201201-162 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ011.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2520 อภิณหปัจจเวกขณ์ (184 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข2 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

พฤหัสที่ 1 ธันวาคมพุทธศักราช 2520 จากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พิจารณาธรรมปฏิเวธก่อนฉันนะพุทธสถานสันติอโศกผ่านนี้เช่นพวกเราทั้งหลายก็คงจะได้ซาบซึ้งกับคำว่าพุทธะอันขยายความกระจายความบอกไปว่าผู้เบิกบานแจ่มใสผู้รู้ผู้ตื่นไม่ทราบซึ่งยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นนับวันก็จะรู้แจ้งอย่างแทงทะลุสภาวะได้รับผลของพุทธมีสภาพพุทธ หาแม้จะมีตั้งแต่ได้ยินได้ฟังจนกระทั่งเขาเนื้อเป็นอนุพุทธจนกระทั่งอนุพุทธนั้นก็ชวนไปเป็นระดับระดับสูงขึ้นสูงขึ้นและเราก็จะถึงวาระที่เบิกบานแจ่มใสเราได้รู้ว่าความเบิกบานแจ่มใสเป็นอย่างไรวันหนึ่งคืนหนึ่งเราได้เป็นผู้มีความเศร้าหมองมีโสกะปริเทวะนาการมีทุกข์มีโทมนัสมีอุปายาสอย่างไรแม้ที่สุดก็เบิกบานแจ่มใสเราได้รู้เท่าทันเบิกบานแจ่มใสนั้นหรือไม่ก็เบิกบานแจ่มใสเพราะกระทบสัมผัสหรือเพราะมันถูกพรากมาห่างๆชั่ว ถ้าจับเราไปปล้นจากเราไปสัมผัสจับเราไปคลุกคลีไปสัมผัสแตะต้องอยู่กับสิ่งที่เราเคยทุกข์เราจะยังทุกข์อยู่อีกหรือไม่เราก็จะรู้ตัวเราเองถ้าเราได้พยายามทบทวนพยายามที่จะได้นึกคิดประเพณีวาสานุสติหรือได้เข้าไปสัมผัสแตะต้องสิ่งนั้นอีกครั้งหนึ่งจริงเราก็จะเป็นผู้ได้รู้ชัดว่าเราเองเราเบิกบานแจ่มใสหรือเกิดอารมณ์เรามีอารมณ์เป็นอย่างไรจับจิตอยู่ได้รู้ว่าเราไม่ได้ขาดจริงเรายังมีเชื้อที่ยังอึดอัดไปยากจึงโทรมานัดอยู่ในน้อยยังมีทุกข์อยู่ ยังไม่หมดเคราหรือว่าจะแรงจนกระทั่งเป็นปริทเทวดาการโศกศัลย์หรือว่าจะมีการเบิกบานแจ่มใสแค่ได้เราก็จะตรวจอ่านเช็ครู้เมื่อเราปฏิบัติธรรมมารู้จิตรู้มโนปวิชจาระอันชัดเจนเราก็จะได้ผลอย่างแท้จริงคำว่าเบิกบานแจ่มใสจึงเป็นตัวเป้าหมายที่เราจะรู้ว่าเราพ้นเราเบิกบานเราหมดอารมณ์หมองหมดอารมณ์ขุ่นมัวหมดอุปสรรคหมดนับแท้ส่วนจะเป็นเบิกบานแจ่มใสจนเลิศหล้าแรงซ่าเกินไปนั้นเร

อ่านต่อ

าก็จะรู้เท่าทันและจะไม่ให้มันมีฤทธิ์แรงจนเราติดเรา จำเลยขอบเขตจะมีฤทธิ์ผูกมัดเอาอีกไปในเชิง 1 เป็นเชิงตีกลับเราก็จะรู้เราจะรู้รสเราจะรู้แรงเราจะรู้เบาเราจะรู้ขนาดอ่อนหยาบกรานใครจะรู้ไปทีเดียวเราจะเป็นผู้รู้อย่างที่ว่านี้แหละรู้ต่างๆนี่แหละเรารู้ละเอียดละออแล้วเราจะเป็นผู้ที่ยืนอยู่สว่างอยู่ไม่ใช่อยู่ในมุมมืดตื่นหรือสว่างหรือเป็นผู้ที่มีสติเต็มนอกจากรู้แล้วก็เป็นผู้มีสติแต่เป็นผู้ตื่นเป็นผู้สว่างเป็นไม่ใช่คลุมเครือไม่ใช่รู้หรือว่าจะไม่มีอย่างนี้อย่างมืดไม่มีอย่างดับไม่มี ดับจิตวิญญาณไม่มีอย่างผลักทิ้งเฉยๆไม่มีเหตุไม่มีผลไม่ใช่เราไม่มีเรารู้ด้วยเหตุด้วยผลว่าไม่มีและสัดส่วนที่จะมีที่จะยืดหยุ่นยาวอยู่อย่างอนิจจังยืดหยุ่นอยู่อย่างไม่เที่ยงตัวเราเป็นพวกมันคงตัวเราเป็นผู้มีนิยตตัวเราเป็นผู้ที่ยังเป็นผู้ที่ไม่ทุกข์นั่นเองเที่ยงเราเป็นผู้เบิกบานแจ่มใสอยู่ตลอดกาลแล้วเที่ยงที่ไม่ทุกข์เราเที่ยงที่ไม่หมองเก่าที่ไม่มีโสกะปริเทวะทุกข์โทมนัสอุปายาสเราเที่ยงสิ่งนี้แต่เราก็รู้ทุกอย่างที่เราอยู่นั้นน่ะเป็นชีวะนั้นไม่มีอะไรเที่ยงเป็นอนิจจัง เราจะประสบอะไรอยู่ก็จะยืดหยุ่นไปตลอดเวลาและเราก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายมีปัญญาที่จะให้ทุกอย่างเจริญไม่ใช่ยืดหยุ่นและก็ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเขาต่ำเสื่อมลงไปด้วยก็ไม่ใช่เราจะเป็นทั้งผู้รู้เราจะเป็นทั้งผู้ตื่นผู้สว่างเราจะเป็นนักพูดที่มีเบิกบานแจ่มใสดังกล่าวนี้จริงๆขอให้ทุกคนเช็คตัวเองขอให้ทุกคนรู้แม้เราเองเราจะกินอยู่อย่างนี้มีอาหารไม่ได้หรูหราเหมือนเราเหมือนภัตตาคารกินอยู่อย่างประหยัดและก็บางทีอาจจะกินอยู่อย่างเสม็ดกับแม่มักน้อยเราก็เบิกบานแจ่มใสไม่มีทุกข์ที่หัวใจไม่ฝืนแม้แต่จะมีเครื่องใช้ไม้สอย อุปกรณ์เรามีชีวิตอยู่อย่างที่มีปัจจัยมีบริขารอย่างนี้เราก็เป็นผู้ไม่ทุกข์ยังเบิกบานแจ่มใสและเราก็เป็นผู้ที่มีงานมีกรรมมันโตหรือกัมมันตาเป็นที่สุดอันนี้มีงานที่ทำอยู่อย่างร่าเริงเบิกบานเป็นประโยชน์ท่านเป็นพระชนะที่ตายยากทำได้อยู่ส่วนตัวเราเองนั้นก็เป็นประโยชน์ที่เราจะได้รู้เพิ่มเติมที่ได้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมจะได้เก่งเพิ่มเติมแล้วก็จะรู้เท่าทันถ้าเขาจะมาสรรเสริญก็ยังรู้ต่อไปอีกไม่ยึดเอาเข้าไปเป็นสังโยชน์มานะและเป็นสังโยชน์เบื้องสูงเบื้องสูงที่มันจะตีตลกเล่นงานเราอีกเราก็รู้เท่าทันได้จริงจะเป็นผู้รู้ เจนอย่างนี้แล้วก็จะมีองค์ประกอบของชีวิตอยู่กับปัจจัยอยู่กับบริขารอยู่กับงานการมีชีวิตเดินทางไปสู่ความตายไปสู่หลุมฝังศพอย่างแช่มชื่นดั่งรู้ความจริงว่าเกิดนั้นเป็นธรรมดาแต่เสื่อมก็เป็นธรรมดาเจ็บก็เป็นธรรมดาตายที่สุดมันก็เป็นธรรมดาเป็นอริยสัจมันต้องมีมันต้องเป็นไม่ต้องเป็นหนี้เป็นหนี้มันแต่เราก็ไม่พยายามให้มันเกิดไม่พยายามสรรหามาถ้ามันถึงคราวหรือเหตุปัจจัยครบมันจะเป็นมันจะมาเราก็รู้มันอยู่เราไม่ถอยเราจะอยู่ตามเหตุปัจจัยที่มันจะเป็นจะมีอย่างแท้จริงนี่คือพุทธกาล รู้ความเบิกบานแจ่มใสที่เราและเราจะแสดงอันนี้อยู่ตลอดเวลาว่าเราเป็นผู้เบิกบานแจ่มใสเราไม่ใช่ผู้หม่นหมองเราไม่ใช่ผู้ห่อเหี่ยวหดหู่หลบหนีแต่เราเป็นผู้ตื่นเป็นผู้เต็มเป็นผู้มีสติเป็นผู้อยู่อย่างอาจหาญแก้วปลาร้าเริงอย่างแท้จริง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน