590917_พ่อครูพบชาวค่ายสัมมาอาริยมรรค ครั้งที่ 14.docx
เนื้อหาในไฟล์
590917 พ่อครูพบชาวค่ายสัมมาอาริยมรรค ครั้งที่ 14 โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์
พ่อครูว่า...วันนี้วันเสาร์ที่ 17 กันยายน 2559 แรม 1 ค่ำเดือน 10 ปี วอก ที่ บวร ราชธานีอโศก อาตมาตั้งใจจะฝึกตัวเองให้สมรรถนะเพิ่มขึ้นอีก แล้วจะมาพบกับชาวที่มาจัดคอร์สกันนี่แหละ เพราะว่ามันน่าจะได้ทำ และอาตมา ก็จะเป็นการขับดันเรา ให้มีพลังภายในของตัวเองขึ้นมา Stimulate เราก็จะได้พยายามพากเพียรกันทั้งสองฝ่าย ตอนนี้อาตมาว่าพวกเรามีภูมิธรรมมีความรู้ที่เป็นความลึก เป็นความจริงที่ลึกขึ้นได้เรื่อยๆจริง
มีคำถามมา _นี่ก็ห่วงพี่สาว ตั้งใจมาปฏิบัติที่บ้านราชแล้ว แต่ไม่สามารถชวนพี่สาวให้มาอยู่ได้ เคยชวนมาอยู่แต่อยู่ได้มาถึงอาทิตย์ก็กลับอ้างว่าเป็นห่วงบ้านกลัวบ้านจะเหงาก็เลยกลับ เป็นสาวโสดพ่อแม่ก็สิ้นไปหมดแล้วอยู่บ้านคนเดียว ตอบ...มันยังไม่ถึงคราว จิตใจมันยังไม่ถึงจริงๆ บังคับอย่างไรก็ไม่ได้ สำคัญที่ตัวเอง ถ้าตัวเราเป็นตัวอย่างที่ตรงให้เขาเห็นได้ชัดว่าอย่างนี้ใช่ แล้วก็เป็นตัวสำคัญ ตัวผู้ใดปฏิบัติได้แล้วมันเห็นโดยพฤติกรรม การกระทำให้เห็นเลย ปัญญาของคนในขั้นหนึ่งก็จะรู้ เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่เราต้องเป็นให้ได้ อาตมาถึงมีหลักว่า ต้องพยายามปฏิบัติให้คนตาบอดเห็นได้ ให้คนตาบอดได้เห็นได้ เราทำตัวเราไปก่อน อย่างน้อยก็ทำตัวเราได้ก่อนเราสบายก่อนเราเจริญก่อน เรามีประโยชน์คุณค่าก่อน เป็นชีวิตที่ประเสริฐก่อน แล้วคนอื่นจะตามมาตามมา ก็ต้องเป็นอย่างนี้แหละไม่เช่นนั้นมันไม่เกิดหรอก ต้องเริ่มเกิด 1 จาก 0 One for all. all for one เอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหติ, พหุธาปิ หุตฺวา เอโก โหติ จากหนึ่งมาเป็นหลายแล้วจากหลายรวมเป็นหนึ่งเป็นเอกภาพ One for all. all for one คือพวกเรานี้ช้าจริงๆ และยาก ได้กลุ่ม แกนแท้จะมีฤทธิ์เป็นไป อาตมา
อ่านต่อ
หัวเดียวกระเทียมลีบมาเดี่ยวๆ ตอนนี้ 46 ปีแล้ว อายุก็ 80 กว่าแล้ว คิดดูสิ ยอมแก่ไม่ได้ จะต้องหนุ่มต่อไป ยอมไม่ได้ต้องเป็นหนุ่มให้ได้ พยายามแข็งขืนเป็นหนุ่มให้ได้ อาตมาจะเริ่มต้นตรงนี้ เริ่มต้นที่ความหมายของจิต จิตเป็นธาตุรู้ แล้วมันก็รู้ไปเรื่อยๆ ค่อยๆ ไล่ไปรู้น้อยรู้มาก ตามลำดับๆ เพราะฉะนั้นจิตมันรู้มากขึ้น จนกระทั่งรู้ซับซ้อนลึกซึ้ง จนรู้อะไรมากขึ้นจนเป็นอาริยชน ก็รู้โลกุตระ โลกเขาจะสุขด้วยลาภยศสรรเสริญโลเกียสุข กาม อัตตา บำเรอกามคุณ และอัตตา บำเรอใจ เป็นทวารทั้ง 6 แล้วมันก็บำเรอก็คือการสัมผัส แล้วก็เกิดอารมณ์ ตอนนี้มาพูดถึงสาระรายละเอียด จิต นี่ อาตมาพยายามขยายความ ไม่ง่าย แต่ไม่น่าจะยาก คือคนเรานี่เกิดมาแล้วหลงภพสวรรค์ ทุกคนอยากได้สวรรค์ ไม่มีใครอยากได้นรก มันมีนรก มีสวรรค์แล้วก็มีนิพพาน นิพพานคือสะอาดบริสุทธิ์ หรือพรหม แล้วสวรรค์ก็แยกเป็น 2 อย่าง ถ้าสวรรค์หมุนเวียนอยู่ก็เป็นสวรรค์โลกีย์ มีสวรรค์ไม่มีสูญ มีสวรรค์ก็ตกนรกหมุนเวียนอยู่อย่างนั้นนานนับชาติ ไม่รู้กี่ล้านล้านชาติ จะช้าจะเร็วจะมากจะน้อยของใครก็แล้วแต่จะมากหรือจะน้อยจะสมมุติแบบไหนก็ของใครของมันอยู่อย่างนี้ เมื่อมันลดสวรรค์ขี้หมาได้ก็เป็นพรหม เข้าหา 0 มาหาสุญญตา ลดลงได้ๆ จนศูนย์ 00000 ไป ก็เท่านี้ เพราะฉะนั้นคนไม่รู้นี่ แต่อยากได้คือสวรรค์ 6 ชั้น สวรรค์นั้นมี 6 ชั้นเท่านั้น ส่วนพระพรหมนั้นจะต้องมาเป็นอาริยะ มาเป็น อเวไนยสัตว์ ต้องมีภูมิปัญญาแล้วทำให้ได้ถึง อ่านหนังสือฐานที่จะไปหาพรหม ส่วนโลกียะนั้นหมุนไปหานรกสวรรค์ นรกชั้นที่ 1 นั้นหรอกว่าเป็นสวรรค์แต่แท้จริงคือนรก หลงผิดว่าเป็นสวรรค์ดาวดึงส์ แต่มันไม่ใช่สวรรค์แท้จริงคือนรกจะหมุนเวียนตกนรกเป็นหลัก ถ้ายิ่งโง่ยิ่งหนักกว่าเก่า ที่บอกว่าสวรรค์อร่อยกว่าเก่า แซบหลายกว่าเก่าก็ยิ่งหนักเข้าไปอีก เมื่อจางคลายก็ขึ้นมาได้จนมี 0 ได้ 0 ไปได้เรื่อยๆ ทีนี้ในรายละอียดของ ยามา นิมมานรดี ปรินิมฯนั้น ดาวดึงส์คืออาการ 33 ที่ปรุงแต่งขึ้นมาเหนือจากอาการ 32 อีก คนอยากได้ดาวดึงส์ด้วยความโง่ก็อยากให้อยู่ได้นานๆ เรียกว่ายามา คือเวลา กาละ ให้เป็นสวรรค์นานๆ สวรรค์อย่ารู้จบ แต่มันไม่เป็นไปได้มันต้องหยุดต้องสงบเรียกว่า ดุสิต คือแดนหยุด แต่คนมันไม่ยอมหยุดก็หมุนมาหายามาอีก จนกว่าจะมีปัญญาจริง จึงหยุดจริง ที่ดุสิต ผู้ที่ชัดเจนจริงทำให้หยุดจริงก็จะหยุด แล้วถ้ายังจะเกิดอีกก็อนุโลมให้คนอื่นได้ ยังไม่ปรินิพพานก็อยู่ต่อไป ผู้จะมาเกิดเป็นพระพุทธเจ้าจะพักอยู่ที่แดนดุสิต ทุกพระองค์ มาช่วยมนุษย์โลกสร้างศาสนาไว้ พระโพธิสัตว์ก็บำเพ็ญบารมีจะเป็นพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก่อสร้างศาสนา ศาสนาพุทธจะมีในโลกเป็นคราวคราวอยู่ในสังสารวัฏนี้ ยามา เมื่อรู้จักพอเวลาจะสั้นลงได้ ไม่ต้องยาวมากหรอกรู้จักพอ ไม่มีก็ได้ คนที่ไม่มีแล้วจะมีก็ได้ คือไม่มีของตัวแล้วเมื่อไม่มีของตัวจริงๆ จะมีก็ได้ มีก็ทำเพื่อผู้อื่น จะมีชีวิตมีการงานการกระทำก็ทำแต่ทำให้ผู้อื่นไม่ได้ทำเพื่อตนเอง จะอยู่ยาวนานอย่างพระอวโลกิเตศวรจะช่วยคนให้หมดทั้งโลกก่อน ตนเองจึงจะปรินิพพานคนสุดท้าย ก็ได้แต่ก็ไม่ยอมสร้างศาสนาของตัวเอง ไม่ได้ชื่อว่าเป็นพระพุทธเจ้า ขอชื่อว่าเป็นโพธิสัตว์ใหญ่จริงๆ เพราะฉะนั้นจึงอวตารได้หลายแบบ มาเข้าสู่ 6 สวรรค์ สวรรค์ที่ 1 จาตุมหาราชิกา เป็นสวรรค์ที่เลวร้ายที่สุดคือนรกแท้ๆ แต่หลงว่าตัวเองได้มาเป็นตัวกูของกูตัวแรก เมื่อล้างตัวกูของกูจากจตุมหาราชิกาได้ ก็จะหยุดได้ แต่เมื่อล้างไม่ได้ก็เจอคือนรกคือผีตลอดกาลนาน จตุมหาราช คือภพนรกที่คนไม่อยากเป็น แต่คงต้องเป็นเพราะทำกรรมที่ไม่ใช่สวรรค์แท้ คนเราจะคิดเห็นเข้าใจอย่างไรก็ได้แต่เวลามาปฏิบัติกรรมจริงๆ ก็อีกอย่างนึง อันนี้แหละยาก แม้เราเข้าใจว่าทำดีแล้วแต่มันไม่ใช่ คือมันเบลอมันเลอะ อย่างเช่นธัมมชโยเข้าใจว่าอย่างนี้คือนิพพานยิ่งใหญ่ที่สุด แต่จริงๆแล้วไม่ได้เข้าใจนิพพานถูกต้องเข้าใจเป็นอัตตา หนักหน้าต่อไป เขาแก้ตัวไม่ตก เพราะว่ากรรมเขาผิด เข้าใจว่าสวรรค์ มีอัตตา นิพพานเป็นอัตตา เขาเข้าใจคำว่านิพพานนี่เป็นอัตตา เพราะฉะนั้นเขาจะทำอย่างไรก็เพิ่มอัตตา ไม่มีวันขึ้นจากนรกได้ มีแต่ลงนรก เพราะเข้าใจกาย เข้าใจจิตไม่ได้ ปัญญารู้ว่าให้ 0 แต่ทำกรรมจริงๆ ไม่ 0 เหมือนคนเห็นผี แต่เดินเข้าไปจริงๆ ไม่ใช่ คนไหนก็ต้องการสวรรค์แต่เวลาปฏิบัติจริงๆ กลับทำนรก ต้องมาลดละไม่แย่งมาเป็นเราเป็นของเรา คือลดจาตุมหาราชิก ลดดาวดึงส์ ลดรสอร่อย มันก็มีทั้งเวลา ปริมาณ ก็ลดด้วย น้ำหนักความแรงก็ลดลงด้วย จบที่สุดอยู่ดุสิต แต่ถ้าคนที่ยิ่งเข้าใจผิด เหมือนธัมมชโย ก็เลยอยากได้มากได้ใหญ่ก็เลยเพิ่มทั้งดาวดึงส์เพิ่มทั้งยามา ไม่มีดุสิต ก็ไม่มีหยุดไม่มีเย็นไม่มีพักมีแต่เอาๆ อย่างเดียว ล่า ฆ่า เอา สั่งสมให้ยาวนานเป็นยามา สั่งสมเป็นนิมมานรดีที่เลวร้าย แล้วเขาก็ได้สมใจ เขาเป็นนิมมานรดีได้ก็ยิ่งหลงชื่นใจ ถ้ามันยิ่งได้ยิ่งมากยิ่งนานยิ่งยิ่งใหญ่ ทำให้หลงเข้าไปอีก เราจะสร้างให้มีบริวารมาช่วยเป็นปรนิมมิตวสวัตตี ธัมมชโยนั้นเป็นแบบนี้เต็มรูปแบบ เขาหลงว่าเป็นสวรรค์แต่แท้จริงคือนรกทั้งหมด ซับซ้อน 6 ชั้น เขาไม่มีดุสิต ไม่มีวันหยุด ทุกวันนี้เขาก็เลยนอนขาบวมให้บริวารช่วย ธัมมชโยนั้นจะพ้นนรกได้ยากนานมากทุกวันนี้ก็ยังไม่ยอมแพ้ เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่หยุดก็เป็นนิมมานรดี แล้วเป็นเจ้าโลกปรนิมมิตวสวัตตี เป็นนรกครบเซ็ตเลย
_ผู้ที่ที่จะมาเริ่มต้นนั้นจะทำอย่างไร ตอบ...ให้ยินดีเต็มใจมาเลย แล้วมาตั้งใจ 1 ยินดี 2 เต็มใจ 3 ตั้งใจ แล้วคุณมาอะไรมาเป็น 1. มาเป็นผู้แพ้ 2. มาเป็นผู้ทำ 3. มาเป็นผู้รับใช้ จบด้วย 4. มาเป็นผู้ให้ ไม่มีใครทำคุณต้องเป็นผู้ทำเป็นคนรับใช้ แพ้แล้วก็ทำ ทำรับใช้ จบด้วยให้ ทำแล้วไม่มีเรานะ ถ้ายังเอาไว้มาเป็นของคุณก็ยังไม่ให้ ก็เป็นตัวกูของกู แต่คุณไม่เป็นหนี้เพราะคุณเป็นผู้แพ้คุณเป็นผู้ทำ แล้วคุณก็เป็นผู้รับใช้ คุณไม่เป็นหนี้ แต่คุณยังมีตัวกูของกู ให้ยังไม่ได้ คนทำ...ขยายความ ทำแล้วทำไมยังตกนรก ทั้งๆ ที่เข้าใจดีแล้วทำไมถึงมีนรก เพราะมันยังไม่ชัดมันแม่นยังไม่คมไม่มีพลังพอ รู้ทั้งรู้แล้ว มันก็ยังไม่ใช่ยังทำไม่ตรงยังทำไม่ได้เต็มที่ ไม่มีใครอยากตกนรก แต่เป็นนรกจริงจากการกระทำ นรกจึงมากกว่าสวรรค์ ผู้ที่ยังสร้างสวรรค์อยู่ ยังไม่รู้จักจุดสำคัญคือพอ ไม่รู้จักหยุดไม่รู้จักพอก็เลยไปใหญ่เลย ถ้าไม่เพียงพอ พอไม่เป็น ก็มันไม่เป็น ไม่เข้าใจว่าพอมันถึงขีดไหนอย่างไรก็ไม่รู้จัก คุณต้องรู้จักพอ ถ้าเป็นวัตถุเป็นตัวเลขเป็นชิ้นเป็นอันก็พอนับได้หยุดได้ แต่พอที่เป็นอารมณ์เป็นอาการความรู้สึกนี่แหละ มันเข้าใจยากของใครของ มัน เราต้องดูว่าอาการนี้มันนิ่งกว่ามันน้อยลงกว่าจะเข้าใจยาก พอคือมันไม่มากไปแล้วมันก็ไม่น้อยไป อาตมาจึงขอแนะนำว่า คนทำให้รู้สึกน้อยไว้ๆ นั่นแหละพอ แต่คุณจะเอาพอดี แต่กิเลสคุณไม่หมด กิเลสคุณจะหลอก อย่างพอดีๆ คือกำลังแซบนั่นแหละกิเลส ต้องให้น้อยไว้เสมอ พระพุทธเจ้าถึงให้สำนวนว่า ผู้ตั้งตนบนความลำบากกุศลธรรมเจริญยิ่ง จะไปบำเรอตัวเองหรือกลางกลางก็ไม่ดีไม่แน่ ให้ตั้งตนบนความลำบากไว้รู้สึกว่าพร่องไว้ เพราะฉะนั้นพร่องไว้เสมอ มันจึงจะเข้าเกณฑ์ที่จะไม่ผิดพลาด เพราะคุณยังอัตตายังไม่หมดมันจะเข้าข้างตัวเอง เพราะฉะนั้นเผื่อไว้เสมอ แต่เผื่อมากๆ แล้วไม่มีแรงก็ให้มีแรงเต็มเต็มๆ เผื่อไว้ขนาดนี้ยังมีแรงเต็มที่อยู่อันนี้ใช้ได้ สวรรค์ก็คือพอสบายดี ถ้านรกมันไม่สบาย แต่จริงๆ แล้วจะต้องมีความฝืน ใจเรายังรู้สึกตั้งตนบนความลำบาก ไม่สมอารมณ์เต็มใจไว้เสมอดี มันจะพร่องให้เราได้ฝึก ทำอย่างไรจึงจะถึงสภาพ แดนพรหมได้ ทำอย่างนี้แหละจะสะอาดขึ้นเรื่อย จนทำจริงเต็มจะถาวรยั่งยืนได้จริงเอง นี่เป็นลักษณะที่อาตมาพยายามอธิบายสภาวะที่แสนยาก
_อยากเสนอแนะเรื่องการปรุงอาหารว่าควรใช้เกลือทำ เพราะจะดีต่อสุขภาพ ไม่อยากให้หลงรสปรุงแต่ง ตอบ...พวกเรามีปฏิภาณปัญญาเรื่องนี้อยู่แล้วก็พากเพียรเอา ถ่วงไว้นี่ก็ดีแล้ว จริงๆ แล้ว ซีอิ๊ว น้ำที่มีรสเค็ม มันเป็นของปรุงแต่งขึ้น จริงๆ สดๆ ก็คือเกลือ
_ตาของพ่อครูเป็นอะไรคะแล้วหายหรือยังคะ ตอบ...ตาไม่ได้เป็นต้อหิน แต่มีเส้นเลือดฝอยแตกในวุ้นลูกตา
_วันที่พ่อเทศน์หน้าศพคุณต้น เทศน์ถึงกรรมเก่า ดิฉันแวบถึงกรรมเก่า มันให้คำตอบว่า ตั้งแต่รถต้นเสียคันแรก คันที่สองก็เสียอีก เขาบอกแต่แรกแล้วแต่ไม่หยุด ไปตามตั้งใจให้ได้ สุดท้ายครั้งที่สามก็จบชีวิต ดิฉันคิดว่าถ้าเรามีปัญญาชกคิดนิดนึงตัดรอบไม่ไปวันนั้น แล้วไปวันหลังก็อาจจะไม่ตายได้ไหมคะ ตอบ...อาตมาก็ตอบไม่ได้ว่ามันจะตายหรือไม่ตาย ไม่รู้เหตุปัจจัยของเขา เขาตัดสินใจอย่างนั้นก็เป็นอย่างนั้น ก็เอาของเราเราจะประมาณของเราอาตมาว่าน้อยไว้ดีกว่า
_สามีข้าน้อย ไปมีภรรยาใหม่ แต่ภรรยาน้อยด่าข้าผู้น้อยมาก จะต้องทำอย่างไรคะ ตอบ...ก็ให้เขาด่าไป ถามหน่อย คนเขาด่าเราคำด่าอยู่ที่ใคร ก็อยู่ที่เขา เขาจะได้ด่าดี ด่าไม่ดีก็เป็นของเขาทั้งนั้น ด่าดีๆ ก็ได้ กรรมก็เป็นของเขาไปยุ่งกับเขาทำไม ไปยุ่งกับเขามันก็ไม่ดีเป็นเสือใส่เกือก เสือใส่ร้องเท้ามันไม่ดี
_ถ้าเราตายไปแล้วความหิวจะตามเราไปไหมคะ ตอบ...ไม่ตาม ถ้าเราไม่มี หยุดอยู่อยากในปัจจุบันนี้ได้ ขอขยายความคำว่าหิวกับอยาก ทุกวันนี้อาตมาไม่เคยอยากน้ำไม่เคยอยากอาหาร มันจะเหนื่อยมันจะอยู่อย่างไรก็ไม่เคยกระหายน้ำ มีแต่ out put ไม่มี input
_แก้จิตวางใจอย่างไรได้คะ ตอบ...วางใจอย่างไรคะ ภาษานี้ตอบไปอีกนานได้มากเลย หลวงพ่อพระพยอม บอกว่าบุหรี่นี้ไม่ยากอะไรไม่ต้องคาบมันก็หลุดจากปากแล้ว ถ้าเราถืออยู่นี่มันหนักก็วางลงสิ แต่การจะวางใจ มันไม่ง่าย พระพุทธเจ้าถึงบอกว่าเล่นของลูกปัดทำมันเสื่อมมันเจริญมันเกิดมันตายก็เห็นได้ง่ายจริงๆ มันไม่ยากที่จะเบื่อหน่ายคลายกำหนัด แต่จิตใจนี่มันยากที่จะเบื่อหน่ายคลายกำหนัด มันจะวางอย่างไร ก็ต้องค่อยค่อยเรียนความจริง อาตมาอธิบายมูลกรรมฐาน 5 เอาเล็บมาเป็นตัวอย่าง ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง อย่างอื่นก็เหมือนกัน เมื่อเราตัดเล็บออกไปแล้วมันขาดจากเรา มันก็ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เรา แต่เล็บที่ติดอยู่กับเราแม้มันไม่มีความรู้สึก มันยังมีชีวิตอยู่ แต่มันไม่มีเวทนาแล้ว ไม่มีความรู้สึกร่วมมันมีแต่ พีชะ มีสัญญากับสังขาร มันก็ยาวออก แต่เราก็ยังหลงยึดว่าเป็นเราเป็นของเรา เราต้องเข้าใจว่าอันนี้มันไม่ใช่เรา ให้เป็นตัวอย่าง แล้วและคนอื่นคุณก็ไม่รู้สึกได้เหมือนเล็บของเรา คุณต้องอ่านเล็บของคุณ ต้องทวนอ่าน มันเป็นกายหรือไม่ใช่กาย แล้วมันเป็นเราหรือไม่ใช่ของเรา บางคนนั้นก็เอาไว้ให้ช่างทำเล็บ ทำให้อีก ใครมาทำเสียก็เอาตายเลยมันยึดเป็นเราเป็นของเรา จะบอกว่ามีความจำเป็นไหมก็มีความจำเป็นจะต้องรู้ชัดชัดๆ มันเป็นนามธรรม ไปเอาของคนอื่นมาเทียบเคียง แต่ความรู้สึกจริงๆ ของคุณนั้นก็เป็นของคุณเอง จากกรรมฐานแท้ๆ ที่ถามมาว่าสามีไปมีเมียน้อยก็ใส่พานไปให้เขาเลย เรามาอยู่กับพี่กับน้องเราเยอะแยะมากมาย อยากได้ลูกเต้าก็มีมากมายอย่าไปมีสามีก็เท่านั้นแหละในนี้ สบายจะตายชัก อยู่ที่เราจะล้างกามออกหมดหรือยัง ก็จะเข้าใจเข้าใจว่างปล่อยไปให้อิสระแก่กันและกัน แต่อย่าเพิ่งรีบร้อนให้เป็นไปด้วยกัน มีอะไรคู่ในอโศกเรา คนไหนทำได้ไม่ต้องประกาศก็ได้สบายแล้ว ใครมาถามเราก็บอกได้ จะได้เป็นหลักฐาน พระพุทธเจ้าก็ยังพรากจากพระนางพิมพาได้ ใครที่ทำได้จริงมันก็จริง ไม่มีปัญหาอะไร สิ่งเหล่านี้เป็นสัจจะที่ยังมีอยู่ในโลกได้ ยังไม่สูญสิ้นไปจากโลก เอามายืนยันกับโลกสอนโลก ผู้ที่พากเพียรเป็นอย่างนี้ต่อไป แล้วก็จะสืบสานสืบต่อไปเรื่อยๆ มันถึงเป็นของจริง ไม่เช่นนั้นไม่มีของจริงอะไรหรอก ความจริงอันนี้แหละในเมืองไทยยังมีอยู่ เป็นประโยชน์แก่หมู่กลุ่มเรา แล้วก็เผื่อแผ่แบ่งปันไปหาผู้อื่นไปหาประเทศเท่าที่มันจะมีพลังงานอยู่เท่าไหร่ มันมีพลังงานอยู่จริงก็ไปช่วยได้ ตอนนี้เราก็กำลังเริ่มต้นพากเพียรไป กำลังสั่งสมไป ที่เราทำเรานี่แหละเป็นผู้ได้ ทำได้จริงจึงจะไปช่วยคนอื่นได้ช่วยมนุษยชาติได้ และจะมาย้ำอีกครั้งว่าประเทศไทยมีอันนี้ประเทศอื่นไม่มี หรือใครเห็นว่าประเทศอื่นมี มีประเทศไหนที่เขามีโลกุตระอย่างนี้ ในเอเชียมีก่อน แล้วในเอเชียก็คือประเทศไทย แต่อย่าไปหลงตัว อย่าไปกำแหง เท่านั้นแหละ ทำไปเถอะ จะได้ช่วยตนช่วยโลก ก็ดีมาก ที่รวมแล้วตกลงนับใหม่สิ…. มี 56 คน จบ...