150625 ดวงดาว-ดวงคน-ดวงธรรม-กรรมนิยมตามคติของชาวพุทธ-พ่อท่าน-วัดธาตุทอง.txt

โฟลเดอร์2515 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์327 KB
วันที่แก้ไข17 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปเป็นการแสดงธรรมโดยท่านพระโพธิรักษ์เรื่องดวงดาวดวงคนดวงธรรมกรรมนิยมตามคติของชาวพุทธแสดงไว้ที่วัดธาตุทองเมื่อปีพุทธศักราช 2515 ขอเชิญท่านติดตามรับฟังได้ณบัดนี้เรามาพูดกันอธิบายความกันตั้งแต่เวลาตั้งแต่นี้ไปทีเดียวฟังๆไปสิ่งใดที่ควรจะซักถามหรือว่าอยากจะซักถามในโอกาสต่อไปตอนท้ายๆรายการก็เตรียมตัวเอาไว้ อาตมาจะเปิดโอกาสให้ซักถามด้วยอ้าววันนี้ชื่อเรื่องเรียกว่าเขาช่างช่างตั้งกันเหมือนกันทุกทีเวลาช่างตัดปี 40 เดือนดวงดาวดวงคนดวงธรรมแล้วก็กรรมนิยมตามคติของชาวพุทธอาตมาเห็นเห็นว่าดวงดาวดวงคนดวงธรรมนั้นน่ะมันก็เป็นภาษาที่เรียกว่าเรียกว่าโลกโลกดีอยู่หรอกแต่ภาษาขั้นต่อไปว่าคำนิยมตามปกติ เป็นภาษาที่เรียกว่าจะเข้าหาหลักธรรมได้อย่างดีทีเดียวอาตมาจะแยกซะก่อนนะแยกคำว่าดวงดาวดวงคนดวงธรรมมีออกมาบรรยายซะก่อนเพราะเห็นว่ามันจะอยู่ในโลกโลกแต่ที่จริงมันต้องเข้าหาธรรมล่ะพอดวงดาวดวงคนดวงทำแล้วมันก็จะเข้าหาธรรมล่ะเอาเรื่องดวงดาวดวงคนดวงธรรมนั้นอาตมาจะบอกให้เลยทีเดียวว่าแต่ละชื่อแต่ละชื่อเนี่ยคือลักษณะของเอกภพลักษณะของเอกภพถ้าผู้ใดเคยเรียนมาแล้วนะคือสภาพของ หมู่หมู่ที่เรียกว่าเอกภาพแห่งสนามตามภาษาของไอน์สไตน์ก็ได้คือมีมวลมีมวลสิ่งหนึ่งแล้วก็มีการเดินทางของมวลนั้นอยู่ในแวดวงอาณาเขตนั้นของเขาเราเรียกว่าวงจำกัดของอาณาเขตของเอกภาพและสนามหรือเราเรียกว่าหมู่ของเอกภพเนี่ยอาตมาพูดภาษาสมัยใหม่หน่อยนึงนะสำหรับนักศึกษาเข้าใจได้ง่ายๆดวงดาวก็หมายความว่ามีตัวดวงดาวในหมู่ดวงดาวหมู่ 1 หรือเอาดวงดาวดวงเดียวก็ได้ ลาวดวงเดือนเขาเดินทางคำว่าดวงคำนี้เราเอาความหมายซะว่าเป็นวงโคจรของเขาคำว่าดวงอาทิตย์เป็นวงโคจรของเขาถ้าดวงดาวดวงหนึ่งเขาโคจรต้องเข้าไปตามทางเส้นทางเข้าแล้วนะเขาก็จะโคจรเข้าไปตามเส้นทางเขาอยู่อย่างนี้แห

อ่านต่อ

ละในวงโคจรของเขาเนี่ยจะมีเหตุเทศไทยหรือจะมีสิ่งที่เขาจะประสบเข้าไปในวาระใดจะเกิดอะไรกระทบกระเทียบจะเกิดมีผลปฏิกิริยาอะไรต่ออะไรยังไงก็ตามแต่ก็เรียกว่าเขาเดินอยู่ในวงของวัฏจักรของเขาเรียกว่าดวงดาวดวงหนึ่งหรือวงของดวงของดาววงจรของดวงดาวเรียกว่าอย่างนั้น นะนี่ดวงดาวที่นี่ดวงคนก็เหมือนกันเรามาคำนึงแล้วว่าไม่ใช่คนเป็นดวงๆนะคำว่าดวงอันนี้อาตมาหมายแล้วว่าคือวงโคจรหรือวัฏจักรหรือเส้นเดินทางของเขาของคนคนนึงเดินทางไปตั้งแต่เกิดมาจนกระทั่งถึงตายนี่เรียกว่ายาวที่สุดของคนคนหนึ่งระยะทางเดินของคนตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตายแล้วก็เดินบนไปเรื่อยๆจนตายดวงดาวก็เหมือนกันตั้งแต่เกิดเป็นดวงดาวมาเขาก็เดินแล้วก็จนกระทั่งดาวดวงนี้แตกไปเขาเรียกว่าตายจบพบจบชาติของดวงดาวคนก็เดินมาจะพบกับชาติของคนในชีวิตช่วงชีวิตหนึ่งดวงทำอันนี้กินความ ขว้างมหาศาลหมายความว่าวงจรของธรรมะวงจรของธรรมะที่เขาเดินกันไปตั้งแต่เป็นธรรมขี้โกงไปจนกระทั่งถึงธรรมะอันบริสุทธิ์ผุดผ่องเลยยาวเหลือขนาดที่อาตมาจะพูดได้หมดไม่ได้เลยวันนี้ถ้าใช้คำว่าดวงทำพูดไม่ได้หมดเลยกว้างไกลเหลือเกินเพราะว่าคำว่าดวงนี้เราไม่เอาถือว่าดวงเป็นจู๋แค่เหมือนจิตดวงหนึ่งดวงเดียวดวงเดียวดวงเดียวไม่เอาคำว่าดวงอันนี้คือลักษณะนามไม่เอาอันนั้นจิต 1 ดวงดาว 1 ดวงคนหนึ่งดวงไม่เอาทำ 1 ดวงไม่เอาเพราะพูดกันให้มันจบแล้วนี่ถ้าพูดถึงเอาแค่ลักษณะนามจบแล้วใช่ไหมดาวดวงหนึ่งก็แค่นั้นเองมีรูปดวงดาวก็พลังงานของดวงดาวจบ ก็มีลูกของคนกับพลังงานของคนหรือจิตวิญญาณของคนจบถ้าพูดถึงทำดวงนึงก็แค่ธรรมะเอาแค่ไหนล่ะดวงหนึ่งเรื่องหนึ่งเลือกเอาหรือจะเอาทุกๆเรื่องทุกๆธรรมะถ้าทุกๆธรรมะแล้วพูดไม่ได้เลยเพราะทุกอย่างเป็นธรรมะหมดทุกสิ่งทุกอย่างสรรพสิ่งทุกอะไรทุกอย่างในโลกนี้เป็นธรรมะหมดเลยเพราะฉะนั้นจะพูดดวงทำทั้งหมดไม่ได้ก็เลิกเอาไปตามควรเพราะดวงที่เราควรจะพูดมากที่สุดนั้นพูดให้กินความกันซะ 3 ดวงทั้งดวงดาวและดวงคนและดวงธรรมแต่มันเน้นหนักอยู่ที่ดวงคนเพราะเราเป็นคนเราไม่ได้เป็นดาว แต่เราจะทำตนให้เป็นทอมเราไม่ใช่เป็นดาวแต่เรากำลังจะทำตนให้เป็นธรรมกินหมดไหม 1 ดวงดาว 2 ดวงคน 3 ดวงธรรมเราไม่ใช่ดาวแต่เราควรรู้ดาวบ้างเล็กน้อยเราเป็นคนเราจะทำความเป็นคนนั้นรู้จักความเป็นคนให้ดีรู้ให้ดีและทำให้ดีจนกระทั่งเป็นธรรมในอาตมารวม 3 อันนี้เข้ามาหากันให้หมดนะเอาเริ่มต้นดวงดาวซะก่อนแล้วอาตมาจะตัดทิ้งเรื่องของดวงดาวนั้นก็คือสภาพสิ่งหนึ่งซึ่งเกิดมาด้วยเหตุด้วยปัจจัยมันจะเกิดมาเองไม่ได้เกิดมาต้องมี มีปัจจัยเกิดเหมือนกันกับคนจะเกิดมาโดยไม่มีเหตุไม่มีปัจจัยก็ไม่ได้ธรรมะทุกสิ่งก็เหมือนกันจะเกิดมาโดยไม่มีเหตุไม่มีปัจจัยก็ไม่ได้ทั้ง 3 ดวงทั้ง 3 อย่างต้องมีเหตุและปัจจัยทั้ง 3 อันเอาดวงดาวซะก่อนดวงดาวนี่มีเหตุอย่างไรดวงดาวประกอบมาด้วยสิ่งที่เรียกว่าหนึ่งมวล 2 พลังงานในตัวของมันแล้วมันก็ออกฤทธิ์ออกแรงจนกระทั่งมีเส้นโคจรเราเรียกว่าครบดวงมี 3 จังหวะเรียกว่า 3 ไตรลักษณ์ 3 จังหวะพูดภาษาง่ายๆเป็นวัตถุดาวก็เกิดได้ 2 สภาพดาวเกิด 2 สภาพ 1 เกิดมาได้จากตัวของมันเองเกิดมาได้จากตัวของมันเองที่ดิ้นรนนะดิ้นรนเกิดด้วยการก่อตัวมาจากสภาพเอาเรียกว่าไม่มีอะไรเลยแต่มันไม่มีไม่ได้หรอกมันมีเหตุนะเรียกว่าจากความไม่มีอะไรเลยแต่มันไม่มีไม่ได้จริงๆมันมีเหตุแล้วก็เหตุชักจูงให้มันเกิดขึ้นมาแล้วก็เกิดเป็นตัวเป็นตนขึ้นมาสภาพที่เกิดอย่างนี้นั้นในห้วงอวกาศดวงดาวมันเกิดในวันนี้พูดถึงวิทยาศาสตร์อย่างใหญ่นี่ก็ยังไม่เคยเล่าแต่จะเล่าให้ฟังดาวที่มันเกิดในหลวงอวกาศนี่นะ มันเกิดมาได้จากสภาพสภาพหนึ่งก็คือว่าในอวกาศนี้เขาเรียกว่า Space คือความว่างเปล่าภาษาฝรั่งเรียกว่า Space ความว่างเปล่าความว่างเปล่าอันนี้นะในทางวิทยาศาสตร์เขาไม่ถือว่าเป็นความว่างเปล่าเขาถือว่าเป็นเคหะวัตถุแท่งคือทั้งหมดนี้เป็นอวกาศก็ถือว่าเป็นเคหะวัตถุนั่นคือแต่เป็นเคหะวัตถุแท่งทึบที่เต็มไปด้วยมวลที่เบาบางเหลือเกินมวลที่เบาบางเหลือเกินเป็นอันรู้ของเอาเป็นอนูของไอ้เหมือนลมเป็นแก๊สต่างๆที่กระจายอยู่ในท้องอวกาศมีนึกออกไปนอกโลกนะใครนึกได้แค่ไหนก็นึกเอาอาจจะมาเองก็ นึกออกไปนอกโลกก็แล้วกันห้วงอวกาศที่นี้ในมวลในเฟซต่างๆในห้วงอวกาศต่างๆเนี่ยอวกาศหรือตัวที่อันหนูที่เป็นอากาศเล็กที่สุดนี่เท่าใดก็ตามแต่เดี๋ยวนี้ทางโลกยังคำนวนไม่ได้หมดทั้งโลกคำนวณไอ้แก๊สที่ผสมเปอร์เซียอยู่ในโลกนี้เค้าคำนวนได้แล้วเขาก็เอาออกมาเป็นธาตุต่างๆเช่นธาตุไฮโดรเจนธาตุออกซิเจนธาตุในไนโตรเจนไฮโดรเจนอะไรพวกเนี้ยธาตุแก๊สฮีเลียมแก๊สอะไรต่างๆพวกนี้ทั้งหมดเนี่ยเขาค้นคว้าได้เพราะค้นคว้าได้แล้วก็ไอ้สิงโตมาตั้งแต่เล็กจนกระทั่งมีตัวมีตนพอที่จะจัดจะหยิบจะเห็นสีเห็น เห็นตัวเห็นตนอะไรกันได้บ้างรวมแล้วไม่รู้ว่าย่นย่อกันไปมาเพิ่มขึ้นบ้างยกย่องมาเหลือเท่าไหร่ประมาณเท่าไหร่ 90 เท่าไหร่ 99 บาท 95 93 ชาติประมาณ 93 ธาตุนี่ต้องถามนักศึกษาเขาว่าเขาเรียนอยู่ประจำทุกวันอาตมาไม่ได้เรียนทุกวันอาตมาจำไม่ได้ผมก็กดเข้ากดออกแต่ก่อนนี้มีร้อยกว่าท่าแต่เดี๋ยวนี้เขาลดลงไปแล้วคนก็ไปเหลือ 93 ชาติอย่างนี้เป็นต้นซึ่งมันอยู่ในโลกนี้ที่เขาจับเอามาพิสูจน์แล้วก็จะมาตั้งชื่อได้แต่นอกโลกนี้ออกไปอวกาศเขายังไม่ได้จับเอามาพิสูจน์อีกเยอะแยะเลยอีกเยอะแยะเลยเขายังไม่รู้ตัวมันหรอกเบาบางยิ่งกว่า ไฮโดรเจนก็มีเบาบางเดี๋ยวนี้เขาตั้งคอนสแตนไฮโดรเจนเอาไว้ว่าเป็นธาตุที่มีวาเลนซีหรือมีคุณค่า 1 หน่วยนะให้เขาเช่นเขาถือเป็นหลักไอ้จะมากจะน้อยกว่าอะไรเนี่ยเขาตีราคายึดเอาไอ้ไฮโดรเจนเป็นหลักในอวกาศในท้องอวกาศนี่เขามีอีกมากมายยิ่งกว่านี้ซึ่งเราเองยังไม่มีอยู่ในนี้แล้วเราจับเอามันมาทำไม่ได้จับเอามันมาพิสูจน์ตัวตนมันไม่ได้นะอาตมาเองก็ไม่อยากจะพูดถึงมันหรอกเพราะว่าพูดไปแล้วคุณแค่นี้คุณก็ยังนึกถึงหัวจะแทบแตกอยู่แล้วว่าไอ้แจ๊คจะต่างตัวไหนแค่ไหนและไอ้ชาติพวกนี้แหละมันก่อตัวตนรวมตัวเข้ารวมตัวเข้ารวมตัวเข้าโตขึ้นมาจากแก๊สที่เราเรียกว่าธาตุลมเพราะถ้าลมทำปฏิกิริยากันเข้าไปบ้างเป็นธาตุรวมตัวกันเป็นอุณหภูมิ ถ้าเรียกว่าเตโชธาตุเตโชถ้ามีอุณหภูมิวิญญาณนึกว่าเฉพาะเฉพาะเป็นความร้อนนะความเย็นก็เป็นเตโชธาตุฟังให้ดีนะถ้าใครเคยผ่านพระอภิธรรมมาแล้วจะเข้าใจให้มันเย็นจัดลงไปก็เป็นทะเลโชว์ธาตุเราเรียกว่าธาตุอุณภูมิมันจะทำเย็นจัดหรือร้อนจัดก็ได้พอเวลาแก๊สหรือลมนี่ธาตุลมเนี่ยมันมาทำปฏิกิริยาทำปฏิกิริยาเข้าจะเป็นเย็นหรือร้อนก็ตามแต่ถ้าเย็นมันก็จะรวมตัวกันเท่ารวมตัวเป็นข้าวรวมตัวกันครับท่านเรียกว่าเป็นก้อนเมฆภาษาทางวิทยาศาสตร์เขาเรียกว่าเป็นวิลล่าเป็นก้อนเมฆอยู่ในอวกาศชั้นรวมตัวขึ้นมาแล้วแต่ก่อนนี้มันว่างเปล่ามันมีแก๊สต่างๆรวมกันเป็นเคหะวัตถุท่านทึบอาตมาบอกว่าคือเป็นก้อน เราเดินผ่านมันได้เพราะมันมันมีแก๊สอยู่ในนั้นมันว่างๆเนี่ยเอาอากาศทั้งหมดนี้ที่เราอยู่นี่อากาศลมต่างๆอยู่ในพวกนี้ก็ถือเป็นเคหะแท่งทึบนะแต่เราเดินผ่านมันได้เพราะเราเองเราสามารถที่จะมีมวลที่สามารถจะแหวกไอ้พวกนี้ไปได้ง่ายๆแค่นั้นเองเอ้าผู้ที่ไม่ถนัดวิทยาศาสตร์หน่อยฟังๆก็ยุ่งหน่อยนะตอนนี้หมายความว่าอธิบายกันไปกลางๆก่อนอาตมาจะไม่ให้ละเอียดนักหรอกเพราะเดี๋ยวมันจะยุ่งมากผมรู้สึกว่าพอดีฟังทางวิทยาศาสตร์มีน้อยกว่านะทีนี้พอเวลาไอ้เนมดูร่าหรือที่มันบรรจุรวมตัวจากธาตุลมมาเป็นธาตุไฟทำปฏิกิริยาจะขึ้นมาเนี่ยหรือเป็นธาตุเตโชที่อาตมาบอกว่าไม่ได้หมายความว่าไปก็ได้ถ้ามันรวมไปอีกในทางหนึ่งหมายความว่ามันไม่รวมทางความเย็น ธาตุของก้อนเมฆมันก็จะรวมตัวไปเป็นสภาพของสิ่งที่มันรวมตัวเป็นความร้อนเป็นหมู่ความร้อนเป็นวงหมุนเข้าหมุนเข้าหมุนเข้าหมุนเข้ามีพลังงานมีอะไรอย่างดวงอาทิตย์นี้ก็เหมือนแก๊สรวมตัวแท่งใหญ่ซึ่งเราจะเคยได้ยินว่าดวงอาทิตย์นี่คือหมู่แก๊สที่รวมพลังกันเป็นทาสเหลวแล้วก็มีพลังงานเหลือเกินมากมายก้อนใหญ่มหึมาทำปฏิกิริยากันอยู่แล้วก็ส่งพลังงานออกมาเลี้ยงสุริยะจักรวาลของเรานี่เรียกว่าพระอาทิตย์ใหญ่ๆเนี่ยมันจะโตใหญ่จนกระทั่งมัน แตกได้เหมือนกับจมูกเนี่ยท้องฟ้าของเราเนี่ยจากน้ำขึ้นไปไอน้ำก็เป็นหมู่เมฆแล้วมันก็จะไปทำปฏิกิริยาแตกออกมาได้เหมือนกันสิ่งที่แตกออกมาอันนึงที่เหลือในโลกที่เราเห็นได้ง่ายๆก็เป็นไฟฟ้าเป็นฟ้าแลบฟ้าอะไรเนี่ยไฟฟ้าพวกนี้ก็จะไปก่อตัวกันเป็นพลังงานที่จะทำงานต่อไปแต่มันไม่เหลือซากเป็นดวงดาวเพราะอะไรเพราะเหตุว่ามันทำงานเป็นปฏิกิริยาน้อยเหลือเกินแล้วน้ำในหมู่เมฆละลายเป็นน้ำตกลงมาเป็นผลนี่ในโลกของเราเป็นปฏิกิริยาซ้อนกันอยู่แค่นี้แต่ในอวกาศนั้นเมฆมันไม่เมฆเล็กๆนะ Navara ของมันเนี่ยมันไม่ใช่ในเวลาเล็กๆมันใหญ่มหาศาลใหญ่ยิ่งกว่าโลกเรานี่ใหญ่ยิ่งจะสุริยะจักรวาลมีอีกใหญ่กับกาแล็กซี่มีเวลาบางอันมันใหญ่ ศาลเลยแล้วมันทำปฏิกิริยากันแดดที่ไอ้หมูเมฆมันทำปฏิกิริยากันนี่ท้องฟ้าแล้วมีไฟฟ้าผ่านเส้นแต่พอมันทำปฏิกิริยากันแล้วเสร็จมันจะเหลือเศษมันจะเกิดเศษของพลังงานตกตะกอนขึ้นมาเป็นดวงดาวแตกกระจายออกเป็นลูกโลกอีกเยอะแยะเลย Woman ใดที่รวมตัวกันใหญ่โตและทำปฏิกิริยากับเหมือนกับฝนตกฟ้าร้องที่ทำปฏิกิริยากันในโลกเวลานึงแล้วมันจะทำอย่างนั้นจริงๆในอวกาศเหมือนกันเลยในเดียวกันโครงงานโครงสร้างเดียวกันแต่มันก็คือมาฝากกันมากยางโลกของเรามันเป็นแต่เพียงฟ้าผ่าฟ้าร้องเฉยๆบางทีเหลือแต่เป็นทองแดงทองเหลืองใครจะเห็นได้บ้างนั่นแหละแต่มันไม่เหลือเป็นก้อนที่จนกระทั่งเกิดเป็นหมูเป็นลูกดวงดาวได้แต่ในอวกาศเป็นดาว 8 สภาพเป็นหมู่ดวงดาวตอนนี้โอ้โหไฟร้อนจี๋เลยแล้วเป็นสภาพดวงดาวเสาร์นี่เรียกว่าดาวที่เกิดจากหมู่อวกาศเรียกว่าเกิดจากเนบิวลาหรือเกิดจากงูก้อนน้ำแข็งอันมหึมาหมูเมฆอันมหึมาในท้องอวกาศก็เกิดเป็นดวงดาวได้ในสภาพนี้เรียกว่าดาวเกิดได้ด้วยสภาพนี้แล้วจะเกิดดาวทีละหมู่ใหญ่มหาศาลเลยรวมกันเป็นหมู่จักรวาลเลยจักรวาลเป็นสุริยะจักรวาลมั่งเป็นถ้าเหลือหมู่ใหญ่จริงๆเป็นหมู่กาแลคซี่เลยโตใหญ่จริงๆนี่เรียกว่าดาวเกิดได้โดยวิธีฉีกวิธีหนึ่งธิดาจะเกิดได้อีกสภาพหนึ่งก็คือแตกออกมาจากดาวดวงแม่ดาวดวงแม่หมายความว่าเป็นดาวที่ มีพลังงานแล้วก็มีก้อนโตเหลือเกินจนกระทั่งสุดท้ายแล้วไอ้ดาวดวงแม่ดวงนี้มันจะผ่าตัวเองหรือแบ่งส่วนของตัวเองเนี่ยหมุนกระจัดกระจายแล้วก็มีส่วนที่ปีกย่อยออกจากดวงนี้ 8 เซียนปิ้งออกมาจากตัวเองก็เป็นดาวดวงเล็กได้เหมือนกันแล้วก็เกิดมงคลจรจะจับวงโคจรอยู่ที่ไหนก็ตามแต่อยู่ในท้องอวกาศก็เกิดเป็นดาวดวงนั้นได้อีกดวงหนึ่งเหมือนกันเกิดได้ 2 สภาวะนี้เรียกว่าดาวที่จะเกิดในโลกตามที่จะเกิดไม่ใช่เกิดในโลกดาวที่เกิดในท้องอวกาศเกิดได้อย่างนี้ 2 สภาพและสภาพการเกิด 2 สภาพนี้ทุกอันเกิดได้ 2 สภาพเหมือนกันแม้แต่ต้นไม้ในโลกเรานี่ก็เกิดได้ 2 สภาพ อาตมาเคยอธิบายให้ฟังมาแล้วหนึ่งเกิดได้ตลอด 2 เกิดได้ 1 เม็ด 2 สภาพแม้แต่คนก็เกิดได้ 2 สภาพคนนี้ก็เกิดได้ 2 สภาพ 1 เกิดได้ด้วยสืบพันธุ์ออกมาเลยสืบพันธุ์ออกมาเลยเรียกว่าเกิดเป็นเม็ดจะได้เม็ดสืบพันธุ์สืบพันธุ์เหมือนลักษณะต้นไม้เทียบกันให้ดีเกิดด้วยเม็ดที่สภาพเดิมออกไปนี่คุณไม่เห็นไงเกิดพริกหน่อออกไปคนไม่เห็นพี่น้องไปตรงไหน พลิกน้องออกไปเป็นวิญญาณเป็นเชื้อวิญญาณเกิดได้คุณไม่เห็นหรอกอันนี้เป็นสภาพที่มันมันหมุนกลับอีกรูปนึงอาตมาไม่อยากจะอธิบายละเอียดมากกว่านี้เพราะว่าเรื่องนี้มันเรื่องใหญ่ถึงไม่ควรจะเล่ากันหรอกแต่ว่าล่าสุดมันฟังแต่ในฐานะตั้งชื่อมันแล้วก็เลยเล่าให้ฟังบางคนหรือเอกภพใดๆก็ตามแต่ดวงคนก็เกิดได้ 2 อย่างเหมือนกันดวงดาวก็เกิดไม่ได้ 2 อย่างเหมือนกันดวงธรรมก็เกิดได้ 2 สภาพเหมือนกันสภาพหนึ่งเกิดได้ด้วยปัญญาอีกสภาพหนึ่งเกิดได้ด้วยการตัดโทษออกไปเป็นที่นี้พอพูดถึงดวงทำเกิดได้ 2 สภาพ 1 เกิดได้โดยเป็นดวงปัญญา 2 เกิดได้โดยเป็นดวงวิมุต 2 สภาพนี้แล้วนะย้อนกลับมาหาคนคนเกิดได้แต่ดวงปัญญามีตัวมีตนยังเหลือสภาพอยู่ก็ได้โดยรวมปัญญามีตัวมีตนหรือสภาพอยู่คืออย่างไรคือคนที่รักการเกิดก็พยายามจะสื่อสารแล้วก็เกิดมาเป็นดวงคนแง่ออกมาเป็นลูกแม่เป็นลูกตัวจริงๆเป็นดวงคนละที่เกิดผลจากปัญญานะปัญญาโลกโลกไปสืบพันธุ์ออกมาแล้วเกิดมาเป็นตัวตนลูกๆแต่ปัญญาอีกด้านหนึ่งเกิดเหมือนกันแต่ไม่เกิดแพ้ไปวิมุตเอาออกมาเป็นดวงวิญญาณออกไปเกิดอันนี้มองไม่เห็นเพราะมีมติไม่มีตัวนิมนต์ไปว่าหลุดออกไปแล้วแต่ปัญญามีตัวพยายามแยกให้ดีนะฟังให้ดีปัญญา ตัววิมุตไม่เหลือพูดง่ายๆแค่นี้คุณก็เข้าใจพี่วุธไม่เหลือนะแต่ปัญญาเหลือพอคุณเองจะสร้างดวงปัญญาคุณก็คือสร้างความรู้สร้างตัวรู้ให้เกิดที่คุณคุณเองเกิดดวงปัญญาในตัวเองคุณเหลือและคุณมีปัญญามีตัวรู้อยู่ในตัวใช่ไหมแต่คุณเองสร้างวิมุตให้ตนเองโดยตนเองคุณไม่เหลือนะตัววิมุตหมายความว่าหลุดออกไปแล้วไปไหนก็ช่างมันเถอะอาตมาไม่อยากพูดถึงนะแต่พูดถึงมันก็เหลืออยู่เหลืออยู่ไหนอยู่เราอยู่ในโลกแล้วคุณควรจะมีอะไรออกไปมีบุตรสิ่งที่คุณไม่ควรจะเอาไว้เช่นเป็นกิเลสหรือเป็นปัญหาคุณก็มีก็ไปตัดมันเกาะขาดออกไปมันก็เลิกกันนั้นเรียกว่าคนที่มี วิมุตและดวงปัญญามีเป็นสภาพของการเกิดไม่รู้นะเข้าใจได้ขนาดไหนโยนิโสมนสิการหรือตั้งใจฟังให้ดีมันจะอยู่ในสภาพอย่างนี้อย่างนี้ตลอดไปตลอดมาเสมอเรื่องของดวงดาวดวงคนดวงธรรมดวงธรรมก็เกิดในสภาพอย่างว่าเกิดได้ 2 ลักษณะเป็นดวงปัญญาและดวงเป็นสิ่งที่จะเกิดถ้าอย่างอื่นไม่ใช่ไม่ใช่ดวงธรรมถ้าจะไปเกิดเป็นดวงแห่งอภิญญาดวงทิพย์สามารถจะมีจิตคิดไปเหาะได้เป็นเหินไปทำอภินิหารอะไรได้ไอ้นี่ไม่ใช่ดวงทำนะนี่ดวงอาทิตย์นี่ไม่ใช่ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์นี้เป็นความสามารถที่โลกหลงแต่โดยธรรมผู้ที่มีปัญญาอย่างสัมมาทิฏฐิอย่างธรรมแท้ๆแล้วไม่ต้องการอื่นเลย ดวงธรรมจะต้องการและให้มีเกิดมาให้เราสร้างได้ให้เราทำได้มีดวงปัญญาแต่ดวงวิมุตเท่านั้นดวงธรรมไม่เอาดวงรุ่นที่เกิดลูกที่เป็นลูกขึ้นมาในธรรมะจะเกิดที่เราจะทำให้เกิดเกิดก็คือลูกใช่ไหมการทำความโกรธนี่คือลูกลูกของเราที่จะสร้างขึ้นมาถ้าเราจะสร้างธรรมะให้เป็นลูกของเราแล้วก็สร้างปัญญาทำกับวิมุตติธรรม 2 ดวงอย่าไปสร้างอื่นจงสร้างแต่ปัญญาทำกบินทร์นิติธรรม 2 รวมแค่นี้หรือเรียกว่าดวงปัญญากับดวงมีบุตรอย่าไปสร้างอื่นสำหรับดูทำแต่ดวงของคนที่มันไม่รู้ดวงของคนไม่ไปสร้างดวงทำโดยบางคนก็สร้างลูก ปัญญาโลกโลกฉันจะสร้างแต่ลูกนี่แหละเป็นใหญ่สร้างลูกนี่แหละเป็นใหญ่ไปสืบพันธุ์กันออกมาก็เป็นลูกก็เป็นดวงของคนต่อแล้วเห็นไหมดวงคนเกิดเป็นลูกแล้วเกิดเป็นตัวคนแล้วนี่ดวงคนชัดมั้ยทีนี้ดวงคนสร้างออกมาในทางที่เป็นตัวตนของลูกแล้วเสร็จคุณก็สื่อไว้ในภพนี้อีกภพหนึ่งซึ่งเป็นภพที่ไม่ใช่ภพที่อยู่ในเห็นตัวตนเป็นวัตถุแท่งชัดๆดวงคนออกมาเป็นลูกเป็นตัวตนวัตถุแห่งชัดแต่ทางที่ไม่ใช่วัตถุแห้งชัดเกิดเป็นดวงเหมือนกันก็เป็นวิญญาณพอตายปุ๊บตัวเองก็เกิดอีกเป็นแทงหน่อไปเป็นดวงวิญญาณเพราะคนยังไม่มีมดคนยังไม่หมดสิ้นวิญญาณคนจึงต้องเกิดอีกเกิดวันเสาร์สภาพแบบนี้แหละทุกอันน่ะ ไม่ว่าโลกไหนโลกแห่งดวงดาวที่นี้โลกแห่งดวงดาวอาตมาอธิบายถึงการเกิดกันแล้วการดับของดวงดาวก็มีอายุของมันมันดับโดยตัวมันเองใครไปทำให้มันไม่ได้มันก็พยายามจะช่วยตัวเองตามแต่ปัญญาของมันคุณอย่าไปคิดถึงปัญญาของดาวเลยนะเพราะมันยากแก่การที่จะคิดมันอยากจะดับหรือมันอยากจะเกิดชั่งหัวมันเถอะแต่แท้จริงก็เรื่องของมันนะเพราะงั้นดาวบางดวงมันก็ดับมันก็แตกไปตามเรื่องถ้าใครเรียนถึงดาราศาสตร์มาจะรู้ว่าดาวมันดับไปจนกระทั่งแสนดีเป็นดาวแดงเป็นอะไรแล้วก็แตกไปเป็นดาวที่มันแตกไปแล้วสลายไปแล้วก็มีดาวบางดวงนั้นอาตมาจะบอกให้ในโลกที่เรามองเห็นมนุษย์ดีๆก็ไกลเนี่ยเราเห็นแต่แสงมันเฉยๆนะแต่ดวงของดาวจริงๆไม่มีนะ ถ้าไทยเรียนดาราสาวมาฟังดีๆอาตมากำลังจะชี้วิญญาณของดาวให้ฟังดาวบางดวงในเอาท้องอวกาศอยู่ไกลผมอยู่ไกลกับโลกของเรานี่ลิบลับเลยไกลมากไกลแต่ไม่รู้กี่ล้านปีแสงกว่าจะเดินทางมาถึงนะเสร็จแล้วแสงเข้ามานี่เราจะเห็นมันได้เห็นจากพลังงานของแสงแล้วมันเดินทางมาไกลเดียวเดินทางใช้เวลาหลายล้านปีแสงมันจะเดินทางมาให้ตาเรานี่เห็นได้ในขณะที่มันเดินมาแล้วเนี่ยตั้งเวลาตั้งหลายล้านปีนี้นะดาวบางดวงแตกไปแล้วแต่แสงยังเดินทางอยู่ฟังให้ดีได้คิดดีๆนะดาวดวงนี้นี่ดาวแตกไปแล้วนะแต่แสงมันยังเดินทางอยู่ต้องเป็นระยะเป็นล้านๆปีเนี่ยกว่าจะเดินทางมาถึงเราเพราะเราเห็นตาเราสัมผัสกับแสงนี้ได้นะแสงของดวงดาวดวงนี้นะ ดาวดวงนี้แล้วพวกนักดาราศาสตร์บางพลีตั้งชื่อมันเสร็จแต่ตั้งชื่อเก๊ก็ดวงดาวมันแตกไปแล้วที่จริงตั้งชื่อให้แฟนแท้ๆแสนเท่านั้นเองที่มันเดินทางมาให้เราสัมผัสได้หรือให้เราสัมผัสลูกกะตาเราเห็นดาราแต่ดวงดาวที่จริงไม่มีแสงนี่แหละคือวิญญาณของดวงดาวใครนึกออกมั่งตัวกายไม่มีแล้วนะกายของดาวแตกแล้วนะแต่แสงเดินทางมาตั้งหลายล้านปีกว่าจะถึงเนี่ยแต่ว่าไอ้นั้นจำนวนล้านล้านปีไปนั้นน่ะดาวมันแตกแล้วกินกายไม่มีแล้วเหลือแต่วิญญาณของดาวนี่แหละคือวิญญาณวิญญาณของคนก็เหมือนกันถ้าพลังงานมันยังไม่ดับจริงแล้วล่ะก็แม้กายจะแตกดับแล้ววิญญาณก็ยังวิ่งแล่นอยู่เหมือนกับดวงดาวนึกเห็นไหมเพราะฉะนั้น อย่าไปเชื่อว่าตายแล้วสูญถ้าเราไม่สามารถทำให้วิญญาณของเราหรือดวงดาวหรือว่าแสงของเราหรือพลังงานของเราดับสิ้นจริงๆมันไม่ดับสูญหรอกมันเป็นศูนย์หรอกเหมือนดวงดาวที่อาตมายกตัวอย่างให้ฟังนี่แหละเป็นความจริงเช่นนี้ไม่ใช่ของที่ยากเย็นที่จะพิสูจน์เลยมันเดินทางมาให้เราเห็นนั่นแหละวิญญาณมันหลอกเราแท้จริงมันไม่มีตัวตนเลยดาวดวงนี้ดาวแตกแล้วแต่แสงมันยังเดินทางมากว่ามันจะเดินทางไม่ให้เราเห็นนี่เป็นล้านๆปีนึงแล้วมันก็ทยอยอันนี้ทยอยมาทีเดียวทยอยให้เห็นไปปีนี้ก็เห็นแล้วไอ้ที่หลายๆล้านปีต่อมันก็ยังทยอยอยู่คนที่เกิดหลังเราอีกตั้งเป็นล้านปีเขาก็ยังเห็นดาวดวงนี้อยู่นะถ้าอยากเห็นดาวดวงนี้อยู่นะแต่แท้จริงมันไม่มีดาวแล้วนะไม่มีเนื้อด่าแล้วตัวดวงดาวที่เป็นวัตถุน่ะดวงดาวกลมๆจริงๆหรือเป็นตัว Mass สลายไปแล้วไม่มีแล้วเหลือแต่วิญญาณฉันนั้นมันหลอกเราเล่นโกโก้เห็นไหมเห็นผีหลอกของดาวไหมนี่แหละดาวผีหลอกดาวไม่มีตัวตนอันแท้จริงมีแต่แสงมีแต่วิญญาณเท่านั้นเหลือแต่วิญญาณเท่านั้นฟังให้ดีคนก็เช่นเดียวกันถ้าคนกายนี้สลายแล้วถ้าเราไม่กำจัดพลังงานหรือวิญญาณของเราให้มันหยุดให้มันดับด้วยไอ้ดวงดาวมันไม่มีปัญญาที่จะดับวิญญาณหรือพลังงานของมันมันก็เดินไปตามทางของมันเท่านั้นคนล่ะถ้าเราไม่ดับพลังงานของเราให้มันมอดไหม้ให้มันหมดมวยลงไปให้มันไม่ร้อนฉี่ให้มันมากจนกระทั่งมันจะต้องเดินทางไปตามแรงมีเท่าไหร่มันส่งไปหมดมันก็ยังจะส่งไปหาที่เกิด คือพลังงานอันนั้นแหละจะไปหาที่เกิดพลังงานของดวงดาวมาตกที่เรามันก็เหลือเศษของพลังงานมาไว้ทีหลังพลังงานของดาวดวงไหนมาตกที่โลกนี้มันก็เป็นพลังงานใช้ในโลกนี้เราก็ได้แสงสว่างจากมันบ้างบางทีแม้จะน้อยก็ช่างเถอะแต่มันก็เป็นพลังงานที่มันมาเลี้ยงโลกเราได้เหมือนกันพลังงานดวงจันทร์ก็มาเลี้ยงลูกพลังงานดวงดาวที่ได้ก็มาเลี้ยงลูกแต่มันรู้สึกมีปริมาณน้อยแต่เราก็ต้องคิดว่าถ้าใครเรียนว่าพลังงานและประสานอันเดียวกันซึ่งเป็นการเดินทางไปหากันแล้วนะพลังงานของดาวดวงนี้ก็มีส่วนที่จะมาทำให้สิ่งหนึ่งเกิดในโลกเหมือนกันคนก็เช่นเดียวกันถ้าไม่ดับพลังงานอันนี้แล้วเกิดต่อเลิกดวงดาวอาตมาขอจบนะว่าการ เปิดการตายของมันมีเหมือนกันอย่างนี้แล้ววิญญาณของมันก็มีอย่างนี้ที่อาตมาอธิบายให้ฟังคนก็นายเดียวกันเพราะฉะนั้นดวงของดาวมันจะโคจรยังไงอาตมาจะไม่พูดถึงหลักมันก็โคจรไปตามทางเดินของมันทุกสิ่งทุกอย่างเลยเราไม่ต้องคำนึงถึงมันมากเราไม่ใช่นักดาราศาสตร์เราจะรู้สิ่งนี้ได้เหมือนอย่างที่อาตมารู้หลายๆอย่างนั้นอาตมาไม่อยากพูดนี่มันเยอะเหลือเกินเกินกว่าจะพูดเล่าให้ฟังบางทีก็เล่าใหม่ๆแปลกๆขึ้นมาเรื่อยๆอย่างนี้ทุกทีเลยถ้าใครตามฟังจะรู้ว่าอาตมาก็เล่าให้แม่ใหม่ๆแปลกๆไปเรื่อยคือปฏิปทาเอาเองนะแม้แต่นอกโลกอาตมาก็พูดถึงบ่อยๆไปอย่างเงี้ยมันจะโคจรไปตามคิดตามทางอะไรของมันก็ช่างมันเถอะนะอาตมาไม่อยากพูดเสียเวลาแค่นั้นดาราศาสตร์เขาคิดเขาเองแล้วคุณอยากรู้ไปเอาซื้อหนังสือดาราศาสตร์ทีนี้เรามาพูดถึงตัวเรานี่สำคัญ เราเกิดมาอีกไม่กี่ปีตายเอาดวงคนดีกว่าดวงคนนี้อาตมาบอกแล้วว่าเป็นทางโคจรของคนจนกระทั่งเขาเรียกกันว่าพรหมลิขิตบ้างเช่นโคจรเพราะงั้นถ้าดวงคนแล้วก็ไปดูดวงกันดวงคนสำคัญกับดวงดาวไหมสำคัญเหมือนกันเพราะว่ามันเป็นการลูกล้อมันคล้ายๆเป็นไอ้สิ่งที่ล้อเลียนโครงสร้างที่ล้อเลียนดาวดวงนี้เกิดคนที่เกิดมามีลักษณะคล้ายๆกับดาวจันทร์ดาวอังคารดาวพุธดาวศุกร์ดาวพฤหัสอะไรเพราะคนที่มีลักษณะยังไงคล้ายกันดวงดาวหมอดูดูได้ไหมดูได้เรียนดวงดาวไปแล้วก็เรียนดวงไอ้นี่ลักษณะของดวงดาวจันทร์พุธศุกร์พฤหัสบดีเสาร์อะไรของเขามันเป็นยังไงมีลักษณะยังไงมีความร้อนมีความเย็นมี คนถ้าตกในลักษณะอยู่ในโถอยู่ในโซนหรืออยู่ในหน่วยในวาระที่มันเกิดหมุนโคจรในท่านั้นท่าเดียวกันมันจะไปในทางคล้ายๆกันแต่ขอให้เป็นดวงดาวถ้าใครสามารถไปเอาอะไรไปคั่นดวงดาวนะสมมุติว่าเส้นโคจรของดวงดาวมันเดินทางอยู่อย่างนี้คุณเอาอะไรอย่างนึงนะไปขวางทางดวงดาวให้มันขวางจริงๆนะพอดาวเดินมาชนกันเนี่ยดาวจะเกิดการเปลี่ยนทิศได้ไหมได้จะเกิดปฏิกิริยาขึ้นในคุณเจ็บปวดได้ไหมได้คนก็เหมือนกันถ้าเราหาอะไรมาขวางเส้นทางเดินของเราซะบ้าง ให้เราเดินไปในทางที่ต้องการให้ดีขึ้นเราก็ทำได้จะเจ็บมันไม่มีการปะทะกันเนี่ยมีเจ็บบ้างไหมมีรถเจ็บเหมือนกันแท้มีเหมือนกันเพราะฉะนั้นการปฏิบัติธรรมไม่ใช่ไม่เจ็บนะเจ็บเจ็บคุณเดินตามยถากรรมหมายคำว่าเดินตามพรหมลิขิตหรือเดินตามทางของดวงดาวเฉยๆคุณก็จะเดินไปเรื่อยตามทิศทางของมันมันก็จะไปคุณไม่พยายามที่จะช่วยตนเองคุณเลยคุณก็จะเดินวนเวียนอยู่ตามที่คุณอย่างเงี้ยเกิดแล้วเกิดเหล้าตามทิศเอ้ามันไปดีมั่งบางทีคิดดีก็หาอะไรดีมาใส่อะไรคิดชั่วก็หาชั่วมาใส่ไปตามเรื่องแล้วคุณก็จะตกไปตามทิศที่คุณทำให้แก่ตนเองแต่ถ้าเราระมัดระวังตัวเราเดินให้รู้เส้นทางของเรา เราไม่คิดถึงเราว่าอำนาจของดวงดาวหรืออำนาจของพรหมลิขิตหรืออำนาจของอะไรมันจะให้เราเดินอย่างไรก็ตามแต่ถ้าเราจะเดินไปตรงนี้ชนตอหมายความว่าจะถูกรถยนต์ชนบ้างจะเจอเงินบ้างอะไรก็ตามแต่เราเองเรารู้ให้ได้ว่าเราไม่เลือกนี่พูดทึบๆเลยนะเราจะไม่เลือกจะเดินไปชนต่อเราก็ไม่เอาจะเดินไปถูกรถยนต์ชนเราก็ไม่เอาเก็บจะเดินไปชนกองเงินเราไม่เอาด้วยนะมันทุกข์เหมือนกันแค่แบบเงินก็ทุกข์ฟังให้ดีนะตอนนี้สำคัญแต่คุณฟังแล้วคุณบอกแกทำไมพูดอย่างนั้นน่ะเดินไปชนกองเงินแล้วจะหนีกองเงินซะด้วยเทคโนโลยีไม่เอาอ่ะถ้าเดินไปชนต่อ เห็นด้วยเออว่าจะให้หนีถ้าเดินไปชนรถยนต์ชนหนีเห็นด้วยแต่ถ้าเดินไปชนกองเงินแกอย่าหนีสิท่านเอาสิคุณจะคิดอย่างนี้จริงๆนะอาตมาก็บอกว่าพุทธศาสนาไม่สอนพุทธศาสนาไม่สอนให้ไปเดินทางไปชนกองอะไรแล้วให้เอาไม่สอนพุทธศาสนาสอนทางเดียวเท่านั้นเดินเจออะไรให้หลี

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน