201206-165 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ009.txt
เนื้อหาในไฟล์
เป็นวันอังคารที่ 6 ธันวาคมพุทธศักราช 2520 ปัจจุบันนี้ไปเพราะท่านพบที่รักไดนาโมปัจจะเวกปัจจัยที่พุทธสถานสันติอโศกหากการปฏิวัติหรือว่าการพิจารณานั้นที่เราทำในตอนฉันอาหารก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะทำการปัจจะเวกหรือระลึกทบทวนตั้งสติประกอบตนให้มีสติปัฏฐานแต่เพียงตอนฉันอาหารหรือว่าแม้แต่ฟังที่พูดที่บรรยายประกอบเป็นการเตือนสติเป็นการให้ความรู้อยู่นั่นก็ไม่ใช่ปัจจัยของเราเราจะควรจะปฏิบัติ ยับอย่างใดอย่างใดก็แนะไปหลายๆอันหลายๆเรื่องให้นึกให้คิดแต่ทบไม่ทวนถ้าจะปัจจะเวกแต่แค่ฉันอาหารเป็นการระลึกรู้รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสนั้นก็ไม่ใช่ว่าให้ละเว้นให้ไปคิดอื่นแต่ปัจจุบันทุกเวลาที่เรามีกรรมกิริยาที่เรากำลังประสบอยู่เราก็จะรู้ไปทุกตอนทุกอันเพราะการทบทวนและการปฏิเวธจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับชีวิตที่เป็นโยคาวจรเป็นผู้ที่ปฏิบัติธรรมข้าราชการทวนคดีอะไรจะพิจารณาคดีและจะรู้โดยสติสัมปชัญญะจึงมีอยู่ทุกขณะทุกบทเราก็จะต้องพยายามมีรู้ในอนาคตชวนเราเอาอื่นมาประกอบเอาความรู้ เอาหลักเกณฑ์อธิบดีเอาบทธรรมะพระธรรมบทต่างๆของหลวงพ่อธัมมะต่างๆหรือเอาเรื่องเก่าที่เราเคยเจอเคยผ่านเป็นรถเป็นชาติเป็นเรื่องเป็นราวมาเทียบเคียงว่าปิดประตูสวัสดีไว้ชั่วทำให้ดีขึ้นจำแม่นเด็กกำหนดมาให้ถูกต้องเราก็จะเป็นผู้ปรับปรุงถ้าเราเข้าใจเป็นสัมมาทิฏฐิมีทิศทางว่าจะทำอย่างไรให้แก่ตนเราก็จะได้ทำให้แก่ตนอยู่เรื่อยๆเป็นการสร้างเสริมเป็นการทำให้ตัวเองสูงขึ้นเจริญขึ้นปรับเปลี่ยนขึ้นเข้าไปเรื่อยๆเพราะการฟังด้วยหูเท่านั้นยังไม่ใช่ปฏิเวชแท้ถ้าจะต้องกระทำสิ่งนี้มีบทบาทประกอบไปด้วยจริงๆมีจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องกับกรรมกิริยาทุกอย่าง ฟันอยากให้ผ่านไปเฉยให้รู้และเราก็จะรู้ว่าเราเองแม้จะผ่านไปกับสัมผัสใดๆเราก็สบายเราจะได้รู้ทางตาหูจมูกลิ้นกายสัมผัสทางโลกก็ว่าอ
อ่านต่อ
ย่างนี้มันมากไปหนักไปร้อนไปเย็นไปหนาวไปแข็งไปอ่อนไปโรคอย่างนั้นอย่างนี้เปลี่ยนไปเสียอย่างนั้นอย่างนี้เปลี่ยนไปไม่เหมือนกันเราก็คงทนถ้าไม่ร้อนเพราะมากไม่เย็นเพราะมากไม่น้อยไม่เดือดร้อนเพราะว่ามันน้อยไปไม่ว่าจะอะไรจะน้อยไปหรือแม้อยู่ปกติเราก็รู้ตามควรมันจะมีพอดีเราก็รู้ตามควรในทุกสิ่งทุกอย่างเป็นพูดอยู่ได้ จิตใจมั่นคงส่วนอื่นที่เป็นสมมติสัจจะมันจะมากมันจะน้อยมันจะขึ้นมันจะลงแม้เราเองจะทำเองด้วยซ้ำไปประกอบสิ่งนั้นสิ่งนี้ให้มีอย่างนี้มากขึ้นให้มีสิ่งอย่างนี้ลดลงเราก็เป็นผู้มีปัญญาคำนวณรู้สมมติสัจจะรู้โลกแล้วเราก็จะทำให้แก่โลกไปด้วยใจเราไม่ได้ไปยินดีจริงไม่ได้จะไปกินดินร้ายกินไม่ได้เป็นหลงจริงจะต้องรู้เป็นปัจจุบันรู้ตัวเป็นการพิจารณาไตร่ตรองไปตลอดกาลเราจึงจะเป็นผู้ที่ทำประโยชน์ของโยคะไว้จอนแท้สิ่งใดสบายก็รู้ผลสบายเป็นวิมุตเป็นทิฏฐธรรมสุดของวิหารเราต้องมีจุดที่กระทำสุดของวิหารอาศัย สิ่งใดมันยังฝืนมันยังลดไม่ลงมันยังทำไม่ได้มันยังมีการต่อสู้รณรงค์หรือว่าเราจะต้องพยายามปรับปรุงปรับเปลี่ยนขึ้นมันอยู่เราก็รู้ว่ามันเป็นงานเป็นจิตอันใดทำได้แล้วได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากอยู่สบายเป็นสุขอยู่ในปัจจุบันนั่นทีเดียวเราก็จะรู้ของเราเองให้ชัดเจนจึงจะเป็นผู้ที่อยู่สบายยิ่งมีการอยู่สบายได้มาวันหนึ่งคืนหนึ่งเราก็ไม่มีหมอไม่มีเจ้าไม่มีอะไรอึดอัดขัดเคืองมีเศษเล็กเศษน้อยเหลืออยู่บ้างเราก็รู้เราก็จะไม่หลงผิดว่าเราเองดูเหมือนกับเราไม่มีอะไรแท้จริงเรามีสิ่งที่ไม่มีแท้จริงเรามีอะไรที่เราหมายถึง ภาพหรือว่าสิ่งที่เป็นวิมุตหรือสิ่งที่เป็นไปโดยเปาง่ายสบายเรามีแล้วอย่าไปหลงว่าเราไม่มีมันเป็นการหลงผิดหลงกลับได้แล้วทำอะไรได้แล้วเหมือนมันไม่ต้องทำเหมือนมันง่ายมันสบายก็เลยรู้สึกว่าเราไม่ได้ปฏิบัติธรรมเพราะมันไม่หนักมันไม่ต้องต่อสู้มันไม่ทุกข์มันไม่ทนมันไม่ฝืนมันก็ยังบดแรกๆที่เคยจำได้เอาความจำเก่ามาหลงผิดแต่เดี๋ยวจะวนเวียนซะเพราะการที่พ้นแล้วสบายแล้วก็ต้องรู้ความสบายนั้นแล้วเรามีประกอบกรรมกิริยาอะไรเป็นประโยชน์ท่านมากขึ้นหรือไม่แล้วเราประกอบกรรมมากๆเราก็ยังทนได้โดยไม่ยากถ้าทำได้มากเรามีกิจกรรมอะไรได้ประโยชน์มากๆมันก็ยิ่งเป็นคุณค่าเป็นสิ่งที่ดี กำลังทั้งกายมีกำลังทั้งจิตมีกำลังตั้งทุ่นลอยมีเวลามากพอหรือว่ามีเวลาเท่ากันนั่นแหละแต่ว่าเราประกอบไปมากประกอบได้เร็วแล้วก็จงฝึกทำไปอย่างนี้ก็เป็นผู้ที่มีทั้งสุขและมี