สื่อธรรมะพ่อครู(สุขภาพบุญนิยม) ตอน สุขภาพ บุญ และ 3อาชีพเพื่อมนุษยชาติ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สุขภาพบุญนิยม) ตอน สุขภาพ บุญ และ 3อาชีพเพื่อมนุษยชาติ คุณมั่นมิ่งบุญว่า..คำถามว่า เภสัชวัตถุ ตำนานในสวนป่า นา และ บุญ พ่อครูว่า...ศัพท์คำว่า เภสัชวัตถุ อาตมาก็ไม่ค่อยจะเข้าใจ คนที่ตั้งมานี้ คุณมั่นมิ่งบุญว่า... คำว่า สวนป่านาบุญ อาจารย์ ป่า นา และ บุญ เป็นเรื่องของการทำกสิกรรมไร้สารพิษที่จะทำให้ชาวนา กสิกรรม เป็นอยู่ที่ดีขึ้นมีศีลธรรม พ่อครูว่า...อาตมาเชื่อว่าผู้รู้ทั้งหลายแม้แต่อาจารย์ที่ว่านี้เข้าใจคำว่าบุญคือกุศล ไม่ได้ลึกลงไปถึงคำว่าบุญ คือการตัดกิเลส เพราะฉะนั้นเราก็จะต้องอธิบาย จะว่าเป็นบุญ มันก็ใช่ จะว่าการจะใช้วัตถุอะไรไปในการรักษาในเรื่องกายขันธ์ เป็นการรักษาทุกข์ทางกาย ในสวนในป่าในนา ก็ใช้วัตถุพืชพรรณผลหมากรากไม้ในการรักษา มันเป็นเครื่องใช้ในการรักษาพยาธิ รักษาความเจ็บป่วย และคำว่าบุญนั้นก็หมายถึงนามธรรม ที่ทางจิตวิญญาณ ผสมผสานเข้าไปด้วยว่าเป็นเรื่องการกุศล เป็นเรื่องสิ่งดีงาม เป็นเรื่องที่ช่วยเหลือเกื้อกูลมวลมนุษยชาติให้พ้นทุกข์ ความเจ็บป่วยต่างๆ ส่วนเราเข้าใจคำว่าบุญนั้นยิ่งกว่านั้น คือ การรักษาทั้งวัตถุ และจิต ให้พ้นทุกข์ทั้งกายทั้งจิต เป็นความสมบูรณ์ที่ครบครันทุกอย่าง การรักษาการเจ็บป่วยได้ไข้ของมนุษย์ ถ้ามีความรู้ในเรื่องของจิตมากมันก็ดี รักษาคนให้หายป่วยได้อย่างดี หรือแม้แต่เป็นทุกข์ทางกาย ทุกข์ทางร่างทางสรีระ ที่มันเป็น เจ็บป่วยก็เพราะว่า มีโรค มีความไม่สมดุลของอวัยวะต่างๆ ซึ่งก็เป็นธรรมดาของการเจ็บป่วยเป็นทุกข์ทรมานทางจิตของเรา ถ้าจิตเรายิ่งช่วยไม่ให้ไปติดยึดมันมาก พยายามปล่อยวางเป็น พยายามที่จะไม่เอาทุกข์ไปทับถมตน เพราะทุกข์ที่มันเป็นพยาธิมีความไม่สมดุลของชีวะสรีระเราอยู่แล้วก็เป็นทุกข์แล้ว แล้วก็ยังจะไปเศร้าหมอง เราก็ยังจะไปอย่
อ่านต่อ
างโน้นอย่างนี้ แม้แต่อยากให้หายเร็วๆ มันก็ไม่ควรจะไปมีจิตที่ไปบังคับ มีกิเลสไปผสมอะไร ก็รู้ความจริงตามความเป็นจริงว่าจิตของเราควรจะทำอย่างไร เป็นการรู้ความจริงตามความเป็นจริงว่าเราไม่สบาย เป็นเหตุทางร่างกายอย่างนั้นอย่างนี้ รู้จักเหตุ ในการรักษาโรคทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนไทยแผนปัจจุบันก็รักษาที่เหตุทางสรีระทั้งนั้น จิตของเราอย่าไปทับถมตน เป็นจิตที่เข้าใจความจริงตามความเป็นจริง ของความไม่สบายความเจ็บป่วย แล้วเราก็มีความเข้าใจดีก็วาง ไม่ต้องไปอยากอย่างโน้นอย่างนี้ ซึ่งเป็นความประสงค์ของตัณหา เมื่อเราไม่ทำ จิตของเรายิ่งเห็นในไตรลักษณ์ เห็นความเจ็บป่วย ว่าเป็นธรรมดาธรรมชาติแล้วก็ยังดำเนินต่อไปอยู่ หากเรารักษาให้สมดุลได้เท่าไหร่ก็รักษา ไม่ต้องไปยึดมั่นถือมั่นอะไร เราก็จะมีปัญญาที่จะทำให้จิตเราไม่ไปทับถม ก็จะหายเร็ว เพราะว่าจิตเราไม่ไปทำให้มันยืดยาด หรือจะปล่อยวางเรื่องสรีระ และรักษามันด้วยเภสัช รักษาสิ่งที่ควรรักษาตามเหตุปัจจัยของสรีระร่างกาย ถ้าจิตไม่มีกิเลสแล้วมันจะดี จะพูดด้วยอจินไตย ความสามารถพิเศษทางจิตใจก็ยิ่งมากยิ่งดี เพราะจิตวิญญาณเป็นเรื่องพิเศษช่วยให้เราเจริญดี เป็นไปตามที่เราไม่ได้ไปทับถมมันก็ยิ่งเป็นไปได้ ในอจินไตยที่มันไม่ไปทับถม แต่มันทำให้เกิดเป็นการช่วย ให้เกิดการฟื้นตัวให้ดีได้ อันนี้ พระพุทธเจ้าก็ไม่ส่งเสริม แต่ทางเดรัจฉานวิชชาก็ใช้จิตรักษา มันก็มีส่วนเป็นไปได้มี แต่ทางศาสนาพุทธเราไม่ส่งเสริม คุณมั่นมิ่งบุญว่า...อาจารย์ที่ปรึกษาหนูชื่อ อ.อัจฉรา เคยมาที่นี่ด้วย นี้เป็นช่วงศึกษาธรรมะของท่าน ท่านพยายามค้นคว้า ตอนนี้ที่ท่านปฏิบัติก็คือส่วนใหญ่ไปปฏิบัติ 3 วันไม่กินข้าวไม่อาบน้ำ นั่งสมาธิเดินจงกรม วิปัสสนาไปด้วย แต่ในเนื้องานวิทยานิพนธ์ของท่านพยายามดึงเข้าหาธรรมะและพยายามแสวงหาคำตอบ การวิจัยเรื่องนี้ท่านพยายามจินตนาการว่า นาบุญคือผืนจีวรที่พระอานนท์นำมาตัด นำมาจากคันนา ก็เชื่อมโยงถึงพรหมจรรย์ ท่านก็คิดว่าถ้าชาวนามีคุณธรรมมีศีลจะทำให้ชีวิตชาวนาเจริญขึ้น แล้วก็ทำแล้วแบ่งปัน วิธีการวิจัยของท่านคือหาคำเหล่านี้มาเชื่อมโยงได้คำตอบ ก็เลยตามหา ผู้ที่สัมภาษณ์มาหลายคนจะได้คำตอบว่า ส่วนใหญ่สุขภาพแข็งแรงเพราะทานอาหารสดไร้สารพิษ ทำโดยไม่ได้กดดันว่าจะต้องสำเร็จหรือไม่สำเร็จ มีหลายท่านเชื่อมโยงกับสุขภาพ 8 อ. อยากให้พ่อครูช่วยเชื่อมโยงให้ฟัง พ่อครูว่า...เชื่อมโยงมันก็เชื่อมโยง เพราะว่า 8 อ.ก็ตาม ก็เป็นเรื่องที่เป็นเหตุปัจจัยที่จะทำให้เกิดความสมดุล ความเจ็บป่วยเกิดจากความไม่สมดุลอวัยวะเจ้าการนี่เป็นคำตรัสของพระพุทธเจ้าเลย อวัยวะเจ้าการมันไม่ทำงานสมดุล ก็เกิดการเจ็บป่วย หากมีการทำให้สมดุลจุดไหนก็พยายามแก้กัน หมอไม่ว่าชาติไหนปางไหนจะเป็นปัจจุบันจนถึงอดีต ก็รักษาที่เหตุ ถ้าไม่รู้เหตุก็ได้แต่รักษาเดาส่ง ตายพอดีหรือไม่หายก็ตาม เป็นเรื่องอริยสัจเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนเรื่องบุญ เอามาสัมพันธ์กันเข้ากับเรื่องที่เกี่ยวกับจิตใจ ถ้าจะอธิบายคำว่าบุญอย่างลึกซึ้งทางนามธรรม หรือว่าทางปรมัตถธรรมไปอีกเลย อาตมาก็อธิบายไม่ไหว ไม่มีความสามารถที่จะอธิบายละเอียดลออไปได้ คุณมั่นมิ่งบุญว่า...สวนฟ้านาบุญ เป็นชื่อชุมชนหนึ่ง เป็นเรื่องของสามอาชีพกู้ชาติ ไม่ทราบว่าเก็บข้อมูลมาถูกไหม พ่อครูว่า...8 อ.ข้อสุดท้ายคืออาชีพ เป็นการงานที่เราทำเป็นหลักเลี้ยงชีวิต เช่น คุณนายเล่นไพ่เป็นอาชีพ เล่นประจำเลย แต่แท้จริง ไปบอกพ่อบ้านว่า อาชีพแม่บ้าน ก็ไม่รู้ว่าอาชีพคุณนายอาชีพเล่นไพ่หรืออาชีพแม่บ้าน ถ้ามีอาชีพแม่บ้านก็ควรจะดูแลบ้านช่อง หรือคนมีอาชีพทางด้านดูแลสุขภาพร่างกายของคนก็เป็นอาชีพ อาชีพทำเหล้าขาย ทำให้คนกินเหล้าติดเหล้า จนเป็นตับแข็ง แม้แต่ทำอาหารที่ใส่สิ่งที่เป็นพิษเข้ามาในอาหาร อย่างนี้เป็นต้น มันก็เป็นเรื่องของอาชีพ เพราะฉะนั้นคนที่จะไม่ให้มันเกิดเจ็บป่วย เราก็จะต้องไม่สร้างอาชีพที่จะทำให้คนเจ็บป่วย โดยมีสารที่ทำให้ไม่ดีเกิดเจ็บป่วย แม้แต่สิ่งที่กินใช้ อะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นคำว่าบุญก็ถ้ามีจุดมุ่งหมายปลายทางดีแบบโลกีย์ หมายถึงเป็นกุศล แต่ตัวจริงของบุญนั้นมันไม่ใช่กุศล มันไม่ได้ไปแย่งหน้าที่ของกุศลหรอก เป็นบุญแท้ๆที่อาตมาอธิบายนั้นเป็นปรมัตถ์ เป็นความรู้ที่สูงสุดแล้ว มันมีหน้าที่กำจัดกิเลสอย่างเดียว เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าผู้ที่เป็นมนุษย์โลกีย์ทั่วไปก็พูดกันไม่รู้เรื่อง เพราะเขาไม่ได้ปฏิบัติธรรม แต่พวกเราปฏิบัติธรรม ก็ควรทำจิตของเราให้ไม่มีกิเลสแม้กระทั่งแค่ว่าอยากให้หาย หรือว่าอยากอย่างโน้นอย่างนี้อะไรก็แล้วแต่ อยากให้มันดีอย่างโน้นอย่างนี้ เป็นแต่เพียงจิตเราไม่ทับถม อาตมาว่า พูดกันไปพูดกันมานี้มันจะมากเกินกว่าความเป็นจริงแล้ว มันก็กลายเป็นเรื่องฟุ้งซ่าน ด้วยความเป็นเรื่องที่สร้างสิ่งที่มันไม่เป็นอะไร ขึ้นมา จนเป็นจริง เป็นความเพ้อเจ้อ จนเป็นอุปาทาน มันจะมากไป บุญมันก็คือชำระกิเลสเท่านั้นเอง จะให้จิตใจของเราไปทำให้จิตมันทุกข์ร้อน ถ้าเรามีความรู้ว่า เราเจ็บตรงนั้นตรงนี้ ก็พวกเรานี้ศึกษาธรรมะ ยกตัวอย่าง อย่างหลวงพ่อถนอมคูณ ศึกษาธรรมะเข้าใจแยกความเป็นจริงของจิต กับพยาธิได้ พอถึงเวลาวาระ สรีระเราก็ช่วยกันมาตั้งนาน ล้างไตมาตั้งสิบกว่าปีแล้วถึงเวลาที่สุดแล้ว มันไม่ไหวแล้ว ก็วางใจ หรือแม้แต่มีชีวิตอยู่ก็วางปล่อย อย่าไปยึดติดอะไรมากมาย อย่างหลวงพ่อถนอมคูณ ไม่ได้เดือดร้อนใจอะไร จนทำงานมาก ไม่ตามประสาคนป่วย จะทำเกิน ก็จะโหลดดึงฉุด ต้องรู้ความพอเหมาะพอดี สรีระพอดี ส่วนมากคนที่มาทำเกินๆ มันไม่มีมากหรอก ส่วนมากทำให้ขาด เจ็บป่วยเท่านี้ แต่อ่อนแอเกินกว่าความจริง พักผ่อนเกินจริงก็เลยไม่เกิดสัมประสิทธิ์มากระตุ้น พลังงาน coefficient เป็นเรื่องสำคัญมันจะช่วยได้ ทำให้เจ็บป่วยน้อยลง
คุณมั่นมิ่งบุญว่า..ในเรื่องวัตถุ... พ่อครูว่า...อาตมาไม่มีความรู้เรื่องวัตถุ จะตอบได้แต่เรื่องของบุญเท่านั้น บุญไม่มีอะไรมากแต่มีผลมาก บุญเป็นเครื่องชำระกิเลสเท่านั้นเอง ถ้าเข้าใจอันนี้แล้ว หรือไม่เข้าใจ ก็ต้องมีความฉลาดที่จะต้องรู้ว่า อย่าไปทำจิตอย่างนั้นที่จะเป็นการทับถม จะเจ็บป่วยมากกว่านั้น ตอนนั้นที่ตั้งสวนฟ้านาบุญนั้นยังไม่ได้ลึกซึ้งในเรื่องของบุญที่จะอธิบายกันลึกซึ้งเหมือนทุกวันนี้ ถ้าหากมาวิเคราะห์ถึงทุกวันนี้แล้วก็แทบจะใช้ไม่ได้เลย เพราะมันจะงงเอาวัตถุกับจิตใจมาปนกัน
คุณมั่นมิ่งบุญว่า..ในแง่ของการทำสามอาชีพกู้ชาติของบ้านราชนั้นเกี่ยวกับสุขภาพอย่างไร พ่อครูว่า...สามอาชีพกู้ชาตินั้น ก็มีกสิกรรมธรรมชาติ ปุ๋ยสะอาดและขยะวิทยา ที่จริงมันเป็นเรื่องของความคิดอาตมาที่ตั้งอันนี้ขึ้นมานั้น มันเป็นการรวมมนุษยชาติ มันมีสิ่งที่ตายสิ่งที่เกิด กสิกรรมธรรมชาติเป็นสิ่งที่เกิด ปุ๋ยเป็นสิ่งที่ตาย เพราะฉะนั้นเราก็ต้องรู้ความจริงว่า ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะธรรมชาติของกสิกรรม การสร้างสิ่งที่เลี้ยงชีวิต มันก็เป็นธรรมดาธรรมชาติ กินแล้วเสร็จสร้างกสิกรรมมาเป็นอาหาร กินแล้วก็มาเป็นอุจจาระ เป็นสิ่งที่ทิ้งในอนาคตเรียกว่าเป็นขยะ แต่เราพยายามที่จะทำความเข้าใจให้รู้ว่า ทุกสิ่งนั้นมันวนเวียน ในความรู้สามัญของมนุษย์ กสิกรรมก็มาใช้อุจจาระที่เป็นสิ่งที่มันทิ้ง ไปเป็นปุ๋ย มันไม่ใช่ขยะ มันเป็นปุ๋ย เพราะฉะนั้นเราต้องศึกษาคำว่า ขยะให้ดีๆ ว่า สิ่งที่เป็นของทิ้งที่เป็นขยะแต่บางอย่างไม่ควรทิ้ง เอามาหมุนเวียนมันก็จะเกิดวงจรของกสิกรรมธรรมชาติ ปุ๋ยสะอาด แล้วก็ขยะ มันก็จะไม่มีส่วนเสีย ถ้าผู้ใดเข้าใจองค์รวมของ 3 ง่ายๆนี้เลย นี่แหละจะทำให้เกิดความเจริญ อาตมาเน้นมาที่สาระของปัจจัยชีวิตคืออาหารการกิน เพราะฉะนั้นถ้าประเทศชาติประเทศไทยใช้ หรือเน้นเรื่องของกสิกรรม ไม่ไปเน้นในเรื่องอุตสาหกรรมอย่างที่ในหลวงเราได้ตรัส ท่านบอกว่าการก้าวหน้าแบบอุตสาหกรรมนั้น เป็นการถอยหลังอย่างน่ากลัว แต่ท่านไม่ได้ตรัสว่าให้เน้นมาทางกสิกรรมเลย แต่อุตสาหกรรมบางอย่างก็สำคัญ แต่ประเทศเราไม่ใช่โซนประเทศอุตสาหกรรม ส่วนเขาอยู่ในโซนประเทศอุตสาหกรรมก็ต้องเน้นอุตสาหกรรม แต่ของไทยไม่ควรจะต้องไปหลงผิดตามภูมิประเทศ รู้จักตั้งแต่การเอามาใช้ซ้ำการหมุนเวียนเอามาใช้ จนกระทั่งการทิ้งเศษกากที่เป็นพิษแล้วเอามาหมุนเวียนใช้ไม่ได้แล้ว ก็ต้องทำการ reject ทิ้งไป
คุณมั่นมิ่งบุญว่า...การทำกสิกรรมไร้สารพิษ ช่วยเรื่องของสุขภาพอย่างไร พ่อครูว่า...เราสามารถทำกสิกรรมไร้สารพิษด้วยความเป็นจริง จนกระทั่งทุกวันนี้กสิกรรมไร้สารพิษเป็นงานกสิกรรมที่เจริญไป แพร่หลายไปทั่วประเทศไทยแล้ว ทั้งๆที่ไปโดนเขาถูกครอบงำด้วยวัตถุที่มีสารเคมี ปุ๋ยเคมีอะไรไป ถูกปุ๋ยเคมีครอบงำจนกลายเป็นทาสปุ๋ยเคมีไปจนเกือบหมดแล้ว เราก็มาช่วยให้เป็นกสิกรรมธรรมชาติ เป็น organic จนดีขึ้นมาแล้วทุกวันนี้
คุณมั่นมิ่งบุญว่า...หนูคิดว่า คำตอบวิทยานิพนธ์นี้กลายเป็นเรื่องอาหาร ไม่ใช่เรื่องของเภสัช กลายเป็นอาหารไร้สารพิษ พ่อครูว่า..ธรรมดาเภสัช ก็มาจากพืชพันธุ์ธัญญาหารมาจากกสิกรรม ส่วนบุญก็บอกแล้ว ไม่มีอะไรมาก เรียนรู้ให้สำคัญ ถ้าคนไม่รู้ไปสอนเขาก็ทำจิตไม่ได้หรอก เช่น ไม่ให้ทำจิตทับถมตนเป็นต้น แต่พวกเรานี้เรียนรู้ได้ อย่างน้อยเราก็ไม่ทุกข์ร้อนดิ้นรนเกินการณ์ หรือขวนขวายจนกระทั่งกลายเป็นเรื่องถูกต้มกัน ในสังคม เรื่องความเจ็บป่วยนี้คนหากินกับความเจ็บป่วยของคน จนกระทั่งกลายเป็นยาสูงสุดของไดเร็คเซลล์ รีดนาทาเร้น ตั้งราคาหยูกยากันสูง หรือไม่มียาก็รักษาทางจิตให้หาย เราเองเราไม่โง่ก็ไม่ถูกต้ม คุณมั่นมิ่งบุญว่า ..เคยจำได้พ่อครูเคยบอกว่านาบุญกับนาธรรมดาต่างกัน นาบุญ คือคนนั้นปลูกเพื่อจะให้ ถ้าพูดคือนาไร้สารพิษ ก็คือการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นไม่ใช่ประโยชน์เพื่อตัวเอง พ่อครูว่า...ก็เป็นแง่เชิงความหมายที่ถูกต้องเป็นความเจริญความดี หมอเขียวว่า...ก็ขออนุญาตนำเอาที่พ่อครูได้เทศน์เกี่ยวกับบุญเกี่ยวกับการชำระกิเลสไปใส่ในดุษฎีนิพนธ์ ป.เอก ของม.สุรินทร์ พ่อครูว่า...วันนี้เหมือนจมอยู่ในภาษาการศึกษาแต่ไม่มีสภาวะ อาตมาก็เลยยิ่งตามไปด้วยไม่ได้เพราะไม่มีสภาวะจริง สภาวะจริงที่ลึกซึ้งเข้าหาจิตวิญญาณ มันเยอะเหมือนกัน จิตเจตสิกต่างๆ แม้แต่รูป 28 หากเข้าใจแล้วเอามาใช้จริง พระพุทธเจ้าสอนรูป 28 และนาม 5 แต่เขาไปจิต 89 121 มันก็จริงเป็นสภาวะตัวจบตัวสมบูรณ์แล้ว มันเป็นผลแล้วตรงนี้ ก็ไปเอาแต่ชื่อพวกนี้อย่างที่ไม่มีเหตุปัจจัยสัมพันธ์กัน อภิธรรมกลายเป็นปรัชญา เจริญงอกงามกัน
610413_พ่อครูตอบคำถามงานวิจัย ทีมแพทย์วิถีธรรม เรื่อง สวนป่านาบุญ