211126-1-070 ทางเอกภาค1-ตอน070(หน้า243)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท051.txt

โฟลเดอร์2521 MP3 ทางเอก-ภาค1 107 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์117 KB
วันที่แก้ไข22 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์บรรยายทางเอกภาค 1 ครั้งที่ 70 ที่พุทธสถานสันติอโศกมาเข้าสู่บทเรียนทางเพจหน้า 2043 ถ้าเราได้อธิบายมาถึงจุดที่ว่าเราจะทำผู้ที่ทำการนั่งหลับตาไปเลยมาถึงว่าแม้จะนั่งกันให้กุ๊กกิ๊ก นั่งจนเป็นเภสัชกรทำเป็นการนั่งจนไม่ต้องเอาหลังจากพื้นไม่เล่นนอนเลยก็ตามถ้าเผื่อว่ามันไม่เข้าเรื่องเข้าราวมันไม่ถูกรัศมีมันไม่เป็นไปด้วยดีเป็นเนสัชชิกก็เป็นเนื้อสัตว์ที่ปลอมๆในสิทธิไม่คลอดลูกของเรากลายเป็นฝึกปรือชนิดหนึ่งเอาแบบฝึกปรือเหมือนกับฝึกลิงมาให้แสดงละครลิงหรือว่าเหมือนฝึกช้างฝึกม้าฝึกอะไรไปให้มันเป็นไปตามธรรมดามันไม่ได้เกิดปัญญาอะไรมากมายหรอกมันก็จะเพียงทำได้เคยชินแล้วก็เปิดให้นั่งหลับตาเพื่อที่จะอาศัยพักในร่างนั่งหลับตาเฉยๆ แล้วมันก็ทำได้ไม่เคยชินให้มันส่งรูปให้เป็นไฟล์ Point เชิญก็ได้แต่มันไม่ได้หมายความว่าในรถกิเลสรถทุกข์หรือว่ากระทำให้เข้าใจอย่างถึงเป็นสติปัฏฐานเป็นอานาปานสติทำให้ชีวิตไม่ใช่เสมอก็นั่งได้ฝึกจริงๆมันก็ทำได้ทำในกรณีนี้เข้าก็ฝึกตายลวดก็ฝึกทำอะไรต่ออะไรย่าก็ฝึกนั่งเฉยๆนี่ด้วยซ้ำไปคือลึกสุดคือป่านนี้เขาก็ทำทำอะไรหลายๆอย่างเป็นการฝึกอย่างหนึ่งซึ่งมันไม่ได้เกิดปัญญาตรัสรู้ว่าไม่ได้เกิดการลดกิเลสตัณหาไม่รู้เท่าทันขัน 5 อะไรก็ เป็นนัยยะ 1 คือได้แต่นั่งทำแล้วก็ทำให้กูปิดไปสูงขึ้นไม่ได้จะเกิดละรถอะไรได้และกลับจะเป็นกิเลสไปภูมิใจในการกระทำในการนั่งหลับตาของเราทำได้เฉยๆหลงกับการทำได้ของเราเป็นการภาคภูมิใจสร้างกิเลสมานะหรือสร้างความผิดปกติทำอย่างนี้ถ้าไม่ทำอย่างนี้แล้วก็มันไม่ได้หรือว่าไม่กำไรหรือว่าไม่อะไรต่างๆนานาขึ้นไปอีกก็กลายเป็นอย่างนั้นก็ได้โดยเฉพาะมันจะเป็นกิเลสมานะกลายเป็นว่าเราได้ดีแล้วนะเหมือนเก่งให้เราได้เก่งได้เรื่อง

อ่านต่อ

เก่งตัวเก่งขึ้นมากิเลสเก่าไม่ได้ลด กิเลสเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมอยู่ในตัวก็ไม่ได้รู้ด้วยรถอะไรมากมายในอาการที่มาทำผิดหรือเปล่าว่าฝึกปรือเข้าไปจนแก่จนเป็นไม่ได้ลดกิเลสใดและแถมกิเลสมานะเขาอีกมันก็ซวยกันเท่านั้นเองอย่างนั้นก็ใช้ไม่ได้ถ้าได้บรรยายหรือว่าอธิบายถึงลักษณะเกี่ยวกับการทำในสิ่งที่เรามาเอาอย่างนั้นแล้วมันจะมีผลอย่างไรบ้างเหตุดูแม้กระทั่งทุกกายแม้กระทั่งทุกข์ที่มันเกิดขึ้นการแก้ระดับกายและก็จะทำให้พรรคได้หยุดได้ผ่อนจนต้องสามารถเป็นไปได้ว่าคนเราจะอยู่ในอันดับกิริยาอย่างนี้โดยไม่ต้องนอนเอง แตะพื้นมีแต่อิริยาบถยืนเดินนั่งตัดอิริยาบถนอนออกจะนอนราบไม่ออกมันก็ได้ชีวิตมันก็พักผ่อนชีวิตมันก็มีปฏิกิริยามีทางหมุนเวียนของพลังงานทำการเป็นทำการพรรคอยู่ได้เป็นไปได้และแถมในขณะที่จะให้มีสิทธินั้นเป็นองค์ประกอบในการปฏิบัติธรรมประพฤติธรรมก็ได้ด้วยอย่างที่กล่าวแล้วปล่อยมันรู้จักทุกข์ของกายกับทุกข์เศรษฐกิจพอเราได้อ่านอย่างลงไปในกายในเวทนาในจิตในอารมณ์ของจิตในขณะที่นั่งที่ยืนอะไรเนี่ยเราก็เข้าใจ เข้าใจขันธ์ 5 เพิ่มขึ้นไม่เข้าใจมันว่าเออมันไม่ได้เป็นอะไรแม้บอกว่าไม่มีสิทธิมีแก้ทีนะมีพระแก้การง่วงการติดนอนอร่อยก็จะได้รู้ไม่ได้อร่อยๆอะไรเราไม่ต้องไปลิ้มเลวในชีวิตนั้นนั่งเอาพักผ่อนเอาไม่ต้องถึงนอนเอนราบอร่อยกำไรอะไรก็ได้มันก็จะต้องเห็นต้องรู้จริงๆเลยมันทำได้มันเป็นจริงแต่อย่างน้อยไม่มีแล้วอัตตาในเรื่องของการติดรสอร่อยในการนอนอัตรานั้นเบาบางอัตรานั้นลดละลายหยุดตรงไม่ติดรถอร่อยหรืออาจจะสาธุในการนอน เบาบางเบาจางลงไปจนกระทั่งมันไม่มีการติดเราก็จะโง่ไม่มีการติดรถอะไรของการนอนมันหมดตรงได้แล้วเรียกว่าเราอาจมีสิทธิเพื่อแก้ทีนะมีพระแก่รสอร่อยของการนอนมันติดมันชอบแล้วเมื่อเราจะได้การสงบในสิทธิก็ทำให้จิตสงบกับสนิทได้แก่ขึ้นเหมือนกันมันมีซ้อนลงไปอีกแล้วเราก็จะไปติดจิตสงบอีกเราก็จะต้องเรียนรู้ว่าเรานั่งเรียนเสร็จที่ก็ไม่ใช่ว่าเราไปนั่งติดสงบแบบนั่งหลับนั่งหลับใช้กับแสงก็ไปจนกระทั่งเป็นภาษาจีนก็ไปซ้อมอยู่ในนั้นอีก ไม่รับรู้อะไรเลยอยู่ในสภาพที่นั่งหลับตาได้อีกเราก็เคยพูดกันมามากแล้วว่าให้ถึงดับลงไปอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่รสชาติไม่ใช่สิ่งที่จะต้องไปติดไม่ใช่อัตราไม่ใช่โรคที่อันตรายพักหยุดถ้าเผื่อว่าเราทำงานมาเหนื่อยมากแต่จะพักอยู่ที่สนิทมากๆอาจสำลีไปเลยดับพักหนึ่งแม้แต่กายกรรมวจีกรรมมโนกรรมก็ไม่ต้องทำอะไรเยอะจริงๆมันก็ได้ทักมาในคราวในครั้งที่เราเป็นเป็นจริงๆกูไปฝึกก็ไม่จำเป็นจะต้องไปฝึกก็ได้นอนนี่แหละแล้วก็พัก ผู้ใดที่เมื่อยมากๆเพลียมากๆหรือว่ามีอาการที่เราได้ใช้งานเทียนมาม่ามันจะต้องให้เย็นหยุดให้มันพักหยุดให้มันเบาๆบางๆลงไปให้มันได้มีการพักผ่อนได้มากที่สุดไม่ต้องไปทำอะไรมันถ้าเราไม่มีกิเลสฟุ้งซ่านไม่มีกิเลสอะไรอื่นๆมากมายไม่ต้องฝืนหรอกแต่คุณเองคุณไม่อ่านเฉยๆไม่อยากสัญญามันหมายถึงไปดูเฉยๆถ้าเราสัญญามั่นหมายต้องไปรู้ไปอ่านเราไม่ได้ฝึกวิโรจน์หรอกแต่มันนิโรธเหมือน ท่านนั่งในรหัสส่งไฟล์ให้ทรงอยู่ดีหรือไม่ดีได้หรือไม่เท่านั้นเองแต่ทรงกายอยู่ดีได้มันก็นั่งไขนิ่งหลับข้างนอกข้างในนิดไม่รู้เรื่องหรอกหรือเราไม่ต้องการหัดนั่งทรงกายไม่เป็นมีนั่งไปแล้วก็โอนเองทุกเพลงเพลงไม่ได้จัดพลังงานส่วนหนึ่งเข้ามาควบคุมกายให้มันส่งไม่ได้กลายเป็นว่าปล่อยให้มันอดเอ็นเอมันเคยชินมันเก่งมันก็มันก็มันเป็นอัตโนมัติของมันเองก็ไม่รู้ว่าร่างทรงกลายตนไม่มีความนึกคิดไม่มีความรับรู้ ขนาดคนเคยฟังเพลงของตัวเองสงบอยู่นั่นน่ะต้องเป็นต้องเป็นหลายนาทีเป็นชั่วโมงก็เป็นอย่างนั้นแล้วตัวเองก็ไม่รู้ตัวนะไม่รู้ว่าดับสนิทพักแต่จิตมันไม่มีกรรมกิริยากันนอกกายที่กายมีกำลังยาวคือยาวไวแต่จิตไม่รู้อะไรเลยแม้แต่เธอคงเพลงยังไม่รู้คิดดูสิตัวเองเป็นเพลงนี้ก็ไม่รู้ตัวอะไรหรอกมันจะเป็นการดับสนิทเหมือนกันจะบอกว่าอันนี้ไม่ใช่อสัญญีไม่ใช่ตัวอักษรมียิ่งกว่าตัวนี้ตัวไม่สัญญากำหนดหมายแล้วนะนี่จริงๆด้วยขึ้นมาก็นั่งโอเคโอเคถ้ายังไม่กำหนดสัญญา เขาไม่รู้จริงๆขนาดของเพลงข้างนอกนี่ก็ยังไม่รู้เรื่องไม่ได้กำหนดสัญญาอะไรเลยแต่คนอื่นดูแล้วมันไม่หยุดนี่หว่าที่จริงมันหยุดเลยนะเขาหยุดนะจิตของเขาไม่ได้ทำงานด้วยจิตของเขาดับสนิทสบายด้วยซ้ำไปก็สบายนะเค้าว่าเค้าสบายสบาย รอบอย่างมีอยู่แล้วจะเป็นอัตโนมัติมันก็คงตายของมันหรือทรงอันนั้นของมันอยู่มันเหมือนสปริงเลยก็เด้งกลับก็เด้งออกก็เด้งออกแล้วมันก็เป็นอีกตัวนึงจริงๆจิตมันสั่งทำงานไว้มันให้มันอยู่อย่างนี้นะติดตามรูปนี้แล้วมันก็ทำแต่ตัวจิตตัวนั้นตอนนั้นเรื่องอื่นหมดหยุดพักสนิทเหมือนกันมีเลยว่าอสัญญีที่มีรูปสามีที่มีรูปนอกไม่หยุดหรอกแต่ในใจหยุดสนิทไม่รู้ตัวขนาดนี้ตายก็หยุดในใจก็สนุก ทำไมสนิทลงไปด้วยกันอย่างนั้นมันง่ายจะตายมันไม่สนิทเนี่ยแล้วจิตจะให้มันสนิทมี 4 อย่างกลับกันอีกซ้อนกายมันไม่สนิทมันคงเป็นจุดจุดนิ่งสนิทเลยยากกว่ากายวิ่งสนิทและอังกฤษไม่ยากกว่าแล้วก็พวกนั้นทำได้ก็ดีทีนี้ถ้ามันจะทำอย่างนั้นน่ะมันยากกว่ายิ่งไปอีก โปรยากมากฟังดีๆนะซ้อนไปซ้อนมาฟังดีๆสอนไปสอนหน่อยยากมากเพราะฉะนั้นคนนั่งตายส่วนใหญ่มันไม่อาจสำลีถ้ามันอาศัยมีก็สบายสบายแต่ลูกไม่ดีแต่มันไม่ดีไม่เข้าท่าเหมือนการที่จะพักผ่อนหลับสนิทหยุดจริงๆนั่นน่ะมันถึงทำได้จริงๆถ้าเผื่อว่าเรากิเลสการก็ไม่มีกิเลสพยาบาลก็ไม่มากไม่มายไม่มีกิเลสฟุ้งซ่านอะไรก็ไม่ได้เก่งอะไรนักหนามันเมื่อยมาเลยมันจะไปฟุ้งซังอะไรมันอยากพัก คนเรามันเมื่อยเพลียๆมันมีอะไรอ่อนแต่มามันอยากพักนอนไม่รู้เรื่องหรอกไม่มีแม้แต่ฝันข้างในจิตใจเพราะว่าเราไม่มีกิเลสมากฝันก็น้อยแต่เราก็ดับสนิทได้นั่นแหละก็อาศัยมีไม่กำหนดหมายอะไรเราหยุดถึงว่างวางคุณกำหนดดูสิอ่านจิตตัวเองอ่านของตัวเองไม่ได้เคยสัญญาอะไรหรอกอัสนีมันหมายความว่ามันไม่รู้เรื่องดับสนิทไม่มีความรับรู้ในจิตเลยจิตไม่รู้เรื่องช่วงหนึ่งจิตมันดับสนิทช่วงหนึ่งมันไม่กำหนดหมายอะไรหลักก็ไม่รู้ตื่นก็ไม่รู้เรื่องหรือว่าหลับอยู่อย่างนั้นแหละแล้วมันก็ไม่รู้เรื่องอะไร เช่นว่าอธิษฐานอันนึงขึ้นกัลยาโณถามสิว่ามาทำรูปเรื่องเป็นละเมอละเมอมาทำอะไรต่ออะไรเนี่ยน่าจะอาศัยยีรู้ไหมอัสนีละเมอมาทำงานทำอะไรต่ออะไรต่างๆนานาอสัญญีคือว่าไม่กำหนดหมายเหมือนกันเมื่อกี้รูปร่างคล้ายกันแต่ว่านั่งหลับข้างในเศรษฐกิจเราเป็นคนทำกายเรานั้นส่วนของตัวเราขันธ์ 5 ของเรา ก็บอกว่าทำทำไมไม่ได้ทำไม่ได้โคลงเคลงชั้นเดียวกันกับละเมอจนกระทั่งมาตักน้ำใส่ตุ่มละเมอมือถือปืนไม่รู้ตัวลองปลุกสติขึ้นมาทำไมไม่รู้เหตุการณ์ตอนช่วงนั้นทำไอ้ที่ทำไปอยู่นะไม่รู้เรื่องอสัญญีไม่รู้เรื่องผมก็จำน้ำใส่ตุ่มทำไมไม่เห็นไม่ได้ทำนอนอะไรจะบันทึกไม่ได้ทำยังไงถ้าเขาเองเขาผ่านช่วงนั้นไปแล้วจริงๆเขาไม่ได้กำหนดหมายเอาสิ่งนั้นเลยเขาไม่รู้เรื่องจริงๆเขาไม่ได้ทำไม่ได้ ไม่ได้ทำเลยจริงๆเขาบอกว่าเขาไม่ได้ทำแต่เขาก็ทำด้วยความไม่รู้มันอสัญญีมันไม่ได้กำหนดโดยสติสัมปชัญญะอะไรของตนเลยมันเป็นเรื่องอื่นไปหมดแล้วเขาก็ไม่ได้จำได้เขาก็ไม่รู้เรื่องราวเลยว่ามันเป็นมาในขันธ์ 5 ของเรากระทำตายก็จีนมโนของเรากระทำเขาทำด้วยเขาทำไปกายบางทีมันก็ทำแต่เขาไม่รู้เรื่องเขาไม่ได้ทำตัดเป็นตัดสัญญาไม่ได้กำหนดไม่ได้มันหมายอะไรเลยหมดเจตนาหมดไม่ได้เกี่ยวจริงๆนี่ไม่ใช่แบบที่เรียกว่าไม่มีอะไรประกอบอย่างหนึ่งอะไรมีเฉยๆอย่างง่ายที่จะพูดกัน หาง่ายที่จะพูดกันนั่งนิ่งทุกอย่างไม่กระดิกหวั่นไหวแข็งเป็นอสัญญีนั้นไม่มีปัญหาเนี่ยฉันมีจริงๆเหมือนกันแต่อาศัยยินดีที่อธิบายพิสดารในฝั่งเกินขอบเขตเขาไม่รู้เนื้อไม่รู้ตัวก็ทำไปเหมือนคนหลับไหลเหมือนคนสลบไม่รู้จริงๆดับกำหนดสัญญามันไม่มีไม่มีอะไรกำหนดสัญญาคนที่ไปนั่งอสัญญีนั้นจึงไม่ใช่คนหมดกิเลสคนจะไปนั่งหลับสนิทเขาบอกว่าอัสนีไม่รู้เรื่องและก็ไม่ใช่คนที่จิตไม่หยุดหยุดทำอะไรแล้วไม่ใช่จิตมันยังมีชีวิตอยู่ในวังตัดรอบ ของครบอันหนึ่งไปแล้วก็ไปอยู่อีกภพอันหนึ่งและพบนั้นน่ะจิตยังเป็นกิเลสเป็นงานเป็นกลายเป็นเรื่องเป็นราวของตัวเองแต่ตัวเองมันอยู่กันคนละภพใช่ไหมตัวเองจะวิ่งอยู่ก็ยิ่งตัวเองจะไม่นิ่งจะทำอะไรอยู่ไอ้ที่ทำอะไรอยู่ผมก็ตัวเองทำของตัวเองอันหนึ่งแล้วก็อีกอันหนึ่งคนที่นอนหลับเราไปละเมอเป็นนึกว่าตัวเองทำอันนอนหลับละเมอส่วนพวกกิเลสที่ออกไปแม้จะเป็นลูกมาเอาปืนส่องระแวงคนมาอะไรทั้งสิ้นไม่มีขโมยไม่มีสมาธิระแวงมีขโมยมีอะไรเรื่องของตัวเองสร้างเองเหมือนกันเลยก็นั่งหลับตาแล้วก็ซ่าอัตภาพความทุกข์อะไรไปมันไม่ใช่มันอยู่มันไม่หยุดมันทำ นี่มันมีกิเลสมันเป็นกิเลสไปเลยอยากได้นั่นอยากได้นี่ถ้าเป็นไปได้ทำเอาเองหมดถ้าเป็นไปได้ถ้าจิตมันนั่งปั่นนั่งคิดมันก็เป็นฝันเป็นนี่มันเกินเกินฝันมันก็เป็นออกมาเป็นตัวเรียกวันละมือออกมาเป็นบทบาทอันเดียวกันใหญ่โตมาเป็นบทบาทเลยเป็นไม้เป็นมือเป็นกายกรรมวจีกรรมอะไรออกมาหมดเลยนะเพราะฉะนั้นไอ้ตัวที่แสดงออกมาพวกนี้จึงเป็นเรื่องของกิเลสที่ตัวเองนิวรณ์ตัวเองที่กังวลตัวเองที่ยังมีอะไรต่ออะไรเรื่องอะไรอยู่ออกมาเพื่อบทบาทอันนี้ก็ขอเอามาขยายอธิบายออกไปอีก 1 จุดของอสัญญีแบบลืมตาเดี๋ยวนี้เขาอาศัยอยู่ดีกินยาเสพติด ตัดผมวันนั้นไปเลยมิตรคนดังพักเป็นสบายพ้นทุกข์เพราะไม่มีพบนั้นแล้วดับแล้วนิโรธและนิพพานแล้วดับไม่เหลือในภพที่เขาจะต้องยุ่งกับคนก็ผู้คนอะไรต่ออะไรต่างๆก็ไม่ทีนี้ก็ถามว่าอย่างแบบนั่งหลับตาตัดอย่างที่ว่านอนหลับก็ตามก็ทำไม่ได้ก็ทำไม่ได้ก็ใช้ยาใช้ยามันก็จัดสรรทำระบบของจิตส่วนหนึ่งส่วนหนึ่งส่วนหนึ่งไม่ให้ทำงานก็ตัดพบเข้ามาเป็นภพของตัวเองตอนนี้ก็เป็นตัวของตัวเองอาศัยยีนเลยมีคนในโลกนี้ก็เหมือนไม่มีขนไม่รับรู้ด้วยเลยอยู่โลกของฉันคนเดียวคนอื่นจะยังไงก็เรื่องของเขาไม่เอาไม่ไม่ไม่รับรู้ด้วยตัดสังคมนั่งอยู่กลางสังคมของคนนี่แหละจะแก้ผ้า ลืมตาแล้วก็คือเกิดกิเลสของตัวเองเหลือเท่าไหร่ก็เอาออกมาทำงานให้ตัวเองดูรู้มีสูตรอสัญญีว่าอัสนีไม่ใช่การตัดกิเลสอาจารย์ยืนยันคำยังมีจีรนุชป่าที่ยังมีชีวาลูกปัดยังมีตัวตนร่วมงานอยู่ตามแต่มันจะออกมารูปนอกหน่อยถ้ายิ่งปล่อยให้มันดูรูปนอกมันมีอุปกรณ์มันมีอะไรทำมันเป็นรูปนอกเลยมีเลยยิ่งเห็นชัดหยาบคายใหญ่เป็นอันดับสามีไม่เกี่ยวนี่ไม่มีไม่มีกำหนดหมายด้วยเราก็จะมีมารยาทจะมีการสังคมจะมีโน่นนี่ถ้ามีสติสัมปชัญญะเองมีก็ขอดูตอนนี้ไม่มีแล้วแต่ต้องเป็นสัญญาตัวเองไม่มีไม่รู้เราก็มีไม่เกี่ยวแต่รับ หลับสนิทแล้วก็กระทำบทบาทตามที่กิเลสของตัวเองตามใจชอบใจปรารถนาของตัวเองเป็นตัวกิเลสแท้ๆเลยใครมีเท่าไหร่คนนั้นก็ออกมามากที่สุดยิ่งดับสนิทเท่าไหร่ยิ่งหมดโรคเท่าไรยิ่งไม่เอาโลกเท่าไหร่ยิ่งเป็นฮิปปี้ประเภทกิเลสมีเท่าไหร่ผลออกมาสวดมาอ้างก็หมดถ้ามีโอกาสเป็นไปได้ตามที่ตัวปรารถนาทำอะไรมีอะไรอยู่ในตอนนั้นทำได้มันทั้งหมดมันไม่อายไม่มีการรู้เรื่องโลกโลกก็จะมียังไงตัดโลกทิ้งฉันดีลืมตาที่บ้าระห่ำมากถ้าฉันมีแบบนั่ง แล้วก็ไปพักให้มันอยู่ในภพของกิเลสมันวุ่นอยู่ในตัวจิตเองของนายของมันเองแล้วเราก็ไม่รับรู้มันจะสูงเท่าไหร่มันจะเป็นเท่าไหร่มันจะเหาะเหินเดินอากาศไปยังไงแต่เราไม่จับมันไม่ได้นะมันไม่รู้เรื่องก็มันก็ยังเป็นเรื่องของมันมันยังไม่ไปเอาไฟล์เอาอะไรต่ออะไรไปทำทุเรศหนักหยาบคายมันเป็นจิตซึ่งไม่มีใครจับตัวได้จิตมันก็ไปเป็นก็มันเป็นกลุ่มไปสร้างปีอะไรต่ออะไรของมันตามเรื่องอาศัยอยู่จึงไม่ได้หมายความว่าดับกิเลสไม่จำเป็นหรอกธรรมชาติ ลาออกมาเป็นลูกเป็นเรื่องมันไม่มีทำอะไรที่เลวๆทรามหรืออกุศลอะไรไม่มีอกุศลอะไรเลยไม่ออกบทออกกายออกเมื่อกี้อะไรออกมาไม่ออกมาที่นี่มีอันนึงว่าพระอรหันต์ละเมอพูดละเมอทำลายกิริยาเมืองเวลาอัสนีแล้วไม่ใช่อัสนีล่ะกันงงนอนหลับนะได้หรือไม่ถ้าทำได้จะละเมอพูดในตอนที่นอนหลับก็ได้แต่ว่าไม่ได้ไปพูดถึงเรื่องของกิเลสปัญหาอะไรพูดออกมาก็ มันก็เป็นเป็นกำลังงานส่วนเกินเป็นกำลังงานที่บางทีมันก็มันเคยชินมันมีวาสนาไม่มีอะไรติดๆมามันก็เป็นออกมาได้แต่ไม่ได้แสดงบทบาทของกิเลสมันเป็นนิมิตมันเป็นเรื่องเป็นรูปเป็นภาพเป็นความเป็นอันนั้นมันออกมาในรูปนั้นถ้าคุณนั้นมีวาสนาจะมีตัวตนอันนี้มันติดมามากไม่เคยชินมันเป็นเหมือนกับแข่งขามือไม้อวัยวะส่วนนั้นส่วนนี้ที่มันสร้างก่ออยู่มันเป็นได้เหมือนกันแต่ท่านก็ไม่มีปัญหาอะไรก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนในเวลาสติสัมปชัญญะตอนที่ลืมตาตอนที่มีชีวิตชีวาอยู่ท่านรู้สติ ดูลูกค้าธุรกิจดับสนิทอยู่ไม่มีปัญหาอะไรแน่นอนตรงนั้นท่านก็ไม่มีอะไรมันเป็นอย่างนี้มันเป็นภาพมันเป็นเรื่องเป็นราวเป็นได้เหมือนกันแต่ท่านฝันจริงๆพระอรหันต์ท่านฝันเราไม่ใช่ฝันเพราะว่าท่านไม่ได้ไปฟุ้งเฟ้อเป็นกิเลสเป็นรถเป็นชาติที่ยังไม่มีมันเป็นนิมิตเรื่องพิจิตรไม่ได้พักอยู่จิตไม่ได้เป็นอสัญญีที่แท้นอนหลับนี่ไม่จำเป็นจะต้องอัสนีตอนนั้นไม่ได้เป็นอสัญญีที่แท้พระอรหันต์นอนหลับจึงมีละเมอและมีเรื่องมีราวรุ่นนี้เป็นอะไรได้เป็นนิมิตเป็นอะไรเป็นเรื่องฟุ้งซ่านเป็นเรื่องบริษัทเทวดา มีบทบาทการงานไม่ได้พักจนดับการงานสนิทมันก็มีอยู่ได้ไม่ใช่ว่าไม่ได้มีเป็นต้นก็อธิบายสู่ฟังนิดหน่อยถ้าเผื่อว่าจะมีใครซอกแซกถามอันนู้นอันนี้อะไรก็จะได้เข้าใจเพราะนี่ก็อธิบายหลายๆอย่างไรเสริมลงไปร่วมคิดเรื่องนั้นเรื่องทำอารมณ์อะไรในนี้ไม่มีหรอกในนี้ไม่ได้อธิบายเพราะว่าในนี้เป็นระดับนึงก็บอกแล้วก็ว่ากันไปส่วนพิสดารก็ว่าส่วนพิสดารอาจจะมีก็มาเข้าเรื่องต่อในที่นี้พูดเอาไว้แต่ว่าเมื่อมานั่งมีศักดิ์ศรีถือโอกาสนั่งแล้วก็ไม่ได้เรียนรู้อะไรรถทุกรสสุขอะไรก็ไม่ได้ ภายในเพราะว่าไม่เข้าใจแล้วก็ไปหลงผิดจนกระทั่งไม่รู้ชะนีมะตันยุตาไม่รู้การกำหนดหมายอะไรเลยกิเลสตัณหาต่างๆไม่รู้กินกินเคี้ยวๆสุดท้ายอย่างที่ในตัวอย่างวันนี้ว่าไว้นางจะนั่งเข้าปฏิบัติว่างั้นพระองค์มากจนครูอะไรเข้าไปเป็นกิเลสเอากิเลสเข้าไปก่อนที่จะเข้าไปนั่งด้วยซ้ำไปก็ไม่รู้ตัวไม่เข้าใจแม้แต่ลูกอยากเนี่ยเรียกว่าพระปิดตาพระพุทธรูปดอกกุหลาบก็ไม่รู้เพราะฉะนั้นลูกในจะเป็นจิตในจิตหรือว่าจิตโรคจิตหยาบนั่นเองแหละก็ไม่รู้เพราะเหตุใดไม่รู้ไม่ กำหนดนอกกำหนดในอะไรไม่รู้เพราะฉะนั้นยึดตังค์อยู่ในภายในก็จะไปรู้อะไรได้มากมายขนาดนั้นนอกจากจะไม่รู้ไม่เข้าใจไม่ละเอียดว่านี่คือกิเลสไม่ตัดหรอกมันดึงมันถึงกันเพราะมันจึงทำไปอย่างนั้นเองทำไปแล้วก็ไม่สะอาดนอกไม่สะอาดแล้วก็ไปหลงจิตสงบหลงคิดอะไรต่างๆอ้าวแม้เราจะนั่งหลับตาเป็นบทศึกษาโดยใช้ชื่ออุบายวิธีว่าทำอานาปานสติและจะกำหนดบทบริกรรมใดๆก็ตามหรือจะกำหนดลมหายใจโดยตรงเลยตามที่ได้เรียนมาก็ตามการใช้บทบริการ เย็ดเพื่อนลมหายใจเป็นอุบายก็เป็นเพียงกรรมวิธีเบื้องต้นในวงเล็บที่จริงนั้นเป็นวาโยโกสินเพื่อจะให้จิตสงบลงเรียกว่าสมถะเพื่อเราจะได้ผลตรวจอ่านในวงเล็บธรรม์หรือหลังจากจิตสงบแล้วเพื่อเราจะได้มีผลตรวจผ่านหลังจากจิตสงบแล้วอย่างจริงจนเป็นจิตที่ไม่มีนิวรณ์กิเลส 5 ทั้งมวลมันควรสติของเรายกขึ้นมาควบคุมเป็นเจ้าแห่งขันธ์ได้จริงๆเราก็อาจจะสามารถเพ่งรู้แต่วงเล็บอย่างเช่นเผาในวงเล็บชานและแล้วก็จะถูกเผา ที่คุณควรรักควรทิ้งได้ง่ายเท่าและถูกตัวเราไม่รู้แจ้งสิ่งที่ควรเผานั้นๆเราก็จะพึงค่าถึงจะหนักมันจริงๆหรือค้นหาวิธีจะลดจะล้างจานคลายจะปลื้มออกจะวางจะสลับกันออกถ้าไม่มีให้ได้ด้วยประการต่างๆจึงจะเรียกว่าค่ากิเลสตัณหาเผาอุปทานอย่างวิปัสสนามันต้องมีตัวดูมันต้องมีตัวเห็นมีญาณมีชาญแต่มีปัญญารู้จักได้กรณีโง่ตัวแรกที่ท่านอธิบาย นิทานก็ต้องมีญาณถ้ามีฌานไม่มียานไม่ใช่ทานของพุทธต้องมีญาณมันมีโม่งตัวแรกของพุทธบอกว่ารู้ปีรูปานังมันเห็นมันรู้เห็นไม่รู้มันจะเป็นคนตาบอดตามัวตาบ้าเท่านั้นเองแต่ทีนี้ไม่เจ็บตาเห็นเนี่ยจะเห็นเดี๋ยวนี้ไม่ใช่ลูกกะตาเห็นเท่านั้นแต่แม้ลูกจะตาเห็นก็วิญญาณรู้ด้วยประกอบด้วยว่าไม่ใช่เห็นได้แค่ลูกกะตามันรู้เป็นสามัญสำนึกของมนุษย์ปุถุชนคือใครธรรมดาไม่ใช่มันรู้แต่กำหนดรู้ลูกรู้อะไรแล้วมันไม่มียานปัญญาความเข้าใจความอะไรต่ออะไรที่มันเป็นประกอบเข้าไปในนั้นเลยเข้าใจลง ทำมาวิจัยลงไปว่านี่เป็นกิเลสนี่เป็นของควรของไม่ควรต่างกันอยู่ในสัดส่วนไหนแต่รู้จับต้องถูกตัวแล้วตอนนี้ชักรู้อย่างน้อยที่สุดก็รู้จิตอย่างน้อยที่สุดรู้จิตหรือไม่ก็รู้กิเลสวิโมกข์ข้อที่ 1 รูปีรูปปลานิลปัสสะติไม่มีอะไรมากวิโมกข์ข้อที่ 1 ถือว่าเป็นความหลุดคนที่โง่นี่แปลว่าความอดทนความอดทนของเราเราจะต้องเช็คด้วยหลักฐานนี่แหละมีแต่เป็นเหมือนมิเตอร์หรือเหมือนมาตราให้เราวัดว่าเราเองเราได้หรือไม่และตัดให้เราเรียนรู้ธรรมะเนี่ยเรามีความหลุดพ้นความหลุดพ้นคืออะไร ย่อมเป็นผู้เห็นรูปแล้วก็ถูกก็แปลนี้ก็ถูกนะเห็นรูปรู้เรื่องรู้สิ่งที่ถูกรู้ในตอนนี้เราเข้าใจในทางเราอธิบายธรรมชาติเขาก็รู้เขาก็เป็นศัตรูอยู่แล้วก็ไม่รู้ไม่รู้มันคืออะไรก็ยังงงๆของเขาอยู่เพื่อสุขภาพที่อื่นแต่ที่เรานี่ผมแน่ใจว่าเราเข้าใจกันส่วนคนที่จะถูกๆไม่เข้าใจบ้างก็อาจจะมีนะแต่ว่าไปก็แต่คนที่เข้าใจส่วนใหญ่เข้าใจลูกคือสิ่งที่ถูกคือสิ่งนั้นโดยหมายก็ไม่ได้ทำทำแล้วถ้า จิตใจเป็น 10 รูปนิพพานอย่างน้อยรู้จิตเป็นรูปเป็นจิตจึงเรียกว่ารูปฌานตอนนั้นดูปีดูปลานี้ปกติก็แปลว่าผู้ได้ลูกชายย่อมเห็นรูปก็ถูกของเขาแต่สูงเขาพูดได้ลูกผู้ชายย่อมเห็นลูกเห็นลูกเห็นเป็นเห็นรูปอะไรก็บอกแล้วปรมัตถ์มันมีจิตใจเป็น 10 รูปเห็นรูปก็เจ็บอย่างน้อยไม่ใช่ไปเห็นด้วยลูกกะตาแต่เห็นแต่ลูกกะตาก็หมายความว่าต้องจับจิตได้เห็นรูปกับจิตเห็นอาการกิริยาของจิตอย่างน้อยรู้แล้วเคลื่อนไหวไปถ้ายังเรียนธรรมะแล้ว คนเมื่อยมากมันไม่มามันก็รู้นี่ลูกของโลภะนี่ลูกของโทสะของเราขณะใดเราก็รู้ไม่รู้ตลอดเวลาก็ต้องรู้เวลาใดเวลาหนึ่งก็ถือว่ามันจะยากอะไรถ้าว่าไปคนมาดูได้และรู้ให้มีจริงนะรู้ระลึกรู้ตัวเลยทีนี้มีหมวกก็คือดูตัวเองแล้วตอนนี้พวกเรากำลังรอพระไม่รู้เรากำลังโทรศัพท์คุณลืมตาตรงๆหรือจะหลับตารู้ตอนนี้จิตของเราเป็นโลภะอยู่ในจิตกำลังปรุงนะอันนั้นรู้ว่าฟังดีๆจับนั่งหลับตาเข้าไปให้ปัดทวาร 5 แล้วก็ไม่รู้จิตของเราเป็นกิเลสแล้วตอนนี้กำลังมีจิตเป็นโลภะตอนนี้กำลังไปหยิบเป็นโทรศัพท์ทำอย่างนี้นะนั่งหลับตาแล้วก็ตัดทวาร 5 แล้วถือว่าชาญแล้วก็ไปรู้ว่าจิตของเราตอนนี้กำลังเป็นโลเคชั่นโทรศัพท์คุณจะทำได้ง่ายไหมยากทำแบบนี้ ถ่ายแบบนี้ไม่รู้มีมอกง่ายไม่ได้รู้ตัวไม่ได้ตัดกิเลสง่ายจริงๆไม่ได้ตัดกิเลสง่ายหรอกมันเป็นศรัทธามันเป็นแบบรูปโลกๆแต่เราระลึกรู้ตัวมีสติปัฏฐานรู้จิตจับจิตให้ได้วันนี้อาการของจิตคุณจับจริงๆนะต้องฟังให้เป็นนะฟังแล้วรู้ตัวนะลืมตาลงปลงสัมผัสใดก็รู้ตัวนี่จับจิตได้แล้วแต่พูดจากจิตรู้สึกอาการกิริยาของจิตอาสาเห็นจิตเราเลยว่าตอนนี้กำลังเกิดโลภะตอนนี้เหตุปัจจัยมีอยู่นี่มีการสัมพันธ์กันอยู่ในเหตุปัจจัยดังนั้นเกิดเวทนาในตอนนี้อยากได้แล้วนี่ตอนนี้ไม่ทุกข์แล้วตอนนี้ได้สมใจแล้วก็รู้กำลังทรัพย์กำลังอร่อยแล้วจับกิริยาจิตได้อาการได้อย่างนี้แล้วเราก็รับทำรถตอนที่ 1 ยังไม่ต้องถึงการลดละอะไรหรอก ขับได้แค่นี้ท่านก็ถือว่าเป็นผู้ที่เอาล่ะเข้าท่าแล้วเข้าท่าแล้วเข้าแกนข้าวแก่นของเรื่องและเข้าปรมัตถ์แล้วด้วยตัวหนึ่งเห็นรู้ว่าสติปกติปกตินี่เข้าถึงความเห็นเห็นรู้แจ้งพบพร้อมไม่ใช่เห็นแต่ปริยัติไม่ได้มีแต่ความเข้าใจด้วยบัญญัติเหตุผลแต่มันเห็นโดยสภาวะสัมผัสสภาวะของเราเองเรารู้เมื่อใดเรามีรีโมทเหมือนกันหลายขณะก็หลายวินาทีมันก็เป็นนิมนต์หลายขนาดอยากให้รู้ตัวด้วยเหตุด้วยปัจจัยเลยข้อที่ 2 มีโรคข้อที่ 2 ไม่ให้รู้เข้าไปถึงไหนถึงนอกแยกลูกแยกน้ำแยก ออกไปอีกมีสูงขึ้นตามอารมณ์เห็นเข้าไปอีกชัดเจนอธิบายรูปไม่ได้หมายความว่ากำหนดรูปตัวเดียวนะลูกบอกแล้วว่าฉันที่ 1 ดูหมวกคนหนึ่งของโลกข้อ 2 กลับไม่เก่งกว่าวิโมกข์ข้อ 1 ไปได้ก็เลวใหญ่สุดในฉบับหลวงก็แปลว่าผู้ไม่ใส่ใจในภายในภายในแต่ว่าถ้ากู้ไม่กำหนดภายในภายในอสัญญีแปลว่าไม่กำหนดในรูปเป็นภายใน รูปคำหนึ่งสัญญาคำหนึ่งสำลีแปลว่าการกำหนดในรูปพอกลับไปแปลว่าตัวหน้าแปลว่าไม่รู้ก็คือรูปพระสำลีกายกำหนดรูปก็เลยว่าผู้ไม่กำหนดลูกอัจฉราแปลว่าภายในเป็นภายในก็เลยเห็นรูปภายนอกเลยได้เป็นรูปภายนอกว่างั้นถ้าจะแปลอย่างนั้นจริงๆก็ได้ก็เป็นความรู้ขั้นต้นต้นเป็นตามลำดับอ่อนๆจริงๆด้วยตอนนั้นเมื่อเวลากำหนดรูปภายในมันยากเพราะมันจะขึ้นไปเอาเข้าภายในเลยมันคนละขั้นคนละตอนนั้นภายนอกของเราก่อนที่หยิบอันแรกก็แปลลงตัวซะแล้วมันก็เป็นภายนอกแล้วมันเป็นเรื่องของความอยากอันสดแต่ทีนี้แปลนี้เน้นลงไปอีกเป็นรายละเอียด อ่อนลงไปเลยว่าให้กำหนดเอาแต่รูปภายนอกเนี่ยรูปภายในไม่ต้องเอาไม่ต้องเกี่ยวเพราะฉะนั้นผู้ใดไม่ใส่ใจในเรื่องของภายในจึงได้รู้รูปภายนอกได้ท่านก็แปลว่าผู้ไม่กำหนดใส่ใจผู้ไม่กำหนดภายในภายในจึงรู้รูปภายนอกเขตของฉบับหลวงพ่อแปลแค่นี้จึงเห็นรูปภายนอกก็เอาแต่ดูแล้วมันเอ๊ะทำไมมันยิ่งย้อนหลังจะเอาร้านนี้เราก็วิเคราะห์ว่าของเราแต่เธอก็จะบอกว่าเขาถูกเขาก็มีส่วนตามภูมิตามสัญญาและมีส่วนแล้วก็เอาเขาเข้าใจจะให้กินก็แล้วกันลูกภายนอกคุณละหมาดขายได้ไหมให้ลูกเอาหมาเข้าไปเคลียร์แล้วเนี่ยโดยไม่ใส่ใจภายในและรูปภายนอก เป็นลูกของอะไรไม่รู้ไม่มีปัญญาไม่มีปัญญาก็ไม่มีญาณไม่มีการเห็นไม่มีการรู้เพราะฉะนั้นก็ไม่เข้าใจไม่มีการละรถปลดปล่อยอะไรได้ถ้าสมมุติว่าเราลบปลดปล่อยได้เราก็เป็นมนุษย์แล้วก็เป็นนีโม่แล้วก็ทำได้เพราะฉะนั้นก็ 2 โดยรายละเอียดที่แท้จริงแล้วกำหนดรู้ลึกซึ้งขึ้นอีกมีปัญญามีญาณเพิ่มขึ้นอีกมีการเข้าใจโลกเข้าใจธรรมมีภาวะที่จะปลดปล่อยไปลึกซึ้งขึ้นไปอีกแยกภายนอกภายในภายนอกภายในรูปก็สำลีมีพร้อมอยู่ในนั้นดูปานนี้ครูปานนี้เรียกว่ารูปประชารัฐ ดูรูปการกำหนดรูปอรรูปจะมี 2 ประเภทเพราะงั้นก็รายละเอียดของพวกนี้บาลีและสั้นแต่ว่าแม้มีความหมายหรือซับซ้อนเยอะแต่เราก็รู้สภาพแบ่งมนุษย์แยกถ้าแปลให้สั้นก็ว่ามันแยกนอกแยกในออกแยกรูปแยกเอารูปชัดแต่เราเรียกว่าอัจฉริยะสุดท้ายรูปสติเห็นเขาเป็นโรคข้อที่ 2 ลึกซึ้งและแบ่งตัดหญ้าตัดละเอียดขั้นที่ 3 ตุลาคม มันเกิดมาเกิดขึ้นแล้วย่อมเป็นย่อมมีขึ้นมาแล้วมีอะไรอธิบายย่อมเป็นย่อมมีแล้วตอนนี้เกิดแล้วเกิดอะไรมันครบรอบ 3 แล้วพี่โมกข์และเริ่มมีรีโมทแท้เลยตอนนี้เป็นตัวจริงเลยเกิดญาณเกิดเข้ามาแปลความหมายว่ามีความมีความยินดีแต่มีความน้อมใจน้อมใจชอบก็ไม่เอาชนะพุทโธและความเอามาเรียนหนังสือที่อาจารย์ คลิปโป๊ไทยหลุดพ้นยิ่งอ่ะตัวหลุดพ้นเนี่ยมันมีแล้วมันมีแล้วจริงๆอัฐิหมายความว่ามันดียิ่งกว่าอันหนึ่งดียิ่งกว่าอัน 2 มันยิ่งกว่าแล้วตอนนี้มีตัวความหลุดพ้นนะเรียกมันได้ว่าความหลุดพ้นมนุษย์นะยิ่งนักแปลให้ฟังสืบพันธุ์เทวะชักชื่นใจดีใจสุดเพราะเห็นดีเห็นงามอันไปวัดแปลว่าภายในอันแต่ว่าแต่ว่าภายในเกิดผลดีเห็นงามอยู่ในภายในจิตเลยวันนี้เป็นเรื่องของภายในแท้เป็นภายใน [ข้อผิดพลาด: recognition connection fai

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน