่ขาดจริงๆจิตที่มันว่างลงจริงๆจิตที่มันไม่ปรุงจริงๆจิตที่มันดับจริงๆมันนิโรธจริงๆมันไม่ตื่นขึ้นอีกแล้วน่ายังไงมันก็เฉยๆจริงๆแล้วนี่แหละเรียกว่าแท้เรียกว่าอาทิตย์จิตแพ้นะเพราะฉะนั้นคนที่ปากเราโป้งโป้งโป้งที่สุดที่สุดที่วิสุทธิแต่ยังไม่ได้โอกาสนะอาตมากล้าพูดถ้าได้โอกาสแล้วมันไม่มีสิทธิได้ง่ายๆหรอกอะไรนะเพลงเป็นซากศพเลยเหรอไอ้อาตมากลัวมันจะเสพด้วยจิตว่างก่อนและสร้างศพมาทีหลังอ่ะมั้งเออกลัวมันจะเจ็บซะก่อนเสพติดบ้านไว้ก่อน อาตมากลัวอย่างนั้นกลัวอย่างนั้นถ้าเผื่อว่าคนที่เขาไม่ต้องเพ่งเป็นซากศพนะคนที่เขาว่างจริงแล้วนะไม่มีทางเสพแล้วมันเป็นศพจริงด้วยใช่ไหมไม่ต้องเพ่งด้วยเกิดเป็นซากศพอย่างสีละคืออย่างปกติซะแล้วเห็นเป็นซากศพจริงๆแล้วซะด้วยเป็นปกติจริงๆเพราะมันไม่มีอี้ไม่มีแอร์เลยจิตสงบปฏิบัติอย่างดีจริงๆอุเบกขาเฉยใช่ไหมอยู่ออกไปเต้นกับเพลงละครเป็นคนเดียวจะยั่วแต่วิธียังไงก็ตามใจเฉยๆที่อย่างนี้ถึงจะเป็นแพ้ถึงจะเรียกว่าอาทิตย์จิตแพ้เพราะฉะนั้นคุณจะเอาปัญญาคุณเอาปัญญาขั้นไหนล่ะถ้าคุณจะเอาอธิปัญญานะคุณ จะต้องฝึกจิตให้เป็นอธิจิตถ้าคุณจะเอาปัญญาของคุณธรรมดาธรรมดาได้ปัญญาโลกียะปัญญาถ้าท่านโลกิยะปัญญายังไงก็ได้ไม่ต้องมาฝึกสีไม่ต้องมาฝึกสมาธิเพราะคุณเอาปัญญาธรรมดาธรรมดาปัญญาโลกียะปัญญาธรรมดาก็ได้แต่ถ้าจะทำปัญญาให้เป็นอธิปัญญาแล้วต้องทำศีลให้วิสุทธิให้เกิดอาทิตย์จิตจะส่งเสริมให้เกิดอธิปัญญาตัวอภิปัญญาตัวนี้จะเกิดได้ก็ต่อเมื่อเราต้องปรุงโพชฌงค์เมื่อจิตมันเป็นอดีตแล้วเนี่ยจิตมันจะเห็นจิตมันจะเห็นดีชั่วจิตมันจะเห็นอนิจจลักษณะจิตมันจะเห็นอนัตตาลักษณะจิตมันจะเห็นทุกข์ลักษณะเลยทีเดียวเมื่อมันเห็นแล้วมันไม่ปรุงทุกข์นั้นมันไม่ทำทุกข์นั้นมันเห็นแต่ความ ไหวเลื่อยไหลไปสิ่งนี้เราไม่เอาแล้วอย่างที่อาตมายกตัวอย่างมาว่าถ้าจะปรุงถ้าจะเสพผู้หญิงด้วยจิตว่างคนนี้ไม่ทำเหมือนกับส้มตำใส่พริกสัก 20-30 เม็ดอาตมาไม่ปรุงให้กินน่ะเพราะว่ามันมันมากไปมันโอเวอร์แล้วเป็นแบบนี้ผู้เดียวก็ท้องร่วงเดี๋ยวก็ท้องไส้เสียเดี๋ยวเป็นโรคกระเพาะไม่เอาอย่างนี้อย่าเลยนะอาตมาขอร้องมากินแค่พริก 10 เม็ดไม่อยากสูงสุดแล้วล่ะถ้าคุณติดรถมากๆก็เอาแค่ 10 เมตรสูงสุดเพราะฉะนั้นกลุ่มจึงไปเสพผู้หญิงนี่นะเกิน 20 เม็ดน่ะเกินส้มตำ 20 เม็ดแบบนี้มันยังติดมากติด 50 เม็ดแหมยังมันอย่างนี้อยู่ไม่ไหวละ 50 เมตรอย่างเงี้ยถ้ามาไม่ปรุงนะจะร่วมปรุงด้วยก็อัตราพอสมควรอัตราพอสมควรถ้าอัตราขณะนี้โอเวอร์โหลด ไม่ไหวน้ำหนักมันท่วมเรียกว่ามันเกินขอบเขตไปนี่เราต้องรู้อย่างนี้จริงๆอธิปัญญาจะรู้อนิจจลักษณะอนัตตาลักษณะทุกลักษณะจริงๆและรู้อกุศลและกุศลถ้าไปปรุงอย่างนี้เป็นกุศลไม่ได้ยั่วยังไงยังไงมันจะมีทุกข์ตามหลังไปเสพเข้าอย่างน้อยประเดี๋ยวตัวเราเองเชื่อดีติดเข้าเลยทุกข์อีกออกมาช้าแล้วพูดซะเป็นตัวยิ่งไปเป็นเมียเขาแล้วเลยผัวก็ตีเลยลูกคนนี้หน้าไม่เหมือนหน้าไม่เหมือนคนไหนเราไม่รู้ใช่มั้ยนี่แหละเป็นเรื่องใหญ่เพราะฉะนั้นต้องบอกว่าเราไม่เอาแล้วจะไม่เอาจริงๆจะเห็นอกุศลและกุศลอย่างแท้ไม่ได้เห็นด้วยปากแล้วไม่เสพด้วยเห็นอันนี้อันนี้จะลักษณะจริงๆเป็นซากศพจริงๆไม่ใช่ซากศพแบบที่ว่าพอเห็นปุ๊บต้องรีบ ซากศพนั้นเรียกว่าโยคะบุคคลเราต้องทำความเป็นโยคะบุคคลให้ผ่านให้เป็นเสขบุคคลจนเป็นอเสขบุคคลให้ได้ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วแต่แค่ติดแค่โยคะบุคคลปึกๆอยู่ไม่รู้ทางไม่รู้อะไรอยู่ยังแต่ฝึกฝึกมันก็ยังไม่แต่ถ้าฝึกโยคะบุคคลที่ได้สัมมาทิฏฐิไปก็ยังโก้นะยังพอมีโอกาสถ้าโยคะบุคคลผู้ได้มิจฉาทิฏฐิไปแล้วนี่แหมน่าสงสารจับใจจับจิตสงสารยิ่งกว่าเอาน้ำแข็งขั้วโลกเหนือมาใส่ที่หัวใจอาตมามันน่าสงสารอย่างนั้นเลยสงสารเหยียบลึกซึ้งอย่างนั้นเลยนะเพราะฉะนั้นมิจฉาทิฏฐิหรือสัมมาทิฏฐิจึงมันสำคัญมากถ้าไม่อย่างนั้นแล้วก็เลอะกันใหญ่ผู้ใดได้ภาวนาผู้นั้นได้ทำผู้นั้นได้อบรมจริงเป็นจริงและก็รับ เรียนรู้ขันธ์ 5 จริงๆด้วยการเสพด้วยการประพฤติปฏิบัติและก็อ่านมันทุกระยะจริงๆด้วยนะสิ่งใดมันจะปรุงแต่งน่ะมันจะต้องมีรูปแล้วมันก็จะต้องมีนามมีเราเรียกว่าเรียกหยาบๆเรียกหยาบๆเพราะฉะนั้นรูปก็คือกายของเราตัวเรียกว่าตัวผ่อนกายทั้งท่อนนี่แหละเรียกว่ารูปทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นเวลามันจะไปผัสสะเวลามันจะไปร่วมสังขารธรรมหรือร่วมทำปฏิกิริยาหรือว่าร่วมอ่าอะไรก็ตามแต่ถ้าติดอะไรก็ตามแต่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมามันก็จะเกิดสภาวะจิตของเรานี่ยกขึ้นมาผสมกันถ้าจิตของเราเปล่าๆว่างๆจิตของเราปรุงหยั่งรู้ลุงอย่างที่เรียกว่าไม่เกิดอุทธัจจะไม่เกิดกิเลสตัณหาเข้ามาร่วมด้วย จริงเป็นการปรุงขึ้นมาโดยสภาวะถ้าเอาพริกเผ็ดๆไอ้ธาตุพริกมันมีไอ้ความเผ็ดธาตุพริกนี่คือมันมีธาตุตัวจัดอันนึงมันมาแตะกับลิ้นของเราซึ่งเป็นสภาวะเซลล์ที่มันรับทำปฏิกิริยากับธาตุพิมพ์ออกมาจากพลิกได้มันทำปฏิกิริยาอย่างนั้นภาษาโลกเรียกว่าเผ็ดมันก็ต้องเผ็ดคนนี้รู้คนที่เป็นคนคนกินนี่รู้รู้ว่าเผ็ดแต่เราก็ต้องรู้แล้วก็ต้องถ้าจะรับก็รับถ้าชาตินี้เราต้องการในร่างกายเรารับชาตินี้ถ้าชาตินี้ไม่ต้องการเราไม่รับไม่ใช่ว่านอกจากจะปรุงท่านี้เป็นลักษณะอาการเผ็ดจริงๆหรืออาการที่เราเรียกภาษาว่าเผ็ดจริงๆแล้วเรายังไม่ปรุงต่อว่ารถเผ็ดอย่างนี้นะมันชูรสนะมันอร่อยมันจะต้อง ผูกยึดไว้ถ้ารถมันไม่จัดจัดอย่างนี้รถมันไม่มีอาการลักษณะอย่างนี้แล้วล่ะก็ไม่อร่อยเราจะไม่เอาถ้าอย่างนี้เรียกว่าไปปรุงต่อแล้วปรุงเกินกว่าสังขารธรรมดาทั้งขาและธรรมดาที่พระอริยเจ้าได้แล้วภรรยาเจ้าได้สังขารคือรู้ความจริงอันแท้จริงรู้ว่าพริกใส่เข้าไปนี้เป็นอย่างนี้รู้ว่ามันหนาวพอบีบลงไปนี้นะถ้าของมะนาวก็ทำปฏิกิริยากับลิ้นอย่างนี้อย่างนี้เรารู้อ่าพูดถึงมะนาวใครที่ปรุงมากๆก็ยึดถือมากๆน้ำลายไหลแล้วนะเพราะฉะนั้นมันก็พุ่งลงมาเลยเพราะมะนาวมันแตกกระเด็นอย่างนี้อย่างนี้มันจะเกิดรถอย่างนี้เพราะฉะนั้นถ้าเรารู้ธาตุมันว่าร่างกายเราต้องการมะนาวร่างกายเราต้องการธาตุอันนี้เราก็รับเข้าไปถ้าร่างกายเราไม่ ก้านเราเองเราก็ไม่นะเพราะฉะนั้นเราเองเราจะต้องรู้ความจริงอันแท้จริงว่าถ้าเราต้องการหรือไม่เราไม่ได้ต้องการรถถ้าเราต้องการรถถ้าเราต้องการรถแล้วผู้นั้นจะปลูกผู้นั้นยังเป็นสภาพที่เรียกว่ายังติดยังยึดเราไม่ต้องการรถเราต้องการธาตุจริงกินก็กินจริงๆใส่เสื้อผ้าก็ใส่จริงๆไม่ใช่จะต้องปรุงว่าสวยงามที่อยู่ก็เป็นเพียงที่จะให้หลบแดดหลบฝนหลบอากาศร้อนหนาวเสือกลิ้นอะไรอะไรต่างๆธรรมดาจริงๆอย่างนี้เป็นต้นแล้วก็พิจารณาด้วยปัจจัย 4 จริงๆไม่ใช่บ้านฉันจะต้องงามแงะฉันมีเงินมากฉันก็สร้างใหญ่มากๆเพื่อที่จะฉันเองฉันจะได้กวาดมันมากๆเอาทุกข์ให้ตัวปลาคนรู้แล้วไม่สร้างบ้านใหญ่ พระอรหันต์เอาบ้านใหญ่ให้ท่านนะท่านไม่อยากได้หรอกเพราะว่าท่านต้องกวาดเองถ้าไม่มีลูกศิษย์ถ้าบ้านใหญ่ท่านไม่เอาถ้านอกจากไม่พระอรหันต์บ้านใหญ่เอาชอบก็ไม่กวาดเองด้วยหาลูกศิษย์มาใช้ผิดที่พระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าท่านไม่ให้ไม่ให้มีลูกศิษย์อย่างนี้เป็นต้นว่าพระอรหันต์ให้บ้านยายจะหาว่าท่านจะดีใจนะไม่ดีใจหรอกให้บ้านยายท่านไม่เอาถ้าไม่ขี้ข้าบ้านถ้าเรามานั่งปัดกวาดไม่ปัดกวาดมันก็เกินไปเธอมาบ้านถ้าเราอาศัยมันอยู่ไม่ปัดกวาดประเดี๋ยวก็เกิดไอ้สัตว์ต่างๆมันก็มาอาศัยอยู่ร่วมด้วยเดี๋ยวมีหมดเลยมีงูมีเนื้อมีแต่ขาดแมงป่องอะไรผสมอยู่ก็ยุ่งกันใหญ่ไม่สนุกเพราะฉะนั้นท่านต้องตัดกวาดเหมือนกันผู้ที่จะรับปัจจัย 4 และจะต้องเป็นผู้ที่มีอภิสิทธิ์ คือเป็นผู้มักน้อยและจะต้องมีสั่นสุทธิเป็นผู้สันโดษจึงเป็นผู้ที่เข้าใจแท้ๆเข้าใจจริงๆแต่ได้ยินข่าวว่าคุณไสวต้องมีสตางค์รับซื้อรถยนต์ใช่ไหมถ้าคุณไม่เห็นหรอกคุณแม่คุณจำเป็นนั่งรถเมล์ใช่ไหมได้ยินมาคุณว่าถ้ามีสตางค์ตอนนี้ซื้อรถยนต์แน่ส่วนตัวอ่ารถยนต์ก็มันวิ่งได้ออกหน้ารถเมล์ที่ไหนเล่ามันก็ต้องวิ่งตามกันแจ้งกันได้เล็กน้อยถ้ารถเมล์มันติดนะขบวนยาวรถยนต์คุณจะยกก็รถส่วนตัวคุณยกข้ามรถเมล์ไปก็ไม่ได้นะมันเหมือนกันแหละแต่ใช้รถส่วนตัวอาตมาใช้มาแล้วหลายคันนะจะให้ประโยชน์กับคุณให้ข้อคิดกับคุณอย่าใช้เลยค่าส่งให้มันแพงกว่านั่งรถเมล์เยอะแล้วคุณจะเป็นทาสไปหาเงินมาใช้ค่ารถยนต์ที่คุณจะต้องซื้อมาใช้ คุณจะหาว่าประโยชน์เพิ่มขึ้นอีกสาธุขอให้คุณเจริญในโลกีย์ไปอีกเยอะแยะเพื่อที่จะติดต่อการงานหาเงินเข้ามาให้ได้โดยใช้แล้วคุณก็หาทรัพย์ได้น้อยถูกคุณจะต้องหาทรัพย์เยอะแยะอยู่ถ้าภาษาของคุณน่ะเรียกว่าไม่มีกิเลสถ้าภาษาของอาตมาว่านี่แหละมาหากิเลสใช่เหตุผลที่เหตุผลต้องรู้สภาวะด้วยอย่างอาตมามีรถยนต์แล้วแล้วสละทิ้งแต่คุณเองน่ะยังไม่ได้ลิ้มรสเลยว่ามีรถยนต์นี่มันเจ็บปวดยังไงเพราะฉะนั้นคุณจะไม่มีสภาวะรับรู้เลยว่าคุณมีรถยนต์ ต้องเป็นคิดค่ารถยนต์อีกเท่าไหร่อาตมาเป็นขี้ข้ารถยนต์มาแล้วมี 3 คันน่ะอาตมายังมานั่งมองเลยว่าคนจนๆหารถยนต์มาขี่เล่นกันอ้าว 3 คันแล้วก็ให้คนอื่นไปหมดจะเหลือคันเดียวก็เป็นทุกข์อยู่ท่านเท่านั้นเองสุดท้ายที่สุดอาตมาก่อนจะออกมาบวชอาตมามีรถยนต์คันเดียวถ้าใครเคยเห็นนะรถคุณครูโสที่อาตมาตั้งชื่อว่าชบาบานโลกครั้งแรกที่สุดของอาตมาแล้วอาตมาซ่อมมันดีๆเลยนะรถรุ่น 30 ปีแล้วโบราณอาตมาใช้คันนั้นด้วยคันอื่นๆอาตมาแจกหนีไปหมดแล้วเหลือคันนั้นคันสุดท้ายที่ท่านไปก็ยังเป็นขี้ข้ามันเดือนนึงค่าน้ำมัน 200 กว่าบาทแล้วยังซ่อมอีกทางไอ้นี่ 2 เมนูนี้ต้องไปกินข้าวมาอีกหลายตังค์ถ้าอาตมาขึ้นรถเมล์นะมีคนขับเสร็จแล้วมีอะไรต่ออะไรเสร็จเลยทุกอย่างนะเบาสบายเลยโอ๊ยไม่ต้องมันตายอาต คันอื่นไม่ต้องยุ่งเลยเพราะรถคันนี้ตายลงจากคันนี้ขึ้นคันอื่นสะดวกจริงๆนะแล้วแต่ขี้ข้าหาเงินมาเสียค่ารถเมล์ถู๊กถูกๆเพราะฉะนั้นการเห็นทุกข์ของคุณกับการเห็นทุกข์ของอาตมาคนละทิศทิศของคุณยังโสดโต้โตให้เห็นบ้างที่เขาอาตมาตัวเล็กลงเล็กลงแล้วใช่มั้ยเพราะฉะนั้นตราบใดคุณยังปรุงตัวโตอยู่ก็สาธุขอให้ตัวโตเรื่อยไปคุณก็ไม่รู้เนี่ยอาตมาไม่พูดอัตราเท่านี้อาตมาไม่ได้ว่าคุณว่าตานะแต่คุณอาตมาว่ามันมีตัวโตๆอะไรไม่รู้อ่ะที่พูดกันอยู่เนี่ยมีแม่ก็เห็นนะอ๊าจริงอาตมาจะทิ้งแต่ขณะนี้อาตมายังไม่ทิ้งเพราะอาตมาเหยียบโลกได้แต่คุณยังเหยียบโลกไม่ได้ คุณยังจะให้โลกรถยนต์มาฉี่คุณบ้างให้โลกฮะเออกูไม่เป็นขี้ข้าหรอกคุณหาสตางค์มาให้ค่าน้ำมันมาให้ค่าปัดกวาดค่าขัดหาสตางค์ยังไม่เป็นทุกข์ก็ดีเหมือนกันคุณหาสตางค์ยังไม่เออใช่ๆๆคุณหาสตางค์เดี๋ยวๆๆค้นหาสตางค์ไม่เป็นไรเหรอจะเข้าไปศึกษาด้วยไปคุณก็ศึกษายังไม่จบพระพุทธเจ้าให้รู้จักจบการศึกษาเลย ไม่ติดครับแต่จะคลานเข้าไปหามันอีกก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วไม่ติดแต่จะต้องคลานเข้าไปอีกกรมทางเข้าไปอีกก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรคืออาการติดถ้าไม่ติดก็คือทิ้งรูเลยดูมันมีประโยชน์สำหรับผู้ที่หลงว่าของนั้นยังมีอาตมาพูดแล้วแต่ต้นเมื่อกี้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีแต่ของมีกับของไม่มีถ้าไม่มีเรียกว่าสุริยะไม่มีสูญญตาไม่มีจริงๆอาตมาไม่มีรูอาตมาไม่ติดรูแล้วไม่สงสารก็ไปหารูแต่คุณยังจะส่งตังค์ก็ไปหาลูกก็เอาตามใจคุณเถอะคุณจะเรียกว่าสุญญากาศคุณก็สูญญากาศนะแต่อาตมาติดต่อให้ว่าสุริยะตัดตามันไม่ใช่สุญญากาศมันมีตัวอยู่ในสุริยะนั่นอยู่นะมันยังดิ้นอยู่แล้วคุณก็ไปดิ้นกับมันนั่นเรียกว่าคุณจะตัดตาแต่อาตมาสุริยะจริงๆคือว่างเปล่ามาจากมันไม่เกี่ยวข้องกัน งั้นเราจะว่างลงไปได้จริงๆเราจะต้องทำเป็นจริงแล้วก็ออกมาได้จริงๆทิ้งมันหลุดไปจริงๆคุณพูดว่าทิ้งโลกน่ะก็ดีแล้วโลกผู้หญิงอย่างธรรมดาคุณก็ยังติดอยู่คุณก็ไปติดกับโลกของผู้หญิงแล้วว่างๆคุณก็จะได้โรคมาด้วยนะแต่อาตมาทิ้งโลกของผู้หญิงไม่มีผู้หญิงผู้ชายนี่ก็คนคนที่เขาสมมุติว่าคนนี้ผมผู้หญิงก็ช่างจะเรียกผู้หญิงท่านผู้ชายก็ช่างซึ่งมันมีบางสิ่งบางอย่างมันไม่ตรงกันทีเดียวเขาก็สมมุติอาตมาก็สมมุติตามเฉยๆอาตมาทิ้งเขาแล้วอาตมาไม่เกี่ยวข้องด้วยอย่างเนี่ยคุณพูดว่าอาตมาทิ้งโลกถูกและใครจะอยู่เหนือหรือไม่เหนือตามสภาวะคนพูดกับทางคุณเถอะใครคิดเอาเองว่าใครเหนือกว่าใครแน่ใครเหนือโลกแน่ทิ้งจริงๆในสิ่งที่ควรทิ้งแต่คุณหาว่าอาตมาทิ้งลูกไปจนกระทั่งเข้าป่าเข้าเขาอาตมาทิ้งเข้าป่าหรือเปล่าอาตมามา ธรรมะที่นี่เหมือนคุณหรือเปล่ายังช่วยทำหนังสือหนังหาออกแจกหรือเปล่าคุณจะทำหนังสือน้อยกว่าอาตมาด้วยซ้ำไปใช่ไหมคนที่ยังทำหนังสือแจกน้อยกว่าอาตมาไปอาตมาทิ้งเขาที่ไหนเนี่ยยังสงสารเขาอยู่อย่างกับอะไรดีนะไม่ได้ทิ้งหรอกแต่คุณเองคุณหาว่าอาตมาทิ้งโลกอาตมาทิ้งโลกที่มันเหลือเฟือเรียกว่ากิเลสทิ้งจริงๆโลกที่เป็นกิเลสโรคที่เกินแก่ความต้องการอาตมาทิ้งแต่โลกที่น่าสงสารตาดำๆเช่นคุณนี่เป็นต้นสงสารมากจึงไม่ทิ้งคุณมาฟังได้วันนี้กุศลอาตมาเหลือเกินอาตมาได้โปรดคุณบ้างเล็กน้อยถึงแม้มันจะไม่ได้ประโยชน์เลยก็ตามคุณจะกั้นกำแพงปิดบังเขาไว้คุณไม่รับเอาเลยก็ช่างคุณเถอะจะอาตมาเองอาตมาก็ยังนึกว่าอาตมามีกุศลหรือล้นที่ได้โปรดคุณวันนี้เป็นกุศลจริงๆวันนี้วันอะไรนะจำวัน วันนี้วันเสาร์ที่เท่าไหร่ 29 หมายเลขดีสะด้วย 29 ออก 29 เหรอเอาคนยังติดแม่กระทั่งหวยเหรออ่ายังติดแม้กระทั่งหวยแล้วคุณก็บอกคุณสุริยะอ่าเลขดีอาตมาว่าเลขไหนก็ดีทั้งนั้นน่ะใบ้หวยหรอแต่ถ้าใครไม่ติดหวยแล้วคนนั้นแหละเป็นอิสระคนนั้นแหละฉลาดคนนั้นแหละเหนือรู้ยังไม่ติดนายคุณพูดแล้วเธอว่าทุกประการของคุณคุณจะพูดยังไงก็ได้คุณมีตัวตนอยู่ด้วย แต่มันเป็นอุปทานของคุณอัศวาอุปาทานคุณพูดไปเลยคุณจะพูดยังไงก็พูดได้คุณว่างเปล่าฉันจะตัดตาของคุณคุณพูดเข้าไปคุณพูดยังไงก็ได้แต่อาการของคุณมันไม่บอกเลยคนที่มีปัญญาก็ฟังเขารู้ปัญญาเขาฟังเขารู้ว่าคุณเองคุณทิ้งหรือเปล่าจิตติดหรือเปล่าเขารู้เพราะงั้นเนี่ยเออใช่ปัจจัยตังค์คุณเวลาคุณไปเข้ารูคุณก็ประหยัดตังค์ของคุณมันก็ไม่มันคุณรู้ของคุณเองคนอื่นเขาไม่รู้ใครก็ใครด้วยอ่ะคุณก็ไปจัดตั้งออกจากมาแล้วที่เราถึงเข็ดหลาบเราจะไม่มาออกอีกเราจะไม่มาออกอีกคุณยังจะออกจะเข้าอยู่อีกคุณก็เป็นน่ะสิตกพระพุทธเจ้าท่านบอกจะไม่มาเกิดอีกจะไม่มาออกอีกแล้วรู้อย่างนี้ไม่เอาอีกแล้วเลิกกันทีคุณเองคุณจะออกอยู่ ออกไปกูก็เข้าออกของคุณไปอาตมาไม่อยากเข้าไม่ออกด้วยแล้วเลิกกันทีออกมาอีกทีนี้เป็นคนสุดท้ายแล้วเลิกกันไม่เอาแล้วจะมาออกมาเข้าอย่างนี้ไม่เอาอ่ะเข้าใจไหมฮ่าๆๆดีสิดีเพราะมันถึงบอกว่าต้องเอากันจริงๆนะฮ่าๆๆมันไม่ชั่วมันไม่ช้าหรอกแต่เข็ดหลาบกันเกินมันเกิดมาอีกนี่เที่ยวหน้าเกิดมาอีกแล้วมันก็เลยเข็ดหลาบแล้วแต่คุณยังไม่เข็ดหลาบคุณจะเกิดมาอีกเพื่อที่จะมาสร้างปัญญาอย่างนี้อีกทั้งจิตใจด้วยถ้าคุณทำจิตใจของคุณไม่บริสุทธิ์เป็นสุญญตาจริงนะคุณจะห้ามการเกิดแบบที่คุณว่าไม่ตายนอกเข้าโรงแล้วไม่เกิดอีกนะ คุณอย่าพูดเลยอาตมาไม่ได้เอาหนังสือเล่ม 49 เอกสารมองด้านในของท่านพุทธทาสเล่มนี้เขียนไม่ชัดเลยนะคุณไปขออ่านหน่อยไปขอคุณสวิทมาอ่านสักเล่มนะอาตมาอยากได้บุญนะแต่อาตมาก็ไม่ยึดบุญไว้หรอกนะอาตมาอยากสงเคราะห์คุณน่ะท่านพุทธทาสกล่าวไว้ชัดเลยว่าคนไหนเข้าใจว่าตายเน่าเข้าโรงแล้วแล้วก็จบสิ้นกันทีหมดกรรมกันทีคนนั้นเขาที่สุดมีคำว่าเขาด้วยเขาคำนี้แปลเป็นภาษาไทยชัดๆว่าโง่นะเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าผู้ใดเข้าใจว่าตายเน่าเข้าโลงแล้วหมดกรรมทันทีท่านพุทธทาสก็บอกว่าคนนั้นเขาที่สุดถ้าตราบใดจิตมันยังไม่หมดมันจะมีปฏิสนธิวิญญาณไปเอามาอ่านดูเล่ม 49 นะเอกสารมองด้านในใช่เล่ม 49 เอกสารมองด้านในคุณไปเอามาอ่านดูนะอันนี้ ได้ถึงหน้า 41 หน้า 41 ของเอกสารมองด้านในท่านพุทธทาสนั่นแหละเอามาอ่านเอามาอ่านดูให้ดีคุณเองคุณสิทธิ์ท่านพุทธทาสจะอ่านสำนวนของท่านพุทธทาสหรืออ่านคำพูดกับคุณธรรมไม่เข้าใจแล้วมาพูดคุยนะเวลาไปแนะนำคนอื่นก็ผิดแล้วมันเสียลงมามันเป็นมิจฉาทิฐิแล้วมันเข้าป่ามันเข้าป่าเข้ารกและทำให้คนตกนรกกันเพราะงั้นประเดี๋ยวจะไปพูดผิดแล้วหาว่าพระพุทธเจ้าตรัสเป็นธรรมาธิราชหมดเวลาอธิษฐานก็มีสมาชิกฐานก็มีเราเข้าใจให้ได้ทั้งอุปการะอธิษฐานและสมาธิฐานด้วยอย่างนี้เป็นต้นเพราะฉะนั้นไอ้คำที่ว่าจะเกิดหรือไม่เกิดของคุณน่ะคุณจะเอาแค่เกิดจิตได้แต่มันยังไม่ถ้วนทั่วต้องไม่ให้เกิดกายด้วยแต่คุณทำชาตินี้ของคุณจิตของคุณไม่เกิด จริงโดยบริสุทธิ์จริงๆชาติหน้าคุณก็ไม่เกิดจริงนะไม่ต้องเข้าตายนอกเข้าโรงชาตินี้ก็จบจริงๆแต่ถ้าคนที่อวดดีว่าฉันผิดบ้างนะจิตว่างแล้วแต่จิตของคุณยังไม่ว่างจริงยังไม่นั่นจริงคุณจะอย่าเป็นอันขาดเลยเพราะเดี๋ยวจะเป็นอุทยานสถิติเป็นการเข้าจิตเปล่าๆแต่แท้จริงมันยังมาเกิดอีกโดยสภาวะอันแท้จริงมันมาเกิดจริงๆจริงๆหมายอาตมาก็อยากให้คุณรู้สภาวะธรรมวันนี้คือมันไม่ใช่ว่าเข้าใจสภาวะมันทั้งเข้าใจทั้งลูกคำทั้งเห็นน่ะมันต้องเข้าใจสภาวะทั้งลูกทำทั้งเห็นมันมีบุคลากรที่ฐานและทำมาอธิษฐานคุณพูดก็ไม่ผิดแต่คุณเอายอดมาพูดเอายอดมาพูดแต่คุณจะเอาไปแปะกับไอ้ต้นมันไม่ถูกคือคุณเมียทำอธิษฐานบรรยายแต่คุณไม่มีบุคลิกฐานบรรยายเลยมัน ไม่ลงตัวกันทุกสิ่งทุกอย่างต้องลงตัวกันอุปทานอธิษฐานเหมือนกันมีเหมือนกันมีสภาวะด้วยกันสิ่งใดมีแล้วเกิดมาเป็นมนุษย์โลกมันเป็นสมุดโลกสิ่งใดไม่มีมันก็เป็นสูททั้งสิ้นสุญญตาอันนี้ไม่ใช่อุดเสียสถิติอุดเฉากก็หมายความว่าขาดสูญหมดศูนย์นั่นแหละมันเหมือนการนำความหมายเดียวกันกับสุญญตาถ้าเราจะเข้าใจเอาว่าขาดศูนย์เลยโดยที่เรียกว่าไม่ทำอาการสูญญตาให้ขาดจริงๆมันเป็นภาษาพูดท่านถึงได้แบ่งภาษาไว้ว่าเป็นอุบัติเหตุสถิติเป็นความเห็นผิดเนี่ยเป็นความเห็นผิดความขาดทุนเฉยๆเพราะงั้นเราอย่าไปทำอย่างนั้นถ้าเราพยายามที่จะเข้าใจให้ได้ต้องศึกษาและภาคเรียนแล้วมันจะได้ประโยชน์มันไปเป็นผู้เสียชีวิตอันนี้ไปอ่านนะคุณขอร้องนะไปอ่านเอกสารมองด้านในเล่ม 49 เนี่ยไปอ่านดูพระพุทธเจ้าแต่ก่อนนี้อาตมาก็เอามาอ่าน ทำหูทวนลมเอาหูไปโลกพระจันทร์ถ้าไม่ฟังอาตมาพูดมาอาตมาอ่านของพระพุทธทาสเขียนด้วยคราวนั้นอาตมาก็มาอ่านทีนึงแล้วว่าท่านยืนยันว่ามันไม่ตาย 0 สิ่งที่ตายศูนย์นั้นมันเป็นความเข้าใจผิดเราต้องทำจริงพูดที่จะสูญได้คือพระอรหันต์พระอรหันต์พวกนั้นได้เรียกว่าจริงๆเรียกว่ามีความเห็นขาดจริงๆและตัวเองขาดจริงได้ด้วยไม่ใช่เอาแต่ปากพูดนะไม่ใช่อาตมาอุปทานรัฐบาลอย่างนี้ถึงจะถูกต้องอ่ะทีนี้ต่อดีเหมือนกันน่ะคุณไสวได้มานั่งอยู่ตรงนี้เป็นกำไรเหลือเกินนานๆมีดีๆนะทีนี้เมื่อเป็นอาทิตย์อย่างนี้แล้วและอาตมาได้กล่าวแล้วว่าเราเรียกจิตนั้นเป็นสมาชิกขนาดนั้น ขนาดของผู้ที่ได้ปฏิบัตินั้นๆจริงๆด้วยเป็นระดับถึงแม้ว่ายังไงก็เป็นปัจจัตตังเป็นสันติโกงของแต่ละคนทั้งที่พี่โกก็คือของต
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive