591111_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมะสองของประชาธิปไตย.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2559
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์29 KB
วันที่แก้ไข11 พฤศจิกายน 2559

เนื้อหาในไฟล์

591111_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมะสองของประชาธิปไตย

สมณะเดินดินว่า….วันนี้พ่อครูก็ได้มาอยู่ที่ราชธานีอโศก วันนี้เป็นวันขึ้น 11 ค่ำเดือน 12 ใกล้จะถึงวันลอยกระทง ที่ผ่านมาพ่อครูตื่นมาที่โรงเรียนผู้นำ ก็เอ่ยว่าจะจัดโรงบุญ 5 ธันวาฯ 999 โรง และวันที่พ่อครูดำริคือวันที่ 9 พ.ย.ด้วย และก็อาจเป็นปีสุดท้ายที่จะจัดในวันที่ 5 เนื่องจากอาจย้ายไปวันที่ 13 ตุลาคมแทน พ่อครูว่า...ปีนี้ 2559 นี้ ก็มีคนอยากรู้ อย่างคุณเพชรดินฟ้าถามมาจัง ถามครับ โรงบุญ 99 และ 999 แห่ง ช่วง 5 ธค ใช้ชื่อว่าอะไรครับ ขอความชัดเจน เช่น โรงบุญถวายพ่อหลวง อาหารมังสวิรัติ 5 ธันวาคม 2559 ....... เรียงคำไหนไหนก่อนหลัง จะระบุโดยใครอย่างไร หรือไม่ หรือ ตามสะดวก เพื่อเตรียมทำป้าย ที่ต่างจัวหวัด

พ่อครูว่า..ขอใช้คำว่า “โรงบุญมังสวิรัติ อาลัย ในหลวง ร.9” ก็ไม่ต้องระบุตัวตนว่าใครทำเป็นการลดตัวตน แต่ให้เราทำจริงๆอย่างบริสุทธิ์ ทำจิตใจของเราไม่ให้มีแม้แต่ สาเปกโข คืออาการหวัง สมณะเดินดินว่า...ที่ผ่านมาได้เห็นในหลวงพระราชทานพระพุทธรูป ก็ตรัสว่าให้เอาทองติดหลังพระแล้วค่อยใส่กรอบ พล.ต.อ.วศิฏฐ์ได้เอาไปทำ แล้วพอดีได้ทำงานที่หนักมากขึ้น ทำไปสองปี กรมตำรวจไม่ได้เลื่อนขั้นให้เลย พอมีโอกาสได้ไปเข้าเฝ้าในหลวงที่หัวหิน ก็เลยกราบทูลว่า ต่อไปจะขอปิดทองหน้าพระบ้าง ในหลวงก็บอกว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็เลยเล่าว่าทำงานหนักมาก ในหลวงก็เลยบอกว่า ให้ปิดทองหลังพระให้มากขึ้น เดี๋ยวทองจะล้นมาข้างหน้าเอง พ่อครูว่า...ตอนนี้คนที่พยายามโชว์ตัวโชว์หน้า ขายข้าวตอนนี้ ขายข้าวโชว์หน้าแย่งกันโชว์หน้า คนที่แข่งกันเอาหน้า เอาหน้าผ่องๆมาโชว์ ทำให้เห็นชัดว่ามาโชว์ ประชาชนก็ได้ประโยชน์ สมณะเดินดินว่า...ดูเหมือนพี่ชายก็มีรูปคู่นายทรัมป

อ่านต่อ

์ ยกหัวแม่โป้งให้ด้วย แต่คนไปสังเกตว่าคือถ่ายภาพกับหุ่นขี้ผึ้ง พวกเราสงสัยว่าจะจัดพร้อมกันหรือเปล่า ความจริงแล้ว 999 คงจัดไม่ได้พร้อมกัน ก็ให้เก็บสะสม จำนวนโรงบุญไป ส่วน 99 โรงบุญก็จัดที่ สนามหลวง ตอนนี้ บ้านราชฯทำส้มตำข้าวเหนียวก็เป็นที่นิยม ตอนนี้ก็ไปแจกให้คนที่เข้าแถวได้ ผู้ประสานงานบอกว่าถ้าแจก 99 โรงวันเดียวก็สู้ประชาชนที่มารับแจกไม่ได้ ทุกวันนี้นึ่งข้าวเหนียว 6 หม้อ ข้าวเจ้า 10 หม้อ แจกกันเช้ายันเย็น ของหมอเขียวรับผิดชอบช่วงเย็น ได้ข่าวว่ามะละกอก็ใช้เป็นตันเลย มีเครื่องขูดเส้นมะละกอช่วยทุ่นแรง แต่ในวันที่ 9 พ.ย.นี้พ่อครูก็มีวิบากได้ไปขึ้นศาล คดี พรบ.มั่นคง สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ได้ไปที่บัลลังก์ ที่ 9 อีก วันนั้นพ่อครูว่าจะกลับมาถอดรหัส แต่ว่าวันนั้นนั่งรถมึนก็เลยไม่ได้มาขยาย

พ่อครูว่า...ขอบอกกล่าวว่าเป็นงานของพวกเราคือวันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2559 ที่ ชุมชนศีรษะอโศก จะมีการสัมนาร่วมกัน(บ้าน-วัด-โรงเรียน) เรื่อง "แนวทาง การสร้างระบบและเครื่องมือพัฒนาผู้เรียนให้มีศีลเด่นอย่างชาญวิชา" เนื่องจากทุกคนเห็นปัญหาร่วมกันเรื่องการพัฒนาผู้เรียนให้มีความตระหนักในการถือศีล ละอบายมุข กินมังสวิรัติ และความมีระเบียบ-วินัยขั้นพื้นฐาน เป็นการศึกษาที่พวกเราพยายามให้เป็นการศึกษาแบบบุญนิยม ไม่ได้เป็นการศึกษาที่จะหาเงินทองหาเกียรติยศ หรือหาตำแหน่งหน้าที่เข้ามาเสียสละกันจริงๆ สำหรับชาวบุญนิยมเรา ก็มาช่วยกันพัฒนาขึ้นไป สาธารณโภคี บ้านวัดโรงเรียน เป็นเรื่องความลึกซึ้งของจิตวิญญาณ ที่เราพยายามให้มี ถ้าเราทำ มันจะเป็นองค์ประกอบที่สังเคราะห์ขัดเกลา มันเป็นเหตุปัจจัย ทั้งตัวบุคคล มิตรดีสหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมทั้งหมด วัตถุข้าวของเงินทอง กิริยาเรื่องราว มันจะช่วยกันสังเคราะห์ ขัดเกลา สร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างสำคัญ ที่เราทำกันอยู่นี้เป็นนวัตกรรม สาธารณโภคี อย่างพระพุทธเจ้าก็เป็นนวัตกรรม ขอยืนยันว่าอาตมาเป็นโพธิสัตว์ นำสัจธรรมของพระพุทธเจ้ามาสืบต่อให้ครบ 5000 ปี ตอนนี้ธรรมะก็เพี้ยนไปหมดแล้ว สมาธิก็ไปนั่งหลับตาสะกดจิตกัน แม้แต่เรื่องกาย ก็ไม่รู้แล้วว่าเป็นธรรมะสอง ก็เหลือภายนอกอันเดียว เป็นดินน้ำไฟลมแล้ว ไม่เกี่ยวกับใจเลย ก็ไปไม่รอด ก็ดีขึ้น ค่อยๆศึกษากันให้รู้เรื่องขึ้นมาได้เรื่อยๆ ก็ขอแจ้งให้รู้ว่าผู้สัมมนาที่ชัดเจนแล้วก็มี ผู้เข้าร่วมสัมนา 1.สมณะศีรษะอโศก (ส.ลานศีล, ส.มือมั่น เข้าร่วมด้วย) 2.คุรุ ทุกฐานงาน 3.ศิษย์เก่าที่ช่วยงานการศึกษา 4.ชาวชุมชน 5.พี่แก่นฟ้า/ พี่ขวัญดิน 6.พี่ไชยวัฒน์ สินสุวงค์ 7.พี่แรงเกื้อ 8.ว่าที่ ดร.บุญรอด 9.คุณนิวัช(จุ้ย) จากธุลีฟ้ารีสอทร์ 10.คุรุดาวตะวัน(ติ้ง)จากบ้านราช 11.คุรุคนึงนิตย์(อ้อย) จากบ้านราช 12.นร.ทุกระดับชั้น 13.อ.จำรัส และผู้สนใจ กำหนดการคร่าวๆ วันจันทร์ที่ 14 เวลา 18.00 น.ทีมงานสนทนากับคณะครู วันอังคารที่ 15 เวลา 05.00 น. กิจกรรมผู้เรียนค้นหาข้อบกพร่องของตนเองและหาวิธีการพัฒนาแก้ไขข้อบกพร่องนั้น ช่วงเย็น 18.00 น ทีมงานสรุปผลและเสวนากับกับชาวชุมชน เพื่อขอความร่วมมือ(ใช้หลักการมีส่วนร่วม บ้าน วัด โรงเรียน) วิธีการ แก้ไขข้อบกพร่องให้ผู้เรียนออกแบบเอง ทีมงานจะเป็นผู้ปรับให้รองรับการประเมินของ สมศ.เพื่อให้ สมศ.เห็นภาพการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดศีลเด่นอย่างชาญวิชา นั้นมีวิธีการเช่นไร มี sms ที่ส่งมาก็มีของหลายคน แต่ก็ขออ่านของ 3867 ว่า 0893867xxxพลังจงรักภักดีทำให้เกิดพลังสามัคคี!พลังสามัคคีทำให้เกิดพลังความดี!พลังความดีทำให้เกิดพลังสร้างเสริมช.ศ.กษฯมั่นคงเข้มแข็งเหนือพลังอธรรมทั้งปวง! คก.พระราชดำริพ่อฯทรง ทำเพื่อปย.สุขปชช.จริงๆโดยไม่มีทุนกำไรใดมาเกี่ยวข้อง!มีแต่ยกคุณปย.ไม่มีโทษต่อชุมชนสิ่งแวดล้อม ให้ปชช.พึ่งตนอย่างพอประมาณต่อตนเอง!พอดีต่อครอบครัว!พอเพียงต่อชีวิต!ทรงให้ความเป็นอธิปไตยต่อปวงชนชาวไทยชัดเจนได้ความเป็นไทแก่ตัวจะแจ้งยิ่งกว่าระบอบใดๆ! พ่อครูว่า...ขอเสริมว่า พระจริยวัตรของในหลวงที่ทรงมาตลอด 70 ปีไม่มีอะไรแฝงจริงๆ ท่านทรงอย่างมีพระปรีชาญาณ จนกระทั่งคนที่ไม่เข้าใจก็เข้าใจ จนกระทั่งสหประชาชาติต้องทูลเกล้าถวายรางวัล ทรงเต็มกายกรรม ทรงตรัสก็น้อย มาจากมโนเป็นประธานออกมาทางกายวิญญัติมากกว่าวจีวิญญัติ ยุคนี้ปางนี้ในหลวงท่านทรงกายวิญญัติ แต่วจีวิญญัติโพธิรักษ์รับมา อาตมาจึงอยู่ในฐานะอย่างนี้ มาเป็นนักบวชจะทำอย่างฆรวาสก็ไม่ได้ หน้าที่ก็ไม่สูงส่งก็เป็นไปตามสัจจะที่อาตมาเป็น สรุปที่ว่า ประชาธิปไตย 2 ขา จะมีจิตวิญญาณอย่างนี้นำ ผู้นำสูงส่งเบอร์หนึ่งของสังคมนั้นๆ จะต้องมีความประเสริฐอย่างแท้จริง จะเทียบเคียงกับประเทศอื่นได้เลย ว่าเบอร์หนึ่งของแต่ละประเทศ ระหว่างประเทศที่มีประชาธิปไตยสองขากับประชาธิปไตยขาเดียว ประชาธิปไตยขาเดียวอย่างมากก็อยู่ 8 ปี 2 สมัย ในหลวงทรงงานมา 70 ปี คุณอดทนทำในระยะสั้น ตั้งอกตั้งใจทำแปดปีก็จะทำได้ง่ายกว่า แต่ในหลวงทรงงานมา 70 ปี รักษาสถานะไม่ให้เพี้ยนไม่ให้เปลี่ยนแปลง ยาวนานถึง 70 ปีมันง่ายหรือ? ต่อให้คุณ 8 ปีก็รู้เลยว่า คุณภาพ 8 ปีเทียบกับในหลวง 70 ปีเขาจะมีขนาดไหน? เรื่องประชาธิปไตยขาเดียวกับประชาธิปไตยสองขา โดยเฉพาะมีทฤษฎีของพระพุทธเจ้า ในหลวงเราเป็นพระโพธิสัตว์ อยู่ในสายของศาสนาพุทธที่ทรงแสดงออกมาเป็นเรื่องลึกซึ้งในยุคนี้ ที่พูดนี้ไม่ได้พูดเพื่อยกตัวเบ่งข่ม แต่เป็นการศึกษา ต้องดูความจริงนี้เป็นการยืนยัน ผู้ที่ตั้งใจเรียนรู้ก็อย่าละทิ้งโอกาสนี้ ต่อมามีคุณสู่แดนธรรมก็มีคำถามมา กำลังเคี่ยวข้น เปรยถามอาตมามาว่า กราบนมัสการครับ พ่อท่านที่เคารพ

เมื่อผมเข้าอยู่ในช่วงกายสงบ จิตสงบ เทวดาชื่อ "ฐานสักขี" ก็เข้ามาสนทนาไต่ถามด้วย ถามผมว่า "คุณพอจะหาหลักฐานชัดๆ ได้ไหมว่า พระพุทธเจ้าสมัยก่อนหน้านั้น เคยเป็นอรหันต์และเป็นโพธิสัตว์มาด้วยกัน ตามนัยยะดังที่สมณะโพธิรักษ์นำมาบอกสอน" (พ่อครูว่า เถรวาทเข้าใจว่า โสดาบันนั้นอีกไม่เกิน 7 ชาติจะต้องบรรลุอรหันต์ แล้วบรรลุอรหันต์แล้วต้องปรินิพพานเลยสูญ ดังนั้นพระโพธิสัตว์ที่จะบำเพ็ญเป็นพระพุทธเจ้าจะต้องไม่เป็นอาริยะแม้แต่โสดาบันไม่เช่นนั้นจะต้องปรินิพพานใน เจ็ดชาติ ไม่ได้เรียนรู้เป็นพระพุทธเจ้า) ผมตอบเทวดาไปว่า "หลักฐานชัดๆ ที่ตราไว้เป็นข้อกำหนดเช่นนั้น ผมยังหาไม่เจอ เพราะไม่ใช่นักอ่าน / นักค้นคว้ามืออาชีพ แต่ผมพิจารณาธรรมะจาก พุทธคุณ 9 แล้ว ถ้าใครไม่บอดด้านในภูมิธรรมแล้ว คงจะมีปัญญาเห็นความมีเหตุมีผล ต่อเนื่องสอดร้อยกันไปตามลำดับ จากอรหัตตผลไปสู่โพธิสัตวภูมิ ดังนี้คือ

อิติปิ โส ภควา อรหัง สัมมาสัมพุทโธ เพราะเหตุดังนี้ พระผู้มีพระภาคทรงเป็นอรหันต์ ตรัสรู้ชอบโดยพระองค์เอง (ก็เหตุไหนเล่า ที่ทำให้เป็นอรหันต์มาก่อนนั้นแล้ว ดูคำว่า อรหํ ที่เป็นช่อง 3

คำต่อมา ก็เฉลยไว้ด้วยธรรมะสองอย่าง ที่เป็นเหตุให้เป็นอรหันต์ ก็คือ "วิชชาจรณะสัมปันโน" (มีเพียงสองอย่างนี้เองที่ทำให้เป็นอรหันต์ โดยส่วนตัวผมเชื่อว่า จรณะ๑๕ หรือ ฌาน๔ ก็เป็นอรหันต์ได้

หลังจากเป็นอรหันต์แล้ว (อรหํ) บำเพ็ญโพธิสัตว์ต่อไปอย่างไร ก็บำเพ็ญไปด้วยคำว่า "สุคโต โลกวิทู" นี่ไงเล่าครับ สุคโต ก็คือ เกิดมาแต่ละชาติๆ ก็ดำเนินไปดี เพื่อสะสมความรู้ในโลก คำว่า "สุคโต โลกวิทู" นี้แหละคือ คุณธรรมขั้นต่อมาที่จะต้องเกิดมาอีก เพื่อบำเพ็ญเป็นพระโพธิสัตว์ในพุทธภูมิ เพื่อรู้โลกอื่น รู้คนอื่น ช่วยสอนคนอื่นอีก

เมื่อบำเพ็ญสอนคนอื่นให้ได้อรหัตผลขึ้นมาอีกมากมาย จึงเกิดคำต่อมาว่า "อนุตตโร ปุริสสธัมมัสสารถิ" หมายถึง เป็นสารถีผู้ฝึกบุรุษให้เป็นอรหันต์ได้ อย่างไม่มีใครยิ่งกว่าอีกแล้ว (นี่แหละคือ หน้าที่ของพระโพธิสัตว์)

จนกระทั่งหน้าที่ของท่านกลายเป็นบารมีของพระโพธิสัตว์ เต็มขั้นสูง จึงได้เป็น "สัตถา เทวมนุสสานัง" คือ เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ผู้ประเสริฐ

จากนั้นจึงสูงส่งขึ้นมาเป็น "พุทโธ" เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน

และแล้วยังทำหน้าที่อันละเอียดถี่ถ้วนสุดยอดสุดท้าย คือ ภควา ติ คือ เป็นผู้จำแนกธรรม อันมีมากมายหลายอณูธรรม ให้เกิดความรู้ไปตามลำดับ งามในเบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลาย

สรุป พุทธคุณ 9 ก็คือ ธรรมะที่เรียบเรียงลำดับมาตั้งแต่ การได้บรรลุอรหันต์มาแล้ว (มีเพียงสองคำคือ บรรลุด้วยวิชชาและจรณะ) และคำต่อมาอีกมากมายนั้น ล้วนแต่เป็นเรื่องของโพธิสัตว์ทั้งนั้นเลย สู่แดนธรรม ยังถามมาด้วยว่า ขอถามพ่อท่านว่า พุทธคุณทั้ง ๙ นี้ พอจะมองเห็นได้ไหมครับว่า มีเหตุที่ให้เป็นไปตามลำดับ จากอรหันต์ไปสู่พระโพธิสัตว์ขั้นสูงสุด ?

ตอบ...ก็ได้แน่นอน ถ้าชัดในพยัญชนะและสภาวะ ศึกษาไป สภาวะจริงมีแล้วแม้ไม่มีภาษาที่จะให้เรียก เพราะเป็นสภาวะที่ละเอียดจนผู้รู้ที่รู้สูงสุดด้วยกัน กล่าวถึงภาวะแวดล้อมก็รู้ด้วยกันได้ อย่าเพิ่งเอาพยัญชนะนี้ไปใส่สภาวะนั้น จนอาตมาสับสนตอบคุณไม่ทันเลย

มาพูดถึงสภาวธรรม ก็ขอเข้าสู่สภาวธรรมจากพระไตรปิฎก พระสูตรเล่มแรก ตั้งแต่พรหมชาลสูตร .. ประเด็นแรกที่ท่านตรัสก็คือใครติเตียนเราก็อย่าไปท้อใจ ใครชมเราก็อย่าไปฟูใจ ประเด็นต่อมาคือมีเวทนาเป็นกรรมฐานของศาสนาพุทธ แต่ทุกวันนี้ไปเก็บเอากรรมฐาน 40 มาใช้ซึ่งเป็นของไม่ใช่ศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธนั้นมีเวทนาเป็นกรรมฐานอันเดียวแจกแจงให้ถึง 108 เวทนาก็เป็นอรหันต์ได้เลย การไปหลงดินน้ำไฟลมนั้นเป็นเรื่องที่ผิดก็พระพุทธเจ้าบอกว่ากายไม่ใช่ดินน้ำไฟลม ไม่ใช่กสิณ แต่กสิณอยู่ที่จิต คือเวทนา แต่ไม่ใช่กสิณ แบบเพ่งดิ่งเป็นเอกคตาไม่มีวิจัย..ไม่ใช่ แต่จะต้องวิจัยในเวทนาต่างๆหลากหลายไปถึง 108 เวทนา 2 3 5 6 18 36 จนถึง 108 ความเพี้ยนผิดของศาสนาพุทธไปจากความเป็นจริงในทุกวันนี้ขอพูดย้ำอย่างนี้แหละ ขอยืนยันว่า อย่าหลงผิด ทีนี้ความสำคัญของเวทนาจะต้องเกิดจากการมีสัมผัส เวทนาจะเกิดไม่ได้เลยในสัญญา เพราะในสัญญาคุณกำหนดรู้ในภายใน เอาความจำมาบ้าง เอาสัญญากำหนดภายใน ถ้าสัญญาก็ต่างกับปัญญา ปัญญาจะมีทั้งภายนอก มีองค์ประกอบมรรค 7 องค์มี ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ สัมมาทิฏฐิ มัคคังคะ ต้องมีครบ อาชีพ การกระทำ วาจา ความนึกคิด สรุปก็คือไม่ได้อยู่แค่ภายในโดยไม่ออกมาข้างนอกเลย พวกนั่งหลับตาไม่รู้จะสะดุ้งสะเทือนไหม การนั่งหลับตานั้นไม่ใช่ไม่มีประโยชน์แต่ไม่ใช่แกนหลัก ศาสนาพุทธมีวิจัยวิจารเป็นเอก มาเจาะลึกในเรื่องของคำว่ากาย นี่ก็ซ้ำซากอีก น่าเบื่อสำหรับผู้ที่ทนไม่ได้ ก็ขอบอกว่าอย่าเบื่อเลย ฟังเอาความซ้ำซากนี่แหละ ก็จะจำได้ดีขึ้น และอาตมาก็พยายามให้มีนัยยะใหม่ด้วย คำว่า กายนี้หมายถึงธรรมะสอง แล้วธรรมะสองก็แจกว่าคือมีรูปกับนาม กายต้องมีสองเสมอ คือสิ่งที่ถูกรู้กับนาม คือจิตเจตสิกต่างๆที่ไปรู้ กายไม่มีธาตุรู้ร่วมด้วยไม่ได้ สุดโต่งไปทางกายไม่มีธาตุรู้ มีแต่ดินน้ำไฟลมมันจึงจบเห่ ไปเข้าใจกายแบบไม่มีธาตุรู้ร่วมเลยจบเห่ ถ้ากายเข้าใจว่าเป็นธาตุรู้เป็นนาม ก็ยังพอพัฒนาได้ แต่ถ้าเข้าใจว่ากายมีแต่อุตุหรือพีชนิยาม ก็จบเห่อีกเหมือนกัน ไปไม่ออกคือเขาจะไปได้แค่อุตุ พีชะ ไม่ไปถึงจิตนิยามได้ สมณะเดินดินว่า…ทุกวันนี้สำนักต่างๆก็พยายามให้เรียนรู้จิต แต่ว่าไปปฏิบัติที่กาย ที่เขาหมายถึงแต่ภายนอก ได้เพียงแค่อุตุนิยามกับพีชนิยามไม่ถึงกายถึงจิตนิยามที่แท้จริง พ่อครูว่า...การปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้ามีสัมมาทิฏฐิปฏิบัติได้จริงเขายืนยันว่าบรรลุอรหัตผลจริงๆ แล้วพระอรหันต์นี้ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาเข้าใจ ถ้าไปนิ่งดิ่งเจาะเข้าไปดำมืดอยู่อย่างนั้นก็จบสุดท้ายเป็นสมถะเท่านั้น มันไม่เกิดวิปัสสนา ไม่เกิดการรู้ การเห็น การเข้าใจ มีโลกวิทู มีโลกานุกัมปา ให้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นต่อโลกก็จบ แต่ตนเองสบายแต่ตนเองนิ่งดิ่ง มันก็หยุดจบไม่เกิดประโยชน์อะไรต่อ คุณก็ไม่เจริญต่อ ก็ได้แต่จมกับจม ไม่มีฟูไม่มีลอย คนที่รู้ได้ดาบได้จริงๆจึงไม่ใช่แค่สงบอย่างนั้น แต่กลับยิ่งรู้เร็วไวละเอียดแก้ไขอะไรทำอะไรได้จึงละเอียดลึกซึ้ง เพราะฉะนั้นความละเอียดของทางด้านสสาร ฟิสิกส์จึงสามารถรู้ได้จริงๆ เพราะว่ามันหยาบกว่านามธรรม สสารนี้หยาบกว่าพลังงาน แล้วพลังงานจิตเป็นชีวะละเอียดกว่าอีก เพราะมันไปจัดการกับสสารได้อีก ถ้านามคุณไม่มีปัญญาพอ สสารก็ครอบงำคุณ แต่ถ้านามมันเหนือก็ควบคุมสสารได้ นัยยะลึกซึ้งที่อาตมาอธิบาย ณ ลมหายใจเฮือกนี้ มันละเอียดลึกซึ้ง พวกเราก็รู้ได้ลึกขึ้น จึงสามารถบรรลุสามารถเข้าใจสามารถทำได้สามารถปล่อยวาง ใช้อาศัยได้ เมื่อปล่อยวางได้ก็อาศัยได้ ถ้าปล่อยวางไม่ได้ก็อาศัยมันไม่ได้เพราะมันจะกินคุณเลย แต่ถ้าปล่อยวางได้เราก็ใช้มันได้อยู่กับมันได้ก็คงเหมือนได้ แต่ถ้าคุณไม่เหนือมันจริงๆมันควบคุมคุณ ขอพูดปรากฏการณ์ที่ให้ศึกษาคือประเทศอเมริกา กำลังมีบทบาทชัดเจน เบอร์ 1 ของอเมริกามีให้คนศึกษาเลยตอนนี้ ขออภัยไม่ได้ดูถูกเขานะ แล้วจะเป็นสิ่งที่ สามารถให้ความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งละเอียดไปได้จริงๆเลย จะเรียกว่าเป็นโชคของคนในยุคนี้ที่ได้เห็นและมีคนมาแนะนำให้รู้ด้วย คนไม่รู้เรื่องก็ปล่อยไป เรื่องของใครของมัน เป็นไปตามยถากรรม แต่นี่เราชวนให้ศึกษา แนะนำให้สังเกต หลายอย่างเราไม่มีชื่อเรียก ก็มันละเอียดเกินกว่าจะใช้ภาษาเรียก ขออภัยที่พูดถึงเรื่องบกพร่องอันนี้ อาตมาเคยบกพร่อง เคยตั้ง ข. ขวดมาใช้ แล้วมันก็เฟ้อไม่ต้องใช้ ใช้ ข. ไข่ก็ได้ แล้วก็ตั้ง ค.คนมาตั้งให้ต่างจากควาย มาถึงวันนี้คนก็ไม่ใช้คอคนกลับไปใช้คอควาย เป็นความผิดพลาดของอาตมา ก็คืออยากเก่งก็ไปตั้งก็ขอสารภาพว่าไม่ต้องใช้ ข.ขวด และ ค.คน พล.เรือตรีมินทร์ก็มาจี้ให้อาตมาใช้ อาตมาก็บอกว่าเลิกเถอะพอได้แล้ว มันเป็นมานะอัตตาของคนชนิดหนึ่งว่าเราเก่งที่เราได้ตั้ง มาถึงวันนี้ไม่มีใครใช้ ข.ขวด ค.ควาย จะได้ไม่ไปดูถูกควาย และคนก็คือควาย ควายก็คือคนเสมอภาคกันเลยระหว่างควายกับคน จะได้จบกันเสียที ก็แนะให้ศึกษา ว่าประชาธิปไตยขาเดียว เขาก็จะพิสูจน์ตัวเขาเองว่าจะไปได้รอดไปได้ดี เขาไม่รู้หรอกว่าจะมาท้าทาย เชื่อสิ คุณทรัมป์เขาไม่รู้หรอก อาตมาให้ศึกษาไม่ใช่ท้าทาย แต่ให้ดูพฤติกรรมจริง ไม่ว่าจะด้านสังคมเศรษฐกิจ หรือด้านอื่นๆที่จะเกิด ตามความรู้ที่จะเขามีที่เขาสร้างประชาธิปไตยขาเดียว ต่างจากประชาธิปไตย 2 ขาที่มีจิตวิญญาณ ในหลวงได้นำพามาแล้ว อาตมาก็จะนำพาต่อเพราะอาตมาสายพุทธ แล้วจะเชื่อมโยงต่อกันไปอีก พวกเราก็จะช่วยกันด้วย สร้างขึ้นมาปฏิบัติประพฤติทำกันอย่างจริงๆ ตอนนี้โพธิสัตว์อย่างไอน์สไตน์ก็ได้เขียนจดหมายฝากลูกสาวไว้เกี่ยวกับ A bomb of love. ไอน์สไตน์ยังไม่มีพยัญชนะยังไม่มีปฏิภาณอธิบายให้คนเกิดความรู้ แม้แต่ทางวัตถุ ไอน์สไตน์เองก็ยังสารภาพกับลูกสาวว่า อธิบายอย่างมากจะตายอยู่แล้วคนยังไม่ค่อยเข้าใจกันเลย แล้วอย่าง A bomb of love. คนก็ยิ่งเข้าใจได้ยาก เราก็เอามาเชื่อมโยงต่อจากเหตุปัจจัยที่มีหลักฐาน ให้เห็นว่า DNA ของโพธิสัตว์อย่างไอน์สไตน์ แต่ไอน์สไตน์ยังเข้าถึงเรื่องนามธรรมไม่ได้ แต่รู้แล้วเรื่องนามธรรมว่าต้องเป็นพุทธศาสนา ต้องเป็นจิตวิญญาณแบบนี้ แล้วพยากรณ์ไว้ว่าพุทธศาสนานี้จะรุ่งเรืองในยุคต่อมา ไอน์สไตน์ก็รู้ลึกๆ ตามไอน์สไตน์รู้ อาตมาก็รู้ว่าไอน์สไตน์คือพระโพธิสัตว์ ศึกษาให้ดีจะรู้ว่าโพธิสัตว์คืออะไร โพธิสัตว์คือเห็นแก่ประชากร เห็นแก่มวลมนุษยชาติ ทำโดยไม่ต้องการอะไรเอากลับมาทำให้แก่มนุษยชาติให้เจริญได้สูงสุด ไอน์สไตน์ค้นพบ E เท่ากับ mc กำลังสอง แต่มันเกิดโทษภัยแก่มนุษย์ อันนั้นมันซ้อนไปในทางนามธรรมด้วย พลังงานนิวเคลียร์นี้เป็นพลังงานละเอียดมันเป็นทางนามธรรมด้วย คนที่สามารถเก็บนามธรรมมาใช้ก็ได้ประโยชน์ พลังงานความรักที่เกิดในตอนนี้เป็นความรักในระดับมิติที่ 8 เหนือมิติที่ 7 มาแล้วที่กำลังเกิดตอนนี้ คนในระดับสามัญ เข้าใจซาบซึ้งและประทับใจได้พลังงานอะไร พลังงานที่ซ้อนคือ พลังงานเสียสละ ขอซ้ำนิทานเรื่องเก่าอีก คือ อาตมาไปกับด.ญ.สองคน ด.ญ.ดูแลกับด.ญ.ศีล เคยอธิบายไปแล้ว ฟังอีก ผู้ชายคนนี้ได้น้ำขวดมา 2 ขวดก็พยายามเอามาให้เด็กเรา เด็กเราได้ศึกษามาแล้วก็ไม่เอาของใครง่ายๆ อาตมาก็เลยปรายตาไปให้เข้าใจว่าควรจะรับ เด็กเราก็มีปฏิภาณ อาตมาไม่ได้ขึงตาแต่แกก็รับ เมื่อเด็กของเรารับเท่านั้นแหละผู้ชายคนนี้ก็ร้องไห้เลยมันเกิด action reaction พลังงานซับซ้อนอีกเท่าไหร่ พลังงานที่ผู้ชายคนนี้ร้องไห้เสียใจหรือดีใจ ก็เป็นพลังงานดีใจปลาบปลื้มที่เราได้ให้ทาน เขารับสิ่งที่เราได้ให้ไป คนที่ดีใจที่เราได้ให้ มันเป็นความซ้อน สำหรับโลกียะคนก็จะดีใจเมื่อเราได้รับ แต่ที่เป็นโลกุตระคือดีใจที่เราได้ให้ นี่คือสัจจะที่ซับซ้อนมาก อาตมาอธิบายละเอียด ยกปรากฏการณ์จริงมาอธิบาย ความซับซ้อนปลายสุดของความประเสริฐคือการให้หรือการรับ ...ก็คือการให้ แค่ให้กับรับ แต่ลึกซึ้งขึ้น สุดยอดไหมพฤติกรรมของมนุษยชาติ เหตุการณ์ที่เกิดนี้มันยิ่งใหญ่ที่จะต้องพยายามรักษาสภาพนี้ที่สนามหลวง รักษาสภาพเป็นผู้ให้ แล้วหนุนเนื่องกัน ผู้ใดไม่ได้มาเป็นผู้ให้ก็ให้วัตถุดิบ ส่งเสริมต่อ อุปการะ ต่ออีกๆ ผู้จะทำอยู่ก็หลายคนมีทุน หลายคนไม่มีโอกาส แต่ก็ส่งมาให้ คนที่มีโอกาสแต่ไม่มีทุนก็รับทุนมา แล้วมาให้ จึงเกิดเหตุการณ์ที่มีแต่ผู้ที่จะให้ ถ้าจะมีผู้ให้แล้วไม่มีผู้รับก็ไม่ได้ แต่ตอนนี้ผู้รับยังมีมากอยู่ แม้แต่ชาวต่างประเทศก็จะมาก็จะมามากขึ้นอีกด้วย ตอนนี้ชาวต่างประเทศในสนามหลวงยังไม่ค่อยมีเท่าไหร่มีแต่หน้าคนไทย เพราะชาวต่างชาติมี อัตตา จะไปขอเอ็งกินทำไมมาก จะไปรับจากเอ็งมากินทำไม ชาวต่างชาติก็มีอัตตา ดีไม่ดีฉันจะให้ด้วย อัตตามันซ้อน ชาวต่างชาติยังไม่ จนกว่าผู้เป็นชาวต่างชาติที่ไม่มีอัตตาก็จะมา อาตมาก็ขอพยากรณ์เลยว่า ชาวจีนจะมาก่อน ชาวตะวันตกจะช้า เพราะคุณเธอยังอยู่ตะวันตก ตอนนี้มันเกิดพฤติกรรม ของมนุษยชาติ มันละเอียดลึกซึ้ง เกิดจริงเป็นจริง นี่คือสิ่งที่อาตมาพยายามให้ความเข้าใจเพิ่มเติม แล้วช่วยกันทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้น ในคนไทยขณะนี้ยังมีคนที่ฐานะดี มีเงินทอง และอาตมาก็ขอพูดซ้อนว่า เงินทองของคนไทยที่ร่ำรวยหลายคนยังเป็นเงินบาป เงินได้จากการเอาเปรียบกับอบายมุขที่รวยขณะนี้ เป็นโอกาสที่คุณจะถ่ายบาปของคุณแล้ว ที่พูดนี้ไม่ได้พูด เละเล็มเลียบเคียง คุณไม่ทำก็ช่างหัวคุณ ถ้าคุณได้ให้ได้สละคุณค่ามันสูง นี่แหละ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นพฤติการณ์ของความประเสริฐ ใครได้ร่วมให้ทานในครั้งนี้คุณค่าของกุศลนั้นสูง ถ้าคุณมาร่วมศึกษาแล้วเข้าใจว่าบุญคืออะไรก็ไปทำใจในใจของคุณเอง แต่อย่างน้อยถ้าคุณเอาวัตถุมาทำทานร่วมกันนี้คุณก็ได้กุศลแล้ว ถ้าคุณทำใจในใจของคุณเป็นก็ได้ทั้งกุศลและได้ชำระกิเลสด้วยก็ได้เสียสละทรัพย์ ได้ตัดกิเลส จากทรัพย์ของคุณที่เสียสละด้วย คนเคยถามว่า คนใช้เป็นคนใส่บาตร แต่เป็นข้าวของเจ้านาย ใครได้บุญมากกว่ากัน อาตมาก็บอกว่าคุณนั่นแหละถ้าคุณทำใจในใจคุณใส่บาตรเอาข้าวของเจ้านายมา แต่นายทำใจไม่เป็น จิตใจไม่ได้เสียสละ แต่ถ้าคุณเองมีจิตใจเสียสละมากกว่า คุณก็ได้มากกว่าเจ้านาย แต่ถ้าเจ้านายทำใจในใจเป็น เจ้านายก็ได้มากกว่า สละโดยไม่ต้องการอะไรตอบแทน นายก็ให้มาก่อน แต่คุณรับจากนายมาให้อีก ถ้าคุณทำใจในใจเป็นและนายก็ทำใจในใจเป็นก็ได้ทั้งคู่ ประโยชน์จริงจะเกิดที่ใจถ้าทำได้ถูกต้องแม้แต่วัตถุอันเดียวกันก็ได้ทั้งสองคน แต่ถ้าทำไม่เป็นวัตถุอันเดียวก็ไม่ได้ทั้งสองคน ดีไม่ดีก็จะได้บาปด้วยเป็นหนี้ ต่อไปชาติหน้าด้วย

เราเองลงทั้งทุน ลงทั้งแรง ลงทั้งวัตถุ ทุนอาจเป็นเงินแล้วลงแรงร่วมกันก็ได้ผลผลิต ทั้งเงินวัตถุแรง สามเส้าก็เกิดผลผลิต สมมุติว่าเกิดแตงกวาก็ขนแตงกวาไปสนามหลวง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัย 4 ใดๆ อันนี้เป็นความสำคัญที่ยิ่งกว่าอันอื่น ผู้ใดสามารถผลิตสิ่งที่เข้าไปใกล้ปัจจัย 4 ได้ นั่นแหละยิ่งราคาแพง อาตมาจึงพาพวกเรามาปลูกพืชผักปลูกข้าว ในพืชนี้เอาไปทำบ้านเรือน ในพืชนี้เอาไปทำเครื่องนุ่งห่ม ในพืชนี้เอาไปทำยารักษาโรคใช่ไหม เพราะฉะนั้นพืชจึงเป็นหนึ่ง ในพืชนี้พระพุทธเจ้าระบุเลยว่าข้าวเป็นหนึ่งในโลก ข้าวเปลือกเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง เพราะข้าวนี้มีสารอาหารมากที่สุดในกระบวนของพืช อาตมาถึงบอกให้พวกเราเป็นชาวนา ตอนนี้ก็กำลังเกี่ยวข้าวกัน ใครอยากช่วยเกี่ยวข้าวก็มา นาโม นาคำยอดของเราก็กำลังเกี่ยวกันยังไม่หมด มันไม่รวยหรอก อาตมาบอกแล้วว่าข้าวไม่ใช่สินค้าทั้งคนและสัตว์ก็ต้องกินแม้จะเอาข้าวไปแปรรูปเป็นแป้งหรือไปทำขนมปัง โรตีหรืออะไรก็มาจากข้าว คนฉลาดก็หุงข้าวมากินเลยไม่ต้องยุ่งยากมีธาตุอาหารสมบูรณ์แบบ ข้าวพันธุ์ไหนมีอะไรมากกว่ากันเราก็พยายามหาพันธุ์ที่ดีมาปลูกและได้อาศัยกินใช้

พฤติกรรมของประชาธิปไตยขาเดียวกับพฤติกรรมของประชาธิปไตย 2 ขา คนที่ไม่ได้เรียน 2 อันนี้แน่นอน คนที่อยู่ในฐานของประชาธิปไตยขาเดียว เขาจะเรียนประชาธิปไตย 2 ขาไม่รู้เรื่อง เขาก็จะปฏิบัติเต็มที่ อย่างเช่นอเมริกาเขาปฏิบัติเต็มที่ตามที่เขามีความเฉลียวฉลาด เกิดได้มาซึ่งความเป็นหนึ่ง จะเป็นหนึ่งทางอะไรก็แล้วแต่ เขาก็ต้องทำเต็มที่ เพราะฉะนั้น ก็ให้ดูว่าไทยกับอเมริกา กันต่อไปอย่ากระพริบตา ซึ่งอาตมาขอยืนยันว่าไทยคือประชาธิปไตย แน่นอนว่าอเมริกาก็ยืนยันว่าเขาเป็นประชาธิปไตยแบบเลือกตั้ง แต่ของไทยนั้นไม่เน้นการเลือกตั้งเพราะการเลือกตั้งเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยของประชาธิปไตย แต่จิตใจเนื้อแท้ของประชาธิปไตยคือจิตใจที่ไม่เห็นแก่ตัว มีจิตใจเพื่อมวลมนุษย์เพื่อประชาชนจริงๆ อย่างเช่นในหลวงทรงพระจริยวัตรมา 70 ปี พวกเราก็กำลังมาทำอย่างพ่อ พลเอกประยุทธ์ก็กำลังทำอย่าง เพราะใครต่อใครก็พยายามทำอย่างพ่อ ตามหน้าที่เรารับผิดชอบ คนไทยซาบซึ้งเท่าที่จะมีปฏิภาณปัญญาความฉลาดของตนก็กำลังประพฤติตามอย่างพ่อ เดินตามรอยพ่อ ก็ดูไปไม่ต้องไปดูไบ เสียเงิน ไม่ใช่ดูเฉยๆแต่ประพฤติด้วยช่วยกัน ไม่ต้องเสียเปล่า อะไรเห็นดีเห็นด้วยก็ร่วมมืออาตมาไม่ได้บังคับนะ แม้แต่ซ้อน อยู่ในไทยที่เป็นประชาธิปไตย 2 ขาแท้ ยังมีคนไทยประเภทขาเดียว ประเภทที่อวดดีอยู่เลย ยังไม่สนิทใจกับในหลวง ยังแอ๊คว่าข้าแน่ๆอยู่เลยเอาเถอะ แทนที่จะมาร่วมมือกันได้แล้ว ให้หยุดเถอะก็ยังจะแข่งเอาชนะ อาตมาบอกได้เลยว่าเขายังไม่หมดตัว เขายังไม่รู้ว่าเขาจะหมดตัว อย่าหาว่าโพธิรักษ์ใจดำ นี่บอกให้สัญญาณ ไม่เชื่อก็แล้วไป เอาข้าวมาขายเรียกคะแนนจะได้สักเท่าไหร่ คุณก็ขาย ๒๐ บาทอยู่ดี แต่ในหลวงนี่แจกกันนะ ในสนามหลวงเขาแจกกันนะ สมณะเดินดินว่า...ที่สนามหลวงใครมาขายเขาไม่ให้เข้าเลยนะ มีแต่การแจกกันอย่างเดียว พ่อครูว่า...จะไปขาย 20 บาทเลยเขาไม่ให้ขายเขาไม่ให้เข้าเขต มันนอกเทศบาลยังขายอยู่ นอกเขตเทศบาลไทย นอกเขตประเทศไทย แต่ไทยยังไม่ใจดำให้อยู่ประเทศไทยอยู่ ประพฤ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน