610121_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ(ปฐมฯ) รำลึกถึงอีกหนึ่งฟากฟ้าอรหันต์.docx
เนื้อหาในไฟล์
610121_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ(ปฐมฯ) รำลึกถึงอีกหนึ่งฟากฟ้าอรหันต์
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน รำลึกถึงอีกหนึ่งฟากฟ้าอรหันต์ สมณะเดินดินว่า… วันนี้ วันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม 2561 วันนี้เป็นการจัดรายการพิเศษ อาตมาปกติได้อยู่กับพ่อครู แต่วันนี้ อาตมาอยู่ที่ปฐมอโศก ส่วนพ่อครูอยู่ที่บ้านราช เป็นการใช้เทคโนโลยีจัดรายการพร้อมกัน พ่อครูว่า... ถ้าหากผู้ฟังเข้าใจได้ รับฟังได้ก็ดีแล้ว เป็นการพิสูจน์ความสามารถคนทำงาน รับรองว่า ขณะที่ออกอากาศ ทำงานไป ก็ปรับปรุงไป รับรองว่าใช้ได้ดี วันนี้ ก็เป็นครบรอบ วันเสียชีวิต วันที่ 30 ธันวาคม 2550 เราก็ระลึกถึง เพราะว่า หมอฟากฟ้าหนึ่ง จะไม่พูดถึงประวัติเรื่องราว ผู้ต้องการรู้ประวัติ ก็ไปหาเอาหนังสืออนุสรณ์ ทันตแพทย์หญิง ฟากฟ้าหนึ่ง อโศกตระกูล ไปอ่าน ว่ามีความสำคัญ เพราะว่า เป็นบรรพชน ของชาวอโศก ที่ ร่วมบุกเบิก กันมา ปฐมอโศกเป็นชุมชน ที่เป็นชุมชนที่เราสร้างให้เกิดชุมชนขึ้นมาจริงๆ สร้างให้เกิดชุมชนตามความคิดของอาตมานี่แหละ เป็นชุมชนที่มี บ้าน วัด โรงเรียน ได้พยายามจะทำให้เกิดมหาวิทยาลัย และก็ตอนนี้ก็เป็นไปไม่ได้แล้ว สร้างปฐมอโศก 2527 ลงมือสร้างได้ปีสองปี ที่จริงแล้ว หมอรู้จักพวกเรา ตั้งแต่เรียนทันตแพทย์อยู่ปี 2 แล้วก็มาฟังเทศน์ ฟังธรรม จนเรียนจบ จบแล้วก็ไปรับราชการ ไม่ได้ทำเอกชน แม้รับราชการ ก็มาช่วยงานสันติอโศก แล้วมาทำงานอยู่กับชาวอโศก ลาออกมาเลย มาทำงานอยู่พลาภิบาล เป็นโรงเรือนรักษาพยาบาล สร้างเสร็จแล้ว ก็มีหมอฟากฟ้าหนึ่ง ไปทำงาน จนมาถึงตอนนี้ ราชธานีอโศก ถือว่าเป็นหมู่บ้านหลัก น้องนุชสุดท้อง ของชาวอโศก ถือว่าในช่วงนี้ ระยะกาลเวลาช่วงนี้ แต่จะยาวนานต่อไป จะมีหมู่บ้านใหญ่กว่านี้ กว้างกว่านี้ มีอะไรครบกว่านี้ ก็อีกเรื่องหนึ่ง ในอนาคต ย
อ่านต่อ
ังไม่รู้ ไม่ได้มานั่งทางในรู้ แต่ทำปัจจุบันไป สรุปแล้ว หมอนี่ มันมีอจินไตยหลายอย่าง ที่อาตมาจะเล่า หมอนี่มีปณิธานของตัวเอง เป็นไปตามบารมี หมอก็สามารถมีสัญญา กำหนดรู้ ที่จริงหมอรู้ อาตมาว่า เป็นความจริงด้วย พิสูจน์ได้ มีหลักฐาน การยืนยันทั้งคำพูด และการกระทำ และความเป็นจริง ที่มันเกิดปรากฏขึ้นมาในโลก มันเป็นเรื่องสอดคล้องกัน อย่างน้อย 3 จุด ไม่ใช่เรื่องโมเม ไม่ครบสมบูรณ์ หนึ่งครบสมบูรณ์ สองมีระยะเวลายาวนาน ที่พิสูจน์กัน เป็นสภาพจริง ทรงสภาพอยู่ได้ ในความเป็นจริง หมอนี่ตามที่บันทึกประวัติกันมา เป็นคนที่ศึกษาพุทธศาสนา และเข้าใจถูกต้อง เป็นสัมมาทิฏฐิ จะต้องเป็นคนจน จะต้องเป็นคนรับใช้ประชาชน จะต้องเป็นคนที่ขยันหมั่นเพียร เอาใจใส่ เอาจริงเอาจังต่างๆนานา เป็นอิสระ เป็นเรื่องหลัก ที่หมอฟากฟ้าหนึ่ง ที่จริงเรียนเก่ง จะเลือกเรียนอะไรก็ได้ จะเลือกเรียนแพทย์ก็ได้ แต่ไม่เอา เอาหมอฟันนี่ เป็นอิสระดี เป็นเหตุผลส่วนตัว หมอฟันนี่อิสระดี ไม่ต้องผูกมัด คือทำแต่ฟัน ถ้าเป็นหมอนี่หลายอย่าง แม้จะเป็น Specialist ก็ต้องหลายอย่าง แต่จริงๆแล้ว จิตใจตัวเองรักความเป็นชาวไร่ ชาวสวน ชาวนา รักกสิกรรม แม้จะเป็นหมอฟัน มาเป็นหมอที่จะช่วยดูแลรักษาทางโรคบ้าง แต่ก็ยังเอาเรื่องของ พืชพรรณ ธัญญาหาร เป็นชาวนา ยังมั่นใจว่า เกิดมาอีกจะทำนา จะเป็นลูกชาวนา นี่เป็นการตั้งปณิธานเลย แต่คราวนี้ มันไม่ได้เป็นลูกชาวนาทีเดียว ชาติหน้า จะเป็นลูกชาวนาสมใจหรือเปล่า ไม่รู้ ผลงานที่สร้าง ก็คือ ทุ่งนาแรงรัก ที่จริงก็สิ้นชีวิตจากการเดินทาง ไปนาแรงรัก แรงฝัน นั่นแหละ ชื่อนาอาตมาตั้งให้ อยู่ที่เมืองกาญจนบุรี ก็เป็นผู้ที่บุกเบิก นาแรงรัก แรงฝัน ต่อมาก็ซื้อที่ต่อไป เป็นเนินพอกิน มีทั้งสวน ทั้งไร่ ทั้งนา อยู่ด้วยกัน ส่วนนาแรงรัก แรงฝัน นี่ก็เป็นนาข้าว มีข้าวมากมาย หลากหลายพันธุ์ ส่วนท่านเสียงศีล ดูแลที่เนินพอกิน ทำคู่กันไป สรุปแล้ว หมอฟากฟ้าหนึ่ง เป็นหมอที่มีนิสัยใจคอ มีพฤติกรรมต่างๆนานา สอดคล้องกับคำสอนพระพุทธเจ้าตลอดหมดเลย มีคนอยากรู้เหมือนกันว่า เกณฑ์ของหมอนี้อยู่ในระดับไหนทางธรรม เป็นพระอาริยะในระดับไหน ซึ่งมันก็จริงๆ ก็รู้ได้ ก็ดี เราอาศัยที่ได้สัมผัสของจริง พฤติกรรมจริง ของการเป็นอยู่ ที่คนได้สัมผัสเรียนรู้ได้ จากของจริง มันก็จริงกว่า ที่เอาจากตำรา อาตมาก็พอบอกได้ ตามภูมิว่า หมอฟากฟ้าหนึ่งนี่ เป็นอรหัตตมรรค ขึ้นสู่ระดับอรหัตตผล ส่วนจริง ๆจะสูงกว่านั้นบ้าง อาตมาไม่กล้าพยากรณ์ต่อไป แต่เป็นอรหัตตมรรค เดินทางเข้าสู่อรหัตตผลทีเดียว รู้จักหมอมาจนสิ้นชีวิต ไม่เห็นว่าหมอจะมีเรื่องโลกีย์โลกๆ อย่างไร ไม่ว่าจะอบา ยก็ไม่มีเลย เป็นผู้หญิงใส่รองเท้าผ้าใบ สะพายถุงย่าม เป็นย่ามแบบผู้หญิงบ้าง เล็กๆน้อยๆ แต่ไม่ฉูดฉาดเลย เป็นรูปแบบที่เข้าสู่โลกุตระ อย่างชัดเจน ก็รู้แค่นี้ ก็แล้วกัน ว่าหมอนับเป็นอรหัตตมรรค เข้าสู่อรหัตตผลได้ ส่วนจะมีสูงกว่านั้น ก็ไปสืบสาวเอาเอง อาตมาก็ขอบอกเท่านี้ ไม่ใช่การพยากรณ์ แต่เป็นเรื่องที่มั่นใจในการพูด สามารถชัดเจนในตัวเอง แล้วก็บอก ไม่ใช่การพยากรณ์ พยากรณ์ยังมีการประเมินข้างหน้า แต่นี่วัดจากสิ่งที่มี status จริง เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ ตามภูมิอาตมา ส่วนใครจะวัดแบบไหน ก็เรื่องของใคร สำหรับอาตมา เป็นแบบนั้น พูดถึงคุณค่าคุณประโยชน์ คุณสมบัติ ที่หมอฟากฟ้าหนึ่งทำ สรุปได้ว่า 1. เป็นความอิสระเสรีภาพ 2. เป็นลักษณะของความเป็นประชาธิปไตย 3. เป็นเรื่องของประโยชน์ เพื่อประชาชน หรือเพื่อผู้อื่น โดยยืนยันได้ว่ามันไม่มีเรื่องเห็นแก่ตัว ไม่ใช่เพื่อตัวตนอะไรเลย จะมีเพื่อวงศ์วาน หรือหมู่ฝูงบ้าง ก็เป็นเรื่องรอง แต่เรื่องเพื่อผู้อื่นนี้ เป็นเอก ชัดเจนทุกอย่าง เพราะฉะนั้น คุณสมบัติ คุณธรรม ที่ควรจะเรียกว่าคุณวิเศษ ของหมอฟากฟ้าหนึ่ง จึงเป็นคุณธรรมอันเลิศ ที่โลกต้องการ โลกผู้มีปัญญา มีความรู้ ต้องการทั้งโลก เป็นแต่เพียง คนที่ยังไม่สัมมาทิฏฐิ ที่จะรู้ได้ เท่านั้นเอง หากรู้ได้เป็นสัมมาทิฏฐิแล้ว มวลมนุษยชาติ ความเป็นมนุษย์ อันนี้เป็นธรรมะ 2 ธรรมะเพื่อตัวเอง และเพื่อมนุษยชาติ เป็นธรรมะ 2 ของมนุษย์ และสังคม อย่างนี้เป็นเรื่องสุดยอดของความเป็นมนุษย์ และสุดยอดของความเป็นสังคม ไม่ว่าจะในสังคมไหน กัปป์ไหน ในวัฏจักรของความเป็นโลก ก็มีเท่านี้ เป็นแต่เพียงว่า แต่ในแต่ละยุค จะได้สมบูรณ์แบบเท่าไหร่ ในยุคนี้ เป็นยุคที่จะแสดงความสมบูรณ์แบบ แต่ยังไม่ถึงขั้นสมบูรณ์แบบ เท่านั้นเอง และสามารถพูดได้ว่า อโศกเป็นต้นแบบ ของความเป็นเลิศทางคุณธรรม ที่เรียกว่าโลกุตรธรรมอันนี้ ขออภัยที่พูดเหมือนคุยเบ่ง แต่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ พูดด้วยความจริงใจ และคนก็เข้าใจเพิ่มขึ้นด้วยเรื่อยๆ ไม่ได้พูดอย่างอยากอวด หรือสาเฐยจิต เป็นแต่เพียงเน้นหนัก เพื่อให้คนไม่มั่นใจ ได้รู้สึกว่า มีน้ำหนัก ที่จะเชื่อถือมากขึ้น ไม่ใช่ว่าพูดแล้ว ให้คนมาเชื่อตาม แต่เขาก็มีภูมิปัญญา ที่จะตัดสิน ของแต่ละคน มันก็เรื่องส่วนตัวแต่ละคนอยู่แล้ว อาตมาว่า อาตมาดูที่ตัวเอง เท่านั้น ว่าอาตมาไม่มีอกุศลจิต แม้เพียงเศษเสี้ยวของตัวเอง ตามที่ซื่อสัตย์ จริงใจ อาตมาก็จบ อาตมาก็แสดงออก ตามความมั่นใจของอาตมา นี่คือสิ่งที่อาตมาทำอยู่ เป็นอยู่ แสดงอยู่ในโลก จนกว่าจะตาย ตายอีก เกิดอีก อาตมาก็จะทำอย่างนี้ เป็นสิ่งที่เรียกว่า ความบริสุทธิ์เท่านั้น จึงจะดี หรือชนะ เราก็รู้สิ่งแฝงของตน ว่าไม่มี แม้รู้น้อย ไม่ครบ ก็ของแต่ละคน หากใครยังไม่มั่นใจ หรือว่าอยากจะได้ตัวอย่าง ก็เอาหมอฟากฟ้าหนึ่ง เป็นตัวอย่างได้เลย พยายามศึกษาชีวิตดีๆ มีของจริงให้ศึกษาตาม รายละเอียดในหนังสือนี้ คนรวบรวมไว้ ก็ยังไม่มากเท่าไหร่ หนังสือเล่มนี้ อ่านแล้วไม่ใช่เรื่องที่ใส่ไข่ ซึ่งน่าจะมีรายละเอียด ที่ยังเก็บไม่ครบด้วยซ้ำไป เป็นเรื่องปรากฏการณ์จริง ของโลก ของสังคมยุคนี้ สำหรับชาวอโศกเรา ก็มีตัวคนจริงอยู่หลายคน มาเรื่อยๆ แต่ละคนๆ ก็เสียชีวิตไป เราก็เอามาแฉเต็มที่ เพราะมีความเที่ยงแท้แล้ว แต่คนที่อยู่นี้ ไม่แน่ เดี๋ยวเสียทั้งคนถูกแฉ และคนที่แฉ แต่ตายไปแล้ว ก็เอาสิ่งที่เป็นจริง มายืนยัน อย่างไรก็มีของจริง ให้เราได้พูด นี่คือสิ่งที่ยืนยันปรากฏการณ์จริง เป็นของจริงที่ axiom ที่ นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) ก็เอาตัวจริงที่แน่ใจแล้ว ที่ยืนยัน นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) ว่าเที่ยงแท้มั่นคง ไม่เป็นอื่น ไม่แปรเปลี่ยน ตลอดกาล Forever นี่คือคำสอนพระพุทธเจ้า ที่เป็นสัจจะ เป็นสภาวะ ผู้ที่มีสภาวะยืนยันได้ ก็ไม่ออกนอกไปจากนี้เลย โดยเฉพาะยืนยันในคน ที่อยู่ในยุคของเราจริงๆ ก็เอามาศึกษาให้เกิดจริง เป็นจริง และอาตมาก็เข้าใจว่า ในโลกก็มีคนที่เป็นได้ อย่างนี้ ในเอกภพ ไม่มีอื่นหรอก มีอันนี้ อาตมาว่าอาตมาทำงาน จนป่านนี้แล้ว และก็จะทำต่ออีก ยืนหยัดยืนยัน อาตมาจะไปหลงใหล คลั่งไคล้ ถ้าไม่เป็นไปอย่างที่ว่า ในข้างหน้า อาตมาหน้าแหก หมอไม่รับเย็บ เลยต้องตรวจสอบตัวเอง นับเป็นบรรพชนของชาวอโศกได้ ในเรื่องโลกุตรธรรม ที่จะเอาไปเป็นแบบอย่าง ในการศึกษาปฏิบัติธรรมตาม นอกนั้นก็มีคนที่อยู่มีคุณธรรม ขั้นนั้น ขั้นนี้ เป็นต้นไป ชาวอโศกก็มิใช่มีแต่อรหัตตมรรค หรืออรหัตตผล แต่มีโพธิสัตว์ต่อไปอีก จบอรหันต์แล้ว ตัวเองสามารถที่จะรู้จัก ลักษณะสี่ของพลังงานจิต หรือพลังงานอัตภาพของตน สามารถที่จะตัดสันตติ พลังงานที่จะไม่ต่อ เป็นลักษณะรูป รูปแปลว่าสิ่งที่ถูกรู้ ในนามธรรม จิตเจตสิกของแต่ละคน ผู้มีญาณปัญญา สามารถหยั่งรู้ได้ รู้สภาวะ อาการลิงค นิมิต อุเทศ ตามที่ได้รับคำสอน สามารถอ่านสภาวะ ว่านี่คือ อาการ ไม่สันตติ หยุดไม่ต่อ จบ จบชั่วคราว หรือตลอด ผู้ที่จบแบบปรินิพพานเป็นปริโยสาน แบบที่พวงมะม่วงตก แตกกระจาย เอาคืนไม่ได้ เหมือนตาลยอดด้วน เหมือนกระเบื้องแตก เอามาต่อคืนมาไม่ได้เหมือนเดิมอีกแล้ว สิ่งเหล่านี้ เป็นการยืนยันความจริง ที่ในโลกมนุษย์ ไม่ว่าจะในยุคไหน ได้แล้วก็จะประเสริฐสูงสุด เป็นหนึ่งเดียว จะพิสูจน์ไปอีก จนกว่าโลกนี้จะแตก ล้างโลกไปเลย หากไม่แตก ก็ใกล้กลียุคแล้ว คนที่ศึกษาตาม จะรู้เรื่อง โลกกับอัตตา ถึงกาลโลกแตก ก็แตกจริง ในศาสนาเทวนิยม ก็ว่าน้ำท่วมโลก ส่วนอเทวนิยม จะเรียกน้ำท่วมโลก ไม่มีปัญหา แต่ของอเทวนิยม หรือพุทธนี่ สลายสภาพนี้ไปเลย เปลี่ยนจากโลกของจิตนิยาม ล้างจิตนิยามออกจากโลกลูกนี้ หรือโลกวิสัย โลกลูกนี้สภาพอย่างนี้ ล้างไปเลย ใครจะต่อ ก็ไม่มาในโลกนี้ ยังเหลืออยู่ ก็ไปหาโลกลูกใหม่ โลกลูกใหม่ พลังงานจิตวิญญาณวิ่งได้ ยิ่งกว่าจรวด หรือยิ่งกว่าแสงอีก ยิ่งกว่าจรวด เร็วกว่าแสงอีก ไม่ต้องห่วงหรอก อัตภาพ ตายแล้ว หากหมดโลกแล้ว จะสูญทันที จะสูญได้ ก็ดีสิ แต่มันไม่ใช่ มันไม่ได้ คุณจะต้องอยู่ จะต้องไปอยู่โลกลูกนั้น ลูกนี้ ตามวิบากคุณ จะต้องไปรับวิบากอีก มันไม่สูญหรอก มันจะสูญได้ คุณจะต้องทำเอง มันจะต้องสลายตัวเอง ลักษณะ 4 นี้ คุณจะต้องทำเอง เป็นอรหันต์ ตัดสันตติ ปิดอุปจยะ หากเป็นอนาคามี ก็จะชรตา ก็จะอนิจจตา แต่ถ้าฮึดอีก ก็มีพลังงานต่อได้ แต่มนุษย์พืชนี้ หากมีองคาพยพต่อติด มันก็ฟื้นได้อีก มนุษย์ตายแล้วฟื้น เป็นเรื่องไม่แปลก ดิ้นรนด้วยเหตุปัจจัย เหตุปัจจัยครบ มันก็ฟื้น แต่ถ้าเหตุปัจจัยไม่ครบ ก็ไม่ฟื้น อรหันต์ท่านจะปล่อยให้สูญทันที หรือสูญเป็นลำดับ อย่างอนาคามี ก็เรื่องของท่าน สรุปแล้วคนจริงที่มีปณิธานจริง และก็มีการพัฒนาตัวเองจริง ในโลกที่เป็นโลกจริง มีมนุษย์ อุตุนิยาม พีชนิยาม กรรมนิยาม ธรรมนิยาม ตามคำสอนพระพุทธเจ้า อาตมาใช้บัญญัติของพระพุทธเจ้านี่ ต่อไปโลกจะมาศึกษา ขณะนี้ นิยามชีวิต 5 นี้ โลกวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถตามทัน จิตนิยามคือ biology แต่พืชก็ biology ระดับพีชนิยาม แต่ระดับจิตนิยามของเขา โลกียะก็ยังไม่ถ้วนรอบของโลกีย์ เป็นกัลยาณชน ก็ยังไม่ครบ สำหรับสายที่ไม่ใช่พุทธ แต่ถ้าสายพุทธ สามารถที่จะเป็น กัลยาณธรรมได้สูง ก็จะมีตัวอย่างให้เราเรียนรู้ได้ อยู่ในคนจริง ในยุคสมัยมีตำนาน มีประวัติศาสตร์ มีตัวตนบุคคลเราเขาให้ศึกษาได้จริงๆ เอาอันนั้น เป็นสมมติสัจจะ ยืนยันในแต่ละยุคสมัย เท่าที่มันจะมีตำนาน ไม่ใช่คิดเอา แบบตรรกะ ซึ่งในองค์ประกอบของสรรพสิ่ง ไม่ว่าอายุ ดวงดาว ภูเขาไฟ แม่น้ำ มันก็มีได้ สูญได้ หรือแตกไปพร้อมโลก ก็มีต่างๆนานา เราต้องรู้รอบ โลกวิทู รู้องค์ประกอบ สรุปแล้ว พูดกว้างก็ไม่สามารถเอามาปฏิบัติได้หมด เรียก โลกจินตา คิดไปเท่าไหร่ รู้เท่าไหร่ก็ได้ แต่ใช้ได้จริงๆ จำนวนหนึ่ง คุณอยู่อเมริกา ก็เอาแต่เหตุปัจจัยองค์ประกอบของอเมริกา คุณอยู่ประเทศไทย ก็ใช้แบบของประเทศไทย แล้วไม่สับสนในการรู้ ของเขาก็มีแบบนั้น เราก็รู้ แต่เราก็ไม่ได้ใช้หมด เราก็ใช้สิ่งที่เราได้ ใช้เฉพาะที่เราใช้ได้ ไม่อย่างนั้น ก็มีแต่ความเพ้อฝันความหวัง ความอยาก ความต้องการเฉยๆ มันก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ทีนี้มาเน้นที่ หมอฟากฟ้าหนึ่ง มันเป็นเรื่องของตัวบุคคล อย่างที่ว่านี้แล้ว ทีนี้เอาหมอฟากฟ้าหนึ่งมีดีอะไร? ดีของมนุษยชาตินี่ ดีที่สำคัญที่สุดคือ หนึ่ง ไม่มีตัวตน สอง เมื่อไม่มีตัวตนแล้ว ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีพลังงาน ไม่มีสมรรถนะ ไม่มีความรู้ ความสามารถ นอกจากไม่มีตัวตนแล้ว ยัง มีความรู้ความสามารถ และยังมี ความขยัน มีความรู้ความสามารถในตัวคน แต่ถ้าหากมันขี้เกียจ แล้วไปมีไปทำไม มีไปมีประโยชน์อะไร มีเอาไว้คุยโม้ เอารายได้ตอบแทนอย่างนั้นหรือ ไม่เข้าท่า มีก็ต้องเอาไปทำ ทำเพื่อเป็นความเหมาะสมกับสถานการณ์ เป็นประโยชน์ต่อบุคคล ธรรมะของพระพุทธเจ้า จึงสรุปลงที่ว่า เป็นประโยชน์ต่อมวลคนจำนวนมาก เราลงทุนน้อย แต่ได้ประโยชน์มาก โดยการคำนวณ หรม. ครน. เป็นการคำนวณสภาวะรอบๆ จะบอกว่าเป็นการเห็นแก่ตัว ไปหากำไรลงทุนน้อย แต่ได้มาก ไม่ใช่ ลงทุนน้อย แต่ได้ประโยชน์มาก ประโยชน์สูง ประหยัดสุด อย่างนั้นคือคนที่ฉลาด และ ทำได้ประโยชน์สูง และก็ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ด้วย ศาสนาพุทธชัดเจน ครบครัน คนที่เป็นตัวจักรในการทำงานอยู่กับสังคม ไม่ต้องเป็นห่วงตัวเองเลย เมื่ออยู่ใน หมู่มิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี ไม่ต้องกลัว ไม่มีคนช่วยเหลือ อย่างที่พิสูจน์ในชาวอโศก คุณทำให้จริง ทำให้เป็นประโยชน์ต่อโลก ต่อสังคมมากๆ คนอื่นเขาจะรู้ จะมีปัญญา ความเฉลียวฉลาด ที่จะรู้ความจริงอันนี้ และก็สนับสนุนคุณแน่นอน ไม่ต้องห่วงหรอก ทำจนหมดแรงตายคาสนาม โดยไม่ต้องกลัว แต่ก็ไม่ได้ยุให้ตายคาสนามนะ แต่ให้พอเหมาะพอดี และทำไปได้นานๆ ความเจริญก็จะมากขึ้น ประโยชน์ก็จะได้สูง นี่เป็นลักษณะของสัจธรรมพระพุทธเจ้า อาตมาต้องขอพาดพิงตัวเอง หมอฟากฟ้าหนึ่ง มั่นใจในอาตมา ตั้งแต่เป็นนักศึกษาปีหนึ่ง ที่เข้าอุดมศึกษาเลย ตั้งแต่เรียนเตรียมอุดมศึกษา จนเรียนทันตแพทย์จบ มาทำงานหาประสบการณ์ แล้วออกมาอยู่กับชาวอโศก จนสิ้นชีวิต หลายคนบันทึกเอาไว้ว่า หมอมั่นใจว่า ตายไปแล้ว ก็จะกลับมาอยู่กับพวกเรา เห็นบอกว่าให้สังเกตุเด็กหญิง ทำสัญญาณไว้ก่อนตายเลย อย่างนี้เป็นต้น แต่อาตมาว่าเกิดแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร อย่าไปโมเมชี้คนไหนๆ ให้มันเป็นจริงของแต่ละคนก็แล้วกัน ความจริงไม่สามารถบิดเบี้ยวได้ เราจะได้พิสูจน์ความเวียนว่ายตายเกิด ความหมุนเวียนของพลังงาน อัตภาพของมนุษย์ เป็นเรื่องซับซ้อนที่ยิ่งใหญ่ เป็นจริงไม่บิดเบี้ยว ในเรื่องของกรรม มีความดี และมีความดีมาก ดีน้อยก็ได้ อย่าประมาทเรื่องกรรมเป็นอันขาด พระพุทธเจ้าย้ำกรรมอกุศลกรรม บาป แม้มีประมาณน้อย เท่าที่เราจะสามารถหยั่งรู้ได้ ก็อย่าไปทำมัน ทำแล้วบอกว่าไม่เอาไม่ได้ ให้คนอื่นก็ไม่ได้ ทำแล้วไม่ระเหิดระเหย แม้ชีวะ อย่างไวรัสก็อยู่ได้นานล้านๆปี แต่กรรมนี่ละเอียดกว่าอีก นานกว่าอีก 1.เรื่องกรรม 2.วิบาก 3.กรรมเป็นของๆตน 4.เชื่อเรื่องกรรม ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ แล้วมาประกาศให้รู้ เรียกว่าเชื่อคำสอน เชื่อในความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าอันที่ 4 กรรมวิบากมีจริง วิบากเป็นผลแล้ว มาแก้แค้น หรือส่งผลดีได้ตลอด และสำคัญคือ กรรมเป็นของๆตน แบ่งให้ใครไม่ได้ แค่กุศล อกุศลก็ดี บาปบุญก็ตาม แบ่งให้ใครไม่ได้ กุศล อกุศล เป็นเรื่องโลกีย์ บาป บุญ เป็นเรื่องโลกุตระ บาป นี่อันเดียวกับอกุศล พยัญชนะนี้สองอัน แต่สภาวะเดียว เป็น two in one เป็นแต่เพียงว่า เอาบัญญัติเรียกบาปคู่กับบุญ บาป บุญ เป็นโลกุตระ บาป ถ้าหมดแล้ว ไม่เกิดอีกเลยได้ บุญก็เช่นเดียวกัน บุญเป็นพลังงาน มีฤทธิ์อำนาจ กำจัดบาป อกุศล เป็นวิบัติถ่ายเดียว ทำหน้าที่เสร็จ จบด้วยวิบัติ ไม่ได้จบด้วยสมบัติเลย ป + อัตตะ หรืออัตติ ก็คือเกิด เกิด ที่จริงบุญคือ พลังงานทำลาย เป็นยอดนักฆ่านะ อันนี้คนเปลี่ยนความรู้สึกได้ยาก บุญจะเป็นนักฆ่าได้อย่างไร เพราะว่าบุญเป็นสิ่งที่สูงส่ง เหนือกุศลด้วย กุศล อกุศล ฆ่ากิเลสไม่ได้ แต่ยับยั้ง เป็นสมถะ แต่มันจะฟื้นได้อีก เป็นโลกีย์กุศล ยังกลับไป กลับมา ยังเป็นอื่นได้อีก ก็ฟังเป็นธรรมะไปด้วย และมีตัวอย่างหลัก ที่เป็นตัวอย่างด้วย เพราะฉะนั้นใครยังข้องใจอาตมาว่า เอาหมอฟากฟ้าหนึ่งนี้ เป็นตัวอย่างก็ได้ว่า คุณไม่เชื่อ คุณตามเข้ามาอยู่ในชาวอโศกเลย และคุณก็ค้นหาว่า ตอนนี้หมอฟากฟ้าหนึ่งเกิดแล้ว จะอยู่ในชาวอโศกเป็นใคร คุณตามมาพิสูจน์ ยืนยันเลย ว่าเป็นใคร อาตมาก็จะได้หลักฐานยืนยัน และคุณดูเลยว่า มีคุณสมบัติต่างๆนานา ที่สืบสาวราวเรื่องได้ ตั้งแต่เป็นหมอฟากฟ้าหนึ่ง มันตรงกัน ใช่หรือเปล่า คุณจะไปเอาตํานานภาษา ก็ไม่ใช่ ต้องเอาต่อพฤติกรรมจริง หากมาเกิดแล้ วก็ต้องมีพฤติกรรมใหม่ แต่ก็ต้องมีรากฐานเก่า คุณก็ต้องศึกษาทางพฤติกรรมของหมอฟากฟ้าหนึ่ง เหมือนอาตมาพูดว่า อาตมาเคยเป็นใคร อาตมาไม่พูดโกหกหรอก ไม่พูดเพื่อลาภยศสรรเสริญ มันเป็นบาป เป็นวิบากอาตมา อาตมาจะโง่ทำไปทำไม อาตมาชัดเจนสิ่งนี้ ไม่พูดเล่น อาตมาถึงมั่นใจว่า คนเชื่ออาตมานี้ มีจำนวนน้อย อาตมาถึงได้ฝืนสังขาร ที่จะอยู่ต่อ จริงๆแล้วเป็นความซับซ้อน อาตมาต้องระวังมาก ที่จะมีชีวิตยืนยาวต่อไปอีก ต้องระวังว่า ถ้าอาตมาสังขาร องคาพยพ ไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ขี้ลืมมากขึ้น จะผิดพลาดมากขึ้น ก็จะเป็นอกุศล เป็นมิจฉา เป็นอกุศลธรรมสั่งสม อาตมายังไม่จบอัตภาพ ตั้งใจจะเป็นพระพุทธเจ้า มันก็ต้องมีผลต่ออาตมาในอนาคต อาตมาจะไปเติมมันทำไม อาตมาเข็ดมากแล้ว นี่มันซับซ้อน อันนี้ดีแล้ว เหมือนท้าทาย มาตามหาหมอฟากฟ้าหนึ่ง ถ้าเผื่อว่าคุณเจอ ก็จะได้น้ำหนักในการที่จะเชื่อ ก็แล้วแต่คนแต่ละคน คุณจะได้ให้คำตอบของคุณเอง เป็นเรื่องอจินไตย มันต้องประสบเองด้วยตัวเอง ถึงจะรู้จริงๆ มั่นใจจริง ของตัวเอง คนอื่นมาพูดอย่างไร มันจะเชื่อได้อย่างไร ก็ต้องเชื่อของตัวเอง มีเหตุปัจจัยของตัวเองครบ ว่าเป็นอย่างนี้ มันต้องขนาดนี้ เราถึงจะได้ นี่ก็คือสิ่งท้าทายอันหนึ่ง หมอฟากฟ้าหนึ่งเป็นสิ่งท้าทายอันหนึ่ง ที่อาตมาให้ไปคิด ไม่ใช่เล่ห์ แต่เป็นสิ่งที่ติดตามพิสูจน์ได้ ไม่ใช่ความหลอกล่อ อันนี้เป็นสิ่งที่มีองค์ประกอบจริง ของมนุษยชาติ ที่เป็นอาริยะ เป็นเรื่องจริงตามตำราพระพุทธเจ้า ในพระไตรปิฎกก็มี คุณเปิดพระไตรปิฎก ศึกษาตามได้เลย ตรวจสอบได้เลย อาตมาท้าให้ พระไตรปิฎกอันนี้ อาตมามั่นใจ จะถูกไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ 98 เปอร์เซ็นต์ มีความผิดพลาดบ้างจริง แต่อาตมาไม่กล้าตัดสินในพระไตรปิฎกว่าผิด อย่างพระอภิธรรม บางอย่าง เราจะบอกว่า ไม่ถูกไม่ได้ ก็ให้ประโยชน์ตามตำรา เพราะอภิธรรม อาตมาไม่กล้าตีทิ้ง ว่าผิด แต่ท่านพุทธทาสบอกว่าตัดทิ้งไป 60% ได้เลย อาตมาไม่กล้า เพราะรู้อยู่ว่า มันใช้ได้ จากภาษาของอภิธรรมนี่ เราไม่รู้อีกตั้งเยอะ ก็ค่อยๆรู้เพิ่มเติมว่า อ๋อ ขนาด รูป 28 ในอภิธรรมนี้ คุณรู้ครบหรือไม่ ใช้ได้ครบหรือไม่ มหาภูตรูป 4 อันนั้นรู้ได้ง่าย แต่อุปาทายรูป 24 นี่รู้ครบไหม เริ่มจากตาหูจมูกลิ้นกาย 5 กับภายในที่เป็นรูป เกิด ปสาทรูป 5 กับโคจรรูป 5 รวมกันเป็น 10 แล้วมีภาวรูป 2 ต้องจับให้แม่น มันเป็นนามธรรม อรูป แต่อรูปที่เป็นธรรมะ มีกายกับจิต อรูปที่มีรูปกับนาม แต่มันมีความเป็นจิต กายก็คือจิต และก็ตามศึกษาที่จิต ไม่ใช่ศึกษาที่กาย กายมันรู้แล้วเปลือกนอก เหมือนสภาพของอุตุนิยาม พีชะ ก็มี protoplasm กับ cytoplasm ใน protoplasm ก็แค่เปลือก ในนั้นมีสิ่งบรรจุอยู่มากมาย ก็ต้องตามศึกษาพวกนี้ ไม่ใช่ศึกษาแต่เปลือก อยู่ในนั้นมีอีกมหาศาลที่ต้องศึกษา เหมือนกับคุณต้องทิ้งเปลือก หรือรูป แล้วมาตามที่จิต แต่กายมันขาดสองไม่ได้ ต้องมี protoplasm หุ้มอยู่ คือรูป ในนั้นก็มีนาม พีชะก็มีเปลือกเป็นรูป แต่กลับกันคือ พีชนิยามมีแก่นหมุนเร็ว แต่ตัวนอก พยายามหยั่งลง ผนึกไว้เป็น static เขาก็พยายาม ตัดต่อพันธุกรรมสัตว์ แต่ก็ยังทำไม่ได้มากเท่ากับที่เป็นพีชะ สมณะเดินดินว่า... จะกลับมาเกิด ก็มีสิ่งที่ให้รู้ได้ว่า เป็นหมอฟากฟ้าหนึ่ง จะจำได้ พ่อครูว่า... มันจะมีพฤติกรรมเดิม ที่ยังไม่ทิ้งไป เป็นแกนของ static และมีพฤติกรรมพัฒนาใหม่อีก และอาจจะเป็นผู้หญิงต่อไปอีก บอกว่าจะใส่กระโปรงแดง ตั้งแต่ยังไม่ตายไป บอกไปอย่างนั้น หมอฟากฟ้าหนึ่งยังไม่คิดจะเป็นผู้ชาย ผู้หญิงก็เป็นอรหันต์ได้ หมอฟากฟ้าหนึ่ง เป็นพระโพธิสัตว์ที่สูง จนจะเป็นผู้ชายได้ สมณะเดินดินว่า... ก็จะมาร่วมสร้างปฐมอโศกอีก พ่อครูยกหมอฟากฟ้าหนึ่ง ให้เป็นบรรพชนของปฐมอโศก พ่อครูว่า... ก็ถือว่าเป็นบรรพชนแห่งชุมชนแรกของอโศก และตั้งหลักได้มั่นคงแล้ว ทุกวันนี้เลี้ยงตัวเองรอด และเลี้ยงน้องๆต่ออีก สมณะเดินดินว่า... บ้านราชฯเป็นชุมชนสุดท้าย พ่อครูว่า... เป็นชุมชนปลายน้ำ ไม่ใช่ชุมชนสุดท้าย ปฐมอโศกมีสภาพเป็นพ่อ เป็นพี่ อย่างแท้จริง สมณะเดินดินว่า... หมอฟากฟ้าหนึ่ง ขยัน ประหยัด เคร่งครัด เอื้ออาทร มีโอกาสก็ช่วยเหลือครอบครัวน้องๆ เป็นหลักให้ครอบครัวก็ได้ ประสานญาติธรรมก็ได้ พ่อครูว่า... อย่างผมเป็นหลักให้แก่ครอบครัว จนกระทั่งครอบครัว ไม่ต้องพึ่งพาผมแล้ว ปล่อยให้ผมไปเป็นที่พึ่งให้แก่คนอื่นได้ ครอบครัวยกผมให้แก่สังคมแล้ว พึ่งพาตัวเองได้แล้ว ผมไม่ต้องไปอะไรเลย เป็นคนสาธารณะได้เลย เขาตัดหางปล่อยวัด สมณะเดินดินว่า... พวกเราข้องใจว่า พ่อครูพูดเหมือนท้อใจหรือเปล่า พ่อครูว่า... ยังไม่ท้อใจ แต่เกือบจะท้อใจ ระวังตัดเกือบก็ท้อ จะเกือบจะเหลืออยู่ หรือไม่เหลืออยู่ ก็อยู่ที่พวกคุณ ถ้าหากพวกคุณช่วยผม จริงๆแล้ว ไม่ใช่ว่าผมจะช่วยไปตลอดกาล ผมจะพิสูจน์ Coefficient ถ้าพยายามพากเพียรเติมลักษณะ Coefficient เป็นพลังงานซับซ้อน หากตัวผมเอง ผ่าน 96 ไปได้ ตอนนี้ผ่าน 84 ก่อน หากผ่าน 84 ขึ้น 85 พลังงาน Coefficient จะเกิดพลังงานคูณ ถ้าไปถึง 96 มันจะเกิดพลังงานยกกำลัง ถ้าเผื่อว่าไปถึง 96 แล้ว ผมไปถึง 144 แน่เลย ผมกำลังพิสูจน์อันนี้อยู่ หากพวกคุณช่วยผม ให้มันสมดุล ผมบอกได้แต่เพียงว่า ขนาดนี้น้อยไปอยู่ พวกเรายังน้อยอยู่ หากว่าเราแข็งขันขยันเพียรมากขึ้นกว่านี้ เป็นพลังงานเสริมขึ้นมาให้ผม หรือแม้แต่ขณะนี้ พลังงานส่วนรวมข้างนอก ทางการก็ดี ทางรัฐบาลก็ดี ทางจังหวัดก็ดี เขาเข้ามาอีกมาเสริม ถ้าเสริมได้จริงๆ ผมไปได้ แต่ทางจังหวัด ทางรัฐบาล ไปหวังเขาไม่ได้ พวกเราเป็นต้นทางก่อน เพราะถ้าเผื่อว่าพวกเราระดมกัน เข้ามาสร้างแกนนี้เพิ่มขึ้น มันจะเป็นพลังงาน ดูดดึงเอาทางรัฐ ทางจังหวัด มาจริง โดยที่เราไม่จำเป็นต้องเรียกร้อง มันจะเป็นสภาวะจริง
พ่อครูว่า... แทนที่ผมจะตายก่อน แต่ลูกสมควรตาย ปล่อยให้ผมตายได้อย่างไร สมณะเดินดินว่า... ก็ขอกราบขอบพระคุณ ด้วยความเคารพอย่างสูง เรามีสิทธิ์ลุ้นพ่อครู เป็นปีสำคัญของชาวอโศก ให้พ่อครูมีกำลังเพิ่มขึ้นให้ได้ เมื่อคืนประชุมสันติอโศก ว่าปีนี้เป็นปีพิเศษพ่อครูอายุครบ 84 ปี ก็ถ้าจัดที่สันติอโศก ก็จะดูไม่พิเศษ ประกอบกับพ่อครูว่าเมื่อยแล้ว ก็ลองปรึกษาชาวสันติอโศก ก็ได้มติเอกฉันท์ว่า จะไปจัดอโศกรำลึกกันที่บ้านราชฯ เป็นทิฏฐิสามัญตาของพวกเรา การทำงานของหมอฟากฟ้าหนึ่ง คือการทำงานแบบไม่มีตัว ไม่มีตน แม้เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ทำงานสบายๆได้ เป็นหมอฟัน แต่กลับมาทำงานทุกอย่าง แม้เรื่องเล็ก แม้เรื่องใหญ่ก็ทำได้ ถ้าจะฉลองก็น่าจะมี 4 วาระสำคัญคือ ตอน 84 เจ็ดนักษัตร หรือถ้าไปอีก 90 ปี พ่อครูไปได้ถึง ตอนนั้นก็หาคนมาประลองได้ยาก ...จบ