200212-091 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ004.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นวันที่ 12 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2520 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราปัญจเวทปัจจัยที่พุทธสถานสันติอโศกเกิดความเกิดมาเป็นมนุษย์เกิดมาเป็นคนเป็นผู้ที่เหมือนกับสัตว์โลกทั่วไปแต่มันไม่เหมือนตรงที่มันเป็นสัตว์ประเสริฐมีมันสมองสูงเพราะฉะนั้นมนุษย์จึงเป็นผู้ที่จะฉลาดแต่ฉลาดมากเกินไปตรงที่เรียกว่าก่อสร้างเป็นกษัตริย์โลกอื่นฉันจะได้ช้า 1 หรือสัตว์โลกอื่นก่อสร้าง เก่งถ้ามนุษย์มนุษย์เป็นผู้ก่อสร้างเป็นแล้วก็เป็นวรรคเป็นเวรอยู่เป็นทุกข์เกิดการแย่งชิงรีรันฟันแทงหวงแหนขี้เหนียวกันเพราะความก่อความสร้างตนเองและก็ยึดเอาไปตัดตาเป็นของของตนจึงเกิดทุกข์ใหญ่โตเพราะฉะนั้นบางสิ่งบางอย่างสร้างออกมาซะแสนเลวตามเผาผลาญทำลายทำร้ายแก่มวลมนุษย์ติดกันเปลืองเวลาเปล่าเปลืองแรงงานเปลืองวัตถุสมบัติเรืองแม้แต่ปัญญาที่จะคิดสร้างและเขาก็ไม่รู้เท่าทันจึงมีมนุษย์ประเสริฐที่เรียกว่าอริยบุคคลหรือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือ ต่างๆรู้ในความต่ำช้าในความที่สูญเปล่าทำลายแล้วก็มาบอกให้แก่มนุษย์ให้รู้จักความทำลายให้รู้จักความสูญเปล่าต่างๆเราจึงได้มาปฏิบัติธรรมเป็นขั้นเป็นตอนลดละสิ่งที่สูญเปล่าสิ่งที่เป็นของร้ายหรือสิ่งที่ทำร้ายลดให้ได้จริงๆเพราะจิตของเราเป็นหลงจะอวิชชาเป็นโง่ไม่รู้เท่าทันแล้วก็เป็นโรคจิตเสพติดจิตมันเสพติดจริงๆไปถูกมอมเมาเข้ายั่วยุเข้าตั้งแต่ตำๆจนกระทั่งลายสูงขึ้นมาเป็นลำดับระดับ กามคุณและไล่กลับไปถึงจิตในจิตที่ละเอียดซึ่งเป็นตัวอาตมันเองหรืออัตตาเองมีมานะทิฐิก็ดีมีหลงดียิ่งกว่าแล้วก็ติดดีถือดีเป็นอำนาจหรือแม้แต่ได้ความสูงละเอียดสงบสุขุมกันนี่ก็ไปติดสิ่งเหล่านั้นอีกก็ดีคนผู้ที่เป็นปราชญ์ชั้นสูงเป็นศาสดารู้แจ้งสิ่งเหล่านี้แล้วก็ปลดปล่อยสิ่งเหล่านี้หมดจนหมดอัตราหมดตัวหมดตนได้ก็เป็นสูงสุดถึงแม้
อ่านต่อ
ไม่หมดอัตราแต่มีอัตราอันสูงไปยึดอวตารสูงอัตราอันดับต่ำหรือว่าเป็นหลงเป็นตัวเป็นตนเป็นสิ่งเป็นโสดแต่ต้องแสวงจะต้องเสพอย่างต่ำลด ไปถึงขั้นตอนก็ตามสูงสุดที่เป็นรถอัตราจนกระทั่งปลดปล่อยอัตราเป็นที่สุดคือศาสนาพุทธต่อสอนอยู่นั้นพบปลดปล่อยได้จึงเป็นผู้ที่สูงสุดและเบาสบายที่สุดทุกปลดปล่อยได้แต่น้อยก็เบาบางพ้นภาระอย่างน้อยปลดปล่อยได้มากขึ้นก็เบาบางความหนักความเป็นภาระของลดลงไปอีกปลดปล่อยได้สูงขึ้นสูงขึ้นจนกระทั่งปลดปล่อยอัตราตัวตนได้ก็เป็นบริบูรณ์นี่เป็นเรื่องของผู้ประเสริฐหรือมนุษย์สูงสุดจะรู้เท่าทันสัจธรรมพวกนี้เมื่อปลดปล่อยได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ด้วยกันนั่นแหละเป็นสูงสุดแล้วก็จะเอื้อเฟื้อไปจนกระทั่งถึงสัตว์โลก ไม่มีการเข่นฆ่าไม่มีการทำร้ายมีแต่เมตตาเกื้อกูลสรรพสัตว์ทั้งหลายแหล่รู้ธาตุจิตที่เป็นธาตุยึดถือเป็นธาตุที่มีความรู้สึกอย่างมากอย่างชัดเรียกว่าธาตุวิญญาณหรือธาตุจิตแม้กระทั่งสัตว์โลกก็จะเกื้อกูลให้รู้กันโดยมนุษย์นี่แหละจะต้องปกป้องรักษาโรคและปกป้องมนุษย์ด้วยกันเองนี่เป็นคุณธรรมของมนุษย์ผู้ประเสริฐที่สั่งสอนโลกเราจะต้องเรียนรู้เราจะต้องดูเราจะต้องเรียนพยายามปฏิบัติฝึกหัดให้เกิดความจริงมีจริงเป็นจริงให้ได้โลกจึงจะได้รับสันติภาพอย่างแท้จริงเวลาดุลภาพแท้จริงก็อยู่กันเป็นสุขท่านไม่ใช่สุขอย่าง โรคถูกถูกโลกหลอกหรือโรคพยายามที่จะมอมเมากันให้เป็นหลวงว่าเป็นสุขอย่างโล่งๆยึดถือให้เป็นจุดสำคัญของศาสนาจึงจำเป็นที่สุดที่ผู้ที่รู้ด้วยปัญญาจะต้องแสวงหาความดีงามอันนี้แล้วก็หาความสุขอันยิ่งกว่าสุขที่โลกก็เข้าใจไม่ให้ได้