240211-448 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ025.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2524 อภิณหปัจจเวกขณ์ (96 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นตัวหนังสือ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์19 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2524 ต่อจากนี้ไปเพราะท่านสุดที่รักได้พิจารณาพื้นฐานสันติอโศกสละปฏิบัติธรรมที่เรียกว่าปัณณะกระทำ 3 หมายความว่าหลักปฏิบัติที่ไม่ผิดคือปฏิบัติธรรมตามหลักนี้แล้วไม่ผิดไม่ผิดทางเป็นเครื่องวัดที่มีระบบมีบทฝึกหัดอยู่ในรูปแบบอยู่ในเรื่องราวเหล่านี้ถ้าได้ทำเพื่อที่จะไปสู่ความเป็นแล้วก็มีบทฝึกหัดมีรูปแบบ อย่างที่เรียกว่าคอร์ด 1 สังวรหรือสำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 เราได้เป็นคนปฏิบัติธรรมแล้วก็สังวรสำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 ไม่วาดรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสด้วยตาหูจมูกลิ้นกายใจเราได้กำหนดรู้กำหนดตามที่สุดผัสสะเป็นปัจจัยจากทางตาทางหูทางลิ้นทางจมูกทางกายทางใจพิสูจน์หรืออ่านรู้ทั้งบอลทั้งรวมวิเคราะห์วิจัยมีสติสัมปชัญญะปฏิบัติอยู่นั่นคือสติปัฏฐานที่แท้ถ้าเรามีบทปฏิบัติที่สำรวจอินทรีย์อยู่อย่างนี้แม้เพียงข้อเดียวในรายละเอียดความรู้ของเราเราได้พยายามตัดเชียนตัดเกรียนอีก 2 อย่างคือ เกรียนของกินและของใช้กับตัดเทียนตัวกิเลสในข้อต่อไปพอชะนีมัสยิดตาก็หมายความว่าให้ระมัดระวังของกินของใช้หรือสิ่งประกอบส่วนข้อที่ 3 ที่เรียกว่าชาคริยานุโยคนั้นคือให้ตัดเจียรจิตจนสะอาดเป็นจิตรู้จิตตื่นจิตพุทธะจิตเบิกบานแจ่มใสเป็นที่สุดจึงเรียกว่าชาคริตชาตรียะเป็นผู้ตื่นแล้วเป็นผู้ไม่หลับไหลแล้วเป็นผู้คนแล้วบานแล้วบริบูรณ์แล้วนั้นเป็นที่สุดในความหมายของชาติผู้ใดจะเป็นโยคาวจรเรียกว่ายังมีอนุญาต มีบทปฏิบัติมีบทเพียรเพื่อที่จะทำให้ถึงซึ่งตนเป็นผู้ชายวิชาคิยะมีสติเต็มมีความเต็มในสติมีปัญญาเพียงเพียงพอในการที่จะรู้จำแลงลงไปในตัวเองถึงเจ็บคืออย่างไรอย่างละเอียดรู้หมดแล้วก็เป็นผู้ปราศจากกิเลสเป็นผู้ตื่นเป็นผู้รู้เท่าทันอย่างแท้จริงอยู่มีกำลังของจิตอย่างเพียงพอผู้นั้นจะอยู่กับเครื่องกินเครื่องใช้อย่างไรก็ได้จะอยู่ก

อ่านต่อ

ับพ่อชนะโภชนาต่างๆอย่างไรก็ได้และจะเป็นผู้รู้กรรมวิธีบทบาทสมมติที่ต่างๆว่าเราจะรับเท่าไหร่จะไม่รับเท่าไหร่จะรู้ความจริงใจของตัวเองจะรู้สิ่งที่เราจะประกอบ เป็นรูปเป็นแบบเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่ผู้อื่นเพื่อเป็นการสอนการกระทำเพื่อให้มันเกิดชั้นตอนให้เกิดนโยบายให้เกิดกุศลเป็นกุศโลบายต่างๆให้เป็นประโยชน์ต่อคนที่จะได้รับสัมผัสต่อๆออกไปผู้ที่พึงปฏิบัติอยู่โดยหยาบหยาบว่ามีการสำรวมอินทรีย์ 6 มีการได้ตัดจีนเครื่องกินเครื่องใช้และก็พยายามพิจารณาลดละเครื่องกินเครื่องใช้แล้วก็ลดกิเลสให้มีแต่จิตที่มีสติเต็มที่มีความสะอาดของจิตเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานแล้วดังกล่าวเราก็จะเป็นคนปฏิบัติที่ถูกหลักอยู่ตลอดเวลาเพราะหลักธรรมที่บอกว่าเอาบรรยากาศทำสมาคมนี้ไม่กล่าวถึงคำว่าสมาธิ ไม่กล่าวว่าถึงคันไปนั่งหลับตาไม่กล้าว่าอะไรเลยเพราะฉะนั้นในการปฏิบัติของพระเจ้าที่บอกว่าหลักที่ปฏิบัติไม่ผิดจึงไม่มีการนั่งหลับตาอยู่ในหลักสามนี้เลยไม่มีการที่จะเป็นที่ได้กดข่มสะกดจิตอะไรไม่มีเลยมีแต่การรู้เท่าทันปฏิบัติสำรวมสังวรและก็พยายามทำให้เกิดเป็นผู้รู้ผู้ตื่นเป็นชาเทรียมบุคคลทั้งที่กล่าวแล้วเพราะฉะนั้นการปฏิบัติของเราทุกวันนี้เราจงยืนยันดูแล้วก็พยายามเปรียบเทียบกับหลักเกณฑ์ต่างๆดูแล้วก็พยายามเปรียบเทียบกับผลกับมรรคกับผลกับสิ่งที่เราเป็นไปมันมีรูปร่างลักษณะลงรอยสอดคล้องเป็นจริงได้จริงหรือไม่เราเข้าใจคำว่าสมาธิเราเข้าใจว่าจิตที่เป็นอาทิตย์จิตอย่างไรแค่ไหนเราได้อธิษฐานยิ่งยิ่งขึ้นอยู่ทุกเมื่อ เปล่าเราได้พยายามระมัดระวังกรรม 3 กายกรรมวจีกรรมมโนกรรมซึ่งเมื่อระวังแล้วมันจะเกี่ยวโยงไปถึงการลดนิวรณ์ 5 จริงหรือเปล่านั่นก็เป็นอีกสูตรหนึ่งที่เป็นสูตรที่ยืนยันเมื่อเราระมัดระวังกรรม 3 แล้วได้สังวรณ์สำรวมอินทรีย์ซึ่งเป็นข้อต่อจากการระวังคำสามนั่นเองผู้ใดไม่สำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 ผู้นั้นก็สร้างอาหารให้แก่กายกรรมวจีกรรมมโนกรรมเป็นทุจริตเพราะเราได้สำรวมอินทรีย์ 6 แต่พยายามจะทำให้มันถูกทางให้ตามปัญญาของเราเราก็ระมัดระวังกัน 3 หรือกรรม 3 จะเดินทางไปสู่สุคติเมื่อเราสร้างสุจริตให้แก่กายกรรมวจีกรรมมโนกรรมได้มันก็เท่ากับเราเองเราได้สร้างอาหารลดนิวรณ์ และเรามีองค์ประกอบพฤติกรรมเป็นสติปัฏฐานเป็นโพชฌงค์ 7 เรามีสติเรามีธรรมะวิจัยเรามีวิริยะเรามีตัวดีที่รู้เรามีตัวสงบที่ลดได้เราก็เกิดสมาธิสัมโพชฌงค์เป็นสมาธิที่ไม่ต้องเป็นนั่งหลับตาอีกแหละเพราะฉะนั้นสมาธิที่เป็นของพุทธเป็นการพิสูจน์ที่พิสูจน์ให้ฟังเสมอๆว่าเราปฏิบัติธรรมทุกวันนี้ผิดอยู่หรือถูกอยู่และยิ่งเราได้ปฏิบัติยิ่งมีมรรคมีผลเราได้เสมอวิมุติรถเราได้รู้ความผ่อนเบาจางคลายอย่างเห็นเห็นรู้รู้ตั้งแต่หยาบมาหาละเอียดเข้าใจนะญาติของจิตวิญญาณของปรมัตถ์จิตใจเป็น 10 รูปนิพพานยิ่งลึกซึ้งขึ้นนั่นคือเราถูกทางแล้วพร้อมกันนั้นในระบบที่เราจะ เป็นการนั่งอยู่สงบและพิจารณาในขณะที่มีบรรยากาศสงบสงบเราจะรู้เตวิชโชเราจะรู้การระลึกย้อนใช้การอยู่มันสงบระงับแล้วก็พิจารณาในความละเอียดละอออะไรต่างๆจะเกิดผลเกิดประโยชน์จริงๆเราก็จะรู้ว่าอานิสงส์ในการนั่งสงบและพิจารณาธรรมแล้วก็พยายามที่จะรู้ความเกิดความรักของธรรมทำจิตให้เป็นสมาธิแบบนั่งสงบแบบนั่งอยู่เฉยๆไม่จำเป็นต้องกบข่มไม่จำเป็นจะต้องทำพิธีการอะไรอย่างยากเย็นแสนเข็ญเพราะเราปฏิบัติถูกขั้นตอนทำมวลชนทำกลางบั้นปลายแล้วก็จะเห็นว่าสมาธิมีจิตที่มันไม่มีกิเลสหรือเราจะทำให้นิวรณ์หายไปชั่วคราวชั่วครั้งด้วยกรรมวิธีนั่งสงบอยู่แล้วก็ทำให้หายไปมันไม่ยากอะไรเลย มันง่ายและเราก็พึงทำเป็นอานิสงส์ให้มีอุปการะช่วยเหลือโปรไฟล์แล้วก็ใช้เตวิชโชดังกล่าวหรือจะพยายามเสพกุญแจตัวสมถะให้รู้ว่าสมถะสงบระงับมีรสชาติดีปานนี้หนอได้มีความยินดีในความสงบของจิตจิตสงบอย่างนี้มีข้อแม้อยู่เพียงว่าเราระมัดระวังยาติดความสงบและความสงบที่ทำได้ง่ายๆโดยไม่มีอะไรมากระทบสัมผัสมันก็ง่ายและเพราะฉะนั้นยิ่งไปกระทบสัมผัสจริงแล้วเราจะสงบได้มันกลับเก่งกว่ายากกว่ามันเป็นการท้าทายให้เราปฏิบัติมากกว่าด้วยซ้ำเราจึงจะเห็นดีในการที่มากระทบสัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกายใจทั้ง 6 ทวารเป็นปัจจัยมีผัสสะเป็นปัจจัยและเราก็จะเรียนรู้ อัสสะที่เป็นปัจจัยจับกิเลสจับตัณหาจับอุปทานจับความเกิดจะพบจับชาติจับโสกะปริเทวะทุกขะโทมนัสอุปายาสได้แม้เป็นปัจจุบันนั้นเทียวรู้อยู่เห็นอยู่และมีอุบายเครื่องออกมีกรรมวิธีที่จะทำให้รถยางจอดรถจางเบาคลายได้อย่างแท้จริงนั่นแหละเราจะไม่ต้องไปเสียเวลาอันใดเลยการปฏิบัติธรรมอย่างนั้นจึงเต็มไปพร้อมกับสัมมาอาชีวะองค์ 8 มีความเห็นที่ถูกต้องมีความพยายามอยู่ที่ถูกต้องมีสติสัมปชัญญะเป็นเครื่องนำปฏิบัติอยู่อย่างถูกต้องพร้อมกันนั้นเราก็ได้พยายามกระทํา และเราจะเป็นอยู่ชีวิตในวันหนึ่งคืนหนึ่งมีมากเรียกว่าอาชีพทำมากเรียกว่าอาชีพเราจะทำอะไรก็ตามที่เป็นสุจริตและเป็นไปทั้งประโยชน์ตนประโยชน์ท่านฟังพร้อมเป็นคนขยันหมั่นเพียรสร้างสรรค์รู้พรรครู้เพียงมากอยู่และได้สั่งสมประโยชน์ให้แก่ตนอยู่จึงจะเข้าใจสภาพเราไม่พักเราไม่เพี้ยนอย่างชัดเจนและจะเข้าใจสัมมาอะระหังเป็นสัมมาสมาธิของพระอริยะอย่างแท้จริงตามที่ได้ยกอ้างเหตุผลภาษิตต่างๆหัวข้อต่างๆของพระพุทธเจ้าพอสมควรและก็มาอธิบายขยายเกลี่ยให้เข้าใจดังนี้แล้วก็ขอย้ำตัวสุดท้ายว่าอย่ารังเกียจการนั่ง ตราสมาธิที่เป็นอุปการะยาผลักไสและระวังวาจาเมื่อเวลาเราไปพูดถึงสมาธิหลับตาอย่าไปสาดเสียเทเสียของคนอื่นที่เขาติดเขายึดกันอย่างสูงมากนักมันเป็นการทะเลาะวิวาทและเราจะเกิดความไม่สัมพันธ์เราจะสืบสานศาสนาไปกว้างไกลกว่านี้ไม่ได้ถ้าเราไม่มีโวหารที่ดีจะต้องไม่ปฏิเสธไว้ก่อนถ้าเรามีโวหารดีแล้วเราจะปฏิเสธด้วยความสามารถด้วยปฏิภาณด้วยกลวิธีศิลปะที่เราจะกระทำนั้นก็จงกระทำตามปัญญาอย่างแท้จริงอย่าปล่อยให้คิดตัวที่มีความชังความรังเกียจความเอาชนะคัดค้านความคมมาทำให้เรา วาจาก้าวร้าวและก็ดูถูกคมสาบเสียใจเสียปฏิเสธสมาธิหลับตาของเขาเกินไปนักมันจะไม่มีผลดีแก่การที่จะสร้างศาสนาให้ยาวไกลต่อไปอันนี้เป็นข้อแม้สุดท้ายที่เราอยู่ควรจะระมัดระวังให้ยิ่งนอกกว่านั้นการปฏิบัติต้องพยายามปฏิบัติให้เข้าสัมมารีมักคงแปลกของพระพุทธเจ้าให้ดีเราจึงจะเป็นผู้ที่ปฏิบัติได้เป็นปฏิปทาที่สูงสุดคือสุขาปฏิปทาขิปปาภิญญา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน