ปฏิจจสมุปบาท วิญญาณ นามรูป อายตนะ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.45 KB
วันที่แก้ไข21 เมษายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

ปฏิจจสมุปบาท วิญญาณ นามรูป อายตนะ วิญญาณ นามรูป อายตนะ ฉะนั้นวิญญาณ มันมีที่ตั้งอยู่ 5 นามรูปก็ต้องรู้ 5 คู่ ก็คืออย่าไปนับเป็น 10 ให้นับเป็น 9 มันก็จะเกิดวิญญาณ นามรูป อายตนะ การเกิดอายตนะ อายตนะ โดยพยัญชนะของมัน อายะ แปลว่า ประโยชน์ แปลว่า สิ่งที่ได้รับ ถ้าจะว่าไปแล้ว อายะนี่คือตัวนาม ตัว Dynamic ตนะ คือตัวตั้งตัว Static ตนะ ก็คือ ตน อายะ คือประโยชน์ สิ่งที่ได้รับ สิ่งที่เป็นกำไร สิ่งที่ได้ ตัวคุณจะได้อะไร ก็อันนั้นแหละเป็นธาตุ 2 เทวะ ระหว่าง อายะ กับ ตนะ จากการมีความรู้ระหว่างวิญญาณนามรูปทำงาน 2 ตัว เป็นนามกับรูปทำงาน มีวิญญาณและวิญญาณมีที่ตั้งกระทบสัมผัสก็ต้องตรวจสภาพ 2 ให้คุณรู้ อายะ กับ ตนะ ก็คือ สิ่งที่คุณรู้ จะรู้ได้ใน 5 ทวารนอกเป็นคู่ 5 คู่ หมดจาก 5 คู่นอกก็ยังมีคู่ในนอีกคู่หนึ่งเป็นคู่ที่ 6 ข้างนอก 5 คุณยังเรียนไม่จบอย่าไปยุ่งกับคู่ที่ 6 มนายตนะกับธัมมายตนะ คุณอย่าเพิ่งไปยุ่ง ยุ่งแต่โผฏฐัพพายตนะ ไม่เรียกกายายตนะ เดี๋ยวจะไปซ้ำ แต่อย่าเพิ่งไปวุ่นกับ มนายตนะกับธัมมายตนะ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไท...พ่อครูให้เราเรียนรู้อายตนะภายนอกก่อน 5 คู่ เช่น ตากระทบมะม่วงเขียวใหญ่ 5 ผลนี่ พ่อครูว่า…ลูกโตที่เขาเขียนมา 1 กิโลกรัมกับ 4 ขีด ถ้าเป็นที่อื่นแย่งกันหมดแล้ว แต่พวกเราดีมีมารยาท ไม่ค่อยจะแย่งกันเท่าไหร่ แต่ใครอยากกินก็ค่อยๆหาวิธีเอา เดี๋ยวก็ได้กิน คนที่อยากแต่ก็ยับยั้ง อย่าไปอยากเลย เพราะความอยากเป็นกิเลสก็เลยระงับไว้ก็เลยเหลือ เพราะว่าคนมีปัญญาระงับกิเลสก่อนว่าอยากเลย คนที่ระงับไม่อยู่ไปดูเดี๋ยวก็ได้กิน (มะม่วงตอนนี้เขียนไว้ว่า ระวังความอยาก) สมณะฟ้าไท...มะม่วงนี้คล้ายกับแอปเปิ้ลส่งมาจากกรุงเทพฯ พ่อครูว่า…ถ้านิยมจีนก็บอกว่าเหมือนลูกท้อ ถ้าไปนิยมฝ

อ่านต่อ

รั่งก็เหมือนแอปเปิ้ล สมณะฟ้าไท...สัญญามีอุปาทานไหมว่าเหมือน Apple พ่อครูว่า…อายตนะ จึงกลายเป็น 2 ตัวของวิญญาณคือนามรูปนั้นเอง มันรวมสภาพสภาวะธรรม นามรูป รูปนามหรือสังขาร หรือตัววิญญาณนั่นแหละ มันไม่ได้หนีจากกันเท่าไหร่มันเกี่ยวพันกันแต่มันละเอียดขึ้น อายตนะ เราแปลว่ามันเหมือนสะพานของนามรูป ของสิ่งที่ผัสสะระหว่างสิ่ง 2 สิ่งภายนอกภายใน อย่าเพิ่งไปนึกถึงหมดภายนอกจบหมดเสร็จค่อยเหลือมนายตนะกับธัมมายตนะ อย่าไปลัดไปถึงสิ่งที่ละเอียดที่ยังไม่ถึงขั้น เมื่อเราเข้าใจอายตนะก็คือ 2 ทีนี้อายตนะ มันจะเกิดได้มันต้องมีผัสสะ ถ้าไม่มีผัสสะอายตนะไม่เกิด อายตนะที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้เลยว่าไม่ตั้งอยู่ ณ ที่ใด มีอยู่ในปัจจุบันเท่านั้นเหมือนกันกับคำว่าบุญ บุญมีในปัจจุบันเท่านั้นเป็นปัจจุบันชาติ เกิดอยู่ที่ปัจจุบันหมดปัจจุบันไปไม่มีบุญไม่มีอายตนะ อยู่ที่ไหนก็ไม่มี ผัสสะ จะไปบอกว่ามีแต่ปัจจุบันก็ได้ คล้ายกัน แต่ต้องมีผัสสะ ตัวนี้เป็นตัวบังคับ ถ้าไม่มีผัสสะอายตนะไม่มี เวทนาไม่มี เป็นสามเส้า อายตนะ ผัสสะ เวทนา เพราะฉะนั้นคุณต้องมี 2 เสมอ อายตนะ คือ อายะกับตนะคือนามกับรูป แล้วต้องมีตัวที่ 3 เพิ่มขึ้นคือผัสสะ ทีนี้ คุณไปเอาแต่ผัสสะข้างใน มนายตนะกับธัมมายตนะ คุณต้องรู้ดีจัดการ 2 ทำให้เป็น 1 เป็น 0 ได้ภายนอกก่อน คุณจึงไปจัดการตัวนี้มันจริงๆไม่ยากนักหรอก มนายตนะกับธัมมายตนะ หรือ เรียกว่าธัมมารมณ์หรือเรียกว่าเวทนาของตัวธรรมะตัวสุดท้าย ความรู้สึกตัวสุดท้าย

640421_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เจโตปริยญาณ 16 และปฏิจจสมุปบาทโดยพิสดาร

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน