220921 เจโตสมถะ-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ020.txt
เนื้อหาในไฟล์
แล้วถ้าเราเข้าในบ้านเราไม่นั่งเท้าแขนซะจะดูงามกว่าแต่ไม่ใช่เรารักงามไม่ใช่อยากได้ความงามหรอกแต่ว่ามันเป็นการส่งเสริมให้มีจริยให้มีจันทร์จรรยาหรือให้พฤติกรรมที่ดียิ่งขึ้นที่สุดจริตยิ่งขึ้นอย่างนี้เป็นต้นเพราะว่าในขั้นต่ำต่ำตั้งแต่บาปบาปเรียกว่าบาปสบายใจเลยทีเดียวก็ทุจริตแท้แท้แม้แต่เป็นอภิสมาจารที่เรายังทำไม่ได้ยังไม่งามยังไม่เจริญขึ้นอีกมันก็ยังเป็นทุจริตอยู่อีกอย่างที่อธิบายให้ฟังอย่างนี้เป็นต้นอื่นๆอีกเยอะแยะมากมายในศีลต่างๆในวินัยต่างๆหรือในหลักโอวาทปาฏิโมกข์ศีลที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอน 84,000 พระธรรมขันธ์ถ้าจะทำอย่างนู้นอย่าทำอย่างนี้แม้แต่หยาบๆใหญ่ๆเช่นเรามีอาชีพอย่างนี้ก็เป็นทุจริตอาชีพอย่างบางอย่างที่ท่านสอนเอาไว้บางอย่างง่ายๆอย่างที่เราระลึกกันได้ง่ายๆกันว่าวณิชชาศีลอย่างนี้เป็นต้นมิจฉาวณิชชาท่านก็ว่าอย่าทำอย่างนี้อย่าไปมีการค้าการขายอาวุธรหัสประหารการขายสัตว์เป็นขายเนื้อสัตว์ขายของเสพติดมึนเมาขายยาพิษอะไรนี้อย่าไปขายอะไรอย่างนี้ถ้าขายอยู่เป็นทุจริตหรือเป็นมิจฉาชีพอย่างนี้เป็นอาชีพหยาบๆใหญ่ๆเป็นงานอาชีพอยู่ทีเดียวแล้วมันก็ทุจริตแล้วก็ละทุจริตเหล่านั้นมา เลิกมานี่เป็นต้นมันก็จะบริสุทธิ์ในศีลเป็นปาริสุทธิศีลขึ้นมาเรื่อยๆๆแล้วมันก็จะขัดเกลาเราให้เราหมดนิวรณ์เราจะงามขึ้นมาเราจะอยู่ในฐานะอันสูงถูกไล่แม้แต่อาชีพแม้แต่การกระทำการงานมีสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะสูงขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นไลน์เรียงขึ้นมาแล้วเราก็จะอยู่สบายได้ด้วยอาชีพหรือได้ด้วยการงานอยู่ได้สบายอยู่ได้โดยสุจริตในการงานสุจริตในอาชีพและเราก็ไม่ทุกข์ไม่เป็นกิเลสไม่เป็นนิวรณ์เนี่ยเป็นกิเลสไม่เป็นนิวรณ์ไม่เอาวิชาเป็นวิชาล้วนๆมาทำได้แล้วเป็นไปแล้วเราเบาสบายง่ายแล้วก็เป็นไปได้ คำกิริยาต่างๆมันก็บริสุทธิ์บริบูรณ์อยู่ในตัวไปได้
อ่านต่อ
เรื่อยๆจริงๆเรื่องการกระทำของเราหรือว่าการเป็นไปของเราในวันหนึ่งคืนหนึ่งตลอด 24 ชั่วโมงถ้าผู้ตายได้คำนวณคำนึงและระลึกถึงทุจริตสุจริตที่ชัดๆและเข้าใจฐานะของเราขนาดนี้เอาละอันนั้นมันละเอียดละเมียดละมัยเกินไปยังไม่ได้อยู่ในขั้นในตอนนั้นเราก็อย่าพึ่งเพราะมันยากด้วยลำบากด้วยเป็นกังวลมากด้วยเราก็อาจจะปล่อยมันบ้างแต่ส่วนใดที่สำคัญเหมาะสมกับฐานะของเราจะเอาก่อนชัดเด่นแล้วเราก็จะทำให้ได้ได้แล้วจะได้อานิสงส์สูงแก่เราเองจะพ้นทุกข์ได้มาหรือจะพาเจริญไปได้ถูกสัตว์ ส่วนเราก็พยายามดูตนเองรู้ตนเองจะเน้นอันนั้นจะเน้นแต่อะไรก็ตามในเวลาในขณะใดที่เราเองเรารู้ตนรู้ตัวว่าอย่างนี้มันไม่งามอย่างนี้ทุจริตเราจะทำให้เป็นสุจริตแล้วเราก็เข้าใจพิจารณาให้ดีบางทีมันซับซ้อนเราเคยอย่างไรเราเป็นอย่างไรเรานึกว่ามันดีทั้งนั้นแหละทีนี้เราก็ต้องดูส่วนใหญ่ๆส่วนที่มันเข้าร่องเข้ารอยสมณะสารูปตามที่ถูกที่ควรเราก็ปรับปรุงการปรับปรุงอย่างนี้เป็นการสร้างฐานจิตของเราจะมีกำลังจิตของเราจะมีสติสัมปชัญญะและจะมีปัญญามีทั้งปัญญาและมีทั้งสติสัมปชัญญะที่ควบคุมเข้าไปทำมีทั้งกำลังที่มันจะค่อยๆฝึกทำได้ขึ้นเรื่อยๆทำได้ จิตของเราก็จะเก่งขึ้นด้วยนะจะมีอำนาจขึ้นเรื่อยๆมันมีอำนาจสะสมไปจริงๆไม่ใช่อยู่ๆแล้วมันจะมีอำนาจเองมันไม่ได้แล้วมานั่งหลับตาทำให้จิตของเรามันมีอำนาจมันก็มีอำนาจเชิง 1 เท่านั้นเองมีอำนาจเชิงมันนั่งหลับตาทำใจโตสมถะเป็นเจโตชานเป็นโลกียชาญอะไรก็ตามแต่มันก็มีอำนาจเชิง 1 มีเหมือนกันแต่ถ้าเราทำด้วยสุจริตฝึกปรือเราจะมีอำนาจจิตเหมือนกันอำนาจในเชิงที่เราจะควบคุมกายไว้จีนมโนเป็นคนสุจริตเป็นคนที่งามพร้อมเป็นสมณะเป็นผู้ที่เห็นแล้วอัตถจริยาปิยวาจาเป็นผู้มีทานเป็นผู้ที่สมานัตตตาเป็นผู้ที่มีสังคหวัตถุเป็นผู้ที่มาอยู่ได้กันเรียกว่าเป็นผู้ที่สังเคราะห์อยู่กับโลกได้ เกื้อกูลเป็นผู้ที่พูดก็น่ารับฟังน่ารักน่ารักบอกแล้วว่าอวัยวะช้าหรือปิยวาจานี้เขาแปลกันเป็นกิเลสแปลจะเป็นวาจาที่เป็นลมก็เล้าน่ารักแต่ก็ไม่ผิดทีเดียวนะแต่ก็แต่ก็มันก็จนเข้าใจน้องเองไปในทางถ้าจะพูดสัจจะวาจาเกินไปผ่าผ่าแรงๆหาว่าไม่เป็นไม่เป็นปิยะวาจาหรือไม่เป็นอริยสัจเข้าใจเพียรๆอย่างนี้ก็มีกันซะด้วยพูดเรื่องทุจริตไม่ได้พูดเรื่องไปว่าใครกระทบกระเทือนจะเทียบใครไปจะทำให้ใครเขารู้สึกว่าเขาเองเขาถูกว่าบ้างแล้วไม่ได้จะต้องว่าในแง่ดีแง่เดียวไอ้ๆแล้วก็ถือ เป็นปิยวาจาหรือเป็นปิยะวาจาอย่างงั้นมันไม่ใช่ทิศเดียวนะมันไม่ใช่อย่างนั้นปิยวาจาหรือว่าไปวัดชาติเป็นภาษาที่จริงวัชระรากบาลีเลยไม่ใช่ปิยวาจาราชินีในพระสูตรนี้ที่บอกเอาไว้นี่เป็นพานอันจะไวยาวัจจะอัตถจริยาจะไม่ได้หมายความว่ามันเป็นปิยวาจานะพยายามแปลว่าของควรรับคนดื่มควรเอามาดื่มในชีวิตระยะเป็นของคนเดิมทีนี้เขาก็แปลเป็นแปลกันแต่ว่าของคนอื่นไม่ควรคือมันไม่ใช่เคี้ยวกินของคนรับเข้ามาครับเอ่ออะไรในใจแล้ว เอาไว้ให้ได้อยู่ในร่างในนี้เลยไม่อยากวัดชาร์จแปลว่าควรพูดสิวัดฉันควรติดอันเขาควรติดอันเป็นของควรติดเพราะฉะนั้นถ้าเอาโดยภาษาแล้วนะไปเยาวชนหมายคำว่าภาษาที่เขาพูดติหรือเขากุฏิด้วยนะแปลว่าอ่านเขาพูดติด้วยนะวัชระเนี่ยเป็นของคนติดเพราะฉะนั้นอันเขาพูดติดนี่แหละเป็นของคนดื่มฟังดีๆอวัยวะชาตินี้อันเขาพูดติดนี่แหละเป็นของควรดื่มแล้วทีนี้เขาก็แปลให้ฟังว่าอย่างนี้สิน่ารักตามธรรมชาติของคนพอถูกปิดแล้วจะไม่รับใช่ไหม ใครตีเราใครตีเราจะไม่รักใช่ไหมใช่ไหมตามธรรมชาติของมนุษย์ธรรมดาปุถุชนกิเลสทีนี้ความจริงแล้วไม่ใช่นะปิยวัฒน์ชาตินี้เขาติดนี่แหละควรดื่มและเป็นวาจาที่ควรรักน่าจะรักนะปิยวาจาเป็นวาจาที่น่าจะรักน่าจะชอบใจนะอย่าไปหน้าชังถ้าเป็นหน้าชังหมายความว่าคนนี้ไม่เข้าใจสัจจะพอเขาตีเราพังเลยโกรธเลยไม่ชอบเลยเปลี่ยนเลยคนนี้ไม่เข้าใจว่านี่คือปิยวาจาส่วนคำพูดมันเล้าประโลมเอาอกเอาใจอะไรอย่างนั้นน่ะมันโทรไปพูดทำไมมีอะไรอย่างนั้นมันไม่ใช่ปิยวาจามันทำให้เราเองเนี่ยเหลิงและทำให้เราติดยิ่งติดนะยิ่งติดไม่ใช่ไม่ใช่ทางทางบรรลุนาที 20 ล้อเล่นแปลความหมายของภาษาธรรมเนียมมันแตกต่างนะมันแตกต่างกันภาษาคนภาษาธรรมอธิบายพูดความหมายอะไรอะไรอะไรอะไรอะไรต่างๆมันเพี้ยนเพราะที่พูดให้ฟังนี่พยายามเอาหลักฐานเอารากเหง้าเอาอะไรอะไรต่างๆนานาเอามาชี้แจงเอามาเปิดเผยไม่ใช่เอามาแก้ตัวนะแล้วคุณฟังดูดีๆจะมีเชิงเมธาวีจะมีเชิงฉลาดที่เห็นได้จะไม่เชื่อว่าเออจริงๆด้วยนะมันเข้าท่าไหมมันเข้าท่านะแล้วมันจริงอย่างนั้นในร่างภาษาบาลีก็บอกว่าช้าแล้วทีนี้เกจิอาจารย์ก็มาอธิบายกันเออคำพูดนี้อย่างนี้นะพูดแล้วมันจะรู้สึกแล้วต้องทำให้ได้ว่า ต้องรักคำพูดนี้จึงเรียกว่าปิยวาจาวาจานี้จะต้องคุณจะต้องน่าจะรักนะอย่าไปน่าจะชังถ้าคุณไปฟังวาจานี้ที่เป็นของจริงหรืออันเขาพูดติดเนี่ยที่จริงเป็นของควรดื่มแล้วคุณกลับไม่ลืมคุณกลับไปผลักเสียคุณไม่รับมาดื่มคุณก็ไม่ได้อะไรทีนี้คุณดื่มนี่แหละต่อก่อนที่จะดื่มคุณก็จะต้องเกิดจิตเสียก่อนว่านั่นแหละคุณทำใจให้ดีว่าของอย่างนั้นมันน่ารักนะไม่ใช่หน้าฉันคำพูดคำที่กล่าวติดกล่าวสิ่งนี้เป็นส่วนใหญ่ทำกล่าวอย่างนี้เป็นวัดพระเนี่ยไปวัดพระไม่ใช่โลกก็ว่าช้าไม่ใช่โรคติดเซียนพระติดเตียงโลกุตระติเตียนด้วยนะ โลกนะพระนะพระอาจารย์ด้วยหรือผู้รู้ด้วยนะท่านติเตียนไม่ใช่โรคนี้เป็นของเดิมมันของทั่วไปหยาบๆไม่ใช่โรคจิตเปลี่ยนนะพระท่านติดเตียงแล้วยังคุณยังไม่น่ารักคุณยังไม่รู้ว่าคำนี้เป็นคำปิยวาจาคุณยังไม่ดื่มของควรดื่มแท้ๆคุณกลับไม่ดื่มอย่างนี้คุณก็ไม่รู้สิ่งที่น่ารักหรือน่าจะคุณก็ไปรักใครเลยคุณก็เป็นดื่มอย่างนี้คุณก็ไม่ได้กินไม่ได้ดีแล้วทำเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเราไม่เข้าใจซาบซึ้งเราไม่เข้าใจถึงสาระแม้พยัญชนะแยกพยัญชนะมาให้ฟังด้วย สาระมาให้เข้าใจชัดๆเจนๆด้วยถ้าเข้าใจเข้าใจไม่พอคนที่เรียนภาษาผิวเผินแล้วก็อธิบายและผิวเผินแล้วก็ทำธรรมะเป็นผิวเผินมาทุกวันนี้มันจึงกลายเป็นสิ่งที่ทำลายหรือว่าหักล้างไปหมดแล้วแต่แท้จริงก็มีมีความหมายว่าถ้าเราพูดโดยไม่ให้เขารู้สึกว่าเขาถูกว่าถูกเปล่าหนักหนาอะไรทำให้ดูว่าฟังแล้วเขาก็เกิดอารมณ์พอใจแม้จะถูกว่าอยู่บ้านเขาก็ยังพอใจถ้าอย่างนั้นน่ะเป็นประมาณถ้าเราไปว่าเขาจนเกินไปเรียนซะจนมันไม่ใช่ไม่พอใจแล้วมันจะตายแล้วอย่างนี้มันก็ไม่น่าฟังแล้วมันก็ไม่น่ารักแล้วมันก็ไม่ถือว่าไม่ไปหรอก รวมกันบ้างเลยหรือว่าไม่ประมาณกันบ้างเลยมันแรงไปหนักไปถ้าอย่างนั้นก็เป็นเชิงที่เราจะต้องเข้าใจเราก็ต้องรู้ว่าอย่าไปทำเชิงอย่างนั้นเลยเชิงอย่างนั้นมันไม่ไม่น่ารักหรือว่าไม่น่าจะเป็นไปไม่น่าจะเจริญแล้วเราควรจะทำให้ดูดีกว่านั้นดูเข้าท่ากว่านั้นหน่อยก็ประมาณขึ้นมาซึ่งบอกตายตัวไม่ได้พวกนี้ก็คงจะเข้าใจเมื่อเรารู้จักในสิ่งที่มันเกิดทั้งวาจาทั้งกายกรรมเป็นอัจฉริยะกายกรรมก็เป็นจริยาเป็นพฤติกรรมที่ถึงกันถึงสาระถ้าไม่ได้บอกว่าอัจฉริยะนี่คือกิริยาดีหรือกิริยางามจิตใจอย่างที่โลกโลกเป็นอัตนัยแปลว่ากัน ศาลท่าทีหรือว่าจริยาพฤติกรรมของผู้ที่มีแก่นสารพฤติกรรมของผู้ที่มีสารัตถะสารัตถะก็คือสารอาหารจริยานิทัศน์ตัวเดียวกันนี่แหละมันเป็นเนื้อเป็นแก่นแท้มันไม่ใช่ไม่ใช่พฤติกรรมของคนลูกโลกไม่ใช่พฤติของคนโลกโลกจรรยาไม่ใช่พฤติกรรมของโลกแต่สติที่มันอีกอย่างหนึ่งต้องเข้าใจด้วยปัญญาอีกถ้าไม่เช่นนั้นเราก็ไม่รู้จริงเข้าใจไม่ได้เมื่อไม่ได้แล้วก็ไม่รู้วันนี้คนอย่างนี้เนี่ยอย่างสมมุติว่าผมนี่นะมีอัฒจรรย์ในกาลที่แสดงธรรมและแสดงธรรมและมีมือมีไม้มีอะไรจะใดประกอบเห็นนี่หาเข้าหา พฤติกรรมเข้าหาแก่นเข้าหาศาลเข้าหาสาระทำให้ผู้ที่แสดงนี่ชัดเด่นเข้าใจเป็นไปมีส่วนประกอบส่วนผสมอะไรที่เข้าท่าแล้วก็ดูพอสมควรจะบอกว่ามากเกินไปหรือว่าน้อยเกินไปก็ดูมันก็พอเหมาะพอสมอยู่ตอนนี้พูดแล้วมันก็ชมตัวเองนะมีท่าทีมีท่าทางมีท่าทางหรือพฤติกรรมสมเหมาะสมเวลาอะไรอยู่เพื่อที่จะให้เราได้แก่นสารทำถูกแก่นสารทำถูกถูกกาละเทศะมีการประมาณแล้วมีการทำออกมาได้อรรถไปอัดทำด้วยตาเพราะว่ารู้ในอัตถะแล้วก็ทำอัตถะและแก่นสารนี้ออกมาพอเหมาะพอสม อย่างนี้ก็เป็นอัตถจริยาเป็นพฤติกรรมที่พอเหมาะพอควรเป็นพฤติกรรมที่เขาทาได้สาระได้แก่นสารทำอย่างโน้นทำอย่างนี้จะเดินจะยืนจะนั่งจะนอนจะทำงานทำการในสิ่งที่ควรไว้ก็ไว้ในสิ่งที่ควรช้าก็ช้าและสิ่งที่ควรแรงก็แรงในสิ่งที่ควรเบาก็เบาเป็นยาเราจะไปบอกว่าอัตถจริยาจะต้องเป็นผู้แต่งงานเหมือนนางลิเกเหมือนนางละครไปไหนก็แทบจะฟ้องจะดำอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วจะต้องเบาต้องนอนคือว่านกเองจนเกินไปว่ามันเป็นจุดตรงเข้าใจผิดแปลว่าจะต้องเรียบร้อยกลายเป็นคนนุ่มนิ่มจุ๋มจิ๋มนุ่มนิ่มไม่ น้าองอาจกล้าหาญอะไรของพระพุทธเจ้าท่านทิ้งไปไหนจะไปบอกว่าของกลายเป็นเข้าใจผิดมนุษย์เองมาในทางไปหาทางเบาๆว่างง่ายแล้วฟังแล้วมันก็เลยดูเชิงคล้ายๆว่าต้องไม่แรงพูดดังก็ไม่ได้ต้องพูดเบาๆดูจะคอยหนุ่มๆๆเดี๋ยวนี้เขาจรวดน่ะมันเร็วกว่าเสียงไม่ได้จะจรวดหรอกเครื่องบินมันก็เร็วกว่าเสียงแล้วมันออกนอกโลกจะมานิ่มๆเลยนะเขาทิ้งไว้เลยไอ้นี่มันๆมันก็อยู่ข้างล่างข้างล่างนั่นแหละก็ทิ้งไว้แล้วมันไม่ทันกินหรอกไม่ทันกินเอามาเต็มเลยมันไม่ทันมันก็จะ รู้ว่ามันจะต้องอย่างไรไม่เป็นไรมันถึงจะเป็นตัวที่เป็นสาระที่จริงที่เหมาะสมไม่ใช่ว่าเอาแต่นิ่มๆเนิบๆช้าๆนุ่มนิ่มนุ่มนิ่มอะไรอยู่เป็นถูกแล้วไม่ใช่เพราะคนเรามันจะสุดโต่งหรือมันยึดฐานผิดเพราะว่ามันมีแนวโน้มมาบอกว่าจะต้องว่างเบาง่ายเงียบสงบมันก็เลยกลายเป็นสุดโต่งไปในทางที่เรียกว่ามันไม่เข้าท่าอ่อนไปแล้วก็เขาก็จะแปลภาษาส่วนมากมันจะล้มเองมาทางนี้มีจิตอ่อนที่ผมทวงนี่แปลว่าจิตอ่อนจิตอ่อนแล้วมันจะไปทำอะไรคำว่าอ่อนภาษาไทยเราฟังแล้วก็บอกว่าแหม 10 อันนี้มันใช้ไม่ได้แล้วจิตอ่อน 18 แปลอีกทีนึงก่อนไปประกอบแต่ไม่ใช่ได้อะไรไหนบอกจะบอกว่าคำนี้แต่ผมว่าจะใช้คำว่าจิ๊บแววไปจิตแปลว่าจิตดีนั้นเองหมดทุกข์ผู้แต่งจิตดีหมดแต่จิตมันดีจิตมันได้ส่วนได้เรียกว่ามันได้ไม่แข็งกระด้างแต่แข็งแรงไม่อ่อนแอแต่อ่อนโยนมันมีลักษณะที่สมส่วนไม่แข็งกระด้างแต่แข็งแรงดูอาจจะกล้าเด่นชัดไม่อ่อนแอแต่อ่อนโยนหมายความว่ามีลีลา อ่อนโยนหมายความว่ามีลีลามีส่วนส่งท่อมีส่วนส่งทอดมีความเชื่อมโยงมีความสัมพันธ์เรียกว่าอ่อนโยนไม่ใช่ว่าอ่อนแอป้อแป้ไม่ใช่แล้วถ้าเราไม่เข้าใจถึงเวลาผู้ที่รู้ฐานะรู้อัฏสาระที่จะทำในตอนที่เร่งเร้ารุกเร้าท่านจะรุกเร้าในตอนที่ฉันจะเจอพระท่านก็จะช้าแต่ตอนที่จะไว้ที่จะไวในตอนที่จะแรงขึ้นจะแรงในตอนที่จะเบาที่จะเบาเรียกว่ารู้อัตราจริยามันกายกรรมที่จะมีอัตถจริยาอย่างไรเราก็จะรู้กายกรรมที่มีอัตถจริยาที่มีพฤติกรรมร่างกายอย่างนี้ท่านจะบอกว่าเราจะ Fortuner หัวใจอ่อนทุบตะปูนี้โอ๊ยคุณไม่ต้องไปกินอะไรหรอกมันจะไปกินอะไรมันจะไปทำอะไรได้เอาตอนนี้ตรงนั้นก็ต้องทำให้มันสมส่วนเดี๋ยวตัวอย่างตุ๊กตามันนิ่มเบาอ่อนอยู่นั่นน่ะมันจะไม่ได้อะไรมันไม่ได้อะไรอ่ะเพราะฉะนั้นในกิริยากลายก็ดีเหมือนจีก็เหมือนกันว่าจีก็เหมือนกันก็มีสัจจะสาระของมันมีกรรมก็เป็นส่วนผสมก็เสียว่าไปอัดอัจฉริยะเหมือนกันอธิบายว่าจีก็เป็นสาระที่เป็นพฤติกรรมทางวจีที่มีสาระ ไม่ใช่จะเอาจะไปรับประโลมบอกว่าเป็นที่น่ารักแล้วก็เลยจะเอาหวานๆเราจะหวานๆเอาแต่เพราะๆเอาแต่อยากเอาอกเอาใจไม่ใช่น่ะสังเกตคำตอบของพระพุทธเจ้าแม้แต่การกล่าวแม้แต่กรรมกริยาต่างๆแม้แต่บอกเวลาท่านฝึกพระพุทธเจ้าบอกว่าท่านฝึกมีท่านคุยกับพวกฝึกม้าพยศเธอฝึกมาประยุทธ์ของเธออย่างไรเมื่อคนอธิบายจะฝึกอย่างโน้นอย่างนี้จนกระทั้งเครียดเลือดไหลอะไรต่างๆนานาสุดท้ายฝึกไม่ได้ค่าทิ้งเขาก็วางเข้าไปตั้งแต่ฝึกดีๆฝึกเบาๆบ้างฝึกแรงๆจนกระทั่งฝึกสุดท้ายพยศมาก ม้าพยศตรงที่ตัวที่ต้องฆ่าทิ้งก็จะต้องฆ่าทิ้งพระพุทธเจ้าก็บอกว่าอ้าวแล้วพอเขาถามในเลี้ยงม้าและนายฝึกมานี่เขาถามแล้วเขาตอบแล้วเขาก็ทูลถามพระพุทธเจ้ากลับเหมือนกันแล้วท่านล่ะท่านฝึกท่านฝึกสาวกของท่านอย่างไรเออเราก็ฆ่าทิ้งเหมือนกันบ่อ้าวท่านทำไมตัดอย่างนี้เป็นพระพุทธเจ้าทำไมต้องจัดอย่างนี้ท่านบอกว่าท่านฆ่าทิ้งเหมือนกันเหรอใช่เราก็ฆ่าทิ้งเหมือนกันเราก็มีการฝึกอย่างธาตุทิ้งเหมือนกันจริงๆเลยนะมีการทวงกันเลยนะมีการทวงถามกันด้วยว่าทำไมต้องฆ่าทิ้งด้วยเหรอทำให้ท่านกล่าวว่าฆ่าทิ้งพระเจ้าใช่เรากล่าวว่าข้า แล้วก็มีการฆ่าทิ้งแต่การฆ่าทิ้งของเรานั้นคือพรหมจรรย์คือวางมือแล้วไม่ทำอะไรปล่อยเขานั่นคือการฆ่าทิ้งของเราเราไม่สอนอีกเราไม่ทำต่อนั่นเป็นการฆ่าทิ้งนอกจากนั้นท่านก็มีของท่านก็อธิบายแล้วท่านก็แรงอย่าว่าแต่กรมธรรม์นี้คนฟังแล้วมันย้อนแย้งกรมธรรม์การไม่เอาภาระไม่เอาอะไรเลยเนี่ยมันย้อนแย้งแล้วเนี่ยเราดูก็เบาไปแต่ตอนที่ไม่ถึงขั้นกรมธรรม์นี้หนักนะท่านดูท่านด่าท่านว่าธันวาคมรุนแรงท่านก็ว่าเพราะฉะนั้นก็เอาพระสูตรอื่นที่ท่านอธิบายรุนแรงคืออะไรหรือว่าคำกล่าวท่านบอกว่าเราเปล่าในฐานะที่เราจะพูดจะกล่าว เอาอย่างไรเรากล่าวหนึ่งไม่เท็จ 2 เป็นประโยชน์ 3 มีอยู่ 3 อย่างที่ท่านสลับไปสลับมาเป็นเท็จถ้าไม่มีประโยชน์แล้วก็ไม่พอใจผู้ฟังไม่กล่าวเลยไม่ยืนต้นอาจเป็นเท็จมีประโยชน์ไม่พอใจผู้ฟังท่านก็ไม่กล่าวแม้จะมีประโยชน์แต่เป็นเท็จไม่เป็นเท็จหมายความว่าไม่เป็นเท็จเป็นประโยคไม่พอใจผู้ฟังท่านก็กล่าวไม่เป็นเช่นเป็นประโยชน์ท่านก็กล่าวไม่พอใจผู้ฟังและสงสาร ไม่เป็นเพชรเป็นประโยชน์พอใจผู้ฟังท่านก็กล่าวสรุปความแล้วนั่นน่ะสลับกันไปสลับกันมาหลายๆคำศัพท์ลักษณะของพระพุทธเจ้าที่จะจัดจะพอใจผู้ฟังหรือไม่พอใจผู้ฟังก็ตามนะสรุปความแล้วได้ว่าจะพอใจผู้ฟังหรือไม่พอใจผู้ฟังก็ตามพระพุทธเจ้ากล่าวตามกาลอันควรจะพอใจหรือไม่พอพอใจก็ตามไม่ใช่ว่าท่านจะกล่าวจะทำพอใจผู้ฟังไม่ใช่นี่เป็นลักษณะการกล่าวของพระพุทธเจ้าซึ่งเราก็รู้กันดีอยู่แล้วสูตรนี้บางคนก็อาจจะอ่านมาด้วยตัวเองท่านกล่าวแม้พอใจผู้ฟังหรือไม่พอใจผู้ฟัง ดูกาลเทศะที่จะกล่าวบางทีพอใจผู้ฟังก็ไม่อยากจะกล่าวด้วยไปบางทีไม่พอใจก็ไม่ใช่ว่าจะไม่กล่าวเลยไม่ใช่กล่าวอย่างนี้เป็นต้นมันจะไปบอกว่าพระพุทธเจ้าเอาอกเอาใจพูดแต่คำไพเราะไม่พอใจผู้ฟังก็ยังก็ไม่กล่าวเลยไม่ใช่เปล่าเพราะว่าเราไม่พอใจเรากล่าวคำไม่พอใจนี่มันย่อมเป็นได้และต้องเป็นอยู่สอนธรรมะแล้วจะให้ไปพอใจผู้ฟังไม่ได้หรอกมันไม่ได้มันต้องขัดใจมันต้องไม่พอใจแล้วบางทีไม่พอจะเอาหนักๆด้วยแต่เราก็ต้องประมาณให้ดีจะให้ผลสูงเราก็อย่าไปให้มันไม่พอใจแรงเกินไปนักต่อให้เขาพอสมควรพอเป็นไปอย่างนี้ก็แสดงถึงวาจาหรือภาษาที่ท่านกล่าวหรือแม้ ท่านตัดวัดท่านกล่าวรุ่นแรกหรือไม่กล่าวและรุนแรงคืออะไรใครก็บอกสารัตถะรุนแรงคือกล่าวทุจริตการทุจริตเมื่อไหร่กล่าวตัวที่ทุจริตมันก็ต้องรุนแรงทุกทีถ้ากล่าวทุกทุจริตเรามันต้องรุนแรงทุกทีมันบาดใจของคนที่มีทุจริตนั้นมันบาปใจเขาคนยึดถือแรงติดมากเขาก็ต้องไม่ชอบมากเป็นของจริงแต่กล่าวไว้กล่าวเรากล่าวทุจริตเราก็กล่าวแล้วกล่าวแล้วท่านก็เทียบตัวเองว่ามันเอาเหมือนพี่เลี้ยงและเธอเหมือนพี่เลี้ยงเด็กเห็นอยู่รู้อยู่ว่าบางครั้งหรือว่าครั้งใดจำเป็นต้องกล่าวนะครั้ง เห็นอยู่ว่าเราจะต้องกล่าวแล้วนี่เห็นเด็กเหมือนกับเด็กที่กระเบื้องแตกเข้าไปแล้วจะทำอย่างไรเราก็จะต้องเอาเด็กมาเอานิ้วล้วงเข้าไปดึงเอากระเบื้องนั้นออกมาแม้จะเด็กจะร้องก็ต้องดึงแม้แต่ดึงออกมาแล้วเลือดจะติดออกมาตามก็ดึงให้มันเทียบอุทาหรณ์นี้เข้าใจชัดก็ดึงก็ตามท่านก็ทำในสิ่งที่แรงสิ่งที่แม้เป็นสิ่งรุนแรงและกล่าวว่าทุจริตแก่คนเพราะท่านว่าท่านสอนท่านกล่าวอะไรก็เป็นไปตามเชิงไม่ใช่ท่านเลี้ยงหรอกไม่ใช่พระพุทธเจ้าจะต้องเป็นผู้ที่กล่าวไปรอบๆทิ้งหมดเลยรุนแรงไม่ว่าใครมันกล่าวไม่กล่าวทุจริตใคร เยอรมันเอียงมาเป็นธรรมะเบาใจธรรมะเอาใจกลายเป็นธรรมะที่ไม่ใช่ฉันเลยก็ทำไม่ขัดไม่กล่าวแต่กลายเป็นธรรมะที่ปลงใจไปหมดเพราะเราจะเห็นแนวโน้มแม้แต่ในภาษาในวินัยที่บอกว่าผู้ที่ไปเอาอกเอาใจเนี่ยคฤหัสถ์เอาใจคฤหัสถ์ท่านปรับถึงสังฆาทิเสสนะไม่ใช่เรื่องเล่นเอาออกเอาใจคฤหัสถ์ไม่ใช่ความเสื่อมนะเอาเข้าใจคฤหัสถ์เนี่ยมีคำอธิบายว่าเป็นการทำลายตระกูลที่ใช้ภาษาอะไรประทุษร้ายตระกูลนะฟังดูดีๆว่าเอ๊ะทำไมเอาเอาใจคือรหัสนี้ทำไมรุนแรง ประทุษร้ายตระกูลถ้าคุณไม่เข้าใจธรรมะที่ลึกซึ้งแล้วคุณจะฟังแล้วก็เผินๆแต่ผมฟังแล้วโอ้โหเห็นชัดการเอาอกเอาใจคฤหัสถ์นี่เป็นการประทุษร้ายต่อตระกูลเดี๋ยวนี้ธรรมะมันกำลังจะไม่เหลือพุทธคุณไม่เหลือศากยโคตแล้วเพราะพระเป็นเราเป็นลมคฤหัสถ์เอาใจคฤหัสถ์ตระกูลพุทธถึงศูนย์ด่วนผุดขึ้นมาเรื่อยๆประทุษร้ายต่อตระกูลนะการเอาใจคฤหัสถ์ฟังดีๆแล้วใครฟังดีๆและเห็นชัดคุณนั้นจะเห็นชัดผมก็เห็นชัดเชียวเพราะฉะนั้นพระทุกวันนี้กลายเป็นคนเล่าประโลมเอาอกเอาใจไม่ขัดอกขัดใจไม่ขัดเกลาเขาไม่กล้าไม่กล้าที่จะขัดเกลาคฤหัสถ์ ตามใจที่คฤหัสถ์ที่มีอำนาจลาภอำนาจยศอำนาจอะไรที่ให้แก่พระพระไปขึ้นต่อเขายิ่งไม่กล้าขัดใจเขาใหญ่ศาสนาอยู่ใต้อำนาจศาสนาเรียกว่าเป็นศาสนาถ้าเป็นศาสนาภาพอยู่ใต้อำนาจลาภยศสรรเสริญหรืออิทธิพลของคฤหัสถ์ไม่พยายามขัดเกลาเขาไม่พยายามที่จะฝืนใจเขาขัดใจเขาพังเพราะคฤหัสถ์ใดก็ตามแต่หรือว่าผู้ที่เป็นผู้ที่จะมาช่วยเหลือเกื้อกูลศาสนาถ้าถูกพระขัดเราเสียแล้วไม่ยินดีก็ผ่านไปก็หลุดไปแต่ถ้าพบว่าคฤหัสถ์ใดเข้าใจว่าพระที่ เรานั่นแหละเพราะที่พูดขัดใจนั่นแหละแต่ท่านมีเชิงฉลาดท่านบอกถูกต้องแต่ท่านขัดใจเรานะแต่ท่านมีปัญญาท่านจะนำเราไปสู่ดีถ้าเราพูดพฤหัสบดีมีปัญญานะผู้นั้นก็จะอยู่ผู้นั้นก็จะเอาเพราะการที่คฤหัสถ์ถูกขัดใจเนี่ยเป็นการขัดเกลาอย่างยิ่งเป็นบุญอย่างยิ่งถ้าผู้ใดไม่รู้เท่าทันซวยขนาดใดไม่รู้เท่าทันซวยพระก็ต้องฉลาดเหมือนกันที่จะฉลาดว่าวาระที่ควรขัดใจไม่ควรขัดใจอะไรก็ต้องดูกระแสลมอาจจะต้องดูทิศทางลมเหมือนกันแล้วก็จะต้องประมาณการขาดจะขาดแรงขนาดไหนบางทีขัดแรงขนาดนั้นขนาดนั้นไม่ได้หรอกฐานะนี้ขัดแรงขนาดนี้ตายก็ ถัดไปตามส่วนอะไรบ้างเบาบ้างอย่างที่ผมทำอยู่นี่เพราะว่าผมทำผมทำนะถามๆๆอย่างที่เป็นอย่างนี้แล้วมีผลเห็นอยู่ทำตาพวกคุณได้สังเกตดีๆจะเห็นผลทันตาเห็นผลที่ทำได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเรื่องยากถ้ากาวกันตอนนั้นผู้ที่ผู้ที่ไม่ให้ขัดเกลานะเอาจะให้จะเอาเอาจะเอาใจจนกระทั่งผมไม่ยอมเลยสุดท้ายผมก็ตกลงมาทันก็ต้องฆ่าทิ้งเพราะสอนไม่ได้บอกไม่ได้ถ้าพูดได้นะคฤหัสถ์ก็ตามพระก็ตามใครก็ตามถ้ากูเป็นอาจารย์ชัดจะอาๆไม่พยายามที่จะหาทางขัดเกลาหรือหาเรื่องขัดเกลาให้แล้วแล้วก็จงรู้เถิดว่าเรากำลังจะกลายเป็นม้าพยศที่ถูก ร้ายกาจนะร้ายกาจจะแย่เอานี่ต้องฟังธรรมะดีๆฟังธรรมะให้เป็นถ้าฟังไม่เป็นนะไม่เข้าใจแล้วก็เลยไม่รู้เรื่องกิเลสของเรานั้นมันเป็นอย่างหนึ่งธรรมะที่มันจะขัดเกลาแล้วมันจะทำให้เราล้างกิเลสนั้นมันกลับไปอีกอย่างหนึ่งฟังดูดีๆเถอะเกิดปัญญาแล้วรู้ได้ถ้าไม่เกิดปัญญามันก็รู้ไม่ได้ผมก็พยายามอธิบายอาตมาพยายามที่จะอธิบายเพื่อที่จะให้เข้าใจแนวของธรรมะให้ชัดเด่นมันเข้าใจแนวเขาสามารถที่ชัดเด่นแล้วเราก็จะรู้ว่าเออมีสำนึกเกิดปัญญาแล้วเราก็จะได้แก้ไขปรับปรุงตนในขณะนั้นมันก็เอาแต่ใจตนคือเอาแต่ใจกิเลสแล้วเราก็ ไม่ได้ถูกขัดเกลาสักทีนึงเอาแต่ความเห็นของเรามาเป็นเอกแล้วมันก็จะเกิดมานะก็จะเกิดการไม่ยินยอมก็เกิดการไม่ยอมทำตามแล้วมันจะได้ปรับปรุงอะไรเราช้าแล้วเราก็จะทำแต่ตามใจเราคิดทำแต่ใจเราเห็นใครมาสอนใครมาห้ามใครมาขว้างใครมาขัดใครมาทำอย่างนู้นอย่างนี้เราก็ไม่ได้ทำมันก็ช้าแล้วมันก็ไม่เจริญเพราะธรรมะของพระพุทธเจ้าทว่ากันจริงแล้วบอกแล้วว่ามีฉันเลยก็ทำถึงบอกว่าไอ้สัตว์เล็กกระทำที่เขาแปลกันนี่นะมันไม่ถึงใจผมหรอกผมแปลว่าสันเลขะเนี่ยศัลยกรรมผ่าตัดนะสาระเนี่ยสลัมแปลว่ามีดผ่าตัด แปลว่ามีดแหลมแปลว่ามีดคมสัญลักษณ์พระพุทธเจ้าจึงเป็นสัจจะแล้วมีสันเรขาคณิตมันจึงจะถึงนิยายนี้ก็ทำได้จริงถึงจะเป็นธรรมะที่พ้นทุกข์ได้จริงและที่สุดก็มีความจบได้เป็นสันติธรรมเป็นอันลงท้ายเป็นอันลงปลายเป็นอันเรียบร้อยได้เพราะถ้าเราไม่เข้าใจธรรมะในนัยยะดังที่ได้สาธยายอธิบายเพื่อให้เข้าใจความหมายให้รู้ตัวเราให้รู้ว่าเราทำอะไรกันอย่างไรเรามีอะไรกันอย่างไรถ้าไม่รู้เราก็รู้สึกว่ามันเข้าไม่ได้แล้วก็เป็นไปไม่ได้ถ้ามันเข้าใจซะแล้วมันก็เห็นประสานเห็นไป บทฝึกหัดเห็นไปในเรื่องปฏิปทาเห็นไปในเรื่องที่จะนิ่มช่วยเหลือโปรไฟล์กันแท้ๆเราจะเห็นทีเดียวเราจะเข้าใจทีเดียวแม้แต่คนเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตามเราก็จะได้บทที่เป็นบทฝึกหัดเป็นการเรียนเป็นการฝึกเป็นการกระทำดังนั้นผู้ใดเข้าใจได้ในรายละเอียดอย่างนี้ก็คือปรับจริตกรุงจริตของเราเราจะเข้าใจเป็นขั้นตอนอะไรอย่างนี้มันทุจริตอย่างนี้มันสุจริตขึ้นสุจริตขึ้นเราก็จะสูงขึ้นแม้แต่เราจะกระทำในบทบาทของการกระทำงานจนกระทั่งถึงเวลาที่จะมานั่งเช็ดโต๊ะสมถะก็ดีก็ให้เดินจงกลมมั่งทำโน่นทำนี่บ้างเป็นโน่นเป็นนี่อะไรเราก็จะมี บทปฏิบัติไปตลอดสายติดต่อเนื่องกันอยู่มันก็มีผลสูงเช้าวันนี้ก็ได้พัทยาประโยชน์อะไรที่ควรจะได้ควรจะเข้าใจควรจะได้ปรับปรุงเพื่อเกิดศรัทธาภาษาพระพอสมควรตอนนี้เราก็มานั่งมาทำเสียตัวสมถะกันเพื่อที่จะได้ทำให้สุจริตขึ้นไปอีกเท่าที่จะเป็นไปได้ในระบบแบบนี้มีนโยบายหลายๆนโยบายมีมุมแง่มีวิธีการในหลายอย่างมันก็จะสั่งสมในการกระทำเพิ่มได้ตลอดเวลามาลงร่างกายตรงและดำรงสติของมั่น อย่าลืมสันติพยายามตั้งสติให้ดีอย่าให้สติตกเป็นเอกเป็นจุดเอกจุดสำคัญผีร้ายจุดสำคัญเหมือนกันตัวผู้ร้ายในชื่อว่าชี้นะมีพระตัวพระเอกชื่อว่าสติการนั่งเนี่ยนั่งนั่งเจโตสมถะหรือนั่งอานาปานสติพระเอกชื่อว่าสติผู้ร้ายชื่อว่าผีนั้นมันเอาจริงๆเลยมันยิ่งกว่าอะไรเดี๋ยวนี้ผู้ร้ายตัวเองของเขาคือใครสมัยผมน่ะมันทักษิณจำผลถ้าพระเอกเขาก็ก่อนนั้นใช้บัญชาสมัยนี้ใครอ่ะคนอัคเดชก็ไม่เล่นแล้ว ไทยผู้ร้ายผู้ร้ายก็คือที่นั้นชื่อเนี่ยตัวตัวสำคัญมันเป็นผู้ร้ายมันนานแหม่คลองตลาดสติมาไม่ตกชื่อไม่ตกฤทธิ์ไม่ตกสีนั้นมีฐานพระเอกก็ชื่อสติไม่ตกเป็นพระเอกตลอดกาลเราจะต้องทำให้ได้จึงจะต้องให้มันมีถ้าไม่มีแล้วมันก็ไม่ได้ประโยชน์ไม่ได้ผลอะไรนั่งเฉยๆสบายๆมีสติสัมปชัญญะธรรมดาถ้ามันไม่ชอบมาพาคนมันฟุ้งซ่านมากแล้วก็ลมหายใจดู หนังธรรมดานี่ง่ายพูดง่ายๆถ้ามันมันฟุ้งซ่านมากกับมันเกาะที่ลมหายใจถ้าไม่ฟุ้งซ่านกันดูดูอารมณ์ดูอารมณ์ของเราเป็นอย่างนี้นะอารมณ์จิตจิตว่างๆจิตสบายๆไม่ต้องไปที่อื่นอะไรว่างงานการส่วนใดอะไรได้เรื่องอะไรวางปล่อยไม่ต้องไปกังวลไม่ต้องเป็นห่วงหาอาวรณ์อะไรปล่อยมันช่วงนี้เรามันไม่ขาดทุนมันไม่กำไรอะไรหรอกไม่ต้องไปกลัวขาดกลัวเปลืองอะไรมากนักในช่วงระยะเวลาชั่วโมงนึงไม่ถึงเนี่ยจะทำเพราะเราไปนั่งเฉยๆก็ดูอารมณ์ว่างๆโปร่งๆสบายๆถ้ามันมันจะเป็นโอกาสบอกแล้วมันจะเป็นช่องที่มันจะหรี่ลงไปเพราะว่าเรา เราไม่มีอะไรที่มันชูใจหรือชวนแต่ถ้าอารมณ์ของเราเป็นปราโมทย์อารมณ์ของเราเป็นปราโมทย์เพลิดเพลินอยู่กับอารมณ์อย่างนี้อย่างนี้ก็ดีอย
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive