สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน พลังปัญญาสู่สังคหะที่ท้องสนามหลวง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.37 KB
วันที่แก้ไข13 มิถุนายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน พลังปัญญาสู่สังคหะที่ท้องสนามหลวง ในธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น อาตมาพูดมาสี่สิบกว่าปีเกือบ 50 ปีแล้ว ไขความสัจจะ ให้เห็นว่าชีวิตคนนั้นเกิดมา จะอยู่อย่างไร อยู่อย่างไม่สะสมสมบัติ แต่ไม่ได้อยู่อย่างขี้เกียจ ไม่ได้อยู่อย่างโง่เง่า อยู่อย่างรู้ว่าอะไรเป็นการงานที่ควรทำอนวัชชะ มีพลัง 4 แล้วจะไม่มีโทษภัย พ้นภัย 5 มีพลังปัญญา ปัญญาคือธาตุรู้ ผู้ที่มีปัญญาครบก็มีภูมิที่มีวิชชาเป็น คือผู้ที่สิ้นอาสวะ เป็นอรหันต์ สิ้นอาสวะ หมดเกลี้ย้ง ผู้ที่มีปัญญาก็จะรู้ว่าชีวิตจะอยู่อย่างไร ไม่ต้องสะสม แต่ขยันหมั่นเพียร สร้างสิ่งที่ควรสร้างมีพลัง วิริยพละ พากเพียร ตามแต่สมรรถนะ แล้วทำอะไรก็ทำงานที่ไม่มีโทษภัย งานที่ปราชญ์ไม่ตำหนิ เป็นงานที่สร้างสรรค์ มีปัญญารู้ความจริง ว่าคนเราต้องมีวิริยะ สร้างจิตใจตัวเองให้เป็นพลังงานมีวิริยะ ไม่ขี้เกียจ ขี้เกียจไม่เป็น นี่คือคุณสมบัติของมนุษย์เป็นได้จริงๆนะ ขี้เกียจไม่เป็น มีพลังวิริยะ แล้วก็ทำการงานที่ไม่มีโทษ เสร็จแล้วก็แบ่งแจก เผื่อแผ่เจือจาน นี่คือพลังของอรหันต์ ไม่ต้องสะสมมาเป็นของเรา พวกเราอโศกมีคนทำงานฟรี กินใช้ร่วมกัน บริหารผลผลิตที่เราสร้างสรรค์ร่วมกัน บางคนบริหารจนเมื่อย เพราะว่าเช่น อย่างสันติอโศกอยู่ในเมืองไม่มีที่ดินปลูกแตงโม แต่ที่อื่นปลูกแตงโม ดันขนมาเต็มเลย เขาจะจ่ายเองก็ไม่รู้จะแจกอย่างไร เพราะว่าที่นี่เป็นศูนย์กลางก็เลยเอามาแจกกันที่นี่ ไปแจกที่สนามหลวงอีก ตอนนี้สนามหลวงเป็นแหล่งแห่งการแจก พูดถึงสนามหลวง นี่คือสาธารณโภคีที่สนามหลวง เป็นธรรมะที่เป็นสาราณียธรรม 6 อันเกิดจากต้นเค้าของจิตทั้ง 7 พุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ เมื่อเกิดเหตุการณ์ของในห

อ่านต่อ

ลวงรัชกาลที่ 9 เกิดเหตุการณ์ที่คนไทยแสดงออกถึงจิตจริงที่ ระลึกถึงในหลวง รักในหลวงเคารพในหลวงแล้วก็เอามาแบ่งแจกกัน อย่างไม่วิวาทะ มีความสามัคคีกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ใครหลุดเข้าไปในสนามหลวงตอนนี้ จะเกิดทิศทางของ พุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ เป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก ไอน์สไตน์พยากรณ์ไว้ว่าจะเป็นระเบิดแห่งความรักที่ยิ่ง เกิดจาก สาราณียธรรม 6 เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม มีสาธารณโภคี แจกจ่ายกันไป เกิดจากศีลสามัญตา และมีความรู้ความเห็นที่สมัครสมานกัน ทิฏฐิสามัญญตา ปฏิบัติร่วมกันมีพฤติกรรมเดียวกัน

เป็นปรากฏการณ์ยืนยันคุณสมบัติของมนุษย์ที่เป็นจริงเกิดจริง เพราะอะไร เพราะว่าในหลวงท่านได้ทรงพระจริยวัตรมาตลอด 70 พรรษา แสดงออกถึงความเป็นพุทธมามกะ พุทธบริษัท ที่มีคุณสมบัติคุณธรรม เป็นอาริยะ เป็นพระโพธิสัตว์ช่วยเหลือมนุษย์ เป็น พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) ไม่บกพร่อง มีคุณภาพปริมาณเต็มสมบูรณ์ แสดงว่าคนไทยมีภูมิธรรม มีปัญญารู้ว่านี่คือคุณธรรมอันประเสริฐ อริยทรัพย์เป็นสิ่งประเสริฐเป็นสาราณียธรรม อันบริบูรณ์ มีสาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7 เท่าที่อาตมาประมวล สิ่งที่จะนำมากล่าวยืนยันได้ คนๆใดก็ตาม ที่มีแต่ความเมตตาแสดงออกทางกาย เมตตาทางกายบริสุทธิ์ ทางวจีเมตตาคือความช่วยเหลือคนอื่น ทางมโนก็มีความบริสุทธิ์ แล้วมีผลได้คือลาภในสิทธิเป็นทรัพย์สมบัติของเรา ก็เอาออกมาเป็นของส่วนกลาง สาธารณะ แจกจ่ายกันไป อย่างนี้แหละ มันเป็นคุณสมบัติที่ประพฤติแล้วปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าแล้วมันจะเป็นเช่นนี้ มีคุณสมบัติอย่างนี้เป็นคุณวิเศษ หรือคุณธรรมอันประเสริฐอย่างนี้ เมื่อในหลวงสวรรคต คนไทยก็ประพฤติเลย ชาวอโศกเราประพฤติตัวแล้วก็เลยก็ร่วมกับเขาด้วย มันก็เลยเป็นพฤติกรรมที่วิเศษ ตอนนี้ก็ยังประพฤติกันอยู่ เพราะว่ายังไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ แน่นอนถึงตุลาแน่ ตอนถวายพระเพลิงกันก็ตุลา ตุลาเสร็จแล้ว จะมีพิธีอะไรตามจารีตประเพณีก็แล้วแต่ แต่การแจกจ่ายเจือจาน ก็จะมีอยู่ ตราบใดที่พิธีกรรมยังไม่เลิก แต่แน่นอน ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่มีวันเลิกรา สุภาษิตจีนว่าไว้ชัดเจน แต่ทำได้นาน เมื่อพูดถึงการแสดงออกของประชาชนคนไทยที่ไปแสดงน้ำใจ เพื่อมวลมนุษยชาติเพื่อประชาชนเพื่อเพื่อนร่วมชาติ ที่แสดงออก เอาในหลวง เป็นเหตุปัจจัยนำไปปฏิบัติประพฤติคุณธรรมแสดงออกถึงการ สังคหะ ที่ทำกันอยู่นี้ อาตมานึกถึงเหตุการณ์ เมื่อเกิดวิกฤตของประเทศชาติ พวกเราก็ออกไปชุมนุมประท้วง ผู้ที่จะทำให้บ้านเมืองเดือดร้อนไม่สงบสุข ไม่เป็นธรรม ไม่ดีงามเราก็ไปประท้วง เราทำได้เต็มที่ เป็นลักษณะของประชาธิปไตย อาตมาก็พาออกไปประท้วง ทำกันได้นาน ยาวนาน เป็นปี ก็ทำอาหารเลี้ยงกันแจกจ่ายกัน ก็แสดงสัจจะแสดงความถูกต้อง อะไรไม่ถูกต้องก็ว่า ตำหนิ อาตมาก็พาออกไปแสดงความเห็นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ผู้ที่ไม่รู้ก็บอกว่านี่ไม่ใช่ศาสนา มาทำอะไรอย่างนี้ ก็ว่าไปตามประสาเขา เขารู้อย่างนั้นก็ว่าอย่างนั้น พวกอยู่ในเรี้ยวในรู พวกปู ไม่เคยรู้อะไรหรอก แปลเป็นไทยว่า พวกโง่ ไม่เชื่อกดคำว่า โง่ ดูสิ จะเจอปูไหม สังคมเขาตั้งให้โดยองค์รวม ที่จะได้ฉายานี้ 600607_พ่อครูเทศน์ก่อนฉันอโศกรำลึกครั้งที่ 36 แม่บทของสรรพศาสตร์คือพุทธศาสตร์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน