610127_พ่อครูโฟนอิน เทศน์เปิดงานฉลองหนาว ครั้งที่ 13_.docx
เนื้อหาในไฟล์
610127_พ่อครูโฟนอิน เทศน์เปิดงานฉลองหนาว ครั้งที่ 13
สื่อธรรมะพ่อครู(ประวัติศาสตร์อโศก) ตอน ประกาศขายภูผาฟ้าน้ำ อาจารย์ 1 ว่า... กราบนมัสการครับ ตอนนี้สุขภาพพ่อครูเป็นอย่างไรบ้างครับ? พ่อครูว่า... อายุปูนนี้แล้ว สุขภาพอย่างนี้ ก็ถือว่าแข็งแรงอยู่ อาจารย์ 1 ว่า... หลายคนได้ฟังคลิปเสียง ที่ปัจฉาสมณะเผยแพร่ออกมาว่า ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายแล้ว แต่พ่อท่านบอกว่า ผู้นิยตะแล้ว จะไม่มีวันถอย พ่อครูว่า... ก็พูดขู่ไปอย่างนั้น เพราะว่าไม่เอาถ่านกันเลย ก็เลยพูดไป คนไม่เอาถ่าน จะกลัวบ้างไม่กลัวบ้างก็แล้วแต่ ในฐานะของครู ก็ต้องหาวิธีการหลอกล่อให้พวกลูกศิษย์ หรือว่าโปรแกรมนี้ตั้งใจที่จะฟัง อาจารย์ 1 ว่า... การ ฉลองหนาว พ่อท่านมีนโยบายมีแนวทางอย่างไรครับ พ่อครูว่า... ที่จริงไม่มีเรื่องมากอะไรหรอก ฉลองหนาว ก็เปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนบรรยากาศ อยู่นั่นอยู่นี่ก็เคลื่อนที่บ้าง ไปอยู่บรรยากาศที่ไม่เหมือนเดิม ทางโน้นทางเหนือ 1 ปี ก็ไปเยี่ยมเยียนกัน พุทธสถาน เรามีสถานที่ เรามีบรรยากาศ อย่างนั้นอย่างนี้ กรุงเทพก็อย่างหนึ่ง อุบลก็อย่างหนึ่ง เชียงใหม่ก็อย่างหนึ่ง อะไรอย่างนี้ และก็เป็นสถานที่ของพวกเรา ก็ไปเยี่ยมเยียนกัน เคลื่อนที่ไป เคลื่อนที่มา แต่เสร็จแล้ว จริงๆแล้ว ไม่ได้เจตนาให้มันหนัก ให้เป็นการศึกษาเข้มข้นอะไร นี่แหละมากกว่า ไปพักผ่อนอิริยาบถบ้าง ผ่อนคลาย ไปอย่างนั้น เจตนาจริงๆ ก็แค่นั้น เป็นสถานที่ไปเยี่ยมเยียนกันด้วย แล้วก็จะได้คลายเส้นสาย พักผ่อนกันไปด้วย แต่เราก็ทิ้งธรรมะไม่ได้ เราก็มีธรรมะไปเสมอ แม้จะมีการเล่น เราก็จะมีธรรมะ อะไรเราก็ยังมีธรรมะอยู่อย่างนั้นแหละ ตามที่ได้ทำมา อาจารย์ 1 ว่า... บนดอยมีนโยบาย เป็นโรงเรียนนวกะ ตอนนี้นวกะก็มีน้อยลง พ่อท่านเคยสอนสมณะ นวกะ ก็ฟังกัน ถ้าฟ
อ่านต่อ
ังพ่อท่านตอนอยู่ข้างล่าง พ่อท่านเคยบอกว่า ไม่อยากให้เหมือนควาย เชื่ออะไรง่ายๆ แต่พ่อท่านก็เคยบอกว่า สมณะบนดอย หัดเป็นควายเสียบ้าง มันจะขัดแย้งกันไหมครับ พ่อครูว่า... ก็หากมันชักจะรู้สึกเก่งเสียเหลือเกิน ไม่ฟังกันบ้าง ก็บอกว่าให้ทำตัวเป็นควายบ้าง เราก็โง่นะ ไม่รู้อะไร ก็หาความรู้ใส่ตัวบ้าง ก็พูดเป็นสำนวน เพื่อให้รู้สึกว่า ให้แก้ไขตัวเอง ไม่อย่างนั้น ควายก็เอาไปใช้แทน บางทีก็ หัดเป็นควาย ก็คือ ยอมลดตัวลดตน เป็นผู้ไม่รู้อะไรโง่เง่า จะได้เจียมตัว ถ้าเผื่อว่าไม่เป็นควายเป็นสิงห์คะนอง มันก็ไม่ได้สอนกันพอดี อาจารย์ 1 ว่า... พ่อท่านว่า ไม่ได้อยากได้ สังคมควาย พ่อท่านว่า... พูดไปอย่างนั้น มันคือความโง่ ก็ หัดเป็นคนโง่ เสียบ้าง จะไปหยิ่งผยอง ถือตัวว่า ตัวเองรู้แล้ว ไม่เป็นควายเสียที ก็ให้มันเป็นควายเสียที มันก็ไม่ขัดแย้งกัน แค่เอาวลีไปพูดมันก็ขัดแย้ง แต่เนื้อหามันต่อเนื่องกันได้ ไม่ขัดแย้งกัน อาจารย์ 1 ว่า... ฟังธรรม ต้องมีมิติสังคม ไปเอาอันนั้นอันนี้มาต่อกันไม่ได้ พ่อครูว่า... มันต้องมีองค์ประกอบความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน เหมือนกับที่ไอสไตล์ บรรลุการตรัสรู้ของแก ว่าทุกอย่างเป็นRelation Relative ทั้งหมดอย่างนี้เป็นต้น ไม่มีอะไรขาดจากกัน ทุกอย่างถึงกันหมด รวมถึงดวงดาว สัมพันธ์กันหมด แต่ว่ามันก็ต้องดูบริบท ที่เราจะต้องเรียนรู้แต่ละปริเฉท เราจะไปเรียนหมดเลย ทุกอย่างสัมพันธ์กันหมดเลย พูดถึงดอกไม้ ก็เอาดวงดาวมาพูด พูดถึงดวงดาว คุณก็เอาดอกไม้มาพูด เละไปหมด คนตามไม่ทัน สิ่งแวดล้อมคุณต้องรู้ว่า พูดกับคนกลุ่มไหน สัปปุริสธรรม ปริสัญญุตา กาลัญญุตา กาละนี้พูดได้เท่าไหร่ บริบทเท่าไหร่ เราก็ใช้ให้ถูก ทั้งบริบท ปริเฉท ให้ได้สัดส่วนพอดี อาจารย์ 1 ว่า... เกี่ยวกับ กีฬาอาริยะ พ่อท่านเคยพูดว่า คนได้รางวัลน้อยกว่าก็คือคนที่เก่ง พ่อครูว่า... ทวนกระแส แข่งเอาความมักน้อยสันโดษ ความหมดตัวตน ไม่ได้ถือในลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ไม่ได้แข่งไป เพื่อจะได้สิ่งยิ่งใหญ่ แต่ต้องได้สิ่งที่ยิ่งน้อย เพราะฉะนั้นรางวัลที่ 1 ก็จะต้องได้ 5 สตางค์ รางวัลที่ 2 ได้ 25 สตางค์ รางวัลที่ 3 ได้ 50 สตางค์ อย่างนี้เป็นต้น รางวัลที่ 3 ก็ยิ่งได้มาก เพราะเป็นคนชั้นหล่อ รางวัลชั้น 1 ยิ่งได้น้อยมากหรือไม่ได้เลย แต่เราจะต้องให้รางวัลก็เลยให้น้อยที่สุด แต่มันหาเหรียญบาทไม่ได้ ก็เลยเอาเหรียญ 5 สตางค์ หรือเหรียญ 5 บาท อาจารย์ 1 ว่า... มีอีกอันหนึ่งที่ชาวภูผาฯบางคน ฟังแล้วสะเทือนใจใจหายก็มาถามผมว่า...ได้ข่าวว่า จะขายภูผาฟ้าน้ำจริงหรือ พ่อครูว่า... ขายจริงๆ จะได้ออกมารวมกัน ถ้ามีคนซื้อก็ขายจริงๆเลย เอาเงินมาใช้งาน ไม่ได้พูดเล่น พูดจริงๆ มีคนซื้อ จะขายจริงๆ ส่วนตัวใครจะซื้อ ก็ซื้อไปเลย เราก็เลยจะได้ยกภูผาฟ้าน้ำ มาเป็นพุทธสถานที่อื่น เดี๋ยวนี้หาพระนวกะไป ก็ไม่มีแล้ว มันเสียประโยชน์ มีแต่จมกับจม อย่างน้อยก็จะได้ดึงท่านยุทธวโรนี่ออกมา โอ้โห กลายเป็นจมอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า อุบาลี ออกป่านี้ ท่านไม่ได้สมาธิ ท่านยุทธวโร ไม่ได้สัมมาสมาธิของศาสนาพุทธเลย ไม่เข้าใจสัมมาสมาธิของศาสนาพุทธเลย ก็เลยยิ่งจะจม เห็นลักษณะจมไหม ท่านยุทธวโรเป็นตัวอย่าง ไม่จมก็ลอย จมอย่างพูดกันไม่รู้เรื่องเลย ทุกวันนี้พูดกับท่านยุทธวโรรู้เรื่องที่ไหน จมดิ่งหาย ไม่รู้เรื่อง อยู่กับอัตตา อนุสัย อยู่กับหลุมดำ อยู่ในหลุมดำมืด ไม่มีใครพูดกับท่านรู้ด้วย เพราะท่านจมของท่านเอง มันเป็นการเสียหาย ถ้าหากขายภูผาฟ้าน้ำได้ ท่านก็จะได้ออกมา อย่างน้อยก็มาอยู่ภูฟ้าผาธรรม มาอยู่ข้างล่างบ้าง ไม่งั้นช่วยท่านไม่ได้หรอก ก็ท่านว่าจะอยู่เพราะเป็นที่ของเรา อย่างน้อยขายไปให้คนอื่น คนอื่นก็จะได้เอาไปทำประโยชน์อื่น จะได้ออกมาจากที่นั่น อาจารย์ 1 ว่า... ก็คงจะซาบซึ้งกับความกรุณาของพ่อท่านนะครับ พ่อครุว่า... ถ้าหากซาบซึ้งก็ดี ผมเองยังไม่มั่นใจว่า จะพูดกับท่านรู้เรื่องเลย อาจารย์ 1 ว่า... ถ้าจะขาย จะขายราคาเท่าไหร่ครับ พ่อครูว่า... ลองตั้งกันดูสิว่าราคาเท่าไหร่ดี ขายสองแสน สองล้าน ยี่สิบล้าน อาจารย์ 1ว่า... จะลองถามกรรมการเขาดูครับ พ่อครูว่า... สิบล้าน ยี่สิบล้าน ห้าสิบล้าน อะไรก็เอา ประเมินดู สถานที่ แล้วไม่มีโฉนดอะไร เป็นที่ สค.ซื้อขายได้ อาจารย์ 1 ว่า... มีไม่ต่ำกว่าร้อยไร่ พ่อครูว่า... เป็นโลเคชั่นที่หาไม่ได้ง่ายๆนะ เป็นธรรมชาติ คนที่มาซื้อธรรมชาติเอาไปทำรีสอร์ท เขาก็ต้องมาดู ถ้าจะขายได้ราคา ก็ดูสิว่าราคาตลาดเท่าไหร่ ก็เซ้งก็ขายไป ถ้าเราจะเอาอย่างที่ภูฟ้าผาธรรม เล็กๆน้อยๆก็พอดีๆ ภูผาฟ้าน้ำนี้ใหญ่ไป ตอนนี้จุ้ยก็สร้างทำ ลงทุนเพื่อให้เราได้ใช้ เป็นสถานที่ดีๆ อาจารย์ 1 ว่า... อยู่กับพ่อท่านนี้ ยึดอะไรไม่ได้เลยนะครับ พ่อครูว่า... ขายจริงๆไม่ได้พูดเล่น พูดขู่นะ เป็นความคิดเห็นเช่นนั้นจริงๆ ว่าขายเสียประวัติ ประโยชน์มันมีน้อย เหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตน ไม่ได้เรื่อง เสียประโยชน์ จนกระทั่งเห็นตัวอย่างท่านยุทธวโรจมหนัก อย่างที่ พระพุทธเจ้าสอนพระอุบาลี ผู้ไม่ได้สมาธิไปอยู่ป่าก็มีได้ 2 อย่าง คือไม่จมก็ลอย จะบ้าได้เลย ไม่บ้าก็อย่างท่านยุทธวโรนี่แหละ ฉลองหนาว อย่าไปยึดมั่นถือมั่นว่า จะต้องมีในปฏิทินอโศก เหมือนกับฉลองน้ำที่บ้านราช เดี๋ยวนี้ก็ไม่มี หมดยุคสมัย ที่จะตื่นเต้นฉลองน้ำแล้ว อันนั้นก็เหมือนกันคงจะหมดความตื่นเต้น ฉลองหนาวก็คงจะหมดยุคสมัย ตามกาละได้ นี่บอกไว้ให้ทราบเลย ปีหน้า 2562 ทิ้งท้ายปี 2561 ก็ไปตามปฏิทินที่กำหนด แต่คิดว่าพ. ศ. 2562 นี้ ในปฏิทินหลุดออกไปแล้ว ฉลองหนาวคงหมดยุค ของชาวอโศกที่จะฉลองหนาว ส่วนธรรมชาติอโศกนี้ หมดยุคไปแล้วตกไปตั้งนานแล้ว ธรรมชาติอโศกก็ไปที่ชเลขวัญแล้ว ตอนนี้ก็เละเทะอยู่ คนน้อยจริงๆ มันไปไกลด้วย แต่ว่าจริงๆแล้ว คนไปทางใต้ไม่ค่อยอยากจะไปเท่ากับทางเหนือ ขนาดไปทางเหนือคนก็ยังน้อย ไปทางใต้คนก็ยิ่งน้อย เห็นว่ามันไม่คุ้มแล้ว เราก็ปลดระวาง อาจารย์ 1 ว่า... ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมไปเป็นตามเหตุปัจจัย พ่อครูว่า... ใช่ ยึดมั่นถือมั่นอะไรไม่ได้ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นการศึกษาด้วย แต่ถ้าหากไปยึดมั่นถือมั่น มันก็ยึด คนยึดก็ยึดไป ...จบ