4. บทที่ 3 P. 123-141.pdf
เนื้อหาในไฟล์
บทที่ 3 วิธีการดําเนินวิจัย การวิจัยเรื่อง รูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวีถีธรรม ครั้งนี้ เปนรูปแบบของการวิจัยและพัฒนา (Research and Development Research) โดยใชระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Method Research) มีวัตถุประสงคของการวิจัย 1) เพื่อศึกษาสภาพการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม 3) ประเมินรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรมการวิจัยออกเปน 3 ระยะดังนี้ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรมประกอบดวย 2 ขั้นตอนดังนี้ 1. การทบทวนเอกสาร แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวของกับการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม 2. การศึกษาสภาพการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม ความตองการพัฒนาบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรมประกอบดวย 3 ขั้นตอนดังนี้ 1. ยกรางรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม 2. พัฒนารูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม 3. ทดลองใชรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม ในพื้นที่ทดลองรูปแบบจัดอบรม “พระไตรปฎก” โครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย วิถีธรรมที่สรางขึ้นและประเมินผล 124 ระยะที่ 3 การประเมินผลรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งต
อ่านต่อ
นจิตอาสาแพทยวิถีธรรมประกอบดวย 2 ขั้นตอนดังนี้ 1. นําเสนอรูปแบบเพื่อใหผูเชี่ยวชาญประเมินรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรมโดยใชแบบประเมินความเหมาะสม และความเปนไปไดประโยชนในการปฏิบัติจริง 2. ปรับปรุง แกไข สรุปและนําเสนอผลรูปแบบ 125 กระบวนการวิจัย 3 ระยะ มีขั้นตอนดําเนินการวิจัย ดังนี้ ภาพที่ 3.1 ขั้นตอนการดําเนินการวิจัย ระยะการดําเนินการ รายละเอียดการดําเนินการ ผลที่ไดรับ 1.1 แนวคิด ทฤษฎีงานวิจัยเกี่ยวกับการบริหารงานเชิงระบบ เอกสารตาง ๆ ที่เกี่ยวของ 1.2 ศึกษาสภาพบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม จากสัมภาษณ ธรรมะเชิงลึก 16 คน จัดกลุมสนทนาธรรม 15 คน สังเกตการณอยางมีสวนรวม 1.3 ตรวจสอบวิเคราะหเนื้อหา และวิเคราะห SWOT สรุปผล ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม สภาพการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย วิถีธรรม 2.1 รางรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม 2.2 นําเสนอผูทรงคุณวุฒิจัดสนทนากลุม เพื่อปรับปรุงรางรูปแบบบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรมโดยผูทรงคุณวุฒิ จํานวน 7 คน 2.3 นํารูปแบบที่ปรับปรุงแลวไปทดสอบใชกับกลุมเปาหมาย จํานวน 60 คน 2.4 วิเคราะหเชิงปริมาณและคุณภาพ รูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรมที่ปรับปรุงและผานการทดสอบและประเมินผล ระยะที่ 3 ประเมินรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย วิถีธรรม 3. ตรวจสอบ โดยผูเชี่ยวชาญ ประเมินความเหมาะสมและความเปนไปไดของรูปแบบจากผูเชี่ยวชาญ 17 คน วิเคราะหขอมูล สถิติ และสรุปผล รูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม 126ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม สภาพการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรมประกอบดวย 3 องคประกอบ คือ 1) ศึกษาหลักธรรมคําสอนที่จิตอาสานํามาใช 2) ศึกษากิจกรรม “ฝกปฏิบัติธรรม” 3) ศึกษาการบริหารทรัพยากรมนุษยแนวพุทธ วิธีดําเนินการวิจัยในระยะที่ 1 แบงการดําเนินงานเปน 2 สวน ดังนี้ 1. แหลงขอมูล ไดแกพระไตรปฎกตําราฉบับหลวง (สยามรัฐ) เอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวของ 2. ศึกษาสภาพรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรมเพื่อนําผลศึกษาที่ไดไปใชเปนแนวทางในการรางรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนของจิตอาสาแพทยวิถีธรรม ซึ่งประกอบดวยผูใหขอมูลหลัก (Key Informants) เครื่องมือที่ใชในการวิจัยเชิงคุณภาพและการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือการเก็บรวบรวมขอมูล และการวิเคราะหขอมูล ศึกษาสภาพรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรมเพื่อนําผลสํารวจที่ไดไปพัฒนารูปแบบประกอบดวย 1. ประชากร กลุมเปาหมาย ผูใหขอมูลหลัก 2. เครื่องมือและการตรวจสอบคุณภาพ 3. การเก็บรวบรวมขอมูล 4. การวิเคราะหขอมูล ลงพื้นที่ศึกษาสภาพการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม มี 3 องคประกอบ ดังนี้ 1) ศึกษาหลักธรรมคําสอนที่จิตอาสานํามาใช 2) ศึกษากิจกรรม “ฝกปฏิบัติธรรม” 3) ศึกษาการบริหารทรัพยากรมนุษยแนวพุทธกําหนดแนวทางในการสัมภาษณเจาะลึก และระดมสมองกลุมสนทนาธรรมและสังเกตการณอยางมีสวนรวม ประชากร/กลุมเปาหมาย ผูใหขอมูลหลักกลุมที่ 1 เปนกลุมที่อยูในขบวนการคัดเลือกจิตอาสา เลื่อนระดับแบง เปน 4 ระดับ ระดับเริ่มตน คือ ระดับจิตอาสาคบคุน เลื่อนระดับที่สอง คือ ระดับจิตอาสาเตรียมเลื่อนระดับที่สาม คือ ระดับจิตอาสาจร เลื่อนระดับที่สี่ คือ ระดับจิตอาสาประจํา เลือกกลุมเฉพาะเจาะจง 127(Purposive Sampling) มาจาก 4 ศูนยในการเก็บขอมูลโดยวิธีการสัมภาษณธรรมะเชิงลึก (In-depth Dharma Interview) 16 คน ผูใหขอมูลหลักกลุมที่ 2 คือ เปนกลุมจิตอาสาประจํา ที่ผานการคัดเลือกเปนจิตอาสาประจําแลว และไดเปนคณะกรรมการ ที่มีฐานะหัวหนา พี่เลี้ยง (แมงาน พองาน) จํานวน 15 คน เลือกกลุมเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) ตามเกณฑที่กําหนดคือ เปนจิตอาสาแพทยวิถีธรรมตั้งแต 4 ปขึ้นไป ในการเก็บขอมูลโดยวิธีการตั้งกลุมสนทนาธรรม (Set up Dharma Discussion Group) สัมภาษณธรรมะชิงลึก (In-depth Dharma Interview) และการสังเกตการณอยางมีสวนรวม (Participate in Observations) ผูใหขอมูลหลักกลุมที่ 2 เปนคณะกรรมการจากสวนปานาบุญ 1, 2, 8, 9 ทั้งหมด 15 คน เปนเวลา 2 วัน ตั้งแต 07.30–09.30 น. ตั้งกลุมสนทนาธรรม (Set up Dharma Discussion Group)เพื่อยืนยัน หรือถาขอมูลที่ยังคลุมเครือมีผูดําเนินการเสวนาหรือสนทนาธรรม เปนการระดมสมองกันทั้ง 4 ศูนย ผูวิจัยเปนผูสังเกตการณอยางมีสวนรวม ในการเสวนาหรือสนทนาธรรมเก็บบรรยากาศ สถานที่ประชุม บรรยากาศในพื้นที่และบริเวณโดยรอบ ความพรอมของผูเขากลุมสนทนาธรรม เพื่อไดขอมูลเชิงคุณภาพที่ละเอียดลึกซึ่งจากนั้นนํามาถอดเทปเพื่อมาวิเคราะหขอมูล วิธีการเก็บขอมูลเชิงคุณภาพ 1. สัมภาษณธรรมะเชิงลึก (In-depth Dhamma Interview) 2. ตั้งกลุมสนทนาธรรม (Set Up Dhamma Discussion Group) 3. การสังเกตแบบมีสวนรวม (Participant Observation) 4. การรวบรวมขอมูลเอกสาร (Documentary Search) พื้นที่เก็บรวบรวมขอมูล ผูวิจัยไดลงพื้นที่สวนปานาบุญ 4 ศูนยขององคการแพทยวิถีธรรม 1. ศูนยสวนปานาบุญ 9 ตําบล สระกระโจม อําเภอดอนเจดีย จังหวัดสุพรรณบุรี 11–19 มิถุนายน 2562 เปนการอบรมพระไตรปฎกรุน “ไมโทษใคร ใจไรทุกข ทําดีเรื่อยไป ใจเย็นขามชาติ”ครั้งที่ 25 ทําการสัมภาษณธรรมะเชิงลึก จากจิตอาสา 4 ศูนย ที่เดินทางมารวมอบรมพระไตรปฎก 2. เครือขายสวนปานาบุญ 8 ที่จังหวัดนครสวรรค วันที่ 19–26 กรกฎาคม 2562 เปนการอบรมพระไตรปฎก รุน “อปริหานิยธรรม นําชัยไรทุกข” ครั้งที่ 26 ทําการสัมภาษณธรรมะเชิงลึก จากจิตอาสา 4 ศูนย ที่เดินทางมารวมอบรมพระไตรปฎก 128 3. ศูนยสวนปานาบุญ 1 อําเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร วันที่ 26 ตุลาคม–3 พฤศจิกายน 2562 เปนอบรมพระไตรปฎกรุน “ดับกิเลส ดับเครื่องกังวล” ครั้งที่ 27 การตั้งกลุมสนทนาธรรมและสังเกตการณอยางมีสวนรวม 4. สวนปานาบุญ 2อําเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช วันที่ 19–25 มกราคม 2563 ครั้งที่ 28 รุน “รวมพลัง รวมเข็น กงลอพระธรรมจักร” ณ อาคาร “ปลุกชีพใหม” เครื่องมือเก็บรวบรวมขอมูล ตอนที่ 1 วิเคราะห แยกแยะขอมูล จัดหมวดหมู และสังเคราะหพระธรรมคําสอน ในพระไตรปฎกที่จิตอาสานํามาใชมีพระธรรมคําสอนในพระไตรปฎกฉบับสยามรัฐ การสังเคราะหเนื้อหาเนื้อแกนธรรมในพระไตรปฎก ในสุขภาวะองครวมพึ่งตนดานรางกาย จิตใจ สังคม และปญญา ตอนที่ 2 ใชแบบสัมภาษณกึ่งมีโครงสราง สัมภาษณธรรมะเชิงลึกมี 2 ประเด็น คือ วิถีชีวิตจิตอาสาและการพึ่งตน 7 มิติ ตอนที่ 3 ใชแบบสัมภาษณกึ่งมีโครงสราง ศึกษาและสังเกตการณอยางมีสวนรวม ในกิจกรรม “ฝกปฏิบัติธรรม” มี 6 ประเด็น คือ 1) สวดมนต 2) การขัดเกลาจิตใจระหวางอบรมคําสอนในพระไตรปฎกดวยการฟงธรรม ทบทวนธรรม และสนทนาธรรม 3) ทํางานตามบทบาทหนาที่ (บําเพ็ญบุญตามฐานงาน) 4) การดูแลรักษาตนเองดวยหลักแพทยวิถีธรรม 5) การฝกรูใจตนเองดวยอาริยสัจ 4 6) การฝกทํามารชชิ่งแพทยวิถีธรรมเพื่อความพรอมเพรียง ตอนที่ 4 ตั้งกลุมสนทนาธรรม สัมภาษณธรรมะเชิงลึก และสังเกตการณอยางมีสวนรวม ในการศึกษาการบริหารทรัพยากรมนุษยแนวพุทธ มี 2 ประเด็น คือ 1) พื้นฐานการบริหารทรัพยากรมนุษยแนวพุทธ 2) กระบวนการบริหารทรัพยากรมนุษยแนวพุทธวางแผนงาน การจัดการบุคลากร สื่อสารประสานงานการประเมินผลและติดตามผล ตอนที่ 5 นําผลที่ไดจากการวิเคราะหขอมูลทั้ง 3 องคประกอบมาวิเคราะหสภาพสถานการณภายนอกและภายในขององคการแพทยวิถีธรรมดวยเทคนิค SWOT การตรวจสอบคุณภาพขอมูล นําขอมูลที่ไดแตละวันมาตรวจสอบความครบถวนของขอมูล โดยจะนําขอมูลที่ไดจากการเก็บรวบรวมขอมูลในแตละครั้งมาทําการแยกแยะขอมูลออกเปนหมวดหมูตามประเด็น หัวขอของวัตถุประสงคของการวิจัย และครอบคลุมแนวคิดที่ตองการศึกษาเพื่อใหไดความหมายครบถวนในขอบเขตที่ตองการศึกษา ผูวิจัยทําการตรวจสอบขอมูลแบบสามเสา (Triangulation) คือ การตรวจสอบ ทั้งในดานเวลา สถานที่และบุคคลใหครบทั้ง 3 ดาน (สุภางค จันทรวานิช 2540: 129–130) เพื่อความ 129ครบถวน ครอบคลุมในเนื้อหาตามวัตถุประสงคของการวิจัย สามารถตอบปญหาของการวิจัยไดชัดเจนโดยผูวิจัยจะทําการตรวจสอบขอมูลทุกครั้ง ที่ทําการเก็บรวบรวมขอมูล ซึ่งมีวิธีการตรวจสอบขอมูล มีดังนี้ 1. การตรวจสอบแบบสามเสาดานขอมูล (Data Triangulation) โดยการตรวจสอบแหลงขอมูล ซึ่งประกอบดวยแหลงเวลา แหลงสถานที่ แหลงบุคคล และดูวาขอมูลที่ไดมาจากจุด ตาง ๆ เปนขอมูลที่เหมือนกันหรือไม ถาหากวาขอมูลที่ไดมา เหมือนกันหรือซ้ํา ๆ กัน ผูวิจัยถือวาขอมูลนั้นเชื่อถือได และเปนขอมูลจริง แลวจะบันทึกขอมูลไว 1.1 แหลงเวลา โดยการนําขอมูลที่ไดจากการสัมภาษณผูใหขอมูลหลักที่ตางเวลาในแตละภูมิภาค ในเวลาที่ตางกันมาตรวจสอบและเปรียบเทียบผลวาขอมูลแตละสวนที่ไดรับมามีความเหมือนหรือตางกันอยางไร 1.2 แหลงสถานที่ โดยการนําขอมูลที่ไดจากสัมภาษณผูใหขอมูลหลักตางพื้นที่ทําการ ตรวจสอบและเปรียบเทียบผลวาขอมูลแตละสวนที่ไดรับมามีความเหมือนหรือตางกันอยางไร 1.3 แหลงบุคคลโดยการนําขอมูลที่ไดจากการสัมภาษณใหขอมูลหลักจิตอาสาคบคุน จิตอาสาเตรียม จิตอาสาจร จิตอาสาประจํา ที่ตางเวลาและตางพื้นที่ในแตละตัวบุคคล โดยใชประเด็นคําถามเดียวกันแตคนตอบไมซ้ํากัน มาตรวจสอบและเปรียบเทียบผลวาขอมูลแตละสวนที่ไดรับมา มีความเหมือนหรือตางกันอยางไร 2. การตรวจสอบแบบสามเสาดานวิธีการเก็บรวบรวมขอมูล (Methodological Triangulation) ผูวิจัยใชวิธีการสังเกตแบบมีสวนรวมในกิจกรรมคูไปกับการสัมภาษณธรรมะเชิงลึก การตั้งกลุมสนทนาธรรม และศึกษาจากขอมูลเอกสารประกอบกับทฤษฎีที่เกี่ยวของ ผลที่ไดรับจากการตรวจสอบขอมูลแบบสามเสาดังกลาวขางตน นอกจากจะชวยยืนยันความถูกตอง และนาเชื่อถือของขอมูลแลว ยังสงผลถึงคุณภาพและการยอมรับของผลการวิจัยดวย วิเคราะหขอมูล วิเคราะหขอมูลเนื้อหา แบงเปน 3 องคประกอบ องคประกอบที่ 1 ศึกษาหลักธรรมคําสอนที่จิตอาสานํามาใชแบงเปน 2 ประเด็นดังนี้ ประเด็นที่ 1 ศึกษาวิเคราะหเอกสารระดับทุติยภูมิ หลักธรรมคําสอนในพระไตรปฎกและเอกสารวิชาการ งานวิจัย เอกสารการศึกษา ตํารา สื่อเทคโนโลยีตาง ๆ ที่จิตอาสานํามาใช เปนการวิจัย เชิงคุณภาพ (Qualitative) วิเคราะหเนื้อหา (Content Analysis) พระธรรมคําสอนในพระไตรปฎก ดําเนินการวิจัย มีขั้นตอนวิเคราะหคือ 1) สืบเสาะคนหา คําสอนจากหมวดธรรมตาง ๆ ในพระไตรปฎก 2) เรียบเรียงขอมูล แยกแยะขอมูล จัดเปน 130หมวดหมู 3) เครื่องมือในการเก็บขอมูลคือทําการสังเคราะหเนื้อหา ที่มีเนื้อหาปรากฏในพระไตรปฎกภาคภาษาไทยและภาษาบาลี ฉบับสยามรัฐ (ฉบับหลวง) ในหลักธรรมทางพุทธศาสนากับ “สุขภาวะพึ่งตน” ทางกาย จิต สังคม และปญญาผูวิจัยสามารถเขาถึงขอมูลเนื้อหาพระธรรมในพระไตรปฎก ไดคนควาและเก็บเนื้อแกนธรรมมาสังเคราะหยอย ขยายเปนภาษาไทยงาย ๆ ที่ตรงตามคําแปลที่เปนภาคภาษาไทยในที่ปรากฏในพระไตรปฎกโดยมีผูเชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกตอง คือ พระสงฆหรือสมณะ 2 รูป และผูเชี่ยวชาญดานบริหารจัดการบุคคลขององคการแพทยวิถีธรรม เจาหนาที่ดานสุขภาพ เจาหนาที่ฝายพัฒนาทรัพยากรมนุษย ประเด็นที่ 2 บริบทพื้นที่และวิถีชีวิต การพึ่งตน 7 มิติ สัมภาษณธรรมะเชิงลึก วิเคราะหเนื้อหา (Content Analysis) องคประกอบที่ 2 ศึกษากิจกรรม“ปฏิบัติธรรม” ขอมูลที่นํามาวิเคราะห จะเปนขอความบรรยาย (Descriptive) ซึ่งไดจากการสังเกตการณอยางมีสวนรวม สัมภาษณธรรมะเชิงลึก ศึกษากิจกรรม“ปฏิบัติธรรม”มี 6 ประเด็นศึกษา คือ 1) สวดมนต 2) การขัดเกลาจิตใจระหวางอบรมคําสอน ในพระไตรปฎกดวย ฟงธรรม ทบทวนธรรม สนทนาธรรม 3) การทํางานตามบทบาทหนาที่ (บําเพ็ญบุญตามฐานงาน) 4) การดูแลรักษารางกายดวยหลักแพทยวิถีธรรม 5) การฝกรูใจตนเองดวยหลักอาริยสัจ 4 6) การฝกทํามารชชิ่งแพทยวิถีธรรมเพื่อความพรอมเพรียง องคประกอบที่ 3 ศึกษาการบริหารทรัพยากรมนุษยแนวพุทธ ขอมูลที่นํามาวิเคราะห จะเปนขอความบรรยาย (Descriptive) ซึ่งไดจากการ สัมภาษณธรรมะเชิงลึก สังเกตการณอยางมีสวนรวม และตั้งกลุมสนทนาธรรมมี 2 ประเด็นศึกษา คือ 1) หลักพื้นฐานบริหารทรัพยากรมนุษยแนวพุทธ 2) กระบวนการบริหารทรัพยากรมนุษยแนวพุทธ หลังจากศึกษาสภาพการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรมประกอบดวย 3 องคประกอบ คือ 1) ศึกษาหลักธรรมคําสอนที่จิตอาสานํามาใช 2)ศึกษากิจกรรม “ปฏิบัติธรรม” 3) ศึกษาการบริหารทรัพยากรมนุษยแนวพุทธแลว ทําการวิเคราะหเนื้อหาและนํามาประเมินหาสภาพสถานการณแวดลอมจริงภายใน ภายนอกขององคการแพทยวิถีธรรมเพื่อย้ําชัดในสิ่งที่ดีควรสนับสนุน สิ่งบกพรองควรปรับปรุงแกไข พิจารณาในจุดแข็ง จุดออน โอกาสและอุปสรรคเพื่อนําไปปรับปรุงพัฒนา เปนเทคนิคการวิเคราะห SWOT Analysis นําขอมูลทั้งจุดดี จุดออน แลวนํามาเปรียบเทียบกับโอกาส–อุปสรรค คือจุดแข็ง–โอกาสจุดออน–อุปสรรคจุดออน–โอกาส และจุดแข็ง–อุปสรรคอยูในสถานการณ 4 รูปแบบ ทําใหสามารถเห็นภาพที่ชัดเจน แกปญหาใหตรงประเด็น และสามารถที่นํามาเปนสวนในการรางรูปแบบของผูวิจัยที่จะเสนอตอผูทรงคุณวุฒิวิพากษตอไป 131 ผูวิจัยไดสราง (ราง) รูปแบบขึ้นและยกรางรูปแบบนําเสนอผูทรงคุณวุฒิในการพัฒนารูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรมซึ่งดําเนินการ ผูวิจัยไดแบงขั้นตอนในการพิจารณาพัฒนารูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม เปน 3 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 การยกรางรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตน จิตอาสาแพทยวิถีธรรม จากผลการศึกษาในระยะที่ 1 ขั้นตอนที่ 2 การสรางหรือพัฒนารูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม ขั้นตอนที่ 3 ทดลองใชรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม ขั้นตอนที่ 1 การยกรางรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตน จิตอาสาแพทยวิถีธรรม การวิจัยเพื่อพัฒนา หลังจากผานระยะที่ 1 ศึกษารวบรวมขอมูล วิเคราะหขอมูล ผูวิจัยวิเคราะหสภาพแวดลอม ภายนอกและภายใน ดวยเทคนิคการวิเคราะห SWOT Analysis และนํามาพัฒนารูปแบบ ขั้นตอนที่ 2 การสรางหรือพัฒนารูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม การสรางหรือพัฒนารูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรมในขั้นตอนนี้ ผูวิจัยจะสรางหรือพัฒนารูปแบบขึ้นมากอน เปนรูปแบบตามสมมติฐาน (Hypothesis Model) โดยศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และผลการวิจัยที่เกี่ยวของ ทําการรางรูปแบบนําเสนอผูทรงคุณวุฒิ การพัฒนารูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม เปนระยะการพัฒนารูปแบบดวยการสนทนากลุมวิพากษและเสนอแนะรางรูปแบบฯ มีรายละเอียดและขั้นตอน ซึ่งประกอบดวย กลุมเปาหมาย เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล การเก็บรวบรวมขอมูลและการวิเคราะหขอมูล มีรายละเอียดดังนี้ 132 กลุมเปาหมาย ผูทรงคุณวุฒิ ระดับกําหนดนโยบายขององคการแพทยวิถีธรรม ตั้งกลุมสนทนาธรรมใชวิธีการเลือกแบบเจาะจง ผูทรงคุณวุฒิมีความรู ความสามารถ และประสบการณจํานวน 7 คน ไดแก ประธานผูนําองคการแพทยวิถีธรรม รองประธานผูนําองคการแพทยวิถีธรรม ผูรับใชเครือขายแพทยวิถีธรรม เจาหนาที่ผูบริหารจัดการบุคคลองคการภายในและภายนอก เจาหนาที่องคการพัฒนามนุษย และผูที่มีสวนเกี่ยวของ ผูทรงคุณวุฒิ วิพากษและเสนอแนะรางรูปแบบ ในระยะ 2 มีดังนี้ 1. ดร.ใจเพชร กลาจน ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชายุทธศาสตรการพัฒนาภูมิภาค (สาธารณสุขชุมชน) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร 2. ดร.ดวงกมล ภูนวล ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาพัฒนาสังคม คณะสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุโลก 3. ดร.ผุสดี เจริญไวยเจตน ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขายุทธศาสตรการพัฒนาภูมิภาค (สาธารณสุขชุมชน) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร 4. ดร.ปทิตตา จารุวรรณชัย ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาองคการและการจัดการสมรรถนะของมนุษย วิทยาลัยพาณิชยศาสตร มหาวิทยาลัยบูรพา 5. พญ.กานดา ศักดิ์ศรชัย วิทยาศาสตรบัณฑิตสาขาแพทยศาสตรและแพทยศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย 6. ดร.สม นาสอาน หัวหนากลุมงานยุทธศาสตร สํานักงานสาธารณสุข จังหวัดกาฬสินธุ 7. ดร.ภูเพียรธรรม กลาจน ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขายุทธศาสตรการพัฒนาภูมิภาค (สาธารณสุขชุมชน) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล คือ แบบบันทึกการสนทนากลุม เก็บรวบรวมขอมูล 1. ขอหนังรับรองจากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีเพื่อขอความอนุเคราะหผูเกี่ยวของกับงานวิจัยเขารวมในการสนทนากลุมและนําไปยื่นใหกับกลุมเปาที่กําหนดไวดวยตนเอง 2. เก็บรวบรวมขอมูลโดยการสนทนากลุม ตั้งกลุมสนทนาธรรม (Set up the Dharma Discussion Group) และสังเกตการณอยางมีสวนรวม (Participate in observations) 133 3. ผูวิจัยดําเนินการรวบรวมขอมูล บันทึกขอมูลดวยอุปกรณบันทึกภาพ อุปกรณบันทึกเสียง 4. แบงชวงเวลาในการเก็บขอมูลเปน 3 ระยะ ดังนี้ 4.1 ชวงที่ 1 จากการสนทนากลุมผูทรงคุณวุฒิ 7 คน ผูบริหารองคการแพทยวิถีธรรม อาจารย ดร.ใจเพชร กลาจน เปนประธานประชุมรองประธานผูนําองคการแพทยวิถีธรรม ผูรับใชเครือขายแพทยวิถีธรรม เจาหนาที่ผูบริหารจัดการบุคคลองคการภายในและภายนอก เจาหนาที่องคการพัฒนามนุษย ในหัวขอการพัฒนารูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพ พึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2562 ที่ราชธานีอโศก จังหวัดอุบลาชธานี ชวยกันปรับปรุงและเสนอแนวคิด 4.2 ชวงที่ 2 มีการประชุมยอยของ 9 ศูนย สวนปานาบุญ เกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑปวารณา (พิธีการคัดคนเขาเปนจิตอาสา) จิตอาสาแพทยวิถีธรรม มีผูเขารวมประชุม 25 คน เพื่อนําเสนอการปรับปรุงหลักเกณฑปวารณา (พิธีการคัดคนเขาเปนจิตอาสา) ที่สวนปานาบุญ 2 คายพระไตรปฎก ครั้งที่ 28 เมื่อวันที่ 17–18 มกราคม 2563 เวลา 07.00–09.30 น. จํานวน 2 วัน ผูเขารวมประชุม เปนจิตอาสาประจําซึ่งเปนคณะกรรมการของศูนยไดตั้งทีมขึ้นมาเปนผูเอาภาระงานดานการบริหารงานบุคลากรจิตอาสา โดยทําการประชุม “อปริหานิยธรรม” ชวยกันพิจารณาหลักเกณฑคัดจิตอาสาแพทยวิถีธรรมที่จําเปนตองมีการปรับปรุงใหดีขึ้น 4.3 ชวงที่ 3 ประชุมใหญของ 9 ศูนย สวนปานาบุญเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2563ไดเสนอรางกฎหลักเกณฑคัดจิตอาสาแพทยวิถีธรรมตอองคประชุมใหญ โดยมีอาจารย ดร.ใจเพชร กลาจน เปนประธาน และจิตอาสาทุกศูนยที่เขารวมประชุมรับทราบขอเสนอนั้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2563 เวลา 19.00–21.00 น. ไดลงมติและสรุปออกมาเปนกฎและหลักเกณฑสําหรับผูที่เขามาเปนจิตอาสาแพทยวิถีธรรมทั่วประเทศ มีจัดตั้งฝายบุคลากรแพทยวิถีธรรมเกิดขึ้นรวมกันใน 9 ศูนย มีผูเอาภาระประจําการคอยทํางานรับเรื่องหรือปญหาตาง ๆ ของศูนยที่ควรแกไข เปนผูประสานงานเชื่อมรอย จิตอาสาแพทยวิถีธรรม ซึ่งผูวิจัยไดเขารวมในการประชุมใหญ “อปริหานิยธรรม” ในครั้งนี้ดวย การวิเคราะหขอมูล นําขอมูลที่ไดจากการสนทนากลุมผูทรงคุณวุฒิ 7 คน และองคประชุมใหญขององคการแพทยวิถีธรรมที่ลงมติแลว นํามาวิเคราะหขอมูล โดยการวิเคราะหเนื้อหา (Content Analysis) จากการวิพากษและขอเสนอแนะมาสรุปผลการปรับปรุงรางรูปแบบฯ จนไดรูปแบบที่พัฒนา 134 ขั้นตอนที่ 3 รูปแบบที่ไดมานําไปทดลองใชดวยการอบรม “พระไตรปฎก”ในการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม ทดลองใชรูปแบบที่พัฒนาขึ้นและประเมินผลการใช นํามาทดลองใชกับพื้นที่ศึกษา มีรายละเอียดและขั้นตอน ซึ่งประกอบดวย กลุมเปาหมายการทดลองใชรูปแบบฯ เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล การเก็บรวบรวมขอมูล และการวิเคราะหขอมูล การทดลองใชรูปแบบ ทดลองใชรูปแบบการบริหารเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรม ณ ภูผาฟาน้ํา จังหวัดเชียงใหม อาคาร “ดอยฟา” อบรม “พระไตรปฎก”ตามรอยบาทพระศาสดารุน “พรอมสู อุปสรรค อยางเบิกบาน ไมทรมานจนเบิกบูด ไมหยอนยานจนย่ําแย” ครั้งที่ 29 เขารับการอบรมเฉพาะผูบําเพ็ญภาคเหนือ จํานวน 7 วัน ตั้งแตวันที่ 27 กุมภาพันธ–4 มีนาคม 2563 ตั้งแต 04.00–18.30 น. มีรายละเอียดและขั้นตอน ซึ่งประกอบดวยกลุมเปาหมาย เครื่องมือที่ในการวิจัย สรางและหาคุณภาพเครื่องมือ การเก็บรวบรวมขอมูล การวิเคราะหขอมูล กลุมเปาหมาย กลุมเปาหมายในการทดลองใชรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสรางศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทยวิถีธรรมคือ กลุมเปาหมายที่ ภูผาฟาน้ํา จังหวัดเชียงใหม เครือขายภาคเหนือ ไดมาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง ตามเกณฑที่กําหนด คือผานการอบรมคายสุขภาพแพทยวิถีธรรมหลักสูตร 5 วันขึ้นไป อยางนอย 1 ครั้งผูเขารวมทดลองอยูฐานะ “ผูบําเพ็ญ” ยังไมไดเปนจิตอาสา ยังไมมีสิทธิ์เขารวมประชุมอปริหานิยธรรมมีอิสระในการบําเพ็ญตามกําลังที่มี ที่สมัครใจเขารวมอบรม จํานวน 60 คน จากยอดทั้งหมด 81 คน เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูลการทดลอง การเก็บรวบรวมขอมูล แบบสอบถามแบบประเมิน แบบวัดอุดมการณ แบบบันทึกรายบุคคลมีรายละเอียดดําเนินการตามขั้นตอนคือ แนะนําขั้นตอนการทดลองใชรูปแบบฯ ใหแกกลุมเปาหมาย 1) ประวัติสวนตัว 2)
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive