200506-077 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน077-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ009.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นวันที่ 6 พฤษภาคมพุทธศักราช 2520 ตอนนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกสำหรับวันนี้เป็นการทำวัตรซึ่งพัทยานำพุทธประวัติจากพระโอษฐ์เอามาบรรยายต่อเราต้องพยายามพิจารณาไม่ต้องไปตรวจไม่ต้องไปโชว์ไม่ต้องสัจธรรมไม่ต้องไปโยนของเล่นของทิ้งเปล่าๆนี่เป็นประโยชน์ที่เราจะได้ควรคิดโดยจริงเราก็เลือกประวัติก็เป็นประวัติเราจะไปเป็นอย่างนี้หรือฉันจะเป็นอย่างนี้ก็ให้รู้ว่าเออเราจะเป็นเหมือนนะแต่ออกมาเจอชีวก เดี๋ยวบริจาคทำเป็นตัวอย่างไว้แล้วว่ามันไม่ควรไม่เคยคาถาอะไรนะถ้าต่อมาการโปรดปัญจวัคคีย์หรือการแสดงปฐมเทศนาพระราชกุมารลำดับนั้นเราจาริกไปโดยลำดับไปสู่เมืองพาราณสีถึงที่อยู่แห่งภิกษุปัญจวัคคีย์คือณอโศกวัฒนมฤคทายวันแล้วภิกษุปัญจวัคคีย์เห็นเรามาแต่ไกลในต่างกติกาแก่กันและกันว่าพระพุทธเจ้ารู้หมดเลยนะว่าปัญจวัคคีย์ตั้งกติกากันไว้ทีเดียวตั้งรัชกาลที่ 9 และกันว่าผู้มีอายุพระสมณโคดมนี้กำลังมาอยู่เธอเป็นผู้มักมากสล ความเพียรเวียนมาเพื่อความเป็นคนต่ำซะแล้วเช่นนั้นเราอย่าว่าอย่าลูกรักอย่าเพิ่งรับบาตรจีวรของเธอเป็นอันขาดแต่จัดตั้งอาสนะไว้ถ้าเธอปรารถนาจากนั้นได้ดังนี้ก็เป็นแต่เพียงแต่ใจไม่ดำแต่ก็คือกูอาจจะนับไว้ให้จะนั่งก็นั่งไม่นั่งก็ตามไม่เชิญไม่รุกรับไม่รับเขาก็รับของไม่ต้อนรับแบบที่เรียกว่าตั้งตัวเป็นผู้ที่ไม่เคารพไว้ก่อนแม่ยกให้นายกขี้เกียจแม้แต่เป็นญาติสนิทตั้งค่าว่าตัวเองเนี่ยไม่ออกไปไม่มากๆตัวเองยังเป็นผู้ที่ยังอยู่ในทางปฏิบัติอย่างนั้นน่ะ เหรียญหล่อพระพุทธเจ้าไม่ทรมานตนแล้วไม่ไม่เลิกหันกลับมากินอาหารอย่างนี้แต่ว่าไม่แน่จริงตามประวัติพระราชกุมารเราเข้าไปใกล้ภิกษุปัญจวัคคีย์ด้วยอาการอย่างไรเธอไม่อาจถือตามกติกาของตนได้ด้วยอาการอย่างนั้นพอเข้าไปจริงแล้วมันไม่ไ
อ่านต่อ
ด้มันจะว่าคิวสอบตกลงกันไว้อย่านะอย่านะมันไม่จริงพอพระพุทธเจ้าเสด็จไปใกล้เข้าจริงบางพวกรุกรับและรับบาตรจีวรแล้วบางพวกปูอาสนะแล้วบางพวกตั้งน้ำล้างเท้าแล้วแต่เธอร้องเรียกเราโดยชื่อด้วยคือเรียกชื่อพระพุทธเจ้า โคดมรายชื่อครูดมเขาไม่เรียกหรอกสิทธัตถะเขาไม่เรียกกันชื่อเขาเรียกโคดมศิลปะไม่เป็นโค้ดธรรมโฆษณ์ที่เรียกขอสมัครเรียกเราชื่อด้วยและโดยคำว่าท่านผู้มีอายุด้วยอาวุโสท่านผู้มีอายุซะก่อนอาวุโสนี่ก็ไปอาวุโสท่านผู้มีอายุการเรียกว่าท่านผู้มีอายุด้วยฉันเธอกล่าวอย่างนั้นเราได้กล่าวคำนี้กับภิกษุเข้าใจว่าขี่มันว่าภิกษุทั้งหลายเธออย่าเรียกเราโดยชื่อและโดยคำว่าผู้มีอายุพระเจ้าก็เอาก่อนนะว่าอย่าเรียกเราชื่ออย่างนั้นมันเหมือนกับพื้นสนิทและก็ไม่ ไม่เคารพเพราะผู้ใหญ่เราจะไปเรียกชื่อตราบชั่วเฉยๆงี้มันไม่ควรไม่ใช่ตะวันตกเขาไม่ถือตะวันตกเขาเรียกชื่อโตกว่าหรือใหญ่เขาก็เรียกชื่อเฉยๆเขาไม่ถือแต่ทุกอย่างนั้นเขาก็ถืออยู่เหมือนกันก็ใหญ่จริงๆเขาก็ไม่เรียกหรอกก็ต้องมีคำนำอะไรนำเป็นท่านเป็นคณะท่านเป็นอะไรก็ได้ตามแต่นึกว่าเป็นคำควรอะไรนำๆแล้วก็ไม่ไม่เรียกทีเดียวแต่เขาก็ยังถือน้อยเรียกชื่อเลยเป็นผู้เฒ่าผู้แก่เป็นผู้ใหญ่อะไรเขาเรียกชื่อธรรมดาเขาก็ไม่ถือเท่าไหร่แต่ทางด้านตะวันออกเราถือโตๆใหญ่ๆเป็นผู้ใหญ่แล้วไปเรียกชื่อเฉยๆห้วนๆด่วนๆอย่างเงี้ยก็ถือนะไอ้ทามตะวันออกอินเดียก็ถือมากล่าวไม่ได้ โคดมหรือโคตมะพี่สุโทมันต้องมีคำนำคุณท่านหรือว่านายยกย่องไปหรือว่าเลขตามฐานะเรียกโดยโดยแค่ว่าชื่อก็มันดูไม่เหมาะทีนี้อาวุโสยิ่งมาดูท่านผู้มีอายุหรือเป็นการสนิทเป็นคำเรียกสนิทเฮ้ยเพื่อนอะไรเงี้ยหรือว่าน้องใหม่ที่จริงมันแปลว่าน้องภันเตแปลว่าพี่ทีก็ไม่เข้าใจความเค้าก็ไม่เรียกเอาก็ไม่ได้เรื่องเท่าไหร่พระพุทธเจ้าท่านก็ห้ามตอนแรกเรียบร้อย เรียกเราด้วยชื่อยาเรียกเราด้วยคำว่าผู้มีอายุเราเป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพอบอกอันนี้นำปั๊บท่านก็บอกตอบเลยว่าเราเป็นทหารเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านจงเงียบโสดลงเราจะสอนอมตะธรรมที่เราได้บรรลุแล้วเราจะแสดงธรรมเมื่อท่านปฏิบัติอยู่ตามที่เราสอนในไม่นานเทียวจะกระทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์อันยอดเยี่ยมอันเป็นยอดแห่งพรหมจรรย์ได้ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในทิฏฐธรรมนี้เข้าถึงแล้วแลอยู่อันเป็นประโยชน์ที่ปรารถนาของกุลบุตรผู้ออกจากเรือนบวชเป็นผู้ไม่มีเรือนโดยชอบดังนี้พระพุทธเจ้าก็ประกาศเลยบอกเอานะเราเป็นอาหารแบบสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว พยายามเมียโสดลงจำนวนนี้โสดลงพยายามตั้งใจฟังแทนที่จะบอกตั้งใจฟังถ้าจะไปแปลเป็นสำนวนไทยตรงกันก็บอกเอาตั้งใจฟังแต่นี่ไม่ต้องตั้งใจฟังว่าเอาหูลงมาจริงๆก็ตั้งใจฟังคำไทยๆธรรมดาแทงทะลุเข้าไปเราจะสอนธรรมะธรรมท่านไม่ใช้รัฐธรรมนูญอมตะธรรมที่เราได้บรรลุแล้วเราจะแสดง เมื่อท่านปฏิบัติอยู่ตามที่เราสอนท่านก็ไม่ได้บอกว่าสอนปั๊บแล้วคุณจะนั่งบรรลุนั้นเมื่อท่านปฏิบัติอยู่ตามเราสอนไปเรื่อยๆในไม่นานเทียวจะกระทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์อันยอดเยี่ยมอันเป็นยอดแห่งพรหมจรรย์ได้ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในทิศทางนี้เข้าถึงเลยซึ่งเป็นประโยชน์ของผู้ที่ปรารถนาที่ปรารถนาของกลบทผู้ออกจากเรือนบวชเป็นผู้ไม่มีเรือนโดยชอบไม่อยากจะอธิบายก็จะได้สมใจราชกุมารท่านเรากล่าวดังนี้แล้วภิกษุปัญจวัคคีย์กล่าวคำนี้กล่าวว่าขณะนี้พระพุทธเจ้าท่านตรัสอย่างนี้แล้วภิกษุปัญจวัคคีย์ก็ยังแจ้งว่าผู้มีอายุโคนมกล่าวอีกอย่าง แม้ได้ทุกกริยาทุกรกิริยาปฏิปทาอันประเสริฐนั้นท่านยังไม่อาจบรรลุอุตริมนุษยธรรมปรมาจารย์ทัศนะวิเศษได้เลยก่อนในบัดนี้ท่านเป็นคนมักมากสลัดความเพียรเวียนมาเพื่อความเป็นคนมักมากแล้วทำไมจะบรรลุอุตริมนุษยธรรมอะมะระยะจากคณะวิศวกรรมปัจจัยบางทียังติดใจอยู่เลยว่าการปฏิบัติทุกรกิริยาซึ่งมีลัทธิแบบมีเยอะในอินเดียทำได้อย่างเข้มงวดอย่างนี้หมายความนึกวันนี้เป็นการที่จะได้บรรลุ เรื่องพระพุทธเจ้าท่านเห็นแล้วว่ามันไม่เข้าทางมันเกินไปมันทรมานตนซะจนหนักเกินเลยเถิดมันไม่มีเรี่ยวไม่มีแรงมันไม่มีสติสัมปชัญญะเต็มต้องกลับมาทุกตอนสภาพที่มีสติสัมปชัญญะเต็มมีทุกข์จนเกินอ่อนแรงกายอ่อนแรงใจอะไรอย่างนี้มันไม่ไหวแล้วถ้าใจมันถูกบำเพ็ญทุกข์มีทุกข์มากจนกระทั่งทำให้เราอ่อนมันก็ไม่มีประโยชน์อย่างใดแต่ก็ยังไม่รู้หรอกเขานึกว่าอย่างนั้นน่ะเป็นความเพียรอันหนักทนได้เก่งจะไปบรรลุธรรมได้อย่างนั้นเขาก็เราเอาอันนี้มันย้อนแย้งมาโต้จากรู้จักก็ตัดทั้งหลายแต่ถามคนไม่ได้เป็นคนมากๆสลับความเพียรเวียนมาเพื่อความเป็นคนมากๆดอกท่านก็ยืนยันว่า ฉันกลับมาทำอย่างนั้นนะถ้าไม่ได้เป็นคนมักมากก็ไม่ได้เรียนไม่ได้สลัดความเพียรที่สุดทั้งหลายตถาคตเป็นพระอรหันต์ตรัสรู้ชอบด้วยตนเองภิกษุทั้งหลายเธอจงเงียบสงบลงเราจะสอนเอามาทำที่เราได้บรรลุแล้วเราจะแสดงธรรมเมื่อท่านปฏิบัติตามเราสอนในในไม่นานยืนยันอีกนะบรรยากาศจะกระทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์อันยอดเยี่ยมอันเป็นยอดแห่งพรหมอาจารย์ได้ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในที่ที่ทำนี้เข้าถึงแล้วแลอยู่อันเป็นประโยชน์ที่ปรารถนาของเหล่ากุลบุตรผู้ออกจากเรือนบวชเป็นผู้ไม่มีเรือนโดยชอบอย่างนี้ราชกุมารภิกษุปัญจวัคคีย์ได้กล่าวคำนี้กับเราอีกแม้ครั้งที่ 2 พระพุทธเจ้าท่านยืน เอาน่าเรานี่แหละเป็นผู้ตรัสรู้แล้วไม่ได้มักมากไม่ได้สลัดความเพียรอะไรจะสอนมาฟังธรรมมาปฏิบัติตามแม้ครั้งที่ 2 ปัญจวัคคีย์ก็ยังทวงแย้งในข้อนี้อยู่ราชกุมารเราได้กล่าวคำนี้กับภิกษุปัญจวัคคีย์แม้ครั้งที่ 3 พระพุทธเจ้าก็ตัดเป็นครั้งที่ 3 อีกราชาธิราชอีกแม้ครั้งที่ 3 ขณะครั้งที่ 3 ภิกษุปัญจวัคคีย์ก็ยังย้อนแย้งเข้าไปอีกเป็นครั้งที่ 3 อีกยืนยันว่าเอ้ยท่านมักมากแล้วถ้าสลัดความเพียรแล้วทำไมบำเพ็ญทุกรกิริยาแล้วท่านจะมาได้ตรัสรู้อะไรกันยืนยันอีกราชกุมาร สันติสุขปัญจวัคคีย์กล่าวอย่างนี้แล้วเราได้กล่าวคำนี้กับพวกเธอว่าภิกษุทั้งหลายท่านจำได้หรือทำอย่างนี้นี่เราได้เคยกล่าวกับท่านทั้งหลายในการก่อนแต่บัดนี้บ้างแต่นี้บ้างหรือเธอตอบว่าหาไม่ทันไปเจริญเรากล่าวอีกว่าภิกษุทั้งหลายตถาคตเป็นอรหันต์ตรัสรู้ชอบด้วยตัวเองพวกเธอจงแยกโสดลงเราจะสอนเอามาทำที่เราได้บรรลุแล้วพระจะแสดงธรรมเมื่อท่านปฏิบัติอยู่ตามที่เราสอนในไม่นานเทียวจัดกระทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์อันยอดเยี่ยมอันเป็นยอดแห่งพรหมอาจารย์ได้ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในที่จะทำนี้เข้าถึงแล้วแลอยู่อันเป็นประโยชน์ที่ปรารถนา ปรับระบบผู้ออกจากเรือนบวชเป็นผู้ไม่มีเรือนโดยชอบดังนี้รู้จักกับยืนยันอันเก่านี้อีกบอกว่าไอ้ที่เรากล่าวอย่างนี้คำที่เราว่าอย่างนี้มาอย่างนี้ที่เราพูดอยู่ขณะนี้เนี่ยแต่ก่อนจะได้เราเคยกล่าวถึงกับเธอหรือพระพุทธเจ้าเกิดสติปัญญาไม่ก็ไม่เคยได้ยินน่ะพูดอย่างนี้แต่ก่อนแต่เวลาที่คบหากันมาเอ้าก็เมื่อยังไม่เราเป็นอรหันต์พระพุทธเจ้าแล้วเป็นพุทธรูปชอบเองเราจะแสดงธรรมเมื่อฟังธรรมที่ตั้งใจฟังแล้วจะสอนเราว่าจะได้บรรลุตามเป้าหมายนะก็ได้คิดเข้าใจว่าคิดก็ได้คิดราชกุมารเราได้สามารถเพื่อให้ภิกษุปัญจวัคคีย์เชื่อแล้วแหล่พระ ก็บอกว่าท่านสามารถทำให้ปัญจวัคคีย์เชื่อราชกุมารเรากล่าวสอนภิกษุ 2 รูปอยู่ภิกษุ 3 รูปเที่ยวบิณฑบาตรเรา 6 คนด้วยกันเลี้ยงชีวิตให้เป็นไปด้วยอาหารที่ภิกษุ 3 รูปนำมาบางคราวเรากล่าวสอนภิกษุ 3 รูปอยู่ภิกษุ 2 รูปเที่ยวบิณฑบาตรเรา 6 คนเลี้ยงชีวิตให้เป็นไปด้วยอาหารที่ภิกษุ 2 รูปนำมาน่ะอันนี้แสดงว่าพระพุทธเจ้าสอนปัญจวัคคีย์อยู่ตั้งนานไม่ใช่ไปถึงปุ๊บปั๊บปุ๊บปั๊บสอนปุ๊บบรรลุปุ๊บอะไรมาเลยตั้งเวียนวนเนี่ยต่างคนต่างช่วยเหลือบิณฑบาตมาเลี้ยงกันและกันอยู่ไปมาสลับสับเปลี่ยนกันอยู่ เป็นกลอง 2 กล่องสอนพระพุทธเจ้าก็ตั้งหน้าตั้งตาสอนมีแต่ฟังให้ดีในนี้ภิกษุเรียกว่าภิกษุไม่ได้พระพุทธเจ้าไม่ได้บิณฑบาตนะภิกษุ 3 รูปที่บิณฑบาตรเรา 6 คนเลี้ยงชีวิตเป็นไปเพื่อที่สุดที่ศึกษาด้วยอาหารดีที่สุด 3 ผู้นำมาบางคราวเรากล่าวสอนภิกษุ 3 รูปภิกษุ 2 รูปที่ระบาดแบ่งกันปัจจัย 4 มี 5 บางครั้งมันบิณฑบาตร 3 เรากล่าวสอนภิกษุ 2 รูปอยู่ภิกษุ 3 รูปก็เที่ยวไปบิณฑบาตรรับการสอนพิสูจน์ 3 ลูกภิกษุ 2 รูปแบบบิณฑบาตรเรา 6 คนเลี้ยงชีวิตให้เป็น สาธุนำมา 3 รูปนำมาเลี้ยงอาหารนั้น 2 รูปนำมากันเนี่ยเพราะประชาชนทั้งหมดนี้ยืนยันว่าพระพุทธเจ้าทำงานท่าเดียวคือสอนแม่เป็นรัฐบาลไม่ได้บิณฑบาตให้พี่สุปัญจวัคคีย์แบ่งกันเป็นรัฐบาลมาเลี้ยงกันตลอดเวลาไม่ทราบว่าตั้งหน้าตั้งตาเที่ยวเห็นสอนทั้ง 5 รูปนี้ราชกุมารทั้งนั้นเมื่อเรากล่าวสอนพร่ำสอนมีการสอนทำสอนภิกษุปัญจวัคคีย์อยู่ด้วยอาการอย่างนี้เธอก็ทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์อันยอดเยี่ยมอันเป็นยอดแห่งพรหมจรรย์ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในที่ที่ทำนี้เข้าถึงแล้วแลอยู่อันเป็นประโยชน์ที่ปรารถนาของเหล่ากุลบุตรผู้ออกจากเรือนบวช สำนวนอื่นแปลกออกไปบ้างเล็กน้อยคืออย่างนี้ในป่าศาสดาสูตรอันนี้ที่ที่จัดที่จัดอยู่ในธรรมเอาจากกัปปวัตตนสูตรที่เล่าวันนี้อ๋อไม่ใช่สัปดาห์ในโพธิราชศูนย์ราชการยโสธรเล่าเรื่องธรรมดาเราอยู่ในป่าช้าปลาสลิดก็มีหลายขั้นตอนนี้ภิกษุทั้งหลายครั้งนั้นเมื่อเรากล่าวสอนพร่ำสอนภิกษุปัญจวัคคีย์อยู่ด้วยอาการอย่างนี้เธอนั้นทั้งที่เป็นผู้มีการเกิดเป็นธรรมดาอยู่ด้วยตนรู้แจ้งแล้วซึ่งโทษอัน ตามในความเป็นผู้มีการเกิดเป็นธรรมดาเธอแสวงหาอยู่ซึ่งนิพพานอันเป็นธรรมที่พอปลอดภัยจากเครื่องผูกรักไม่มีธรรมะอื่นยิ่งกว่าเป็นธรรมะที่ไม่เกิดก็ได้เข้าถึงแล้วซึ่งนิพพานอันเป็นธรรมะที่ปลอดภัยจากเครื่องผูกรักไม่มีธรรมะอื่นยิ่งกว่าเป็นธรรมะไม่เกิดเธอนั้นทั้งที่เป็นผู้มีความแก่เป็นธรรมดาอยู่ด้วยตนก็รู้แจ้งชัดแล้วซึ่งโทรศัพท์ตามในความเป็นผู้มีชฎาเป็นธรรมดาเธอแสวงหาอยู่ซึ่งนิพพานอันเป็นธรรมดาเป็นธรรมะที่ปลอดภัยจากเครื่องถูกครับไม่มีธรรมะอื่นยิ่งกว่าเป็นธรรมะที่ไม่มีความชรา พระพุทธเจ้าจึงยืนยันคำสอนท่านว่าธรรมดาคนมันมีความเกิดเป็นธรรมดาและเมื่อไม่รู้ธรรมะที่ไม่เกิดคือสิ่งที่ไม่ผุดไม่โผล่ไม่นิโรธของเคยแปลแปลว่าไม่โผล่ไม่สุดดับสนิทอยู่ก็ดับสนิทได้ไม่มีอยู่ก็ไม่มีได้เลยว่าไม่มีเกิดถึงแม้สิ่งที่เกิดก็ธรรมะที่มีความชราเป็นธรรมดาสิ่งที่เกิดแล้วจะต้องฉลาดจะต้องแก่ไม่ต้องรู้ว่าเป็นธรรมดาสิ่งเกิดก็ต้องเป็นอย่างนั้นเป็นธรรมะที่ไม่มีความชราก็ได้เข้าถึงแล้วซึ่งนิพพานอันเป็นธรรมะที่ปลอดภัยจากความผูกรักไม่มีธรรมะอื่นยิ่งกว่าเป็นธรรมะไม่มีความชราเธอนั้นทั้งที่เป็นผู้มีความเจ็บไข้เป็นธรรมดาอยู่ ก็รู้แจ้งชัดแล้วซึ่งโทษอันต่ำทรามในความเป็นผู้มีความเจ็บไข้เป็นธรรมดาเธอแสวงหาอยู่ซึ่งนิพพานอันเป็นธรรมะที่ปลอดภัยจากเครื่องผูกรักไม่มีธรรมะอื่นยิ่งกว่าเป็นธรรมะไม่มีความเจ็บไข้ก็ได้เข้าถึงแล้วซึ่งนิพพานอันเป็นธรรมะที่ปลอดภัยจากเครื่องโฟกัสไม่มีธรรมะอื่นยิ่งกว่าเป็นธรรมะไม่มีความเจ็บไข้เธอนั้นทั้งที่เป็นผู้มีความตายเป็นธรรมดาอยู่ด้วยตนก็รู้แจ้งชัดแล้วซึ่งโทษอันต่ำทรามในความเป็นผู้มีความตายเป็นธรรมดาเธอแสวงหาอยู่ซึ่งนิพพานอันเป็นธรรมะที่ปลอดภัยจากเครื่องผูกรักไม่มีธรรมะ ยิ่งกว่าเป็นธรรมะที่ไม่ตายก็ได้เข้าถึงแล้วซึ่งนิพพานอันเป็นธรรมะที่ปลอดภัยจากเครื่องผูกรักไม่มีธรรมะอื่นยิ่งกว่าเป็นธรรมะที่ไม่ตายเธอนั้นทั้งที่เป็นผู้มีความเศร้าหมองเป็นธรรมดาเติมอีกนะนอกจากนี้เกิดแก่เจ็บตายแล้วก็มีเป็นผู้ที่ไม่มีความเศร้าหมองเป็นธรรมดาอยู่ด้วยตนก็รู้แจ้งชัดแล้วซึ่งโทษอันต่ำ 3 ในความเป็นผู้มีความเศร้าหมองเป็นธรรมดาเธอแสวงหาอยู่ซึ่งนิพพานอันเป็นธรรมะที่ปลอดภัยจากเชือกผูกรักไม่มีธรรมะอื่นยิ่งกว่าเป็นธรรมะที่ไม่มีความเศร้าหมองก็ได้เข้าถึงแล้วซึ่งนิพพานอันเป็นธรรมะที่ปลอด เครื่องผูกรักไม่มีธรรมะอื่นยิ่งกว่าเป็นธรรมะที่ไม่เศร้าหมองยานและทัศนะได้เกิดขึ้นแล้วแก่เธอเหล่านั้นว่าความหลุดพ้นของเราไม่ปรับปรุงเรื่องชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายพบใหม่ไม่มีอีกต่อไปดังนี้อันนี้ตัดอยู่ในสูตรภาษาซีสูตรการพัฒนาซึ่งเป็นการจัดอีกเชิงหนึ่งว่าเล่าถึงภิกษุปัญจวัคคีย์เหมือนกันแต่ไม่ได้เล่าเหมือนอยู่ในโพธิราชจะสวดโพธิราชกุมารอันนั้นตัดกับราชกุมารหรือโพธิราชกุมารครับเล่าถึงที่สุดก็ขี่เหมือนกัน เข้าไปในแค่นั้นเองเล่าได้แค่ว่าพยายามสอนให้รู้ธรรมะแล้วก็กล่าวถึงธรรมจักรกัปปวัตตนสูตรนั้นไปเลยงานนี้ท่านไม่ได้เล่าถึงธัมมจักกัปปวัตตนสูตรในปราสาทที่สุดแต่เล่าว่าได้สอนจนกระทั่งกล่าวสอนให้ภิกษุปัญจวัคคีย์รู้ชัดรู้เจนซึ่งความธรรมดาแล้วก็พ้นความเป็นธรรมดาได้เพราะความเป็นธรรมดาเพราะความเป็นธรรมชาติเกิดเป็นธรรมชาติเกิดเราก็ไม่มีความเกิดมันได้ในร่างกายเราเกิดเรากินข้าวอยู่ทุกวันแล้วมันก็เกิดอยู่ทุกวันมันไม่ตายไม่เหี่ยวลงเมื่อเช้าลง เพราะฉะนั้นเราจะหมายเอาว่าเราพ้นความเกิดอันนั้นไม่ได้กินข้าวอยู่ทำให้ร่างกายมันโตมันเกิดอยู่เราจะพ้นความเกิดอันนั้นไม่ได้แล้วมันเกิดในความเกิดในความเป็นร่างกายมีความชราเป็นธรรมดามีความแก่เป็นธรรมดาแล้วเราบอกว่าเราจะชนะความแก่โดยความไม่แก่ในร่างกายของเราได้ไหมไม่ได้เราชนะความเกิดก็ไม่ได้กินข้าวมันเกิดอยู่ทุกวันแล้วมันเกิดร่างกายของเรามันก็เสื่อมโทรมเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆตามมาถึงกันถ้าใครที่ยังไม่ถึงขั้นจะทรุดเห็นชัดๆมันก็มีความเสื่อมอยู่ในตัวเรียกว่าความแก่กำลังโตกำลังโตขึ้นโตขึ้นมีเนื้อหนังมังสาเพิ่มขึ้นอะไรก็ตามแต่มันก็เป็นพลังงานส่วนที่ทวี ส่วนที่ทำได้แต่มันก็อยู่ในความแก่จัดเข้าไปหาความแก่จัดเข้าไปหาความเต็มความถึงแก่นสุดของสรีระเท่านั้นเองเมื่อถึงสรีระถึงขั้นสุดแล้วไม่โตใหญ่กว่านั้นอีกก็เป็นแต่เพียงบำรุงรักษาไว้ทรงไว้แล้วก็จะเสื่อมลงเสื่อมลงเสื่อมลงเป็นแกอันนี้สรีระเพราะมันจะบอกว่าเราชนะความแก่แบบสรีระไม่มีชนะความเกิดก็ไม่มีชนะความแก่ก็มีชนะความเจ็บถ้าเอาสักทีได้เจ็บพระพุทธเจ้าเจ็บไหมก็พระพุทธเจ้ายังเจ็บยังป่วยคนธรรมดาก็มีจะมีป่วยเอาล่ะใครจะเจ็บไม่เจ็บไม่ป่วยในเรื่องของร่างกายหรือสรีระก็ตามใจแต่จะเอาอันนี้ว่าเป็น เป็นธรรมะแท้เป็นปรมัตถ์ว่าพ้นความเจ็บคือไม่เจ็บกายไม่ใช่ไม่ใช่อริยสัจไม่จริงพระอรหันต์ก็เจ็บเจ็บไข้ได้ป่วยหรือเจ็บป่วยทุกๆปีก็เจ็บเจ็บเจ็บเจ็บเจ็บไข้ได้ป่วยก็เป็นธรรมดาหรือแม้ที่สุดก็ไม่ตายคือความไม่ตายของร่างกายที่เห็นมีคนโทรหาพระพุทธเจ้ายังต้องตายถ้าอันไหนก็ตายใครก็ตายนั่นคือความเป็นที่บอกว่าเป็นธรรมะอันอมตะคือไม่มีความตายถ้าเอาร่างกายไม่มีไม่ชนะนี่จะต้องบอกว่าชัยชนะความตายถ้าจะได้ 7 กาญจนะความแก่ท่านชนะความเกิดความเศร้าหมองความเศร้าหมองคนเราก็ต้องมีความเศร้าหมองในร่างกายต้องมีความเศร้าหมองมันมีหมองอย่างว่ามันมีหมองนิกกี้ใครมีกี่เครื่องมีเพื่อนมีอะไรมีหน้าถ้าเผื่อว่าบานแข็งแล้วแต่สภาพที่มีตามสภาวะที่เราอ่านด้วยสมมุติบ้านแจ้งเลยเหี้ยโรงนี้ก็เลยมามองก็ได้เป็นอาการก็ต้องมีเป็นอาการอยู่ได้ก็ทุกข์เป็นกายกับทุกข์เป็นอาการกาย ผมกำลังจะเอาอาการกายนี้มาตีราคาไม่ได้แต่ถ้าเราทำได้ว่าเราเองแม้มันจะเหงื่อเต็มมันจะมันจะมองไม่ได้เปื้อนด้วยคราบแต่เราก็เบิกบานแจ่มใสทำหน้าตาไม่ใช่ทำแล้วหน้าตาไม่ต้องทำแม้ขณะที่มีขี้เหงื่อขี้ไคลมันก็ยังแจ่มใสทั้งลูกหูลูกตาทั้งกริยาอาการแต่เป็นพวกอินเดียไม่ใช่ไอ้พวกที่มีท่าทีกระปรี้กระเปร่ารับตามสมมติโลกเค้าควรจะผงกรับ ฟังเพลงฟังเพลงอะไรอยู่เป็นพวกโบราณพวกอินเดียไม่ใช่เป็นคนประเภทที่ประสาทมันไม่ค่อยจะเต็มๆเป็นผู้ที่ฉลาดรับรู้รับแน่นอนครับพี่กระเป๋ามีท่าทีหลังครับไหวต้อนรับตอบรับอย่างดีเบิกบานแจ่มใสดูได้แม้กระทั่งกิริยาดูลูกกะตาดูหน้าตาผิวพรรณไอ้เครื่องที่มันออกมาเป็นสิ่งที่เป็นสีสันเปื้อนเปรอะอะไรมันก็เป็นเรื่องธรรมดาเพราะฉะนั้นการที่จะอ่านคนมาเบิกบานแจ่มใสมันก็มีสีสันมันมีถ้าใครรู้ว่าคำพูดนี้มีคำพูดที่จริงก็จะรู้ได้ ไม่มีความแจ่มใสความเบิกบานแจ่มใสเป็นพุทธะแล้วทำไม่ได้ส่วนการคำว่าตายคำว่าเจ็บคำว่าแก่คำว่าเกิดตัวเกิดเป็นตัวสุดทางเพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราเองก็เกิดอยู่พระอรหันต์มีความเกิดของกายทีนี้ถ้าอย่างเราไปถึงใจพระอรหันต์รู้ว่าการเกิดของใจอะไรก็เกิดมีใจไม่เกิดความไม่เกิดที่ใจเอาตัวไหนต้องละเอียดอย่างกลางอย่างละเอียดก็ไม่มีอาการของ ปัสสาวะรู้อย่างละเอียดและอนุสัยแม้อย่างนั้นของสภาพที่เรียกว่าโลภะอย่างหยาบเลยหยาบไม่ให้เกิดแน่กลางก็ไม่เกิดอย่างละเอียดเราก็ไม่เห็นมีถ้าอย่างนี้เรียกว่าดับสนิทไม่เกิดแม้เป็นพระอริยะพระอรหันต์ที่เป็นอยู่มีอะไรอะไรร่างกายให้เกิดวิธีกรรมกายกรรมยังมีแต่ใจก็ยังมีอาการรู้ด้วยสติสัมปชัญญะเต็มด้วยรู้เพราะมันมีสติสัมปชัญญะเต็มนั่นเองมันจึงรู้แล้วมันจึงรู้ละเอียดลงไปถึงจิตด้วยว่าอาการอย่างนี้เรียกว่าอนุสัยอาการอย่างนี้เรียกว่าอาสวะอาสวะสิ้นแม้แต่ปัจจัยหรือว่าแม้แต่แยกส่วนโลภะหรือโลกไม่มีในอาสวะ หรือยังโทรศัพท์ก็ไม่มีอาสวะอย่างหยาบก็ไม่มีโทสะอย่างหยาบไม่มีอย่างลางไม่มีแม้อย่างอาสาสมัครโมหะก็เหมือนกันไม่มีในจิตอย่างนี้เรียกว่าหลับสนิทหรือตายถ้าการตายนี้มาใช้แล้วก็หมายความว่าไม่เกิดไม่เกิดอะไรไม่เคยคือกิเลสที่เราต้องการนี่แหละโลภะโทสะโมหะนี่แม้แต่ยังหยาบอย่างกลางอย่างละเอียดไม่มีเกิดซักกะหน่อยไม่เกิดเพราะฉะนั้นคนนี้มีกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมได้ใจก็มีกรรมมีการกระทำที่ดีเป็นกุศลกรรมอยู่ที่เดียวเต็มแต่ไม่มีความเกิดแล้วอะไรหมายเอาอะไรไม่เกิดมันต้องมีเหตุปัจจัยมีเหตุ ไม่มีเหตุปัจจะโยโหตุไม่รู้ว่าอะไรเกิดอะไรไม่เกิดพูดกันไม่รู้เรื่องไม่เกิดเอาแต่แค่ร่างกายตายอย่างนี้ไม่พูดกันทำไมพระอรหันต์ไม่เกี่ยวแค่ร่างกายตายเนี่ยหมามันก็ทำเป็นมันวิ่งให้รถชนประเดี๋ยวเดียวมันก็ทำได้ถ้าตายแบบนั้นคือไม่เกิดคือเอามาทำเพราะว่าเกิดอย่างนั้นเป็นทุกข์ถ้าร่างกายมันยังมีรูปร่างมีความเป็นอยู่ทุกข์แล้วก็ให้ร่างกายนี่มันดับสิ้นไปเสียไม่ต้องเหลืออยู่มีชีวิตชีวาเล่นตัวอื่นฆ่าตัวตายหรือทำตัวให้ตายอย่างนี้เป็นการพ้นทุกข์มันไม่จริงหรอกอย่างนี้หมาก็ทำเป็นอย่างว่ากระโดดลงไปให้รถทับมันก็ตายแล้วเราเองเราก็ทำมีวิธีอีกเยอะก็มาอีกคน วิธีฆ่าตัวตายฆ่าตัวตายอย่างโง่ๆฆ่าคนตายผ่อนส่งโดยไม่เจตนาก็เยอะด้วยซ้ำไปเพราะการฆ่าตัวตายนี้โดยร่างกายจะไม่เกี่ยวหรือการตายโดยร่างกายจะตายเดี๋ยวนี้หรือไปตายเอาเมื่อบ้านปลายชีวิตที่ตายก็ไม่เกี่ยวกับการตรัสรู้หรือความไม่เกิดบทความไม่เกิดไม่เกี่ยวเพราะความไม่เกิดที่หมายอะไรไม่เข้าถึงที่ผ่านไปตามที่ปลอดภัยจากเครื่องถูกรักไม่มีทางอื่นยิ่งกว่าเป็นธรรมะไม่เกิดต้องรู้ธรรมะก็คืออารมณ์ทางอารมณ์อารมณ์อารมณ์จิตอย่างใดที่เรียกว่าอารมณ์ที่ผ่านคือมีความไม่เกิดอารมณ์นิภามีความไม่เกิดก็คือไม่มีโรคภัยมันไม่เกิดแล้วมันสูญจากโรงพักโทรศัพท์ เนี่ยเรียกว่าไม่เกิดแล้วเมื่อไม่เกิดมาถึงขั้นไม่แก่ก็เมื่อธรรมะเมื่ออาการโลภะโทสะโมหะมันไม่เกิดมันก็ไม่มีการแก่เพราะมันไม่มีตัวมันจะเสื่อมลงมันก็ไม่เสื่อมแล้วมันไม่มีอะไรจะเสื่อมอีกแล้วมันเสื่อมจนหมดแล้วตัวโลภเพราะมันเสื่อมสูญสิ้นจนกระทั่งเราทำลายมันเกลี้ยงแล้วโทรศัพท์ก็ถูกทำลายจนสิ้นไม่เหลือซากแล้วจะเอาอะไรมาเสื่อมมาลดลงเพิ่มขึ้นไม่ต้องลดไม่ต้องเพิ่มเพราะมันหมดฉันจะไม่มีอะไรเหลือให้จนจะไม่มีอะไรหมดอีกเพราะการเสื่อมก็ไม่มีความชรา เมื่อไม่แก่ธรรมะที่ไม่มีความเจ็บไข้ความเจ็บเคยอธิบายแล้วทักทายเจ็บมันก็กลายเป็นถ้าใจเจ็บเจ็บเจ็บใจมันก็อยู่ที่ใจถ้าเจ็บที่พูดหยาบเจ็บใจโอ้โหมันปวดใจถ้ามีอาการนั้นอยู่มันก็มีแต่ถ้าเราไม่มีเจ็บนั้นจะไปทำให้มันเจ็บทำไมใจใครจะมาทำยังไงก็ไม่เห็นจะต้องเจ็บมันต้องไปรับครับแต่พอใจแล้วเจ็บใจแล้วน้อยใจแล้วเสียใจแล้วหดหู่ใจและกระเทือนใจและกระเทือนมันทำไม ไอ้นี่เป็นลักษณะอย่างนี้ก็รู้ลักษณะที่เขาโยนเข้ามาให้เรารับด้วยครับทวารต่างๆไม่รู้ใจด้วยใจก็ตามอ๋ออันนี้เป็นแบบนี้รับรู้ความจริงตามความเป็นจริงเราไม่ต้องไปเสียใจน้อยใจริษยาจิตใจไม่ต้องเจ็บมันทำไมจ่ายจ่ายของเราอยู่ไม่เฉยๆฟังดูดีๆพูดแล้วเหมือนกันแล้วก็จริงๆก็ต้องทำให้ได้อย่างนี้ใจเราเท่านั้น ที่เราทำมันเราไปยอมมันให้มันเจ็บให้มันเสียให้มันลอกให้มันน้อยใจเราเท่านั้นก็ทำให้ใจเราน้อยลงไปก็เป็นน้อยใจทำไมใจมันเต็มๆนี่ๆมันนอนก็ไม่ใช่หนี้เท่าไหร่เสียใจให้มันเสียเอาไปทำไมทำไมมันอยู่ที่นี่มันจะต้องเสียไปทำไมจ่ายเสียใจน้อยใจเหี่ยวแห้งใจแห้งทำไมสดชื่นรับเต็มสดชื่นเบิกบานเต็มที่ไม่ต้องห่วงต้องห่วงฟังดีๆนะประสานออกไปให้มันฟังรู้สึกคิดได้ถ้าคุณเห็นได้ชัดว่าเราเองโง่แล้วไปเสียใจน้อยใจหดหู่ใจรุ่นแรกจะเป็น โง่ของบุคคลที่เป็นเจ้าของใจมันทั้งนั้นเจ้าของใจนั้นแล้วทำใจให้หดหู่ทำไมหูมันอร่อยหรือไม่อร่อยเสียใจมันดีเหรอก็มันไม่ดีน้อยใจมันดีเหรอก็มันก็ไม่ดีเจ็บใจมันดีเหรอเจ็บน่ะแล้วอย่าไปทำให้ผมฟังดีๆนะพูดกันดีๆยังไงไม่ต้องไปเจ็บไม่ต้องไปอะไรใจกระทบต่อจิตใจกระทบใจรับรู้ว่าจิตใจรับรู้รับรู้อย่าง จะไปผัวมันทำไมและการที่ไม่ให้ใจเราเจ็บใจเราปวดหัวใจเราทำงานเต็มรับรู้อะไรได้ตามธรรมดาสัมผัสอะไรมาก็รับรู้เป็นเฉยอยู่มันจะทำได้ยังไงคุณก็ต้องฝึกเอาครับเพราะว่ามีอำนาจของมายังดึงอยู่สุดอยู่ว่าคุณต้องน้อยใจหน่อยเสียใจนิดนึงปวดหัวแล้วคุณรู้ไม่ออกนะรู้ใจของคุณถูกมาชอบทำเป็นพรรคเป็นเหล่าแล้วนะเธอพูดตามนั้นจะไม่ให้ใจไปเป็นเจ็บเป็นปวดไปเป็นเสียใจเต้นอะไรจนเกินควรหรอกไม่รู้ใจอะไรศาสนาก็มีเมื่อจิตของเรามันเป็นอย่างนั้นแหละผิดพลาดรู้อยู่ในใจอยู่ในตัวของเราอาการตาย ความไม่มีจิตโลภะโทสะโมหะเกิดมันก็ไม่มีแก่ไม่แก่เรารู้ตัวเจ็บแล้วเราก็ไม่ทำให้ใจฉันเจ็บได้ใจเราก็จะมีอยู่เต็มใจอมตะเป็นใจที่ทรงไว้คือความทรงจำไว้ที่ใจเราใจเรามันส่งรูปทรงร่างก็เป็นใจเป็นธรรมะที่ส่งไว้คำว่าธรรมะคือสิ่งที่ส่งไว้ที่ใจที่ไม่ตายความทำให้ตายให้ออกเพราะไม่ตายคือใจตรงนี้แหละมันไม่ตายมันไม่ต้องลงมันไม่ต้องเปลี่ยนแปลงไปมันก็มีแต่อันเต็มใช้อันเป็นอย่างที่เป็นอยู่ไม่ มันก็เป็นใจที่เต็มอยู่ที่ตัวเราเราจะมีจิตใจเท่าไหร่ในร่างกายเรามีสติจะมีสัมปชัญญะเป็นมันก็มีเท่านี้แหละทุกวันนี้ที่มันมีไม่เต็มก็เพราะว่าเราไม่รู้ว่าเราเอาไปปลูกไปพันไว้กับโลกอื่นเรื่องอื่นมากเกินไปจนใจเราไม่เต็มใจเราไม่เต็มมากๆเท่าจนช่องไปไม่เหลือถึงครึ่งก็เรียกหัวใจตายแต่เรากลายเป็นคนลูกโลกตายจากโรงพยาบาลเข้าไปเป็นภาคโลกๆเพราะว่าปัญหาต่างๆอยู่ในโลกงั้นเรียกว่าตายจากคำตายจากเมืองนิพพานถ้ามาเมืองที่ผ่านแล้ว ไม่ตายมันก็เป็นสภาพที่สุดอย่างนั้นแหละอธิบายอย่างอัตตาก็ไม่ตายเลยมันก็จะทรงอยู่คงอยู่ตลอดไปผู้ที่ได้รู้จักสภาพเหมือนมีความไม่เกิดก็รู้ว่าอะไรไม่เกิดไม่แก่ก็รู้ว่าไม่แก่ไม่แก่ไม่สบายไม่เจ็บและทำได้และก็จะถึงไม่ตายก็เป็นอย่างนี้บางคนเป็นพระอรหันต์นี่เป็นผู้ที่ตายแล้วไม่ต้องตายอีกใจที่ตายแล้วคือใจที่หมดกิเลสหนูเพราะโทรศัพท์ไม่ต้องแก่ไม่ต้องเจ็บและก็ไม่ต้องตาย เพราะใจนั้นมีใจอยู่ในร่างกายนี้เต็มตื่นลงเป็นสติอันแข็งกล้าเป็นสติมันโตเต็มสติเต็มสติจนเรียกว่า steam เ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive