สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน ตรวจอาการลิงคนิมิตอุเทศในกาย.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข22 เมษายน 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน ตรวจอาการลิงคนิมิตอุเทศในกาย มาดูที่ มงคลสูตรในขุททกปาฐะ [5] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ครั้นปฐมยามล่วงไปเทวดาตนหนึ่งมีรัศมีงามยิ่งนักยังพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่างไสว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า (พ่อครูว่า...เทวดานี้หมายถึงจิตวิญญาณของตนเอง จิตวิญญาณนี้อสรีรัง เห็นได้ด้วยอาการลิงค นิมิต อุเทศ ในพระไตรปิฎก ล.10 ข.60 พระพุทธเจ้าตรัสถึงรูปนาม ความจะรู้จักรูปนามนั้น ข้อ 60 ในพระไตรปิฎก ล.10 ต้องรู้ 1.คำว่ารูปนาม คำว่าธรรมะสอง คำว่า กาย นี้เป็นไวยพจน์กัน synonyme เป็นสภาวะเดียวกัน พอกล่าวคำว่ากายคือธรรมะสอง หรือคำว่ารูปกับนาม รูปคือสิ่งที่ถูกรู้ นามคือธาตุรู้คือจิตของคน ถ้าไม่มีจิตของคนเข้าไปร่วมด้วย คำว่าธรรมะสองไม่ครบ และคำว่า กาย ธรรมะหมายถึงทุกสิ่งที่อย่างรูปธรรมนามธรรม และธรรมะสองต้องมีรูปกับนามเรียกรวบไปเลยว่า กาย ทั้งสองอย่างนี้ต้องมีผัสสะเป็นปัจจัย เช่น มีรูปกับนาม ผัสสะกันขึ้น รูปคือสิ่งที่ถูกรู้ นามคือธาตุรู้ ของใครก็แล้วแต่ ตั้งแต่สัตว์ทุกตัวจนถึงมนุษย์ เข้าไปผัสสะกันเข้าจึงเกิดเวทนา คล้ายๆกับมีผัสสะหนึ่งกับเวทนาหนึ่งเป็นรูปกับนาม มีตากับรูป ตาสัมผัสมะม่วงน้ำดอกไม้สีเหลืองนวลเลย ตาสัมผัสรูปก็เกิดเวทนา ปรุงแต่งเป็นเวทนาปุ๊บเลย เวทนาคือกาย คือธรรมะสองที่รวมกันขึ้นมา กายกับเวทนาก็อันเดียวกัน เมื่อเกิดปฏิกิริยากันก็เกิดนาม เกิดการเคลื่อนไหวปรุงแต่งเป็นเวทนา พระพุทธเจ้าว่า) [60] ดูกรอานนท์ ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเ

อ่านต่อ

ป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสองด้วยประการดังนี้แล ฯ ก็คำนี้ว่า เพราะผัสสะเป็นปัจจัยจึงเกิดเวทนา เรากล่าวอธิบายดังต่อไปนี้ ดูกรอานนท์ เธอพึงทราบความข้อนี้โดยปริยายแม้นี้ เหมือนที่เราได้กล่าวไว้ว่า เพราะผัสสะเป็นปัจจัยจึงเกิดเวทนา ดูกรอานนท์ ก็ถ้าผัสสะมิได้มีแก่ใครๆ ในภพไหนๆ ทั่วไปทุกแห่งหน คือจักษุสัมผัส โสตสัมผัส ฆานสัมผัส ชิวหาสัมผัส กายสัมผัส มโนสัมผัส เมื่อไม่มีผัสสะโดยประการทั้งปวง เพราะดับผัสสะเสียได้ เวทนาจะพึงปรากฏได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ เพราะเหตุนั้นแหละ อานนท์ เหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัยแห่งเวทนา ก็คือผัสสะ นั่นเอง ฯ (พ่อครูว่า...ใช้สัญญากำหนดรู้ แล้วในสัญญามีอุปาทานฝังอยู่ในก้นบึ้งจิต เป็นอนุสัย ทุกคนมีอวิชชาหมด เช่น สมมุติว่ายึดมะม่วงน้ำดอกไม้ หยิบมากำลังกินเลยนะ อาการอารมณ์ความรู้สึกขึ้นมาทันที มันอวิชชาปรุงแต่งทันที แล้วมันก็มีตัณหาเกิดเลยเป็นสมุทัย พอกระทบเหตุ มีนิทานเกิดเลย ปรุงแต่งมีตัณหาเกิดเป็นสมุทัยเลย อยากได้อยากกินอุปาทานยึดมั่นว่าชอบอย่างนี้ต้องเอาๆ ตัณหาสั่งเลย พออยากได้แล้วก็ไม่เห็นใครเป็นเจ้าของก็หยิบได้ฉวยเลย เกิดนิทานไป โลกเขามีขายก็ซื้อเลย แล้วกลับบ้านไปจัดการฉลองกิน เกิดนิทานไปหมดเลย กำลังกินก็มีนิทานต่อไป มีคนเห็นเราก็เลยไม่แบ่งหรอก มีลูกเดียว หรือเอาไปแล้วปอกกินปรากฏว่าคนที่มาเห็นเรากำลังกินเป็นคนที่เรารัก ก็เลยต้องแบ่งให้กิน ด้วยต้องการเอาใจ เป็นนิทานทั้งนั้นเป็นเรื่องเป็นราว มีผัสสะเป็นต้นเรื่องจึงเกิด เหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัย ถ้าเอาภาษาสมัยใหม่ก็เป็น system analysis มี input process output outcome จาก outcome จะมีอะไรต่อไปอีกเป็น impact ต่อไปได้ ปฏิกิริยาลูกโซ่ได้ ในสมัยใหม่เขามีหลักวิจัย อย่างที่ว่านี้) ก็คำนี้ว่า เพราะนามรูปเป็นปัจจัยจึงเกิดผัสสะ (พ่อครูว่า...เน้นที่นามก็เอานาม 5 ถ้าเน้นที่รูปก็เอาที่รูป 28) เรากล่าวอธิบายดังต่อไปนี้ ดูกรอานนท์ เธอพึงทราบความข้อนี้โดยปริยายแม้นี้ เหมือนที่เราได้กล่าว ไว้ว่า เพราะนามรูปเป็นปัจจัยจึงเกิดผัสสะ ดูกรอานนท์ การบัญญัตินามกาย ต้องพร้อมด้วยอาการ เพศ นิมิต อุเทศ เมื่ออาการ เพศ นิมิต และอุเทศ นั้นๆ ไม่มี การสัมผัสเพียงแต่ชื่อในรูปกายจะพึงปรากฏได้บ้างไหม ฯ (พ่อครูว่า...ในนามธรรมอาการของจิตไม่มีอาการ ไม่มีความแตกต่างกับอันอื่น มันอยู่เดี่ยวๆ ไม่มีเพศ ไม่มีลิงค นิมิตก็มีอันเดียวกับอาการ ถ้าเครื่องหมายมันเคลื่อนที่ก็รู้ว่า ไปซ้ายไปขวา เราก็หมายใจเอาว่ามันเคลื่อน เคลื่อนอย่างไรก็ไปขวา ซ้าย บน ล่าง หรือมีนิมิต รูปร่างอย่างไรอาการอย่างไร สีอย่างไร หรือไม่มีสี มันว่างๆ ว่างอย่างไรก็กำหนดนิมิตเอาเอง ของใครของมัน โดยเรารู้ของเราว่าอันนี้เป็นอย่างนี้ ที่นี่ว่างระดับที่ 1 คือศาลานี้ว่างจากช้าง เราก็กำหนดหมายอันนี้ ถ้าคนอื่นมากำหนดหมายเดียวกัน ศาลานี้ว่างจากช้างนะ เขาก็จะรู้ว่าบางครั้งเคยมีช้าง แต่ตอนนี้เราบอกกันว่า ศาลานี้ไม่มีช้างแล้ว จิตตัวนี้มีอบาย อกุศล กิเลสอบาย จิตเรานี้มีอบาย กิเลสระดับต่ำ ตอนนี้เราล้างกิเลสอบายแล้ว จิตเราว่างจากอบายนะ เรากำจัดอกุศลอบายอันนั้นได้แล้ว เหมือนกับศาลานี้ว่างจากช้าง แต่มีคน มีฟักทอง มีของมีเสา แต่ว่างจากช้างนะ จิตว่างจากอบาย แต่มีกิเลสอื่นอีก เราก็เอากามออกอีก หมดแล้วเหลือรูป เอารูปออกเหลืออรูป จนถึงสุดท้าย อรูปก็จัดการอีก ขั้นอากาสาฯตรวจสอบอีก อากาสาฯวิญญานัญจา อากิญจัญญาฯ จะน้อยนิดอย่างไรก็ไม่ให้มีเลย ไม่ให้มัวหมองเลย ให้สะอาดบริสุทธิ์ที่สุด อะไรไม่บริสุทธิ์ต้องเอาออกไป แล้วเราก็ทำให้รู้ เนวสัญญานาสัญญายตนะ อากาสาว่างจริง เป็นจิตแท้ไม่มีอะไรปนเปเลย ตรวจอากิญจัญฯ ไม่มีเศษอะไรเลย ตรวจ อโศกะ(ธุลีหมอง) วิรชะ(ธุลีเริง) ธุลีหมองคือยังมีอะไรโศกอยู่ แม้เศษนิดน้อยระดับนิวเคลียร์ปรมาณู จะต้องใช้ธาตุรู้ตรวจสอบ โดยอาการลิงคนิมิตอุเทศ อุเทศคือคำอธิบาย ฟังไปแล้วก็ไปตรวจสอบตนเอง ว่าการนิ่งสูญกับการเคลื่อน จนไม่มีอะไรเคลื่อน ไม่มีแสดงอาการเลย หมดอาการเลยก็กำหนดจิตรู้ของคุณ จะกระทบกระแทกอย่างไรไม่มีกระดิกเลย) ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ ดูกรอานนท์ การบัญญัติรูปกาย ต้องพร้อมด้วยอาการ เพศ นิมิต อุเทศ เมื่ออาการเพศ นิมิต อุเทศนั้นๆ ไม่มี การสัมผัสโดยการกระทบ จะพึงปรากฏในนามกายได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ พ่อครูว่า...ขณะนี้กำลังอธิบ ายถึงเพชรพุทธสุดยอดศิลป์ ความแตกต่างกันระหว่างอาการกับนิมิต ต้องกำหนดถึงนิมิต เครื่องหมาย เช่น อาการโกรธเป็นเช่นนี้ อาการโลภก็กำหนดอีกแบบ ตามญาณปัญญาคุณกำหนด ถ้าสัมผัสแล้วเกิดอาการก็ต้องรีบกำหนดรู้ ต้องจำเอา จริงๆอาการโกรธกับโลภมันเกิดทีละที แต่ก็ต้องกำหนดเอาว่าเป็นอย่างไร ต่างกันอย่างไร หมายเอา mark เอาเอง ว่าอาการนี่มันไม่มีรูปร่างสีสันตัวตนนะ คำว่าอาการนี้ยิ่งใหญ่ ถ้าใครอ่านอาการจิตเจตสิก รูป นิพพานไม่ได้ ก็จบเห่ คุณเป็นอเวไนยสัตว์แล้ว ไม่มีสิทธิ์รู้ ถ้าไปสอนหมาตัวหนึ่งมันจะรู้อาการจิตไหม ต่อให้ช้างตัวใหญ่ก็ไม่รู้ได้ แต่สอนให้มันวาดภาพก็สอนได้ แต่สอนให้อ่านอาการจิตไม่ได้ ทำได้แค่ในคน และคนที่จะมีภูมิอ่านได้อ่านเป็นเวไนยสัตว์ คนที่สอนแล้วสอนอีกก็รู้ไม่ได้คืออเวไนยสัตว์ แล้วมีจริงในโลก คนอีเดียด โมหร่อนก็ไม่ได้ คนไม่เดียงสาเด็กมากไม่ได้ นอกจากเด็กพิเศษก็อ่านได้ คนก็เหมือนกัน คนโตๆแล้วถ้าเป็นอเวไนยสัตว์สอนไม่ได้ แต่ถ้าพูดเรื่องโลกเรื่องแก้แค้นนี้ฉลาดฉิบหาย อย่างทักษิณนี่แก้แค้นเก่งมากอาตมาเห็นใจนายกฯลุงตู่นะ

590405_ทวช.ปลุกเสกฯครั้งที่ ๔๐ บ้านราช เพชรพุทธสุดยอดศิลป์ ตอน๒

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน