170000-E มหาปรินิพพานสูตร ตอน05(ไม่แทงตลอดในธรรมจึงเร่ร่อนอยู่)-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
นางในคืนวันเพ็ญฟ้าเด่นชวนใจสุขสันต์ของเมืองพนมอภิวันหันหน้าสู่ท่านผู้ชมก็จากนี้ไปเป็นการบรรยายมหาปรินิพพานสูตรที่พุทธสถานแดนอโศกเมื่อปีพุทธศักราช 2517 ในช่วงเข้าพรรษา เดือนดวงเดียวกันนี้ 2500 ปีก่อนนานยาวองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าในเมื่อพระพุทธองค์ตรัสให้พวกที่มีพระรัชกาลที่ 1 ทีนี้ก็พระพุทธเจ้า ลำดับนั้นพระผู้มีพระภาคพร้อมด้วยพระสงฆ์หมู่ใหญ่ภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่เสด็จถึงโกธิคครามแล้วได้ยินว่าพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ณโกติคำนั้นณที่นั้นพระผู้มีพระภาครับสั่งจากภิกษุทั้งหลายว่าดูกราฟภิกษุทั้งหลายเพราะไม่รู้แจ้งแทงตลอดอริยสัจ 4 เราและพวกเธอจึงเร่ร่อนท่องเที่ยวไปซึ่งกาลนานอย่างนี้เพราะไม่รู้แจ้งแทงตลอดอริยสัจ 4 เป็นเช่นไหนเพราะไม่รู้แจ้งแทงตลอดทุกอริยสัจเราและพวกเธอจึงเร่ร่อนท่องเที่ยวไปตลอดกาลนานอย่างนี้เพราะไม่รู้แจ้งแทงตลอดทุกสมุทัยอริยสัจ ทุกข์นิโรธอริยสัจทุกนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจเราและพวกเธอจึงเร่ร่อนท่องเที่ยวไปซึ่งการละนานอย่างนี้ข้าก็ได้อธิบายถึงทุกข์นิโรธคามินีปฏิปทาแทรกไว้หรือทุกข์นิโรธพระแทรกไว้บ้างแล้วส่วนทุกข์ทั้งหมดก็คือสิ่งที่มันเกิดอยู่ก็ได้อธิบายปรับให้ฟังแล้วว่ามันเกิดจนเราทนไม่ได้ถ้าอันใดทนได้มันก็สิ้นทุกข์ทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากนักก็เรียกว่าเราเมาเราง่ายและสบายเรารู้อยู่ในการทนนั้นในการทำนั้นมีกรรมหรือมีการกระทำนั้นต่อสิ่งใดสิ่งนั้นก็เป็นประโยชน์อยู่เป็นกุศลยังกุศลให้ถึงพร้อมอยู่สิ่งนั้นก็ เป็นข้าเป็นคุณค่าเป็นความดีกุศลที่เรียกว่าฆ่าถึงเรียกว่าคุณสั่งสมลงไว้ในโลกเพราะฉะนั้นถ้าพูดใดทนได้ด้วยสิ่งใดผู้นั้นไม่มีทุกข์คำว่าทุกข์สภาวะมันยังมีรากมีขันธ์ยังมีอุปาทิสักมีรูปขันธ์ร่างขันธ์มีรูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณยังไม่ตายสิ้นดับเป็นอนุบาลที่เสียสันนิษฐานมันก็ย่อมจะมีทุกส
อ่านต่อ
ภาวะอยู่แต่ทุกข์ที่เราดับได้นั้นเป็นทุกข์อริยสัจทุกอย่างฉลาดเป็นความจริงแท้ที่แสนฉลาดจึงเรียกว่าอริยสัจทุกที่เราดับได้คือ Honda เราไม่ยึดมั่นถือมั่นเราไม่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ตนเราไม่เหลือตนเราไม่เหลืออะไรแม้แต่น้อยแต่นะบอกแล้วว่าแปลว่าบางแปลว่าน้อยนิดแต่ว่าน้อยๆนิดๆนึงมันยังเหลือเศษๆอยู่ที่มันยังเหลือเป็นตัวเกิดจะเรียกว่าตนจึงเรียกว่าตนเมื่อโน้มเข้ามาเห็นแก่ตัวเราเป็นตัวเรามาเป็นของเรายังเหลือเศษเหลือเป็นสิ่งที่เรายังยึดเสพยึดสุขอยู่มันก็เป็นเศษของทุกข์อยู่เท่านั้นเองถ้าเราไม่ได้สนใจสิ่งนั้นก็ไม่สบายใจเพราะเรายังยึดว่ามันเป็นของเราแล้วยังจะเอามาไม่ต้องเอามันก็ได้ถ้าเรามีกรรมใดเป็นอยู่เป็นไปด้วยความพอดีมีพรรคมีเพียรหรือไม่พักไม่เพียรจนเกินไปเราก็ไม่ ปัญหาอะไรเพราะฉะนั้นสมุนไพรอริยสัจตัวเหตุร้ายของที่เราไม่รู้ความแท้จริงอย่างฉลาดเฉลียวนี้ก็คือไม่รู้จิตที่แท้จริงคือรูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณจิตก็ยังมีรูปให้รูปยาวๆนอกโลกแล้วทิ้งมาได้แล้วก็ยังมาเหลือรูปที่เป็นจิตของเราเองจึงเป็นสัตว์ป่าวาด 9 ถ้าเราไม่มีความแทงทะลุแผ่นรีโมท 8 รู้เท่าทันในรูปมีรูปานังรู้เท่าทันในรูปนอกกรอบรูปนอกอ่ะรูปในที่เรียกว่าอัดสัญญีหรือเพราะเหตุใดขาดสติไม่รู้ชัดรู้แท้ในยังไงลึก ไปอัดฉบับที่ยังตกเกิดอยู่ในนายที่เป็นของอรูปหรือแม้ตัวรูปหยาบเพราะเห็นพาลูกไปรูปหยาบหยาบรูปนอกนอกอีกเราไม่รู้ซ้อนลึกเห็นแจ้งเห็นจริงชัดในสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาที่ตนเราก็ยังไม่เรียกว่าเราจะระลึกหรือว่าลึกละเอียดลงไปได้เราไม่รู้อีกแม้กระทั่งหลงสิ่งที่ปรุงแต่งขึ้นมาเองเราเองนี่แหละปรุงแต่งหรือเราเองนี่แหละอ่านรู้มีปัญญารู้เข้าใจว่านี่ดีนี่งามเป็นศุภะเราก็ไม่รู้เท่าทันในแม้สภาพที่หรือว่าดูความดีความงามกินลึกละเอียดสูงสุดปานใดปานใดที่เป็นสืบพันธุ์เทวะเราก็ยังไปโน้มน้อม เชื่อถือยุทธเอาเป็นอธิปัตย์ยังไม่รู้ในอธิบายเองเราก็ยังมีตัวเกิดที่มันยังเป็นเรื่องราวอยู่ยังหลงในคุณงามความดีก็ยังเป็นตัวเป็นตนวิเศษความดีความยึดตัวยึดตนได้เป็นมานะเพราะฉะนั้นจึงเกิดอิจฉาสัตว์ยังเกิดมัชฌิมะยังเกิดการหวงแหนยังเกิดการยึดไว้ยังเกิดการหลงในมรรคบวกอัจฉริยะจิตที่มันฉลาดเฉลียวจึงเป็นมานะขั้นยอดขั้นสูงหรือที่สุดแม้เราปล่อยหยุดดับบ้างได้แล้วเราก็ยังเป็นหลงเห็นเป็นความว่างความเบา แล้วก็ยังไปหลงติดอยู่ไม่มีอะไรเลยก็ยังหลงรักอยู่หรือแม้จะไม่มีอะไรเลยก็เราก็เข้าใจแล้วว่าเราไม่เอาหรอกฉันไม่มีอะไรเลยนะมันเป็นคนดักธาตุรู้ไม่เอาจะเอารู้บ้างก็จะยังหลงอยู่ว่ารู้มากๆเราก็เป็นทุกข์ยังเป็นเนวสัญญานาสัญญายตนะอยู่รู้มากไปก็กลัวว่าตัวเองจะเป็นทุกข์ตัวเองไม่สามารถที่จะดับความรู้ได้มันมากไปมันยังไม่หยุดวางไม่ลงเข้าใจด้วยปัญญาอันยิ่งไม่ได้ว่าคนเรามีธาตุรู้เท่าไหร่ก็เปิดรู้ให้มันสว่างจงเป็นวิญญาณอันนี้ทัศนะอนันตังปะลัยทำให้มันรู้ละเอียดไปหมดเลยจดจำกำหนดหมั้นหมายอะไรได้กันได้จำได้จนได้มีไปเต็มไม่ต้อง กลัวเราจะรู้รู้แล้วต้องเข้าใจให้ได้ว่ารู้นี้ก็หยุดเอาไม่ได้ไม่เที่ยงรู้ขนาดไหนรู้ขนาดเป็นวิญญาณนางนันทนาอนันตังสะตุก็ไม่เที่ยงไม่ใช่ตัวตนของเราอะไรยึดเอาไม่ได้เพราะฉะนั้นจะยิ่งไปทำลำเลียงลำเลียงเป็นเนวสัญญานาสัญญายตนะเพราะงั้นก็เลยกลายเป็นคนในวัดสัญญานาสัญญาก็คือคนที่กำหนดหมายกับเขาบ้างน้อยๆน้อยๆน้อยๆถ้ากำหนดมากกว่าเดี๋ยวมันจะติดมันกลัวมันจะจำได้มันคง จะไปรู้อะไรมากเข้าก็เลยกำหนดหมายลงไปสัญญามั่นหมายลงไปน้อยๆแล้วก็เป็นคนมีจะกลายเป็นคนมีสติแต่มันก็ไม่เป็นคนมีสติเต็มกลายเป็นคนมีสติไม่เต็มรู้น้อยๆดูนิดๆแต่รู้เต็มก็กลัวมันจะกลายเป็นคนสติเต็มไปได้ยังไงรู้เต็มเลยแล้วตัวเราก็รู้ให้ได้ว่าแม้ที่มันรู้เนี่ยจิตมันก็เป็นอำนาจเก่งเป็นความเก่งเป็นความซาบซ่าแต่เราไม่ติดเราไม่ยึดเรารู้แจ้งเห็นจริงว่านี่คือแม้เราจะรู้เต็มเป็นวิญญาณเป็นธาตุรู้เต็มตัวเต็มคายเต็มใจของเรารู้กำหนดมั่นหมายสำคัญยังไงก็รู้ตามสำคัญนะไม่สำคัญยังไงก็รู้ไม่สำคัญนั้นทำความรับรู้ทัน ความสัมผัสทำความเคล้าเคลียทำความกำหนดทำความเข้าใจไปในสิ่งนั้นสิ่งนั้นเต็มที่เลยและเราก็รู้ว่าเราเข้าใจเป็นวิญญาณนางเป็นศัพท์ภาษาอังกฤษเป็นการสว่างแจ้งโรงรู้ละเอียดอยู่แต่เราก็ไม่หยุดไม่แบกไม่หามไม่มันไม่หมายไม่เอาจริงเอาจังไม่เอาตายเอาเที่ยงเพราะมันไม่เที่ยงถึงจะรู้ปานใดเป็นวิญญาณอันแสนที่จะเป็นวิญญาณอันชัดแจ้งความได้มันก็ไม่เที่ยงไม่ใช่ของเราไม่ใช่ของใครมันเป็นแต่เพียงสิ่งหนึ่งในนี้ในตัวเรานี่มันมีคุณค่ามันมีคุณภาพที่สามารถจะเข้าไปทำความมั่นหมายทำความรู้เท่านั้นเอง พระผู้ใดที่เข้าใจอย่างยิ่งแทงทะลุถึงจะว่าเออจิตมันคือธาตุรู้เท่านั้นเนาะจะสัญญาอะไรจะกำหนดอะไรกับสัญญาไปเต็มรูปเลยให้มันรับอารมณ์เคล้าเคลียกำหนดมั่นหมายทำความเข้าใจเต็มที่เลยจดจำได้แม่นยำเท่าไหร่ยิ่งดีแล้วก็เราก็ไม่เป็นอะไรวางก็วางปล่อยไปมันจำได้อยู่ก็จำได้ไปมันไม่ใช่ของเราของใครมันไม่ใช่ตัวเก่งตัวขาดอะไรมันเป็นไปจริงเพราะว่าเมื่อคนเรามีทาสรู้จริงมันก็จำได้มันจะเก่งมันก็เก่งกาจตามนั้นของมันมันไม่ได้มันของมันมันไม่ใช่ของเรามันเป็นตัวอันนั้นแหละเป็นตัวธาตุรู้อันนั้นแหละภาพจำธาตุกำหนดมั่นที่จะสามารถพิจารณาสามารถที่จะใช้ปัญญาแทรกซ้อน มันไม่มีธาตุอื่นมันไม่มีอื่นๆมันไม่ใช่อันอื่นมันอันนั้นแหละแล้วมันก็ไม่ใช่ของเรามันก็ไม่ใช่ของใครมันเป็นสภาพธรรมที่เกิดมาเพราะฉันนี้มันได้สร้างนี่ก็มาสั่งสมมาหลงทำมานานแล้วเท่านั้นเองเราก็ทำให้มันเต็มเหนี่ยวไม่ใช่ทำให้มันรำลึกสัญญานะสัญญาว่ากำหนดรู้มากก็ไม่ได้จำไว้ว่าไม่ได้กลัวจะทุกข์กลัวจะแย่กลัวจะตายกลัวจะไม่นิพพานนิพพานไม่ได้อยู่ที่การกลัวว่าจะจำอะไรได้ไม่ใช่หรือกลัวว่าจะทำความเข้าใจอะไรได้มากๆแล้วก็ไม่มีผ่านไม่ใช่คนเราไปรู้มากเรียนมากจนกระทั่งเข็ดเข็ดประมาณที่จะได้รู้มากไปสำคัญมากมายไปจะกำหนดไอ้โน่นไอ้นี่มาแล้วก็เอามายึดไอ้นั่นก็ดีไอ้นี่ก็งามอันนั้นก็น่าเอาไอ้นี่ก็หน้าได้ไอ้นี่ก็หน้าเป็นมา แล้วมันก็เลยเกิดความคิดอยู่ในสัญชาตญาณก็เลยพอต่อมาก็เลยไม่กล้าที่จะไปสำคัญมากมายอย่าไปกำหนดรู้อะไรกับเขามาวันนี้จะไปติดพวกเรารู้แล้วความผิดก็คือความหลงของเราเราหลงโลกเมื่อเรารู้แล้วว่าเราไม่ต้องหลงโลกนี้โลกมันจะมีอะไรมันจะปลูกอะไรมันจะคิดอะไรมันจะสร้างอะไรมันจะก่ออะไรมันจะอะไรต่ออะไรมันจะเป็นที่ได้รับรู้อะไรต่ออะไรก็มันคนคิดรู้มาเรารู้กับมันก็ได้หรือเราจะรู้ยิ่งกว่านั้นก็คือรู้ความจริงอันนั้นให้ได้ด้วยว่าถึงใครจะไปคิดไปสร้างไปก่อนอะไรมาเต็มโลกนี้มันก็คือการเกิดการก่อโรคการสร้างโลกขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้งอย่างไม่มีจบเท่านั้นเองไม่มีอะไรเพราะฉะนั้นต้องบอกว่าในโลกนี้มีอะไรที่จะยังมีชีวิตไปพอเพียงอยู่ได้มันก็พอแล้วถ้ามันไม่พอก็ให้เพิ่มเติม เอาความคิดไปทีเด็ดของสิ่งที่มันไม่ใช่ไอ้ที่จะเป็นปัจจัยชีวิตแท้แต่ไปก่อนสิ่งไม่ใช่ปัจจัยแล้วก็ดึงกลับมาให้มาก่อนปัจจัยเอาเวลาไปสร้างแต่ลูกระเบิดไปสร้างแต่อาวุธเอากำลังงานไปสร้างแต่อาวุธยุทโธปกรณ์ไว้ฆ่ากันไม่เอามาสร้างปัจจัย 4 อย่างนี้ก็ต้องดึงกลับมานี่เรารู้เรารู้โลกว่าคนมันหลงไปทางโน้นแล้วก็ดึงกำลังงานของโลกกลับมาเราเป็นคนควบคุมโรคอยากให้โลกมันหลงเฟ้อไปในทางสร้างสิ่งไม่ควรทาต้องให้โลกมันสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์แท้จริงเป็นปัจจัยแห่งชีวิตให้มันพอถ้ามันมากแล้วมันก็เกินเศรษฐกิจก็สร้างสิ่งอื่นที่เป็นเครื่องผ่อนแรงเครื่องทุ่นแรงหรือจะสร้างอะไรต่ออะไรขึ้นไปทดแทนซะดังนั้นเรียกว่าเราเป็นผู้ควบคุมโรคจากเศรษฐกิจให้แก่โลกเรา รู้โลกอย่างนี้เพราะเรารู้โลกชัดเจนเราก็จัดแบ่งเศรษฐกิจแจกจ่ายเศรษฐกิจดูแลโลกให้ชัดเจนอย่างนี้แล้วเราเองเราก็ไม่รู้ไม่ยึดมั่นว่าเราเองเราเก่งอย่างนี้เราก็ไม่จะมีตัวเก่งอะไรเราไม่ได้หลงดิบหลงดีไม่ได้ลงสะพานเทวาลัยไม่ได้เป็นสุพรรณเทวดาโหติไม่ได้ไปยึดไปถืออะไรแม้จะเป็นของดีรู้อยู่รู้ยิ่งโตแต่ก็ไม่ได้ยึดเชื่อถือยึดมั่นไม่เอาเราก็รู้ความดีเป็นสูงสุดยอดอันสุดอะไรอย่างนี้อยู่กับความดีเราทำได้ก็ดีแล้วแต่เราก็ไม่ใช่ตัวเราทำไม่ใช่ตัวเราถ้าเรายึดดียึดหลงยึดเสพยึดเป็นตัวเราตัวเขาผยองตนอยู่ก็ยังมีตัวมีตนอยู่เป็นอายตนะอยู่ทั้งนั้นเพราะฉะนั้นถ้าเราไม่มีอายตนะ เห็นเป็นกำไรไม่เห็นเป็นดิบเป็นดีไม่เห็นมาเปรียบมาเพียบมาเคียงเป็นอันนู้นอันสุภาสุพรรณยาเป็นละเอียดเป็นดีเป็นงามสุภาสุพรรณไม่มีเราก็ไม่เหลือเชื้ออะไรวิญญาณนะสามีเธอนะปุโรหิตเราเองเราก็ดับวิญญาณที่แท้จริงที่มันเป็นสัตว์โลกเป็นยารักษาตัวนี้แหละคือสัตว์โลกเพราะฉะนั้นเราก็ดับสัตว์โลกได้อย่างแท้จริงศตวรรษทั้งหลายหมดเกลี้ยงเลยเพราะเรารู้ด้วยรีโมทกระทํา ผู้ผลิตทารูปปานนี้ก็รู้รู้ทั้งหยาบรู้ทั้งละเอียดของอัดรูปรู้ทั้งคุณงามความดีสุพรรณเทวะไม่ได้หลงเลยจริงๆเข้าใจแม้กระทั่งจิตที่เราเองไปหลงเล่นรูปอรูปฌานหรือว่าจิตของเราประยุทธ์มั่นหมายอยู่ในสภาพที่ไม่ยึดเอารูปแล้วประยุทธ์อากาศไปยึดความรู้ธาตุรู้ของเราคือวิญญาณหรือแม้ไม่รู้ถึงขั้นนี้หลงเลยเถิดไปจนกระทั่งไปทำความไม่มีเป็นอันกินจรรยาเจตนาหรือเป็นเนวสัญญานานสัญญาเราก็รู้ว่ามันเลยเถิดไปแล้วหนอเพราะฉะนั้นวิญญาณมีจิตมีปัญญามีก็ให้มันรู้เต็มที่แล้วก็ไม่ใช่เราไม่ใช่เขาอะไรเป็นนิมนต์แท้สัญญา ฮิตะนิโรธะธัมมันติ ถือดีชอบชังแล้วก็ยึดมั่นถือมั่นอะไรลงไปเข้ามาร่วมเป็นตัวเป็นตนเป็นอายตนะเป็นตะนะเป็นตนเองเป็นกำไรเขาเข้าใจตนเป็นถือว่าเป็นประโยชน์ตนไม่มีประโยชน์ตนอะไรหรอกเมื่อสุดสิ้นแล้วมีแต่ประโยชน์ท่านประโยชน์ตนก็เพื่อประโยชน์ท่านเพราะฉะนั้นกินข้าวก็คือการก่อร่างให้แก่ตนแต่ก็เพื่อท่านปรุงปัญญาให้เกิดปัญญาเพิ่มเติมให้แก่ตนต่อไปมีปัญญามีปฏิสัมภิทาญาณอะไรมากขึ้นมีเทศกาลอะไรมากขึ้นมีทศพลญาณอะไรมากขึ้นแก่ตนก็ล้วนแล้วแต่เป็นพืชผักตนนั้นรู้ตัวดับตนนั้นรู้ ต้นน่ะรู้แล้วว่าไม่มีตนในโลกไม่มีมันเป็นแต่เพียงสภาพหรือเป็นความหรือเป็นอะไรที่มันเกิดมามาปรุงมาแต่งมาเป็นสิ่งที่เป็นตัวละครของโลกอยู่เท่านั้นเองไม่มีอะไรของใครเรารู้เหตุรู้จิตอย่างชัดเจนเป็นสมุทัยรู้เหตุพวกนี้ได้อย่างชัดละเอียดลึกซึ้งไปจนกระทั่งถึงรูปพระจิตอายตนะถึงอายตนะสุดท้ายที่เป็นเศษของอายตนะที่เรียกว่าอสัญญีศรัทธากับเนสสัญญานะสัญญายุทธนารู้สภาวะกล่าวถึงขั้นนี้แล้วล่ะก็ดับได้เกลี้ยงสนิทไม่เลยเถิดไปจนกระทั่งถึงอายตนะ 2 อันนี้ให้เป็นผู้ที่มีวิญญาณอันชัดเจนแจ่ม เป็นผู้ที่มีขันธ์ 5 สะอาดเป็นผู้ที่มีขันธ์ 5 อย่างยอดเยี่ยมไม่หลงเศษหลงเลยหรือธาตุรู้นั้นให้มันรู้โดยลักษณะที่กำหนดลงไปว่าแค่สัญญานี่แหละแต่สัญญานี่ปรุงให้เต็มที่จะให้รู้กำหนดหมายลงไปเขาเคลียร์ลงไปเขาคลึงกับการรู้นี้ไปให้เต็มกำหนดเข้าใจให้เต็มแล้วก็รู้เต็มตามความเป็นจริงจบไม่มีอะไรรู้ตัวตนของเราไม่มีมันมีแต่สิ่งรู้ของมันตามความของมันแท้ๆอยู่เท่านั้นเองปล่อยวางให้ได้ถึงสุดที่สุดถึงขนาดนี้ถ้าผู้ใดเข้าใจอริยสัจแท้ถึงสมุดไทยเหตุปัจจัยถึงขนาดนี้และรู้สภาพของนิโรธทุกนิโรธแท้จริงการดับทุกข์ที่แท้จริง รู้ว่าความดับทุกข์ดับแค่ไหนของใครคนไหนนิโรธถ้าของใครได้แค่ไหนของคนนั้นก็แค่นั้นใครดับได้มากคนนั้นก็คือผู้ที่ปล่อยวางได้มากปล่อยปรุงได้มากกลับกันกลับกันถ้ายิ่งปรุงยิ่งทุกข์ทีนี้พูดได้รู้นิโรธชัดกลับกันสลัดคืนเป็นวิสังขารโอ้ยิ่งปรุงได้มากยิ่งอิจฉาที่สังขารยิ่งปรุงได้แก่ปรุงได้ยิ่งอิจฉาที่สังขารคือปรุงได้เก่งปรุงได้ยิ่งยิ่งปรุงเก่งปรุงยิ่งปรุงมากอย่างนี้มันน่าจะทุกข์กลับยิ่งไม่ถูกเพราะรู้ซะแล้วว่าให้ติดคุกก็เพราะเราไปยึดตัวตนยึดจิตยึดสภาพความ เป็นกำไรเป็นความสั่งสมสั่งสมไว้ที่จิตตัวเองว่าเอออย่างนี้ไปหลงดีหลงเด่นหลงสุขหลงทุกข์ถ้าเราไม่หลงสุขไม่หลงดีหลงเด่นไม่หลงตัวหลงตนมันก็ไม่มีอะไรเหลือจะปรุงยังไงยังไงเป็นอิฐทาที่สังขารปรุงใหญ่ปรุงโตถึงขัดลุงอย่างเก่งอย่างยอดอย่างเป็นตัวเป็นตนอย่างใหญ่อย่างโตยังไงก็ไม่ทุกข์อะไรเพราะงั้นนิโรธของใครที่ทำได้แค่ไหนก็ได้แค่ของคนนั้นผู้ใดปล่อยวางได้สักนิดเข้าใจนิโรธชัดเข้าใจสมุนไพรชัดเข้าใจความเป็นบุคคลเข้าใจคำว่าเข้าใจความเป็นบุคคลและเราไม่ร่วมด้วยขนาดไหนขนาดไหนหรือเราจะอนุโลมขนาด ได้เก่งคนนั้นแหละเป็นคนที่ยอดเป็นอริยสัจเป็นผู้ที่รู้อริยสัจชัดทุกข์เพราะใจทุกข์ไม่มีที่อื่นทุกข์มันอยู่ที่ใจมันความทนไม่ได้ก็ทนไม่ได้จิตใจทนไม่ได้จิตใจกำลังกายกำลังแรงของร่างกายมันก็ทำของมันไปเท่าที่มันจะทำได้หมดแรงยกไม่ขึ้นมันก็ยกไม่ขึ้นไม่มีแรงที่จะทำอะไรแล้วอ่อนเพลียหมดเรี่ยวแรงมันก็หมดเรี่ยวแรงมันก็เรื่องของกายเรื่องของปัญญามีเท่าไหร่ปรุงเข้าไปลูกกรุงเข้าไปตรงไปมันร้อนปรุงน้ำมันก็ต้องร้อนจริงตามสภาพสภาวะร้อนแล้วก็หยุดก็เท่านั้นเองทำไมร้อนกับลูกไปทำได้ก็ทำไปไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรไม่ได้เป็นความไม่สบายใจไปปลูกป่า สระด้วยความยุ่งยากอะไรไม่ได้เป็นความยุ่งยากอะไรที่ยุ่งยากเพราะเราเองไม่ไปขัดไปค้านไปห้ามไปหวงตัวเองแล้วผู้รู้อย่างนี้เข้าใจอย่างนี้ก็เป็นผู้รู้ลึกละเอียดเข้าไปเรื่อยๆเรื่อยๆเพราะว่ามีฐานนิโรธมีฐานอุเบกขาฐานแล้วก็พยายามปรุงไปปรุงมาเวียนไปเวียนมาเวียนมาเวียนไปเราจะรู้สัจจะที่แท้จริงรับทราบลึกขึ้นลึกขึ้นลึกขึ้นลึกขึ้นก็สั่งสมความเป็นโพธิญาณมากขึ้นมากขึ้นมากขึ้นใครมีฐานพักดูรู้ตัวนิโรธแท้รู้ความพอดีลงตัวเป็นนิพพานะสัญจรนะแจ้งในสภาพนิโรธเป็นแค่นี้เนาะรู้จริงแจ้งเข้าใจคุณนั้นก็อยู่ได้ด้วยมรรคองค์ 8 อยู่ได้สัมมนาขององค์ 8 เห็นเข้าใจอยู่เป็นสัมมาทิฏฐิเพราะฉะนั้นเริ่มต้นคิดจะสัมมาสัมพุทโธจะสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะอย่างไรก็มีสติเต็มพร้อมมีความพยายามอย่างดีมีอิทธิบาทเข้าไปร่วมประกอบอย่างดีเกี่ยวกับต่างใจว่าอันนี้จะเอาด้วยล่ะจะทำด้วยล่ะมีความพยายามด้วยละก็เอาอิทธิบาทเขาประกอบเลยจิตของเราก็ตามมาลงเรื่อยๆๆๆๆตัวเราเองก็ยิ่งแข็งกว่าอินทรีย์พละแก้วกาเป็นทศกัณฐ์เป็นเกย์สหัชญาณเพิ่มเป็นโพธิญาณมันก็ใกล้จะไปหาพระพุทธเจ้าเองไม่เห็นจะต้องมีอะไรมีแต่กรรมตัวเดียวมีแต่การกระทำตามนั้นจริงแล้วไม่ต้องกลัวด้วยว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าไม่ต้องกลัวหรอกทำเข้าไป ผสมเข้าไปแล้วก็ไม่ต้องหวังด้วยนอกจากไม่ต้องกลัวแล้วก็ไม่ต้องไปหวังจะเป็นพระพุทธเจ้าด้วยไม่ต้องหวังทำเป็นที่เกิดกรรมเป็นเผ่าพันธุ์กรรมเป็นกำเนิดกรรมเป็นทุกอย่างกรรมเป็นทุกอย่างกรรมนี่แหละเป็นตัวสำคัญที่มันจะพาไปถึงอะไรทุกอย่างกระทำการงานหรือการกระทำกรรมตัวเดียวเข้าใจเกี่ยวกับกรรมไม่ได้เพราะกรรมตัวเดียวมันพาไปกรรมตัวเดียวมันพามันเป็นรากฐานของทุกอย่างกระทำโดยเจตนาที่มีสัมมาอริยมรรคอย่างนี้ได้แล้วทำไปถึงจะรู้ทิศทางที่ดีที่กระทำถามไปแล้วมันสั่งสมลงเองถ้าไม่กระทำไม่มีการสั่งสมลงให้พูดให้ตายอยู่คิดจะให้ตายอยู่ยังไงก็ไม่มีไม่มีผลอะไรมีผลก็คือกรรมการกระทำแล้ว เราจะเข้าใจลึกซึ้งไปเรายิ่งหยุดยิ่งปล่อยแล้วยิ่งทำไปตามที่เราจะกระทำได้เห็นดีเห็นควรเห็นดีเห็นควรตามปัญญาหรือมีผู้นำที่ดีเป็นอานาเป็นศาสนิกชักจูงพากเพียรดึงเราไปสู่ที่สูงที่ท่านเข้าใจได้ไปเดินไปเถอะเดินไปเถิดแล้วไม่ต้องกลัวว่าเมื่อไหร่เราจะเกิดเป็นพระพุทธเจ้าไม่ต้องกลัวมันถึงเองดูก็ได้พิสูจน์ทั้งหลายเราได้รู้แจ้งแทงตลอดทุกอริยสัจทุกขัดสมุทัยอริยสัจ 6 นิโรธอริยสัจทุกนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจแล้วตัณหาในภพเราถอนเสร็จแล้วปัญหาอาจจะนำไปสู่ภพสิ้นแล้วบัดนี้พบใหม่ไม่มีจึงไม่มีภพไม่ ชาติไม่มีอะไรเลยมีชาติโดยธรรมมีการเกิดโดยธรรมดาของรูปขันน้ำขันเท่านั้นแต่ชาติที่จะมีไม้ไว้แม้กระทั่งเราไปสร้างจิตประยุทธ์เอาไว้เป็นภพข้างหน้าโลกหน้าก็ไม่มีมีแต่ปัจจุบันเท่านี้อดีตก็รู้ว่าอดีตนั้นมันก็เป็นแต่เพียงสิ่งที่จะระลึกได้ย้อนได้เท่านั้นเองถ้าเราจำได้มากก็มีอดีตมากแต่ก็อดีตนั้นทำอะไรเราไม่ได้อดีตนั้นมาทำให้เรามีรถมีชาติมีรักมีช่างมีสุขมีทุกข์ไม่ได้อนาคตไม่มีมันเป็นไปจริงอนาคตคือสิ่งที่จะไปถึงเองมันจะไปเองมันจะอาคตไปเองมันจะเดินทางไปเองคัดไปของมันเอง มาลัยไปตามเหตุปัจจัยของกรรมกรรมอย่างนี้มันจะส่งผลไปถึงอนาคตของมันเองทำไว้เต็มอย่างนี้มันก็เป็นอย่างนี้ไม่ทำเอาจิตหวังไปเป็นอย่างนี้เท่าที่เราถึงที่เราเท่าที่เราเป็นไม่ต้องไปอนาคตอะไรมึงไม่ต้องไปหวังอนาคตอะไรให้มันไปเป็นไปเองของมันเป็นอนาคตเป็นอาคตนะเพราะฉะนั้นภพชาติมันก็ไปของมันตามเรื่องตามราวเราย่อมมีสงสัยไม่งงไม่วุ่นวายไม่เดือดร้อนอะไรเพราะมันจะมีไปอีกหรือไม่มีไปอีกเราไม่สร้างภพที่จิตเป็นเพราะว่าตัณหาไม่มีจิตของเราโลกหน้าเราไม่มีจริงๆถ้ามีอยู่ปัจจุบันนี้เท่านั้นโดยกรรมที่เราได้เขียนให้ดีที่สุดโดยการคำนวณด้วยสัปบุรุษของเราที่เราสามารถรู้ หารั้วตาธัมมัญญุตาแล้วรู้อัตตัญญุตามะตันยุตาการันตีสันยุทธตาปุระปโรปรัญญุตารู้ของเรายังไงคำนวณให้ดีแล้วก็ทำไปทุกวันทุกเวลาทุกชั่วโมงทุกวินาทีเราก็เป็นผู้ที่ถอนปัญหาเสียแล้วไม่ต้องไปอยากอะไรกับมันทำไปเพราะผู้มีพระภาคผู้สุพจน์ศาสดาครั้งแรกจัดไวยากรณ์ภาษิตนี้จบลงแล้วจึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่าเพราะไม่เห็นอริยสัจ 4 ตามเป็นจริงคือมันไม่เกิดอริยสัจขึ้นที่ตัวเราเองจริงๆไม่เห็นก็คือปกติไม่เห็นก็คือไอ้ตัวปกติตัวเห็นเนี่ยปกติคือตัวเห็นแจ้งมันไม่มีตัวปกติเนี่ยที่จริงขึ้นในตัวเราเกิดที่เราจริง เราและพวกเธอจึงท่องเที่ยวไปในชาตินั้นๆสิ้นกาลนานเพราะเมื่อไม่รู้แจ้งไม่เกิดเห็นเข้าใจจริงตัวนี้มันจึงต้องเกิดเดินขึ้นด้วยสร้างชาตินั้นเป็นอันนั้นอันนั้นเกิดขึ้นด้วยเป็นผลก็พบก่อชาติมีตัวมีตนอย่างนั้นอย่างนั้นเกิดอยู่สิ้นกาลนานเราได้เห็นอริยสัจ 4 เหล่านั้นแล้วตอนนี้เราเกิดปกติผัดสะตอเห็นอยู่เข้าใจอยู่ชัดๆเลยเห็นอยู่ที่เรานี่เป็นวิญญาณอันนี้ทัศนีให้ใครไม่ได้อันนี้ทัศนัยเห็นเองที่ใครเห็นไม่ได้อธิษฐานเราเห็นเราทัศนะเราสัมผัสเรารู้แจ้งของเราเองอันนี้ทัศนาให้ใครดูก็ไม่ได้ใครรู้ตรงกันพูดตรงกันมาก็มีสัญญามีการกำหนด บ้านไม้ออกมาเป็นสัญญาณให้รู้กันเท่านั้นเองว่าเป็นบัญญัติเป็นสมุดตรงกันหรือไม่ตรงกันจะกำหนดสมมุติจิตเข้าเป็นอย่างรู้เป็นเจโตปริยญาณเลยอย่างรู้จิตพวกนี้กำหนดอย่างนี้ตรงกันเป๊ะๆเลยก็รู้ได้ด้วยอำนาจทางจิตถ้าไม่รู้ได้โดยอำนาจทางจิตก็รู้ได้ด้วยทำสัญญาออกมาโดยสัญญาของเรามีโดยการกำหนดหมายของเราก็กำหนดเป็นภาษาเป็นอะไรแทนให้มันตรงกันให้เข้าใจกันได้ลงมีสื่อความหมายสื่อกันให้เป็นความหมายที่ตรงลงช่องกันๆๆอย่างนี้มันก็รู้กันได้ผู้ที่รู้กันตรงก็ตรงกันผมจะรู้สิ่งเดียวกันก็ตรงกันตรงกันผู้ที่ยังไม่รู้สิ่งเดียวกันยังไม่ลงฝาลงตัวกันมันก็ยังไม่ลงกันบางทีนึกว่าลงฝาลงตัวกันแต่แท้จริงมันยังคนละฝาคนละตัวอยู่ งานไม่ลงตัวกันกำหนดลงมานึกว่าตัวเดียวกันเปล่าคนละฝาคนละตัวก็มีเหมือนกันเพราะถ้าผู้ใดเห็นแจ้งอริยสัจ 4 โดยตนอย่างแท้จริงแล้วเป็นปกติเราถอนตัณหาอันจะนำไปสู่ภพเสียได้แล้วพวกนั้นก็ถอนตัณหามูลแห่งทุกข์เราตัดได้ขาดแล้วบัดนี้พบใหม่ไม่มีดังนี้ตัดขาดมูลรากแห่งทุกข์ภพใหม่ไม่มีพบหน้าไม่มีไม่มีจริงๆได้ยินว่าพระผู้มีพระภาคประทับอยู่หน้าโกดังฆ่าแม่นั้นก็ทรงกระทำทำมีคาถานี้แหละเป็นอันมากแก่พวกภิกษุว่าอย่างนี้ศีลอย่างนี้สมาธิอย่างนี้ปัญญาสมาธิอันศีลอบรมแล้วย่อม ผลใหญ่มีอานิสงส์ใหญ่ปัญญาอันสมาธิอบรมแล้วย่อมมีผลใหญ่มีอานิสงส์ใหญ่จิตอันปัญญาอบรมแล้วย่อมหลุดพ้นจากอาสวะโดยชอบคือกามาสวะอวิชชาสวะร้อนผู้ที่ได้ทิ้งโลกตามมาแล้วก็มาเพียงเธอพวกเรานี่แหละตามอย่างของหยาบมามันมีเศษก็รู้เศษที่เป็นรูปเป็นอรูปของเราให้สิ้นซากอย่าไปหลงติดมันอยู่พยายามรู้แล้วว่าเออเราไม่หลงติดมันแล้วล่ะเพราะอย่างนี้รู้ก็รถอย่างนี้รู้อดีตจำได้ว่าอย่างนี้เคยอร่อยก็รู้ว่ารอยอดีตจนจำได้อยู่ว่าอย่างนี้เราเคยอร่อยก็ยึดรู้ว่าเอออันนี้เคยหลงเคยติดเดี๋ยวนี้อันนี้เคยฝืนเหลือเกินแต่ก่อนนี้อดีตไม่เคยชอบเลยอย่างนี้เคยชังมันอย่างนี้ไม่อร่อย ไม่มันมันไม่ดีมันไม่งามมันไม่ชอบก็ให้รู้ว่าไอ้นี่ไม่ชอบแม้จะสัมผัสแม้เราจะต้องเอามาปรุงกับตัวเราถ้าเป็นของที่ถูกต้องตามเป็นปัจจัยก็ใช้ไปกินไปใช้ไปกินไปไม่ต้องไปเดือดร้อนอะไรกามคุณต่างๆตามตาหูจมูกลิ้นกายอยากไปเป็นทาสมันแล้วมารู้พบที่ละเอียดเป็นรูปพระจิตเป็นรูปเป็นรูปเป็นชาญหรือเป็นสภาวะโลกที่ได้แม้นอยู่เดี๋ยวนี้เน้นการพยายามย่ำแย่แทรกซ้อนหลายไปได้มาให้เข้าใจละเอียดแล้วละเอียดอีกทวนไปทวนมาย้ำแล้วย้ำอีกเลยเถิดไปจนหาดับเกินไปหรือว่าไม่ดับดับอะไรควรดับอะไรไม่ควรดับพยายามแย่และสอบสวนอยู่จนทุกวันนี้ให้เข้า ในภาวะพบให้เข้าใจในภาวะพบอยากไปหลงเพราะว่าตัณหาต่างๆมันเลยเถิดไปธาตุมันยังเหลือตัวเหลือตนเหลืออัตรามันแม้เป็นหลงมันก็ยังเป็นตะนะเป็นตนยังเป็นน้อยเป็นมิตรอยู่แม้จะเป็นอารมณ์ของจิตนิดๆน้อยๆที่เราอย่าไปเสพสมสุขสมอยู่ที่ใดและยังไปคับแค้นใจทุกข์เป็นอโศกกะอยู่เท่าใดแต่ยังเห็นยินดียินร้ายอยู่อย่าไปกำราบนั่นหมายอยู่เป็นวิริยะเศษธุลีเท่าใดก็รู้ให้เท่าเทียมรู้ให้เท่าทันด้วยจริงรู้หมดแล้วเป็นเข็มมังจิตเกษมเป็นอย่างนี้จิตผ่องแผ้วเป็นอย่างนี้จิตบริสุทธิ์เป็นอย่างนี้จิตที่เป็นภัสสราจิตตังเป็นจิตที่ประภัสสรรู้เต็มสว่างโลกอยู่ เป็นสัพประตูประพันธ์เป็นอย่างนี้รู้มันให้ชัดและไม่ต้องไปหรี่ๆมันเป็นเนวสัญญานะสัญญาไม่ต้องไปตีมันพอดีมันทำไมรู้เต็มเลยไม่ต้องรีบมันเป็นวิญญาณนางอริสมันต์เต็มไปสับประตูประพันธ์หรือเป็นประธานจิตตังเป็นจิตอันประภัสสรแจ่มแจ้งรู้ด้วยว่าอันนี้เป็นกิเลสอันนี้เป็นปัญหาทางโน้นจิตไปอย่างนี้เป็นชอบเป็นชังนี่เป็นเศษเสี้ยวของมูลนิธิที่เป็นโลภะกับตาเป็นโทสะก็ตามไม่ว่ามูลนิธิในขนาดไหนยังอ่อนอย่างน้อยอย่างบางขนาดไหนเราก็รู้ชัดไม่เอาอย่างนั้นมาร่วมในจิตของเราเป็นจิตสะอาดผ่องใสบริสุทธิ์หมดจดเรียกว่าประภัสราอังกฤษอย่างนี้ให้ได้เพราะผลอวิชชาอย่างจริงจัง อธิบายซับซ้อนซ่อนไปแทรกซ้อนไปในเรื่องนี้ในปีนี้ปีที่แล้วเน้นในเรื่องกามมากหน่อยในเรื่องนี้น้อยหน่อยปีนี้เน้นในเรื่องนี้ให้มากเห็นชัดๆให้ละเอียดปีหน้าทบทวน 2 อย่างไม่มีอะไรในโลกนี้มีแต่การกระทบมีแต่กามสุขัลลิกานุโยคยาตามโรคเขาก็หลงโลกอยากโรคละเอียดเป็นเพราะว่าตัณหาก็เป็นปัญหาของโลกในขณะนั้นเพราะเราเข้าใจให้ได้ถ้วนทั่วแท้แล้วไม่ต้องไปลงสองโลกนี้เลิกอยู่ตรงกลางอะไรรู้ก็รู้ให้มันเต็มเป็นวิญญาณเป็นประภัสราอังกฤษ กำหนดไปเต็มที่ไม่ต้องดำเนินคดีว่าสัญญานะสัญญาหรือยังเป็นดับจิตเล่นเป็นอสัญญีสัตว์ไม่ต้องดับมันให้มันรู้พอเนี่ยมันไม่ตายง่ายไม่ตายง่ายๆหรือกายไม่ตายง่ายๆเพราะงั้นอย่าไปทุกข์กับมันนักผู้รู้ละเอียดถึงที่สุดอย่างนี้จึงเรียกว่าอวิชชาสวะสิ้นหรือพ้นอวิชชาสวะครั้งนั้นพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ตามความพอพระทัยในกฎที่ถามแล้วตัดเรียกพระอานนท์มารับสั่งว่าดูก็ได้อานนท์มากไปกันเถิดไปอีกแล้วเราจะไปยังนาทิการามท่านพระอานนท์ก็ถูกรับพระตำหนักพระผู้มีพระภาคแล้วก็ลำดับนั้นพระผ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive