200430-071 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน071-พ่อท่าน-สันติอโศก-พ053.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์179 KB
วันที่แก้ไข14 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันเสาร์ที่ 30 เมษายนพุทธศักราช 2520 พ่อท่านพระธิดาแนะนำทำวัตรเช้าและพุทธสถานสันติอโศกมาทำบัตรกันเป็นปกติและการทำวัตรทุกทีทุกครั้งมันจะเป็นความเย็นชาเพราะมันเป็นกิจวัตรและกิจวัตรต่างๆที่เราทำคือสิ่งที่ได้ทำเป็นประจำอยู่เสมอมันจะทำให้เราเกิดความชินชาเมื่อเกิดความชินชาแล้วเราจะเห็นว่ามันไม่สำคัญเมื่อเกิดความไม่สำคัญลงไปในสิ่งใด เป็นการกระทำความไม่สำคัญลงไปในสิ่งผิดเช่นสิ่งที่มันสำคัญแต่เราไปทำความไม่สำคัญจิตใจเรานี่แหละถ้าใจเราไปทำความไม่สำคัญเห็นว่าไม่สำคัญก็ทำสิ่งที่สำคัญนั้นเป็นความไม่สำคัญเราก็ผิดสัจจะเราก็เป็นคนไม่จริงทำไม่ถูกตรงเพราะความสำคัญก็ต้องให้มีความสำคัญเราก็ต้องกระทำอย่างสำคัญตั้งใจให้สำคัญจดจ่อให้สำคัญทำความจริงให้สำคัญมันจึงจะเกิดความประ สมกับที่มันเป็นความสำคัญมันก็จะทำทุกอย่างไม่สำคัญแล้วถ้าเผื่อว่าเราเองเราไม่รู้เราไม่เข้าใจเราทำวัตรไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดาเป็นเรื่องปกติเป็นเรื่องที่เราฟังก็ได้ไม่ฟังก็ได้หรือว่านั่งฟังจะหลับไปซะมั่งก็ได้ไม่เอาใจใส่ไม่ทำความสำคัญไม่เห็นว่าเป็นเรื่องที่ต้องพยายามทำหน้าใส่ใจต้องให้อิทธิบาทเราจะทำอะไรเล่นๆไปก็ได้อะไรอย่างนั้นมันก็กลายเป็นผิดสัจจะไปหมดต้องพูดได้ทำสัจจะผิดสัจจะทำความจริงไม่ตรงกับความจริงมันก็ไม่เกิดผลดีไม่เกิดผล งานนี้ก็ขอเตือนขอติ่งไว้ให้พยายามนึกคิดให้พยายามสร้างอกตั้งใจดีๆไม่เช่นนั้นเราขาดประโยชน์ที่ควรจะขาดให้ที่ควรจะได้ผมเองผมพยายามทำงานพยายามช่วยเหลือโปรไฟล์ของคุณซึ่งคุณก็ต้องรู้ดีอยู่แล้วว่าผมไม่ได้ทำเพราะว่าความถูกบังคับอะไรไม่ได้ทำเพราะว่าความจำเต็มทำใจไม่ใช่แต่ผมทำได้เต็มใจและไม่จำเป็นเลยผมจะไม่ทำก็ไม่มีความหมายอะไรใครจะมาว่าผมก็ไม่ได้ไม่มีความจำเป็นและผมก็ไม่ได้จำใจทำ ผมทำด้วยความเต็มใจทำด้วยความเต็

อ่านต่อ

มใจจะจำเป็นหรือไม่จำเป็นผมย่อมรู้จำเป็นหรือไม่จำเป็นผมย่อมรู้ว่าถ้าพูดคิดให้ดีอีกทีนึงมันก็เป็นความจำเป็นที่ผมควรทำมีความจำเป็นสำหรับผมแต่ไม่จำเป็นคนอื่นๆจะมาบอกว่าจำเป็นผมต้องทำไม่ได้สำหรับบังคับไม่ได้เพราะเรื่องอย่างนี้มันไม่มีการบังคับผมจะสอนผมจะไม่สอนผมจะสาธยายผมจะอธิบายถึงจะพูดหรือไม่พูดมันไม่ติดส่วนตัวผมว่าผมไม่ได้ไปทำเอารากเอายศสรรเสริญอะไรแลกเปลี่ยนอะไรคุณเป็นผู้ได้โดยตรง ผมไปทำเพื่อที่จะเอาของคุณอะไรให้คุณคนแรกมาให้ผมเอาลาภมาแลกตอบแทนนายกมาแลกตอบแทนพอสรรเสริญมาแลกตอบแทนเอาสุขมาแลกตอบแทนอะไรให้ผมเปล่าเลยไม่มีสิ่งนั้นส่วนนั้นเพราะฉะนั้นการกระทำนี่จึงเป็นความดีของความดีโดยตรงถ้าผมทำเนี่ยผมก็เป็นความดีคุณก็ต้องเห็นว่ามันเป็นความดีหรือไม่ดีคุณก็เป็นคนเห็นผมทำให้ผมเห็นว่ามันเป็นความดีถ้าผมจะหลงดีนี้มันก็เป็นความโง่ความบ้าของผมเองหลงดีและติดดีมีของผมผมก็เป็นความโง่ความบ้าของผมเอง แล้วแต่ผมทำดีนี้ผมไม่ได้หลงดีนี่ผมไม่ได้ติดความดีนี้ผมไม่ได้ถือว่าความดีนี้เป็นของผมแล้วผมก็จะยึดจะติดมาจนตลอดนิรันดร์กาลตลอดนิรันดรที่ไหนผมไม่ได้ผิดไปมันก็เป็นเรื่องของผมแต่ผมเห็นว่ามันเป็นสิ่งดีเป็นสิ่งควรผมก็ต้องกระทำเพราะมันน่าทำมันควรทำแต่ผมก็ตั้งใจทำเต็มใจทำผมก็ตั้งใจทำเต็มใจทำเสมอเพราะว่าคุณก็ควรจะเข้าใจความสำคัญอย่างนี้ให้มากพยายามมันไม่ใช่ ที่ว่าสักแต่ว่าทำทำทำทำใจจำเป็นหรือว่าทำไปอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นไม่นะผมตั้งใจทุกทีนะพยายามให้ดีที่สุดเต็มใจแล้วผมก็คิดว่าดีทุกทีแหละดีดีจนบางทีเกินเวลาบ่อยๆควรหยุดตั้งนานแล้วแต่คนที่มันจำเป็นจำใจเธอมันรอเวลาเซ็งเมื่อไหร่มันออกแล้วเหมือนกับครูที่ไปสอนในห้องเรียนเนี่ยรอเวลาเป็นเวลาเดินออกจากห้องเรียนเลยอยากเลิกจะตายไปเพราะมันจำใจจำเต็มอยากเลิกอยากจบอยากหยุดอย่างนั้นด้วยซ้ำไปแต่ผมไม่เคยมีจิตใจอย่างนั้น ไม่เคยมีจิตใจมันจำเป็นตามใจมันถึงเวลาแล้วอยากเลิกไม่มีไม่มีเลยไม่มีจนคุณจะแย้งได้จะเห็นได้ชัดว่าแม่ไม่จบสักทีนานแล้วเลยเวลาแล้วอะไรไปบ่อยๆที่ทำไปบางคนถ้ารู้สึกว่ามันไม่ได้ผลมันไม่เกิดรสชาติมันไม่เกิดมีประโยชน์อะไรมันก็ใจมันก็แดงหน่อยมันก็จะเกิดอาการเมื่อไหร่จะหยุดสักทีเมื่อไหร่จะเลิกสักทีจำใจมากแล้วฝืนใจมากแล้วมันจะเกิดอาการอย่างนั้นในใจด้วยซ้ำไปสำหรับบางคนที่รู้ไม่เท่าทันก็จะปล่อยให้อกุศลจิตนี้เกิดมันเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าอันนี้ก็เป็นข้อความที่ผมพูดเนี่ยมันเป็นความ ผมพูดเอาใจหรือผมพูดเอาโก้ผมไม่ได้พูดเอาใจผมไม่ได้พูดเอาก็ผมพูดตามความเป็นจริงที่ผมเป็นแล้วผมก็ขอทำงานนี้ไปเพราะว่าไม่มีงานอื่นที่ดีกว่านี้ตามที่ผมคิดแล้วผมก็ยืนยันกับพวกคุณพวกคุณก็คงจะรู้ได้ดีผมก็พยายามทำในสิ่งที่ผมเองก็เต็มใจเต็มใจตั้งใจทำเพราะคุณก็พยายามตั้งใจครับเพราะผมก็แน่ใจว่าพวกคุณที่มาบวชหรือมาฟังธรรมหรือมาอะไรไม่มีใครบังคับคุณหรอกคุณมาด้วยความเห็นในระยะนี้ยิ่งไม่มีเลยไม่มีใครบังคับมาในระยะนี้เพราะว่าสัจธรรมของอโศกเนี่ยยังไม่เป็นที่กว้างขวางยังไม่เป็นที่ รองกันอย่างทั่วไปจนว่าไม่ต้องคิดยังไงๆก็เป็นของดีเพราะงั้นบางคนจะไล่ลูกไล่ตามให้มาฟังทำให้มาเอาทำนี้หรือว่าลูกสาวบางคนจะพยายามยัดเยียดส่งพ่อส่งแม่มาฟังธรรมนี่มาเอาธรรมนี้เพราะว่าแน่ใจนี่เป็นที่รู้กว้างขวางแล้วก็ทำนี้ดีแน่ๆยังไม่ถึงเวลานั้นขนาดแม้ที่กำลังมาตอนมาเป็นฆราวาสก็จอมมานอนค้างมาพักมารับก็ตามก็ไม่มีใครบังคับนอกจากตัวเองที่รู้ด้วยปัญญาเข้าใจได้ปัญญามาโดยสัจธรรมไม่มีใครบังคับไม่มีใครที่จะมีครับพวกคุณเองผมก็แน่ใจว่าพวกคุณมาแล้วก็ไม่ฟังแล้วก็มานั่งฟัง เข้าใจและเห็นดีเลยว่านี่เป็นกิจวัตรเป็นกิจกรรมเป็นการกระทำที่ดีเป็นกิจวัตรที่ดีคุณก็ต้องเข้าใจอย่างแท้จริงหาไม่ใช่ว่าคุณจะไม่เข้าใจเพราะว่าก็ต้องพยายามทำให้มันตรงให้มันเป็นดีให้มันได้ประโยชน์สูงสุดผมพยายามเติมพยายามที่จะไล่เรียงทำความเข้าใจทำอะไรก็ได้ออกไปให้ล้ำล้ำเข้าไปเรื่อยๆล้ำเข้าไปลึกเข้าไปให้มีความลึกล้ำให้เห็นจริงเป็นจริงให้เกิดสภาวะธรรมที่จะนึกได้เท่าที่ผมเรียนเป็นนำ เด็กที่ชวนด้วยชี้ให้เห็นให้แจ้งให้เกิดปัญญาให้เกิดความหยั่งถึงเพราะผมเองผมเหมือนกับเข็มนำหาหรือปลายปลายเครื่องมือที่มันอยู่ตรงปลายนำไปก่อนชี้ไปก่อนผมใช้ไปได้ลึกอย่างไรถึงอย่างไรเห็นอย่างไรผมก็พยายามที่จะนำนำร่องนำช่องนำทางแต่พวกคุณไปตามกาละตามจังหวะพยายามที่จะไม่ให้สับสนไม่วนเวียนเอาปลายมายังไม่ควรมากระจายก่อนหรือเอาต้นที่มันไกลแล้ววนเวียนกลับมาพูด ไปอะไรต่างๆพวกนี้ผมก็พยายามนะไม่พยายามทำให้สับสนจนเกินควรพยายามไล่เรียงให้มันได้ระดับให้มันได้แต่ตอนนี้ช่วงต่อกันติดกันไล่กันไปตามลำดับดีผมก็พยายามเสมอสุดความสามารถของเราไม่พยายามทำเฉยๆเพราะว่าธรรมะไม่ใช่ของชุ่ยทำเป็นของเล็กละเอียดของที่ผู้ได้ยากสับสนได้เร็วถ้าเราเผลอไปเผลอภัยและสับสนวนเวียนแล้วก็ทำให้เราช้าถ้าเราสับสนหมุนเวียนและทำให้ช้าไปครับเราได้อธิบาย ในพุทธประวัติจากพระโอษฐ์ถึงหัวข้อว่าพระพุทธเจ้าทรงยืนยันความเป็นมหาบุรุษคำว่ามหาบุรุษคือผู้ที่ยิ่งใหญ่เป็นมหาบุรุษเป็นมหาปราบเป็นผู้ที่มีปัญญาย่อมหากาพย์สักคันเป็นคนสำคัญคนยิ่งใหญ่คำว่ายิ่งใหญ่เป็นตำแหน่งเป็นชื่อพระผู้มีจริงก็เป็นจริงอย่างพระพุทธเจ้าเป็นมหาบุรุษเป็นมหาปราบท่านไม่จำเป็นต้องหยาบเป็นหรือว่าหลงในความเป็นทำเป็นแล้วท่านก็ไม่หลงในความเป็นมหาปราบในความเป็นมหาบุรุษของท่านท่านไม่ต้องอยากเป็น แด่ท่านประพฤติปฏิบัติตนเข้าไปสู่ความเป็นเองทำได้ทำถึงมันก็เป็นเมื่อมันเป็นแล้วจะบอกว่ามันไม่เป็นไม่ได้มันเป็นแล้วมันย่อมเป็นและผู้เป็นนั้นอีกต่างหากที่จะต้องระลึกรู้ตัวของตัวเองให้ดีว่าตัวเองเป็นสิ่งสูงนั่นแหละตัวเองไปหลงสิ่งสูงนั้นหรือเปล่าถ้าตัวเองเป็นสิ่งสูงและไปหลงสิ่งสูงนั้นโดยไม่รู้ตัวรู้ตนผู้นั้นก็จะเผลอเผลอตัวเองไปทับไปทำความรุนแรงไปทำอะไรที่หน้าได้แต่ถ้าเผื่อว่าท่านไม่รู้ตัวว่าไม่เผลอตัว จะมีสติสัมปชัญญะดีฉันรู้ว่าท่านสูงท่านใหญ่ท่านก็พยายามลดตัวมาให้ไม่ให้ห่างไม่ให้ว่างไม่ให้ไกลไปจากผู้ที่อยู่ด้วยไม่ว่าจะฉันห่างกันที่จริงบริษัทจัดน่ะเป็นคนต่ำเป็นคนเล็กแต่ท่านเป็นคนสูงเป็นคนใหญ่แม้มันต่างกันอย่างจริงอย่างไรก็ตามผู้ใหญ่ผู้สูงก็จะลดตัวโน้มน้าวลงมาทำความเสมอหรือใกล้เคียงทิ้งช่องว่างอย่างมากๆแต่ถ้าเป็นให้คิดๆกันใกล้เคียงกันไม่ให้เป็นผู้ที่ห่างกันว่างกันเยอะครับ กรรไกรกันเกินไปไม่พยายามท่านจะไม่พยายามครับเพราะท่านจะพยายามผูกพันพยายามทำความเชื่อมโยงและผู้ใดจะต่ำก็พยายามที่จะเอื้อมไปอยู่ใกล้เพื่อที่จะดึงผู้นั้นขึ้นมาเป็นหน้าที่เป็นกิจที่จะต้องทำเป็นดูดึงพูดตามขึ้นสูงน้องๆก็ไปใกล้ชิดถึงจะดึงได้ไม่ใช่ตัวเองอยู่ปากบ่ออีกคนนึงอยู่ก้นเหวแล้วไม่มีการเคลื่อนผู้สูงก็ไม่เอื้อมลงไปพูดตามก็ไม่พยายามเปื้อนขึ้นมามันจะไปถึงกันได้ยังไงไม่ถึงเพราะผู้สูงอายุต่ำกว่าเอื้อมขึ้นมา บันทึกเลยเกี่ยวพันกันได้ดึงกันขึ้นมาได้นี่เป็นสัจจะที่ผู้รู้ผู้สูงต้องรู้แล้วก็กระทำจริงๆเป็นไปโดยควรแล้วต้องเอื้อมไม่ถึงขนาดนี้ต้องเอื้อมถ้ารู้ว่าอันนี้มันเกิดไกลเกินเอื้อมหรือว่ามันเกินแรงมันยังไม่ถึงกาละมันยังไม่ควรผู้รู้ท่านก็จะรู้อีกว่าท่านจะยังไม่ทำหรอกขนาดนั้นมันมากไปน้องๆเกินไปเกินเขตไปแล้วมันหมดเรี่ยวแรงไม่มีกำลังจะดึงผู้นั้นขึ้นหรือว่ายังไม่สมควรเลยแม้จะดึงขึ้นมาก็มาเต็มแน่นมากไปอาจไปทำให้ส่วนบริบูรณ์หรือส่วนที่จะเจริญในที่ที่กำลังกระทำอยู่นี้หาที่เจริญไม่ได้ กลายเป็นการทำลายหรือเสื่อมสภาพยังไม่รับขึ้นมาเขาก็จะรู้รู้จริงๆเข้าใจจริงๆเพราะฉะนั้นความเป็นมหาบุรุษอะไรต่ออะไรมากมายและเป็นความรู้ที่สูงส่งเป็นความรู้ที่ละเอียดลึกซึ้งและเป็นผู้ที่มีจริงเป็นจริงพระพุทธเจ้าทรงยืนยันความเป็นมหาบุรุษของท่านยืนยันเลยและความเป็นมหาบุรุษของท่านไม่เหมือนคนอื่นไม่เหมือนคนอื่นเขานิยามความเข้ามานิยามว่าผู้ที่จะเป็นมหาบุรุษนั้นน่ะจะต้องมีธรรมะ 4 ประการเข้ามายิงกันเขาจะต้องเป็นผู้ที่เด็กจะดับมากเป็นคน รู้เนื้อความแห่งความที่มีผู้กล่าวแล้วนั้นๆมากเป็นภาษิตท่องได้มากอย่างหนึ่งด้วยความมีสติระลึกสืบสาวการที่ทำคำพูดแล้วงานได้คือระลึกเป็นความจำแม่นหรือเป็นคนฉลาดในกิจการของคฤหัสถ์อีกอันนึงที่คนมีความฉลาดในกิจการของคฤหัสถ์ที่จะต้องจัดต้องทำอย่างนี้ขยันไม่เกียจคร้านไม่ติดการเหล่านั้นเป็นผู้มีปัญญาพิจารณาสอบสวนอันเป็นอุบายวิธีที่จะให้กิจการนั้นสำเร็จได้ดีสามารถทำเองด้วยและสามารถที่จะจัดให้ผู้อื่นทำในกิจการเหล่านั้นด้วยถ้าอย่างนี้ ยืนยันกับพระพุทธองค์ว่ะเนี่ยเป็นธรรมะ 4 ประการที่จะถือว่าเป็นมหาบุรุษสงครามวัดสักการะพราหมณ์มายืนยันว่าอย่างนี้เป็นธรรมะ 4 ประการของผู้ที่ประเสริฐพระพุทธเจ้าท่านก็บอกว่าไอ้ที่ว่านั้นแหละถ้าไม่คัดค้านและท่านก็ไม่อนุมัติมามากฟังมาม่าได้ฟังมามากเท่านั้นเป็นหนึ่งในประการที่ 1 เป็นผู้เรียนรู้มากได้ยินมามากนอกจากจะรู้มากๆได้ยินมาว่าถ้าเข้าใจเนื้อ เพลงข้อความตรงนั้นกล่าวได้เป็นภาษิตแล้วก็รู้ภาษารู้ความหมายของภาษีให้กระจายคำกระจายความได้ด้วยคือสูงขึ้นน่ะนอกจากจะจำไม่ได้มากๆแล้วก็รู้เนื้อความกระจายความได้ด้วยนี่เป็นข้อที่ 2 เป็นธรรมะของพราหมณ์ก็ถือว่าอย่างนี้เป็นธรรมะของมหากาฬถ้าผู้จะเป็นศาลแล้วจะต้องมีคุณธรรมและ 3 มีสติระลึกสอบสาวพยายามระลึกคนที่ของเก่าๆคำพูดเก่าๆแม้จะฟังมานานกรรมมานานไม่ได้ยินมานานแล้วย้อนกลับไปเอามาได้เองที่เป็นฉลาดกันด้วยอาจจะต้องทำเป็นขยันไม่เกียจคร้านพิจารณาสอบสวนให้สำเร็จด้วยดี สามารถทำเองได้ด้วยและสามารถจะจัดให้ผู้อื่นทำก็ได้ด้วยเศรษฐกิจของคฤหัสถ์เข้าไปยุ่งกับรหัสเลยแล้วไปทำเองในงานคฤหัสถ์ด้วยเก่งรู้ด้านนี้เป็นเรื่องเก่งเป็นเรื่องดีเหมือนกันไม่ใช่เรื่องไม่เก่งเรื่องไม่ดีถ้าพูดได้เป็นอย่างนั้นได้อยู่ก็ดีเหมือนกันก็เก่งเหมือนกันไม่ใช่เรื่องเล่นๆหรอกเขาบริจาคที่บอกว่าท่านไม่สนับสนุนและไม่สรรเสริญท่านก็บัญญัติความเป็นมหาปราบของท่านเองท่านบอกว่าธรรมะ 4 ประการที่เป็นมหาบุรุษหรือเปล่าท่านว่าเป็นอย่างนี้ 1 พิสูจน์ได้ว่าคนคนนี้คือคนที่ปฏิบัติเกื้อกูลแก่มหาชน เป็นผู้ปฏิบัติเกื้อกูลแต่มหาชนเพื่อความสุขของมหาชนคำว่ามหาชนนี่ก็คือมวลชนหรือปวงชนหรือประชาชนส่วนทั่วไปสังคมหมู่ชนคำว่ามหาชนในจำนวนของในบาลีแค่ในพระไตรปิฎกหมายถึงอะไรคือคนนั้นเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อคุณแก่คุณกับปวงชนหรือเกื้อกูลแก่มหาชนก็คำเดียวกันหรือเป็นผู้ที่ปฏิบัติเพื่อความสุขของมหาชนความสุขของปวงชนความสุขทั้งมวลชนยังประชุมชนในส่วนสังคมโดยตรงคือหมู่ชนโดยตรงยังหมู่ชนกลุ่มไหนก็ตาม เป็นอันมากผมจะเป็นอะไรมากก็หมายความว่ากลุ่มชนหมู่ใหญ่หมู่ชนส่วนใหญ่ใจให้ประดิษฐานอยู่ในอริยธรรมอริยธรรมคือเป็นผู้มีธรรมะงามมีธรรมะเป็นกุศลอารียายะธรรมคือธรรมะที่มันฉลาดและทำได้งามพร้อมดีไม่เกินไปไม่น้อยไปสมส่วนดีงามมีประโยชน์เต็มที่ยังประชุมชนให้เป็นอย่างนั้นไปชุมชนเป็นอันมากคือประชุมชนหมู่ใหญ่ด้วยเดี๋ยวพระพุทธเจ้า ท่านยืนยันจะเห็นได้ว่าศาสนานี้เป็นไปเพื่อผู้อื่นจะเห็นได้ว่าความมุ่งหมายของศาสนาเนี่ยนี่เป็นธรรมะเป็นคุณธรรมอันที่ 1 ของมหามุหลุดของมหากาพย์เพราะฉะนั้นผู้ใดจะเชื่อว่าเป็นมหาบุรุษหรือเป็นมหาปราบจะต้องมีคุณธรรมที่ยังประโยชน์ปฏิบัติเกื้อกูลแก่มวลชนเขาไม่ใช่เราเป็นผู้ที่ไปเอาเปรียบจากของสังคมกองมวลชนแต่เราเป็นผู้เกื้อกูลให้เขาเป็นผู้ให้ความสุขแก่เขาเป็นผู้ที่จะช่วยมวลชนเขาน่ะให้เป็นผู้ที่มีธรรมะอันงามเป็นผู้ฉลาดอริยสัจฉลาดญาณแปลว่ารู้ยิ่งฉลาดก็จะรู้ยิ่งเกิดมาเป็นผู้ที่มีสิ่งที่ดีงามพร้อม ภาพคิดให้เห็นจริงๆแล้วจะเห็นได้ว่าคนใดก็ตามที่เป็นผู้ที่ยังประโยชน์ให้เขาได้รับใช้เขาได้รับใช้ก็ได้ใช้จำนวนสมัยนี้ก็เป็นผู้รับใช้ปวงชนเป็นผู้รับใช้ปวงชนและผู้เสียสละเต็มที่เป็นผู้ไม่มีตัวตนแต่ผมไม่เห็นแก่ตัวไม่อยู่ในนี้หมดเลยข้อความนี้หมดเลยนี่เป็นธรรมไม่มีความเห็นแก่ตัวไม่เหลือตัวเหลือตนทำเพื่อเขาเพื่อประชาชนทั่วมหาชนอื่นไม่ใช่ไปรับ คนเฉพาะบุคคลด้วยมหาชนเกื้อกูลมหาชนไม่ใช่เกื้อกูลชลเฉยๆเพื่อคุณคนส่วนใดส่วนหนึ่งคนที่เรารักเราชอบเป็นคนก็ไม่ใช่นี่เป็นเครื่องยืนยันให้เห็นว่าศาสนาพระพุทธเจ้านี่กินความมาหมดแล้วทุกวันนี้จะเป็นคนหาอะไรอีกจะไปเอาลัทธิระบบจะเอาวิธีการอะไรในโลกนี้มาพูดกันอยู่ดีๆเดี๋ยวนี้จะมาเรียนซ้ำเรียนทราบมาอธิบายกันว่าอะไรก็คืออะไรต่างๆอยู่ในนี้ทุกวันนี้พระพุทธเจ้าค้นพบมาแล้วยืนยันมาแล้วเจอสภาพที่ดีที่สุดมาแล้วดีทั้งบุคคลอื่นดีทั้งตนเองไม่ขัดกัน ดีทั้งคู่เราเองก็ไม่เป็นคนเบียดเบียนไม่เป็นคนที่จะไปขูดรีดหรือมันเป็นคนที่ไปถ่วงหนักคนอื่นแต่เป็นคนไปเสริมเป็นคนอื่นเป็นผู้ให้เป็นผู้เสียสละไม่ใช่ส่วนตัวส่วนกลุ่มเล็กเด็กเพื่อความหมดเลยพวกชนบุคคลบางคนคือกลุ่มคนบางกลุ่มไม่แต่จะมีวิธีที่จะกระจายออกไปเพื่อมาหาจนเป็นอย่างยิ่งมีแรงสัมผัสมีรีเลย์ civility คือความเชื่อมต่อที่ สัมผัสคำนี้มีความสัมพันธ์ที่เห็นได้ยากอยู่รู้ได้ยากอยู่ดีเวทีคือความสัมพันธ์ความเกี่ยวโยงมันมีส่วนเกี่ยวโยงต่อไปอีกมันมีแรงสูงเนื่องต่อไปอีกแต่แรงที่มีผลส่งต่อไปอีกจึงเป็นความดีหรือเป็นความละเอียดลึกซึ้งที่คนตาตื้นๆคนยังไม่ฉลาดยังไม่มีปัญญาเพียงพอเห็นยังไม่ได้เห็นยังไม่ออกจึงเรียกว่า relative หรือเรียนชีวิตที่ซึ่งเป็นซึ่งภาษาไทยก็ตั้งภาษานิยามไปเป็นภาษาอังกฤษแปลว่าความสัมพันธ์เป็นความสัมพันธ์ที่ละเอียดเป็นความเกี่ยวโยงเชื่อมต่ออยู่ยังไม่ขาดสิ้นลงอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่รู้ได้ง่ายๆจึงเรียกว่าพอดีเลยหรือความสัมพันธ์เป็นความสัมพันธ์เขาใช้ภาษาคล้ายๆกันความสัมพันธ์ใจสำคัญที่ลึกซึ้งสัมพันธ์ที่ยากแก่การรู้สำหรับผู้ที่ยังไม่มีปัญญาพอมันมีจริงๆแล้วมันจะส่งผลต่อไปถึงมหาชนเกื้อกูลกว้างขวางเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่สะท้อนไปสะท้อนออกไปสะท้อนออกไปปลายสุดที่สะท้อนออกไป relative อันนี้จะยาวไปแค่ไหนก็ยังมีผลส่งไปในจุดงามจุดดีเป็นปลายมันจะไปม้วนหางกลายเป็นเลวตอนท้ายพระเอกตายตอนจบพระเอกไปเสียตอนจบหรือเรือล่มเวลาจอดอะไร ไม่ได้เป็นอย่างนั้นไม่ได้เป็นเรือล่มเวลาจอดหรือว่าไปตายตอนจบหรือว่าไปเสียหายตอนปลายมีมาตลอดไม่ใช่ไอ้นี่ดีไปหมดแล้วปลายก็ดีด้วยเป็นที่สุดส่งผลไปอย่างนั้นเป็นแรงสัมผัสไปอย่างนั้นนี่เรียกว่าอริยะธรรมฟังดีๆนะนี่กระจายความนี้อธิบายไปแล้วที่จริงเนี่ยสูตรนี้อธิบายไปแล้วแล้ว แล้วนี่มันเป็นอันหนึ่งคุณธรรมอันหนึ่งที่พระพุทธเจ้าว่าถ้าใครมีคุณธรรมอันนี้พิจารณาได้พิสูจน์ได้ว่าเราเป็นประโยชน์เกื้อกูลเขานะไม่ใช่ทำเพื่อตัวเองทำเพื่อลาภยศสรรเสริญสุขเสพแก่ตนหอบมาให้ตนแลกเปลี่ยนมาให้ตนไม่ใช่เมื่อไม่ใช่อันนี้เป็นคุณธรรมยืนยันข้อที่ 1 เพราะเราทำเพื่อเขาเสียสละเพื่อเขานะอันนี้เป็นของหาได้ยากเป็นของที่คนไม่เคยทำและเป็นคุณธรรมที่จะยังโลกไว้ทำกินโลกไปไอ้การเอามาเอามาเต็มไปหมดในโลกเลยเป็น demand ที่ไม่ควรจะสร้างขึ้นอีกแล้วเป็นต้นไม้ที่ไม่ควรจะมีอีกเป็นอุป ที่ไม่ควรจะมาทำเป็นอุปทานที่ไม่ควรจะมีเขาไปใช้ภาษาวิมานก็ใช้ภาษาอุปสงค์ซัพพลายก็ใช้ภาษาอุปทานอุปทานอุปสงค์อุปทานอุปสงค์ก็คือไอ้สิ่งที่จะต้องกระทำมาให้มีแต่เป็นความต้องการของสังคมต้องการของหมู่คุณต้องการของอะไรไม่มีความต้องการของมนุษย์เราในเรื่องนี้ก็ไม่เห็นแก่ตัวมันมีอยู่มากแล้วความเห็นแก่ตัวก็บุคคลล้นตลาดล้นโลกล้นสังคมความเห็นแก่ตัวมันไม่เป็นอุปสงค์ที่ต้องการไม่อุปสงค์ที่ควรจะมีขึ้นมันไม่มีไม่ใช่สิ่งที่จะต้องมีไม่ต้องสร้าง โง่จริงๆความเห็นแก่ตัวมันไม่มีมันไม่มีความจำเป็นจะต้องกรอกไม่จำเป็นจะต้องนำมาขึ้นมาไม่มีเป็นอุปทานไม่ก็ต้องทำให้เกิดขึ้นมาให้แก่โลกอุปทานไม่จำเป็นจะต้องให้เกิดทำให้เกิดขึ้นมาให้แก่โลกมันไม่เป็นเพราะความต้องการมันไม่มีความจะต้องทำเสนอขึ้นมาไม่เป็นพระอุปสงค์ไม่เป็นพระอุปทานนี้แก่ตัวความเสียสละเท่านั้นแหละเป็นทั้งอุปสงค์เป็นทั้งอุปทานของโลกของสังคมของมวลชนต้องการความเสียสละและต้องทำความเสีย อุปทานต้องสร้างให้ต้องซัพพลายต้องสนองก็กระทำขึ้นสร้างขึ้นให้มากนะไอ้บ้าไม่มีการล้นตลาดง่ายๆเลยความเสียสละนี่พอไม่เห็นแก่ตัวถามเธอเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดมีคุณธรรมอันนี้อยู่ที่ตัวแล้วนั่นแหละเป็นคุณธรรมของมหาปลาม้วนมาให้แก่ตัวอยู่โดยที่คนอื่นมองไม่เห็นคนมอง เห็นปลายนั้นแล้วเอาความฉลาดอันนั้นมาที่ได้รวมคนไม่มีใจซื่อบริสุทธิ์เลยว่าเสียเป็นคนเสียให้เป็นคนกล้าเสียกล้าให้ใครโดนซื่อสัตย์โดยจริงใจเสียรู้เสียว่านี่เป็นความดีไม่ต้องเสียดายไม่เป็นส่วนตรงเป็นส่วนจริงเลยต้องทำให้ได้นี่เป็นคุณธรรมส่วนนอกส่วนทรัพย์ส่วนเด่นข้อที่ 1 4 ข้อเหมือนกันพุทธเจ้าที่ประการที่หนึ่งยืนยันเพราะฉะนั้นโลกนี้เขากำลังอธิบายแล้วก็กำลังพยายามสร้างคุณธรรมอันนี้กันนี่แหละคุณธรรมเพื่อมวลชนเพื่อมนุษย์ชาติเพื่อประชา ไปเพื่อประชาชนเป็นใหญ่เพื่อการเสียสละเขาก็ทำกันชักจูงกันอยู่ในเรื่องนี้ทั้งนั้นเก่ามากทำมาตั้งแต่โบราณแล้วเดี๋ยวนี้ก็ยังทำอยู่อีกและชาติต่อไปโอกาสต่อไปโลกต่อไปในช่วงต่อไปก็จะต้องทำอันนี้อีกนิรันดรพระพุทธเจ้ายืนยันแล้วผมขอยืนยันและอีกโลกอีกกี่ลูกจะเกิดก็ขอยืนยันว่าเรื่องนี้ทั้งนั้นเพื่อการเสียสละการเห็นแก่ตัวมันเกิดมาเพราะตัวมันเห็นแก่ตัวมาจากเดิมแล้วมันก็มีความเห็นแก่ตัวเป็นรากฐานไม่ต้องแก้ไขความเห็นแก่ตัวต้องแก้ไขความเอาแต่ได้หรือเอาเปรียบให้มาเป็นความเสียสละทั้งนั้นเองเท่านั้นแหละดูมันไม่ง่ายเท่านั้นแหละแต่มันยิ่งใหญ่ โดนตีกลับกี่กันก็พูดเรื่องนี้จุดนี้เป็นจุดสุดและเป็นจุดที่จะต้องทำอยู่ตลอดเพราะทั้งปลายทั้งต้นทั้งกลางทั้งสุดให้มันมีความเสียสละแก่ชนหมู่มากแล้วก็หมู่มากซื่อสัตย์สุดตรงไหนสุดก็ว่าจริงใจแล้วไม่ได้ทำเพื่ออยากได้มาเป็นของเราเราไม่ได้ทำเพื่อความคดโค้งเวียนกลับมาหาเราได้เรื่อยๆไม่ได้ทำเพื่อเล่ห์เหลี่ยมของจิตสวยๆไหนไม่มีสะอาดให้เสียสละเราเสียสละไปถ้าสมควรจะถึงชีวิตบอกท่านเสียสละชีวิตพระเยซู ทายถูกตรึงกางเขนน่ะมันไม่ถูกหรอกที่จริงไม่ได้เป็นความสุขแต่ท่านก็ไม่ทำก็เกลียดเพื่อแลกลาภก็ได้หรือแม้พวกเราเองเป็นพระเป็นผู้ที่มาทำงานพวกนี้แล้วก็ต้องทำให้ใจซื่อสัตย์ให้เออเป็นการให้จริงๆไม่เอาอะไรไม่เสพแม้แต่อะไรในจิตไม่เหลือความแก่สิ้นความเสพไม่ต้องอยากได้อะไรคืนมาหมดความอยากต้องทำให้ได้สูงเท่าใดก็เป็นสัจธรรมที่มีค่ามากเท่านั้นจริงเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้ให้เสียนี่เป็นคุณธรรมที่ทุกโรคทุกเวลาทุกประการทุกตลอดเมื่อเป็นสิ่งที่ควรจะมีในโลกมีข้อ 1 ข้อ 2 ทีนี้หัน มหาพลพระพุทธเจ้าตอนหันกลับมาหาตัวของตัวเองเป็นอันนี้เป็นความหมายกว้างหมดแล้วส่วนนอกที่มาหาตัวเองข้อที่ 2 กับข้อที่ 3 กับข้อที่ 4 เดี๋ยวมาหาตัวเองทั้งนั้นคือเขาจะเป็นผู้จำนงค์จะติดเรื่องใดก็จุดเรื่องนั้นได้ไม่จำนงค์จะติดเรื่องใดก็ไม่เกิดเรื่องนั้นได้จำนงจะดำริเรื่องใดก็ดำริเรื่องนั้นได้ไม่จำนงจะดำริเรื่องใดก็ไม่ดำริเรื่องนั้นได้เพราะเขาเป็นผู้มีอำนาจเหนือจิตในคลองแห่งความลึกทั้งหลายเพราะเขาเป็นผู้มีอำนาจเหนือนี่แหละมันสุดตรงที่มีอำนาจจบสูงเป็นความสามารถตีเป็นผู้มีอำนาจเหนือจิตตนเองและอธิบายไปแล้วถึงความกริบ วัดต่างกันอย่างไรได้เน้นไปแล้วคราวนี้เพราะจิตที่มันเป็นสภาพนี้อยู่หรือแม้แต่จะให้เริ่มต้นเกิดเป็นตริและแม้ที่สุดจะให้มีใจมีวิเคราะห์เป็นทองเป็นไตร่ตรองเราก็สามารถที่จะใช้สิทธิ์ของเราได้อย่างจริงและใช้จริงๆโดยมีเสมอจะให้หยุดก็หยุดได้จะให้จิตที่มันมีนั้นเริ่มทำงานเริ่มหรือเริ่มดำริเริ่มเกิดก็รู้เรื่องเกิดมีสภาพและรู้สภาพจะทำสภาพนั้นจริงจนกลายเป็นจิตหรือดำรินี้ มาเป็นเหตุเป็นผลมีบวกมีลบมีซ้ายมีขวามีสภาพ 2 มีดีมีชั่วมีถูกมีผิดตรองออกแล้วก็เลือกทำในสิ่งที่ถูกสิ่งที่ดีสิ่งที่สูงติดแล้วมีทองใส่ทองออกแบ่งออกเป็นกุศลาธัมมาอะกุสะลาธัมมาแล้วก็ทำได้ดีอย่างนี้มีอำนาจเหนือจิตจริงๆเนี่ยถ้ายิ่งมีอำนาจเหนือจิตเก่งเท่าไหร่ก็เป็นมหาบุรุษเป็นมหาปราบเท่านั้นถ้าใครยังไม่มีอำนาจเหนือจิตตัวเองได้อย่างนี้ก็ยังไม่เป็นมหาบุรุษยังไม่เป็นมหาปราบอยากหยุดจิตไม่คิดไม่ไกลไม่ตรงไม่ดำเนินบทความดำริอยู่ว่างๆเฉยๆเป็นจิตที่ยังอยู่ ภาพธรรมดาคือจิตที่มีอาการอย่างนั้นมีสภาพอย่างนั้นอยู่เฉยๆนิ่งๆอยากจะให้มันเป็นอย่างนี้แล้วก็ทำอย่างนี้ยังไม่ได้เลยว่ายังไม่มีอำนาจแต่ถ้าสามารถมีอำนาจและกระทำได้จริงนั่นแหละเป็นปราชญ์เป็นมหาบุรุษอยากให้หยุดก็หยุดได้ไม่ต่อและมีสำนึกมีความรู้ตัวว่าหยุดคืออะไรหยุดคือหยุดไม่ใช่หยุดหยุดก็คือต่อจิตเป็นต่อนะไม่ใช่อาการทางกายขนาดบางคนเราต้องการทางกายออกมาตั้งเยอะตั้งแยะอยู่ก็ยังไม่หยุดไม่ต้องหยุดให้นอกอยู่ที่ในขนาดไหนไม่รู้เรื่องบอกว่าหยุดนอกวันหยุดได้ทั้งนอกและในจะให้ต่อให้เกิดจะให้เป็นบทบาท ทำได้บทบาทขนาดไหนกำหนดได้หมดถ้าเก่งจริงก็กำหนดได้ทุกบทบาททุกขนาดทุกระดับก็เป็นปราชญ์มหากาพย์ยิ่งขึ้นอย่างผมเนี่ยสามารถกำหนดตัวเองได้พอสมควรบางอันก็แหมแรงบางอันเกินไปบางทีเผลอสติมากไปนิดนึงกายกรรมมากไปนิดนึงวจีกรรมมากไปหน่อยมโนกรรมมันปรุงแรงไปนิดนึงก็ยังมีอยู่ว่ายังมีแต่ที่ทำได้จริงกำหนดได้จริงก็กำหนดใช้ปัญญาใช้การคำนวณมีมัดจำอยู่ตาประมาณแล้วก็ทำเสมอให้มันงามให้มันลงจนลงตัวเสมอปรับปรุงตนอยู่อะไรที่มันเคยชินมันก็ออกไปมากกว่ามีเสมอเหมือนกันเราก็พยายามปรับปรุงตน ผมรู้นี่ผมอธิบายให้ผมอธิบายเพราะผมรู้แล้วผมก็พยายามพวกคุณก็พยายามเป็นอย่างนี้ถือว่าเขาพระพุทธเจ้าสูงสุดเป็นมหาบุรุษเป็นมหาปราบที่ท่านสามารถกำหนดได้และลงตัวงามเป็นธรรมดาเป็นอริยธรรมทำได้งานกับบุคคลกับปวงชนเขาจะหยุดก็หยุดสนิทถ้าหยุดก็ไปสนิทแล้วไม่ทำอะไรแล้วก็มันก็ไม่มีผลอะไรกับคนอื่นมันก็นิ่งๆก็ยิ่งเงียบไปเลยไม่มีผลเป็นร้ายอะไรกับใครแต่ทำจนหมดค่ายิ่งหยุดมากยิ่งขึ้นเลยไม่มีอะไรเลยต้องหมดค่าไปเลยมันควรจะมีค่าเมื่อเกิดการงานแก่ปวงชนแก่บุคคลอื่นในเมืองนั้นก็มีค่าขึ้นมาถ้าประโยชน์ตนนั้นก็คือหยุด ว่างง่ายประโยชน์ทำประโยชน์ตนได้จนกระทั่งหมดแล้วประโยชน์ตนไม่ต้องทำอีกก็ไม่ต้องว่างอีกก็ได้ฟังดีๆนะตีกลับไม่ได้ทำประโยชน์ตนได้ว่าเราว่างได้แล้วอย่างแน่จริงไม่เดือดร้อนอะไรเราก็ไม่ต้องว่างก็ได้เพราะฉะนั้นเราจึงทำงานไม่ว่างถึงเวลาพักก็พักหยุดเท่าที่ควรหยุดแล้วอย่างพระพุทธเจ้านี่ถือว่าสูงสุดหยุดและสอนเทวดาต่อหยุดอะไรกันพุทธเจ้าทำงานอยู่ยังสอนเทวดาต่ออีกสักกี่ชั่วโมง ตื่นมาก็ทำงานต่ออย่าเงียบมันหยุดอะไรหยุดย้อนแย้งหยุดไม่หยุดแค่ไหนเราก็ต้องรู้เราพักแค่ไหนเราก็ต้องรู้ว่างแล้วก็ไม่ว่างและการว่างๆนั่นแหละคือการอยู่ในสภาพที่เรียกว่าเรารู้ขนาดของมันมันว่างแล้วจากอย่างนี้ว่างแล้วจะขนาดนี้รู้จักส่วนที่ว่าที่ไม่เอาแต่ส่วนที่มีอยู่ที่เอาที่เป็นอยู่ก็เข้าใจอันนี้เป็นเรื่องละเอียดลงไปอีกและมีอำนาจมากนี่เป็นข้อที่ 2 ข้อที

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน