201207-166 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ011.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นวันพุธที่ 7 ธันวาคมพุทธศักราช 2520 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่ปัจจะเวกปัจจัยที่พุทธสถานสันติอโศกทำไมว่ากรรมและกิริยาอะไรที่เรากระทำอยู่ทุกวันทุกวันให้มันมีความสัมพันธ์จิตระลึกรู้ตามตลอดเวลารู้สึกตัวทั่วพร้อมรู้กริยากายรูปกิริยาวจีรู้ถึงกิริยามโนที่เป็นมโนปุพพังที่เป็นตัวจิตที่มันสั่งการแม้มันจะสั่งการเป็นอัตโนมัติ วัดเกาะพยามติดตามมันให้ชัดเจนทุกสิ่งทุกอย่างมันมีจิตเป็นประธานจิตเป็นตัวสั่งการสั่งจนเราไม่รู้ตัวว่ามันสั่งมันเป็นอัตโนมัติมันเกิดเองเป็นเองจนรู้สึกว่าเราเองเรายังไม่เห็นให้รู้สึกแต่ว่ามันต้องเป็นลูกค้าแขนกายกรรมวจีกรรมก็ตามมันจะเกิดมันจะออกมาเหมือนคนละเมอละเมอออกมาไม่รู้ตัวไม่มีสติสัมปชัญญะแต่ก็พูดออกมาต้องมีรากเหง้ามีสระสังขารมีเชื้อที่ทำให้เกิดอย่างนั้นเป็นอย่างนั้นเชื้อจะพูดออกมาได้ส่งเสียงออกมาได้หรือแสดงกิริยาออกมาได้ก็มีเชื้อสั่งการเชื้อศักดิ์สังขาร เชื้อให้ทำให้เกิดมันมาแต่จิตเป็นมโนปุพพังทั้งสิ้นเพราะบางครั้งบางคราวสติสัมปชัญญะแบบสำนึกสำนึกนอกเราไม่รู้แต่มันก็มาจากจิตที่เป็นสำนึกในการที่จะรู้จักจิตจับใจให้ละเอียดหน่อยแล้วก็ปรับแม้กระทั่งสำนึกในที่มันทำงานแต่เราเองเรารู้สึกว่ามันไม่ได้ศัพท์ทำงานนั้นน่ะมันจึงเป็นเรื่องลึกซึ้งแต่เรื่องที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขมันอยู่เสมอๆเราจะเห็นจริงรู้จริงได้มึงขอให้พวกเราต้องพยายามกำหนดตัวทั่วพร้อมรู้สึกตัวให้ทั่วพร้อมตั้งแต่นอกไปจนถึงในคำกิริยาข้างนอกก็ควบคุมดูแลให้เป็นกุศลให้มันอยู่ในสัดส่วนที่ดี อย่าเผลอเรออย่าปล่อยไม่เผลอแม้คำกริยาก็ปรับปรุงกายกรรมวจีกรรมปรับปรุงมันจะติดส่งผลเข้าไปถึงจิตถ้าจับจิตได้รู้ตัวรากเหง้าของจิตจริงๆเลยทีเดียวก็ยิ่งจะดีเพราะว่าจับไปถึงจิตอ่านจิตออกและก็ปรับที่จิตเรียนที่จิตให้ม
อ่านต่อ
าสู่กุศลเพื่อให้มาสู่สิ่งที่ดีขึ้นตามที่เรามีภูมิปัญญายิ่งเป็นโลกุตระก็ยิ่งดีใหญ่ทำให้เป็นโลกุตระจิตทำให้ไปอยู่อุเบกขาหรือว่าทำให้จะวิตกวิจารณ์ก็ทำจะให้เป็นสังขารก็ต้องมีปัญญาร่วมด้วย จิตของเราจะต้องรู้เท่าทันจะอนุโลมจะเป็นลมจะกระทำการอะไรออกมาแล้วก็กำหนดหมายออกมาอย่างรู้เป็นการยังกุศลให้ถึงพร้อมก็รู้ว่ายังกุศลนี้ถึงอยู่ในจังหวัดทำไปโดยสะเปะสะปะกำหนดหมายไม่ถูกไม่ใช่ต้องการปฏิบัติธรรมของเราทุกวาระจึงจะต้องมีสติปัฏฐานระลึกตัวทั่วพร้อมรู้คำกริยากายรู้คำกิริยาของวจีอย่างไปจนกระทั่งถึงรากเหง้าของมโนผุพังคือจิตแล้วก็ปรับปรุงอย่างแท้จริงและเราจึงจะเป็นผู้ที่ถึงที่สุดในที่สุดได้เป็นผู้กำหนดหมายเองสั่งเองหรือเกิดก็มีจิตควบคุมดูแลรู้ว่าเป็นกุศล เป็นสิ่งที่ดีที่กระทำอยู่พอเหมาะพอควรไม่เกินไม่มากไปไม่น้อยไปแล้วก็รังสรรค์สิ่งที่ควรรังสรรค์พร้อมกันนั้นเราก็มีจิตตัวปล่อยตัววางตัวรู้แล้วว่าทำก็ทำหยุดก็หยุดแม้ทำนั้นเราก็ไม่ได้อิจฉาละอายใจไม่ได้ทำเพราะเป็นทาสโลกไม่ได้เป็นทาสลาภยศสรรเสริญสุขโลกียสุขอะไรต่างๆนานาแต่เรากระทำเพราะเรารู้ว่ากรรมที่ควรทำและเราก็จะมีพรรคมีเพียงตามกำหนดที่เราได้เรียนมาอย่างแท้จริงจึงจะเป็นผู้ที่ไม่สงสัยเป็นผู้รู้แจ้งเป็นผู้แทนทะลุและเป็นผู้ที่อยู่เหนือโลกเป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่านอันบริบูรณ์