230920-2-223 ทางเอกภาค2-ตอน223(หน้า480)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท054.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์141 KB
วันที่แก้ไข9 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมชาติบรรยายทางเอกภาค 2 ที่พุทธสถานสันติอโศกอาเรามาเรียนการสอนขณะนี้เราถึงทางเอกภาค 2 หน้า 48 เลื่อนไปนิดนึงเพราะว่าได้ไปอธิบายซ้ำมันเป็นจุดสำคัญสำหรับพวกเราในเรื่องที่จะต้องทำความเข้าใจให้เห็นถึงสภาพนอน การนอนการหลับการพักกับการงานเราก็จะต้องเข้าใจถึงว่าชีวิตคนอย่างถูกต้องตลอดชีวิตเราเป็นยังไงแท้ๆเราเองเราต้องทำงานแล้วเราก็พักและการพักนั้นน่ะไม่ใช่การเสพติดหรือการงานก็ไม่ใช่การเสพติดการพักก็พักพอดีเราจะต้องเข้าใจจริงๆเลยด้วยปัญญาเลยว่าเรามีการพรรคการเพียรและมีการพักเรามีการหยุดหยุดอย่างสนิทหยุดอย่างกลางหยุดยังไม่ได้หยุดจริงๆ มันก็มีผ่อนอยู่ในตัวอะไรที่เราเรียกว่าพักผ่อนมีการพักจริงๆพักผ่อนแล้วก็มีการงานถ้าเราเป็น 3 Step เป็น 3 ระดับมันก็อยู่ขนาดมีการพักพักอยู่ดับเลยแล้วก็ได้ทำความเข้าใจกันอย่างสำคัญแล้วว่าการพักที่สุดนั้นน่ะหมายถึงหยุดสนิทดับนอนหลับแล้วก็ดับไปสนิทเลยไม่คิดไม่นึกไม่มีความรู้สึกอะไรรู้เข้าไปแม้แต่ในภาวะพบหรือในภวังค์ตัวเองต้องรู้ตัวเองว่าตัวเองไม่มีฝันไม่มีฝันไม่มีคิดไม่มีนึกไม่มีอะไรทั้งสิ้นดับไม่รู้เรื่องอย่างนั้นเรียกว่านิโรธ แบบอสัญญีมิได้ในพระอริยเจ้าในโดยเฉพาะในพระอรหันต์มีได้ทันทีไม่ยากอะไรไม่มีฝันไม่มีคิดไม่มีนึกไม่มีนิมิตไม่มีรับรู้อะไรไม่รู้เรื่องอะไรดับสนิทไปเลยเมื่อเวลาร่างกายคนที่ต้องการพักผ่อนมากๆมันก็จะพักลงไปเองดับไม่รู้เรื่องหรอกสำหรับคนที่ไม่มีจิตฟุ้งซ่านหรือมีฟุ้งซ่านน้อยมีห่วงหาอาวรณ์มีกิเลสอะไรอาวรณ์น้อยแต่ถ้าคนที่มีกิเลสอะไรเอาวอนแม้จะหลับลงไปแล้วมันไม่ดับสนิทหรอกดับยาก ไม่รู้เรื่องไม่มีอะไรไม่คิดไม่นึกอะไรยากตับยากภาระได้อีกที่คล้ายฟังแม้กระทั่งสุดท้ายเมื่อพักดับสนิทนั้นแล้

อ่านต่อ

วพอแล้วเนี่ยในพระอริยเจ้าหรือพระอรหันต์เจ้าทีนี้ท่านพักก็จะพักอีกขนาดนึงเลยว่าพักขั้นถ้าเขยิบมาอีกฐานะหนึ่งจะเรียกว่าพักผ่อนมันก็มันก็ยังพักผ่อนแค่นี้ยังละเอียดอยู่คือดับทวาร 5 ยังไม่ตื่นออกมาจากรับรู้ทางภายนอกยังอยู่ในภพยังอยู่ในจิตอาสาแต่จิตของท่านขึ้นมาทำงานนะยังไม่ทำงานแต่จิตก็ทำงานแล้วสักพักพอแล้วนะ พระพุทธเจ้าหรือพระอรหันต์เจ้านี้พักพอแล้วไม่พักต่ออีกหรอกฉันก็จะทำงานเลยประมาณนึงของความจริงของความจริงไม่ใช่ความผิดความเสพทำงานก็จิตของท่านก็จะระลึกรู้นึกคิดฟุ้งซ่านทำอะไรนี่เธอก็จะรู้ตัวว่าเราทำอะไรคิดอะไรเรื่องอะไรที่ใกล้เรื่องอะไรที่จะเป็นสิ่งที่จะอยู่ใกล้อยู่ใกล้มันก็จะเข้าไปหาใกล้นะถ้าจะบอกความจริงอันหนึ่งโดยพยัญชนะแล้วอันนี้ไม่ใช่กิเลสนะอันนั้นเรียกมันว่าอุปาทาน หุบปากแปลว่าใกล้อาคารแปลว่าฉวยเอาไว้พระอรหันต์เจ้าหรือพระอริยเจ้าเนี่ยชั้นสูงพอเวลาท่านจิตตื่นขึ้นมาท่านก็จะฉวยเอาไอ้สิ่งที่ใกล้ที่สุดเข้าไว้ทำงานเพราะฉะนั้นเราจะเรียกว่าอุปทานเป็นกิเลสก็ได้สำหรับคนโลกๆไม่รู้ตัวแต่สำหรับพระอรหันต์นั้นท่านมีสติสัมปชัญญะเพราะจิตท่านลอยขึ้นคือหยุดดับหยุดอสัญญีหยุดพักพอแล้วท่านก็ลอยขึ้นเรียกว่าวัฏจักรจิตมันก็ลอยขึ้นเพราะจิตลอยขึ้นทำงานมันก็จะจับสิ่งที่ใกล้ที่สุดเรียกว่าอุปทาน ราชธานีแปลว่าการฉวยเอาไว้จะช่วยเอายึดเอาก็จะเอาสิ่งที่ใกล้ที่สุดคือเรื่องที่ใกล้ที่สุดที่จะต้องมีจิตรู้มันจะขึ้นมารับแล้วท่านเป็นผู้ที่รู้รับโดยมีสติถ้ามีสตินะมีสติรู้เพราะว่ามีเรื่องอะไรท่านก็รู้ตัวแล้วไม่ใช่หลงแล้วถ้าท่านก็จะทำสิ่งควรหรือไม่ควรหรือท่านจะรู้ตัวว่าสิ่งนี้มันใกล้แต่ว่าพรรคได้ท่านก็จะพักสิ่งนี้เรื่องนี้ท่านจะเอาสิ่งสำคัญที่ท่านจะยกสำคัญที่จะรู้อันนี้เรื่องนี้มันสำคัญกว่าแม้ยังไม่ใกล้เรายังไม่ได้หยิบมายังไม่ได้สวยมายังไม่ได้เอามาใส่ใจท่านก็จะน้อมๆหยิบ ใส่ใจเองเมื่อจิตทำงานจะเริ่มเอามาคิดท่านก็จะเป็นผู้ที่เอามาคิดเองจะเอามาปรุงมาสร้างมาทำงานต่อท่านจะเอามาเองเรียนเอาไอ้ที่มันใกล้เนี่ยที่มันทำต่อๆติดๆอยู่นี่แล้วมันก็ใกล้มันมันถ้าท่านรู้ว่ามันพอแล้วมันควรจะพักควรจะวางไว้ก่อนอันนี้อันนี้มันจะสำคัญกว่าแล้วก็จะดึงอันใหม่ที่ยังไม่เคยคิดไม่ใช่ไม่เคยคิดอาจจะคิดแล้วล่ะแต่ว่ายังยังไม่ได้เอามาให้มันใกล้ตัวหรือว่ายังไม่ได้ทำให้มันเสร็จคุณขึ้นมาท่านก็จะดึงเอาอันนั้นมาน่ะเอามาคิดมันนึกเอาแล้วเอามาทำงานต่อเพราะการคิดนึกหรือว่ามีนิมิตมีรูปเรื่อง จะเป็นอรูปหรือเป็นรูปเป็นเรื่องเป็นตัวโฉมตัวรูปอะไรอยู่ในภพของจิตอย่างนั้นก็มีได้ยังไม่ออกมาสู่ทวาร 5 นะฟังให้ดีจะอยู่เหมือนกันหลับตีอยู่อย่างนั้นน่ะแต่ท่านอยู่ในภพอยู่ในจิตอยู่จะทำงานอะไรอยู่ในจิตสอนเทวดานั่นเองแหละคือสร้างสรรค์อะไรอยู่นั่นเองนะถ้าจะเรียกอย่างพระพุทธเจ้าเขาเรียกว่าซ้อนเทวดาหรือสร้างสรรค์จิตให้จิตมันมีความเจริญไม่ใช่คิดนึกฟุ้งซ่านฟุ้งเฟ้ออะไรไปไม่ใช่เป็นการสร้างสรรค์ขึ้นไปเรื่อยๆเป็นความรู้ความเห็นเป็นเรื่องราวที่น่ารู้น่าเรียนน่าเห็นน่าเข้าใจและเป็นมิตรเป็นเครื่องหมายรู้เป็นนิมิต มีนิมิตแต่ไม่ใช่ฝันไม่ใช่ฝันเพราะฉะนั้นพระอรหันต์ที่ท่านไม่เด็ดไม่เหนื่อยไม่เพลียไม่อะไรถ้านอนหลับไปก็มีเรื่องมีอะไรต่ออะไรได้มีเรื่องมีราวมีภาพมีคิดมีนึกมีอะไรได้โดยเฉพาะพระสัมมาสัมพุทธเจ้านอนไม่นิยมอสัญญีนอนไม่หลับฝันไม่หลับฝีโดยเฉพาะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ยิ่งใหญ่นอนไม่หลับผีลงไปไม่อาศัยไม่ดับไปเลยยังมีความรู้จิตยังทำงานสอนเทวดาแค่พรรค ฐานภาษาคำว่าสอนเทวดานี่ก็มันก็ยิ่งใหญ่แล้วจะไปดับสนิทอะไรกันทำงานกันอย่างแม่ก็นอนหลับก็ยังทำงานแล้วจะไม่มีภาพไม่มีเรื่องได้ยังไงถ้าจะมาถึงพระพุทธเจ้าไม่มีภาพไม่มีเรื่องยังไงสอนเทวดาแล้วก็สอนยังไงถ้าไม่รู้เรื่องท่านต้องรู้ตลอดเวลาว่าท่านทำอะไรมีอะไรมีเรื่องอะไรพบกับอะไรมีเรื่องมีตัวมีตนมีนู่นมีนี่มีอะไรถ้าเราเอาเป็นเรื่องแบบบุคลิกฐานมีเทวดาอยู่แล้วท่านก็สอนใหญ่ท่านก็สร้างมันสร้างหนี้เท่ากันทำงานนั่นทำงานนี่ให้แก่เทวดานั้นไปเป็นงานการสอนอย่างยิ่งของท่านเองนี่คือสภาพมีนิมิตพอสมาธิพระพุทธเจ้ามี นอนหลับมีนิมิตแต่ไม่ใช่ฝันฝันนี่บอกแล้วได้แยกแยะให้ฟังแล้วฝันนั้นถ้าเรียกว่าภาษาไทยๆว่าฝันการฝันนั้นจะต้องผสมด้วยกิเลสนิมิตนั้นมีกิเลสเค้าบวกมีกิเลสตัณหาอุปาทานที่ไม่เข้าเรื่องที่มีโรงพักโทรศัพท์โมหะเข้าบวกนิมิตรวมแล้วเรียกเป็นฝั่งนิมิตเพียวๆไม่มีกิเลสเข้าบวกไม่เรียกขวัญทานเพียวๆนิมิตรบริสุทธิ์นิมิตที่เป็นรูปเป็นเรื่องเป็นราวเป็นอะไรก็แล้วแต่ที่ไม่มีกิเลสเข้าไปผสมไม่มีกิเลสตัณหาอุปทานจากโลกโลกเข้าไปผสมเรียกมันว่า มิตรแบบนี้พระอรหันต์เจ้านอนหลับไม่มีฝันถูกต้องฟังดีๆนะคนโลกๆทุกวันนี้ไม่รู้เรื่องบอกว่าโอ๊ยเพราะว่าหันแล้วถ้าไม่มีฝันฝนใช่พูดถูกแต่คุณเข้าใจความสุขของประณีตของความหมายที่คุณพูดไหมแต่พระอรหันต์นอนหลับนิลไหมมีนิมิตได้ไหมไม่มีมีแม็กก็ไม่มีอะไรก็ไม่มีแล้วก็สัมมาสัมพุทธเจ้านิมิตใหญ่เลยยิ่งมีตัวตนยิ่งมีรูปเรื่องนี้มีเทวดาสอนเข้าไปยังมีทำงานทำจิตด้วยแล้วไม่ยิ่งยิ่งสวยใหญ่เหรอพระพุทธเจ้าไม่มีตัวมีเรื่องฟังให้ดีแล้วจะไม่สับสน ข่าวแยกรายละเอียดมันเป็นความละเอียดสุขุมประณีตพูดถูกแต่กำหนดหมายไม่ถูกคนปุถุชนที่จะโดนเดาเอาไม่ได้เขาโดนดาวกันมานานแล้วแล้วเขาก็ไม่รู้จุดสำคัญที่ถูกต้องเพราะฉะนั้นก็ลงโทษตัวเองต่างๆนานาก็ไปหลงเป็นอสัญญีหลงเป็นเดียรถีย์เรายังไม่ใช่เพราะอรหันต์เรายังนอนหลับก็ยังมีนิมิตยังมีเรื่องราวอะไรแล้วก็แยกเรื่องราวนั้นไม่ออกว่าเรื่องราวที่เราคิดเรานึกเรามีอะไรอยู่นั่นน่ะเราเสพเราติดหรือว่าเราเองเรามีกิเลสเข้าไปผสมหรือเปล่าแยกกิเลสตัณหาไม่ออกแยกไม่ออกแยกไม่ออกก็ไม่รู้เรื่องว่าตัวจบหรือไม่จบตัวเป็นอะไร เรื่องไม่เป็นอะไรก็ไม่รู้เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบของชีวิตชีวิตมันจะต้องเกิดอยู่ดับอยู่แล้วชีวิตก็จะต้องมีการเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปเราไม่รู้ว่าจิตมันเป็นธาตุอย่างไรเราไม่รู้จิตเป็นธาตุอย่างไรแล้วเราจะทำอย่างไรเวลาตื่นๆอย่างไรเวลาหลับๆอย่างไรเวลาที่ลืมตาขึ้นของทวารมันจะอยู่ในลักษณะอย่างไรเวลาตัดลงไปจากค่าทวารแล้วไปเหลือทวารเดียวแต่ในจิตจะเหลือได้อย่างไรจะมีสภาพเป็นอย่างไรอีกดับๆอย่างไรอย่างนั้นดับอย่างนั้นน่ะเป็นอย่างไรดับอีกอย่างนึงขนาดไหนการที่จะต่างๆสมาธิสักการะต่างๆที่พูดนี่อย่างย่อยได้แค่ว่าอสัญญีกลับขึ้นมารู้เรื่อง 2 ภาคง่ายๆ สภาพง่ายๆเท่านั้นนะที่พูดเนี่ยแบ่งเป็น 2 สภาพง่ายๆคือยังดับสนิทอสัญญีกับอีกอันนึงไม่ดับสนิทแต่รู้เรื่องแล้วไม่รู้อย่างในวัดสัญญานาสัญญาสังเกตุได้ง่ายพระอริยเจ้ากับพระธรรมดากับคนธรรมดาคนที่ยังเสพติดหลับๆนอนๆอยู่นั่นนะพอมันไม่ดับอสัญญีมันพอชักจะรู้จะต้องขึ้นมาทำงานแล้วเนี่ยมันไม่ขึ้นน่ะมันจะต้องพยายามให้ดับหรือพยายามให้ตัดพบเข้าไปหากิเลสที่ฟุ้งซ่านในขณะจิตตัวเหล่านั้นมันไม่มีสติใสมันไม่มีความโปร่งมันจะลำๆๆอารมณ์ตัวเองแต่สำหรับพระอร เจ้าแล้วถ้าไม่ดับสนิทท่านจะตื่นโผล่ขึ้นมาก็ตื่นขึ้นมาแล้วท่านก็จะมีสติจะรู้เรื่องอะไรถ้าเกิดกำหนดถ้าท่านไม่กำหนดท่านปล่อยเฉยๆมันก็จะอยู่เป็นเรื่องที่ใกล้ที่มันเกิดถ้าท่านไม่เอาถ่านในนิมิตนั้นที่ใกล้นั้นท่านปล่อยแล้วก็เป็นการเสียเวลาไปเปล่าๆแล้วเรื่องมันก็ปรุงของมันไปเองแล้วมันก็สร้างสรรค์ขึ้นมาเองมันก็เครื่องยนต์ว่าเราเครื่องติดแล้วมันก็ติดเครื่องขึ้นไปเองมันก็ได้พลังงานอะไรถ้ามันสามารถจะไปปั่นไดนาโมจะไปปั่นอะไรมันก็ปั่นแล้วได้อยู่ในตัวนั่นแหละมันเป็นความสร้างสรรค์ตามธรรมดาที่ไร้กิเลสปราศจากกิเลสตัณหาแล้วก็คว้าอันนั้นขึ้นมาได้มันก็เริ่มทำงาน ร้านจะไปทำงานมันก็เป็นการสั่งสมไว้ในตัวของท่านเองซึ่งมันเป็นการสั่งสมที่ท่านไม่ได้เอาสติหรือว่าเอาสัญญาเข้าไปกำหนดรู้คือกำหนดอะไรต่ออะไรให้เต็มที่ทีนี้ถ้าผมว่าท่านจะกำหนดรู้ว่าจะใสโปร่งโปร่งแล้วก็นำไปแล้วถ้าจะปล่อยให้มันเกิดโดยอัตโนมัติมันก็จะเกิดแล้วถ้าไม่ปล่อยให้มันเกิดอัตโนมัติทีนี้ท่านจะเกิดเองเลยมีสติสัมปชัญญะมีสัญญามีการกำหนดหมายเข้าไปจับและดำเนินเรื่องไปเลยมันก็จะเป็นเรื่องที่ไม่เรียกว่าไม่ตกหล่นสัญญากำหนดจำอะไรก็ได้รู้ชัดเจนหมดแล้วว่าไม่ได้ปล่อยเข้าไปจับทีนี้คนธรรมดากับพระอรหันต์นี่ ห่างกันเวลานอนเป็นเวลาพักเสร็จแล้วพักผ่อนครบแล้วพักผ่อนของคนธรรมดานี่มันไม่พักผ่อนสนิทนอกจากไม่พักผ่อนสนิทแล้วพอดับหลับแล้วมันจะอสัญญีไปยากมันจะฟุ้งซ่านมันจะมีเรื่องราวและจะอยู่ในตัวด้วยส่วนพระอรหันต์นั้นถ้าดับใช่ไหมก็สนิทก็ดับไปทีนี้ถ้าเผื่อว่าเริ่มตื่นขึ้นมามันจะมีอารมณ์อันนึงที่แทรกอยู่ให้เรารู้ว่ามันมันมียาก็มันมีอร่อยถ้าคนธรรมดาแล้วก็มันไม่ได้ดับลงไปหรือว่าไม่ได้ไปอย่างนั้นน่ะมันก็จะต้องดึงเข้าไปสู่จุดที่เราต้องการที่สุดหนืดๆนานๆอย่างนั้นน่ะยืดๆจัดๆอยู่อย่างนั้นแหละถ้าเรามีปัญญาแล้วเราจะเห็นว่าไอ้ตัวนี้น่ารำคาญ จะรู้ว่าตัวนี้น่ารำคาญมันเป็นสภาพจะว่ารู้เรื่องก็ไม่รู้แต่ว่าไม่รู้เรื่องก็รู้ๆอยู่อะไรแต่ไม่รู้ตัวรู้ๆอย่างนั้นแต่มันไม่เข้าเรื่องแล้วมันก็ไม่รู้ตัวว่าเราต้องการอะไรที่จริงแต่ทีนี้ถ้าอ่านด้วยปัญญาเข้าไปอีกสักหน่อยก็จะรู้ว่าเราต้องการอะไรเราต้องการการหลับการพักหลับพักก็พักให้ได้ถ้าไม่พักให้ได้ก็หมายความว่าร่างกายของเราไม่ต้องการพักแล้วทีนี้ถ้าเราไปติดมันก็อยากพักมากติดมากก็กินได้มากติดบุหรี่มากสูบได้มากติดเหล้ามากกินได้มากอะไรอย่างนี้เป็นต้นติดขนมมากกินขนมได้มากคนติดอะไรก็กินอันนั้นได้มากเซเว่นได้มากถ้าไม่ติดมันก็ไม่เสพ มันก็ควรจะจัดการให้มันพอเมื่อคนที่กินมื้อหลายมื้อเนี่ยกิน 3 มื้อ 4 มื้อ 5 มื้อแล้วกินปริมาณมากด้วยเสร็จแล้วก็มันก็มีปฏิกิริยาเผาผลาญหรือว่ามันก็มาย่อยสังเคราะห์นั่นแหละแล้วเราก็มีแคลอรี่มากเสร็จแล้วเราก็ต้องไปทำงานมากถ้าไม่ทำงานมากพอดีเขาก็จะบ้าหรือไม่มันก็เป็นสรีระอ้วนพีสะสมแปรรูปมาเป็นรูปถ้าไม่ใช้จ่ายมันออกแต่ถ้าจ่ายมันออกมันก็ไม่มาสะสมกักทุนเป็นตัวรูปเราก็เอาจะเลือกเอายังไงทีนี้ก็พูดถึงเรื่องการนอนการพักอีกนิดนึงนะว่าเราจะต้องจัดแจงเราจะต้องพยายามที่จะ สันให้มันพอดิบพอดีรู้นอนรู้หลับเราจะหลับจะนอนพักก็เท่านี้พระพุทธเจ้าถึงไม่ได้ถามว่าเรากำหนดการนอนการตื่นมันกำหนดการนอนการตื่นแล้วต้องปรับปรุงอารมณ์อย่าให้อารมณ์มันไปหลงไหลเสพติดหรือว่าต้องการจะเหนียวๆขออะไรก็ได้ไม่ให้ตัดมันตัดให้ขาดตัดยังตัดเพชรตัดเด็ดอย่าตัดอย่าตัดบัวอย่าตัดอย่าตัดบัวตัดบัวแล้วหยุดยาที่ใช้สำนวนเข้ามาให้คุณฟังแล้วก็เอาไปใช้จริงๆคำพูดเหล่านี้เป็นภาษาโบราณที่ฐานเป็นภาษาโลกแทนนามธรรมที่ ต้องเข้าใจว่าคำว่าตัดบัวทำอย่างนี้คุณรู้ตัวเองไปตัดตัดยังไงตัดอารมณ์ตัดอย่างบัวนี้ตัดอารมณ์นี่แหมมันไม่ใช่ของมีตัวมีตนนะตัดอารมณ์ที่มันง่วงมันติดง่วงเนี่ยตัดถ้าได้คุณตัดอย่างบัวนะกูก็ตัดอย่างนางโมราคุณรู้จักมั้ยนางโมราสองใจรู้จักนางโมราสองใจไหมนางโมราสองใจยื่นมีให้โจรนี่ก็ผัวนี่ก็นี่ก็จนทำอยู่ที่ 2 ข้างแต่เอียงข้างไหนเราก็รู้เราเอนเอียงไปข้างในนอนไอ้นอนคือไอ้โจรไอ้หลับคือไอ้โจรกูก็ยืนยันพยายามโมราชนิดไหนทำโบราณ ดึงชักจะโมราชั้นดีหน่อยก็ยืนด่ามาให้สามียื่นปลายไปให้ไอ้โจรกูจะฆ่าไอ้โจรจริงหรือเปล่าคุณจะทำความถูกต้องหรือคุณจะทำความผิดพลาดเป็นนางโบราณสองใจอย่างนั้นแหละแต่แนวทางแนวอยู่อย่างงั้นก็จับเป็นบัวเนื้อเยื่อใยแล้วก็ 2 จิต 2 ใจไม่เอาตัดเด็ดตัดขาดเดี่ยวปรับปรุงเลยยืนอยู่ในตรงๆอีกฝั่งนึงไม่ต้องมาทำเป็นดาราดังสองจิตสองใจไม่ต้องตัดเน็ตตัดขาดตัดไม่เอายายหัดเข้าไม่งั้นรับรองไม่ขาดช้านานอีกกี่ชาติก็ยังไง จมอยู่งั้นน่ะอ่านอารมณ์รู้อารมณ์รู้สภาพเลยที่จิตที่ใจที่มันมีอารมณ์อย่างนั้นเห็นไม่จริงที่พูดที่บอกนี่ถ้าไม่เห็นไม่จริงไม่ได้ฝึกขนาดรู้แล้วจึงฝึกมันยังไม่ง่ายเลยนะฝึกมันยังไม่ง่ายเลยใช้ภาษาแทนใช้ภาษาบอกขนาดนี้ก็น่าจะชัดเพราะงั้นทำมาที่ฐานนั้นมันจงไปทำเองให้ส่งขึ้นกูก็รักที่ฐานบอกได้โดยใช้ภาษาโลกแทนภาษาอุทาหรณ์หรือว่าเครื่องหมายที่ผู้ที่บอกเนี่ยถ้าใครสัญญาตรงกันกับที่อาตมาพูดกำหนด ขายถูกได้ตรงกันเลยก็เอาไปฝึกไปหัดไปทำแล้วมันมีอีกอันนึงคือมันไม่รู้ตัวมันไปแว๊บเลยวันนึงเอาไปกินแล้วอย่าว่าแต่สัญญาเลยมันลากหางมุดเข้าไปใต้บาดาลแล้วหัวไม่เหลือหางไม่เหลือเอาอะไรมารู้ไม่มีรูกลายเป็นผีกลายเป็นคนเมากลายเป็นมะระกลายเป็นผีไปเลยเป็นบริวารผีไปแล้วไม่รู้เรื่องไม่รู้ตัวเพราะถูกมันลากจมลงไปแล้วมิดหัวมีหางเลยไม่รู้เรื่องไปจมอยู่ในโน้นน่ะไอ้อย่างนั้นมันก็เร็วเร็วสุดแล้วมันจะดิ้นอะไรได้ดิ้นไม่ออก กลายเป็นสัญชาตินากสัญชาติงูสัญชาติกบด้านสมชาติสัญชาติสัตว์เลื้อยคลานกลายเป็นสัญชาติสัตว์เลื้อยคลานไปเลยไม่ง้อไม่เงยมันโง่ไม่เงยเคยพูดให้ฟังว่าสัตว์เลื้อยคลานหรือเดรัจฉานนี่เขาบอกว่ามันขวางกับโลกลำตัวมันจะต้องขวางมันจะต้องลำตัวมันจะต้องอยู่อย่างนี้นะคำว่าเดรัจฉานขวางนี่ขวางที่จริงมันไม่ได้หมายความอย่างนี้ด้วยซ้ำคำว่าขวางโลกเดรัจฉานเนี่ยมันขวางความเป็นมนุษย์ที่แท้มันขวางการ กันเดรัจฉานเป็นเรื่องที่ขวางการขัดกันกับมนุษย์โสมนุษย์นั้นเป็นความคิดประเสริฐเป็นพระอริยเจ้าเป็นอารยชนส่วนความคิดงงๆความคิดเดรัจฉานมันขวางกับมนุษย์นั่นเป็นทำไมความหมายทีนี้คนไม่รู้อาจารย์เกจิอาจารย์รุ่นก่อนๆนี้ก็บอกว่าไปทำตามตามทางขวางอ่ะขวางก็เลยแปลว่าเป็นมนุษย์เดรัจฉานว่าขวางที่จริงรูปของสัตว์เดรัจฉานกับลูกของคนนี่ก็ต่างกันขวางกันเดรัจฉานมันจะต้องระนาบไปกับพื้นมันไม่โง่มันมันตามนะที่จริงมันระนาบด้วยซ้ำมันไม่ตั้งดินมันไม่ขวางกันส่วนคนนั้นยืนขึ้นมาแล้วตั้งตรง มันไม่ไปแล้วหน้ากับพื้นเนี่ยระนาบไปกับโลกมันไม่ตามไปกับโลกนะเพราะฉะนั้นไอ้คำว่าขวางคำที่แปลเนี่ยเขาบอกว่าสัตว์เดรัจฉานนี่คือผู้เดินไปตามทางขวางเขาแปลไม่ออกเดินไปตามทางขวางคืออะไรที่จริงเดรัจฉานมันจะต้องระนาบเป็นแนวตัวลำตัวหรือตัวของมันเนี่ยมันจะเป็นระนาบไปก็ตามแนวนอนของโลกไปตามระนาบของโรคน่ะส่วนมนุษย์นั้นตั้งตัวยืนตรงดิ่งขึ้นมากับโลกและทวนกับโลกไม่ไประนาบกับเจ้าเป็นเอกขึ้นมาได้ยืนตั้งตัวไม่คันนาด้านโรคเขาว่าเดรัจฉานจึงมีภาษาซับซ้อนและกลับกันอยู่แต่ทำอธิ พูดถูกว่าไปทางขวาคือเดรัจฉานมันยังค้างกับมนุษย์โสมันยังขวางกับมนุษย์ยังเป็นคนขวางโลกที่เจริญเดรัจฉานมันเป็นคนที่ขวางโลกที่เจริญมันเป็นคนต้านโรคไม่ให้เจริญเดรัจฉานโง่ยังไม่ฉลาดมันเป็นคนขวางโลกที่ไม่ให้เจริญต้านโรคที่ไม่ให้เจริญส่วนมนุษย์จิตประเสริฐใจประเสริฐใจสูงเจริญแล้วมนุษย์โสไม่ใช่ในรัฐฉานต่างกันอย่างนี้เพราะถ้าถูกหน้าดึงไปจมบาดาลไปเป็นสัตว์เลื้อยคลานนอนราบกับพื้น มีทางระนาดกับพื้นจมอยู่กับพื้นก็ไม่ต้องโงหัวขึ้นมายิ่งไปกลบสุดท้ายบาดาลและถูกทับไปเลยถูกทับไปเลยทีเดียวไม่ได้ขึ้นอะไรล่ะว่าเราจะต้องปรับปรุงจริงๆเอาจริงๆให้เด็ดขาดอย่าไปเสพสุขส่วนเกินอย่างนั้นต้องปฏิบัติปรับปรุงให้รู้จักความหยุดความรักความสงบไม่หยุดเมื่อพักสงบพอแล้วก็อย่าไปเสพไปติดมันยังเป็นการเลยเถิดอย่าเป็นการเสพสุขส่วนเกินยังเป็นอัตราในโลกมันไม่เป็นการงานมันก็เฉื่อยก็ช้าก็หยุดก็พักแล้วก็หลบหนีโลกหนีงานนี้การการที่เป็นเป็นการงาน ศาสนาพุทธยืนยันว่าสิ่งนี้เป็นที่สุดของคนคนจะต้องทำงานมีสัมมาสังกัปปะเรียกว่าดำริถ้าคุณเข้าใจถูกเป็นสัมมาทิฏฐิอย่างนี้แล้วคุณจะรู้แล้วเมื่อไหร่คุณสัมมาสังกัปปะแล้วในขณะที่ตื่นขึ้นมาในขณะที่คุณพักผ่อนพอดับสนิทและพอเริ่มต้นมีจิตสัมมาสังกัปปะพอจึงเริ่มขึ้นทำงานนั่นคือสัมมาสังกัปปะมันจะดำริหรือมันจะเริ่มมันจะเริ่มทำงานด้วยสังกัปปะที่จริงกับป่านี้มันก็คือพบพบในการเกิดกับฉันกับปะได้ประกอบกับแล้วมีกับมีการขึ้นมาแล้วมีพบและมีการหมุนเวียนและกลับ มีการเกิดแล้วสั่งกัปปะจิตนั่นแหละฉันกะปะซึ่งหมายเอาแค่จิตจิตเกิดมายังไม่มีอะไรมากแล้วก็ทำงานเป็นสังกัปปะอยู่ในอยู่ในภพนั้นอ่าจะเรียกวัดตะก็ได้สังข์วัดตะเคียนทองชัดขึ้นวัฏฏะเป็นการหมุนวนให้ชัดก็อยู่ที่กลับนั่นแหละอยู่การหมุนการหมุนการเป็นเป็นโรคการเป็นการเป็นไปถ้าเรามีการรู้มีจิตละเอียดรู้ก็รู้ว่ามีจิตของเราขึ้นมาคิดลึกเท่านั้นนี่เริ่มต้นคิดเริ่มต้นรู้ก็เริ่มต้นหมุนไปสู่จุดนั้นเรื่องนั้นเรื่องนั้นอะไรเรื่องนั้นดีไม่ดี ไหล่มีความหมายอย่างไรเราจะรู้กุศลหรืออกุศลสุจริตหรือทุจริตพระพุทธเจ้าท่านก็จะจับเรื่องจะสุจริตอยู่เสมอโดยเฉพาะพระอรหันต์ท่านจะจมอยู่กันแต่เรื่องที่เป็นความสุจริตเป็นความเป็นกุศลมันเรื่องใกล้ของท่านจะมีแต่อยู่ใกล้แต่กุศลถ้าไม่อยู่ใกล้อกุศลต้นทางอกุศลนะห่างทุจริตเพราะฉะนั้นถ้าจะเริ่มต้นทำงานมีกับมีวัตถุประสงค์ก็เริ่มจับสิ่งที่ใกล้มันก็เป็นกุศลของท่านเพราะเป็นอัตโนมัติมันติดอยู่ในตัวของท่านเราจะต้องสั่งสมจะต้องจัดสรรจิตใจและวิญญาณอะไรของเรานี่ให้อยู่ในภพอย่างนี้มันไม่สั่งสมสิ่งที่โง่เง่าไม่สั่งสมสิ่งที่เป็นทุจริตทุจริตอกุศลอะไรมันไม่อ่ะมันไม่คิดเป็นกรรม พยาบาลไม่คิดเป็นไม่จมไปหาทีมมิทธะไม่มีอุปสรรคอุปสรรคฟุ้งซ่านไปโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรมีแต่ไปหาเรื่องรำคาญใจมาให้ตนไม่เป็นอ่ะท่านทำท่านจะมีแต่เรื่องจะผิดติดยินดีและไม่ได้เสพด้วยพี่จะยินดีเป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่เสพไม่ได้ทำเพื่อเสพแต่มันเป็นการเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปมันเป็นเรื่องจริงที่มันจะต้องมีอยู่ในวัฏฏะทีนี้ก็เข้าดูหน้า 480 เพราะการงานในวงเล็บกรรมของพระอริยบุคคลวงเล็บเปิดหรือของอารยชนตามสัจธรรมแท้ๆวงเล็บปิดอ่านนอกวงเล็บเพราะการงานของพระอริยบุคคล คนนั้นที่จะช่วยค้ำจุนโลกไม่เผาผลาญโลกอย่างซื่อสัตย์ที่สุดก็เป็นมนุษย์สร้างสรรค์เท่านั้นเองเป็นมนุษย์ที่มีประโยชน์ยิ่งการงานเพราะมีเป็นมนุษย์ที่มีการงานและการงานที่ทำก็เป็นกุศลกรรมเป็นการงานที่เป็นกุศลเป็นการงานที่ฉลาดการงานที่ดีจริงแล้วมันมันไม่เจริญได้ยังไงมนุษย์มนุษย์อย่างนี้เรียกว่ามนุษย์พัฒนามนุษย์อย่างนี้เรียกว่ามนุษย์เจริญอารยชนส่วนมนุษย์ที่ด้อยพัฒนานั้นไม่รู้เรื่องหรอกว่าเขาสร้างอะไรแม้แต่การงานที่เขากระทำก็กระทำอย่างที่เรียกว่าไม่รู้ว่าชั่วหรือดีเขาไม่รู้ว่าชั่วหรือดีก็ไม่รู้ว่าสุจริตหรือทุจริตเขาไม่รู้ว่ามันเป็นถึงขนาดถึง อบายมุขแล้วเขาก็ยังหลงสร้างหลงก่อนหลงทำขึ้นมาอยู่ในโลกอยู่เขาก็ไม่รู้ไม่รู้ว่ามันชั่วมันดีอย่างไรส่วนพระอริยเจ้าพระอรหันต์เจ้านั้นไม่ทำหรอกไอ้สิ่งที่มันเป็นอกุศลโดยเฉพาะหยิ่งเป็นอบายมุขแล้วอย่าไปพูดถึงว่าท่านจะทำเลยส่วนที่ยังมีรีเลย์ฉีดมี relativity ต่อเนื่องไปจนกระทั่งถึงเชื่อมโยงไปตั้งไกลเนี่ยท่านยังมีส่วนที่จะไปร่วมสร้างอบายมุขอยู่ถ้าจะไปตัดหมดเลยไม่ให้มันอยู่ในวงวัฏฏะเดียวกันไม่มีแนวต่อไม่มีส่วนต่อยิ่งเกี่ยวกับอบายมุขแล้วก็มันเป็นเรื่องที่ต่ำที่สุดถ้าจะไม่ทำจะไม่ให้มันเป็นแต่ถ้าจะรู้ขอบ มันตัดมันสุดตรงไหนพอพูดแล้วมันก็จะต้องมีปัญญาอันยิ่งมีญาณทัศนะวิเศษที่รู้อย่างชัดแจ้งจึงจะเป็นผู้ที่อนุโลมปฏิโลมหรือว่ากระทำที่จริงไม่ใช่ไปชั่วเช่นว่าเราเองเราบอกว่าไม่ดูภาพยนตร์การดูภาพยนตร์เป็นอบายมุขแต่เราดูภาพยนตร์เราจะรู้ฉันไม่ใช่โกหกเป็นสัจจะว่าภาพยนตร์นี้เป็นอบายมุขหมดหรือเปล่าเลยภาพยนตร์เป็นอุปกรณ์ในเครื่องมือชนิดหนึ่งเป็นสภาพรูปอันนึงรูปอันนี้สร้างสรรค์ถ้ามันเป็นเรื่องเป็นราวมันสื่อสื่อความหมายสื่อสารสื่อสิ่งที่จะให้คนรับทราบไปแล้วเป็นประโยชน์เหลือเกินชัดเจนยิ่งกว่า เปล่าๆชัดเจนยิ่งกว่าปั้นน้ำเป็นตัวปั้นลมเป็นตัวสะด้วยมันเป็นอะไรต่ออะไรที่เราจับมาทำเป็นสื่อเป็นความรู้ได้กว่าชัดเจนกว่าเอามาประกอบกันเข้าให้ได้รู้ได้เห็นชัดเจนสื่อสาระได้สิ่งนั้นมันไม่ใช่อบายมุขเลยกลับเป็นสรรพาวุธเป็นธรรมาวุธเป็นอาวุธที่แหลมคมเป็นอาวุธที่ดีงามซะด้วยซ้ำอันนี้เราก็จะต้องรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งไม่ใช่ขี้โกงเลยไม่ใช่พูดลบแหละเล่นๆซ่อนแสงไหม้เลยเพราะฉะนั้นแม้แต่ภาพยนตร์พูดอย่างกำกวมๆพูดอย่างคนชั้นประถม 1 หรือมูลชั้นมูลก็บอกว่าไม่ เพราะเรื่องไม่เป็นนี่พ่อไม่เข้าใจก็ให้ทิ้งไปก่อนเพราะว่าในโลกนี้มันสร้างภาพยนตร์กันแล้วมันเอามาฉายกันส่วนมากที่อยู่ในสังคมมันมีแต่ภาพยนตร์อบายมุขภาพยนตร์มอมเมาแล้วก็ตีทิ้งก่อนไม่ให้แตะต้องเลยเพราะยังไม่มีปัญญายังไม่โตพอจะเลือกเฟ้นไม่เป็นอย่าไปแตะต้องในโลกนี้เขายื่นออกมาเกลื่อนโลกนั้นมีแต่ของหม่อมเมามีแต่เป็นอบายมุขภาพยนตร์มีแต่อบายมุขก็ไม่ให้แตะนั่นเป็นหมายความว่าก็สั่งเด็กไว้ก่อนไม่รู้แต่เรื่องไม่เป็นแกไม่รู้รายละเอียดก็ยังให้แตะต้องก่อนถูกต้องชั้นมัธยมเอ้ยชั้นประถมหรือชั้นมูลก็ต้องกั้นไว้เงินก่อนสูงขึ้นมาค่อยเรียนรู้แล้วก็ค่อยให้เข้าใจแล้วก็มีผู้นำมีผู้พา มีพี่มีพ่อคนนำพาแล้วก็ค่อยๆฉันไปจัดไปอะไรต่ออะไรไปมันไม่ดีไม่เอาเข้ามาอันไหนมันเป็นอบายมุขแท้ไม่เอามาพูดน่ะจะเอามาซื้อทำไมอย่างนี้เป็นต้นมันจะมีแม้แต่ที่สุดเราจะเอาลงไปใช้เสียงใช้เพลงเราติดหรือไม่ติดถ้าเราติดเป็นอบายมุขถ้าเราไม่ติดแต่เรารู้ว่าอันนี้มันก็จะต้องมีหุ้มยาหุ้มสีอะไรให้แก่เด็กแค่นี้แกกินไม่ได้หรอกแกกินไม่ลงจริงๆจะอวกให้ยังไงแกก็กินแกก็อ้วกเพราะฉะนั้นยานี้จำเป็นจะต้องใส่สีใส่กับสายมีกระแสประสมให้แกกินแกถึงจะกินลงถ้าไม่งั้นแกไม่กินจริงๆแล้วเกิดประโยชน์อะไรอ่ะแกไม่กินแกก็ตายแกไม่กินยาอีกแก ผ้ายันต์จําเป็นที่จะต้องให้กับสายให้สิ่งที่แกชอบบ้างเล็กน้อยก็เปลี่ยนไปให้แกกินอย่างไรอย่างไรก็จะต้องผสมให้บ้างเราเป็นคนผสมส่วนตัวเรานั้นจิตเราขาดจริงหรือเปล่าหรือเราขี้โกงเราก็ติดสีด้วยแล้วก็ชอบน้ำตาลด้วยอาศัยให้ป้อนเด็กกินตัวเองก็ชิมด้วยกินไปด้วยชิมด้วยอร่อยนะถ้าทำเป็นโจรจอมโจรบัณฑิตอร่อยนะเนี่ยเห็นมั้ยเนี่ยเห็นไหมจริงๆตัวเองกินข้าวแล้วแล้วก็ค่อยป้อนเด็กที่แอบกินทุกคำแล้วก็ป้อนเด็กทุกคำแอบกินทุกคำป้อนเด็กทุกคำเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าถ้าน้าแอบเสพแอบกินอยู่อย่างนั้นก็จอมโจรบัณฑิตยังมีแอบเสพและยังไม่หมดความอยากสิ้น จดหมายปลายทางที่เขียนไว้ทั้ง 6 ระดับเอียดละอ่อนนักจดหมายปลายทางนี้ตั้งแต่ขึ้นเริ่มต้นกิจการงานศาสนานี้ได้ตั้งเป้าหมายไว้จุดหมายปลายทางที่เขียนไว้เบิกบานแจ่มใสมัธยัสถ์สุภาพสงบหมดความอยากสิ้นความเสกจอมโจรบัณฑิตอยู่ที่จุดยังมีความเสพคนไม่รู้ง่ายหรอกเรื่องนี้ละเอียดนะละเอียดลึกซึ้งหมดความอยากบอกใครก็ง่ายแต่ตัวเองตัวเองก็ไม่ใช่อยากเร่าร้อนจนเกินไปหรอกหมดได้ความอยากไม่เร้าร้อนความอยากจะเป็นเรื่องยากแต่แอบเสพยังมีติ๊งต่องยังมีนิดหน่อยยังมีเศษยังไม่สิ้นความ เด็ดขาดไม่มีอยู่แต่ก็ถ้าลักษณะหมดความอยากก็ดีแล้วล่ะหมดความอยากถ้ายังหมดความอยากได้แล้วยังไม่สิ้นความเสพอยู่นี่ก็ยังถือว่าฐานธนาคารไม่คิดได้ฐานธนาคารมีกี่เปอร์เซ็นต์ที่มันลดน้อยจริงๆไม่ได้ดิ้นรนไม่ได้อยากไม่ได้เป็นคนที่จะแส่หาเสาะแสวงหาแล้วหมดความอยากแล้วมีก็กินมีก็เอามีก็รับไม่มีก็แล้วไปไม

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน