590731_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ถ้าทำตามธรรมวินัยสังคมไทยสงบสุข.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2559
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์22 KB
วันที่แก้ไข31 กรกฎาคม 2559

เนื้อหาในไฟล์

590731_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ถ้าทำตามธรรมวินัยสังคมไทยสงบสุข

ส.ฟ้าไทเกริ่นกล่าวน่ะ ก่อนอาราธนาพ่อครูแสดงธรรม

พ่อครูว่า….ก็ขอแจ้ง เรื่องเกี่ยวกับหนังสือจากคุณศีลสนิท น้อยอินต๊ะ ว่า..มีคนสนใจอ่านหนังสือ เราคิดอะไร ติดต่อมา ให้ที่อยู่มา จัดส่งให้แล้ว ตีกลับทุกฉบับ เบอร์โทรศัพท์ไม่ได้ให้ไว้ ติดต่อไปยังไปรษณีย์ท้องถิ่น เขาก็ไม่พบบ้านเลขที่ดังกล่าว สนพ.เกรงว่าจะเป็นหนี้เขาค่ะ เงิน 500 บาทยังอยู่ ถ้าได้ฟังพ่อครูเทศน์ ให้คุณชนาศรี โชติประสิทธิชัย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาติดต่อ กลับมา ด้วย จนท. จะได้ดำเนินการต่อได้ค่ะ จนท. เราคิดอะไร 08-1253-7677 กราบขอบพระคุณพ่อครูค่ะ และอีกคนค่ะ คุณ Sureerat Sueess จาก Switzerland ก็ตีกลับค่ะ

มีข้อความวันที่ ๓๑ กรกฏาคม ๒๕๕๙ จากคุณพิมพ์เพชรรุ้ง กราบนมัสการพ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ลูกขอใช้โอกาสนี้พูดถึง การตัดสินใจลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ ๗ ส.ค. เดิมที ลูกก็ได้พิจารณาตามข้อมูลต่างๆแล้ว คิดว่าจะ “ไม่รับ” ร่าง รธน. แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้วค่ะ ว่าจะ “รับ” ร่าง รธน. และประเด็นเพิ่มเติม (คำถามพ่วง) ไม่ได้เพียงแต่คล้อยตามที่พ่อบอกในรายการแสดงธรรมที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ลูกได้พิจารณาเหตุผลต่างๆ โดยวิธีปฏิบัติธรรม คือ - ไม่ใช้ "อคติ" แม้ใจจะอยากให้ “ลุงตู่” อยู่ต่อนานๆ แต่ประเทศชาติก็ต้องมาก่อน - มี "ปรโตโฆสะ" เปิดใจรับฟังทุกฝ่าย ใครบอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดี หรือไม่ดีอย่างไร ก็รับฟังข้อมูลทุกด้าน - ใช้ "สัมมาทิฏฐิ" พิจารณา ไม่ยึดติด ไม่จมอยู่กับอดีต หรือเพ้อฝันและหวังลมๆแล้งๆ กับอนาคตว่าจะมีอะไรที่ดีกว่านี้ แต่ดูที่ข้อมูลของจริงในสถานการณ์บ้านเมืองและโลก ณ ปัจจุบัน เหตุปัจจัยทั้งจากภายใน และภายนอกประเทศ เป็นอย่างไร - "โยนิโสมนสิการ"

อ่านต่อ

พิจารณาความจริงตามความเป็นจริง คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ว่าบ้านเมืองของเราเวลานี้ ต้องการอะไร และผู้บริหารต้องทำอย่างไร ตัวเราต้องทำอย่างไร - พิจารณาข้อมูลทั้งหมดให้ชัดเจนอีกครั้ง และตัดสินใจเลือกทำสิ่งที่คิดว่าเหมาะควรกับประเทศชาติ ลูกขอกราบเรียนถามพ่อท่านฯว่า การที่ลูกใช้ธรรมะเปรียบเทียบแบบนี้ถูกต้องตามบัญญัติหรือไม่คะ ลูกประทับใจที่ พ่อท่านฯ เคยบอกว่า... คนเราโง่เท่าที่ตัวเองฉลาด และฉลาดเท่าที่ตัวเองโง่ ลูกได้เห็นประโยชน์จากการปฏิบัติธรรมแบบพุทธ ตามที่พ่อสอน ทำให้ลูกได้พัฒนาตัวเองให้มีโลกะวิทูอย่างสัมมาทิฏฐิขึ้น และจะพยายามพัฒนาตัวเองสู่โลกุตระให้ยิ่งขึ้นด้วยค่ะ กราบนมัสการพ่อท่านฯ พิมพ์เพชรรุ้ง

พ่อครูว่า….ดีมาก เท่าที่เขียนมานี้ เมื่อเรามีคุณวิเศษในตนแล้วก็เอามาช่วยโลกได้ เป็น โลกุตระ(เหนือโลก) โลกวิทู(รู้ทันโลก) โลกานุกัมปายะ(เกื้อกูลอนุเคราะห์โลก) สำหรับประเด็นที่จะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ถ้ามันผิดก็เป็นโทษถ้ามันถูกก็เป็นประโยชน์ มีสรุปสาระสำคัญของ ร่าง รธน. จากทาง อ.จุฬาฯ มาให้อ่านสั้น ๆ ดังนี้ครับ

อจ.ดร. ศุภชัย ยาวะประภาษ กรรมาธิการ กรธ. ฝากเผยแพร่ ดังนี้ สรุปของสรุป ร่าง รธน ที่จะลงประชามติ 7 ส.ค. 2559

ภาพรวม: รธน ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการเมืองอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับสิทธิและเสรีภาพของ ปชช และทิศทางการพัฒนาประเทศเพื่อให้ลูกไทยหลานไทยอยู่ในโลกยุคต่อไปได้ทัดเทียมชาติอื่นได้อย่างยั่งยืน

ปัญหาของประเทศไทย: 1. ปท. ไม่เจริญ/ย่ำอยู่กับที่/ดูทันสมัยแต่ไม่พัฒนา 2. เหลื่อมล้ำ/ไม่เป็นธรรมในทุกมิติ 3. สังคมแตกแยก/ใช้สิทธิเสรีภาพกันอย่างไม่รับผิดชอบ

สาเหตุของปัญหา: 1. corruption/ความไม่โปร่งใสและไม่รอบคอบของการวางนโยบายสาธารณะ/การใช้จ่ายเงินแผ่นดินโดยไม่คุ้มค่า/การบริหารราชการแผ่นดินไม่โปร่งใส/ไม่รับฟังความเห็นประชาชน (ปชช) กฎหมาย (กม) ไม่ทันสมัย 2. คุณภาพการศึกษาต่ำมาก/เน้นปริมาณ/ละเลยการพัฒนาเด็กเล็กซึ่งเป็นพัฒนาการที่สำคัญที่สุดของมนุษย์/ไม่เปิดให้เด็กพัฒนาศักยภาพได้ตามถนัด 3. กม ให้ดุลพินิจแก่เจ้าหน้าที่มากเกินไป/ใช้ระบบควบคุมมากเกินไป/จึงเกิดการใช้ดุลพินิจหลายมาตรฐานและการทุจริต/คนรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม/ขณะที่คนไทยเองก็ขาดระเบียบวินัยที่จะปฏิบัติตาม กม 4. นักการเมืองจำนวนหนึ่งขาดคุณธรรมจริยธรรมอย่างรุนแรง เล่นพรรคเล่นพวก เอื้อประโยชน์พวกพ้อง ทุจริต 5. ระบบราชการหย่อนประสิทธิภาพ (อาตมาเคยบอกว่า ให้ล้มกรมตำรวจก่อนแล้วค่อยเลือกตำรวจใหม่ที่ดีเข้ามาทำงาน ตำรวจนี้สำคัญมาก) 6 . ไม่มียุทธศาสตร์พัฒนา ปท ที่ ปชช และรัฐเห็นดีเห็นงามร่วมกัน ที่มีความต่อเนื่องในระยะยาว จึงเดินเป๋ไปเป๋มาตามลมการเมือง 7. ค่านิยมประหลาด: บริโภคนิยม/วัตถุนิยม/ไม่คิดวางแผนระยะยาวให้ลูกหลาน คิดถึงแต่ประโยชน์เฉพาะหน้า/ขาดวินัย/ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม อยากทำอะไรก็ทำ

หลักการของร่าง รธน ใหม่ - รับรองความเสมอภาคและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไว้ในบททั่วไป เพื่อคลุมทุกเรื่องว่าทุกคนต้องเสมอกัน และวางหลักว่ารัฐมีหน้าที่ทำสิ่งดี ๆ ให้แก่บ้านเมือง สิ่งที่บัญญัติไว้เป็นแต่เพียงมาตรฐานขั้นต่ำที่ต้องทำเท่านั้น จะทำดีมากกว่านั้น เป็นประโยชน์แก่ ปชช มากกว่านั้น ทำได้หมด แต่ทำเรื่องเลว ๆ หรือเรื่องที่ รธน หรือ กม ห้ามไว้ไม่ได้ - ประชาชน/ชุมชนมีสิทธิเสรีภาพมากขึ้น **อะไรที่ รธน หรือ กม ไม่ห้ามไว้ สามารถทำได้หมด** ไม่ต้องเขียนจาระไนแบบเก่า ๆ ที่หลุดง่าย - การออก กม ที่จำกัดสิทธิ ต้องผ่านการรับฟังความเห็น ปชช./ ผ่านรัฐสภา/ ต้องไม่ขัดหลักนิติธรรม / ไม่เกินจำเป็น ประชาชนและชุมชนขอให้ศาลตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายได้เสมอ - ไม่ได้ยกเลิกบัตรทอง แต่กำหนดชัดว่าให้ปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพให้ดีขึ้น รวมทั้งสิทธิประกันสังคมด้วย -ไม่ได้ยกเลิกเบี้ยผู้สูงอายุ แถมยังกำหนดให้มีเบี้ยยังชีพสำหรับบุคคลผู้ยากไร้ด้วยไม่ว่าจะมีอายุเท่าไร -เน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพตามศักยภาพของแต่ละคนที่แตกต่างกัน และมีคุณธรรม เพื่อให้สอดคล้องกับคุณลักษณะของประชากรในอนาคตที่ต้องมี "creativity-collaboration-talent" -รัฐต้องจัดการพัฒนาเด็กเล็กอย่างน้อยตั้งแต่ 2 ขวบ เรื่อยไปจนชั้นอนุบาล ประถม จนจบภาคบังคับ (ม.3) โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รวมอย่างน้อย 14 ปี จบ ม.3 แล้วให้เลือกตามถนัดจะเรียนต่อหรือจะไปทำงานก็ได้ แต่ถ้าจะเรียนต่อต้องได้เรียน โดยมีกองทุนสนับสนุน เป็นกองทุนใหม่ ไม่ใช่ กยศ / ขณะนี้ คสช เห็นด้วยกับแนวทางนี้และมีคำสั่งให้เรียนฟรีได้ถึง ม.6/ปวช.3 ด้วยแล้ว - ต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ โดยกำหนดให้รัฐมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลที่ไม่ใช่เรื่องลับเพื่อความโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบอย่างจริงจัง - เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิตสำหรับผู้ทุจริตในการเลือกตั้ง/ต่อหน้าที่ ทรัพย์ที่ได้มาจากการทุจริตและที่ได้มาแทน ไม่ว่าจะโอนให้ใครไป ต้องถูกริบคืนให้ตกเป็นของแผ่นดิน - ยังเป็นระบบ 2 สภาเหมือนเดิม คือ สส. และ สว. โดยสส. 500 (แบ่งเขต 350 & บช. รายชื่อ 150) เป็นแบบเขตเดียวเบอร์เดียวเหมือนเดิมและกาบัตรใบเดียว แต่เพิ่มเติมเรื่องการนำคะแนนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเขตได้ลงคะแนนไว้ทุกคะแนน (ทั้งคนที่ได้ /ไม่ได้รับเลือกเป็น สส เขต) ไปรวมนับคะแนนจากเขตอื่นทั่วประเทศเพื่อกำหนดจำนวน สส. ทั้งหมดที่พรรคนั้น ๆ จะได้แล้วนำจำนวน สส. เขตที่พรรคนั้นได้ไปหักออก ก็จะได้ สส. บช. รายชื่อ - สว. จำนวน 200 คน - การเลือก สว. จะตั้งกลุ่มตามความรู้ / เชี่ยวชาญ / อาชีพการงาน ฯลฯ ปชช. สามารถสมัครเองได้ จากระดับอำเภอ --> จังหวัด --> ประเทศ *5 ปีแรก ให้มี สว. 250 คน ทั้งจากการเลือกและสรรหาโดย คสช. เพื่อกำกับและติดตามการปฏิรูปประเทศ - คสช. สนช. กรธ. จะพ้นตำแหน่งก่อนรัฐบาลใหม่เข้ามาทำหน้าที่

ปากท้องของพี่น้องประชาชน: - ไม่กำหนดวิธีการว่าให้ใช้ระบบ ศก. แบบใด (เดิมระบุว่าต้องใช้ระบบเสรีโดยอาศัยกลไกตลาด) แต่เน้นว่า เป็นระบบที่ ปชช. ต้องได้ประโยชน์ไปด้วยกันอย่างทั่วถึงและยั่งยืน (inclusive and sustainable growth) ซึ่งสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง / ไม่ใช่มือใครยาวสาวได้สาวเอาตามแบบกลไกตลาดอย่างเดียว - *รัฐไม่ประกอบกิจการแข่งเอกชน แต่ต้องส่งเสริมให้เอกชนมีความสามารถในการแข่งขัน - *ส่งเสริมธุรกิจ ขนาดกลาง-ย่อม - *พัฒนาวัตถุและจิตใจและความอยู่เย็นเป็นสุขของ ปชช. อย่างสมดุล - กม. ยุทธศาสตร์ชาติ ต้องเสร็จใน 120 วัน หลังรธน. ผ่าน --> ยุทธศาสตร์ชาติ (20 ปี) เสร็จในอีก 12 เดือน - ดังนั้น เท่ากับว่าหลัง รธน. ผ่าน ยุทธศาสตร์ชาติต้องเสร็จใน 16 เดือน --> เมื่อมี ครม. เข้ามา การทำงานต้องสอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงการทำ งปม. ด้วย - กระบวนการ/ ระยะเวลาอนุมัติ งปม. แผ่นดิน สั้นลง --> แผนต่างๆ เดินหน้าเร็วขึ้น --> กำหนดระยะเวลาจัดทำ กม. หลายฉบับสั้นลงและบทลงโทษในกรณีทำไม่เสร็จ -->ขอเห็นชอบหนังสือสัญญา ระหว่างประเทศต้องพิจารณาให้เสร็จใน 60 วัน (เหมือน รธน. 50) ถ้าไม่เสร็จถือว่าเห็นชอบ

สรุป: ร่าง รธน. นี้ ไม่ใช่เรื่องการปะผุการเมืองอย่างเดียว แต่เป็นการวางอนาคต ปท ร่วมกัน 7 สิงหานี้ เป็นการลงประชามติว่าประชาชนจะเห็นด้วยกับอนาคตของชาติที่ กรธ. จัดทำมาเสนอหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องการเอาชนะคะคานทางการเมืองอย่างที่ใครต่อใครคิด

อาจารย์ท่านเสนอแนะว่า หากใครไม่แน่ใจตามนี้ ทางที่ดี ให้อ่านจากของจริง จะได้สบายใจ ...(แต่ว่ามันยาว กลัวจะขี้เกียจอ่านนะสิ)

มาอ่านข่าวเกี่ยวกับกรณีสมเด็จช่วง และหลวงพี่น้ำฝน...จากนสพ.ไทยรัฐ

เจ้าคุณประสารวอนอย่าทำลาย “บิ๊กตู่” ย้ำจะนำชื่อผู้ ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชขึ้นทูลเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชได้ก็ต่อเมื่อเคลียร์ข้อกล่าวหาทั้งหมดให้ได้ก่อน ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ด้าน “เจ้าคุณประสาร” พระเมธีธรรมาจารย์ ระบุองค์กรพุทธและภาคีเครือข่ายอยู่ระหว่างจับตาดูความเคลื่อนไหววอนผู้เกี่ยวข้องอย่าเอาความสะใจหรืออาศัยกรอบกฎหมายมาทำลายกัน ขณะที่ประธานสมาพันธ์ชาวพุทธฯชี้ ข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นการจงใจสร้างมลทิน เชื่อมีการยื้อเวลาจนกว่าสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์จะปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ กรณี พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมผู้เกี่ยวข้องแถลงผลการตรวจสอบการครอบครองรถเบนซ์โบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ กทม. และรถจากัวร์ ความคืบหน้า ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนการดำเนินการของรัฐบาล หลังนี้บ้านเมืองยุ่งมากพอแล้ว อะไรที่ยังไม่ใช่ความเร่งด่วนก็ควรที่จะเบาๆกันบ้าง เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ขั้นตอนการตัดสินใจที่จะนำชื่อผู้ปฏิบัติหน้าที่ สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ครอบครองรถเบนซ์โบราณเข้าข่ายความผิดใน 2 ข้อหาว่า ขั้นตอนการพิจารณาเป็นไปตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ขณะขณะที่ยังไม่มีการตัดสินต้องให้โอกาสทั้งสองฝ่ายได้ชี้แจงข้อเท็จจริง จากนั้นกระบวนการยุติธรรมจะเป็นผู้ตัดสิน ถ้าไม่เป็นแบบนี้มันไปต่อไม่ได้ วันนี้บ้านเมืองยุ่งมากพอแล้ว อะไรที่ยังไม่ใช่ความเร่งด่วนก็ควรที่จะเบาๆกันบ้าง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ขั้นตอนการตัดสินใจที่จะนำชื่อผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ขึ้นทูลเกล้าฯสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชได้เมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ขั้นตอนของผมก็คือต้องเคลียร์ข้อกล่าวหาให้ได้ก่อน ข้อกล่าวหาต่างๆที่มีอยู่ในขณะนี้

ยังไม่ได้บอกเลยว่าผิดหรือถูก ถ้าคิดว่าถูกก็มาสู้คดี นำหลักฐานมาชี้แจงให้ได้ก็จบ ผมเคารพพระสงฆ์ทุกองค์ไม่ได้เลือกข้างใครอยู่แล้ว แต่ต้องเห็นใจผมด้วย เพราะทำหน้าที่ให้ประเทศชาติสงบปัญหาทุกวันนี้ก็ล้วนเป็นปัญหาเดิมทั้งสิ้น ถ้าอยากจะตกอยู่ในวังวนเหล่านี้ก็ไม่เป็นไรก็ทำกันต่อไปสู้กันไปก็แล้วกัน แต่ผมไม่สู้ด้วยไม่ว่าจะกับใครทั้งนั้น ทุกอย่างต้องใช้กฎหมายเป็นบรรทัดฐาน ที่กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ไพสิฐ วงษ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เผยว่า ยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้ ส่วนการประชุมของคณะพนักงานสอบสวนร่วมกับอัยการในวันที่ 27 ก.ค. ยังไม่ทราบรายละเอียด เพราะไม่ได้เข้าร่วมประชุม ต้องปล่อยให้คณะพนักงานสอบสวนหารือกัน เท่านั้น ส่วนกรณีทนายวัดปากน้ำภาษีเจริญและวัดไผ่ล้อม ยืนยันว่ารถโบราณทั้ง 2 คัน มีลูกศิษย์มาถวายและยินดีให้ตรวจสอบอีกครั้ง ยังไม่ได้ทำหนังสือชี้แจงมาอย่างเป็นทางการขณะที่พระเมธีธรรมาจารย์ หรือเจ้าคุณประสาร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ช่วงนี้มีข่าวลือเกี่ยวกับองค์กรพุทธและภาคีเครือข่ายทั่วประเทศมากมาย ถึงแนวทางในการเคลื่อนไหว ขอแจ้งให้ทราบว่าขณะนี้กลุ่มผู้ร่วมอุดมการณ์ ประกอบด้วย กลุ่มพระสงฆ์ในประเทศ กลุ่มพระสงฆ์ซึ่งเป็นพระธรรมทูตในต่างประเทศ กลุ่มองค์กรพุทธในประเทศ กลุ่มพระนิสิต นักศึกษาในทั่วประเทศ กลุ่มศิษยานุศิษย์ในคณะสงฆ์ ส่วนแนวทางการทำงานต่อจากนี้ กำหนดแนวทางการเคลื่อนไหวเพื่อนำไปปฏิบัติในพื้นที่ต่างๆตามกรอบเวลาที่กำหนดแล้วนำมาสรุปก่อนมีมติในเรื่องสำคัญ ส่วนวันที่ 27 ก.ค.กรมสอบสวนคดีพิเศษจะประชุมหาข้อสรุปเกี่ยวกับคดีการครอบครองรถโบราณในพิพิธภัณฑ์วัดปากน้ำฯนั้น องค์กรพุทธและภาคีเครือข่ายอยู่ระหว่างจับตาดูความเคลื่อนไหว ขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องคำนึงถึงความถูกต้อง ชอบธรรม ความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นหลัก อย่าเอาความมัน ความสะใจ เอาสี เอาข้าง หรือเอาธงจากใคร มาตัดสินโดยอาศัยกรอบของกฎหมายทำลายกัน พระมหาศิริศักดิ์ สิริวุฑฺฒิปญฺญาเมธี ประธานสมัชชาพระนิสิตพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า สมัชชาพระนิสิตฯเตรียมออกมาสวดมนต์ครั้งใหญ่กับพระสงฆ์ทั่วประเทศ เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาและพระมหาเถระที่ถูกย่ำยี ยืนยันไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เตรียมออกแถลงการณ์เพื่อกราบเรียนคณะสงฆ์ พระสังฆาธิการทั่วประเทศ ร่วมแสดงพลังความเป็นเอกภาพปกป้องพระพุทธศาสนา พระครูกาญจนกิจจารักษ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรพระสงฆ์รุ่นใหม่ กล่าวว่า เครือข่ายองค์กรสงฆ์รุ่นใหม่ พร้อมที่จะเคลื่อนไหวร่วมกับพระเมธีธรรมาจารย์โดยไม่ให้ขัดต่อกฎหมายบ้านเมือง ทั้งนี้การออกมาสวดมนต์ไม่น่าผิดพระธรรมวินัยและไม่ได้ก่อปัญหาอะไรกับสังคม เพราะไม่ได้ไปปิดสถานที่ราชการแต่อย่างใด ทั้งยังเป็นการแสดงเจตนารมณ์สิ่งที่อยู่ในใจพระสงฆ์ทั่วประเทศที่ต้องการรวมใจแสดงให้ทุกฝ่ายเห็น นายบรรจบ บรรณรุจิ ประธานสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้หากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเสนอรายชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อทูลเกล้าฯสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช ไม่ยอมลดธงลงและยังคงพยายามหาทางต้านต่อไป การเสนอรายชื่อเพื่อทูลเกล้าฯ คงไม่เกิดขึ้นแน่นอน ขณะเดียวกันก็คงจะไม่กล้าเสนอสมเด็จพระราชาคณะรูปอื่นขึ้นมาแทนด้วย เพราะหากการเสนอรายชื่อสมเด็จพระสังฆราชในครั้งนี้ ไม่ใช่ชื่อของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ที่เป็นขั้นตอนดำเนินการที่ผิดธรรมเนียมประเพณี พระสงฆ์ฝ่ายมหานิกายคงดำเนินการอะไรบางอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องข้อกล่าวหาต่างๆนั้นเป็นการจงใจสร้างเรื่องให้เกิดมลทินกับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ และสร้างความชอบธรรมให้กับพระสงฆ์ของพวกเขา เรื่องนี้ไม่เฉพาะตนที่มองแต่สังคมรวมทั้งพระสงฆ์ฝ่ายมหานิกายทั้งหมดก็มอง คาดว่าคงยื้อไปจนสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์จะปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ส่วนการเคลื่อนไหวขององค์กรพุทธต่างๆทางสมาพันธ์ฯจะพิจารณาว่าควรเข้าร่วมหรือไม่ นายชยพล พงษ์สีดา รอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า กรณีหากสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในคดีอาญาจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่นั้น ยังไม่ขอตอบคำถาม จนกว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษจะมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาที่ชัดเจนออกมา เท่าที่ศึกษาตัวบทกฎหมายต่างๆ ไม่มีกฎหมายฉบับใดบัญญัติว่า เมื่อผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชถูกแจ้งข้อกล่าวหาในคดีอาญาแล้วจะต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใดและให้ถือว่าผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ (แต่พ่อครูว่า ในพระธรรมวินัย วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีพระเมธีธรรมาจารย์ หรือเจ้าคุณประสาร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเชิญชวนให้กลุ่มพระออกมาเคลื่อนไหว หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สรุปผลการครอบครองรถเบนซ์โบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัด ปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชว่า ทุกอย่างต้องทำตามกฎหมายจะไปนอกลู่นอกทางไม่ได้ อย่าไปปลุกม็อบเลย เพราะจะเสียหายในภาพรวม ที่วัดไผ่ล้อม อ.เมืองนครปฐม พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม พร้อมนายศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร ทนายความไวยาวัจกร วัดไผ่ล้อม และทีมกฎหมายของวัด แถลงข่าวกรณีดีเอสไอระบุว่ารถจากัวร์ แพนเธอร์ โบราณ มีชื่อของหลวงพี่น้ำฝนเป็นผู้ครอบครอง ผิดกฎหมาย เป็นการตั้งใจหลีกเลี่ยงภาษีอากร โดยเจตนา และมีการปลอมลายมือชื่อของนายชรินทร ปถคามินทร์ ผู้นำเข้าเครื่องยนต์ โดยหลวงพี่น้ำฝนกล่าวว่าจะไม่พูดเรื่องรถยนต์ที่เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะมอบหมายให้ทนายเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ อยากถามว่าทำไมต้องหลีกเลี่ยงภาษี แล้วอาตมาจะมาสร้างวัด สร้างโรงเรียน สร้างโรงพยาบาลมูลค่าไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาททำไม นายศุภภัทร์พจน์ ชี้แจงถึงที่มาของรถโบราณคันนี้ว่า เมื่อปี 54 หลวงพี่น้ำฝนไปเจริญพุทธมนต์ที่ร้านอาหารไทย ในนครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมานายสมเชษฐ เขมทัต เจ้าของร้านถวายรถโบราณคันดังกล่าวที่จอดโชว์หน้าร้าน ให้นำมาจอดโชว์วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม ใช้เป็นกุศโลบายให้คนเข้าวัดมากขึ้น ไม่ทราบเรื่องการปลอมลายมือชื่อของนายชรินทร เนื่องจากไม่ได้เกี่ยวข้องกับการนำเข้ารถคันนี้ ที่ผ่านมาวัดรอให้ดีเอสไอเข้ามาสอบสวน เพื่อจะได้ให้ปากคำและเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องแต่ก็ไม่มา เคยสอบถามไปยังดีเอสไอได้คำตอบว่าหากเข้ามาสอบจะมีหนังสือแจ้งเข้ามาล่วงหน้า จนถึงบัดนี้ยังไม่มีใครเข้ามาสอบสวน

พ่อครูว่า...ในมหาศีลข้อ ๒พระสมณโคดม เว้นขาดจากการบริโภคของที่สะสมไว้อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้วยังประกอบการบริโภคของที่สะสมไว้เห็นปานนี้อยู่เนือง ๆ คือสะสมข้าวสะสมน้ำ สะสมผ้า สะสมยาน สะสมที่นอน สะสมเครื่องประเทืองผิวสะสมของหอม สะสมอามิส พระพุทธเจ้าห้ามสะสมยานพาหนะเลย ในมหาศีลข้อ ๗ พระสมณโคดม เว้นขาดจากติรัจฉานกถา อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังประกอบดิรัจฉานกถาเห็นปานนี้อยู่เนือง ๆ คือ เรื่องพระราชา เรื่องโจรเรื่องมหาอำมาตย์ เรื่องกองทัพ เรื่องภัย เรื่องสงคราม เรื่องข้าว เรื่องน้ำเรื่องผ้า เรื่องที่นอน เรื่องดอกไม้ เรื่องของหอม เรื่องญาติ เรื่องยานเรื่องบ้าน เรื่องนิคม เรื่องนคร เรื่องชนบท เรื่องสตรี เรื่องบุรุษเรื่องคนกล้า เรื่องตรอก เรื่องท่าน้ำ เรื่องคนที่ล่วงลับไปแล้ว เรื่องเบ็ดเตล็ด เรื่องโลก เรื่องทะเล เรื่องความเจริญและความเสื่อมด้วยประการนั้น ๆ ไม่ได้พาซื่อไม่ให้พูดอะไรเลย แต่พูดแล้วเป็นไปเพื่อติรัจฉานกถา ไม่ได้เป็นไปเพื่อพระนิพพาน พูดไปแล้วกั้นทางนิพพาน เป็นอันตรายต่อมรรคผล อย่างนี้ไม่ให้พูด

การระงับความวุ่นวายเดือดร้อนพระพุทธเจ้าเรียกว่าอธิกรณ์ ในอธิกรณ์ ๔ อย่างนั้น

วิวาทาธิกรณ์ เป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุทั้งหลายในธรรมวินัยนี้ ย่อมวิวาทกันว่า ๑. นี้เป็นธรรม นี้ไม่เป็นธรรม ๒. นี้เป็นวินัย นี้ไม่เป็นวินัย ๓. นี้พระตถาคตเจ้าตรัสภาษิตไว้ นี้พระตถาคตเจ้าไม่ได้ตรัสภาษิตไว้ ๔. นี้พระตถาคตเจ้าทรงประพฤติมา นี้พระตถาคตเจ้าไม่ได้ทรงประ-*พฤติมา ๕. นี้พระตถาคตเจ้าทรงบัญญัติไว้ นี้พระตถาคตเจ้าไม่ได้ทร ง บัญญัติไว้ ๖. นี้เป็นอาบัติ นี้ไม่เป็นอาบัติ ๗. นี้เป็นอาบัติเบา นี้เป็นอาบัติหนัก ๘. นี้เป็นอาบัติมีส่วนเหลือ นี้เป็นอาบัติหาส่วนเหลือมิได้ ๙. นี้เป็นอาบัติชั่วหยาบ นี้เป็นอาบัติไม่ชั่วหยาบ ความบาดหมาง ความทะเลาะ ความแก่งแย่ง ความทุ่มเถียง ความกล่าวต่างกัน ความกล่าวประการอื่น การพูดเพื่อความกลัดกลุ้มใจ ความหมายมั่นในเรื่องนั้นอันใด นี้เรียกว่า วิวาทาธิกรณ์ ฯ

อนุวาทาธิกรณ์ [๖๓๔] ในอธิกรณ์ ๔ อย่างนั้น อนุวาทาธิกรณ์ เป็นไฉน ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุทั้งหลายในธรรมวินัยนี้ ย่อมโจทภิกษุด้วยศีลวิบัติ อาจาร-*วิบัติ ทิฐิวิบัติ หรืออาชีววิบัติ การโจท การกล่าวหา การฟ้องร้อง การประท้วงความเป็นผู้คล้อยตาม การทำความอุตสาหะโจท การตามเพิ่มกำลังให้ ในเรื่องนั้นอันใด นี้เรียกว่าอนุวาทาธิกรณ์ ฯ อาปัตตาธิกรณ์ [๖๓๕] ในอธิกรณ์ ๔ อย่างนั้น อาปัตตาธิกรณ์ เป็นไฉน อาบัติทั้ง๕ กอง ชื่ออ าปัตตาธิกรณ์ อาบัติทั้ง ๗ กอง ชื่ออาปัตตาธิกรณ์ นี้เรียกว่าอาปัตตาธิกรณ์ ฯ กิจจาธิกรณ์ [๖๓๖] ในอธิกรณ์ ๔ อย่างนั้น กิจจาธิกรณ์ เป็นไฉน ความเป็นหน้าที่ ความเป็นกรณีย์แห่งสงฆ์อันใด คือ อปโลกนกรรม ญัตติกรรม ญัตติ-*ทุติยกรรม ญัตติจตุตถกรรม นี้เรียกว่า กิจจาธิกรณ์ ฯ

อธิกรณสมถะ การทำอธิกรณ์ให้สงบระงับ หมายถึง วิธีระงับอธิกรณ์ตามพระธรรมวินัย 7 อย่าง คือ

1สัมมุขาวินัย ตัดสินในที่พร้อมหน้าทั้ง โจทย์และจำเลยพร้อมพยาน ตามพยานหลักฐาน 2สติวินัย ถือสติเป็นหลัก การยกเลิกความผิดเพราะเป็นพระอรหันต์หรืออริยบุคคลที่จะไม่ทำผิดวินัยในข้อนั้นได้ อย่างเช่นอาตมาห 3อมูฬหวินัย ผู้หายจากเป็นบ้า การเลิกความผิดเพราะผู้กระทำผิดนั้นวิกลจริตหรือเป็นบ้า 4ปฏิญญาตกรณะ ทำตามที่รับ การตัดสินตามการยอมรับผิด คำสารภาพของผู้กระทำผิด 5ตัสสปาปิยสิกา ลงโทษแก่ผู้ผิดที่ไม่รับ การลงโทษพยานผู้ที่ไม่ยอมพูดในการสอบสวนของคณะสงฆ์ 6เยภุยยสิกา การตัดสินตามมติเสียงข้างมาก 7ติณวัตถารกะ ดุจกลบไว้ด้วยหญ้า วิธีประณีประนอม การตัดสินยกฟ้อง เลิกแล้วต่อกัน(ในกรณีทะเลาะกัน)

แล้วยังมีในมหาศีลที่ พระพุทธเจ้าให้งดเว้นติรัจฉานกถามหาศีล ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงในพรหมชาลสูตร มีรายละเอียดดังที่ปรากฏในพรหมชาลสูตร ของพระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค มีดังต่อไปนี้

พระสมณโคดม เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชาเห็นปานนี้คือ ทายอวัยวะ ทายนิมิต ทายอุปบาต ทำนายฝัน ทำนายลักษณะทำนายหนูกัดผ้า ทำพิธีบูชาไฟ ทำพิธีเบิกแว่นเวียนเทียน ทำพิธีซัดแกลบบูชาไฟ ทำพิธีซัดรำบูชาไฟ ทำพิธีซัดข้าวสารบูชาไฟ ทำพิธีเติมเนยบูชาไฟ ทำพิธีเติมน้ำมันบูชาไฟ ทำพิธีเสกเป่าบูชาไฟ ทำพลีกรรมด้วยโลหิต เป็นหมอดูอวัยวะ ดูลักษณะพื้นที่ ดูลักษณะที่ไร่นาเป็นหมอปลุกเสก เป็นหมอผี เป็นหมอลงเลขยันต์คุ้มกันบ้านเรือน เป็นหมองู เป็นหมอยาพิษ เป็นหมอแมลงป่อง เป็นหมอรักษาแผลหนูกัดเป็นหมอทายเสียงนก เป็นหมอทายเสียงกา เป็นหมอทายอายุ เป็นหมอเสกกันลูกศร เป็นหมอดูรอยเท้าสัตว์

พระสมณโคดม เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชาเห็นปานนี้คือ ให้ฤกษ์อาวาหมงคล ฤกษ์วิวาหมงคล ดูฤกษ์เรียงหมอน ดูฤกษ์หย่าร้าง ดูฤกษ์เก็บทรัพย์ ดูฤกษ์จ่ายทรัพย์ ดูโชคดี ดูเคราะห์ร้าย ให้ยาผดุงครรภ์ ร่ายมนต์ให้ลิ้นกระด้าง ร่ายมนต์ให้คางแข็ง ร่ายมนต์ให้มือสั่น ร่ายมนต์ไม่ให้หูได้ยินเสียง เป็นหมอทรงกระจก เป็นหมอทรงหญิงสาว เป็นหมอทรงเจ้าบวงสรวงพระอาทิตย์ บวงสรวงท้าวมหาพรหมร่ายมนต์พ่นไฟ ทำพิธีเชิญขวัญ.

พระสมณะโคดมเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิด ด้วยติรัจฉานวิชาเห็นปานนี้คือ ทำพิธีบนบาน ทำพิธีแก้บน ร่ายมนต์ขับผี สอนมนต์ป้องกันบ้านเรือน ทำกะเทยให้กลับเป็นชาย ทำชายให้กลายเป็นกะเทย ทำพิธีปลูกเรือน ทำพิธีบวงสรวงพื้นที่ พ่นน้ำมนต์ รดน้ำมนต์ ทำพิธีบูชาไฟ ปรุงยาสำรอก ปรุงยาถ่าย ป

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน