240216-450 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ025.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2524 อภิณหปัจจเวกขณ์ (96 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นตัวหนังสือ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์นำพิจารณาธรรมะปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามารู้จักมิจฉากับสัมมากันบ้างคำว่าสัมมาแปลว่าชอบคนรักดีส่วนวิชาแปลว่ามันไม่ควรไม่ชอบไม่ดีก็มาลีมักองค์ 8 ของเรามีทั้งมิจฉามีทั้งสัมมากันทั้งหมดตั้งแต่สัมมาทิฏฐิ ไปจนถึงสัมมาสมาธิแล้วก็มีมิจฉาไปทั้งหมดตั้งแต่มิจฉาทิฏฐิไปจนถึงมิจฉาสมาธิเราเคยตรวจสอบกันเคยดูกันเท่าที่ผ่านที่พบที่รู้จักถึงมิจฉาแบ่งเอาไว้ชัดในมหาจักรตารีซึ่งเป็นสูตรที่บอกไว้ให้เข้าใจเรื่องของมิจฉาและสัมมาสำหรับวิชาของสัมมามีมิจฉาทิฐิ 1 มิจฉาวายามะ 1 มิจฉาสติ 1 3 อย่างนี้มันเป็นสภาพที่อาศัยอื่นอาศัยมิจฉาอื่นตั้งแต่ต้นคืออาศัยมิจฉาสมาชิก ความเห็นที่ผิดเป็นประธานความเห็นที่ถูกเป็นประธานทิฏฐิที่เป็นประธานทั้งมวลถ้าเราเห็นถูกต้องแล้วก็มีความพยายามมันจะถูกต้องและมีสติก็จะใช้สติคือควบคุมจิตของตัวเองแล้วก็กระทำตามที่ความเห็นมันบอกถ้ามันผิดมาตั้งแต่ความเห็นสตินั้นก็จะเจตนาควบคุมจิตใจของเราเพื่อที่จะให้ทำตรงตามที่เราเห็นแรงที่มีก็คือวายามะหรือพยายามเพราะฉะนั้นถ้าประธานโดยสมาธินี้เบี้ยวเป็นมิจฉาทิฐิเสียแล้วทุกอย่างเพลิดเพลินเลยไปใหญ่เป็นมิจฉาคนที่ติดตามเก็บตังค์ตั้งคิดไว้ผิดเป็นกัปตันเรือที่ต่างคิดตั้งเข็มทิศได้ผิดไม่ได้ถูกทิศทางแม่ไม่ได้เข้าเป้า ออกนอกเป้าออกนอกลู่ออกนอกทางไปใหญ่อันนี้จึงสำคัญมากคิดที่จึงเป็นประธานทั้งมวลอย่าให้เป็นมิจฉาต้องให้เป็นสัมมาให้ได้ว่าเป็นสัมมาแล้วมิตรจะไม่ไปสัมมนาและวายามะกับสติก็เป็นเครื่องห่มร้องเพราะเริ่มอิจฉาและสัมมาจึงขึ้นอยู่กับทิฏฐิเป็นเอกทีนี้เมื่อสัมมาทิฏฐิดีเราพยายามพรั่งพร้อมอยู่มีสติสัมปชัญญะประกอบแล้วก็ปฏิบัติอยู่เราจะทำอะไรเราก็จะไตร่ตรองทั้งความคิดทั้งวาจาทั้งการกระทำจ

อ่านต่อ

ึงจะประกอบให้พอเหมาะพอสมตามภูมิปัญญาตามด้วยแรงที่เรามีได้จะได้มากได้น้อยจะได้ถูกต้องตรงจริงมากน้อยก็อยู่ที่ปัญญาของเราอยู่ที่ความเห็น ดูของเราจะได้มากได้น้อยอีกก็ขึ้นอยู่กับแรงของเรามีพยายามมากมีเรี่ยวแรงมากอีกเหมือนกันแล้วมันเริ่มต้นเข้าใจแล้วเราก็จะปฏิบัติมีเริ่มต้นปรารภคิดดำริเป็นกัปปะว่าจะเป็นสังกัปปะหรือเป็นสัมมาสัมพุทธหรือเป็นมิจฉาชีพปากทีนี้ตรวจสอบได้อีกที่มิจฉากับสัมมาสังกัปปะมิจฉาสังกัปปะก็ตรวจสอบด้วยหลักมิจฉา 3 มิจฉาสังกัปปะก็คือดำริให้เป็นกามิตกหรือดำมีเป็นพยาบาลที่ตกดำริเป็นผู้หญิงสาวิตตกถ้าเป็นไปมันเป็นไปโดยการดำริให้เป็นเหตุผลไปในกาม ในพยาบาทเป็นรายการเบียดเบียนไม่ว่าเบียดเบียนตนเบี่ยงเบนท่านมันก็เป็นมิจฉาถ้าไม่เป็นไม่เป็นไปเพื่อการไม่เป็นไปเพื่อพยาบาลไม่เป็นไปเพื่อการเบียดเบียนก็เป็นสัมมาแล้วเราก็จะต้องตรวจสอบให้ได้เสมอมันจะสูงขึ้นเรื่อยๆมันจะละเอียดลออขึ้นเรื่อยๆเมื่อเรียนรู้สภาวะธรรมของการของพยาบาลของการเบียดเบียนที่ซับซ้อนเราก็จะเจริญขึ้นส่วนวาจาก็มีมิจฉา 4 เป็นไปเพื่อการโกหกซึ่งเราก็รู้ดีอยู่แล้วเป็นไปเพื่อมุสาเป็นฝ่ายเพื่อปิดไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อการหยาบคายผู้รักษาความรู้สึกวาจา เป็นไปเพื่อเพ้อเจ้อไม่เป็นสาระสารไม่ได้อาจได้ทำอะไรเรียกว่าสัมผัสร่างอย่างนั้นเป็นมิจฉาวณิชามันซึ่งมีความละเอียดละอออยู่ในแม่วาจาเหล่านั้นต้องศึกษาอย่างจริงแล้วก็รู้อารมณ์รู้อาการอย่างชัดแจ้งซับซ้อนเรารู้จักๆก็รู้ได้ง่ายๆแต่สูงสูงขึ้นไปมันมีความซับซ้อนอยู่มาถึงกรรมมันตามเราก็จะรู้ชัดว่ามันเป็นทางกายก่อนอธิบายก็จะหยาบมิจฉาก็มันจะสังเกตง่ายๆไม่เป็นไปเพื่อการทุจริตฆ่าแกงไม่เป็นไปเพื่อการฉ้อฉลลักขโมยไม่เป็นไปเพื่อที่จะมีกามราคะหรือว่ามิจฉาทิฏฐิต่างๆมี เป็นไปเพื่อความที่จะทำให้การตั้งมั่นแม้ในจิตใจหรือไม่เป็นไปเพื่อความเป็นไปเพื่อราคะอะไรต่างๆเป็นมิจฉา 3 เพราะงั้นเราก็จะต้องเรียนรู้ถึงความหมายเหล่านี้ทั้งหมดแม้แต่สัมมาอาชีวะหรือมิจฉาอาชีวะ 5 เราไม่ได้พูดซ้ำซากบ่อยๆอิจฉาก็มี 5 สัมมาก็มี 5 เมื่อเราทำแล้วเรียบร้อยมันก็จะสั่งสมลงเป็นสัมมาสมาธิถ้าทำถูกต้องเป็นสัมมาทั้งหมดเข้าทิศทางในสัมมาสมาธิก็จะเป็นสัมมาได้แต่ถ้าเผื่อว่าเป็นมิจฉาสมาธิมันก็จะเป็นในรูปร่างที่อธิบายกันไม่ใช่ง่ายเพราะว่าสมาธิว่าสมาธิ นี่เป็นอุตรดิตถ์มนุษย์ธรรมอธิบายไปจนกระทั่งถึงจิตสมาธิหรือจิตในจิตเพราะฉะนั้นแม้แต่จิตในจิตที่จะต้องมีอารมณ์มีอาการที่เข้าร่องเคาะช่องก็จะต้องอาศัยการรู้ยิ่งรู้จริงถึงมิจฉาสมาธิกับสัมมาสมาธิอย่างชัดแจ้งเราจึงจะรู้ได้ก็ขอให้ได้คำนึงคำนวณถึงมิจฉาต่างๆศึกษาดูแล้วก็ทำให้มันได้เป็นสัมมาให้ได้เมื่อเป็นสัมมาอย่างแท้จริงทุกขณะจิตนั่นคือเราได้สั่งสมมาอริยมรรคนั่นคือเราได้ปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าเดินหมดโดยสมาธิไม่ออกไปเป็นมิจฉาคุณจะมีภูมิละเอียดคุณก็จะรู้จักสัมมาที่ละเอียดคุณมีภูมิอยากคุณจะรู้จักสมาธิยังอยากอยู่ก็ยังให้มันเป็นสัมมาก็แล้วกันเป็นขั้นตอนเมื่อสูงขึ้นสัมมามันก็จะละเอียดขึ้นละเอียดขึ้น ชอบตามฐานะของโซดาสกิทาอนาถาอรหันต์ตามลำดับนั่นคือสุดท้ายแม้ที่สุดเป็นสัมมาบริบูรณ์แล้วทุกอย่างไม่มีมิจฉาเลยแล้วก็ทำได้บริบูรณ์ด้วยอันนั้นก็เป็นของพระอรหันต์จ้ามีสัมมาอะระหังพร้อมพระบริบูรณ์ง่ายดายและทรงตัวอยู่ด้วยสมาชิกในเรื่องของมิจฉาและสัมมาขอให้เราทบทวนกันแล้วก็ปฏิบัติให้อยู่ในร่องในรอยอย่างนี้เราก็จะเดินทางสู่ทิศที่สูงสุดตามที่พระพุทธเจ้าหมายได้อย่างสมบูรณ์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน