580429_ธรรมาธรรมะสงคราม บ้านราชฯ ตอบปัญหาผู้อบรม สสส..doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2558
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์348 KB
วันที่แก้ไข26 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

580429_ ธรรมาธรรมะสงคราม โดยพ่อครู บ้านราชฯ ตอบปัญหาผู้อบรม สสส.

พ่อครูว่า...วันนี้วันพุธ ที่ 29 เมษายน 2558 ราชธานีอโศก วันนี้ปกติอาตมาก็จะมาบรรยายธรรมะให้ฟัง เว้นบางวันบ้าง มาบรรยายธรรมะ อาตมานี่เลิกงานทางโลก เลิกหาเงินทองแข่งเขา เลิกอยากเด่นดังหรูหรา อย่างสามัญเหมือนกับเขา จนปฏิบัติธรรมเห็นจริง ก็มาเลิกแย่งเขาก็เลิกออกมาตั้งแต่อายุ 36 ปี ออกมาอย่างรู้ธรรมะ ออกมาอย่างได้ธรรมะหรือพูดให้ชัดคืออย่างบรรลุธรรม ออกมาอย่างรู้ว่าธรรมะเป็นเช่นนี้ ที่ว่าธรรมะ คือภูมิโลกุตระ คืออาริยบุคคล ที่รู้ว่าโลกที่คนปุถุชนเป็นกัน คือต้องมามีความสุข แย่งโลกธรรม แย่งกาม แย่งอัตตา ได้มาสมใจก็เป็นสุข ชื่นใจเสพสุขในจิต เป็นจิตที่ไม่รู้ความจริงว่า เป็นชีวิตวนเวียน สุขๆ ทุกข์ๆ แล้วก็มีวิบาก ถ้ามีวิบากชั่วเกิดจากกิเลส ก็ตกต่ำได้รับทุกข์ พอได้รับความดีก็ได้วิบากดี สุขใจบ้างโดยอวิชชาไม่แน่ใจว่าอันนี้เป็นสุขถาวรหรือไม่ สุข ทุกข์จริงๆ คืออย่างไร

เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ แต่ไม่แยแสพุทธ เป็นพุทธตามปู่ย่าตายาย มาแต่ไม่มีเนื้อหาพุทธ ที่เป็นสิ่งวิเศษสุดประเสริฐ กว่าเพชร กว่าทองทั้งหลาย แต่คนพุทธทุกวันนี้ไม่แยแสศาสนา เอาชีวิตไปมุ่นกับการหลงเสพสุขสมใจ ตามอุปาทาน ได้นั่ง ได้เดิน ได้นอน ได้เต้นเช่นนี้ก็สุข ได้เสพกามคุณ 5 ทางทวาร 5 ก็สุข ตามที่เราติดยึดถูกหลอกไว้ ตรงตามที่เรายึดถือไว้ ซึ่งไม่ตรงกันหรอก บางคนสัมผัสแล้วก็ว่าสุข บางคนก็ว่าทุกข์ เหมือนกั น บ้าง ต่างกันบ้าง แล้วก็ไล่เสพสุข แย่งชิงกัน ฆ่ากัน นานนับชาติ เกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิดนานนับชาติ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ วิธีการหยุดวนเวียน จะเลิกเลยก็ได้ ปรินิพพานไปเลยก็ได้ ละลายตนเองสูญไปเลยได้

แต่คนทุกวันนี้ไม่รู้ค่าว่า ชีวิตเกิดมา บางคน อายุไม่ถึง 1

อ่านต่อ

00 ปีก็ตาย แต่ไม่รู้ว่าสิ่งที่มีอยู่ในสังคมไทยเมืองพุทธ มีความรู้ให้ศึกษาปฏิบัติ มาเอาอันนี้ ธรรมะนี้ แต่เขาไม่เอา พลเมืองไทย 67 ล้านคนแล้ว จะมาสนใจเอานี่สักล้านคนจะถึงไหม? ขนาดมาบวช ก็มาบวชหากินเยอะ ที่ตั้งใจมาบวชจริงๆ จะถึงแสนคนไหม ? ซึ่งพระมาบวชในไทยนี่ กว่าสามแสนคน มีที่จะมาเอาอาริยธรรม นิพพานกี่คน และแม้จะเอาจริงถึงแสนคน ก็ไม่ได้ เพราะพากันหลงทิศ ผิดทางหมดแล้ว

เพราะถ้าเผื่อว่าถูกต้อง ผลต้องเกิดขึ้น เกิดขึ้นที่ไหนเมื่อไหร่ ก็จะนับวันโตขึ้น ในระยะแรก ยังไม่ถึงความสูญ แต่อาตมายังไม่เห็นเกิด อาตมาเกิดมาอายุ 80 กว่าแล้ว ก็ยังไม่เห็น จนตนเองต้องมาทำงานนี้โดยตรง ออกมาทำงานทางนี้ 45 ปีแล้ว ก็ไม่เห็น แล้วก็เห็นตรงกันข้ามที่อาตมาเห็น คือทำผิดแบบเดิม อาตมาก็ว่าอาตมาเห็นถูก คนเห็นต่างก็ต้องผิด มันก็เป็นความจริงอย่างที่อาตมาเข้าใจ

อาตมาก็พาทำแบบที่อาตมาเห็นว่าถูก จนเกิดเป็นหมู่กลุ่มสาธารณโภคี มีสาราณียธรรม 6 เข้าไปตั้งกายกรรมประกอบด้วยเมตตา ทั้งลับ แจ้ง เข้าไปตั้งวจีกรรมประกอบด้วยเมตตา ทั้งลับ แจ้ง เข้าไปตั้งมโนกรรมประกอบด้วยเมตตา ทั้งลับ แจ้ง แบ่งปันลาภผลให้กับเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย (ลาภา ธัมมิกา มีลาภตามธรรมแห่งสาธารณโภคี) มีศีลเสมอสมานกันกับเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย (สีลสามัญญตา) มีความเห็นเสมอสมานกันกับเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย (ทิฏฐิสามัญญตา) (ล. 22 ข. 282-283)

และมีผลของสาราณียธรรม 6 เป็นพุทธพจน์ 7 สาราณียะ (รู้จักระลึกถึงกัน คำนึงถึงคนที่ควรเอื้อ) ปิยกรณะ (รักกันสัมพันธ์ดี ปรารถนาดีต่อกัน) ครุกรณะ (เคารพกัน รู้จักฐานะ รู้จักคุณวุฒิ) สังคหะ (สงเคราะห์เกื้อกูลช่วยเหลือกัน) อวิวาทะ (ไม่วิวาทแตกแยกกัน) สามัคคียะ (พร้อมเพรียงกัน มีพลังรวมยิ่งใหญ่) เอกีภาวะ (เป็นปึกแผ่น มีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน) (โกสัมพีสูตร พตปฎ. ล. 22 ข. 282-28 3 )

ชีวิตอย่างชาวอโศกอยู่ในนี้ระบบสาธารณโภคี มีความระลึกถึงกัน อย่างไม่เป็นภัยเป็นโทษต่อใคร จิตวิญญาณประเสริฐ เป็นสารณียะ มีความรักกัน ไม่ใช่รักทางกาม ทางเพศ และไม่ใช่ความรักเป็นตัวกูของกู แต่เป็นความรักเอื้อเฟื้อเจือจาน ช่วยเหลือกัน นี่คือปิยกรณะ มีคุณธรรม คุณสมบัติที่จะไปหายอดเพชร ยอดทองที่ไหน ก็ไม่เท่าสมบัตินี้ ยิ่งกว่าสมบัติวัตถุ ยศชั้น สรรเสริญเยินยอ ยิ่งกว่า รสสัมผัสกามคุณ 5 ยิ่งกว่าอะไรจะเป็นตัวเป็นตนที่ไปติดยึด ผู้ที่ไม่ไปแย่งใครแล้ว ถ้าเห็นคนไหนใครยังแย่งอยู่ก็จะบอกเขาว่า อย่าไปแย่งชิงกันเลย สมบัติผลัดกันชม แย่งกันไปอย่างนั้นไม่รู้จักจบสิ้น มีสังคหวัตถุ 4 (ทาน เปยยวัชชะ อัตถจริยา สมานนัตตา) มีทานคือการให้ เปยยวัชชะคือ ตำหนิให้คนอื่นดื่มได้ อัตถจริยา คือความประพฤติที่เป็นประโยชน์คุณค่า เป็นสิ่งควรอย่างยิ่ง

อวิวาทะ ไม่ทะเลาะกัน ชาวบ้านราชฯ เถียงกันได้ แต่ไม่ทะเลาะกัน มีน้อยมากที่ทะเลาะกัน มีบ้าง เถียงกัน ก็ทะเลาะไม่พูดกัน ใน 20 กว่าปีนี้ มีต่อยตีกัน สักครั้งหรือสองครั้งเอง เป็นคุณธรรมที่เกิดจากคนได้ธรรมะพระพุทธเจ้าจริง เพราะไม่ต้องมาแย่งโลกธรรม แย่งกามกันแล้วจะไปทะเลาะกันทำไม เราขยันหมั่นเพียรทำงาน ไม่ถูกหลอกก็สูญเสีย

สังคมพุทธไทย มีแต่ชื่อ แต่เนื้อหาไม่ใช่พุทธแล้ว อย่างเราอยู่นี่ชีวิตไม่ต้องไปสะสมอะไร ทุกคนเป็นญาติธรรม พึ่งเกิด แก่ เจ็บ ตายกันได้จริงๆ มีอยู่มีกิน เจ็บป่วยรักษาดูแลช่วยกัน ตายก็ช่วยกันเผา ฝากผีฝากไข้กันได้ นี่คือสังคมไทยน่าจะเป็นแบบนี้เมืองพุทธ แต่ว่า น่าเสียดายที่ไม่เป็น พวกเรามาอบรมกันนี่จะมีไหมที่เอาไปปฏิบัติ ทั้งที่มันดีขนาดนี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้กี่คน

มีคนอยากบรรลุธรรม เป็นโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ มีคนอยากและพยายามทำ แต่อาตมาบอกได้เลยว่าไม่ได้ผล เพราะทำมิจฉาทิฏฐิ ไม่เกิดผลทางปฏิบัติได้อาริยบุคคล เมืองไทยจึงมีคนโกงที่โกงได้ถึง เจ็ดแสนล้านบาท เลวร้ายถึงขนาดนั้น ผลาญพร่าทำลาย ให้คนเดือดร้อน ก็เป็นหนี้กันหมด เพราะฝีมือเขาทำลาย เหตุเพราะอะไร เหตุเพราะธรรมะพระพุทธเจ้าไม่ได้อยู่ในชีวิต ไม่ได้อยู่ในวิญญาณคนเหล่านั้นเลย ทำไม? ก็เพราะครูบาอาจารย์เขาสอนไม่ได้ สอนให้เขามีธรรมะไม่ได้ แล้วพวกนี้ก็ไปบริหารบ้านเมือง ก็เลยล้มเหลว จนต้องออกกฎหมาย ทำอย่างไรจะกันคนทุจริตได้ คนเสียประโยชน์ก็แย้งสิไม่ยอมให้รัฐธรรมนูญออกมา ก็ไม่เป็นไร ไม่ยอม นายกฯ ตู่ ก็อยู่ไปอีก 3 ปี 5 ปี 8 ปี เดี๋ยวเขาก็รู้ ไม่ยอมก็ร่างใหม่อีก เขาบอกว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ทำสิ่งที่กฎหมายห้าม แล้วเขาก็สารพัดจะทำออกมา ตอนนี้ก็ระงับความเลวร้ายลงไปบ้าง ให้ประเทศดีขึ้นมาบ้าง คนเสียอำนาจ ประโยชน์ก็ดึงทึ้งเอาไว้

ถึงจะแก้กติกา กฎหมายอย่างไร คนก็เลี่ยงหลบ หรือเอาเผด็จการมาใช้เลย ไม่สนกฎหมาย มันเห็นแก่ตัว ถ้าไม่มาปฏิบัติธรรมะที่สำรอกกิเลส ลดกิเลสจริง ไม่มีทางแก้ไขได้ อาตมาตั้งใจลากสังขารให้ไปถึง 151 ปี ไม่ได้พูดเล่น แต่จะพยายามลากไป ตอนนี้ จะเต็ม 81 แล้ว ยังแจ๋วเลย พยายามอยู่เพื่อทำให้สังคมเป็นสังคม อาริยธรรม โลกุตรธรรม อย่างสังคมเราเป็นนี่แหละ เอาอย่างในหลวงที่ให้มาเป็นแบบคนจน หรือขาดทุนของเราคือกำไรของเรา หรือเศรษฐกิจพอเพียง ท่านก็สอน แต่คนไม่มีภูมิรับท่านไม่ได้ เอามาขยายผลไม่ได้ พวกเราเอามาขยายผลได้จริงก็เลยมุ่งมาจน ตั้งใจจน เต็มใจจน ชื่นใจจน

ไม่ได้หลอกให้มาทำทาน ให้ไปรวย อย่างบางวัดที่ให้กู้เงินมาทำบุญ แล้วจ่ายดอกเบี้ยด้วย แล้วจะรวยในอนาคต แต่ตอนนี้จนลงนะเป็นหนี้ด้วย หลอกกันได้ขนาดนี้ ทำไมอำมหิตนัก หน้าเลือดกันขนาดนั้น ทำได้ขนาดนั้นนะคน คิดแล้ว มนุษย์เป็นได้ขนาดนั้น เขาไม่มีเงินก็หลอกให้กู้เงินมาทำทานกับตน โดยใช้วิมานบุญมาหลอก

การทำทาน พระพุทธเจ้าสอนทำทานให้ลดกิเลส แต่ทุกวันนี้ วงการพุทธสอนทำทานกันไม่ได้บุญหรอก ได้แต่บาป ได้กิเลสเพิ่ม ทานเป็นสัมมาทิฏฐิ ข้อที่ 1 คืออัตถิทินนัง ทานที่สัมมาย่อมมีผลในการลดกิเลส เดี๋ยวนี้สอนทำสมาธิก็ไปนั่งหลับตา เป็นการสอนนอกศาสนาพุทธไปแล้ว

ทานคือการให้ เช่นให้วัตถุ ทานไป 10 บาท ใจเราก็ต้องลดความโลภ 10 บาท แต่เขาทานไป 10 บาทขอให้ได้คืนมา 10 ล้าน ตั้งใจจริงๆ นะ แล้วมันลดกิเลสตรงไหน นี่คือทานไม่มีผล คือนัตถิ ทินนัง ถ้าวัดไหนวาไหนสอนอย่างนี้ ใส่ข้าวทัพพีเดียวก็สาธุ ขอหมดบ้านหมดเมือง พระก็ยืนขาแข้งไป ข้าวทัพพีหนึ่งไม่ถึง 5 บาท แต่ตั้งจิตโลภ จะเอา ไม่ใช่ลดโลภเลย จะได้บุญตรงไหน เพราะบุญคือการชำระกิเลส ไม่ใช่เรื่องได้สวรรค์วิมานอะไร บุญคือสันตานัง ปุนาติ วิโสเทติ คือการชำระจิตสันดานให้หมดจด บุญคือเครื่องมือชำระกิเลส ทำบุญเสร็จแล้วก็ไม่ต้องใช้เครื่องมือต่ออีก ถ้าหมดกิเลสก็หมดบุญด้วย จะแบ่งบุญกันไม่ได้ บุญนี่ ยิ่งกว่า กุศล เป็นยอดกุศลเลยนะ

เราทำทาน 10 บาท จิตเราก็สละไป 10 เราไม่อยากได้อะไรคืน ไม่ต้องการอะไรคืน ทานคือการให้ เราก็ทำใจว่างสบาย ได้ทานไป 10 บาท เราก็ได้กุศล ได้เสียสละ ใจเราก็ได้สละด้วย จึงเป็นประโยชน์สองส่วน คือให้คนอื่นได้ทาน และใจเราก็ได้ลดกิเลสด้วย การทำบุญถูกต้องจึงได้กุศลได้ด้วย บุญคือการชำระกิเลส แต่ผู้ทำถูกต้องปฏิบัติถูกต้องเป็นผู้ได้ประโยชน์คือการลดกิเลส และได้กุศลที่ได้ช่วยคนอื่น พระพุทธเจ้าก็สอนไม่ให้ยึดเป็นเราเป็นของเรา แม้พระพุทธเจ้าชาติก่อนเป็นพระพุทธเจ้าท่านก็ทานได้แม้ลูกแม้เมีย ก็สละออกได้ ไม่หวงเป็นเราเป็นของเรา

ข้อแรกคือทานก็เป็นนัตถิทินนัง ทำทานแล้วได้กิเลสด้วยซ้ำ มิจฉาทิฏฐิกันทั้ง 10 ข้อ ซึ่งก็จะไม่มีมรรคผล ไม่มีนิพพานแล้ว ก็เพราะมิจฉาทิฏฐิ ทำทานก็ทำไม่ถูกแล้ว แม้ ยิฏฐังก็เป็นพิธีกรรม ที่ไปสู่นิพพานแต่ก็เพี้ยนไปจนเป็นสีลลัพพตุปาทานไปแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องกรรมวิบากเลย ไม่รู้เรื่อง ยิ่งไปพูดถึงโลกนี้โลกหน้าก็ไม่รู้เรื่องเลย โลกโลกุตระ เป็นอย่างไรไม่รู้เรื่องแล้ว

ต่อไปเป็นการตอบปัญหา

_ ตั้งแต่มาอยู่ทีนี่ ไม่ได้ยินพระให้พรเลย พ่อครูว่า … ที่พูดมาตั้งแต่ต้น ก็คือคำพร คือทำที่จะพาให้ลดละกิเลสให้ถึงนิพพานเลย ที่นี่พูดกันจนน่าเบื่อ คุณว่าไม่ได้พร แปลว่า คุณรู้ว่า พรคือ ยถาวารีวหา... แล้วคุณรู้เรื่องหรือ พรคือความหมายจากภาษาที่พูดออกไปให้ฟังแล้วทำให้เจริญ ประเสริฐนี่คือคำพร แต่คำบาลี ยถาวารีวหาฯ คุณฟังมาเป็นร้อยเที่ยวแต่ไม่รู้เรื่องเลย คือคำหูหนวก ฟังแล้วไม่ได้เอาไปทำให้ประเสริฐได้อย่างไร คำพรต้องสอนแล้วให้ได้เจริญ

_ ที่นี่ ไม่เห็นมีจุดธูปเทียนบูชาพระ พ่อครูว่า… ที่เขาทำกันนั้นเพราะศาสนาพุทธผิดเพี้ยน ใช้ดอกไม้ ใช้ธูปเทียนก็ผิดจากพุทธ อยู่ในพระไตรปิฎกห้ามทำ แต่พระทำนี่ผิดศีล เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง ในพระไตรปิฎกเล่ม ไปหาอ่านดู ท่านห้ามไว้หมด รดน้ำมนต์ก็ไม่ได้ ใช้ธูปเทียนก็ไม่ได้ แต่พระทำผิด ละเมิดหมด ขออภัยที่อาตมาตอบตรง ตอบผ่า ตอบชัด

_ ทำไมวัดนี้ไม่มีโต๊ะหมู่บูชา พ่อครูว่า… เรามีพระองค์โต แล้วมีองค์อื่นอีก เราไม่ได้ทำเล่น แบบงมงาย กราบบูชาพระพุทธรูปไม่งมงาย

_ ดิฉันทำบุญให้ตายาย จะไปถึงท่านไหม? พ่อครูว่า… บุญคือเครื่องชำระกิเลสแบ่งให้ใครไม่ได้ บุญคือเครื่องมือตัดกิเลส ให้ใครไม่ได้ ไม่ใช่ข้าวของ แม้ข้าวของก็ตาม หลอกกันมานานเสียแล้ว ตื่นเสียที แบ่งไม่ได้ กัมมัสสโกมหิ (มีกรรมเป็นสมบัติแท้ของตน) กัมมทายาโท (มีกรรมเป็นทายาทรับมรดกของตน) กัมมโยนิ (มีกรรมเป็นแดนเกิด หรือพากำเนิด) กัมมพันธุ (มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์, พันธุ์เทพ,พันธุ์มาร) กัมมปฏิสรโณ (มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัยแท้ๆ) (พตปฎ. เล่ม 14 ข้อ 581)

แบ่งให้คนเป็นๆ ก็ไม่ได้ แล้วแบ่งให้คนตาย ถามพระดูสิว่า คนตายไปอยู่ที่บ้านเลขที่เท่าไหร่ ซอยไหน จะไปส่งให้ได้ไหม? ก็ไม่ได้ หรือว่าวันนี้ได้ปลาช่อนมา มีไข่พร้อมมันย่อง ได้มาก็ทำแกงอ่อม เอาไปถวายพระ คือพ่อชอบแกงปลาช่อน ก็ส่งให้พระ พระก็หยาดน้ำ ให้ ถามว่า แกงปลานี้ออกจากท้องพระไปหาพ่อหาแม่ไหม? ....สอนกันงมงายมากแล้ว หลอกกันมาก ให้เอาเงินไปถวายพระ เรายังไม่รู้เลยว่า ในสวรรค์ใช้ธนบัตรอะไร ดอลล่าหรือเงินไทย แล้วธนบัตรก็อยู่ใน ก ระเป๋าพระ พระก็เอาไปใช้เสีย คนจีน ฉลาดหน่อย เผาแบงค์กงเต็ก ให้ เผาเป็นขี้เถ้าแล้วคนตายจะเอาไปใช้ได้อย่างไร? มันงมงายมาก

ตอบชัดๆ ถ้าคุณว่าบุญแบ่งได้ อาตมานี่ทำงานศาสนามาตั้ง 45 ปี คงเป็นคนมีบุญบ้าง อาตมาแบ่งให้คุณไปเดี๋ยวนี้ให้จริงๆ มาเอาไปเลยจะได้ไหม? แบ่งเอาอย่างไร นี่คือการพิสูจน์หลัดๆ ว่าแบ่งบุญ บาปกันไม่ได้

_ ดิฉันไปทำงานโรงทาน ได้บุญไหม? พ่อครูว่า… ส่วนมากได้บาป เพราะทำทาน ข้อที่ 1 ไม่ถูกต้อง ทำทานแล้วมีแต่กิเลสหนาขึ้น ต้องทำแล้วกิเลสลดลงจึงจะได้

_ เรียนถาม ให้ผู้อบรม สสส. มีหลักการทำงานอย่างไร? จึงเป็นผู้นำที่ประสพผลสำเร็จ พ่อครูว่า… คุณเองแต่ละคนที่มาปฏิบัติ ทำให้ได้ก่อน แล้วเอาความจริงที่ได้ไปสอน ไม่ต้องถามอาตมา นี่คุณเองยังไม่รู้เลย จะเอาอะไรไปให้เขา รู้แต่ผิดๆ ทำทานก็ไปสอนเขาทำผิดๆ อีก ให้เรียนรู้ให้ดี แล้วค่อยไปสอนเขา พระพุทธเจ้าสอนว่า ทำคุณอันสมควรก่อน แล้วพร่ำสอนคนอื่นจึงไม่มัวหมอง ทุกวันนี้ไม่ได้มีคุณของตน แล้วไปสอนคนอื่นจึงมัวหมอง การเป็นผู้นำทำงานสำเร็จ เมื่อเราทำความจริง ความดีให้ได้ก่อน เช่นเราจะพาเขาทำดี เราต้องทำดีก่อน เราจะบอกเขาได้จริง ยกตัวอย่าง เรากินเหล้าอยู่ จะไปบอกเขาว่าเลิกเหล้าได้อย่างไร? สอนเขาเลิกหวย แต่ตนเองเล่นหวยอยู่ก็สอนไม่ได้หรอก ยถาวาที ตถาการี พูดอย่างไรทำได้อย่างนั้น คุณมางานนี้แล้วได้อะไรดีขึ้นมาบ้าง ก็นำอันนั้นไปสอนเขา จะไม่มีฤทธิ์มีอำนาจหรอกเพราะเรายังทำไม่ได้ หากเราทำได้จริง ก็จะมีฤทธิ์ เอาง่ายๆ คุณทำศีล 5 ให้ได้ แล้วไปบอกเขา คนที่ได้ศีล 5 แม้แต่อบายมุขไม่มี จะเจริญ คนมาอบรมกับเรา เลิกอบายมุข เขากลับบ้านไปเลิกอบายมุขจริง ฐานะเขาดีขึ้นทันที ลูกเมียบอกว่าได้พ่อคนใหม่ ได้สามีคนใหม่ เอาแค่ลดเลิกอบายมุขให้ได้ก่อน

_ อยากทราบว่า สมณะ กับพระสงฆ์ รักษาศีล ครบ 227 ข้อเหมือนกันไหม มีใบสุทธิเหมือนกันไหม? พ่อครูว่า… พระสงฆ์ เป็นภาษาไทยมาจากคำว่า วร แปลว่าผู้ประเสริฐ คือคณะผู้ประเสริฐ ส่วนสมณะนั้นเป็นคำเรียนนักบวชของศาสนาพุทธมาแต่โบราณ ก็เหมือนกับพระ แล้วรักษาศีลครบ 227 ไหม เราก็สวดปาติโมกข์ ทุกปักษ์ เราก็นับถือ 227 เหมือนกัน ปฏิบัติจริง เรามี จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล แต่พระส่วนใหญ่ในประเทศไทยไม่มีศีลแล้ว ถือแต่วินัย 227 ข้อ แล้วท่องโอวาทปาติโมกข์กัน จุลศีล 26 ข้อ มีศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ในนั้น พระเดี๋ยวนี้ไม่พูดเรื่องศีล พูดแต่วินัย ในวินัย 227 ไม่มีงดฆ่าสัตว์ นะ

ศีล นี่พระพุทธเจ้าท่านตั้งขึ้นมาเพื่อสร้างศาสนาพุทธ จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล คือกฎหมายหลัก เหมือนรัฐธรรมนูญ แต่วินัยนี่คือกฎหมายลูก เป็นกฎหมายอาญาทำผิดแล้วมีโทษ ของเรามีทั้งศีลและวินัย ส่วนของข้างนอกไม่มีศีล ในศีลธรรมนูญ ห้ามรดน้ำมนต์ ห้ามเจิม ห้ามใช้ธูปเทียนบูชา ห้ามติรัจฉานกถาทั้งหลาย แต่เขาทำหมดข้างนอก ศีลมาก่อนวินัย

มีใบสุทธิ แต่ไม่เหมือนพระสงฆ์ 6 มีนาค ม 2518 เราประกาศแยกตัวเป็นนานาสังวาสกับมหาเถรสมาคมเรารับไม่ได้ ของเขาสมีอุ้มสมียังได้เลย เราก็ปฏิบัติด้วยไม่ได้ก็เลยขอแยกตัว มีใบสุทธิของเรา

_ ทำไมพระถึงฉันข้าวพร้อมโยม พ่อครูว่า… ก็ประหยัดเวลา แต่ฉันกันคนละที่

_ อยากทราบว่า 08.00 น. มีการเคารพธงชาติไหม? พ่อครูว่า… ทำ แต่ตอนนี้ปิดเทอม

_ พระสงฆ์ที่มียศชั้น มีในคำสอนหรือพระธรรมวินัยหรือไม่ พ่อครูว่า… ไม่มี นอกรีตทั้งนั้น

_ การปกครองสงฆ์ไทย ลอกเลียน บ้านเมืองหรือไม่? พ่อครูว่า… ก็พระมาลอกเขา ของเขามีมาก่อน

_ พระแหล่ ผิดกฎสงฆ์หรือไม่? พ่อครูว่า… ผิด การกล่าวคำสอนของพระพุทธเจ้าด้วยเสียงอันยาว ใส่ทำนองผิดหมด พระพุทธเจ้าสอนไว้ อย่างสรภัญญะ ให้เป็นจังหวะมีทำนองนิดหน่อยได้พอเป็นกระ สัย แต่ถ้าใส่เสียงอันยาว และสวดเป็นหมู่ให้ฆราวาสฟังตั้งแต่สองคนขั้นไป ถ้าเอาบทพระธรรมของพระพุทธเจ้า จะเป็นพระสูตรก็ตาม ไปสวดเป็นหมู่ตั้งแต่สองรูปสวดพร้อมกันให้ฆราวาสฟัง ผิดพระวินัยหมด แต่การสวดเป็นหมู่ เพื่อให้จดจำได้ เป็นสังคีติ จะได้ช่วยกันจำ ไม่ใช่ให้ท่องให้ฆราวาสฟัง หรือเอาไปสวดหากินไม่ได้ หรือสวดองค์เดียว อย่างปาติโมกข์ แล้วทุกคนก็ฟัง ถ้าสวดผิดก็ท้วงกัน ว่าที่ถูกคืออย่างไร ก็ให้แก้ไขให้ถูกต้องเรียกว่าสวดสังคายนา สวดเพื่อรักษาให้ถูกต้อง ส่วนสวดสังคีติคือให้จำกันได้ สมัยก่อนไม่มีเครื่องบันทึกจึงต้องสวดสังคีติ เพื่อให้จำกันแต่อย่าเอามาสวดต่อหน้าฆราวาส จะสวดได้คือประณามคาถา คือคำยกย่องบูชารัตนตรัย สวดได้ พร้อมกันได้ แม้แต่ฆราวาสจะสวดพร้อมไปก็ได้ หรือบทที่พระสวดสรรเสริญคุณพระพุทธเจ้า มีบทมหากรุณาธิคุณ หรือพาหุง 8 ก็เป็นบทสรรเสริญคุณ ไม่ใช่ธรรมบทคำสอนพระพุทธเจ้า ยิ่งสวดพระอภิธรรมนี่ผิดหมดเลย

_ ถ้าประชาชนในราชธานีอโศกเสียชีวิตทำอย่างไร? พ่อครูว่า… ก็ช่วยกันหามไปเผาที่เมรุ ของศาสนาพุทธมีแต่เผาไม่ฝัง

_ มีคนทำให้เราทุกข์บ่อยๆ ทำอย่างไรดี ? พ่อครูว่า… คุณก็ไปโทษเขา ทุกข์มันไม่ได้เกิดที่เขา ทุกข์เกิดที่คุณ พระโมคคัลลานะ มีคนมาฆ่าท่าน ท่านก็ไม่โทษเขา เขาทำทุกข์ให้เราไม่ได้ เราทำทุกข์ให้แก่ตนเอง แม้แต่คุณจะตีหัวอาตมา เจ็บแตกนะ แต่ไม่ทุกข์ ไม่โกรธ อาตมามั่นใจว่าอาตมาไม่โกรธ มันอยู่ที่เรา จะไปโทษคนอื่นว่าทำให้เราทุกข์บ่อย คนก็ทำสิ่งที่ไม่ตรงกับที่เราต้องการ เราทุกข์เพราะไม่ตรงกับที่เราต้องการ เราไม่ชอบ ยิ่งลูกเต้านี่ทำไม่ตรงใจเรา เราก็ทุกข์ คุณต่างหากไปกำหนดใจตนเอง คนอื่นเขาก็ทำของเขา

_ การแก้กรรม แก้อย่างไร? พ่อครูว่า ... อาตมาขอตอบอย่างสรุป การแก้กรรมเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ แก้ได้หมดเป็นอรหันต์ เราทำชั่วอะไรเราก็แก้ของเราได้หมด พระพุทธเจ้าบอกให้แก้เอง เราเลิกกายกรรม วจีกรรมที่ไม่ดี คิดไม่ดี นั่นแหละตัวสำคัญ ทุกอย่างมาแต่ใจ ใจสั่งการทุกอย่าง แก้ที่ใจ ฆ่ากิเลสในใจให้หมดได้ ก็ไม่มีตัวการให้คิดชั่ว การกระทำ วาจาก็ไม่ชั่ว นี่คือการแก้กรรม คนไหนจะมาอาสาแก้กรรมให้คนนั้นโกหก พระพุทธเจ้าก็แก้กรรมไม่ได้ คนทำได้นี่เก่งกว่าพระพุทธเจ้า จะแก้กรรมได้ต้องมีร่างกาย ครบ ชมพูทวีป ปฏิบัติอย่างมีอาการ 32 ให้รู้อาการ 33 คือดาวดึงส์ คือสวรรค์ ที่คนก็จะเอาอาการนี้แหละ ในใจ เราต้องมาปฏิบัติให้ไม่เอาทั้งดาวดึงส ์ และนรก ส่วนอาการ 32 คืออาการที่เกิดแก่ร่างเนื้อ

_ ในศาสนาสถานนี้ มีการทำโรงปุ๋ย ส่งขายเป็นรายได้ และมีเครื่องจักรครบทุกอย่างไม่ผิดหลักศาสนาหรือ? พ่อครูว่า… ยิ่งประเสริฐด้วย เพราะศาสนาไม่ได้สอนให้คนงอมือ งอเท้า สิ่งใดไม่ผิดธรรมวินัยก็ทำได้ทั้งนั้น ที่ผิดธรรมวินัย เช่นขุดดิน ฟันหญ้าไม่ได้ พระไปซื้อไปขายไม่ได้ ก็ไม่ต้องทำ แต่พระไปทำปุ๋ยได้ แต่ซื้อขายให้ฆราวาสทำ พระบอกวิธีปลูกพืชได้ แต่พระไม่ได้ปลูกพืช จริงๆ ท่านห้ามแต่พระพรากพืชเท่านั้น แต่ไม่ได้ห้ามพระปลูกพืช การปลูกนี่ทำได้ แต่อย่าไปถอน อย่าไปพราก อย่าไปเด็ด ในมหาปเทส มันควรปลูกก็ปลูก แต่อย่าไปถอน

_ อยากทราบว่า ทุกวันนี้คนทำบุญ ทำทานเพื่ออะไร? พ่อครูว่า… เพื่อเห็นแก่ตัว เพราะสอนกันไม่ถูก

_ อยากรู้ว่า ประพฤติปฏิบัติแบบท่านอย่างนี้หรือ ถึงจะถือว่าเป็นพุทธแท้ พ่อครูว่า… ให้ตอบก็ต้องตอบว่าใช่ เราเปิดพระไตรปิฎกสอนเลย เอาเลยเปิดพระไตรปิฎกกันเลย ที่นี่ทำตามพระไตรปิฎก ผิดพระไตรปิฎกไม่ทำ

_ อยากรู้ว่า เราจะตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ทำอย่างไร? พ่อครูว่า ... เราหาเงินหาทองเลี้ยงดูพ่อแม่ก็ควรทำ หรือทำอย่างยิ่งเลย ให้พ่อแม่อยู่บนบ่าเลย ก็ยังไม่ถือว่าได้ทดแทนบุญคุณที่สุด แต่ที่จะดีกว่าคือ ให้พ่อแม่ ได้ ทาน ศีล จาคะ ปัญญา คือทรัพย์แท้ เป็นอาริยทรัพย์ อย่างสงเคราะห์ช่วยเหลือพ่อแม่ในทางที่ผิด ให้ติดอบายมุขเพิ่มขึ้น

_ ในราชธานีอโศกมีงานบุญประจำปีไหม? เช่นงานบุญผะเหวด ฯลฯ พ่อครูว่า… พวกที่ทำได้บาปกันเยอะ เป็นวิธีหาเงิน ผู้เทศน์ผะเหวดกัณฑ์ไหนเก่งๆ ก็ได้เงินมาก มันนอกรีตหมดแล้วได้บาปกันทั้งนั้น แต่เราก็มีงานประจำปี เช่นที่ผ่านมา มีตลาดอาริยะ เป็นการทาน เป็นการขายสินค้าราคาต่ำกว่าทุน ไม่ได้หลอก เราทำมา 36 ปีแล้ว หรืองานพุทธาภิเษกฯ งานปลุกเสกฯ เราตั้งชื่อล้อเลียนเขา แต่เราปลุกเสกฯ คนให้เป็นคนดีมีศีลธรรม ไม่ได้ปลุกเสกพระเครื่อง ส่วนงานทอดกฐินเราไม่ทำแล้ว เพราะทุกวันนี้เป็นงานบาป ที่จริงผ้าป่าเป็นผ้าบังสุกุล ผ้าไม่มีเจ้าของ ไม่มีใครรู้เห็นแล้ว ก็บังสุกุลมา แต่ทุกวันนี้ไปนัดแนะกับฆราวาส รู้กันว่าใครนำมาทอดก็ผิดวินัย แต่การทอดกฐินก็คือทอดผ้าไม่เกี่ยวกับเงินทอง เงินทองพระพุทธเจ้าท่านว่าไม่ต้องเอามาให้พระ เพราะพระนี่ต้องสละเงินทองก่อนบวช บวชแล้วก็ไม่ให้มีเงินนะ ผิดวินัย ทุกวันนี้ทอดได้เงินกัน อาตมาเรียกว่าทอดกระทะทองแดง ที่นี่ไม่ทำ แต่ที่อื่นทำก็ไม่ถูกธรรมวินัยก็ไม่ถูกต้อง ควรเลิก

คุณไปตรวจสอบสิ่งที่อาตมาพูดนะ ว่าจริงหรือไม่ตรงตามพระไตรปิฎก อย่าไปถามพระ ถามก็ว่าอาตมาผิดสิ แต่ว่าเราถือตามพระไตรปิฏก... ขอให้ทุกคนฟังธรรมแล้วเอาไปทำ ทำทีละส่วน ทำอย่างปริตตัง ทำทีละน้อยๆ อย่าตะกละ ไม่อนันตัง เลอะเทอะ ทำเป็นส่วนๆ ฟังแล้ว อาตมาก็ขอฝากไว้ ถ้าไปเลิกอบายมุขได้ เป็นพรอันประเสริฐแล้ว ทำศีล 5 ให้ได้ ถ้าศีล ข้อ 1 ไม่กินเนื้อสัตว์ได้จะทำให้เกิดจิตเมตตา คุณถือศีล ข้อ 1 แต่กินเนื้อสัตว์จิตคุณไม่เกิดเมตตาง่าย แต่ถ้าคุณเลิกเนื้อสัตว์ จะเกิดจิตเมตตา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน