201213-170 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ011.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2520 อภิณหปัจจเวกขณ์ (184 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์17 KB
วันที่แก้ไข2 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้เป็นวันอังคารที่ 13 ธันวาคมพุทธศักราช 2520 ปีนี้ไปพ่อท่านพรหมที่รักไดนาโมเพชรเวชปัจจัยที่พุทธสถานสันติอโศกสภาพต่างๆที่เป็นความรู้ที่คนได้รู้ในระยะสิ้นสุดคุ้มที่ลึกซึ้งละเอียดมันยิ่งเป็นสภาพที่บอกกันได้ยากเห็นกันไม่ได้ง่ายๆแต่เมื่อผู้ใดได้กันแล้วแล้วก็เอามาใช้เป็นประโยชน์ได้ตลอดเวลาหรือมากเป็นราเห็นได้ชัดทั้งนอกและในตรงกันไม่ขัดเขินยิ่งไม่ขัดเขินเท่าไหร่ยิ่งไม่ย้อนมาแย่งเท่าไหร่นั่นแหละยิ่งเป็น จริงอ่ะยิ่งมาแสดงได้ทั้งกายทั้งวจีทั้งมโนตรงกันตรงกันก็ยิ่งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันถ้างั้นถ้าเกิดว่าผู้ใดได้ปฏิบัติธรรมแล้วได้ตรวจสภาวะแม้กระทั่งว่าเป็นจิตสภาพที่มันเป็นการหลุดการพ้นเป็นจิตที่มันเบาจางคลายรู้อาการของจิตเมื่อจิตเป็นได้แล้วกายมันก็ไม่เป็นปัญหาอะไรมากแต่เมื่อผู้ใดยังไม่ได้จะต้องถึงขั้นจิตมันก็จะต้องนำโยงไปตั้งแต่ข้างนอกตั้งแต่กายอย่าไปตียาวไกลก็ไปถึงหูตาจมูกลิ้นกายแล้วก็เชื่อมโยงตามไปตามความรู้สึกเข้าไปจนถึงจิตกำหนดเท่าทันในกาลเวลาเป็นปัจจุบันมันจึงจะรู้ความจริงที่ชัด พระปิดตานึกตามคิดมันก็เป็นแต่เพียงคนละคันคนละตอนสติปัฏฐาน 4 ของพระเจ้าตากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงเป็นสูตรที่สอนให้คนรู้ได้เร็วเร็วรับและเป็นทางเอกทางตรงทางแพ้เราจะต้องรู้แม้กระทั่งเราเองอยู่กับจิตในจิตจะนั่งหลับตาอยู่หรือนั่งเฉยๆไม่มีทวารอื่นรับก็ตามเราก็รู้จิตอ่านจิตออกกำหนดแม่นหรือจะลืมตาขึ้นมาตาหูจมูกลิ้นกายสัมผัสกับสิ่งรอบตัวเราก็ตามรู้จิตแล้วก็อ่านจิตได้ว่ามันเป็นอันเดียวกันกับแม่ที่เราระลึกรู้แต่จิตตรงกันว่าจิตมันเป็นอย่างนั้นจิตมันเป็นอย่างนี้จิตมันจะว่าง มันจะมีอาการรับรู้สึกเราก็จะรู้เพราะฉะนั้นแม้จะเดินเหินมีชีวิตชีวามีตาหูจมูกลิ้นกายประสบสัมผัสอะไรอยู่เราก็ตามรู้ได้ถ้าผู้ใดรู้จิตวิทยาของจิตปรับเ

อ่านต่อ

ปลี่ยนจิตได้แล้วก็ทำมาสู่จุดที่เป็นจิตสบายเป็นจิตจิตเป็นอุเบกขาเวทนาฐานแล้วก็สั่งสมฐานอุเบกขาเวทนาหรือแม้ว่าจะอนุโลมมาที่สุขเราก็จะเป็นผู้รู้ในการอนุโลมนั้นแต่น้อยแต่หยาบจึงจะเรียกว่าเป็นผู้ที่สามารถในจิตเรียกว่ามีสมาธิหรือมีฌานจะให้มันเป็นอุเบกขาจะให้มันมีสุขจะให้มีปิติหรือจะมีวิตกวิจารณ์ด้วยเป็นหยาบ มีวิตกวิจารณ์อีกานึกการคิดมีการทำงานและเราก็รู้ดียินดีอยู่เป็นปิติเป็นสุขแล้วก็มีอุเบกขาหรือเราจะรู้ระบบที่เราปล่อยให้มันจางคลายไม่ให้หยุดวิตกวิจารณ์หรือว่าเบาคลายวิตกวิจารณ์เบาคลายการทำงานหรือปิติหรือสุขมันอ่อนมันบางมันหายมันไม่มีเราก็จะรู้จิตของเราได้อย่างแท้จริงเป็นผู้ที่อยู่ในฌานอย่างจริงเป็นผู้ที่รู้อารมณ์ของจิตและเป็นผู้ที่สบายเบารู้ว่าทุกขเวทนาไม่มีทุกข์หายทุกขเวทนาไม่มีจริงๆเข้าใจด้วยว่าอาการทุกข์คือความทนได้ยากอย่างนี้ถ้าเราจะทนหรือว่าเราจะกระทำให้มีวิตกวิจารไม่มีการพยายามมีสัมมาวายามะ มีการเพียรอยู่มีอุฏฐานะสัมปทาคือมีอนุรักษ์ธนาสัมปทาอยู่จริงเป็นผู้ที่ได้พยายามพากเพียรในการงานเราก็รู้ว่าเราเพียรด้วยความพากเพียรนั้นมีเจตนาอันดีที่จะสร้างกุศลให้ถึงพร้อมอยู่จริงๆเราไม่แหงนายไม่อึดอัดขัดเคืองไม่มีไฟล์ญาติไม่มีทองมานัดไม่มีทุกข์และเข้าใจได้ว่าขนาดนี้ไม่เรียกว่าปริเทวดาการและเราก็รู้ด้วยว่าไม่ได้มีความโศกเศร้าอดุลหม่นหมองเราเป็นผู้รู้ความเกิดและเราเป็นผู้รู้ความดับในขณะนั้นมีอะไรดับโลภะโทสะโมหะมูลอย่างละเอียดดับสนิท เราก็รู้แม้ขณะนั้นจะมีสังขารที่เราปรุงอยู่เราก็รู้ว่าสังขารจะเรียกว่าทุกข์โดยปริยายก็รู้ว่าเป็นทุกข์โดยสมมติสัจจะแท้หรือจะเรียกว่าปรมัตถ์ก็เป็นปรมัตถ์แท้ว่าเป็นทุกข์ที่ความทนอยู่มันเป็นสิ่งเกิดมันเป็นชาติดชนิดหนึ่งเป็นสิ่งเกิดที่เราเองเราทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากเราเองเรายินดีอยู่ในตัวเราเองเรายังมีปฏิกูลดีอย่างรู้ดีเรายินดีด้วยรู้ดีด้วยแล้วก็ทำอยู่อย่างพอใจมีฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสาไม่ได้เน้นนายไม่ได้ขัดเคืองไม่ได้ทุกข์ร้อนอย่างที่โลกเป็นและสิ่งนี้เป็นกุศลแท้ไม่ได้เป็นเพื่อการทำ ต้นอะไรนักหนาด้วยแล้วเราจะเป็นผู้รู้ผู้เข้าใจสิ่งที่ได้อธิบายเป็นภาษาขยายความได้อย่างชัดแจ้งเราจึงจะเป็นผู้รู้สภาพจิตและรู้การหมดทุกข์ไม่ใช่ว่าหมดทุกข์เพราะการดับจิตหรือการดับหูตาจมูกลิ้นกายไปไม่รับรู้อะไรถ้าอธิบายนิพพานแบบคนตายงั้นคนตายนิพพานหมดทุกคนไม่มีใครไม่นิพพานแต่นิพพานไม่ใช่ลักษณะตายเนี่ยตายเนื้อหนังเน่าตายเพราะลูกกะตามันแตกตายเพราะลูกกะตามันดับตายเพราะหูมันปิดตายเพราะปากมันไม่มีรถไม่มีชาติตายเพราะกายมันไม่รับรู้อะไรนิพพานแบบนั้นไปนิพพานลัทธิที่ไม่รู้ความเป็นอยู่ไม่รู้เพราะมโนประวิตรจาระไม่รู้ไม่รู้ธาตุหรอกไม่รู้ สักเป็นนิพพานอีกอย่างหนึ่งส่วนนิพพานของพระพุทธเจ้านั้นเป็นนิพพานที่มีสภาพรู้อย่างที่เราได้อธิบายขยายความเป็นมนุษย์เข้าใจกันถึงจุดแล้วก็จะเข้าใจตรงกันหมดแล้วก็กระทำได้จริงมีประสิทธิภาพช่วยชีวิตอยู่เป็นปัจจุบันตลอดชีวิตยังมีอยู่มันก็เป็นปัจจุบันอยู่แล้วก็เป็นผู้ที่ไม่มีทุกข์ไม่ว่าจะยืนเดินนั่งนอนตลอดระยะเวลาอาจจะชื่อว่าพระอรหันต์แล้ว 24 ชั่วโมงท่านก็ไม่มีทุกข์อะไรจะมีเศษเสี้ยวแห่งสิ่งที่มันมีอะไรวอกแวกในใจบ้างเล็กๆน้อยๆก็ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ท่านต้องลำบากลำบนอะไรเลยไม่ต้องยุ่งไม่ต้องทุกข์ไม่ต้องยากไม่ต้องลำบากจริงๆเป็นผู้เบิกบานแจ่มใสเป็น หมอไม่โชว์กะไม่ปฏิเสวามิใช่เรื่องเรือวิสัยที่จะทำให้สะอาดได้ไม่ทันทีพระอรหันต์เป็นอย่างนั้นแล้วก็อาหารจึงไม่ใช่ผู้ที่ไม่รู้เรื่องเป็นผู้ที่ไม่มีศรัทธาเป็นทดแทนอีกแท่งหินเป็นพรหมลูกฟักไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยแล้วเราจะต้องพยายามเข้าใจให้ชัดตั้งแต่ขั้นตอนเมื่อเหตุปัจจัยอย่างไรเรียกว่าอรหันต์อะไรจะต้องเข้าใจอ่านชัดเห็นว่าเหตุปัจจัยเท่าไหร่ที่เป็นอรหัตผลขั้นต้นที่เรียกว่าพระโสดาบันเหตุปัจจัยเท่าไหร่ที่ดับสิ้นไปแล้วเป็นพระอรหัตผลขั้นต่อ เป็นสังฆทานมีเหตุปัจจัยเท่าไรที่ได้แล้วเป็นพระอนาคามีเป็นอรหัตผลขั้นสูงขึ้นไปอีกและเหตุปัจจัยเท่าไหร่ที่เป็นพระอรหันต์เป็นอรหันต์ขั้นปลายสุดถ้าเราจะรู้เป็นขั้นตอนจริงๆแล้วก็ทำให้แก่ตนรู้ได้เป็นปัจจัตตังตัวเราเองรู้เองไม่ใช่คนนั้นคนนี้มาบอกถึงบอกผู้ที่รู้ด้วยกันบอกก็ตรงกันเข้าใจกันอย่างจริงไม่ผิดเพี้ยนรู้ได้ผู้ที่รู้ได้ด้วยกันตรงกันเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นคนดูได้จริงๆแต่ยืนยันเป็นหลักฐานไม่ใช่งมงายไม่ใช่สิ่งที่ต่างคนต่างเข้าใจต่างคนต่างว่าต่างคนต่างออกไปนอกคิดนอกทางไม่ใช่เป็น A4 ธัมโมเป็นธรรมะอันเดียวกันเป็นสิ่งเดียวกันมีได้รู้ได้ สิ่งที่เราเองในที่นี้ได้รู้กันมาเป็นระดับๆอย่างแท้จริงมีของจริงพิสูจน์ยืนยันนี่จึงเรียกว่าสภาวะธรรมที่แท้จริงมีของจริงและเราก็พิสูจน์ได้เป็นปัจจุบันเป็นอกาลิโกไม่ว่าสมัยไหนยุคไหนก็จะมีจริงและสามารถท้าทายให้คนมาพิสูจน์ได้เป็นของสูงโน้มน้อมเอาได้รู้ได้ด้วยทางจิตอย่างแท้จริงรู้ได้แล้วมันชาญฉลาดอย่างที่เรารู้เองว่าเราเป็นผู้ชาญฉลาดเราเป็นเวทิตัพโพวิญญูหิเราเป็นบัณฑิตแท้ไม่ใช่ว่าเราเป็นบัณฑิตปลอมและมันไม่สงสัยแล้วมันก็ไม่เคยห่อเหี่ยวปวดหัวอะไรและมั่นคงที่สุดไม่เปลี่ยนแปลงไม่หมุนกลับไม่เวียนวนอย่างแท้จริง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน