240303-455 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ025.txt
เนื้อหาในไฟล์
จะรอดูไอ้พวกนี้มันเหมือนหมอเลยทบทวนดูๆๆก็จะสะอาดขึ้นเรื่อยๆชำแรกเข้าไปเรื่อยๆมันเก็บทับเจ็บๆอ่ะเราลงมือทำก่อนเดี๋ยวค่อยฟังต่อถ้าเข้าใจในระบบการปฏิบัติธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ใช้กรรมวิธีของวิชา 8 ประการ 9 ประการคือเรามีใจที่ใจของเราจะต้องทำให้มันเป็นกลางที่สุดเท่าที่เราสามารถเป็นใจที่ปราศจากกิเลสที่มัน ทำให้จิตใจของเราสติตกต่ำลงไปเป็นที่ไม่ถ้าเป็นฟุ้งซ่านอะไรก็ตามเราทำใจให้เรามันมีกำลังมีสติมีพลังงานของจิตเต็มแม้แต่มันจะฟุ้งซ่านไปในกามไปในพยาบาทอะไรบ้างหรือว่ามันจะกระทบสัมผัสมันจะเกิดอาการอย่างนั้นบ้างมันก็ยังไม่กระไดนักถ้าเผื่อว่าเราจิตของเราไม่มีจิตของเราไม่ฟุ้งซ่านไปจนกระทั่งจับไม่ติดถ้าจิตของเราจับผิดเราจะรู้จิตของเราด้วยซ้ำไปว่าเอ้าขณะนี้ที่เรามีการจิตของเรามีพยาบาลนะเราจะพิจารณาออกเราจะเห็นหน้าของการของพยาบาลทีเดียวแต่ถ้าจิตเป็นผีนั้นมีพระกับจิตเป็นฟุ้งซ่านแล้วมันไม่เป็นฌานเลยฟังดีๆฌานนั้นไม่เป็นเลยตัววิตกวิจารณ์ตัวพิจารณา ส้มตำหมดเพราะที่ไม่มีพระกับฟุ้งซ่านมันเป็นตัวร้ายกาจของฉันฟังดีๆแล้วถ้าเราทำจิตของเรานี่ไม่เห็นทำไม่ให้มีฟุ้งซ่านไปรวบรวมจิตไว้ให้ดีแม้จิตมันจะสัมผัสแตะต้องเดี๋ยวนี้มันเกิดการมันเกิดพยาบาทมันจะรู้ทีเดียวหรือแม้แต่จะมีอารมณ์ขุ่นๆเรื่องการเรื่องพยาบาลอยู่ในใจขณะนั้นมันก็จะรู้ทีเดียวเพราะกำลังของจิตเต็มมีสติไม่เป็นที่นั้นมีพระไม่ฟุ้งซ่านไปด้วยมันรวมคนรวมเป็นเอกสารอยู่ที่จิตเรามันเป็นกำลังรู้เป็นพลังรู้ที่มากเพราะเราจะปราบกามันจะปราบพยาบาลก็ปราบได้เราจะปราบกิเลสโลภะโทสะนั่นเองคือร่างแกนั่นเองเราจะไม่ เมาแล้วจะไม่หลงง่ายแล้วยิ่งเรามีความรู้มีปัญญามีสัมมาทิฏฐิแล้วก็มีปัญญาที่แท้และเรายิ่งจะเห็นชัดในกามยิ่งจะเห็นชัดในพยาบาทเพราะเราจะต้องรู้ฐานของถ่านหินธ
อ่านต่อ
าตุกับฟุ้งซ่านนี้สำคัญว่าเราจะไม่มีมันจะไม่เป็นเราจะทำให้จิตของเรามีสติเต็มโปร่งโปร่งมีกำลังสะอาดโพรงอยู่เสมอแล้วเราก็จะได้ตรวจสอบมีผัสสะเป็นปัจจัยมีมายังไงยังไงมันก็จะแจ้งชัดแล้วเราก็จะได้รู้หน้ามันจะได้เป็นนักรบที่ดวงตาเห็นอะไรศัตรูทุกมุมทุกเหลี่ยมและแจ้งชัดเราก็จะได้สู้กันอย่างชัดๆเต็มๆมันก็จะได้ฆ่า ถ้าเรามีกำลังเรามีกรรมวิธีเรามีเม็ดพรายมีฝีมือมีศิลปะในการที่จะปากกิเลสมีอุบายเครื่องออกหรือมีกำลังที่จะเข่นฆ่าแล้วก็จะได้เข่นฆ่าจริงๆนั่นแหละเป็นตัวจริงเป็นตัวตรงที่เราได้ปฏิบัติธรรมเพราะการทำฌานหรือการทำจิตนี่ก็เพราะยาไม่ติดของเรามีสติแต่มีกำลังพร้อมอย่าฟุ้งซ่านอย่างดีและเราก็จะปฏิบัติธรรมไปสัมผัสในสัมผัสอันนี้เป็นปัจจัยอะไรต่ออะไรเราก็จะได้นี่เป็นแง่เชิงใหญ่ๆที่ปฏิบัติธรรมด้วยสติปัฏฐานทำสิ่งที่มีสติแล้วก็ดูฐานะของเราสัมผัสอะไรก็ว่าไปเรื่อยๆเราจะได้ปฏิบัติธรรมในปัจจุบันทำเช่นเดียวกับวิปัสสนาหรือสิ่งที่เป็นฐานชัดๆนอกวันนั้นเรากระทบควรทบทวนมีเวลา เวลาว่างหรือจะทบทวนได้เมื่อไหร่ก็ทบทวนที่มีอะไรจะได้กิจกรรมของเราหลายอย่างที่แสดงลักษณะทบทวนให้พวกคุณดูเนี่ยให้คุณได้ดูได้เห็นได้ฟังได้เป็นตัวอย่างอะไรต่างๆมันเป็นเรื่องที่ต้องมีเป็นอุปการะแท้แม้จะไม่ใช่ปัจจุบันน่ะทำเราก็จะได้รู้ว่าส่วนได้มีหรือไม่ส่วนไม่ได้มีหรือไม่ส่วนตกหล่นเราก็จะรู้ว่าโอ้อันนี้ตกหล่นอันนี้ผ่านไปโดยเปล่าเลยเราไม่ได้ฆ่าเลยหรืออันนี้สู้ได้อย่างนี้เพราะเหตุอย่างนี้เพราะปัจจัยนี้เพราะการกระทำอย่างนี้เราก็จะเข้าใจวิธีอิทธิวิธีก็จะเก่งขึ้นอันนี้ใช้ได้อันนี้ใช้ไม่ได้เราจะได้รู้อะไรต่ออะไรจริงๆภาษาอธิบายก็ได้แค่นี้แต่คุณทำจริงทบทวนจริงคุณจะชาญฉลาดคุณจะละเอียดอ่อน กูจะเกิดอิทธิวิธีคุณจะเกิดโสดทิพย์คุณจะเกิดแก่ตัวไปอย่างจะเกิดรู้อะไรสนับสนุนกันขึ้นเพราะเราระลึกย้อนบุพเพนิวาสานุสติญาณเพราะเราเข้าใจความเกิดความดับสิ่งที่เกิดที่ดับที่เป็นกิเลสก็ดีเป็นจิตก็ดีเป็นสิ่งที่สัมผัสแล้วอะไรเกิดอย่างไรเราก็จะเข้าใจพฤติกรรมอย่างนั้นเกิดมาจากจิตอย่างนั้นมาจากอารมณ์อย่างนั้นมาจากกิเลสอันนั้นมาจากใจบริสุทธิ์อย่างนั้นเราจะเห็นจะรู้ทีเดียวเพราะฉะนั้นการปฏิบัติธรรมจึงมีทั้งภาคปฏิบัติสติปัฏฐานวิปัสสนามีผัสสะเป็นปัจจัยทุกอิริยาบถเสมอให้ตามรู้ตามเห็นมีทั้งการทบทวนสอดร้อยกันไปสอดร้อยกันมาผสมส่วนกันอยู่อย่างนี้แหละนี่เป็นภาวะที่เต็มครบถ้าเข้าใจ อธิบายไปนี้คือสภาวะและทำงานตั้งแต่ฌานมาจนกระทั่งถึงอาสวะจะค่อยรถค่อยจางลงกิเลสแม้แต่หยาบจนกระทั่งถึงอาสวะเศษเหลือที่หมักดองก็จะค่อยๆหมดลงหมดลงหมดลงหมดลงเราจะเข้าใจว่าอาสวะสิ้นเป็นอย่างนี้อาสวะรถเป็นอย่างนี้หรือกิเลสสิ้นกิเลสรถเป็นอย่างนี้อย่างนี้ก็คือเราเกิดญาณตัวท้ายเกิดจากอาสวะขยะยานจนกระทั่งถึงที่สุดมันก็หมดอาสวะในแต่ละส่วนแต่ละเรื่องแต่ละเขตแต่ละปัจจัยนั่นเองที่เป็นอภิญญานี่เป็นเรื่องของวิชาจรณะสัมปันโนวิชาจะระณะสัมปันโนเป็นตัววิชาที่จะเกิดจริงๆเพราะมีพฤติกรรมจึงมีองค์ประกอบจริงแล้วก็ได้รู้ได้เกิดญาณจริงๆโดยประกอบไปด้วยเจริญก้าวหน้าคือ พฤติกรรมหรือความประพฤติของเราปฏิบัติไปมีเจตนา 15 ดังนี้ที่อธิบายเราก็ประกอบไปด้วยทั้งหมดที่เราเคยรู้เคยเรียนมาตั้งแต่เราตั้งศีลไปตามฐานะของแต่ละคนเรายังไม่เก่งเราก็ตั้งตามศีลตามข้อที่ง่ายๆของเราหรือที่สำคัญของเราที่เรารู้ว่านี่สักกายะของเราในเรื่องใหญ่ของเราเราก็ตั้งศีลปฏิบัติมันไปมันมีการสังวรสำรวมอินทรีย์และก็มีการกำหนดสิ่งที่เกี่ยวข้องสำคัญก็พอชนะเรื่องอุปกรณ์พวกผู้บริโภคนี่แหละแล้วก็ทำให้เกิดตื่นแล้วจะได้ย้ำเมื่อเช้านี้เรื่องฉากขยะเรื่องเป็นคนตื่นคนไม่เมาคนไม่หลงผิดคนไม่งมงายคนแจ้งชัดตื้นๆๆเราจะมีสติยิ่งแข็งแรงยิ่งเต็มยิ่งรู้ยิ่งมีสติสัมปชัญญะปัญญาเป็นอธิปัญญาปัญญาปัญญาวิเศษ เรื่อยไปสั่งสมลงก็เกิดศรัทธาเกิดหิริโอตัปปะเกิดพระอุโบสถจะเกิดวิริยะสติปัญญาจริงๆเลยคุณจะเข้าใจสอดร้อยไปทีเดียวแล้วก็ยิ่งเกิดฌานอันสนิทเนียนซ้อนซ้อนซ้อนยิ่งเป็นชาญแท้ชานจริงเป็นชานได้บ่อยเป็นชานได้ทุกเมื่อเป็นทานได้ทุกโอกาสเป็นทานได้มากโอกาสขึ้นไปเรื่อยๆจริงๆเมื่อทานก็เต็มจรณะ 15 ก็เต็มหรือจรณะ 15 ก็มีประสิทธิภาพเดินกลไกอย่างสูงวิชาอีก 9 วิชาก็จะยิ่งจะเดินกลไกลสูงเข้าไปสู่กันหมดสิ้นอาสวะสอนแล้วสอนอีกสูงยิ่งยิ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆตามที่พูดสั้นๆสนุกๆมีก็ขอให้เห็น ดีแล้วก็พิจารณาพิสูจน์ไปเราปฏิบัติไปด้วยพิสูจน์ไปได้ด้วยและปริยัติก็ซ้ำเติมย้ำให้คุณฟังให้คุณเห็นแนวเห็นทางพิสูจน์ของจริงไม่ใช่ของเปล่าดายเราจะเกิดศรัทธาแน่นจะเกิดชื่อของจริงที่เราพบเราเห็นเป็นพหูสัจจะเป็นเรื่องจริงแล้วคุณจะรู้ว่าวิริยะมันเกิดเพราะเราเห็นของจริงเพราะเราได้ของจริงสติเราจะเต็มปัญญาเราจะเต็มขึ้นไปถึงที่สุดเพราะอินทรีย์พละ 5 ก็จะสมบูรณ์อย่างแท้จริงนี่ก็เป็นนักเป็นนักเป็นผลที่มันมีอยู่ในเนื้อในตัวของมันเองกล่าวถึงจะประสบมากประสบการณ์ด้วยวิชชาจะระณะสัมปันโนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งในวิเคราะห์เป็นหลักสติปัฏฐานและหลักแต่วัตถุให้ฟังด้วยปากกาดัชนี