200505-076 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน076-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ009.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นวันที่ 5 พฤษภาคมพุทธศักราช 2520 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกฉบับวันนี้เป็นการทำวัดซึ่งเพราะฉะนั้นพ่อท่านได้นำพุทธประวัติจากพระโอษฐ์เข้ามาบรรยายต่อตอนบรมราชาให้แสดงธรรมครับแต่อธิบายถึงพุทธประวัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อวานนี้ก็ได้อธิบายไปถึงคำว่าทรงท้อพระทัยในการแสดงธรรมพระพุทธเจ้าท้อพระทัยในการแสดงธรรมพระจิตตัวที่เกิดท้อพระทัยนั้นก็เป็นตัวนึงที่จะต้องเกิดแม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็จะต้องเกิดไม่เจ็บตัวนี้เกิดแล้วถ้าเกิดอยู่แล้วก็ยึดอยู่เป็นความไม่ดีเพราะว่ามันเป็นจิตที่เห็นแก่ตัวอยู่ไม่รู้มันเป็นจิตที่ยึด Auto ตัวแล้วไปมองเห็นคนอื่นเหมือนกันมองเหตุผลว่าสัตว์โลกทั้งหลายนี่ยาก การสอนอักษรให้เห็นท่าจะเหนื่อยเปล่าอะไรอย่างเงี้ยเพราะว่าสัตว์โลกนี้เต็มไปด้วยราคะต่างๆนานามากมายเต็มไปด้วยอะไรไม่ใช้คำว่าเต็มไปด้วยอะไรมีอะไรเป็นที่ยินดียินดีแล้วในอาลัยเพลิดเพลินแล้วในอาลัยคือมีสิ่งที่เชื่อมต่อช่วงโยงอยู่เรียกว่าอะไรเมื่อท่านคิดอย่างนี้แล้วก็เกิดเจ็บอีกตัวนึงตามมาคือกราบการขวนขวายน้อยจิตก็น้อมไปเพื่อความขวนขวายน้อยไม่น้อยไปเพื่อการแสดงธรรมวัดจิตมันเกิดอย่างนี้พอเกิดเห็นว่าถ้าเหนื่อยเปล่าอะไรมันก็เป็น อาทิตย์นี้ต่อไปมันก็ต้องมีอะไรต่ออีกถ้าจิตจบอยู่ที่นี่ศาสนาก็ไม่มีถ้าบริจาคก็ไม่สอนก็มีใครรู้อีกรู้ก็รู้แต่พระพุทธเจ้าแล้วก็เลิกเลิกกันแต่มันไม่จบอยู่แค่นั้นเพราะว่าแค่นั้นไม่ใช่ความดีสูงสุดก็มาถึงข้อความปรารถนาราชกุมารครั้งนั้นความรู้สึกข้อนี้ได้บังเกิดขึ้นแก่ 3 พอดีพรมเอาเราพระพุทธเจ้าท่านก็เลยสัตว์เป็นภาษาอย่างราชการ นับถือพราหมณ์นับถือพระพรหมพระพุทธเจ้าก็ต้องรับพระพรหมตามเขาโดยอธิบายเป็นบุคลิกฐานก็ตามธรรมอธิษฐานก็ตามตามสถานะที่
อ่านต่อ
ควรจะเป็นไปได้ก็บอกว่าเมื่อจิตใจเกิดอย่างนี้แล้วก็เกิด 3 พอดีพรมขึ้นมาอธิบายขึ้นมาใช้แทนและท่านก็หมายใจของท่านท่านรู้ว่าสามีพรหมหมายถึงอะไรแค่ไหนส่วนราชการก็รู้ตามปัญญาของราชกุมารจะรู้จะรับความรู้สึกข้อนี้ได้บังเกิดขึ้นแก่ 3 พอดีพรมเพราะเธอรู้ความปริวรรต ในใจของเราด้วยใจความรู้สึกนั้นว่าผู้เจริญผู้เจริญโลกจากจุดหายเสียแล้วหนอผู้เจริญโลกจะเสียโรคตับเสียแล้วหนอเพราะเหตุที่จิตแห่งพระตถาคตผู้อรหันต์ได้สัมมาสัมพุทธเจ้าน้อมไปเพื่อความขวนขวายน้อยไม่น้อมไปเพื่อแสดงธรรมดังนี้หากความรู้สึกที่บังเกิดแก่จิตของพรหมหรือว่าพรหมมีความรู้สึกมีความรู้สึกดีมีความเห็นแจ้ง มีความเข้าใจถูกเข้าใจว่าโลกจะชิบหายหรือว่าโลกจะปีหน้าแน่แท้เพราะเหตุแห่งจิตของพระตถาคตหรือว่าพระตถาคตจะไม่แสดงธรรมมีความขวนขวายน้อยมีความไม่ไม่ไม่ค้นขวายยิ่งกว่านี้มีความหยุดไปเลยโลกก็หายกันแย่ลำดับนั้น 3 พอดีผมก็ได้อันตรธานจากพรหมโลกเห็นว่าจะอยู่ที่ไหนก็อธิบายเป็นเหมือนกันมันมีที่ไปที่มาชมว่าโลกอยู่ที่ 1 3 บ่ดีอยู่พรหมาหาพระพุทธเจ้านี่มาหาอีกที่นึงอธิบาย เหมือนกับสถานที่มีสถานที่มีไปมีมามีใกล้มีไกลแต่ด้วยความจริงแล้วถ้าเข้าใจผิดแล้วมันไม่มีไปมันไม่มีมาหรอกแต่ที่ไปมามันเหมือนสมมุติอธิบายไม่มีสมุดมีไปมีมามีอีกอันหนึ่งมีอีกมี 2 อันมีอันนึงเป็น 10 ของพระพุทธเจ้ามีอันนึงเป็นจิตพระพรหมแล้วก็มีการไปการมามีการอยู่คนละที่อะไรเนี่ยนั่นเป็นอธิบายแบบ 24 แต่สมมติที่สัจจะแต่ก็กลายเป็นสิ่งเดียวกันแล้วก็เหมือนกับมันไม่มีอะไรหรอกมันก็มีอันเดียวนั่นแหละมีจิตใจอย่างหนึ่งขณะหนึ่งก็คิดอย่างหนึ่งขณะหนึ่งก็คิดอีกอย่างหนึ่งคิดอย่างใดที่จะเป็นประโยชน์ที่สุด ถ่ายคลิปอย่างที่ขวนขวายน้อยจะเป็นประโยชน์ไหมถ้าคิดโดยที่เรียกว่าเหมือนเหมือนอีกอย่างนึงที่มันตรงข้ามกันซะแล้วมันขาดกันขึ้นมาซะมันจะมีประโยชน์ไหมอะไรอย่างเงี้ยถ้าเผื่อว่าเข้าใจแล้วโดยปรมัตถ์ไม่มีอะไรถ้าเป็นสมมุติก็อธิบายอย่างเงี้ยสำหรับคนที่เข้าใจไม่ได้ก็เลยลำบากแกพูดที่จะเข้าใจในขั้นตอนที่ไม่ไม่ได้รู้ความจริงที่รู้ได้เองจากจิตตัวเองได้รู้ว่าปรมัตถ์คือจิตเพราะว่าจิตเราจิตเขาจิตใครก็จิตถ้าเราจะไปออกข้างนอกมันก็มีข้างนอกถ้าเราไม่ออกข้างนอกจิตเราเอง แล้วเรารู้ความจริงว่าจะพูดว่าพรหมหมายถึงเป็นจุดที่เราจิตเราก็จิตเราหมายถึงจิตพระพุทธเจ้าด้วยก็จิตเราแม้แต่เพียงว่าเราอย่าหลงว่าเราเป็นเจ้าเราต้องรู้ว่าคนอื่นเขามีและความรู้ที่มีมาก่อนความรู้ของอันนั้นอันนี้ของใครอื่นเขาก็มีถ้าเราไม่มีมานะเราก็รู้ของเราแล้วเราก็ไม่มีปัญหาอันนี้ท่านอธิบายถึงเมื่อ 3 พอดีผมอาจจะทานจากพรหมโลกมาปรากฏอยู่เฉพาะหน้าเรารวดเร็วเท่าเวลาที่บุรุษแข็งแรงเหยียดแขนออกแล้วออกเข้ามาเท่านั้นหม้อข้าวเท่านั้นราชกุมารครั้งนั้น 3 วันดีพรหมผมพลาดเฉวียงบ่าประคองอัญชลีเข้ามาหา ที่อยู่แล้วกล่าวคำนี้กล่าวว่าพระองค์ผู้เจริญขอพระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมเพื่อเห็นแก่ข้าพระองค์เถิดขอพระสุพจน์จงแสดงธรรมเถิดสัตว์ที่มีธุลีในดวงตาเล็กน้อยก็มีอยู่เขาจะเสื่อมเสียเพราะไม่ได้ฟังธรรมสัสผู้รู้ทั่วถึงธรรมจะมีโดยแท้ดังนี้ราชกุมาร 3 พอดีพรหมได้กล่าวคำนี้แล้วยังได้กล่าวคำอื่นสืบไปอีกว่าธรรมะไม่บริสุทธิ์อีกคนมีมลทินได้คิดขึ้นได้มีปรากฏอยู่ในแคว้นว่าคดแล้ว สืบมาแต่ก่อนขอพระองค์จงเปิดประตูนิพพานอันไม่ตายสัตว์ทั้งหลายจงฟังธรรมที่พระองค์ผู้ปราศจากมลทินได้ตรัสรู้แล้วเธอคนยืนบนยอดชะอมเขาเห็นประชุมชนได้โดยรอบฉันใดข้าแต่พระผู้มีเมทาดีผู้มีจักษุเห็นโดยรอบขอพระองค์ทรงขึ้นสู่ปราสาทอันสำเร็จด้วยธรรมจะเห็นหมู่สัตว์ทุกเรือนตนด้วยโศกไม่ห่างจากความส่งถูกชาติชราครอบงำได้ฉันนั้นจงลุกขึ้นเถิดพระองค์ผู้มีพระผู้ชนะสงครามแล้ว สมศักดิ์ด้วยยานสุดเกวียนผู้ไม่มีหนี้สินขอพระองค์ทรงเที่ยวไปในโลกเถิดขอพระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมสัตว์ผู้รู้ทั่วถึงธรรมจักมีเป็นแม่ดังนี้อธิบายความในสูตรนี้หรือในจุดนี้สั้นๆก็มีเพียงว่าเมื่อพระองค์ขวนขวายน้อยหรือพระพุทธเจ้าค้นขวายน้อยก็มีอีกตัวนึงหรือพรมเป็นจิตพรหมเพราะไม่มีเมตตาเกือบคูณสืบต่อให้เป็น มีนิรันดรพรหมณีนิรันดรเป็นอัตตาอัตภาพไม่มีจบสิ้นหรอกเพราะความไม่จบสิ้นก็มาบอกเราว่าความไม่จบสิ้นพระพุทธเจ้าก็รำลึกถึงความเป็นจริงข้อที่ว่าก็ยังไม่จบสิ้นและความไม่จบสิ้นก็คือดำเนินไปเมื่อขวนขวายน้อยความดำเนินไปก็ไม่มีอะไรดีเพราะจะต้องขนขวายของความพอสมควรไปถึงขวนขวายมากถ้าเป็นไปได้สำหรับบุคคลนั้นไม่ทุกข์เพราะความจบของพระหรือความจบของศาสนาพุทธจึงรู้จุด รู้จุดที่ว่างวางเบารู้จุดที่ดับได้หรือจุดที่หยุดได้ถ้าจะหยุดสนิทเลยก็หยุดได้ถ้าท่านไม่ขนขวายขึ้นมาเธอก็หยุดเพราะการไม่ขวนขวายจึงเป็นการไม่ไม่เมตตาไม่กรุณาในมุทิตาและไม่รู้จักอุเบกขาทั้งหมดเบรคขาให้ตนไม่ได้จึงจะต้องมีมีพรมด้วยเราต้องรู้ฐานพระพรหมพระพรหมคือฐานโลกนิรันดรถามที่มีอยู่ตลอดไปฐานพรมฐานพระเจ้ามีนิรันดรไม่มีสิ้นสุด แต่เมื่อเราเป็นพุทธพุทธรู้จุดสุดหรือจุดสิ้นเรายึดจุดจบผู้เป็นพุทธจึงทำทุกอย่างตามความเป็นจริงที่ยังมีจริงเรายังไม่ตายเรายังมีเราก็ทำตามความมีขนขวายน้อยมันไม่ดีโลกจะชิบหายไม่ได้ช่วยพรมไม่ได้ช่วยโลกไม่ได้ช่วยความนิรันดรเพราะไม่มีเมตตาเพราะเราต้องช่วยตามความเป็นจริงที่เรามีอยู่ถ้าเราไม่มีแล้วโดยจริงหมดกายกรรมก็ไม่มีไว้กี่คำก็ไม่มีมโนกรรมก็สูญสลายแล้วก็จบสิแต่มโนกรรมของเรามีรู้รู้ว่ากายก็ยังมีวิธีการก็ยังมีก็ช่วย กายกรรมวจีกรรมจิตของเรารับรู้ก็รู้เสียว่าเป็นความจริงอย่างนั้นขวนขวายให้ดีที่สุดตามปัญญาที่เห็นความดีแล้วก็กระทำแต่ทำไม่บริสุทธิ์ที่คนมีมลทินไม่คิดขึ้นในนี้ปรากฏอยู่ในแคว้นมาแล้วสืบมาแต่ก่อนหมายความว่าธรรมที่ไม่มีไม่บริสุทธิ์มีคนที่มีมลทินได้คิดขึ้นคือมีใครก็ตามอาจารย์เกจิอาจารย์ศาสดาหรือไม่ศาสดาก็ตามที่มีมลทินได้คิดขึ้นเมื่อคิดขึ้นก็ทำมันก็ไม่บริสุทธิ์ได้มีปรากฏอยู่ในอนาคตสืบมาแต่ก่อนเหมือนธรรมะที่มันไม่ถูกต้องเดี๋ยวนี้ก็พูดเหมือนกันผมพูดนี่ก็เหมือนกัน แผนที่ที่มีภาษาพูดนี้อยู่ในนี้คือมีคนมาคิดอะไรขึ้นมาแล้วก็มันก็เลื่อนเปื้อนเลอะเลอะเทอะมีคนคิดขึ้นมาในเมืองไทยนี่แหละไม่ต้องเอาแต่ทีนี้อันนั้นก็จัดวางในแคว้นมคธนี่แหละซื้อมาจากการก่อนมันมีคนทำไม่ดีแล้วสั่งงั้นน่ะขอพระองค์จงเปิดประตูนิพพานอันไม่ตายสัตว์ทั้งหลายจงฟังธรรมที่พระองค์ผู้ปราศจากมลทินเมื่อกี้บอกว่ามีคนที่มีมลทินมลทินคือสิ่งที่ไม่สะอาดสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์เกิดขึ้นมีคนคิดขึ้นมาทำก็เลยไม่บริสุทธิ์ทีนี้ก็ขอให้พระพุทธองค์เนี่ยจงแสดงธรรมให้สัตว์ทั้งหลายได้ฟังธรรมที่พระองค์ จากมลทินได้แต่ก็รู้แล้วเถิดพระพรหมก็นิมนต์หรืออาราธนาให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรมและธรรมนี้ก็เป็นธรรมที่ไม่มีมลทินเป็นธรรมขั้นนิพพานคนยืนบนยอดชะง่อนเขาเห็นประชุมชนได้โดยรอบชั้นใดของข้าแต่พระผู้มีเมาดีหมายคำว่าปราชญ์แท้ผู้มีจักษุเห็นโดยรอบผู้มีเรียกว่าสัพพัญญูขอพระองค์ทรงขึ้นสู่ปราสาทอันสำเร็จได้ทำขอพระองค์เจ้าเสด็จขึ้นสู่ปราสาทขึ้นอยู่ที่สูงและก็มองให้กว้างขึ้นไปอีกอันสำเร็จโดยธรรมจากเห็นหมู่สัตว์ทุกเรื่องจนได้ จะใช้คนที่เต็มไปด้วยทุกข์ร้อนไม่ห่างจากความโศกถูกชาติชราครอบงำได้ฉันนั้นจงลุกขึ้นเถิดพระองค์ผู้วีระเหมือนกับปลุกปลอบจงลุกขึ้นเถิดพระองค์ผู้มีรักท่านผู้กล้าหาญแปลเป็นไทยๆก็ท่านผู้กล้าหาญพระองค์ก็คือท่านผู้กล้าหาญผู้มีพระผู้ชนะสงครามแล้วท่านชนะสงครามแล้วท่านรู้จุดสุดแล้วท่านประเสริฐและท่านไม่เอาอะไรก็ได้ผู้ค้นสัตว์ด้วยญาณคือเกวียนท่านจะขนสัตว์ได้แต่คนสาบตายคือคุยกันคือสิ่งที่จะนำพาไปผู้ไม่มี หนี้สินทั้งหมดสิ้นและหนี้สินทุกอย่างแต่ไม่ต้องต่อไม่ต้องไม่ต้องเป็นอะไรอีกแล้วไม่ต้องรับบาปรับบุญอะไรอีกแล้วไม่เป็นบาปไม่เป็นบุญแล้วขอพระองค์จงเที่ยวไปในโลกเถิดขอพระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมสัตว์ผู้รู้ถึงธรรมจากผู้รู้ทั่วถึงธรรมจะมีเป็นแน่ผมก็ยืนยันว่าสัตว์รู้ทั่วถึงธรรมจะมีคุณแม่ขอให้แสดงอย่างนี้เนี่ยถ้าคิดในคนที่ชอบคิดแง่คิดเล่นคิดขัดคิดแย่งก็ขัดได้ยื่นไปขัดจิตวิทยาพระพุทธเจ้านี่โง่ไม่รู้แม้กระทั่งว่าควรแสดงธรรมไม่ พรหมมาฉลาดกว่าพระพรหมอาราธนาให้แสดงธรรมเป็นความโง่ต่อให้ผู้อื่นมารู้ดีกว่านี้ก็คิดได้แต่แท้จริงแล้วถ้าฉลาดรู้ลึกไปยิ่งกว่านั้นอีกไม่มีใครหรอกมาแสดงความฉลาดกับพระพุทธองค์พระพุทธองค์เองนั่นแหละคำว่าจิตพรหมกับจิตของท่านเองนั่นแหละสิ่งของท่านเองนั่นแหละเตือนท่านเองจุดดีจุดเดียวความดีมันเกิดขึ้นมาอยู่ที่จิตของท่านเองท่านก็รู้ทุกท่านอยู่นั่นแหละอยู่ในตัวของท่านไม่มีใครมาฉลาดหรอกความจริงแต่ท่านอธิบายให้เป็นสมมุติมี 2 ขึ้นมาเสียก็เหมือนกับมันมีอีกอันนึงที่เหลือกว่าพระพุทธเจ้า มีพระเจ้าที่เหนือกว่าพระพุทธเจ้าพระเจ้านี้เหนือกว่าในเชิงแต่พระเจ้าเองก็แสดงอะไรไม่ได้ทำอะไรไม่ได้ต้องมาให้พระพุทธเจ้าเป็นคนทำพระเจ้าเองก็ทำไม่ได้ต้องมาอาศัยมือพระพุทธเจ้าทำให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรมโดยการคารวะนอบน้อมด้วยพระพรหมนี่มาถึงก็มาเฉวียงบ่าอัญชลีด้วยบ้านนอกเนาะตอบพระพุทธเจ้าด้วยยกย่องพระเจ้าสูงสุดท้ายมันวนแต่แท้จริงแล้วมันไม่วนไปไหนหรอกเป็นแต่เพียงอธิบายทำความหมายให้รู้ว่ามันมีความคิดจุดหนึ่งในจุดจุดหนึ่งประเด็นก็มีจิตอีกตัวนึงเกิดไม่ กันก็ได้แล้วเราก็จะต้องรู้ว่าอะไรดีที่สุดที่จะตัดสินแล้วเราจะทำดีที่สุดยิ่งกว่าเพราะการขวนขวายน้อยไม่ดีรอบชิบหายในโลกจะปีนหน้าแล้วจะต้องขวนขวายแล้วก็ต้องพยายามวางใจให้ดีทำให้ดีทำให้บริสุทธิ์มีต้องพยายามช่วยเหลือเพื่อฝ่ายสัตว์โลกเกื้อกูลเขาจะปลุกปลอบประโลมตัวเองก็เหมือนปลอมพระพุทธเจ้างานดูดูแล้วเหมือนพร้อมปกครองจงลุกขึ้นเถิดพระองค์ผู้มีพระผู้ชนะสงครามแล้วผู้คนสักอย่างผู้ไม่มีหนี้สินขอพระองค์จงเที่ยวไปในโลกเถิดพระพุทธเจ้า ช่วยมาช่วยคนในโลกเมื่อจิตตัวนี้เกิดขึ้นมันก็เป็นจุดเริ่มต้นขึ้นมาอีกเมื่อจิตตัวนี้หยุดแล้วติดไปติดใจไม่หยุดจะขวนขวายน้อยมันก็ยังไม่ผ่านไม่ใช่ความดีที่จบไม่ต่อไปอีกมีผลไม้ที่ดีและลึกรู้ดีก็มาบอกว่าเตือนว่าไอ้เหี้ยไม่ดีที่สุดมีดียิ่งกว่าก็คือบางคนขายต่อไปเถอะทีนี้ก็มีเหตุผลต่อไปอีกว่าการขวนขวายจะขนขวายเอาละรู้แล้วว่าจิตขนขวายดีกว่าเมื่อกี้นี่ท้อแท้เพราะอะไรท้อแท้ก็มองปุ๊บไปสัตว์โลกเต็มไปด้วยอะไรเปิดเพลินยินดีด้วยอะไรไม่ได้สอนก็มอง บอกอีกทีนึงทีนี้ก็ทรงเห็นสัตว์ดุจดอกบัวสามเหล่าอีกทีนึงก็เห็นสัตว์ดอกบัว 3 เหล่าราชกุมารครั้งนั้นเรารู้แจ้งคำเชื้อเชิญของสหบดีพรหมแล้วและเพราะอาศัยความกรุณาในสัตว์ทั้งหลายเราตรวจดูโลกด้วยพุทธเจ้าแล้วเมื่อเราตรวจดูโลกในพุทธะอยู่เราได้เห็นสัตว์ทั้งหลายผู้มีทุเรียนในดวงตาเล็กน้อยบ้างมีมากบ้างผู้มีอินทรีย์แก่กล้าบ้างอ่อนบ้างมีอาการดีบ้างเลวบ้างอาจสอนให้รู้ได้ง่าย บ้านยากบ้างและบางพวกเห็นโทษในปรโลกโดยความเป็นไทยอยู่ก็มีเปรียบเหมือนในหนองบัวอุบลบัวปทุมบัวบุณฑริกดอกบัวลาวบ้านเราเกิดแล้วในน้ำเจริญในน้ำน้ำจมอยู่ในน้ำบ้านเราเกิดแล้วในน้ำเจริญในน้ำอันนาอันนาประโยชน์แล้วราชกุมารเราได้เห็นสัตว์ทั้งหลายเป็นต่างๆกันๆเพราะฉะนั้นเราได้รับรอง ประตูแห่งนิพพานอันเป็นอมตะเราเปิดไว้แล้วแกสัตว์เหล่านั้นตัดเหล่าใดมีโสตประสาทสัตว์เหล่านั้นจงปลงศพดูก่อนพรหมเรารู้สึกว่ายากจึงไม่กล้าทำอันประณีตที่เราคล่องแคล่วชำนาญให้หมู่สัตว์ในหมู่สัตว์ทั้งหลายดังนี้ราชกุมารครั้งนั้นสามีพรหมรู้ว่าตนเป็นผู้ได้โอกาสอันพระผู้มีพระภาคทรงกระทํา ทำดีตามคิดที่ดีพระพุทธเจ้าเป็นคนดีมันไม่ติดดีมาเตือนว่าจิตนั้นยังไม่ดีนักยังบอกพร่องนะพระพุทธเจ้าก็อนุโมทนาตามและก็เริ่มต้นแต่ทรัพย์หมายตัดสินใจถ้าจิตไปขนขวายน้อยมันไม่ดีไม่ให้ค้นหาเพิ่มขึ้นอีกสิต้องค้นหาเพิ่มขึ้นอีกเมื่อมองคนไปในเชิงลึกจุดหนึ่งก็เห็นความจริงที่จริงก็เป็นความจริงคนติดอยู่ในอาลัยจะเป็นความจริงมีอะไรเป็นที่ยินดียินดีแล้วในอาลัยแล้วก็เพลิดเพลินแล้วในอะไรบอกแล้วว่าอะไรอธิบายอย่างๆก็คือ อาวรณ์คือความผิดอยู่ห่วงอยู่หวงอยู่ไม่ตัดขาดได้แต่คนทั่วไปเป็นอย่างนั้นสอนยากตัดอะไรไม่ยากไม่ใช่สัตว์ได้ง่ายพระพุทธเจ้าถึงจะไม่ทำคิดว่ามันลำบากตำบลทุ่งไม่เอาแต่มันเป็นกิเลสคิดอย่างนั้นแหละที่มีจิตที่ดีคิดเพิ่มขึ้นถ้าอธิบายอะไรขึ้นก็ส่งมาอาราธนาแล้วก็เห็นดีด้วยและพระพุทธเจ้าก็เห็นดีกว่าเปรียบเทียบจิตตัวเองนั่นเองต้องทำให้จิตที่ดียิ่งกว่าหมาๆแล้วก็มองใหม่เป้าหมายก็เห็นเหตุผลใหม่พอมองไปดูเหมือนในโลกนี้เห็นสัตว์ มีอินทรีย์อ่อนอินทรีย์แก่มันต่างกันขึ้นมามีคนที่สามารถรู้ได้มีดีบ้างชั่วบ้างมีง่ายบ้างยากบ้างมันก็ยังดีไม่ยากก็ได้น่าจะได้เปรียบเหมือนหนองบัวอุบลบัวปทุมทิพย์ถ้าเปรียบเหมือนบัว 3 เหล่า 3 อย่างดอกบัวเหล่านั้นเกิดแล้วในน้ำเจริญในน้ำไว้ยังจมอยู่ในน้ำก็มีเป็น 3 ระดับ 1 จมอยู่ในน้ำบ้านเราเกิดแล้วในน้ำเจริญในน้ำอันน้ำก็อยู่ไว้ตั้งอยู่เสมอบ้านเราเกิดแล้วในน้ำเจริญในน้ำปั่นน้ำผลไม้โผล่พ้น อันหน้าไม่ถูกแล้วมี 3 ลักษณะท่านบอกว่าบัวดินมี 3 ขนาด 3 ระดับนี้เมื่อเห็นอย่างนี้พระพุทธเจ้าก็เข้าใจแล้วเออที่จริงมองผ่านไปมองแต่ว่าคนที่เต็มไปด้วยอะไรไม่ได้ขาดอะไรเป็นที่สุดมันเหนียวก็จริงแต่ก็มีคนที่รู้ได้ง่ายบ้างยากบ้างถ้าเราขนขวายบางคนเหมือนบัวที่พ้นน้ำแล้วให้ความรู้นิดเดียวก็จะบานได้รู้ได้ทันทีบางคนบวกกลิ่นบัวกำลังจะค้นตั้งอยู่เสมอพื้นน้ำบางคนบวชจมน้ำ ดูตามพูดกันไม่รู้เรื่องพูดกันยากก็มีพระพุทธเจ้าก็เห็นกว้างขึ้นไปอีกเออมีอย่างนี้ก็เลยรับปากกับ 3 พอดีพรมเมื่อเห็นดังนั้นก็รับปากว่าประตูแห่งนิพพานน่ะเป็นอมตะเราเปิดไว้ให้แก่สัตว์แล้วสัตว์เราได้มีส่วนผสมต่างๆแล้วพระพุทธเจ้าก็รับกับพรมดูก่อนผมเรารู้สึกตัวอย่างจึงไม่กล่าวถามอันนี้ที่เราต้องกล้าชำนาญในบริษัททั้งหลายดังนี้พระพุทธเจ้าก็ว่ารู้สึกว่ายากเท่านั้นแหละ ตามนั้นก็ขอยอมรับรู้สึกว่ายากเราจึงไม่กล่าวถามว่าประณีตที่เราคล่องแคล่วชำนาญแต่ตอนนี้จากสาวแล้วแต่ตอนนี้จะกลับคือท่านก็บอกแล้วว่าเอาล่ะตกลงประตูนี้ผ่านเปิดแล้วเราเปิดไว้แค่จับเหล่านั้นตัดเราได้มีส่วนผสมศรัทธาลงไปเถิดถ้าจะทำงานเพื่อความรู้เรื่องราชกุมารครั้งนั้นสามีผมรู้ว่าตนเป็นผู้ได้โอกาสอันพระผู้มีพระภาคทรงกระทำแล้วเพื่อแสดงธรรมหมายความว่าผมได้แล้วได้ตามที่ตัวเองหมายมาทูลเชิญพระพุทธเจ้าแสดงธรรมได้โอกาสแล้วถึงว่าเราจะทำประทักษิณแล้วอันตรายไปในที่นั้นเอง เสร็จแล้วก็จะคิดของผมที่มาทำชุดนี้ขึ้นมาแล้วก็อันตรธานไปแนะนำด้วยคุณพระพุทธเจ้าและพระพุทธเจ้าก็ตกลงแล้วไม่ต้องยากก็ได้อยากทีนี้ก็ข้อต่อไปทรงแสดงธรรมเพราะเห็นความจำเป็นของสัตว์บางพวกภิกษุทั้งหลายบุคคลบางคนในโลกนี้ได้เห็นหรือไม่ได้เห็นตถาคตก็ตามได้ฟังหรือไม่ได้ฟังธรรมะวินัยที่สถาบันแล้วก็ตามก็หาเข้ามาสู่คลองแห่งกุศลทำได้ไม่มีคนบางคนนะแต่บุคคลบางคนในโลกนี้ได้เห็นหรือไม่ได้เห็นทั้ง 3 คนก็ตามได้ฟังหรือไม่ได้ฟังธรรมะวินัยที่ตถ ปรึกษาแล้วก็ตามย่อมเข้ามาสู่คลองแห่งกุศลธรรมทั้งหลายได้โดยแท้นั่นเองส่วนบุคคลบางคนในโลกนี้ต่อเมื่อได้เห็นตถาคตหรือได้ฟังธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้วจึงเข้ามาสู่คลองแห่งกุศลธรรมทั้งหลายได้ถ้าไม่ได้เห็นตถาคตหรือไม่ได้ฟังธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้วย่อมไม่เข้ามาสู่ครองแห่งกุศลธรรมทั้งหลายได้เลยภิกษุทั้งหลายและบุคคล 3 ประเภทนั้นมีบุคคลอยู่ประเภทหนึ่งซึ่งต่อเมื่อได้เห็นตถาคตหรือได้ฟังธรรมะวินัยที่ตถาคตประกาศแล้วจึงจะเข้ามาสู่คลองแห่งกุศลธรรมทั้งหลายได้ถ้าไม่ได้เห็นตถาคตหรือไม่ได้ฟังธรรมะวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว ไม่เข้ามาสู่คลองกุศลธรรมทั้งหลายได้เลยเราเพราะเห็นแก่บุคคลประเภทนี้แหละจึงอนุญาตให้มีการแสดงธรรมและเพราะอาศัยบุคคลประเภทนี้เป็นหลักเหมือนกันจึงจำต้องแสดงธรรมแก่บุคคลประเภทอื่นด้วยเราพระพุทธเจ้าแทงอย่างลึกลงไปอีกมีการถ่อมตนอยู่ในตัวอีกว่าคนในโลกนี้มีอีก 3 เป็นพวกฟังให้ลึกซึ้งลงไปอีกถ้าไม่ได้อวดเก่งอวดดีอุบัติเหตุในตัวท่านบอกว่าคนในโลกนี้มี 3 อย่างพวกจำพวกหนึ่งจะได้ฟังธรรมพระพุทธเจ้าเปิดตามไม่ได้ฟังก็ตาม ฟังให้ตายยังไงก็ตามหรือไม่ได้ฟังเลยก็ตามมันมีอยู่พวกหนึ่งกับคนพวกนี้เนี่ยไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยจะเข้ามาสู่คลองแห่งกุศลธรรมได้ไม่หาเข้ามาสู่คลองแห่งกุศลธรรมได้ไม่สำนวนว่างั้นก็หมายความว่าไม่ได้เรื่องหรอกไม่ได้มีกุศลอะไรไม่ได้รับประโยชน์อะไรหาเข้ามาได้ไม่เข้ามาสู่ขอให้กุศลได้นะจะได้ฟังพระพุทธเจ้าตรัสหรือไม่ได้ฟังก็ตามคนพวกนี้สูญเปล่ามีพวกมึงพวกมึงจะได้ฟังหรือไม่ได้ฟังก็ตามจะได้ฟังหรือไม่ได้ฟังก็ตามเขาจะเข้ามาสู่ครองให้ แล้วทำได้โดยแท้เพราะคนบ่ดีแม้จะไม่ได้ฟังธรรมพระตถาคตพวกนี้นะไอ้พวกหนึ่งแม่ไม่ได้ไม่ได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้าเขาก็จะเข้ามาสู่คลองแห่งธรรมะได้ท่านก็ไม่อวดพระพุทธเจ้าเนี่ยเราจะเห็นพระพุทธเจ้าถ่อมตนอยู่ตรงนี้ท่านก็ไม่ได้ว่าคนในโลกนี้ทำไม่ได้ฟังธรรมของเราแล้วจะเข้าสู่คลองแห่งธรรมไม่ได้ถ้าไม่ดีแต่ถ้าถ่อมตนอยู่ในตัวแม่เขามีอยู่คนอีกหมู่นึงแล้วเขาไม่ได้ยินคำว่าพระพุทธเจ้าเขาก็จะหลายเดือนมาสู่คลองเจ้าก็ได้แม้ไม่ได้ยินได้ยินก็เข้ามาก็แน่นอนแล้วก็จะเข้ามาอยู่แล้ว ส่วนคนอีกพวกหนึ่งมีอีกพวกหนึ่งพวกนี้จะต้องได้ยินธรรมะของพระพุทธเจ้าเท่านั้นจึงจะเข้ามาได้ถ้าไม่ได้ยินไม่เข้ามาไอ้พวกหนึ่งพวกนี้จะเป็นพวกที่จำเป็นที่สุดแต่เป็นที่สุดแต่เป็นความบีบคั้นพระพุทธเจ้าโดยตรงถ้าพระพุทธเจ้าไม่แสดงธรรมคนพวกนี้สูญเปล่าเขาควรได้นะเขาควรได้ธรรมะไม่เหมือนพวกแรกพวกแรกเนี่ยพระพุทธเจ้าจะแสดงธรรมหรือไม่แสดงธรรมสูญเปล่าแน่ๆคนพวกนี้สูญเปล่าไม่ได้ไม่ได้ธรรมะ สวัสดีพวกนึงนั่นน่ะพระพุทธเจ้าไม่ต้องแสดงธรรมอยู่เฉยๆก็ได้เขาจะเข้ามาเขาจะเข้ามาหรือพระพุทธเจ้าแสดงธรรมเขาก็เข้ามาอยู่แล้วล่ะว่าเขาจะเข้ามาอยู่แล้วส่วนไอ้พวกหนึ่งนั้นน่ะต้องได้ยินธรรมะของพระพุทธเจ้าจึงจะเข้ามาได้ถ้าไม่ได้ยินไม่เข้ามานี่เป็นความจำเป็นแต่ลูกค้าจำเป็นจะต้องช่วยคนหมู่ 1 ใน 3 เพราะฉะนั้นถ้าเมื่อพระพุทธเจ้านะเออพระพุทธเจ้าแสดงธรรมขึ้นจึงเป็นการช่วยช่วยคนที่พระพุทธเจ้าจะแสดงธรรมหรือไม่แสดงธรรมเขาก็จะเข้ามาในคลองแห่ง ในเมื่อพระพุทธเจ้าแสดงธรรมด้วยพวกนั้นก็ยิ่งดียิ่งได้รับสิ่งที่แสดงนี้ขึ้นมาก็ยิ่งจะเร็วก็ยิ่งจะได้ประโยชน์นี่มันได้ผลสอนเพราะฉะนั้นผลที่ได้ตรงกับสำหรับผู้ที่จำเป็นจะต้องได้ฟังธรรมเท่านั้นได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้าเท่านั้นจึงจะเข้ามาสู่ครองแห่งธรรมได้เมื่อพระพุทธเจ้าแสดงธรรมขึ้นผู้ที่จะได้ฟังหรือไม่ได้ฟังคาถาก็ยิ่งดีก็ยิ่งได้รับผลประโยชน์เป็นผลพลอยได้เติมเข้าไปเพราะยิ่งได้ฟังก็ยิ่งดีมันก็ยิ่งเร็วเป็นผลทำให้ผมผสมขึ้นมาส่วนผู้ที่ได้ฟังแล้วหรือไม่ได้ฟัง แล้วไปอันนั้นถือเป็นผลที่บางทีก็จะต้องส่วนหนึ่งเขาก็รับไปแต่รับแล้วเขาก็ไม่ได้รับเป็นธรรมดาพิษทั้งหลายในบุคคล 3 ประเภทนั้นมีบุคคลอยู่ประเภทหนึ่งเกี่ยวกับบริจาคบอกว่าจึงไม่เห็นจะถามเขาให้ฟังธรรมของศาสนาพุทธศาสนาแล้วคุณจะเข้ามาเก็บของก็เลยทำได้ถ้าไม่ได้เห็นตถาคตหรือไม่ได้ฟังธรรมวินัยของตถาคตศึกษาแล้วย่อมไม่เข้ามาสู่ครองแห่งศรัทธาได้ทั้งหลายได้เลยเราเห็นเราเราเพราะเห็นแก่บุคคลประเภทนี้แหละอนุญาตให้มีการแสดงธรรมและเพราะอาศัยบุคคลประเภทนี้เป็นหลักอีกเหมือนกันจึงจำต้องแสดงธรรม นักแสดงอยู่ทั้งๆที่รู้ว่ามีคนที่ไม่ควรทาแล้วมารวนมาเลย์มาไม่เข้าเรื่องอะไรให้แสดงให้ตายยังไงก็ไม่ใช่เรื่องจะได้ฟังธรรมไม่ได้ยินทำหรือได้ยินคำก็ไม่ได้เรื่องแต่ก็ต้องแสดงธรรมอันนี้สอนขึ้นไปให้รู้ความเป็นจริงที่เป็นไปตามสิ่งนี้อาจจะมีก็ต่อไปก็ทรงเห็นลู่ทางที่จะช่วยเหลือพวกสัตว์ภิกษุทั้งหลายครั้งหนึ่งที่ตำบลอุรุเวลาใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชราที่ต้นไทรเป็นที่พักร้อนของเด็กเลี้ยงแพะเมื่อเราแลกตรัสรู้ได้ใหม่ๆความประวิตรตกแห่งใจได้เกิดขึ้นแก่เรา ขนาดเข้าสู่ที่พักกำบังนี่เป็นหนทางเคลื่อนไปทางเดียวเพื่อความบริสุทธิ์หมดจดของสัตว์ทั้งหลายเพื่อก้าวล่วงเสียซึ่งความโศกและปริเทวะเกิดความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งทุกข์และโทมนัสเพื่อบรรลุยาจะทำเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้งทางนี้คือสติปัฏฐาน 4 4 เหล่าไหนเล่าคือภิกษุเป็นผู้มีธรรมดาตามเห็นกายในกายเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายเห็นจิตในจิตเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่เป็นผู้มีเพียรเผาบาปมีสติ สัมปชัญญะนำอภิชาและโทมนัสในโลกออกได้นี่แหละทางทางเดียวดังนี้ภิกษุทั้งหลายลำดับนั้นจะหาว่าดีพรหมรู้ปริวิตกในใจของเราจึงอันตรธานจากพรหมโลกมาปรากฏอยู่เฉพาะหน้าเรารวดเร็วถ้าเวลาที่บุรุษแข็งแรงเหยียดแขนออกแล้วหงอกให้เท่านั้นเอาอีกแล้วลมพัดมาอีกแล้วมีจิตใจขึ้นมาอีกแล้วอันนี้ไม่ดีหรืออย่างไรฟังดูทั้งนั้นสหบดีพรหมทำพระราชวังอัญชลีเข้ามาหาเราแล้วกล่าวกับเราว่าอย่างนั้นแลพระผู้มีพระภาคอย่างนั้นแหละประสบความสำเร็จนั่นเป็นทางทางเดียวเพื่อความบริสุทธิ์หมดจดของ เพื่อก้าวร่วงเสียดายซึ่งความโศกและปริเทวะเพื่อธรรมให้แจ้งแล้วและได้กล่าวคำว่าพระสุคตผู้มีธรรมดาเห็นที่สุดคือความสิ้นไปแห่งชาติภูมิมีความภูมิมีพระทัยอนุเคราะห์สัตว์โลกผู้มีพระทัยอนุรักษ์ด้วยความเกื้อกูลย่อมทรงทราบทางเอกซึ่งเหล่าพระอรหันต์ได้อาศัยข้ามแล้วในการก่อนและกำลังข้ามอยู่และจะข้ามซึ่งโอฆะได้ดังนี้พระพรหมเห็นรู้สึกว่าจิตนี้จะดีหรือไม่ดีก็ผมก็เป็นมาเป็นพยานเป็นเครื่องตัดสินก็ตัด หรือบอกยอมรับว่าถูกแล้วสติปัฏฐาน 4 เป็นทางทางเดียวทางช้างเอกที่จะไปสู่นิพพานอย่างบริสุทธิ์หมดจดทุกอย่างทั้งหลายถูกแล้วล่ะถ้าสุคตพรหมเข้ามาแสดงความยินดีหรือเข้ามาเป็นพยานกันเองทำไมพระพุทธเจ้าจะต้องพูดถึงทั้งๆที่ไม่พูดถึงผมจะเข้าใจแล้วว่าจริงๆก็จิตพระองค์เองน่ะถ้ามันจะต้องพูดก็พูดแยกออกเป็นส่วนสำคัญมีไม่มีพยานก็เป็นสุดยอดก็เป็นการถือตัวเป็นมานะพิจารณาซ้ำอีกซ้ำอีก พรมพิจารณาใจเป็นกลางหาแยกแยะเหตุผลอีกถ้าเหตุผลนั้นหาไม่ได้แล้วสูงสุดแล้วก็คือจิตนั้นได้หาได้หาและกินเสร็จแล้วเราได้คิดซ้ำซากอย่างเป็นกลางจริงด้วยความเชื่อคุณสู่ผู้อื่นเพราะไม่มีเมตตาต่อผู้อื่นช่วยผู้อื่นกรุณาต่อผู้อื่นนะเมื่อสัมผัสลงไปชัดเจนแล้วก็ยืนยันได้ว่านี่ถูกแล้วล่ะอันนี้พยายามจะต้องอธิบาย 2 เพราะสมัยโน้นสมัยพระพุทธเจ้าเป็นศาสนาพราหมณ์นะพระพุทธเจ้านี่ขึ้นมาสร้างศาสนาใหม่ขึ้นมาแสดงธรรมอีกอันนึงเพราะฉะนั้นเพื่อความเป็น ได้ดีถ้าถึงไม่ขัดเขารับยอมรับชมแต่ท่านก็มีนัยยะอย่างชาญฉลาดยกพรหมเหมือนกันว่าผมนี่สูงสุดยอดแต่อยู่ในฉี่ผมก็ต้องมากราบพระพุทธเจ้าด้วยท่านยอดฉลาดและถือเป็นตัดสินสูงสุดเป็นพยานสูงสุดต้องกระทำการสูงสุดช่วยเหลือเพื่อความสูงสุดและสูงสุดแล้วก็ยังมาไอ้นั่นที่ LINE มาหาพระพุทธเจ้าทีไรก็ต้องมาเป็นผู้มากราบเป็นผู้บังคับบัญชานอบน้อมกราบพระพุทธเจ้าและก็ต้องอธิบายเพราะว่าจะต้องมีพรมถ้าศาสนาไม่มีพระพรหมด้วยเขาก็ไม่รับ เพราะว่าเขาเองก็ติดพร้อมพระพุทธเจ้าจึงอธิบาย
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive