สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน มารวมมวลสืบสานศาสนาที่ราชธานีอโศก_.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน มารวมมวลสืบสานศาสนาที่ราชธานีอโศก คุณต้อย(น้อมนบ)...งานพุทธาภิเษกฯ ปลุกเสกฯ และอโศกรำลึก…การปลุกเสกฯครั้งนี้ครั้งที่ 42 บรรยากาศเป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกคนจะมาน้อยไหมคะ? พ่อครูว่า...เท่าที่อาตมามอง มันก็ไม่ด้อย ในประชากรที่มานี้ประมาณ 700 กว่าคน เทียบกับที่เราเคย peak ที่สุดก็ 2000 ธรรมดาก็ 1000 แต่คราวนี้รู้สึกว่าจะน้อยลงไป แค่ประมาณ 700 ก็เนื้อ ถ้าว่ากันเนื้อๆแล้วอาตมาก็ว่า มันได้เนื้อที่เข้มข้น เคี่ยวข้น แต่ทุกวันนี้แม้แต่ฟังธรรมะแต่ละวันๆ ก็ลึกซึ้ง จนกระทั่งอาตมาว่า คนข้างนอกที่เขาไม่ประสีประสา แทบจะไม่รู้เรื่องเลย ที่เราพูดธรรมะกันทุกวันนี้ เป็นเรื่องที่เราจะต่อภพภูมิศาสนาเอาไว้ จำเป็นที่ต้องต่อยอดพวกนี้เอาไว้ เพื่อจะสืบสานแก่นแกน ที่เป็น root เป็นรากทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นตัวตั้ง เป็น static ตัวตั้งที่จะต้องแข็งแรงมากที่สุดไว้ก่อน นอกนั้นเราก็ผู้ที่จะช่วยงาน ผู้ที่จะสืบสานต่อไปอีกจนกระทั่งถึงวาระอันควรของมันก็คงจะเป็นไปได้ เท่าที่อาตมามีภูมิรู้ อาจมองว่าอาตมาดูเป็นตัวหลักอาจพูดเข้าข้างตัวเองก็เป็นได้ อาจจะดูด้อยในความรู้สึกของคุณก็เห็น พยายามพากเพียรที่สุด ดีแล้วล่ะ เราเห็นจุดที่ไม่สมบูรณ์บริบูรณ์ ก็ทำให้พวกเราต้องขวนขวาย อุตสาหะ วิริยะเพิ่มขึ้น เพื่อความไม่ประมาทก็เป็นผลดี แต่จะวิ่งไปหาเสื่อมหรือเปล่า ถ้าเราจะระแวงระวังก็ดีนะ ทำให้ทุกคนต้องนึกถึง พากเพียรกันหน่อย อย่าปล่อยปละละเลย ถ้ามีความรักศาสนาพุทธที่แท้ต้องช่วยกันหน่อย อาตมาก็ยังหวังอยู่เหมือนกันว่าน่าจะมีผู้มาช่วย มันก็ดูดี แต่ดูในความเป็นศาสนานั้นมันรู้สึกว่ามันน้อย แต่ดูในความเป็นสังคม มวลกว้างขึ้น มีการแพร่ขยายเชื่อมสัมพันธ์ผู้ที่เข้าใจมากขึ้น ก็เอาตามเป็นจริงสิ่งที่ปรา
อ่านต่อ
กฏจริง ให้ศึกษา มาเป็นตัวอ่านความจริงเราจะพบความด้อยความเด่นของมัน เรารู้สึกอย่างนั้นก็เหมือนกับไว้ใจยังไม่ได้ ก็ขวนขวายกันหน่อย ต้อยว่า..ก็ต้องพากเพียรมากขึ้นแล้วมีคนจํานวนหนึ่งเป็นแก่นแกน จะให้ช่วยบริหารกันอย่างไร พ่อครูว่า...ไม่ต้องคิดมากเลยนะตอนนี้ มารวมตัวเป็นมวล ถ้าผู้ที่ตั้งใจจะมาช่วยจริงๆก็เอาตัวตนบุคคลเข้ามารวมเป็นมวล ที่ราชธานีอโศกนี่แหละ มารวมกันจะได้ไม่กระจายตัวไป เป็นพลัง ผู้ที่ฟังเข้าใจก็มาช่วยกัน บางทีอาตมาก็พูดไม่ถูกเหมือนกันว่ามารวมกันแล้วจะเกิดอะไร แต่คิดออกว่า มันน่าจะดี เอาง่ายๆ มันน่าจะดี อาตมาเชื่อว่ามันน่าจะดีถ้ามารวมกัน เพราะผู้ที่จะมารวมกันคงไม่ใช่ผู้กเฬวรากที่จะมา แต่ผู้จะมาคือผู้ซาบซึ้งว่าน่าจะมา อาตมาว่าคนอย่างนี้จะมา ทำยังไงถึงจะเผยแพร่จุดนี้ออกไป ดีเหมือนกันคุณพูดมาอย่างนี้
ต้อยว่า...งานตลาดอาริยะปีนี้รู้สึกว่าจะมีน้ำตกเป็นตัวเด่น พ่อครูว่า...เป็นสิ่งประกอบเป็นนิเวศวิทยา อาตมาพูดไม่เก่ง อธิบายไม่เก่ง แต่ความเข้าใจที่ลึกของอาตมา นิเวศวิทยาทุกวันนี้ก็ปลอมแปลง เป็นตัวลวง มันมีมากเหลือเกิน ที่อาตมามองเห็นบนโลก อาตมาจึงบอกว่า อาตมาจำเป็นเหลือเกิน เพราะว่านิเวศวิทยาแท้ๆนั้นถูกทำลายไปมาก ระเนระนาด อาตมาจึงจำเป็นต้องสร้างนิเวศองค์รวมที่จะเข้าหาธรรมชาติ เอาธรรมชาติจริงๆมาเสริมสร้าง ให้มันเป็นธรรมชาติของธรรมชาติ ไม่ใช่ธรรมชาติที่มีแนวโน้มไปทางปรุงแต่งทางโลกีย์ ประดับประดาแสงสีสวยไม่ใช่ ที่ทำนี้ก็เปลืองนะ ลงทุนเยอะมากเลย หินแต่ละก้อนเป็นพันเป็นหมื่น เป็นแสนก้อนที่เราทำ ก็ต้องทำเหมาะสมที่ต้องใช้ พูดไปก็เหมือนแก้ตัว แต่ที่จริงมันไม่ใช่ สรุปแล้วเข้ามาหาว่ามันเสื่อมลงหรือเจริญขึ้น อาตมาว่ามันดูน่ากลัวเหมือนกัน เพราะฉะนั้นจึงต้องมาช่วยกัน ที่ว่าน่ากลัวในเรื่องศาสนามันจะไปไม่ออก ที่ถามมาคือเราปลุกเสกฯแล้วไม่ได้ผลเท่าที่ควร ศาสนาไม่ได้ผลเท่าที่ควรมันก็จะเสื่อม
ต้อยว่า..วันก่อนเห็นคนมาเล่นน้ำตกเล็กๆมีความสุข เห็นน้ำใจของพระโพธิสัตว์ที่มาสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ พ่อครูว่า...อันนี้อาตมาก็ใช้ เป็นองค์ประกอบในการสร้างศาสนา เพื่อให้เห็นว่า ธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่ได้เห็นแก่ตัว มีแต่ความเสียสละ มีแต่การให้ ซึ่งเป็นการให้ที่จริงที่สุดที่เราทำ อาตมาว่าความหมายอันนี้ไม่ได้ยาก แต่มันทำยากเท่านั้นเอง ทำให้บริสุทธิ์ เพราะคนทุกวันนี้มันระแวงมาก ไม่เชื่อว่าใครจะมาให้อะไรด้วยความบริสุทธิ์ใจ อาตมาที่ทำ ให้เห็นเป็นรูปธรรมให้เยอะ เพื่อจะยืนยัน จะใช้เวลายาวนานเท่าไหร่ก็แล้วแต่ เวลายาวนานเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริง มีองค์ประกอบที่จะต้องมากต้องใหญ่ ต้องเห็นว่าเราให้อย่างเต็มใจอย่างเต็มที่ อย่างไม่เหลือส่วนที่เห็นแก่ตัวเลย ไม่หวงแหน ไม่อะไรไว้เลย ก็ต้องประกอบทุกอย่าง ไม่ใช่โชว์แต่ให้เห็นเลือดเนื้อวิญญาณเราแท้ๆที่ให้อย่างบริสุทธิ์ เป็นผลที่ตัวเราเองที่แสดงความจริงใจ เป็นผลที่ให้คนอื่นได้รู้ความจริงอันประเสริฐเลิศยอดแห่งการให้อันบริสุทธิ์สะอาดนี้ มันมีผลทั้งรูปธรรมหยาบและลึกที่สำคัญยิ่งด้วยซ้ำ หยาบมันก็มีแต่ที่ลึกสำคัญคือการให้อย่างบริสุทธิ์ใจนั้นยิ่งใหญ่มาก สรุปแล้วอาตมาก็ทำความจริงใจที่รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งที่สุดของสังคมมนุษยชาติ มันคือความเอื้อเฟื้อเจือจาน เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ที่ยิ่งใหญ่ต่อกันและกันทั้งหมดเลย นั้นหนึ่ง สอง สิ่งที่เป็นแก่นแกนของความเป็นชีวิต เป็นปัจจัยสำคัญของชีวิต ไม่ใช่เปลือกกระพี้เศษประโลมโลกที่เขาหุ้มพอก เราวิ่งเข้าหาแก่น เพราะโลกมันประโลม หุ้มพอกหยาบใหญ่มากเกิน เราจึงวิ่งเข้าหาเนื้อแท้แก่นแกนให้มาก ฟังแล้วจะลึกซึ้งอย่างไร ถ้าเรียบเรียงเก่งกว่าอาตมาก็ทำเลย ถ้าไม่ได้ก็เอาคำต่อคำไป
ต้อยว่า...เราได้ใกล้ชิดกับผู้คนที่มาสัมผัสกับเราก็สัมผัสถึงความอ่อนโยนของลูกค้าที่เข้ามา พ่อครูว่า..เป็นเพราะว่าตอบรับที่เท่าเราเห็นมากขึ้น ต้อยว่า...เขาเห็นพวกเรารวมชาม เพื่อจะไปล้าง แต่เขาเห็นเขาก็รีบเอาจานออกไปเพื่อจะไปล้างเอง เขาเกรงใจที่เราจะเอาไปล้างให้เขา พ่อครูว่า...พฤติกรรมแสดงออกที่เห็นว่าเจริญขึ้น มีจิตใจเจริญขึ้น เราก็พยายามสร้างสิ่งเหล่านี้
610415_ทีมสมานอัตตา สัมภาษณ์พ่อครู เรื่อง งานปลุกเสกฯครั้งที่ 42