200403-063 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน063-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ008.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นเช้าของวันอาทิตย์ที่ 3 เมษายนพุทธศักราช 2520 อาทิตย์นี้ไปพ่อท่านเป็นที่รักที่รักของพวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอ้าวเมื่อวานนี้เราได้อธิบายถึงอิทธิบาทซึ่งเป็นความเป็นองค์ธรรมพระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่าจะแสดงฤทธิ์ได้ก็เพราะอิทธิบาท 4 อิทธิบาทสามารถทำให้ อายุคำว่ามีอายุไม่ได้หมายเอาแค่ถ่ายเท่านั้นมันอาจหมายออกไปทางถึงใจด้วยและโดยเฉพาะคือใจนั่นแหละสำคัญที่สุดถ้าเป็นนักปฏิบัติธรรมแล้วจะต้องเข้าใจคำว่าอิทธิบาทได้ชัดและจำเป็นเหลือเกินสำหรับมนุษย์ผู้ประเสริฐจะต้องมีอิทธิบาทมนุษย์ผู้ประเสริฐไม่มีอิทธิบาทไม่ได้และก็ไม่เป็นจริงด้วยมนุษย์ผู้ประเสริฐหรือว่าเป็นพระชื่อว่าพระแปลว่าผู้ประเสริฐชื่อว่าอริยะแปลว่าคนฉลาดแท้ไม่มีอิทธิบาท ขาดความจริงขาดสัจธรรมแท้ต้องมีอิทธิบาทเป็นองค์ธรรมคนไม่มีอิทธิบาทคือคนเลวคือคนชั่วคือคนไม่ประสบผลสำเร็จในชีวิตคือผู้ที่ไม่ใช่อัจฉริยะไม่ใช่ผู้ประเสริฐไม่ใช่ผู้ฉลาดแพ้อะไรทั้งนั้นแหละหากผู้มีอิทธิบาทไม่มีไม่ได้มันมีโดยจริงมันมีจริงๆคนมีมีจริงๆไม่ต้องไปเผยแพร่ไม่ต้องแกล้งไม่ต้องฝืนมันมีชีวิตจริงๆอิทธิบาทนี่ไม่ใช่ของเล่นเป็นของทุกคันมากผมเคยสอนศีลธรรม ช่วยสอนศีลธรรมกับนักเรียนแต่ก่อนนี้เป็นครูเข้าใจเป็นฆราวาสศีลธรรมที่ผมสอนนะเนี่ยผมเคยบอกเด็กบอกทุกห้องบอกทุกคนบอกในห้องไปบอกไม่ได้บอกทุกคนบอกทุกห้องที่เคยสอนเด็กมาบอกว่าใครเรียนศีลธรรมจากครูแล้วไม่เข้าใจคำว่าอิทธิบาทหรือไปยืนยันว่าไม่รู้จักอิทธิบาท 4 คนที่ได้เรียนศิลธรรมผมยืนยันกับเด็กหมดทุกคนให้เรียนศิลปธรรมจากครูแล้วยืนยันว่าไม่รู้จักอิทธิบาท 4 คนนั้นแสดงว่าไม่ได้เรียน เรียนศีลธรรมจากครูได้แต่เพียงนั่งร่วมห้องกันเฉยๆไม่เคยเจอกันไม่เคยได้เรียนวิชานี้ร่วมกันว่าเป็นครูเป็นลูกศิษย์กันผมดำยืนยันมากชีวิตมนุษย
อ่านต่อ
์ไม่ว่าฆราวาสไม่ว่าเป็นอะไรทั้งนั้นถ้าขาดอิทธิบาทแล้วล้มเหลวเป็นคนล้มเหลวอิทธิบาทคือองค์ธรรมที่จะทำให้คนเจริญทำให้คุณประเสริฐทำให้คนดีขาดไม่ได้ขาดไม่ได้ 20 บาทแม้จะเป็นนิพพานก็ต้องใช้อิทธิบาทอย่างยิ่งที่ผ่านถ้าจะมาเอาง่ายๆทำให้คนตายอิทธิบาทมาทำความเกิด อธิบายมาทางความกรอบมาทำความจรรโลงมันทำความพัฒนาคำว่าอิทธิบาทองค์การบริหารส่วนตำบลนิพพานแท้ๆก็นั่นแหละยิ่งต้องใช้อิทธิบาทอย่างยิ่งต่อจากอิทธิบาทอย่างยิ่งทั้งๆที่เราไปเข้าใจง่ายๆนิพพานคือตายคือดับสูญอาการตายอย่างนิพพานเรื่องการดับสูญจากนิพพานยิ่งยากจะตายมันเป็นความเจริญสุดยอดของมนุษย์นิพพานคือความประเสริฐสุดยอดของมนุษย์มันยิ่งยากมันจึงต้องใช้อิทธิบาทอย่างมหาศาลอย่างยิ่งอย่างฉลาดอย่างฉันฉลาดมาก มีการพัฒนามีการปรับปรุงดัดแปลงมีการไตร่ตรองตรึกตรองอย่างสำคัญเพราะฉะนั้นไม่มีทางบรรลุนิพพานไม่มีทางได้ความประเสริฐสุดยอดไม่มีทางเจริญสุดยอดได้ถ้าจึงสำคัญมากแม้แต่ขั้นต้นไปจนถึงขั้นปลายถ้าใครฟังอิทธิบาทแล้วไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจและไม่มีอิทธิบาทอยู่ในตัวไม่รู้ว่าตัวมีอธิบายหรือเปล่าก็แสดงว่าจับหัวใจของศาสนาไม่ได้เพราะที่ปรับระยะทาง 37 สติปัฏฐานหมู่ที่ 1 ประธานหมู่ที่ 2 ต้องมีอิทธิบาทตามทันทีสติก็คือตนคือจิตสามารถสมัครประธานก็คือหลักการพัฒนาวิจิตรคือชีวิตมนุษย์สติปัฏฐานรู้องค์ประกอบทั้งหมดนั่นแหละสติปัฏฐานคือมาตรการในการพัฒนาสังวรคือทำความประเสริฐให้เกิดประหารคือทำลายสิ่งที่ควรทำลายอนุรักษ์ขนานรักษาสิ่งที่ควรรักษาภาวนาถ้าไม่ถึงจุดสุดท้ายให้เจริญที่สุดพระองค์ทรงทำหรือเปล่าองค์ประกอบ ในการที่จะทำการพัฒนามาตรการหลักการสังวรทำให้ประเสริฐทำให้ประเสริฐมีอะไรบ้างทหารทำลายสิ่งที่ควรทำลายทหารประทานอนุรักษ์การรักษาสิ่งที่ควรรักษาส่งไวภาวนาทำให้ประเสริฐขึ้นทำให้ถึงผลผลดีไม่ใช่ผลร้ายภาวนาทำให้เกิดผลทำให้เกิดผลที่ดีที่สุดให้ได้ที่สำหรับสถานที่เป็นมาตรการบอกวิธีการวิธีการที่จะทำอย่างสมรรถภาพ 4 สติปัฏฐานรู้ตัวรู้ตนเข้าใจองค์ประกอบทั้งหมดแล้วทีนี้ตัวและถ้าไม่มีจิตที่บาดนี้เป็นองค์ธรรมก็เป็นเสริมสันติ สุดหล่ออิทธิบาท 4 ต้องตามทันทีองค์โพธิปักขิยธรรมสติปัฏฐาน ต้องมีวิริยะพิจิตรโถมเข้าไปเอาใจใส่ใจไม่มีเอาใจใส่เอาใจลอยๆอยู่งั้นเอาใจเฉยๆไม่มีเจริญหรอกมันต้องมีใจที่ถมเข้าไปในสิ่งนั้นเอาใจใส่กับสิ่งนั้นวิมังสาตรีพร้อมไตร่ตรองวิเคราะห์รู้ดีรู้ชั่วรู้การดัดแปลงรู้คุณภาพว่าอย่างนี้ทำให้เจริญอย่างนี้ทำไม่ให้เจริญมันต้องรู้สัจธรรมพวกนี้จริงๆถ้ามีอีกที่บาทนี่คือองค์ธรรมที่ขยายวิริยะเคยทำสูตรยอดจนกระทั่งขยายใหญ่ให้ฟังหน่อยสติทำมาวิจัยและก็วิริยะมีพระองค์ธรรมของโพธิปัก [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ถ้าเราเป็นนักอานาปานสติเราเป็นนักเรียนฝึกจิตอานาปานสติคือได้ฝึกจิตทุกลมหายใจเข้าทุกลมหายใจออกอานาปานสติเราเป็นผู้ที่มีสติแล้วก็รู้ทุกลมหายใจเข้าลมหายใจออกก็ปรับปรุงเปลี่ยนจิตเล่นจิตอยู่ไม่เผลอใจไม่ห่างใจเป็นคนได้พยายามทำจิตใจของเราอยู่เรื่อยๆมีประมุขอย่างธุรกิจสังขารรู้กายสังขารสงบระงับในส่วนที่มันไม่ดีโดยเฉพาะตัวถูกโดยเฉพาะตัวเฟ้อกายสังขารที่เฟ้อจิตสังขารที่ทุกข์ทรมานธุรกิจสังขารของเรารู้กายสังขารที่มันมากไป นิกายสังขารที่น้อยไปก็ต้องเพิ่มขึ้นเร่งขึ้นทำให้มากขึ้นจิตสังขารที่มันทุกข์หรือมันสุขจนมากไปสุขใหญ่สุดโตสุขจะสุขจ้าก็ลดลงเหมือนกันรู้เวทนาที่แท้รู้ความสุขความทุกข์ที่แท้ให้มันไปหาตรงจุดต่างๆหน่อยหรือแม้มันทุกข์ก็ต้องเปลี่ยนให้มันเป็นสบายเลยเป็นประมุขอย่างดีซะกว่าแล้วก็รู้ว่าการการปล่อยออกรีโมทจะยังปล่อยอยู่ปล่อยอยู่ใกล้ๆแม้ร่าเริงจะผิดพลาดต้องปล่อยร่าเริงด้วยการขายหรือว่าไม่กินพวกเราจับจิตจับใจเป็นปรับจิตปรับใจเป็นทำอาน เรียกว่าเป็นผู้มีบทบาทในการทำอานาปานสติทุกลมหายใจเข้าออกไม่ใช่เอาแต่ตอนนั่งหลับตาแต่นั่งหลับตาจะมีแบบฝึกหัดเรื่องอัตรามันก็มีแต่ความใช้ประเพณีสุดยอดบทบาทบางเบายิ่งขั้นสูงของธนาคารมีนั่งอยู่คนเดียวแล้วก็อานาปานสติปรับปรุงสิ่งศักดิ์สิทธิ์เล่นจิตเล่นๆตั้งใจจะสร้างอะไรไม่มีอายุจะให้จิตมันเกิดอย่างนี้ดูซิใช้จิตจิตใจคลายอย่างนี้ดูซิเล่นจิตเหมือนกับกระเป๋าลูกโป่งบีบลมออกจากลูกโป่งเล่นคราวนี้ป๋าให้มันต่อไปนี้บีบให้มัน นั่งอยู่ว่างๆโดยพยายามทำเอาเองมันก็ได้แม่มันมันเป็นการสร้างมันเป็นการสร้างทุกอย่างแต่ถ้ามีปัจจุบันน่ะทำสัมผัสแล้วก็เกิดจากจิตได้รู้รสชาติของจิตจะให้มันเกิดอาการยินดีพอใจที่ฉันทับอยู่หรือว่าจะปล่อยให้มันรถฉันทะหรือว่าตอนนี้เราจะให้จิตใจมีอารมณ์อย่างนั้นอย่างนี้มีลักษณะอย่างนั้นอย่างนี้ให้มันมีขนาดนี้ล่ะกำลังได้ประโยชน์ท้อถอยท้อแท้หรือว่าเพิ่มมากไปมันเกิดฟูใจเกิดจิตใจ สูตรทำให้ใจของเราเนี่ยยึดถือมากไปก็ลดลงจากนั้นจะกินกว่าในปัจจุบันน่ะทำที่มีสัมผัสมีรูปรถสิทธิบัตรทำให้เรารักทำให้เราชอบทำให้เราชอบหรือว่าทำให้เราไม่ชอบมันเป็นจริงกว่าอานาปานสติที่ลืมตามีบทบาทมีกรรมกิริยาเข้าใจแล้วว่าอานาปานสติคืออะไรมันก็คืออันเดียวกันกับสติปัฏฐานแต่ว่าถ้าใช้คำว่าอานาปานสติหมายความว่าคนนั้นจับจิตเป็นฐานะของพระอนาถครับมีอย่างแก่งกล้าโดยไม่ใช่อนาคตมีแค่นั่งในที่สงบเงียบหาบรรยากาศ ป๊าเข้าไปกอดจิตที่จะค่อยๆสงบที่จะมีกำลังพอจะเป็นจิตที่อ่อนเป็นจิตที่ปราศจากนิวรณ์เป็นสิ่งที่ควรแก่การงานแล้วค่อยเอาจิตนั้นขึ้นมาจะรู้ปรุงแต่งแต่รถติดเพิ่มอีกต้องไปนั่งหลับตาที่สงบสงัดถึงจะคอยทำได้ถ้าอย่างนี้บางคนอินทรีย์พละยังไม่กล้าก็จริงอย่างน้อยที่สุดก็ไปหัดทำให้จิตสงบเฉยๆรู้ว่าจิตเป็นฌานอย่างนี้นะการที่จะไปอธิบายอย่างนี้นะยิ่งการจะรู้จิตของตัวเองเล่นจิตแบบลูกโป่งหรือว่าเมื่อกี้เนี้ยหัดที่ทำผิดคุ้มครองระลึกเรื่องนั้นเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วปล่อยให้จิตมันฟังออกแล้วก็รถติดให้ข่าวดูซิทำกิจที่มีรสชาติแรงและก็ทำให้ ไอ้อย่างนั้นน่ะมันอย่าไปหวังเลยจากคนที่ไปนั่งหลับตาหลับหูจะมีหรอกมันไม่ได้กินหรอกคนที่จะทำเป็นอย่างนี้ต้องรู้จิตจริงๆและโดยเฉพาะรู้โดยสัมผัสนี่แหละจับจิตเป็นจับจิตได้จึงเรียกว่าอนาคตถ้าจับจิตตัวเองไม่ได้รสชาติที่ลึกซึ้งทำยิ่งทำไม่ได้ถ้าจิตใจโสดาโซดามาท่านเห็นปัจจัยแค่ของโสดาสัมผัสกิเลสตัณหาใหญ่ๆหยาบๆยังไม่รู้ตัวมันก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยถ้าจับจิตเป็นแล้วอยากจะใหญ่กว่า เราจะโลภอยู่ก็ไม่รู้ใจเราโลกหรอกแต่ว่ากายเราไม่ได้ลงไม่เห็นบทบาททางกายไม่เห็นบทบาททางจิตอย่างนี้เรียกว่าเราไม่โลกอยู่ไม่พบนอกจากใจมันจะเกิดอาการน้อยๆอยู่ยังมีโลภมากมีโทสะน้อยๆเขื่อนขุนนิดๆอนาคตเองข้างนอกนี่แสนที่จะสะอาด คนดูไม่ได้จับไม่ได้กริยากายกริยาวจีเหมือนก็ยังเป็นผู้บริสุทธิ์แต่ในใจยังมีเศษรูปราคะอรูปราคะยังมีความรู้สึกรู้ได้ตัวพูดกับของจิตเองรู้จิตตนเองว่าจิตของเรามีโลภะมีเศษธุลีของโลภะหรือมีโทรศัพท์พิเศษธุลีของโทรศัพท์มีหรือไม่เราเป็นคนรู้อนาคตจับจิตตัวเองได้การปิดตัวเองได้เข้าใจว่าอนาคตยืนเดินนั่งนอน มีเศษๆน้อยๆอ่อนๆแล้วก็ไม่มีหมดแล้วกลางคลายแล้วก็รู้ชัดๆดับสนิทแล้วไม่มีก็รู้จักในส่วนที่ไม่มีตัวที่มีก็ไม่ใช่อนาคตทีเดียวดับสนิทอยู่ไม่มีสภาพแม้แต่เศษเสี้ยวธุลีของโลภะโทสะรู้จักไม่สงสัยไม่โมหะไม่รู้ผิดรู้ถูกๆแบบไม่หลงไม่รู้ชัดอย่างนี้ก็มีรหัสผ่านและจิตอยู่ด้วยธนาคารมีกับอรหันต์ต่อกันเป็นบทบาทของการพัฒนาตนมีอาหารตากฝนก็รู้จิตดวงนี้ตลอดทั้งคนจิตดวงนี้ยังเป็นอนาคามีจิตรู้ชัด เข้าใจชัดๆที่พูดสู่ฟังนี่มันขยายออกเป็นภาษาพูดถูกฟังถ้าผู้ใดมีสภาพจริงผู้นั้นจะรู้เมื่อไหร่ก็ไปลองนึกดูจิตอย่างนี้เราเคยทำแล้วทีนี้เราเคยดับได้คิดอย่างนี้เรายังมีรสชาติยังมีอาการอยู่บ้างเป็นอนาคามีจิตเป็นรูปพระราธะอรูปราคะเป็นสังโยชน์มันสูงจิตอย่างนี้มันมีกามราคะออกมาชัดๆออกกำลังกายหูจมูกลิ้นกายออกมาทั้งกายกรรมแม่เราก็รู้ผู้ที่เป็นอริยะแท้หรืออนาคตก็เป็นผู้ที่จะต้องมีสภาพอย่างนี้มีปัญญามีสติปัฏฐานแข็งแรงมีอานาปานและสติมั่นมีสติปัฏฐานมีอิทธิบาท โดยเฉพาะองค์ธรรมอิทธิบาทเป็นองค์ธรรมที่เสริมให้เราจะเกิดผลดังที่ได้อธิบายไปแล้วกล่าวไปแล้วว่าเราจะมีอานาปานสติได้เราจะมีสติปัฏฐานได้มันก็เพราะอิทธิบาทเป็นแรงเสริมมีฉันทะในการปฏิบัติฝึกเพียรเสมอทำให้มากทำให้บ่อยพระพุทธเจ้าจึงยืนยันเหลือเกินว่าเราทำให้มากเราเจริญเพราะได้เจริญและทำให้มากซึ่งอิทธิบาท 4 ประการตถาคตจึงเป็นผู้มีฤทธิ์มากอย่างนี้มีอานุภาพมากอย่างนี้ไม่ได้อยู่ดีๆมันเป็นเองและมีพระเจ้าในบรรดานี่เป็นศาสนาพระพุทธเจ้าในสอนว่าใครในบรรดาเป็นศาสนาแห่งสัจธรรมเกิดเพราะเหตุมีเหตุว่า ทำให้มากเราได้เจริญให้มากซึ่งอิทธิบาท 4 ประการที่ฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสาจริงๆเรามาปฏิบัติธรรมเราก็ปฏิบัติธรรมฝึกไปตามแบบฝึกหัดฝึกไปตามศีลตามหลักการมันก็มีการรู้มีการหลุดมีการพ้นมีการฉลาดมีการอยู่ได้อย่างง่ายอย่างสบายขึ้นจริงๆก็ปล่อยมีชีวิตที่เกิดมีคุณธรรมมีความสามารถมีแรงงานมีแรงงานที่ดีด้วยเราไปทำงานโดยไม่ต้องมีการต้องมีการรับจ้างถ้าเราเกิดที่มีหาเราก็ไปทำงานให้แก่คนนั้นโดยไม่คิดค่าจ้างแรงงานธรรมดาเรารู้ว่านี่ควรกระทำเพราะเป็นการตอบ บุญคุณเป็นหนึ่งเช่นเราทำงานช่วยช่วยเหลือพ่อแม่เราก็กตัญญูกตเวทีพ่อแม่ทำงานช่วยเหลือโปรไฟล์อันนั้นเรารู้ว่านี่เราทำเพราะเหตุใดกตัญญูเราทำงานไม่อยากจะอยู่พ่อแม่แต่เราทำงานเพราะเราจัดหาเลื่อมใสรักใครที่มีหาคนนี้แล้วเราก็ไปให้แรงงานกับคนนี้ทำงานให้กับเขาฟรีไม่คิดสิ่งแรกเปลี่ยนนี่ก็ทำเพราะอะไรในความรักทำเพราะแรงในความคิดนี้หาทำเพราะแรงความพอใจที่จะทำทำเพราะแรงฉันทะยินดีที่จะทำพอใจที่จะทำทันถ้าเรารู้ว่าเราทำด้วยความพอใจฉันรักยินดีทำ โดยเราไม่ได้ต้องการอะไรตอบแทนอย่างบริสุทธิ์เลยไม่ใช่ว่าเราทำเพราะเสน่หาต้องการให้เขามารักเราตอบต้องการลาบแรกต้องการยกแรกต้องการสรรเสริญแม่ไม่มีเมื่อไม่มีมันก็เป็นธรรมะตรงๆเป็นธรรมดาทำเพราะฉันรู้ดีรู้ว่าทำสิ่งนี้เป็นความดีคนเราก่อบทบาทความดีขึ้นเป็นกุศลกรรมต่อไปเถอะแล้วก็เท่านั้นมันจะเป็นกุศลกรรมหรือเป็นกิริยาหรือเป็นกรรมอันดีเกิดขึ้นอยู่ในโลกไม่ใช่ของเราไม่ใช่ของใครสำหรับตัวเราเรารู้และเราปล่อยอย่างนั้นเราปล่อยนะเราต้องกำหนดรู้ว่าเมื่อเราทำก็ทำเป็น เมื่อจิตใจของเราไม่เป็นสำคัญมั่นหมายยึดเอามาเป็นเราเป็นของเราทำมันก็กลับไปแล้วส่วนคนก็จะรู้ความจริงซึ่งเป็นความจริงแท้แท้จริงมันเกิดโดยคำกริยาของเราเราเป็นคนทำกรรมดีอันนี้เราเป็นคนก่อนี้ขึ้นมาคนที่เขาจะบอกว่าเป็นของเราให้คนอื่นเขาบอกให้คนอื่นเขาสำคัญมั่นหมายให้คนอื่นเขารู้เขาจะรู้เขาจะรู้แล้วเขาจะกำหนดให้เราเองเราทำดีนี้เขากำหนดเราเองเพราะฉะนั้นถ้าเราทำดีเขากำหนดของเราเนี่ยเกิดจากกรรมกิริยาของเราเกิดจากการตีมโนของเราก็ตอบคำนี้ขึ้นมา คุณทำดีดีแล้วฉันจะสรรเสริญเยินยอเขาสรรเสริญเองโดยธรรมเราไม่ต้องอยากได้ฉันเขินเราไม่ต้องเขาจะให้ลาภตอบแทนเขาให้เองเขาจะให้ยกตอบแทนเขาให้เองเพราะไม่ต้องร้องขอไม่ต้องอยากได้ไม่ต้องนึกไว้ว่าไม่ต้องจำไว้ก็ได้ไม่ต้องสำคัญมั่นหมายลงไปเลยว่าเป็นของเราเราทำไม่ต้องแต่บริษัทจะทำก็เราทำจริงๆเกิดจากการที่มนุษย์สัจจะก็ใช่มันเป็นสัจจะจริงๆเราทำจริงๆ ของเราที่สำคัญตรงนี้ถ้าใจของเราไปยึดมั่นยึดหมายว่าเป็นของของเราหรือเป็นเราทำจะยิ่งเป็นความดีแล้วก็มาเป็นความดีของเรามันใหญ่แล้วมันก็จะเกาะอัตรามันเริ่มตั้งแต่นี่ผู้รับปลดปล่อยสนิทอยู่อย่างนี้นะมันไม่มีปัญหาทำงานด้วยฉันทะรู้ดีและก็ทำโดยที่ได้ว่าเราจะเอาล่ะมันรู้ดีเฉยๆมันไม่มีความพอใจมันไม่มีความรักมันไม่มีความมีกะจิตกะใจจะทำผมใจอย่างนั้นลงไปหน่อยก็ทำผมกิตติยินดีของความพอใจเราจะทำใจให้มันบันเทิงร่าเริงแล้วก็ทำงานนี้มีวิริยะ จิตวิทยาถมก็ไปและแน่นอนวิมังสาพัฒนาไตร่ตรองถึงจุดที่มันจะแก้ไขดัดแปลงหรือว่ามันจะเป็นดีที่สุดประณีตที่สุดยังไงก็มีใจรู้ในการกระทำกันอยู่ก็จงทำไปเถอะทำแล้วแม้ทำให้ฉันพระแล้วเราก็มีจุดหนึ่งที่จิตของเราทำแล้วเราไม่ได้สำคัญมั่นหมายว่าเป็นของเราไม่ยึดถือเอาว่าเป็นเราเป็นของเราทำแล้วก็ปล่อยแต่รู้ว่านี่เป็นกรรมดีเป็นการกระทำที่ดีทำแล้วก็ปล่อยอยู่ปล่อยอยู่เราก็เป็นผู้ที่ไม่มีอะไรที่จะเป็นเชื้อเขาของสิ่งที่จะมาทำให้เราทุกข์ไม่มีเทือกเขามัน ปล่อยอยู่จริงๆเนี่ยเราต้องถ้าไม่มีอิทธิบาทถ้าไม่มีฉันทะไม่มีวิริยะไม่มีกินมันก็ไม่มีอะไรเกิดมีบางสถานการณ์เป็นความฉลาดของบุคคลจะต้องมีใจมีปัญญาไตร่ตรองประกอบกับการงานทุกอย่างทุกเวลาดัดแปลงปรับปรุงอยู่เสมอเพราะแม่ไม่มีวิมังสาแต่เรายังมีฉันตามวิริยะจิตตะมันก็เกิดกรรมกรรมที่เราเคยเป็นเคยมีถ้าเราเคยทำแต่กรรมดีกรรมดีนั้นก็จะเกิดไปเท่าที่เราแต่มันไม่ได้พัฒนาเท่านั้นถ้าไม่รีบวางสายอีกตัวมันก็พัฒนาขึ้นมันพัฒนาจนเสมอเพราะมันใช้จิตที่ใจตรองวิมังสาแปลว่าจิตจิตใจตลอด ไตร่ตรองแล้วก็รู้ดีรู้ชั่วตามภูมิของเราแล้วคนไหนมันก็ต้องทำดีถ้าคนที่ปรารถนาดีและคนที่มีจิตดีแล้วนอกจากคนจิตชั่วธุรกิจชั่วจะทำเป็นเลวรู้ดีรู้ชั่วแต่แกล้งทำชั่วหรือเจตนาทำชั่วโดยตรงนั้นก็ยิ่งเลวใหญ่แต่ไม่เจตนาแก้เสแสร้งแดกดันเพราะว่าจิตข้างในที่มันยังมีอนุสัยเร็วๆอยู่ข้างในประชดประชันแดกดันดอกไม้แปลกแปลกจริงๆก็พอไหวรู้อยู่เหมือนกันแหละว่ามันไม่ดีแต่ยังอุตส่าห์ทำรังประชดประชันแดกดันออกมาให้มันมีเชิงชั่วไอ้อย่างนั้นก็เลวทะเล ถ้าไม่เจตนาโดยตรงยังแดกดันประชดประชันอยู่ก็เรียกว่ายังเลวอยู่เหมือนกันเพราะเราไม่เอาประชดประชันแดกกันแกร่งๆเสแสร้งอยู่ก็ไม่เอาทำจริงให้ตรงชัดรู้ดีทำดีให้มีเศษส่วนออกมาทำไมรู้ดีทำดีก็ตรงๆให้สะอาดพอเลยอย่าไปประชดประชันแดกดันเอาชั่วแสมๆออกมามันอนุสัยของเราจับไม่ได้จิตข้างในมันจะอย่างเงี้ยมันดีก็แปลกตรงแดกตามตรงประชดประชันอย่างนี้ไอ้นั่นมันยังชั่วมันไม่มีความจริงใจแล้วมันไม่มีจิตสะอาดมันยังมีจิตลามกบังคับอยู่คือขับเคลื่อนอยู่ข้างหลัง มันยังมีอะไรแขวนมันยังไม่สะอาดบริสุทธิ์ก็ต้องทำอะไรจริงใจทำให้อย่างเต็มใจพอใจแล้วรู้ดีทำดีเต็มตรงอยากให้มีเสพติดร้ายผสมผเสอยู่ถ้าผู้ใดเข้าใจฉันพระวิริยะจิตตะวิมังสาผู้นั้นมีความเจริญเต็มถ้าครบองค์สีเต็มเจริญมีแต่เจริญเจริญพัฒนาตลอดกาลอิทธิบาทจึงสำคัญมากทั้งกายและทำไมอธิบายแล้วเมื่อวานนี้ทำไมถึงไปถึงอายุของจิตถึงกรรมกิริยาของจิตถ้าจิตมันหยุดที่เธอไม่มีที่มาจากอะไรไม่มีการพัฒนาอะไร ที่มันรู้สิ่งนี้ว่าควรหรือไม่ควรไม่ควรพักก็พักพักพอสมควรแล้วตามเวลาตามกำหนดแล้วก็เพี้ยนเพี้ยนควรเพียรอะไรก็สอดส่องไตร่ตรองหาสิ่งที่เปลี่ยนเมื่อไตร่ตรองและอ้อมีอันนี้เอาจิตไปเกาะเลยเรียกว่าเอาจิตตะหรือจิตไปถมเข้าไปแล้วเอาจิตไปใส่หรือเอาใจใส่อันนี้เข้าไปเลยพอใจใส่แล้วก็วิริยะจะทำยังไงก็หมายความว่าเอาเวลาสตาร์ทเครื่องพอจิตไปเกาะแล้วจิตตะเอาไปตกแต่งเข้าแล้วเอาไปสัมผัสเขาแล้วเอาไปใส่เขาแล้วเพราะจิตเป็นสายแล้วก็วิริยะครับถามขันหมากวิริยะแล้วก็ปรับเปลี่ยนจิตของเราให้เป็นฉันทะให้รู้ดีได้ยินดีให้พอใจกับสิ่งนี้ถ้าไม่งั้นทำมา มันจะเบื่อง่ายมันจะไม่ไม่ได้นานแต่ถ้ามีฉันทะมีความยินดีพอใจอยู่ได้นานมันได้นานข้อสำคัญเราทำแล้วว่ามึงเอาใจใส่มายินดีพี่เปรมร่าเริงแล้วมันจะชอบใจหรือเปล่าก็ชอบมันอร่อยผิดแล้วก็จะมันหมาเอาแต่สิ่งนี้ต้องมีสิ่งนี้ไม่เที่ยงนะอย่าไปยึดประเทศอาจจะได้สิ่งนี้ก็ได้ไม่อาจจะไม่ได้สิ่งนี้ก็ได้สิ่งนี้อาจจะใช้ได้ดีตอนนี้ต่อไปอาจจะไม่ดีก็ได้อย่าไปยึดมั่นยึดหมายว่าจะต้องทำอย่างนี้ตลอดนิรันดรไม่นิรันดรทุกอย่างอนิจจังอันนี้อธิบายสอนไปฟัง แต่ในคำกิริยาปัจจุบันเรามีฉันทะกับอะไรเอาไปเลยแล้วให้รู้จักการปล่อยอยู่ปล่อยไปอย่างทำแล้วทำไปทำแล้วก็ทำกรรมนี้กิริยานี้ก็กิริยานี้สิ่งนี้คือสิ่งนี้เรื่องนี้คือเรื่องนี้ทำแล้วไม่ใช่ของเราไม่ใช่เรานะไม่จำเป็นหลงแม้จะเป็นของดีเป็นบุญเป็นกุศลกรรมเราก็ทำไปเพราะจิตเรารู้จิตต้องมีบทบาทของอายุห่างมีการเกิดเป็นอายุกรรมมีมโนกิริยามีมโนอากาศมีอาการของจิตเข้าไปทำงานอาการหนึ่งเรียกว่าฉันทะอาการหนึ่งเรียกว่าจิตตะอาการหนึ่งที่เขาวิริยะ ไอ้ตัวมือตัวไม้ตัวแข็งตัวขาตัวตนมันวิริยะไม่เป็นหรอกถ้าไม่ใช่ใจมันบอกให้เขาไปทำพากเพียรอยู่มันเร่งเครื่องมันขันเกลียวมันเขมรโบราณไขลานเข้าไปดุริยางค์แล้วมันก็ทำงานด้วยปัญญาวิมังสาไปพร้อมหาเลือกเฟ้นปรับปรุงพัฒนาอยู่มันก็มีแต่ตัวเจริญธาตุเดียวมีแต่ตัวเจริญจริงๆอิทธิบาทที่สำคัญมากที่สุดในทุกๆมนุษย์มนุษย์ขาดในปัจจุบันอิทธิบาทแล้วถึงได้ยืนยันว่าล้มเหลวมนุษย์ผู้ขาดอิทธิบาทและเป็นผู้ล้ม ชมพู่ล้มเหลวจะล้มเหลวคือจะเสื่อมจะเกิดปาฏิหาริย์แม้คุณจะเป็นพระอริยะแล้วแต่ถ้าคุณไม่มีอิทธิบาทสิ่งที่คุณได้อยู่แล้วนี่คุณเป็นพระอารามแล้วไม่ทราบเสียงอะไรแล้วพอกินพอใช้ใช้แล้วได้แค่นี้ไม่ฝากเลี้ยงมากินที่บ้านไม่ชัดในอะไรไม่วิริยะในอะไรไม่เอาใจใส่อะไรนะไม่มีที่บังสาให้ปรับปรุงอะไรนะคุณอยู่เป็นผีสิทรงอยู่ไม่เพิ่มสิ่งที่ไม่เพิ่มหยุดอยู่มิได้ไหมไม่ได้หนีไม่ได้ขัดหลักอันนี้จังสิ่งอะไรเกิดขึ้นมาทำขึ้นมา แล้วเป็นอย่างนั้นก็จะต้องนับวันมีแต่ความเสื่อมไปเป็นธรรมดาเพราะฉะนั้นที่มันจะทรงอยู่ได้เพราะเราต้องหาอย่างน้อยต้องหาไอ้ทดแทนสิ่งที่มันเสื่อมนั้นต้องรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นเสื่อมและทดแทนสิ่งนั้นให้มันมันถึงจะทรงอยู่เท่ากับมันอย่างนั้นอยู่เฉยๆได้ขนาดนี้แล้วพอแล้วแล้วไม่พัฒนาไม่เพิ่มเติมอะไรให้มันอีกนะมันก็อยู่ได้นี่เป็นหลักอนิจจังเสื่อมไปเป็นธรรมดานี่ตรงกันทุกอย่างเสื่อมสังขารทั้งหลายแต่ทุกอย่างเพื่อการดังนั้นนอกจากจิตที่เป็นนิพพานเท่านั้นถึงจะไปอาจสังฆกรรมนอกกว่านั้นมันสังกัดสิ่งที่ผ่านมีในปัจจุบัน กิตติพันธ์มีนอกปัจจุบันไม่มีแต่นึกเอาคำนวณคะแนนอีก 2 นาทีถึงจะมีนิพพานไอ้นั่นไม่ใช่นิพพานนิพพานมันคือปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหินิพพานคือสันติภาพคือเดี๋ยวนี้อาจกาลิโกไม่ได้นับเวลาถ้ามีปัจจุบันมีมนุษย์เป็นความเป็นมนุษย์มนุษย์นิพพานมนุษย์นิพพานอยู่แถวนี้เรานิพพานเอาเศษที่ผ่านมามีตัวนิพพานอยู่ที่เราเดี๋ยวนี้ถ้าไม่มีตัวของมนุษย์ไม่มีลูกค้าขายไม่มีนิพพานอยู่ที่ต้นไม้ต้นไม้นิพพานอยู่ที่อาคารอยู่ที่วัสดุดินน้ำไฟลมไม่มีจิตที่ผ่านอยู่ที่ยาวนานที่ผ่านคือลักษณะของยาครับ ปัญญารู้ว่านิพพานคืออย่างนี้และก็หลุดพ้นจากสิ่งนี้ว่างไหมโดยเฉพาะหลุดพ้นจากอะไรหลุดพ้นจากจิตที่มันทุกข์หลุดพ้นจากจิตที่มันเป็นโลภะโทสะโมหะอาการของโลภะโทสะโมหะที่จิตไม่มีเกลี้ยงสะอาดหลุดพ้นจริงๆนี่เขาเรียกว่านิพพานจากทุกข์ร้อนไม่ทุกข์ร้อนมันก็มีแต่ความยินดีปรีดามันมีแต่ความบันเทิงบันเทิงนี่พูดให้เห็นชัดๆมันมีแต่ความสบายอยู่แม้มันเธอก็รู้เท่าทันเธอว่าขณะนี้เราอยู่อย่างสบายง่ายดายไม่ทุกข์ไม่ร้อน บาปตำบลอะไรแม่จะทำงานอยู่จตุจักรก็ไม่ทุกข์ร้อนอะไรเรารู้ว่าการงานคือการงานการงานเป็นตัวการงานของบทบาทบทบาทของการงานอย่างนั้นสมควรทำทำอยู่เห็นว่าดีดีก็ทำดีทนได้ก็ทนอยู่โดยไม่ยากโดยไม่ลำบากจริงๆไม่มีความยากมันจะมีความลำบากง่ายๆสบายๆเบาๆงานหนักหนักอยู่แต่ใจเบาๆอยู่ใจหวังว่าใครรู้แล้วว่าไปปรับตัวให้สบายแล้วเออกลับไปแล้วมันตัดก็มันเป็นอัตโนมัติเองต่อๆไปตอนแรกเราอาจจะฝืนอาจจะฟื้นฟื้นฟื้นไปแล้วทีนี้มันคล่องแคล่วมันชินก็คือจ่ายของเรารู้ตัวด้วย ถ้าคล่องมันก็ไม่ยากมันไม่ยากหรอกมันก็ยิ่งเออสบายใจง่ายในการกลายคล้ายๆกับคำที่ทำง่ายในบัญชีที่ทำใจมันก็เห็นชัดด้วยว่าเราไม่ต้องไปฝืนอยู่ในจิตด้วยชอบหรือไม่ชอบถ้าชอบก็ยิ่งทำง่ายไม่เป็นไรถ้าชอบหรือพอใจทำงานแต่ถ้าไม่ชอบมันไม่พอใจทำมันยากเพราะเราตัดใจตัวนี้ว่าไม่พอใจตัดต่อเสียงไม่ชอบไปตัดออกเสียอย่าให้มีอาการอย่างนี้เข้ามาเกิดอยู่ในจิตเมื่อไม่มีอาการไม่ชอบหรือไม่พอใจนี่อยู่ในจิตแล้วมันก็เฉยๆเฉยๆมันก็ยังทำได้ถ้ายิ่งพอใจมันก็ยิ่งน้องดูดลึกเข้ามาก็ยึดแต่ ยึดในขณะทำเกาะในขณะทำไม่ได้ไปยึดมั่นถือมั่นเมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็จะต้องวนเวียนมาเป็นอย่างนี้อีกไม่ใช่กาลนี้ควรเวลานี้ควรเรารู้ตามกำหนดหมายตามทุกสิ่งที่มันพอเหมาะพอเจาะเราก็ทำมันทำได้ก่อนแล้วมันจะไปสำคัญมั่นหมายมันอยู่อีกทำแล้วแล้วไปกำลังทำอยู่มันทำให้ดีที่สุดมันก็คือตัวบทบาทธรรมดามีอิทธิบาทมีบทบาทที่เก่งนั่นเองอิทธิบาทอิทธิแปลว่าเก่งบาทก็คือบทบาทให้มีบทบาทที่เก่งอยู่ธรรมดาเจริญอยู่มนุษย์ใดที่มีบทบาทที่เก่งก็มีตัวจรรโลงมีตัวสร้างศาลที่เก่ง พระอรหันต์จึงเป็นผู้ที่มีบทบาทจริงเป็นดาราตุ๊กตาทองเป็นคนมีงานการที่ดีมีสัมมากัมมันตะและรู้ด้วยเวลาพักคนพักก็เป็นพรรคไม่ได้บอกไม่มีปัญญารู้จนกระทั่งทำงานซะจนไม่รู้จักพักมีที่ไหนในโลกอริยะเขาก็ต้องรู้เวลาพักเวลาเพียงไม่เวลาจะมีอายุก็มีอายุอ่ะเมื่อเวลาจำเป็นอันนาอายุมากคือไม่มีอายุแล้วก็ไม่มีอายุไม่มีอายุแม้กระทั่งกายไม่มีอายุแม้กระทั่งไม่มีอายุตายก็คือกรรมกิริยาทางกายวางอยู่มือก็วางแล้วนี่ขาแข้งเนื้อตัววางตาหูหลับ ไม่ทำงานป๊าหลับหูไม่ทำงานปาดคออะไรก็ยึดและแม้กระทั่งที่สุดจิตก็ไม่มีอายุดับไปเป็นอสัญญีสักพักพักจิตจิตไม่ไปทำการงานอะไรหรือแม้จิตจะขึ้นมาทำงานจะมีอายุก็เป็นอายุที่ควรเหมือนอย่างพระพุทธเจ้าท่านนอนพักนอนหลับ 4 ชั่วโมงแต่ถ้ายังสอนเทวดาแต่คือจิตมันก็ทำงานจิตของท่านมีอิทธิบาทอยู่ตลอดเวลาจิตของท่านมีอายุอยู่จริงก็ถ้าทำงานงานที่จะคิดจะปรุงโดยสติสัมปชัญญะอะไรก็ทำงานที่จะทำนิมิตอะไรทำสร้างก่ออะไรวาดสเก็ตทำแผนอะไร ของท่านรู้ท่านจะวิเคราะห์วิจัยอะไรของท่านอยู่ในใจของท่านวิเคราะห์วิจารณ์ทุกท่านไปตั้งสูตรตั้งโจทย์อะไรขึ้นมาของท่านเอออันนี้รู้แล้วปลอดภัยเอาสูตรเอาโจทย์อะไรใหม่ขึ้นมาทำอีกก็เป็นวิสัยของพุทธพระพุทธเจ้าตรัสธรรมถ้าเรามีคำกิริยานี้ได้ทำนิสัยอย่างนี้ได้จิตของเราคิดจะนอนก็ตั้งเรื่องมันคิดไว้ให้มันทำงานได้ก็จงทำสิมีอายุอยู่อย่างนี้ก็ได้พักมากแล้วคนเรากายก็พักแล้วตาหูจมูกลิ้นกายวางเฉยนั่นคือคนนอนหลับก็คือคนพักผ่อนตรงมากแล้วเหมือนกันนั่งสมาธิก็เหมือนกันนั่งแข็งที่อยู่ข้างนอกไม่รู้เรื่องแล้ว ตายไม่รู้เรื่องลมพัดก็ไม่รู้เรื่องอย่าว่าแต่ลมพัดเลยคนมาเขย่าก็ไม่รู้เรื่องแล้วตาหูจมูกแล้วปิดหมดแล้วทวารหนักแต่ใจยังทำงานอยู่ที่ใจอย่างนี้แหละมันหลับพักคนนอนหลับอย่างเงี้ยแต่ว่านั่งสมาธิหลับอย่างนี้มันก็เหมือนกันเหมือนกันน่ะหลับคืออาการอย่างไรจงรู้ให้ฉันหลับคือการพักผ่อนพระพักตร์กายกรรมพระมโนกรรมพักไปถึงมโนเพราะถ้าเราพักมโนไปจนกระทั่งถึงหยุดสนิทเป็นอสัญญีไม่ให้มันทำงานอะไรเลยแต่ถ้า มโนพักแต่ 5 ทวารมโนให้ทำงานอยู่ก็ได้พักแล้วคนธรรมดาพักด้วยแบบนี้ทั้งนั้นน่ะคือคนธรรมดานี่มันดับเป็นอสัญญาไม่ได้พอหลับตาไปตาหูจมูกลิ้นกายพักแล้วตัดไม่รับรู้แล้วไอ้ใจมันก็จะได้ฝันเฟื่องมันเพ้อเจ้อมันอู้ทำงานอยู่อย่างหนักบางคนทำเฉยๆก็ช่างมือก็ทุกข์บางทีอยู่ดีๆก็หัวร้อนอึดอัดพูดทำมือมีว่าขี่กลับมาอยู่
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive