สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน เพิ่มสัมประสิทธิ์เพื่อสะพัดสู่ผู้ขาดแคลน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.16 KB
วันที่แก้ไข28 กุมภาพันธ์ 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน เพิ่มสัมประสิทธิ์เพื่อสะพัดสู่ผู้ขาดแคลน พ่อครูว่า...วันนี้วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 ที่บวรปฐมอโศก วันนี้ข่าวใหญ่ที่คนติดตามกันก็คือใครจะเป็นเจ้าของหวย 30 ล้าน พวกเรานั้นพ้นจากเรื่องอย่างนี้ เรื่องของคนที่เขายังจะยึดถือ ยังติดใจ ยังมีเรามีตัวเราของเราอะไรอยู่หนักหนา ถือว่าเป็นธรรมดา พวกเรานี่ เราช่วยสังคมมาเกิน 30 ล้านเยอะแล้ว เกินไปไกลแล้ว 300 ล้านแล้ว เกินมาหลายสิบปี พวกเราเหมือนน้ำซึมบ่อทรายไหลออกไป โดยไม่ได้ตรวจสอบอะไร มันเหมือนไม่มีอะไรมาก แต่มันมากที่เป็นเวลายาวนาน มากขึ้นๆ และมีมวลมาเพิ่มเติมสร้างสรรค์ขึ้นอีกเยอะ เป็นเศรษฐกิจเป็นเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ แต่คนไม่ค่อยรู้สึกได้ เพราะฉะนั้นในโลกของเศรษฐศาสตร์ทั้งหลายแหล่ ซึ่งมันมีความจำกัด Limited มีความจำกัดในทรัพย์สินข้าวของ แต่ละคนก็แย่งเป็นเจ้าของกันอีกเยอะ มันก็เลยเหลือส่วนกลางเหลือที่จะสะพัด จำแนกแจกจ่าย ที่จะเผื่อแผ่ สู่คนนั้นคนนี้กันไป มันน้อย มันก็เลย พวกที่มีจิตเผื่อแผ่ที่ไม่เป็นเราของเรา เป็นต่อ CATLALYSE และจำแนกแจกจ่าย dispensation ไปบำบัดความขาดแคลน SCARCITY ไปแก้ไข บำบัดจัดการ พวกเราจึงเป็นพวกนักจำแนกแจกจ่าย Dispensation เขาหมายถึงสิ่งของของพระเจ้า ที่พระเจ้าจำแนกแจกจ่ายให้แก่มนุษย์ หรือว่าเป็นบัญชาสวรรค์ อย่างนั้น คือการสร้างของพระเจ้า ถ้าในความหมายของพวกเราได้แก่การทำสัมประสิทธิ์ นี่แหละ ทำพลังงานทางกาย ทางจิต ให้มีอัตราการก้าวหน้าที่ทำให้คนมีผล เขาได้รับจำแนกแจกจ่ายจากที่เราทำออกไป เท่าที่เรามีความรู้ความสามารถ พวกเรานี้หยุดอยู่ในความรู้ความสามารถหรือเปล่า ก็ไม่ นอกจากไม่หยุดอยู่แล้ว มีอัตราการก้าวหน้า progression ratio ถึงขั้น coefficient จะต้องมีความ แอ๊ดว้าน

อ่านต่อ

ซ์ ไปถึงขั้นคูณ จนถึงยกกำลัง ไม่ใช่แค่บวก นี่คือพลังงานสัมประสิทธิ์ อัตราการก้าวหน้าของสัมประสิทธิ์ มันจะต้องมี rate ของมันถึงขั้นคูณขึ้นไป ถ้ายังบวกอยู่ บวกไปเรื่อยๆ ถือว่าอัตราการก้าวหน้าความซับซ้อนยังไม่สูง กว่าจะ 1 2 3 4 มันนาน 5 6 7 8 9 แต่ถ้าคูณ 2 2 4 , 2 3 6 , 2 4 8 ถ้ายิ่งยกกำลัง 22 4, 33 9 ,44 16 ก็ยิ่งยกกำลังไปใหญ่ เป็นปฏิภาคทวีด้วยประการฉะนี้ พวกเรายิ่งพัฒนา Sufficiency ความสันโดษความพอเพียงความรู้จักพอ แต่สมรรถนะของเราเพิ่ม ดีไม่ดีไม่ใช่พอนะ ลดลงๆด้วย เพราะกิเลสมันตะกละ มันจะค่อยๆให้น้อยลงๆ ตัวเราจะต้องเหลือ support ตัวเองได้ถูกๆน้อยไม่ต้องมากแต่ก็สมบูรณ์ไม่ขาดแคลนได้เต็มที่ ไม่ scacity ไม่เดือดร้อนไม่ run short อะไร นี่คือสภาพที่พวกเรากำลังพัฒนาให้ก้าวหน้าไปตามลำดับ ด้วยลำดับของการปฏิบัติสามเส้า สามเส้านี้ทางโลกก็รู้มี Knowledge Attitude Practice คือ KAP มีความรู้แล้วมีการพัฒนาขึ้น มีเจตคติ และมีการพัฒนาการปฏิบัติให้เกิดผล ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่มีเศรษฐกิจมีเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งยอด แต่มันประหลาดที่ยืนอยู่บนฐานของความจน ยืนอยู่บนความไม่สะสมไม่กอบโกย ต้องมั่นใจในสมรรถนะความรู้ความสามารถของเรากับความขยัน นี่เป็นทรัพย์แท้ของแต่ละคน ก็คือความรู้คือความสามารถทางสมอง ทางนามธรรม ทางปัญญา ส่วนความสามารถก็คือลงมือทำ ทั้งการพูดด้วยในความสามารถ เรียกว่า กายวิญญัติกับวจีวิญญัติ ส่วนมโนหรือการปรุงแต่งในจิตเป็นประธาน ถ้าหากมีสัมมาทิฏฐิ เป็นความถูกต้อง มันเป็นความมีทางที่ดีงามแล้ว มันก็พาพวกเราไปเป็นคนจนที่มีสัมประสิทธิ์ เป็นความจนของอาริยบุคคล จนแบบโลกุตระ ตอนนี้พวกเราก็เป็นพวกที่มีแก่นชีพ มีชาติเชื้อ แก่นชีพเป็น static เจโต ส่วนชาติเชื้อเป็น Dynamic ปัญญา เป็นคู่ nucleus ที่ทำงานโดยมีเราเป็นประธานของพลังงานบวกลบคู่นี้ แล้วเราก็จัดการเป็นพระเจ้าบงการ สร้างสรรค์ เป็นพระเจ้าที่จะทำงาน dispensation ไป ปรุงมาทำงานเผื่อแผ่แจกจ่ายไป อย่างละเอียดเนียน เพราะว่ามันซึมซับอยู่ตลอดเวลา มันไหลออกไปตลอดเวลา พวกเราไม่ขี้เหนียว ไม่หวงแหน เป็นแต่เพียงดูว่าเราไม่ขาดแคลนนะ เราไม่ scacity นะ เรายังมีอยู่นะพอใช้อยู่นะ ไม่ run shot ไม่สะดุดไม่เป็นหนี้ อย่างราบรื่น เรียบร้อยพอเป็นไปอยู่ ซึ่งมันพิสูจน์ พวกเราขาดแคลนก็บอกกันไม่ต้องถึงกับเรี่ยไรไปถึงข้างนอก อาตมาภูมิใจที่พวกเราทำงานอย่างนี้ได้ ออกไปทำงานกับข้างนอกถึงขั้นไปประท้วง เราถึงยอมเรี่ยไร แต่ก็มีกรอบขอบเขตนะ ไม่ใช่เรี่ยราดเลอะเทอะสวาปามหมด ไม่ใช่ เรามีกรอบขอบเขตอยู่ ว่าจะทำงานนะ เมื่อจบทำงานแล้วเราก็ไม่รับอีก อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งดีมากเลย พวกเรานี้มีวินัยที่ดี มี discipline ที่ดี เข้าท่าทีเดียว ใช้ได้ ระเบียบวินัยพวกนี้ของพวกเรามีพอสมควร แม้แต่พวกเราไปที่ไหนก็สะอาดที่นั่น ทำอะไรเสร็จที่ไหนก็ไม่ทิ้งขยะเก็บของให้เรียบร้อย เป็นพื้นฐานของมนุษย์ ที่ควรจะเป็น เราก็ทำมาต่างๆนั้นๆที่ดีกว่านี้ สูงกว่านี้เจริญกว่านี้ มากกว่านี้เราก็ทำได้ เราสามารถทำความเจริญได้

610228_ทวช.พุทธาภิเษกฯ ครั้งที่ 42 ปฐมอโศก ความจนที่มีสัมประสิทธิ์ ตอน 3

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน