สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน พุทธศาสตร์คือแม่บทของทุกศาสตร์.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาตร์บุญนิยม) ตอน พุทธศาสตร์คือแม่บทของทุกศาสตร์ อาตมาพูดไปด้วยความจริงใจตามสัจธรรม ที่จริงไม่ควรพูด หากเป็นท่านพระพุทธเจ้าบอกว่าไม่ควรพูด เพราะท่านยังไม่เห็นควรว่าควรพูด แต่อาตมามาเปิดเผยสัจธรรม กระบวนการของโลก เพราะโลกทุกวันนี้เป็นโลกของ globalization เป็นโลกที่ติดต่อถึงกันหมดเลย ประธานาธิบดี ตดที่ทำเนียบขาวก็รู้ถึงที่นี่ ไม่มีอะไรขีดคั่น จำเป็นต้องให้รู้ทั่วถึงกัน ถ้าพูดภาษาอื่นได้ก็จะพูด แต่อาตมาพูดภาษาอื่นไม่ได้ รู้อย่างไส้เดือนกิ้งกือ รู้บางคำ ในความเป็นคนที่เกิดขึ้นมา อาตมาเจตนาดี อาตมาก็เป็นคน เหมือนกับคนทั้งหลายในโลก คนทุกคนเหมือนกันหมด เจตนาดีอยากให้รู้สิ่งที่ดีสิ่งที่ถูกต้องที่สุด สิ่งที่ ถ้าคิด ถ้าเห็น ถ้ารู้ และปฏิบัติตามนี้คุณจะเป็นผู้ประเสริฐ เป็นผู้หมดทุกข์ หมดโทษ หมดภัย มีแต่คุณค่าประโยชน์ต่อโลกต่อมวลมนุษยชาติ นี่คือเป้าหมายของศาสนาพุทธ ความหมายของศาสนาพุทธนั้นไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อมวลมนุษยชาติ ที่มีพยัญชนะ พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) นี่คือเป้าหมายของศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธไม่ใช่ทำเพื่อตัวเอง คนที่ล้างตัวตนลดตัวเองได้ ก็จะเอาพลังงานที่ให้แก่ตัวเองเพื่อคนอื่น เป็นพระโสดาบัน เมื่อลดความเห็นแก่ตัวเองได้มากขึ้นก็เป็นสกิทาคามี ทำเพื่อผู้อื่นได้มาก มาลดความเห็นแก่ตัวเองได้ในกามภพ ลดได้หมด เป็นพระอนาคามี พลังงานที่มีแต่ตัวเองเห็นแก่ตัวเองก็ออกไปเห็นแก่ผู้อื่น ทำเพื่อผู้อื่นเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้น เป็นอนาคามี ก็ยิ่งทำเพื่อผู้อื่นมากขึ้น ทำเพื่อตัวเองน้อยลงมากขึ้นเหลือแค่ รูปภพ อรูปภพ ล้างอุทธัมพาคิยะสังโยชน์ได้ก็เป็นพระอรหันต์ เป็นพระอรหันต์ไม่
อ่านต่อ
ได้มีชีวิตเพื่อตนเองเลย มีแต่ชีวิตเพื่อผู้อื่น นี่คือรัฐศาสตร์อันยิ่งใหญ่ เศรษฐศาสตร์อันยิ่งใหญ่ สังคมศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ไม่ได้โมเมเป็นเรื่องจริง ศึกษาพุทธศาสตร์ รับรองปฏิบัติเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่สูงสุด เกินกว่า ด็อกเตอร์เป็น post doctor เลย ศาสนาพุทธศึกษาให้ดี ปฏิบัติบรรลุ จะได้ศาสตร์นั้นมา มหาวิทยาลัยไหนจะมาประสาทปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยนั้นก็มีดวงตาปัญญาเห็น มีคุณสมบัติตามที่ต้องการได้ครบเลย รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ เรามีแต่พุทธศาสตร์เก่งเท่านั้นเอง ทางเทคนิคอื่นๆ เกษตรศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรืออื่นๆ แต่นี่เป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณ ผู้ที่มีจิตวิญญาณเป็นเศรษฐะ เสฏโฐ อย่างท่านจันทร์ ฉายา จันทเสฏโฐ เสฏฐะแปลว่าความเจริญความประเสริฐที่สูงขึ้น เป็นความเจริญจริงๆ ยิ่งในรัฐศาสตร์ก็สูง เพราะว่าเป็นผู้ที่เห็นแก่มนุษย์ไม่ได้เห็นแก่ตัวเอง ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) ในศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาที่ รวมเอาศาสตร์แห่งความรู้ หรือคุณสมบัติอันประเสริฐ มาไว้ที่ ศาสตร์นี้หมดแล้ว ถ้าศึกษาอันนี้ได้จบ รู้ทั้งปฏิบัติได้ผล ไม่ต้องไปเรียนศาสตร์อื่น เพราะศาสตร์นี้รวมความต้องการของทุกศาสตร์ไว้หมดแล้ว และพูดตรงๆ ศาสตร์เหล่านั้น ไม่ได้เข้าถึงสภาวะ จบเศรษฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต ก็ไม่สามารถที่จะสร้างความเป็นเศรษฐกิจของตนเอง และของสังคมให้ได้ดีเท่าพุทธศาสตร์ ถ้าจบพุทธ มีคุณสมบัติของพุทธ โสดาบัน สกทาคามี อนาคามี อรหันต์ มีเศรษฐศาสตร์ เป็นบริบทที่จะพูด มีเศรษฐศาสตร์ ก็คือมีความรู้ในเรื่องของ เขาแปลเศรษฐศาสตร์สั้นๆว่า วิชาที่ ต้องทำสมบัติที่มีทำอย่างไรจะแชร์ให้คนได้รับอย่างอยู่เย็นเป็นสุข นี่คือความหมายของเศรษฐศาสตร์ ศาสนาพุทธนั้น สมบัติในโลกนี้มี 100 หน่วย อรหันต์นั้น ถ้ามีคนร้อยคนอยู่ ท่านบายเลย ไม่เอาเลย ให้คนอื่นทั้ง 99 คนไป 99 ส่วนเลย อีกส่วนหนึ่ง ของท่าน หาร 99 เลย ให้คน 99 คนไปเลย แล้วอรหันต์อยู่อย่างไร รับใช้ ประชาชนทั้ง 99 คน แล้วประชาชนจะเลี้ยงอรหันต์ได้ไหม ..ได้..เป็นคนกินน้อยใช้น้อย ไม่กินมากใช้มาก ช่วยคน 99คนได้เลย สมมุติว่า คนในสังคมมี 100 คนรวมดาวด้วย 1 คน ถ้าคนในสังคมมีคุณสมบัติประเสริฐอย่างนี้ จึงไม่ได้ทำให้สังคมเดือดร้อน มีแต่ช่วยสังคม ถ้าคนในสังคม 100 คนนั้นมาเป็นเช่นนี้ 20 คน มาเป็นพระอรหันต์ 20 คน สังคมก็เกิดการสัมผัสจากใจเกิดการไม่เห็นแก่ตัว สงบเรียบร้อย ถ้าสังคมนี้ มีพระอรหันต์ 50 ในร้อยคน สังคมนี้มีพระอรหันต์ 99 คนในร้อย แล้วเศษคนที่เหลือ 1 คนจะอยู่ได้อย่างไร ก็ต้องถูกสนามแม่เหล็กแห่งพระอรหันต์ดึงดูดไปหมด คือคนๆนั้นจะได้ไปหมดในสังคมเลย เพราะว่าคนเดียวนั้นไม่เอา แต่พระอรหันต์อีก 99 คนเอา แล้วมันไม่ให้ใครเลย มันเอาไว้คนเดียวเลย แต่พระอรหันต์ของพุทธนั้นทำงาน ปัจจัย 4 ไม่ขาดเหลือบริบูรณ์ เหมือนชาวอโศกทุกวันนี้ ปัจจัย 4 สมบูรณ์กินอยู่สบาย ไม่หอบเพชรพลอย ธนบัติ อรหันต์ทั้ง 99 คนไม่เอาเลย มีเจ้านั้นคนเดียวหอบไปหมดเลย สมมุตินะ แล้วพระอรหันต์ 99 คน ก็บอกว่า คนนั้นมันจะกินเพชรกินทองคำกินธนบัตรไปเลย แล้วคนนั้นจะกินอยู่ได้ไหมนี่ นี่พูดให้เห็นชัดๆ เป็นธรรมดาธรรมชาติ เหมือนที่อาตมาสอนให้พวกเราทำปัจจัย4 ทุกวันนี้ชาวอโศกไม่ลำบากลำบนในปัจจัย 4 ส่วนคนไหนอยากได้สิ่งอื่นบ้าบอ อยากได้เพชรพลอยเอามาทำไม ทองคำ เอามาทำไม ถ้าไม่มีความจำเป็นที่จะทำให้เหมาะสมควร ให้สมเกียรติว่าต้องใช้ทองคำ ตามสมมติโลก ไม่เช่นนั้นจะมาตกแต่งใส่ตัวเอง เดี๋ยวโจรก็ปล้นฆ่า ขอเป็นโทษภัยทั้งนั้น 600607_พ่อครูเทศน์ก่อนฉันอโศกรำลึกครั้งที่ 36 แม่บทของสรรพศาสตร์คือพุทธศาสตร์