สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สมาธิพุทธเป็นสิ่งที่กิเลสกลัวที่สุด.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.53 KB
วันที่แก้ไข14 มีนาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สมาธิพุทธเป็นสิ่งที่กิเลสกลัวที่สุด มาต่อเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ ...หลวงปู่จะคุยตัวเองให้เด็กๆฟัง นี่หลวงปู่ไม่ได้โม้ไม่ได้อวดตัวตนไม่ได้อยากให้เด็กๆมาศรัทธาเลื่อมใสอะไร แต่จะเล่าให้ฟัง หลวงปู่เป็นคนโบราณ หลวงปู่มีนามแฝงว่า โบราณ และมีหลายนามสกุล โบราณมีนามสกุลแรกว่า สนิมรัก เพราะหลวงปู่มีชื่อว่ารัก รักขึ้นสนิมเป็นโบราณของเก่า ต่อมารู้สึกว่า รักเป็นคำรักแบบหญิงชายก็ดูไม่ดี เลยเปลี่ยนนามปากกาอีกว่า โบราณ นวทัศน์ นว แปลว่าใหม่ ก็ดูมันยาก บางคนแปลไม่ได้ก็เปลี่ยนใหม่อีก เป็นโบราณ ใหม่เสมอ หลวงปู่มีความรู้สั่งสมมาไม่รู้กี่ชาติแล้ว มาชาตินี้ก็เอาความรู้เก่าที่มีมามาใช้ เอามาพูด เอามาอธิบาย อธิบายธรรมะนี่แหละ เช่นเรื่องบุญเรื่องกุศล อธิบายความดีความไม่ดี ให้คนฟัง คนก็ได้ประโยชน์ได้รู้ธรรมะ รู้สิ่งลึกซึ้ง หลวงปู่ก็เอาของที่ได้ศึกษามาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ ของที่ได้รับมาจากพระพุทธเจ้า มาใช้ในชาตินี้ เพราะคนเรานี้เกิดมานับชาติไม่ถ้วน เพราะฉะนั้นถ้าใส่ใจเรื่องธรรมะ เราจะได้มีธรรมะใส่ในตัวเรา เกิดมาทุกชาติจะได้มีธรรมะ ถ้าไม่มีธรรมะก็จะไปทุกข์ไปสุขไปลงนรก อยากลงนรกหรือไม่ ...ไม่อยาก ก็ต้องเรียนธรรมะพระพุทธเจ้าให้รู้นรกสวรรค์จริง ธรรมะพระพุทธเจ้ารู้นรกสวรรค์จริง แล้วทำอย่างไรจะเลิกเรื่องนรก ไม่ต้องตกนรกอีกเลย ธรรมะพุทธเจ้าเรียนแล้วสำเร็จถ้าทำได้ อย่างหลวงปู่ไม่มีนรกไม่ตกนรกมานานไม่รู้กี่ชาติ ชาตินี้ก็ไม่ได้ตกนรกอะไรกับเขา นี่หลวงปู่พูดความจริงนะไม่ได้พูดอวดตัวอะไร นี่คือความจริงสู่ฟัง ส่ิงที่ยืนยัน ว่าหลวงปู่มีสิ่งที่เป็นความรู้ศาสนาพุทธมาแต่ชาติก่อนดึกดำบรรพ์ เมื่อมาเกิด ในชาตินี้เดิมหลวงปู่ชื่อว่ารัก นามสกุลรักพงษ์ ต่อมา มาบวช เลยเปลี่ยนชื่อเป็นโพ

อ่านต่อ

ธิรักษ์ แปลว่าการรักษาความตรัสรู้ รักษาโพธิเพื่อความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ก็เลยมีฉายาตัวเองว่าโพธิรักษ์ ทีนี้หลวงปู่ เอาของเดิมความรู้เดิมมา หรือความไม่มีนรกสวรรค์ ความรู้เดิมมาธิบายเรื่องบุญเรื่องบาป เรื่องกุศลอกุศล อธิบายแม้แต่คำที่ยาก มันดูเหมือนง่ายนะ คำว่าบุญนี้ ใครๆก็ได้ฟังมา เด็กๆก็ได้ฟังมาแต่บุญมันยากมากเลยที่จะรู้ ที่จะรู้ว่าบุญอย่างลึกซึ้งเป็นอย่างไร พวกเราฟังตามไปเถอะจะเข้าใจว่าบุญไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจได้ง่ายๆ บุญมีความลึกซึ้งละเอียดมากมายขนาดนี้เชียวหรือ หรือว่าเรื่องสมาธิ สมาธิของพระพุทธเจ้ากับสมาธิของศาสนาอื่นอาจารย์อื่นศาสดาอื่น เป็นของโลกีย์ แต่สมาธิของพระพุทธเจ้านั้นไม่เหมือนกัน สมาธิของพระพุทธเจ้านั้นเป็นไปอย่างลืมตา และมีความรู้อย่างลึกซึ้ง สั่งสมความลึกซึ้งของจิต สั่งสมจิตที่ไม่มีกิเลส เป็นความลึกซึ้งของพระพุทธเจ้า สมาธิคือจิตที่ไม่มีกิเลสแล้วสั่งสมจิตที่ไม่มีกิเลสนี้ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไป ถึงร้อยล้านพันล้านแสนล้าน ล้านล้าน สั่งสมจิตลงไปตกผลึก ไม่รู้กี่ล้านๆ ควบแน่นแข็งแรง นี่เรียกว่าสมาธิของพระพุทธเจ้า และมีปัญญารู้ว่าจิตไม่มีกิเลสเป็นจิตบริสุทธิ์ ปราศจากกิเลสเป็นอรหัตผล จิตนั้นเป็นอย่างไรรู้แล้วสะสมได้จริง จิตที่ไม่ปราศจากกิเลสไม่สะสม สะสมแต่จิตที่ปราศจากกิเลส จนตั้งมั่น คือสมาธิของพระพุทธเจ้า ลืมตารู้หมดเลยก็มีกิเลสอย่างนี้ อย่างนี้ไม่มีกิเลสอย่างนี้อย่างนี้ มีกิเลสก็จัดการได้ กิเลสเข้าไม่ได้เลย กิเลสเจอสมาธิของพระพุทธเจ้าก็ยิ่งกว่าปลิง ถูกยาหม่อง ถ้าใครทายาหม่องใส่ขา แล้วลงไปอยู่ในน้ำ ปลิงมันมาเจอขาที่มียาหม่องทาอยู่ ปลิงแตะแล้วก็งอดิ้นหลุดไปเลยไม่กล้าเกาะเลย เหมือนกิเลสมาเจอกับสมาธิของพระพุทธเจ้า ไม่กล้าเกาะเลย เข็ดเลย เหมือนปลิงไม่กล้าเข้าใกล้อีกเลย นี่คือ คุณสมบัติจิตสมาธิของพระพุทธเจ้า ไม่ต้องไปนั่งสะกดจิตอยู่ภายใน แต่ลืมตานี่แหละ กิเลสมาไม่ติดเลย ลูบหัวกิเลสได้เลยทำงานร่วมกับกิเลสได้เลย โดยกิเลสทำร้ายอะไรเราไม่ได้ เราผู้ที่ไม่มีกิเลสแล้ว ก็ช่วยผู้ที่มีกิเลสให้ลดกิเลสลงได้ด้วย นี่คือคุณสมบัติของสมาธิพระพุทธเจ้ามีประโยชน์อย่างนี้ 610312_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ บุญคือลมกับไฟที่ทำลายแต่กิเลส

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน